[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,473,989 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,260

    Overall
    1,473,989

ตอนที่ 369 : บทที่ 23 ปาร์ตี้เยี่ยมบ้าน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    18 ม.ค. 60

บทที่ 23 ปาร์ตี้เยี่ยมบ้าน (100%)

 

        จำนวนศัตรู 462 คน ไม่ถือว่ามากจนเกินไป ความแข็งแกร่งทั้งหมดอยู่ในคลาสขุนนาง อุปกรณ์สวมใส่เป็นของคลาส B แต่จะมีเฉพาะพวกอันดับต้นๆ ในแต่ละกิลด์ที่มีของคลาส A สวมใส่ ความสามารถแทบจะทัดเทียมกันเลย

        ในช่วงเวลาที่หายไปราล์ฟไปขอข้อมูลของกิลด์ที่มาโจมตีร้านน้องเหมียวสี่ขาจากซากุระ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เพราะการรวมมือกันระหว่างเขากับซากุระจะต้องเป็นความลับไปอีกพักใหญ่ สิ่งที่เธอคนนั้นพอจะช่วยได้มีแค่ข้อมูลเพียงอย่างเดียว ถึงอย่างนั้นมันก็ช่วยเหลือได้มากสำหรับราล์ฟผู้ซึ่งมีเวลาทบทวนยาวนานกว่าคนทั่วไปหลายร้อยเท่า จนทำให้ดูคล้ายกับว่าเป็นแผนการที่คิดขึ้นมาในชั่วอึดใจ

        อาวุธ 'ปืน' ไม่ได้มีอำนาจทะลุทะลวง แต่เป็นการยิงกระสุนมานาออกไปโจมตี เพราะถ้ามันยิงคนทีเดียวตายมันจะเป็นอาวุธที่โกงจนเกินไป ราล์ฟยิงเข้าที่กลางหัวศัตรูอย่างแม่นยำ แต่เมื่อศัตรูมีจำนวนมากเข้าการยิงทีละนัดก็ดูเหมือนจะไม่ทัน เลยสลับโหมดการยิงเป็นยิงรัว พลังโจมตีเบากว่าเดิมเกือบเท่าตัวแต่ก็ช่วยได้ในสถานการณ์ที่ถูกรุมกลุ้ม

        เพราะเป็นอาวุธที่ไม่มีปรากฏที่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็รู้ได้โดยทันทีที่ว่ามันเป็นปืน ถึงจะไม่ได้สังหารในนัดเดียวก็ยังอันตรายอยู่ดี อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นกระสุนมานาจึงพอจะมองเห็นแสงของกระสุนสีฟ้าอ่อนอยู่บ้าง และมันก็ป้องกันได้ด้วยโล่ ทำให้คนพวกนั้นต่างพากันสวมใส่โล่ขนาดใหญ่ที่สูงเมตรครึ่ง ตั้งแถวและเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้

        "ตั้งแถวเป็นระเบียบดีจัง ค่ายกลดาบ แมงมุมอสรพิษ"

        ไม่ได้หมายถึงแมงมุมหรือว่างู หากแต่เป็นเหล็กแหลมที่ร้อยด้วยเอ็นตกปลาและขัดเอาไว้ด้วยแท่งเหล็กอีกอัน ควบคุมให้เหล็กแหลมแทงเข้าไปที่แขนของศัตรูที่ตั้งแถวเป็นระเบียบผูกติดกัน สร้างสภาพให้เหมือนติดอยู่บนเส้นใย ถึงจะตัดได้ด้วยของมีคมทั่วไป แต่ในสภาพที่เหมือนจะสติแตกมีเวลามากพอให้ราล์ฟกระหน่ำยิงลดพลังชีวิตจนกระสุนหมด (ไม่ได้ใช้กระสุนจริง แต่แมกกาซีนที่ดูด MP เสื่อมสภาพ)

        ร้อยศาสตราราล์ฟนั้นถึงแม้ว่าพึ่งจะมีชื่อเสียงได้ไม่นานนัก แต่ถ้าสืบลึกลงไปจะรู้ว่าเขาลงมือโหดเหี้ยมชนิดที่ไม่เพียงทำร้ายร่างกายแต่ยังทำลายสภาพจิตใจของศัตรูไปด้วย อาจเพราะรู้ว่ามันเป็นความตายที่มอบโอกาสแก้ตัวได้เสมอ ราล์ฟจะคิดว่าปัญหามันไม่มีทางจบได้ง่ายๆ อยู่แล้ว ยิ่งด้วยคนส่วนใหญ่นั้นเป็นพวกที่หวังชัยชนะ และเกลียดความพ่ายแพ้ พวกเขาจะทำทุกทางเพื่อเอาคืนโดยไม่สนวิธีการ ดังนั้นราล์ฟจึงต้องเล่นงานที่จิตใจเพื่อให้เกิดความหวาดกลัว

        ถึงจะติดพันกับการต่อสู้ของตัวเอง ราล์ฟยังไม่ลืมตำแหน่งของตนเองที่มีอาชีพเป็นนักบวช ข้อได้เปรียบของเขาคือสมองที่ประมวลผลคู่ขนานได้ ใครที่บาดเจ็บก็จะได้รับการรักษาให้ทันท่วงทีถึงพวกโอตาคุจะมีคนที่เป็นนักบวชอยู่แต่พวกนั้นเน้นไปสายคำสาปเสียมากกว่า ทำให้คนที่ใช้ฮีลได้มีอยู่ไม่กี่คน

        อาคมฟื้นฟูกำลังกายกลับมาและร่วมเข้าต่อสู้ ไม่มีความจำเป็นจะต้องกังวลเขาสามารถสู้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพลังชีวิต เหตุการณ์ร้ายๆ จะไม่มีทางเกิดขึ้นเมื่อมีคนคอยระวังหลังให้ ถ้าจะบอกว่ามันเป็นความเชื่อใจที่คุ้นเคยก็คงได้อยู่ ถึงอย่างนั้นก็ปลดปล่อยสภาวะคลั่งออกมาทันทีจนราล์ฟถึงกับขมวดคิ้ว คงไม่รู้ว่าเขาสามารถควบคุมสภาวะคลั่งเพื่อต่อสู้ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง

        ราล์ฟรับมือกับคู่ต่อสู้สามคนที่เข้ามาประชิดตัวโดยใช้ทักษะต่อสู้ พอทำท่าจะยิงพวกนั้นก็จะปัดมือเขาออกไป อำนาจในการยิงปกตินั้นทำให้ติดสถานะสตั๊นท์ได้จึงต้องระวังให้ดี ถึงคนพวกนี้จะรู้ว่าราล์ฟมีทักษะต่อสู้มือเปล่าอยู่ติดตัว พวกที่มาสู้จึงต้องมีฝีมืออีกทั้งยังต้องเป็นมวยด้วย ยังไงซะก็อยู่ในระดับธรรมดาไม่มีทางทำให้ราล์ฟรู้สึกลำบากได้อยู่แล้ว

        "เบิร์ส!" สลับโหมดโจมตีให้เป็นแบบรุนแรงที่สุด และยิงอัดกระแทกคางส่งร่างนั้นกระเด็นขึ้นฟ้า ค่าความเสียหายราวสี่หมื่นและทำให้ร่างนั้นแจ้งเตือนว่าพลังชีวิตใกล้จะหมด และราล์ฟไม่ปล่อยโอกาสให้หยุดไป สลับโหมดเป็นโจมตีธรรมดาและยิงออกไปอีกหลายนัดจนถึงแก่ชีวิต

        "ไอ้เวรนั่นสร้างให้อีกล่ะสิ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงแดกดันอันเป็นนิสัยเดิมของเขา แต่เขาก็มักจะแสดงนิสัยแบบนี้กับเฉพาะคนที่สนิทด้วยเท่านั้น ดังนั้นไม่ว่าจะราล์ฟหรือเดฟอนก็น่าจะเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี

        "ได้ฤกษ์เปิดตัวยังไงล่ะ"

        ปกติแล้วราล์ฟจะดำเนินการอย่างลับๆ และเปิดตัวอย่างเงียบๆ ทั้งหมดนี่ก็เพื่อกลืนกินโดยไม่ให้ผู้ใดรู้ตัว เขาไม่ใช่คนที่ชอบทำอะไรที่เป็นจุดเด่นให้ผู้คนมาสนใจ แต่ในบางครั้งก็จำเป็นจะต้องเป็นจุดเด่นเพื่อปิดบังบางอย่าง กรณีนี้จะต้องเอาอาวุธออกมาเปิดเผยเพื่อให้ทุกคนตระหนักได้ว่าเขามีวิทยาการที่เหนือกว่าจนเทียบไม่ติด เพราะในขณะที่กิลด์ทั่วไปมทำได้แค่สร้างอาวุธจำพวกดาบ โล่ มีด ธนู แต่ราล์ฟสร้างของที่มีอานุภาพสูงกว่าได้ และต้องคิดเผื่อไปว่าเขาคงไม่ได้มีแค่ชิ้นนี้ชิ้นเดียว

        เป้าหมายครั้งนี้คือการแสดงแสนยานุภาพของกิลด์แพนโดร่าที่มีอาวุธที่เหนือกว่าให้ได้เห็น

        จากศัตรูที่มีอยู่หลายร้อยคนและพวกราล์ฟมีกันอยู่ราวสามสิบห้าคน เทียบกันด้านฝีมือแล้วแทบจะไม่แตกต่างกันเลย พวกโอตาคุมีฝีมือมากกว่าที่เห็นภายนอก และยิ่งได้รับการสนับสนุนจากราล์ฟที่ทำได้ดีกว่าบรรดานักบวชทั่วๆ ไปหลายเท่า ถึงจะไม่มีคนตายแต่ก็มีคนบาดเจ็บสาหัสอยู่หลายคนทีเดียว พวกเขาล้วนพอใจกับผลงานนี้จึงไม่มีความรู้สึกเสียใจ

        ฮีลไม่สามารถรักษาบาดแผลได้ทำได้เพียงแค่ยืดระยะเวลาตายออกไป ทุกคนรู้เรื่องนี้ดีดังนั้นหลังจากที่จบศึกแล้วจึงต้องรีบรักษาบาดแผล อารินวิ่งออกมาจากร้านน้องเหมียวสี่ขาพร้อมผ้าพันแผลในมือ น้ำยารักษาอีกเป็นลังราวกับรู้งานช่วยรักษาให้กับคนที่บาดเจ็บ

        และด้วยท่าทางที่ดูใสๆ กลับช่วยเยียวยาจิตใจให้กับพวกโอตาคุเป็นอย่างดี อาคมถึงกับเดือดเพราะพวกนั้นมีมติกันว่าจะให้อารินเป็น 'นางฟ้าตัวน้อย' ของพวกเขา ไรเดอร์แมนผู้คร่ำวอดในวงการโอตาคุอยู่นานเข้าใจดีว่าอาการของอาคมนั้นคืออะไร เขากระจายข่าวนี้ให้กับพวกโอตาคุทั้งหลายซึ่งก็โดนแซวด้วยท่าทีที่เหมือนกันว่า 'อืม...ซิสค่อนนี่เอง' ทำให้อาคมได้แต่เจ็บใจ

        ครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนมากทำให้ไม่มีโอกาสได้เตรียมการอะไรมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรจะเล่นยาแรงเพื่อให้เกิดความหวั่นเกรงไม่กล้าทำอะไรรุนแรงอีก ที่จริงเรื่องนี้ทำกันเพียงสองคนก็ยังได้แต่ก็ต้องถามความสมัครใจกับพวกโอตาคุทั้งหลายก่อนว่าจะเอาด้วยไหม เพราะหลังจากนี้ผลกระทบที่ตามมามันร้ายแรงมาก ถึงขนาดที่หากพลาดเพียงนิดเดียวก็จะถูกจ้องเล่นงานได้ทุกเมื่อ

        ราล์ฟให้อิสระในการตัดสินใจ เพราะแต่เดิมก็ต้องการคนไว้ร่วมในสงครามแย่งชิงทรัพยากรหรือกิจกรรมที่ระบบจัดขึ้น ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างบางครั้งก็ต้องทำตามเงื่อนไขของระบบด้วย และเพราะการต่อสู้นี้ค่อนข้างจะรุนแรงอีกทั้งพวกเขาเองก็ตระหนักได้ว่ากองกำลังที่เห็นอยู่นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น มันก็เกือบจะทำให้พวกเขาสิ้นชีพไปแล้ว ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเพียงแค่เกมเท่านั้นทุกคนในที่นี้ไม่ทอดทิ้งพวกพ้องโดยเด็ดขาด ต่อให้ต้องตายก็ตาม

        เมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะร่วมหัวจมท้ายไปจนถึงที่สุด ราล์ฟจึงต้องไตร่ตรองแผนการทุกอย่างและตัดสินใจว่าครั้งนี้เขาจะบุกไปที่ฐานบัญชาการของสมาพันธ์วอร์ลอร์ด มันเป็นการกระทำที่ดูบ้าบิ่นมากเพราะเป็นที่รู้กันว่าศัตรูรวมตัวกันอยู่ที่นั่นอย่างต่ำก็ราวๆ ห้าพันคนเข้าไปแล้ว แต่ราล์ฟรู้ว่าถ้าจะทำก็ต้องตอนนี้เท่านั้น เขาน่าจะเป็นเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าตัวหลักของวอร์ลอร์ดแทบจะไม่มีใครอยู่เลย

        เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่างทำให้การจัดการกับสมาพันธ์วอร์ลอร์ดเป็นไปได้ยากมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลย แค่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป สร้างอำนาจใหม่ขึ้นมาให้อยู่เหนือกว่า และอำนาจนั้นจะต้องมีตัวตนถาวรที่ไม่ติดปัญหาเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น นั่นเป็นสาเหตุให้เลือกพวกมอนสเตอร์มากำลังรบ

        ราล์ฟขอให้อารินไปรวบรวมน้ำยาที่กักตุนเอาไว้ในคลังสำหรับใช้งานออกมาแบ่งให้กับแนวร่วมครั้งนี้ ระหว่างนั้นก็ขอให้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่าต้องใช้วิธีไหนถึงจะดีที่สุด แต่ก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่าไอ้เจ้าพวกนี้ชอบความท้าทายสุดๆ ไม่กลัวเรื่องลำบากที่จะตามมาเลย

        "แต่จะไหวเหรอ เดินทางจากที่นี่ไปอาร์วิเนียไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะ"

        "ถ้าใช้หินวาร์ปไปที่เมืองได้ แต่จะเป็นเป้าโจมตีได้ง่ายเหมือนกัน คงช่วยไม่ได้ที่จะต้องเดินไป"

        "ถ้าเราวาร์ปไปพร้อมกันแล้วเปิดศึกตั้งแต่จุดวาร์ปเลยล่ะ"

        "บ้าหรือเปล่า การใช้วาร์ปเกตมันต้องเข้าคิวรอ หินวาร์ปถึงจะใช้พร้อมกันแต่จะโจมตีไม่ได้จนกว่าจะถึงช่วงเวลาหนึ่ง เสียเปรียบเห็นๆ"

        แต่ละคนช่วยกันออกความคิดเห็น ราล์ฟมองว่าเป็นเรื่องดีที่อยากจะช่วยแนะนำวิธีให้ แต่เขามีทักษะเทเลพ็อตซึ่งสามารถพาคนจำนวนมากไปยังสถานที่ที่เคยไปได้ ปัญหานั้นก็แก้ได้ง่ายดายมากเพียงแต่อยากจะให้มันเป็นความลับต่อไปก่อนเลยต้องคิดหาวิธีอื่นแทน

        ถกเถียงกันสุดท้ายก็ได้ความว่าจะใช้วาร์ปเกตค่อยๆ ส่งคนไปเคลียร์เส้นทางก่อน แล้วค่อยเปิดฉากโจมตีแบบนั้นจะช่วยได้มาก ปัญหาก็คือเรื่องของการสื่อสารที่อาจจะลำบากสักหน่อย ดังนั้นเลยติดต่อไปทางเดฟอนที่ยังอยู่ในโรงงานให้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ หนึ่งชั่วโมงต่อมาเดฟอนก็มาถึงที่ร้านน้องเหมียวสี่ขาเพื่อส่งมอบอุปกรณ์ที่จำเป็นในการรบให้ กล่องโลหะที่มีสลักล็อกทำให้ของที่อยู่ภายในจะต้องเป็นของดีอย่างแน่นอน

        อุปกรณ์สื่อสารที่ทำออกมาเพื่อกองกำลังของกิลด์แพนโดร่า คนที่รู้วิธีบำรุงรักษามีเพียงเดฟอนเท่านั้น หากมันหลุดออกไปถึงมือคนอื่นและไม่ได้ทำการซ่อมแซมอย่างถูกวิธีมันจะทำลายตัวเอง แม้กระทั่งมีการแกะเพื่อศึกษาหวังทำของเลียนแบบก็ตาม กลไกนี้ราล์ฟให้ติดตั้งเอาไว้เผื่อในกรณีที่มีคนแอบขโมยวิทยาการเฉพาะกิลด์แพนโดร่าออกไปใช้ประโยชน์ พร้อมกับให้เดฟอนรับหน้าที่ดูแลวิทยาการพวกนี้ ตัวโรงงานก็อยู่ในเกาะส่วนตัวไม่มีใครสามารถเข้าไปได้เด็ดขาดจนกว่าแผนที่ในทะเลจะเปิดให้ใช้งาน เท่ากับว่าเป็นการป้องกันที่แน่นหนาที่สุดในตอนนี้

        ทุกคนดูจะตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่ชิ้นนี้มาก มีการสวมใส่และทดสอบกันอย่างสนุกสนาน มีออฟชั่นใหม่เสริมเข้ามาคือช่องสัญญาณเฉพาะกลุ่ม สำหรับปฏิบัติงานเป็นทีม แต่ตัวเครื่องแม่จะรับสัญญาณได้ทั้งหมด ทั้งยังสามารถตัดการสื่อสารของใครก็ได้อีกด้วย

        "ใช้งานอะไรก็เพลาๆ บ้างสิ ชาร์จแบตเตอรี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะโว้ย"

        คนที่เหนื่อยในการเตรียมอุปกรณ์คือเดฟอนที่ต้องตอบรับกับความต้องการของหัวหน้ากิลด์ ยิ่งการชาร์จแบตเตอรี่อุปกรณ์สื่อสารมันเป็นอะไรที่ลำบากมาก ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ติดต่อกัน อย่างน้อยก็ต้องเว้นช่วงสักสามวันเพื่อให้ได้สักชุดหนึ่ง แต่ถ้าต้องการทั้งหมดก็ต้องใช้เวลาราวๆ หนึ่งสัปดาห์

        "แต่ก็เอาเถอะ ยังไงหน้าที่หลักของฉันมันก็คือการสนับสนุนให้การรบเป็นไปได้ง่ายอยู่แล้ว อีกอย่างตอนนี้มันก็สนุกดีแถมนายต้องไม่เชื่อแน่ว่าโอตาคุพวกนี้มีดีกว่าที่เห็นภายนอกเยอะ"

        การจับมือร่วมกันเป็นพันธมิตรทำให้เดฟอนมีโอกาสได้รวมสังสรรค์กับบรรดาเหล่าโอตาคุที่มาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ 'ของเล่น' ที่อยากจะรบกวนให้ช่วยสร้าง เดฟอนไม่มีหัวคิดด้านการออกแบบหรือตัดเย็บ ทว่าโอตาคุพวกนี้มีพรแสวงที่น่ากลัวอยู่ การออกแบบหรือตัดเย็บขอเพียงแค่เอ่ยปากก็มีคนจัดการให้ วัตถุดิบใดที่ต้องการก็พร้อมจะจับกลุ่มเดินทางไปออกล่ากันทันที ถ้าจะให้เปรียบเป็นพวกที่ทำตามความต้องการของตัวเองเป็นส่วนใหญ่

        ดังนั้นเดฟอนจึงต้องขอรบกวนเรื่องการออกแบบดีไซน์พวกนี้อยู่เสมอ โดยเขามีหน้าที่เพียงแค่ทำมันออกมาเท่านั้น

        "ส่วนนี่ของนาย" ยกกล่องโลหะอีกใบที่เอามาด้วยให้ ของที่อยู่ภายในเป็นเพียงแม็กกาซีนที่เรียงกันเป็นตับ มีแถบสีบ่งบอกความแตกต่างให้เห็น "อัญมณีธาตุของนายที่มีเก็บไว้นั่นฉันเอามาสร้างเป็นเจ้านี่ให้ ถ้าจะให้อธิบายเวลายิงออกมามันจะเป็นกระสุนธาตุนั่นแหละ แค่เสริมคุณสมบัติพิเศษของธาตุลงไปด้วย สองอันข้างบนนั่นเป็นไม้ตายใช้ได้แค่ครั้งเดียวต่อหนึ่งแม็กกาซีน"

        "มานาเสริมธาตุงั้นเหรอ มีข้อเสียตรงไหนบ้าง"

        "ก็ค่าความเสื่อมที่เร็วเป็นเท่าตัวนั่นแหละ"

        ราล์ฟเก็บอาวุธใหม่และจัดวางตำแหน่งเพื่อเรียกใช้งานได้สะดวกขึ้น หยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาสวม เหน็บตัวรับสัญญาณเคลื่อนที่คาดไว้ที่เอว เป็นอันเตรียมพร้อมเรียบร้อย

        นอกจากนี้เดฟอนก็ได้เตรียมอุปกรณ์สำคัญๆ มาไว้ให้ด้วย ทั้งระเบิดลูกบาศก์ ตัวสั่นสะเทือนกำลังสูงสำหรับทำลายกำแพง ทั้งหมดเป็นเทคโนโลยีที่หากผลิตออกมาได้เป็นจำนวนมากจะทำให้กิลด์แพนโดร่ายิ่งใหญ่ขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น และยังมี 'ของเล่น' แบบใหม่ที่ถูกสั่งทำเป็นพิเศษให้กับพวกไรเดอร์แมนทั้งห้าคน ทันทีที่พวกเขาได้รับมันก็หลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่อายใครทั้งสิ้น

        ถึงแม้เดฟอนจะบอกว่ายังต้องอัพเกรดอีกเยอะ แต่ลูกเล่นของมันก็ทำได้แค่เปลี่ยนชุดเร็ว โดยชุดพวกนั้นก็เป็นโอตาคุทำขึ้นมาเองและเขาก็ช่วยอัพเกรดเพิ่มเติมให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น มันเป็นชุดที่เพิ่มพลังงานได้ชั่วคราวซึ่งเมื่อพลังงานหมดชุดพวกนี้จะหายไป ทั้งที่ข้อเสียของมันเป็นแบบนี้กลับสร้างความตื่นเต้นให้กับไรเดอร์แมนมากเป็นพิเศษ

        "อาวุธล่ะ อาวุธ"

        "มีปืนหรือเปล่า บาซูก้าล่ะ"

        "หุ่นยนต์ยักษ์อยู่ที่ไหน"

        "แปลงร่างได้สามสิบนาทีเองสินะ รีชาร์จพลังงานสามชั่วโมง"

        "ต้องมาช่วยกันคิดชื่อกับท่าโพสต์สักหน่อยแล้ว บากะเรนเจอร์รวมพลด่วน!"

        เพื่อวางแผนราล์ฟจึงเปิดห้องอาหารขึ้นมาเพื่อใช้ประชุม แผนที่ถูกกางไว้บนโต๊ะพร้อมด้วยตัวหมากรุกฝรั่งที่เขาซื้อเอาไว้เล่นแก้เซ็ง หรือเวลาที่ต้องใช้ความคิด ตัวหมากนั้นจะแทนกองกำลังของทั้งฝ่ายตนเองและศัตรู ไม่มีใครรู้ว่าราล์ฟรู้ข้อมูลของศัตรูได้ยังไงแต่ตอนที่ได้ฟังแผนการเคลื่อนไหวก็รู้สึกตื่นเต้น มันเป็นแผนการที่เสี่ยงและต้องพึ่งการประสานงานของแต่ละคนด้วย โดยอาชีพและความถนัดของพวกโอตาคุราล์ฟจำได้ขึ้นใจแล้ว จึงได้กำหนดตำแหน่งพร้อมหน้าที่ให้ทุกคนรับทราบ

        ภายใต้ปฏิบัติการนั้นจะใช้โค้ดเนมเฉพาะขึ้นมา แต่ละคนก็ตั้งชื่อกลุ่มกันเองมีทั้ง 'อีกาขาว' 'บากะเรนเจอร์' 'ซิสเตอร์ คอมเพล็กซ์' 'โลลิค่อน แอนด์ เดอะ แก๊งค์' สารพัดชื่อที่ราล์ฟไม่ได้ใส่ใจมากนัก สำหรับคนพวกนี้ชื่อนั้นล้วนมีผลต่อความตั้งใจมากก็เลยไม่ได้ว่าอะไร เขาจดจำได้แล้วว่ามีใครบ้างในกลุ่ม และมาถึงคราวของราล์ฟก็โดนทุกคนตั้งชื่อเฉพาะให้ว่า 'ผู้พันเหมียว' ส่วนอาคมก็เป็น 'เทพเจ้าซิสค่อน'

        วางแผนกันเสร็จแล้วก็เริ่มต้นแผนการในทันที เดฟอนจำต้องมาช่วยด้วยเพราะคนที่จะเป็นหูเป็นตาให้ได้มีแค่เขาเท่านั้น ให้เดฟอนไปก่อนล่วงหน้าเพื่อเตรียมการทุกอย่าง ซึ่งอาร์วิเนียยังเปิดให้เพลเยอร์คนอื่นๆ เดินทางไปได้แต่ก็จำกัดโซนที่อนุญาตให้ได้ พื้นที่ออกล่าเองก็ไม่ตอบสนองกับคนที่ต้องการเก็บเลเวลหรือทำเควสต์ ดังนั้นจึงมีคนไม่ชอบใจเรื่องนี้พอสมควร แต่เพราะตอบโต้อะไรมากไม่ได้ส่วนมากจึงใช้เป็นเส้นทางผ่านไปยังเมืองเซนท์โครวแทน

        เพราะมีคนเยอะอยู่แล้วเดฟอนจึงหลบเลี่ยงสายตาที่สอดส่องความปลอดภัยมาได้ พอเข้าไปในตรอกก็ใช้สนามพลังซ่อนตัวเพื่อไปหาตำแหน่งที่จะส่งอุปกรณ์ขึ้นไป คราวนี้โดรนก็ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นแบบหักเหแสงจนมองเห็นได้ลำบาก ยิงโดรนเล็กให้กระจายออกไปและให้เซเว่นรับผิดชอบเรื่องการควบคุม แล้วจึงส่งสัญญาณบอกให้เดินทางมากันได้เลย

        ไม่ได้ตั้งใจจะมาแบบโครมเดียวแล้วเปิดฉากโจมตี แต่เป็นการทยอยกันมาและแยกย้ายไปประจำตำแหน่ง เดฟอนมีหน้าที่ยืนยันตำแหน่งของแต่ละคน คอยดูว่ามีอันตรายใกล้เข้ามาหรือไม่ แต่ก็หมดห่วงเพราะโอตาคุพวกนี้มีงานอดิเรกคือประกวดคอสเพลย์จึงเลียนแบบพฤติกรรมได้อย่างสมจริงชนิดที่ไม่มีใครมองออกเลยว่ามีแผนจะโจมตี ถึงเขาจะเห็นว่ามีคนจากวอร์ลอร์ดเดินตรวจตราคนที่น่าสงสัย แต่ก็ต้องมองข้ามไปเพราะการเล่นละครของพวกเขา

        ตอนนี้มองจากตำแหน่งสัญญาณบนจอเรดาห์ ทุกคนประจำตำแหน่งกันแล้ว และให้ตรวจสอบช่องสัญญาณเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งตอนนั้นราล์ฟกับอาคมทั้งสองคนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูของสมาพันธ์วอร์ลอร์ด มันถูกซื้อด้วยเงินจำนวนมหาศาลทำให้มันเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่ที่สุด มีกำแพงล้อมรอบจนยากที่จะทำลายผ่านไปได้ ทางเข้าออกเดียวจึงเป็นที่หน้าประตูเท่านั้น หรือถ้าจะมีใครผ่านทางอื่นก็มีแค่ปีนกำแพงขึ้นไป แต่ก็จะมีคนคอยเดินตรวจตราอยู่ตลอดเวลา

        "เปลี่ยนใจถอนตัวตอนนี้ยังทันนะ" ราล์ฟนำปืนออกมาตรวจสอบแม็กกาซีนทั้งสองกระบอก

        "ไม่มีวันซะล่ะ จะวอร์ลอร์ดหรืออะไรฉันไม่รู้ด้วยหรอก แต่ถ้ามาทำร้ายน้องสาวฉันไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รากมะม่วงจะเป็นที่เดียวสำหรับพวกมัน"

        "สมแล้วกับที่เป็นเทพเจ้าซิสค่อน"

        "หุบปากของแกไปซะ ไอ้ผู้พันเหมียว" จากนั้นอาคมก็สวมเกราะอสูรและแผ่แรงกดดันออกมา ชักดาบเข้าออกหวังว่ามันจะไม่ติดขัดเวลาใช้งานจริง "แล้วทีนี้จะเรียกพวกมันออกมายังไง กำแพงหนาขนาดนั้นถึงฉันจะพังได้แต่ก็ไม่อยากเปลืองแรงไปกับเรื่องนี้หรอกนะ"

        "นายไม่รู้มารยาทจริงๆ เหรอ การมาเยี่ยมบ้านคนอื่น ในฐานะที่เราเป็นแขกก็ต้องเคาะประตูก่อนทุกครั้ง"

        ประทับปืนยื่นออกไปและเหนี่ยวไก สำแสงสีฟ้าขนาดใหญ่ปะทะกับประตูบานใหญ่จนมันหลุดปลิวออกไป พลังทำลายนี้เทียบได้กับเวทมนตร์ขั้นสูงที่หาผู้ใช้งานได้ยาก ราล์ฟเปลี่ยนแม็กกาซีนกลับมาเป็นแบบธรรมดา

        "ไม่เคาะเรียกดังไปหน่อยหรือไง"

        "กลัวไม่ได้ยิน" พูดด้วยรอยยิ้มขบขัน และกดอุปกรณ์สื่อสารเพื่อถ่ายทอดข้อความ

        "เอาล่ะ ปฏิบัติการเยี่ยมบ้านเริ่มได้"

 

        สมาพันธ์วอร์ลอร์ดเป็นการรวมตัวกันของแต่ละกิลด์ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน นั่นคืออำนาจและเงินตรา พวกเขาเห็นด้วยที่จะเปลี่ยนเกมให้เป็นแหล่งรายได้ สำหรับคนที่คิดแค่ว่าหากเกมมันหมดความนิยมก็แค่บุกเบิกเกมใหม่ก็พอ ทำให้การกระทำของพวกเขาเน้นที่การมุ่งหวังผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว ซึ่งเมื่อเกมเริ่มมีแนวโน้มในทางที่ไม่ดีก็จะเป็นหน้าที่ของทางบริษัทที่จะต้องหาทางทำอะไรสักอย่างแทน เป็นแนวคิดที่ค่อนข้างจะเห็นแก่ตัวน่าดู

        ยิ่งด้วยสมาพันธ์วอร์ลอร์ดเน้นบรรดานักเล่นเกมอาชีพมารวมกลุ่มกัน ทำให้ความแข็งแกร่งโดยรวมแทบจะไม่คืบหน้าเลย เพราะคนที่รู้และเก็บความลับเอาไว้จะทำให้กอบโกยผลประโยชน์ได้มากขึ้น หากสมาชิกคนใดอยากจะแข็งแกร่งก็จำเป็นจะต้องมีเงินเพื่อซื้อวัตถุดิบมาสร้างของด้วยตัวเอง ส่งผลให้เกิดการรีดไถ่กับคนภายนอกเป็นเรื่องธรรมดา คนส่วนใหญ่มองว่าพวกเขาไม่ได้เป็นคนทำและไม่ใช่ผู้เสียหายเลยทำเป็นมองข้ามไป

        วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเขารู้สึกว่ามันสงบสุขจนต้องหย่อนความระมัดระวัง ด้วยความเชื่อที่ว่าไม่มีใครหาญกล้ามาท้าทายสมาพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยไม่รู้ว่านั่นเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์ ถ้าหากวัดกันที่คุณภาพเพียงอย่างเดียว สมาพันธ์บลู ลิเบอร์ตี้ถือได้ว่ามีคุณภาพมากที่สุด ถึงจำนวนสมาชิกจะน้อยกว่าแต่ก็เป็นเพียงจำนวนที่ปรากฏให้เห็นเท่านั้น ยังมีจำนวนอีกมากที่ไม่ได้ถูกเปิดเผย

        และถึงจะมอบหมายหน้าที่ให้สมาชิกทุกคนออกไปฟาร์มไอเทม แต่ก็ยังมีคนที่ได้หยุดพักผ่อนอยู่ภายในสมาพันธ์เกือบพันกว่าคน และบางคนที่หลงเข้ามาอยู่โดยมีความสามารถจะถูกใช้งานอย่างหนัก โดยเฉพาะอดีตสมาชิกกิลด์เทพโอสถ ที่ตอนนี้เป็นได้เพียงโรงงานผลิตน้ำยาขายให้กับสมาชิกแต่ละคนในราคาถูกมาก หลายคนต่างนึกเสียใจที่ตัดสินใจผิดพลาดและมันช่วยไม่ได้เพราะตอนนี้กิลด์เทพโอสถถูกยุบไปแล้ว มีข่าวว่าอดีตหัวหน้ากิลด์นั้นได้ถูกเชิญให้เข้าร่วมกับบลู ลิเบอร์ตี้โดยมีตำแหน่งสำคัญมากในนั้น

        ทว่าในวันนี้เท่านั้นที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีจากคนที่ไม่ประมาณตนเอง

        ตูม!!!

        ประตูไม้บานใหญ่ถูกถล่มด้วยการโจมตีลึกลับ ประตูหล่นทับคนที่เดินอยู่บริเวณนั้น บางคนถึงกับเสียชีวิตในทีเดียว แต่คนที่รอดมาได้ก็บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อมองไปยังหน้าประตู (ที่ไม่มีอีกแล้ว) ปรากฏชายหนุ่มสองคนเป็นเผ่าแมวและเผ่าซิลเวอร์วูล์ฟยืนนิ่งราวกับยอมรับความผิดของตนเอง ทั้งสองดูไม่หยี่ระที่จะมาต่อกรกับสมาพันธ์ที่ (เชื่อกันว่า) ใหญ่ที่สุด

        เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าอย่างชัดเจนก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร เวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จัก ร้อยศาสตรา ราล์ฟ กับนักดาบอสูร อาคม เป็นสองบุคคลที่หัวหน้าสมาพันธ์กำชับเอาไว้แล้วว่าไม่ให้ไปวุ่นวายมากนักในช่วงนี้ เกิดความสับสนขึ้นมาครู่หนึ่งเพราะไม่รู้ว่าทำไมทั้งสองคนนั้นถึงได้มาที่นี่ แต่ก็คาดว่าไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อพูดคุยกันอย่างแน่นอน เพราะชายหนุ่มเผ่าซิลเวอร์วูล์ฟสวมเกราะมารและทะยานเข้ามาฟาดฟันแล้ว

        อย่างไรก็ตามเมื่อมีการต่อสู้เริ่มขึ้น จึงต้องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือให้สมาชิกในสมาพันธ์ออกมาช่วยรับมือ มีหลายคนที่ซ่าไม่ดูตาม้าตาเรือ น่าจะเป็นเพราะได้ยินเพียงข่าวลือแต่ไม่เคยประสบด้วยตัวเอง ตั้งใจว่าจะรับมือกับนักดาบอสูรเพียงคนเดียว แต่ในท้ายที่สุดยังไม่ทันจะได้พูดอะไรแขนและขาก็ถูกสะบั้นขาดในชั่วพริบตา ครั้นจะร้องขอชีวิตแต่สุดท้ายก็ถูกสังหารจนได้

        แม้จะทำให้ดูโหดร้ายเพียงใดแต่ยังไงซะอาคมก็ไม่ได้เหี้ยมโหดเท่าราล์ฟที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นที่สุด สำหรับรายนั้นไม่ว่าศัตรูจะมีกี่คน เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง อายุมากหรือน้อยเพียงใด ตราบที่มองว่าเป็นศัตรูจะไม่มีคำว่าปรานีให้โดยเด็ดขาด รอบตัวของราล์ฟปรากฎดาบสิบเล่มที่หมุนวนอยู่รอบตัว ควบคุมดาบให้บินไปโจมตีศัตรูทั้งหมด การเคลื่อนไหวของมันที่เหมือนมีชีวิต เพราะไม่มีคนถือและการเคลื่อนไหวที่อิสระจึงยากที่จะรับมือได้

        ราล์ฟก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้ามาในสมาพันธ์ ตวัดสายตามองและตอบสนองโดยการควบคุมดาบให้กลับมารับการโจมตีที่แสนดุดัน เด็กหนุ่มหันปากกระบอกปืนจ่อใบหน้าขยับยิ้มเพียงเล็กน้อยและเหนี่ยวไก ปล่อยกระสุนมานาอัดกระแทก และสร้างตาข่ายลวดที่คมกริบขึ้นมารองรับเอาไว้

        ฉวะ!

        ทันทีที่เห็นพรรคพวกเสียชีวิตด้วยวิธีการที่โหดร้าย ก็พลันเกิดความหวาดกลัวขึ้นมา พยายามไม่นึกภาพตัวเองจะต้องถูกสังหารด้วยวิธีการเช่นนั้น แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเอาซะเลย เมื่อราล์ฟพ่นหัวเราะและยิ้มเยาะก่อนจะลงมือปลิดชีพด้วยวิธีการซึ่งทำร้ายจิตใจโดยตรง ต่อให้พวกเขาจะเคยฆ่าคนมามากแค่ไหนก็เทียบกับการลงมือเพื่อการฆ่าอย่างเลือดเย็นนี้ไม่ได้

 

        แต่ไม่ได้มีแค่การโจมตีจากทางหน้าประตูเท่านั้น ตอนนี้เกิดระเบิดขึ้นรอบกำแพงของสมาพันธ์วอร์ลอร์ด เป็นฝีมือของเหล่าโอตาคุที่เคลื่อนไหวภายใต้คำสั่งของราล์ฟ โดยมีสายตาสอดส่องความเคลื่อนไหวจากบนท้องฟ้าผ่านโดรนที่ปล่อยออกไป

        "ระวังทางเจ็ดนาฬิกา"

       จากบนแผนที่นั้นมีการกำหนดทิศทางเป็นตัวเลขเอาไว้อ้างอิงทิศด้วยเข็มทิศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเรื่องทิศทางที่ตรงกัน พวกราล์ฟที่อยู่ประตูหน้านั้นเป็นทิศทางที่สี่นาฬิกา ส่วนเจ็ดนาฬิกาเป็นตำแหน่งใกล้ลานฝึกซ้อมต่อสู้ซะมากกว่า ถึงส่วนใหญ่จะตรงไปที่ประตูหน้าเพื่อยับยั้งเหตุการณ์ แต่ก็ยังมีคนอยู่เฝ้าระวังเอาไว้ด้วยเช่นกัน ผู้ที่รับผิดชอบในตำแหน่งนี้คือกลุ่มโลลิค่อน แอนด์ เดอะ แก๊งค์ หน้าที่ก็คือการสร้างความปั่นป่วนและทำลายอาคารให้เกิดความเสียหาย

        ถึงยังไงก็จะต้องตายอยู่แล้วสร้างความเสียหายให้สมาพันธ์วอร์ลอร์ดแบกรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมซะเป็นความคิดที่ดีที่สุด ราล์ฟให้อิสระในการเคลื่อนไหวและทำตามความต้องการของแต่ละคน สุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างกันนั่นคือความเสียหายที่วอร์ลอร์ดจะได้รับ ดังนั้นตอนที่พวกเขาลอบเร้นมาถึงบนกำแพงและเห็นศัตรูกำลังตั้งแถวกันอยู่ ก็เกิดอยากทำระเบิดมือร่วงลงไปสักลูกสองลูก

        เมื่อตำแหน่งของพวกเขาถูกเปิดเผย ศัตรูก็แห่กันมายังทิศเจ็ดนาฬิกา เหล่าโอตาคุจากกลุ่มโลลิค่อน แอนด์ เดอะ แก๊งค์ ก็รีบวิ่งหนีเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากกลุ่มสนับสนุน เพราะสามารถสื่อสารกันได้ในทันทีทุกคนจึงหลบเลี่ยงอันตรายได้ กลายเป็นว่าลากพวกนั้นเข้ามาสู่ความตาย โดยที่ใครจะไปคิดล่ะว่าสถานที่ที่เป็นเหมือนบ้านของตัวเองจะมีคนแอบสร้างกับดักเพื่อลอบฆ่าตนเอง

        "ผู้พันเหมียวงานเข้าแล้ว ตอนนี้เจ้าของบ้านกำลังออกมาต้อนรับที่ประตูทั้งสามทิศทาง และดูเหมือนพวกเขาจะให้เกียรติไปต้อนรับแขกที่มาเคาะประตูเยอะซะด้วย"

        เดฟอนรายงานสถานการณ์เสร็จก็อยากจะเข้าไปสำรวจพื้นที่ภายในบ้าง ค้นหาของในกระเป๋าสักพักก็นำหุ่นยนต์สอดแนมรูปร่างของแมลงปีกแข็งออกมาเปิดการทำงาน มันควบคุมด้วยคันโยกในมือ เจ้าตัวนี้มีชื่อว่า 'บัก' หน้าที่ของมันคือการเข้าไปสอดแนมภายในอาคารได้ บักเริ่มขยับปีกและบินไปที่อาคารของสมาพันธ์วอร์ลอร์ด ร่อนลงที่บริเวณหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ ถ้าไม่มีใครสังเกตจริงๆ บักจะเป็นแมลงสอดแนมที่มีประโยชน์อย่างมากโดยเจ้าตัวนี้ถูกพัฒนาให้มีฟังก์ชั่นดักฟังด้วย

        การโจมตียังคงดำเนินต่อไป พวกวอร์ลอร์ดต่างรู้สึกระส่ำระส่ายเพราะศัตรูราวกับรู้การเคลื่อนไหวของพวกเขาทั้งหมด ไม่ว่าจะใช้วิธีซ่อนพลังและอ้อมไปดักเส้นทางไหนศัตรูเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนเส้นทางหาทางที่ปลอดภัยได้ราวกับมีตาทิพย์ จนถึงตอนนี้ก็ยังจับตัวคนที่มาโจมตีไม่ได้เลย มิหนำซ้ำยังมีกับดักถูกสร้างขึ้นภายในสมาพันธ์ของพวกเขาอีกต่างหาก

        ด้วยวิธีการบางอย่าง พวกมันทำลายกำแพงอาคารจนโบ๋และลอบเข้ามาติดตั้งกับดักระเบิด กับดักเส้นลวดที่มีผลต่อการตัดสินใจ และในจังหวะนั้นบางคนก็ลูกลอบสังหารโดยนินจา และขว้างระเบิดควันอำพราง กลายเป็นว่าพวกเขาไม่มีโอกาสได้ตอบโต้แต่อย่างใด จะบอกว่าเตรียมการมาดีก็ว่าได้ ลำพังแค่จะจับให้ได้สักคนก็ถือว่ายากสุดๆ หากไม่มีปัญหานี้พวกเขามั่นใจมากกว่าต่อให้ศัตรูมีมากกว่านี้ก็จัดการได้อย่างง่ายดาย

        เวลานี้บริเวณหน้าประตูนั้นเกิดเป็นแอ่งเลือดโดยที่มีราล์ฟและอาคมเป็นศูนย์กลางของความตาย พวกเขาสองคนนี้เมื่อใดที่จับคู่กันก็แทบจะไร้เทียมทาน การสนับสนุนที่ทำให้อาคมไม่ต้องกังวลเรื่องพลังชีวิตหรือต้องไปคอยปกป้องอีกฝ่าย

        อันที่จริงอาคมพอจะรู้อยู่แล้วว่าราล์ฟในตอนนี้มีพลังมากพอจะก่อสงครามกับใครก็ตามที่ตั้งตนเป็นศัตรูด้วย เพียงแต่นิสัยออกไปในทางจัดการแบบเบ็ดเสร็จและดำเนินการในทางลับซะมากกว่า เห็นแบบนี้ค่ายกลดาบของราล์ฟถือเป็นทักษะสายจิตที่น่ากลัวที่สุด ถึงข้อเสียหลักๆ จะเปลืองน้ำยาอย่างมหาศาล แต่ก็ใช้งานได้อิสระไม่มีข้อจำกัดผูกมัด เห็นบอกว่านี่ยังไม่ใช่รูปแบบที่สมบูรณ์ เมื่อใดที่มันสมบูรณ์ต่อให้ศัตรูมีมากแค่ไหนก็ไม่ใช่คู่มือ

        ขณะเดียวกันตอนนี้พวกโอตาคุก็ทำลายอาคารจากทิศทางต่างๆ ได้แล้ว อุปกรณ์ทำลายผนังพวกนี้เป็นวิทยาการที่น่าทึ่ง ซึ่งเดฟอนก็พยายามพัฒนาเท่าที่ทรัพยากรจะเอื้ออำนวยได้ สร้างความเสียหายได้ขนาดนี้ก็ทำให้ศัตรูต้องควักเงินเป็นล้านเพื่อซ่อมแซมตัวอาคาร อาจจะต้องระดมกำลังคนเพื่อให้ทำงานหนักขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อไปเรื่อยๆ เป็นวงกว้าง ถึงขนาดมีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองภายในเลยก็ได้

        พวกตัวเป้งเริ่มออกมารับมือแล้ว ที่ผ่านมาเป็นแค่สมาชิกระดับล่างซึ่งจำแนกได้จากอาวุธและชุดเกราะที่ใช้ มีระดับที่แบ่งแยกกันชัดเจน นั่นทำให้การรับมือเริ่มติดขัดแต่ก็ยังไม่อยู่ในระดับที่ต้องเปลี่ยนแผน ตราบใดที่ตัวละครหลักยังไม่ปรากฏตัวราล์ฟมั่นใจว่าอย่างน้อยอาคารสมาพันธ์วอร์ลอร์ดจะต้องเสียหายหนักจนถึงขนาดต้องชะลอแผนการของตัวเองออกไป แบบนี้จะเป็นการดีกับฝ่ายพันธมิตรของเขา

        เมื่อศัตรูมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น ราล์ฟก็จำเป็นจะต้องระวังตัวด้วยเช่นกัน สลับแม็กกาซีนเป็นธาตุสายฟ้า และกดใช้งานสกอร์เวทมนตร์ 'ไลท์นิ่ง โบลท์' ยิงกระสุนมานาธาตุสายฟ้าใส่เป้าหมายแต่ละคนเท่าที่ระยะเวลาจะเอื้ออำนวย กระสุนนี้ไม่มีอำนาจโจมตีที่รุนแรง แต่ก็ทำให้เกิดประกายแสงที่ใช้เป็นสื่อล่อสายฟ้า แต่เดิมคุณสมบัติของธาตุสายฟ้าคือการเชื่อมโยง นั่นทำให้เกิดเป็นการโจมตีสายฟ้าแบบลูกโซ่ส่งต่อไปเรื่อยๆ และไลท์นิ่ง โบลท์มีความพิเศษตรงที่จะทำให้เป้าหมายติดสถานเหน็บชาสองวินาที

        บรรดาพวกระดับสูงในสมาพันธ์เริ่มออกมารับหน้าแล้ว ดูแต่ละคนคงไม่อาจจัดการได้ง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่ชำนาญการรบเป็นกลุ่มเริ่มออกคำสั่งให้จัดรูปขบวน และให้นักบวชกับนักดนตรีเสริมบัฟ ตามมาด้วยพวกกุ๊กที่ไล่แจกจ่ายอาหารเสริมความแข็งแกร่ง มีพวกสายรักษาเฉพาะทางทำให้คนที่บาดเจ็บหนักหายดีเร็วขึ้น การตั้งขบวนก็เป็นรูปแบบโอบล้อมโดยให้พวกสายสนับสนุนอยู่ด้านหลัง มีการจัดกลุ่มปาร์ตี้เพื่อให้นักบวชแต่ละคนสนับสนุนได้ง่ายขึ้น

        เพียงไม่กี่อึดใจรูปขบวนป้องกันก็ตั้งเสร็จ พลธนูระดมยิงจากตำแหน่งที่สูงๆ โดยไม่เจาะจงให้โดนเป้า เป็นวิธีบีบไม่ให้เคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า อาคมพอจะปัดป้องลูกธนูได้ไม่ยากแต่เมื่อต้องถูกเวทมนตร์โจมตีจากระยะไกลเขาก็เริ่มเสียเปรียบมากขึ้น ถึงขนาดที่ต้องถอยหนีออกมาตั้งหลักกันเลยทีเดียว

        "เฮ้ย! เอาไอ้ที่ใช้เคาะประตูออกมาสิวะ"

        "ยิงได้อีกครั้งเดียว แต่อันที่จริงใช้วิธีนี้ง่ายกว่าเยอะ"

        กล่าวจบในมือของนักบวชแมวเหมียวก็มีระเบิดลูกบาศก์ปรากฏขึ้นมา กดปุ่มเสร็จก็เทเลพ็อตส่งระเบิดให้ไปอยู่ในกลุ่มพวกนั้น ขอเพียงแค่มองเห็นตำแหน่งเขาสามารถส่งระเบิดไปที่ไหนก็ได้ ทักษะแบบนี้วิธีใช้งานไร้ขีดจำกัดมาก และยิ่งมาอยู่ในมือของคนแบบเขาด้วยแล้วมันก็ยิ่งเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บจนระดับความอันตรายเพิ่มขึ้น

        เมื่อรูปขบวนแตกกระเจิงด้วยแรงระเบิด ราล์ฟก็ควบคุมดาบให้จัดการกับนักบวชเป็นอันดับแรก นักบวชเหล่านี้ไม่ได้มีความสามารถในการโจมตีสักเท่าไหร่ แต่เครื่องป้องกันที่ใช้ก็เป็นของที่มีคุณภาพ หลายคนนั้นมีประสบการณ์ในการต่อสู้ก็เลยไม่ใช่นักบวชทั่วๆ ไป พวกเขามีการคิดค้นคำศัพท์เฉพาะที่ช่วยให้สื่อสารกันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แค่พูดมันออกมาก็มีคนวิ่งเข้ามาตั้งโล่รับการโจมตีแทน ส่วนนักบวชคนนั้นก็ถอยออกไปและใช้ทักษะสนับสนุน

        นี่เป็นการประสานงานแบบมืออาชีพที่แม้แต่ซากุระยังต้องระมัดระวังเมื่อต้องเผชิญหน้ากัน เพราะในขณะที่เธอคนนั้นทำได้เพียงคาดเดาและวางกลยุทธ์รุกรับจนประสบผลสำเร็จ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างที่คิดเสมอไป ถึงจะประเมินเอาไว้ว่าฝ่ายตนเองมีเลเวลสูงกว่าและการประสานงานที่ยอดเยี่ยม แต่ก็อาจพ่ายแพ้ได้ทุกเมื่อเช่นกันหากศัตรูมีความชำนาญมากกว่า

        สถานการณ์อาจจะพูดได้ว่า 'ตึงมือ' อย่างถึงที่สุด จำนวนที่มากกว่าและชำนาญการต่อสู้เป็นทีม แต่ละคนก็มีฝีมือยอดเยี่ยมเพราะมีการแบ่งปันข้อมูลภายใน จนศึกษาว่าทักษะใดจะช่วยให้ได้เปรียบในการต่อสู้ และฝึกซ้อมกันจนสมาชิกส่วนใหญ่มีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน

        นี่อาจจะเป็นผลลัพธ์ในด้านดีของการก่อตั้งสมาพันธ์วอร์ลอร์ดก็ได้ อนุญาตให้ทุกคนเข้าถึงความลับที่ค้นพบ แต่ก็จะจำกัดเฉพาะผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสมาพันธ์เท่านั้น และยังมีการแบ่งลำดับชั้นเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลที่กำหนดเอาไว้ ทั้งหมดก็เพื่อถือครองความได้เปรียบในการต่อรองและหาประโยชน์ให้ตนเอง ดังนั้นหากคนหนึ่งยอมเสียเงินเพื่อเข้าถึงความลับ ก็จะเกิดความคิดที่ว่าหากตัวเองเปิดเผยมันออกไปสู่สาธารณะมันก็จะไม่ยุติธรรมกับค่าใช้จ่ายและความเหนื่อยยากของตนเอง ส่วนใหญ่ก็เลยเลือกจะเก็บความลับนี้ต่อไป

        โดยส่วนตัวแล้วราล์ฟไม่มีความคิดที่จะต่อต้านระบบแบบนี้แม้แต่น้อย เดิมทีเขาก็เป็นนักธุรกิจในคราบของเด็กมัธยมอยู่แล้ว จึงมองว่าวิธีแบบนี้จะช่วยให้เพลเยอร์มีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็จะทำให้เกิดความแบ่งแยกชนชั้นเพิ่มมากขึ้น

        "ไอ้พวกนี้เก่งกว่าศัตรูก่อนหน้านี้ลิบลับเลย"

        "แน่นอน ก็พวกนี้เป็นมืออาชีพนี่นา ถ้าสู้ภายใต้เงื่อนไขของเกมทุกอย่างโอกาสชนะพวกเรามีไม่มากหรอก แต่ถ้าจะให้พูดพวกเรายังได้เปรียบอยู่หลายอย่างเลย โดยเฉพาะความแข็งแกร่ง"

        ราล์ฟยังคิดว่าพวกเขาแข็งแกร่งกว่าอยู่หลายเท่า มันมีความแตกต่างในเรื่องของจำนวนคนอยู่ แถมคนพวกนี้ยังไม่ได้เข้าถึงความลับของอาชีพอย่างเต็มที่ ทำให้คนที่น่าจะเก่งจึงมีอยู่จำกัด

        ทว่าในตอนนั้นเองกลุ่มโอตาคุทั้งหลายก็ได้เผชิญหน้ากับศัตรูในที่สุด มาถึงจุดที่ปกปิดไม่มิดแล้วทำให้การต่อสู้ดำเนินต่อไปและทวีความรุนแรงขึ้น คาดว่าคงมีการสั่งการเคลื่อนไหวจากภายในและสั่งให้คนที่ว่างอยู่ด้านนอกเข้ามาสนับสนุนด้วย แปลว่ายังทิ้งคนที่สามารถสั่งการกองกำลังได้ไว้ที่นี่ด้วย แต่มันก็อยู่ในการคาดการของราล์ฟเช่นกัน เพียงแต่ถ้าให้ทุกคนแยกกันไปจัดการจะเกิดอันตรายขึ้นมาได้ จึงได้ให้ทุกคนกลับมารวมกันที่ประตูหน้า

        อย่างน้อยๆ ก็อยากจะลดความเสี่ยงลงให้ได้มากที่สุด ถ้ามันมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาเขายังสามารถหนีไปจากที่นี่ได้ทันที หรือหากตึงมือไม่ไหวจริงๆ เดฟอนที่สนับสนุนอยู่ด้านนอกจะจัดการต่อเอง ซึ่งราล์ฟได้วางแผนรับมือสถานการณ์ต่างๆ เอาไว้แล้ว และเพื่อให้ทุกคนกลับมารวมกันได้ เขาจึงปลดผนึกคิริให้ออกมาช่วยต่อสู้ด้วย

        ทันทีที่คิริได้ปรากฏตัวขึ้น มันก็ส่งเสียงร้องอย่างดีใจ พักนี้ราล์ฟไม่ค่อยให้มันได้ต่อสู้มากนักถ้าจะมีก็แค่ตอนไปกวาดล้างดันเจี้ยนเพียงอย่างเดียว แถมตอนนั้นก็เป็นฝีมือของสุริยันซะส่วนใหญ่ ดังนั้นเมื่อได้มีโอกาสแสดงฝีมือ เทคนิคที่มันฝึกฝนอย่างหนักจนตกผลึกเป็นท่าโจมตีที่มีประสิทธิภาพ เปลวไฟถูกพ่นออกมาแผดเผาศัตรูเบื้องหน้าและมันยังวิ่งวนรอบเพื่อสร้างเป็นวงแหวนเพลิง

        แต่คิริเป็นเพียงตัวหลอก เขายังแอบปลดผนึกลิชออกมาด้วยพร้อมกันนั้นก็เทเลพอตมันไปใส่ศัตรู ถึงมันจะอ่อนแอแต่ความสามารถในการดูดกลืนพลังเป็นทักษะที่ร้ายกาจอยู่ ถึงแม้ว่ามันเป็นแค่คลาสทหารเลเวล 1 ก็ตาม

        โดยที่ไม่ทันได้รู้สึกตัวว่าถูกลอบเล่นงานจากทางอื่น ชายเผ่าสมิงคนหนึ่งอยู่ๆ ก็พลังชีวิตหมดลง คำพูดสุดท้ายของเขาก็คือการหันไปต่อว่านักบวชที่อยู่กลุ่มของเขาไม่ยอมทำหน้าที่ ทว่าหากเขาสังเกตให้ดีๆ ก็จะพบว่านักบวชฮีลให้ตามหน้าที่แล้ว โชคร้ายที่ความเร็วในการดูดของลิชเร็วกว่ามาก กว่าราล์ฟจะฝึกสอนมันได้ก็ต้องใช้เวลานานมาก และจากนั้นนักบวชก็เป็นรายต่อไปที่ถูกจัดการ

        ในตอนนั้นราล์ฟเห็นอาคมทำพลาดถูกทักษะบ่อโคลนตรึงขาเอาไว้ ตั้งใจว่าจะบินขึ้นแต่ลูกธนูก็มายิงสกัด น่าจะเพราะพวกนี้เตรียมรับมือกับอาคมมาอย่างดีมาก และนั่นอาจจะรวมถึงมีแผนการรับมือกับเขาเอาไว้ด้วย ผู้หญิงที่ถือควงหอกวิ่งเข้าไปหวังจะแทงให้ได้รับความเสียหาย อาคมคิดหาวิธีรับมือโดยเร็วแต่มันก็ช้าเกินไป ราล์ฟตัดสินใจยิงปืนออกไปจัดการกับคนใช้เวทมนตร์บ่อโคลน และขว้างปืนส่งให้

        "อาคม!"

        และเหมือนจะเข้าใจความคิดกัน อาคมปักดาบลงพื้นใช้ทักษะเกราะดาบป้องกันการโจมตีครั้งแรกสำเร็จ สะบัดมือออกไปคว้าปืนกระบอกนั้นมา ดันนิ้วเปลี่ยนโหมดการโจมตีเป็นแบบที่รุนแรงที่สุด

        "ตูม"

        หลังอาคมกล่าวออกมา ลำแสงสีแดงก้อนใหญ่อัดปะทะผู้หญิงคนนั้นจนกระเด็น สีที่ออกมาเป็นธาตุไฟที่มีคุณสมบัติทวีคูณ ทำให้ขนาดของกระสุนนี้กว้างกว่าเดิมเกือบ 20% ถึงจะไม่ได้ทำให้ตายในทันทีแต่เธอคนนั้นก็ติดสตั๊นท์ไปพักใหญ่ เขาเปลี่ยนโหมดให้เป็นแบบยิงรัว กระหน่ำยิงออกไปเป็นชุดใหญ่ด้วยท่วงท่าที่เหมือนคาวบอย เมื่อกระสุนหมดก็ขว้างส่งคืนให้กับราล์ฟ

        ถึงจะมีคนมาเพิ่มขึ้นแต่ก็ทำได้แค่ให้พวกเขารู้สึกตึงมือเท่านั้น นอกจากหลบฝนธนูกับเวทมนตร์ที่ยิงแบบเล็งเป้า ราล์ฟก็ไม่ได้เคลื่อนไหวหนักๆ เลยสักครั้งเดียว และยังมีการรับมือกับสถานการณ์ที่ใจเย็น คนที่บุกเข้ามาได้นั้นก็โดนราล์ฟจัดการด้วยทักษะต่อสู้มือเปล่า จนอยู่ในสภาพที่จุกจนขยับไม่ได้ก่อนจะโดนตรึงไว้กับพื้นด้วยกระบี่ที่แทงทะลุแขนขา จากนั้นก็งอกกงเล็บออกมาผสานคำสาปและแทงเข้าใส่จุดตาย

        "ให้ตายสิวะ มาไม่หยุดหย่อนเลย"

        "นักบวชพวกนั้นก็เหมือนกับฉันนั่นแหละ"

        "น่ากระทืบเหมือนกัน?"

        "เปล่า เป็นสายสนับสนุนโดยแท้จริง เครื่องประดับกับอาวุธที่พวกนั้นสวมใส่อยู่เป็นประเภทลดดีเลย์การใช้บัฟทำให้ใช้ได้เร็วขึ้น นั่นรวมไปถึงทักษะชุบชีวิตด้วย"

        "งั้นก็เหมือนมีกองทัพอมตะเลยน่ะสิ"

        "ไม่หรอก มีเงื่อนไขอยู่ที่ว่าภายในสามนาทีถ้าไม่ชุบชีวิตก็จะตาย และสิ่งที่ทำก็คือชุบชีวิตกับเพิ่มเลือดเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาโดยสมบูรณ์ถ้าสามารถตัดแขนหรือขาชุบชีวิตไปก็ไม่คุ้มหรอก ทำให้ไม่สามารถต่อสู้ต่อได้แม้จะถูกชุบชีวิตขึ้นมาเป็นการดีที่สุด"

        "ว่าแต่ทำไมแกไม่ทำลายมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ แกมีท่านั่นอยู่ไม่ใช่เหรอ"

        ที่อาคมพูดถึงก็คือ 'หนึ่งบัญชา อาญาสวรรค์' ทักษะประจำดาบเทพเทวะที่มีพลังทำลายมากพอจะถล่มสมาพันธ์วอร์ลอร์ดได้ในครั้งเดียว ถึงแม้ว่าเป้าหมายแรกคือการทำลายก็ตาม แต่ผลที่ได้ก็จะมีแค่ความสะใจชั่วครู่เท่านั้น

        "แปลว่าตอนที่ฉันบอกแผนการนายไม่ได้ฟังเลยล่ะสิ"

        "ทำไมฉันต้องฟังเรื่องชั่วๆ ที่ออกมาจากปากของแกด้วยวะ"

        "เอาเถอะ นายคงยังไม่เข้าใจหรอก เพราะนี่มันเป็นสงครามจิตวิทยา"

        "จิตไม่ปกติมากกว่าว่ะ"

        ราล์ฟไม่คิดจะอธิบายอะไรอีก เพราะอีกไม่นานผลลัพธ์ก็จะปรากฏออกมาให้เห็น ที่ต้องทำตอนนี้คือรอสัญญาณจากเดฟอน แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่จึงได้กำหนดเวลากันเอาไว้ หากมันเกินกว่าที่ตกลงก็จะเปลี่ยนไปใช้แผนสำรองและต้องยอมเสียผลประโยชน์ไป ถึงจะน่าเสียดายแต่ก็ยังดีกว่าต้องล้มเหลวโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย

        กำลังเสริมทยอยมากันที่จุดรวมพล พูดให้ถูกคือหนีจากการไล่ล่ามามากกว่า แต่ละคนถูกเล่นงานจนบาดเจ็บ ไม่ได้สาหัสขนาดที่มองว่าเป็นตัวถ่วงได้ แสดงว่าศัตรูที่อยู่ที่นี่ถือว่าแข็งแกร่งเอาเรื่องเลยเชียวล่ะ ราล์ฟเห็นว่าไม่มีทางเลือกมากนักก็เลยต้องเอาจริงขึ้นมาสักหน่อยโดยการปลดปลอกแขนถ่วงน้ำหนักออก และเปลี่ยนไปถือดาบแทน

        ระบำดาบ!

        เทเลพอตตัวเองเข้าไปกลางวงและสะบัดดาบออกไปด้วยท่วงท่าที่สวยงาม จบการเคลื่อนไหวของกระบวนท่านั้นก็ไม่เปิดช่องว่าง เทเลพอตไปอยู่ในกลุ่มใหม่และโจมตีซ้ำอีกครั้ง ทำแบบนี้จนแนวป้องกันเสียหายหนักมากและมีคนบาดเจ็บสาหัส บางคนก็ถึงกับเสียชีวิตในทันที อาคมไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ เขาเป็นคนเดียวที่รู้ความลับของราล์ฟ และรู้ด้วยว่ามันไม่จำเป็นต้องมีคนช่วยเหลือก็สามารถทำลายสมาพันธ์วอร์ลอร์ดได้ด้วยตัวคนเดียว

        ดาบอาจจะเป็นอาวุธที่มีคนใช้กันมากที่สุด บางคนอาจจะมีดาบที่พลังโจมตีมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะใช้งานคมดาบได้ดีเท่ากัน ราล์ฟได้เปรียบตรงที่เขาฝึกเทคนิคจนชำนาญแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญก็คือยังมีคนที่ไม่รู้ว่ากุ๊กนั้นเป็นอาชีพที่สามารถใช้งานคมมีดได้เหนือกว่าและเพิ่มโบนัสการโจมตีให้เมื่อใช้อาวุธมีคม นี่เป็นข้อได้เปรียบที่ราล์ฟไม่ยอมเปิดเผยมันออกไป

        ความเก่งกาจที่แสดงให้เห็นคงทำให้พวกวอร์ลอร์ดตระหนักแล้วว่าคนที่อันตรายที่สุดไม่ได้มีแค่นักดาบอสูรอาคม แต่ยังรวมไปถึงร้อยศาสตราราล์ฟ ถึงพวกเขาจะดูคลิปวีดีโอการประลองเพื่อศึกษารูปแบบการเคลื่อนไหว คิดกลยุทธ์ในการจัดการก็ตาม น่าเสียดายที่ราล์ฟไม่ใช่คนที่ยึดติดกับรูปแบบ เขาเปลี่ยนแปลงสไตล์การต่อสู้ได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธอะไร แต่ที่เหมือนกันก็คือต้องใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าที่จะเริ่มเคลื่อนไหว ซึ่งข้อสรุปที่พวกเขาได้จากการศึกษาหาวิธีรับมือก็คือ ราล์ฟเป็นนักสู้ที่ออกตัวช้ามาก

        จำเป็นจะต้องจัดการให้เร็วที่สุด แต่โอกาสนั้นแทบจะเป็นศูนย์

        ค่ายกลดาบที่ยากจะบุกฝ่าเข้าไปได้

        ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของเผ่าบีสต์ทำให้การตอบสนองเร็วขึ้น

        มีวิชาต่อสู้มือเปล่าและวิชาดาบที่น่าตกตะลึง

        หรือก็คือ การจะฆ่าเขานั้นเป็นไปไม่ได้เลย ที่พอจะทำได้ก็คือการดึงเวลาออกไปให้ได้นานที่สุด

        พวกเขาได้ประเมินเอาไว้แล้วว่าค่ายกลดาบมีจุดอ่อนตรงที่คิดพลังเยอะมาก น้ำยาจึงมีความจำเป็นทำให้มันเป็นทักษะที่ใช้ตลอดเวลาไม่ได้ โอกาสที่พวกเขาจะตอบโต้ก็คือหลังจากค่ายกลดาบหมดฤทธิ์แล้ว

        และเพื่อตอบสนองความคิดเหล่านั้น ราล์ฟจงใจเก็บอาวุธกลับเข้ามา ทำทีว่าอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้ค่ายกลดาบได้อีก ก็เลยเกิดเป็นความฮึกเหิมขึ้นมาจนมีการออกคำสั่งให้จัดการด้วยค่ายกลที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ราล์ฟขยับยิ้มดูถูกไม่คิดว่าคนพวกนี้จะประเมินเขาต่ำเกินไป ถึงจะยังไม่ถึงขนาดต้องเอาจริง แค่สร้างสถานการณ์ให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเอาจริงน่าจะเพียงพอ คิดเสร็จก็เปิดใช้งานบีสต์โซลเป็นมนุษย์แมวที่มีขนเต็มตัว ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นเขาในสภาพแบบนี้

        "เหอะ ละครแมวอีกล่ะ" อาคมพึมพำผ่านอุปกรณ์สื่อสาร ดูก็รู้ว่าสถานการณ์นี้มันได้เปรียบเห็นๆ แต่แกล้งทำเป็นเอาจริงเพื่อหลอกให้ศัตรูตายใจ

        จุดที่ทำให้อาคมรู้ก็คือ ราล์ฟไม่ใช่คนที่ชอบเจ็บตัวหรือทำให้ตัวเองเกิดบาดแผล เว้นแต่จะเป็นกรณีที่จำเป็นต้องทำเท่านั้น แต่จากที่เห็นมันแกล้งจงใจรับความเสียหายในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายและทำสีหน้าร้อนรนออกมา

        "พวกนายนี่ฝีมือไม่เลวจริงๆ บังคับให้ฉันต้องเอาจริงจนได้"

        "เรื่องตอแหลก็ไม่เป็นรองใครนะโว้ย"

        "แต่อย่าคิดนะว่าจะจัดการฉันได้ด้วยจำนวนแค่นั้น"

        "แถมยังปากดีเป็นที่หนึ่ง"

        "ถ้าจะฆ่าให้ตายคงต้องพยายามกันสักหน่อย"

        "เพราะแกมันชั่วช้าสามานย์ขนาดที่นรกยังไม่ต้อนรับเลย"

        "ถ้าคิดว่าจะจัดการฉันกับรองหัวหน้ากิลด์ฉันได้ก็ลองดู"

        "ใช่ๆ จัดการมันกับรองหัวหน้ากิลด์..." อาคมที่แอบจิกกัดต่อว่าราล์ฟถึงกับหยุดคิดไปพักหนึ่งและทำหน้าตื่นตกใจ "ไอ้แมวผี รองหัวหน้ากิลด์แกมันก็ฉันนี่หว่า"

        "พึ่งจะรู้ตัวเหรอ เจ้าบ้าเอ๊ย"

        ทว่าทั้งหมดที่ทำมานั้นเป็นแค่คำพูดถ่วงเวลา และอาคมก็แค่มีอารมณ์ร่วมไปด้วยเท่านั้นไม่ได้รู้เป้าหมายที่แท้จริงของราล์ฟ เพราะตอนนี้เหล่าโอตาคุทั้งหมดได้มารวมกันที่จุดนัดพบแล้ว สีหน้าของแต่ละคนดูจะปิดบังความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ เพราะเมื่อใดที่ใช้แผนการสำรองนั่นแปลว่าพวกเขาจะไม่ต้องทำอะไรแบบหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไปแล้ว

        "อ๋อ โทษทีฉันลืมไป ไม่ใช่จัดการแค่ฉันกับรองหัวหน้ากิลด์ แต่เป็นจัดการกับพันธมิตรแพนโดร่าต่างหาก"

        และทันทีที่ให้สัญญาณโจมตี ทุกคนก็หยิบเอาระเบิดลูกบาศก์ออกมากดปุ่มและขว้างออกไปพร้อมกัน ส่วนราล์ฟก็เทเลพอตตัวเองออกไปให้พ้นจากรัศมีของแรงระเบิด ยืนมองด้วยรอยยิ้มของคนที่ดีใจเมื่อทุกอย่างเป็นไปเหมือนแผนที่กำหนดเอาไว้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. #13898 SlyBlue (@fuyu-same) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:43
    รากมะม่วง อาคมดูกันดั้มด้วยเหรอ 5555
    #13898
    0
  2. #13731 ~น้ำค้าง~ (@sasiporn01) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 02:43
    แมวกับหมาน่ารักกันจริงๆ =w=
    #13731
    0
  3. #13730 ~น้ำค้าง~ (@sasiporn01) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 02:43
    แมวกับหมาน่ารักกันจริงๆ =w=
    #13730
    0
  4. #13729 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 11:22
    ไม่ไดัอยากคอมเม้นท์ให้เสียเซลฟ์กันหรอกนะคะ เพียงแค่อยากจะถามท่านไรท์ที่รักว่า...

    เอาคุณน้องหมวยจางของเจ๊ ไปแอบซุกไว้ที่ไหนยะ... เงียบกริบเลย
    #13729
    0
  5. #13728 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 07:53
    ขอบคุณมากครับ ^^
    #13728
    0
  6. #13727 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 03:11
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13727
    0
  7. #13726 กระต่ายสีเลือด (@luknam0113) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 23:21
    จะมาเยี่ยมใครต้องเคาะประตู ราล์ฟไม่ได้กล่าวไว้ ฮา
    #13726
    0
  8. #13725 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 23:02
    น่าร้ากกกกกกกกก ขำอาคม ด่าทุกประโยคแต่ฮา "เรื่องตอแหลก็ไม่เป็นรองใคร" 55555555
    ปากดีกับตอแหลหน้าตายนี่เอกลักษณ์ราล์ฟเขาเลยล่ะ แถมฉลาดแกมโกงด้วย ชอบค่ะ555555555
    #13725
    0
  9. #13724 sunny chic (@0442172) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 22:01
    ผู้พันเหมียว555ตั้งชื่อซะน่ารักเลย
    #13724
    0
  10. #13723 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 20:19
    รู้สึกเหมือนมีคนโดนหลอกด่าเลย
    #13723
    0
  11. #13722 rose apple903 (@chompana) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 20:14
    ไรท์เตอร์คะ เห็นมั้ยว่าอาคมกับราล์ฟเหมาะสมกันขนาดไหน ได้โปรดพิจรณาเรื่องนางเอกใหม่อีกทีด้วยเถอะค่ะ
    #13722
    3
    • #13722-2 ReverseB (@rookie-a4) (จากตอนที่ 369)
      19 มกราคม 2560 / 00:17
      เยเด็กก็ดีนะ ไม่เห็นต้องเยชายเลย สามเหลี่ยมเล็กๆ น่ารักจะตาย แทงเข้าไปมีเลือดด้วย
      #13722-2
    • #13722-3 ReverseB (@rookie-a4) (จากตอนที่ 369)
      19 มกราคม 2560 / 00:18
      ทำไมต้องชายชายอ่า เยเด็กเหอะ จิ๊นุ่มนิ่มดีออก สามเหลี่ยมเล็กๆ น่ารัก น่าฟัด
      #13722-3
  12. #13721 Pompam Makionna (@suppamas) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 19:39
    ที่หลุดขำออกมาคือ บากะเรนเจอร์มันเป็นชื่อขบวนการที่เคยเล่นกับเพื่อนตอนเด็ก 
    ...จนสมัยนี้ที่ต่างคนต่างแยกย้าย ตอนเจอกันก็ยังคงเรียกด้วยฉายาเลยเนี่ยสิ 
    5555555555555555555555555555555555555555555
    #13721
    0
  13. #13720 RealRD (@RealRD) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 19:20
    ราล์ฟกะอาคมนี่คู่หูคู่ฮาของแท้
    #13720
    0
  14. #13719 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 19:17
    ตอนนี้ทำให้รู้ว่าอาคมโครตซื่อบื้อ เอ๊ะ! หรือซื่อบื้ออยู่แล้ว5555
    #13719
    0
  15. #13718 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 19:11
    สนุกสนานกันเลยนะเนี่ย
    #13718
    0
  16. #13717 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 19:08
    ขำอาคม กว่าจะรู้ว่าเป็นตัวเอง อิ อิ
    #13717
    0
  17. #13716 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 19:04
    หยุดเลยนะ พวก สาย วาย อย่าแม้แต่จะคิด อย่ามโนจนเลือด กำดาวพุ่ง นะ ห้ามเด็จขาด // ซับเลือดแป๊บ
    #13716
    0
  18. #13715 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 18:54
    ชอบโมเม้นท์แมวๆ เอ๊ย ... ก็แมวๆแหละมั้ง ราล์ฟเป็นแมวหนิ 5555
    ชอบโมเม้นท์อาคมกับราล์ฟทะเลาะกัน อ่านแล้วยิ้ม :) :D
    #13715
    0
  19. #13714 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 03:31
    ดูน่ารักก็เมื่ออาคมเรียกฉานากลับด้วยนี่แหละ จำใจยอมรับใช่ไหม
    #13714
    0
  20. #13713 aey1993 (@aey1993) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 03:04
    นี่เรียกว่าเคาะประตู แล้วรึ สนั่นหวั่นไหวเลยทั้งเมือง คงมารวมตัวกันช่วย
    #13713
    0
  21. #13712 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 23:27
    นี่เรียกเคาะประตู... มารยาทดี้ดีเนาะ อิ อิ
    #13712
    0
  22. #13709 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 21:09
    ผลออกมาเป็นยังไงไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องมันมากแน่ๆ
    #13709
    0
  23. #13708 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 09:10
    ขอบคุณมากที่บอกค่ะ ไม่รู้เลยจริงๆค่ะ5555 ที่บ้านไม่ให้เลี้ยงสัตว์อ่ะ แหะๆ ;-;
    #13708
    0
  24. #13707 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 20:35
    เคาะประตูได้น่ารักมากกกก
    ดีงามมมม
    #13707
    0
  25. #13704 Kenzama (@kenzama) (จากตอนที่ 369)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 17:57
    เคาะประตูบ้านสไตล์ราล์ฟ

    ถ้าจะมาที่บ้านแจ้งก่อนซัก5นาทีจะปูพรมแดงรอ T_T
    #13704
    0