[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,035 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,087 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,306

    Overall
    1,474,035

ตอนที่ 366 : บทที่ 20 การกวาดล้าง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    27 ธ.ค. 59

บทที่ 20 การกวาดล้าง (100%)

 

        ถึงจะมีปัญหาทำให้เกิดการปะทะกันอยู่หลายครั้ง แต่เพลเยอร์ส่วนใหญ่มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ การชิงชัยระหว่างกิลด์ถือว่าเป็นสีสันอย่างหนึ่งของเกม นั่นก็เพื่อชื่อเสียงที่โด่งดังในเกมนั้นๆ เหล่าผู้คนที่สังกัดกิลด์ทั้งหลายต่างก็อยากให้กิลด์ที่ตนเองอยู่นั้นติดอันดับต้นๆ จึงได้ทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ การถูกทำลายไม่ว่าจะทางด้านไหนก็จะส่งผลให้คะแนนชื่อเสียงเสียหาย ซึ่งก็ตรวจสอบเกี่ยวกับคะแนนได้จากอาคารปรึกษาทุกเมือง

        การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งได้แยกตัวกระจายกันออกไป โดยมีเป้าหมายอยู่ที่กิลด์ฮาร์ต จากข้อมูลนั้นทราบว่ากิลด์ฮาร์ตรับหน้าที่ฟาร์มไอเทมส่งต่อไปให้สมาพันธ์วอร์ลอร์ด โดยจะได้รับไอเทมตอบแทนกลับมาโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรมากนัก นั่นจึงเป็นเป้าหมายที่ทำให้คืนนี้พวกเขากำลังจะถูกโจมตี

        "ข้างหน้ามีอยู่สามคนพวกนายสู้ไม่ไหวแน่นอน อย่าพึ่งเข้าปะทะจนกว่าจะให้สัญญาณ"

        เสียงนั้นดังออกมาจากอุปกรณ์สื่อสารรูปทรงคล้ายกับสมอล์ทอล์คสวมใส่อยู่ที่ใบหูของทุกคน เจ้าสิ่งนี้ช่วยให้ไม่จำเป็นต้องใช้การพิมพ์เพื่อส่งข่าว แต่จะพูดคุยกันได้โดยตรงมันสะดวกมากเมื่อต้องการส่งข่าวในขณะที่ต่อสู้อยู่

        ดวงตาวิเศษกำลังมองภาพทุกอย่างจากมุมสูง ฟิลเตอร์กรองแสง ระบบอินฟราเรท ระบบตรวจจับความร้อน ทุกอย่างรวมอยู่ในเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ มันถูกควบคุมผ่านแผงบังคับของชายหนุ่มที่อดชื่นชมกับผลงานของตัวเองไม่ได้ และภาพที่อุปกรณ์นั้นเห็นก็ถูกส่งมายังหน้าจอเสมือนที่ฉายโดยหุ่นยนต์เอนกประสงค์นามว่าเซเว่น

        "ให้ตายเถอะ ถ้าใครบอกว่ากิลด์พวกนี้มันเล็กก็อยากจะให้มาเห็นจำนวนคนซะจริงๆ" เป็นเสียงพร่ำบ่นของเดฟอนหลังจากที่ได้เห็นกลุ่มความร้อนจำนวนไม่น้อยรวมกันอยู่หลังกำแพง ดูจากท่าทางคงกำลังมีงานฉลองทำให้การป้องกันไม่ค่อยรัดกุมสักเท่าไหร่

        "อย่างมากก็แค่เจ็ดสิบแปดคน" ราล์ฟขยับรอยยิ้ม เจ้าอุปกรณ์แสนสะดวกเหล่านี้เหมาะมากสำหรับสายบัญชาการรบ ไม่จำเป็นต้องฟังข้อมูลจากคนอื่นมาวิเคราะห์อีกครั้ง เขาสามารถยืนยันสถานการณ์ได้ด้วยตาคู่นี้ "ก่อนอื่นต้องจัดการกับสามคนนั่นก่อน พอจะทำได้ไหม"

        "เหมือนถามว่าพระอาทิตย์ส่องแสงได้ไหม" เดฟอนหัวเราะ ปรับโดรนที่ควบคุมให้เป็นโหมดเล็งยิง "เซเว่นระบุตำแหน่งของเป้าหมายสามคน วิเคราะห์จุดเหลื่อมล้ำของวิถีแนวยิง"

        "ทำเองไม่เป็นหรือยังไง โอ้ ลืมไปเจ้ามันโง่"

        "ไอ้หุ่นซักกะบ๊วย รีบๆ ทำเถอะน่าเดี๋ยวพ่อปัดจับแยกส่วนซะเลยนี่"

        เพียงพริบตาบนหน้าจอก็ปรากฏเป้าเล็งยิงทั้งหมด เกิดเสียง 'ฟุบ' ติดกันสามครั้ง ลูกดอกยาก็พุ่งปักเข้าที่คอของทั้งสามคน และแทบจะในทันที่ที่ร่างทั้งสามนั้นล้มลงโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง หลังจากนั้นราล์ฟก็ได้ให้สัญญาณจู่โจมทันที เมื่อศัตรูไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ก็เป็นการง่ายที่จะจัดการ

        "ลูกดอกยาอัมพาต อภินันทนาการจากร้านน้องเหมียวสี่ขา"

        แม้จะบอกว่าเป็นสิ่งที่ได้มาจากร้านนั้น แต่คนที่ทำมันขึ้นมาก็คือนิมป์ ผู้ที่เรียกได้ว่าเชี่ยวชาญเรื่องยาพิษมากที่สุดในกลุ่ม ในขณะที่อารินทำได้เพียงยารักษาและไม่แตะต้องยาอันตรายโดยเด็ดขาด

        การปฏิบัติงานของกิลด์แพนโดร่านั้นอยู่ห่างจากที่ตั้งของกิลด์ฮาร์ตเพียงไม่ถึงสองร้อยเมตร และใช้คนปฏิบัติการเพียงไม่มาก และถึงแม้ว่าในการประชุมกิลด์เพื่อเริ่มแผนปฏิบัติการจะมีคนมองว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็ตาม สุดท้ายแล้วการปฏิบัติการนี้ก็หักล้างความคิดที่ว่าเป็นไปไม่ได้ไปจนหมด เหลือเพียงแค่ความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อย

        โดรนบังคับเป็นโลหะที่ติดตั้งสนามพลังสำหรับอำพรางตัว ไม่มีทางจะถูกมองเห็นได้นอกเสียจากจะมีระบบตรวจสอบซึ่งเป็นเทคโนโลยีในระดับเดียวกัน ทักษะตรวจจับของเพลเยอร์ก็ไม่มีผลต่อสิ่งของ นั่นทำให้การสอดแนมเป็นไปได้อย่างง่ายดาย น่าเสียดายที่ไม่มีระบบลำโพงไม่อย่างนั้นมันจะเป็นอุปกรณ์สุดแสนจะโกงที่ไม่จำเป็นต้องมีสายสืบก็ยังได้

        ราล์ฟฝากพวกไรอันจัดการกับคนของกิลด์ฮาร์ตที่แยกตัวออกมาเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อตัดกำลัง อาวุธเทคโนโลยีใหม่นี้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงที่มีข้อเสียคือการใช้งานที่ไม่ค่อยจะนาน เปิดปิดควบคุมความรุนแรงได้ทำให้การสังหารนั้นใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์สำหรับการลอบสังหารที่จะปล่อยคลื่นสนามพลังออกมาเพื่อพรางตัวเองเป็นอุปกรณ์ที่ลิลลี่ให้ความสนใจมาก ทำให้เธอสามารถลอบเร้นสังหารเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย

        "แล้วทำไมมีแต่ฉันที่ต้องถูกเขี่ยทิ้งออกจากแผนด้วยล่ะยะ"

       "ใครให้อุปกรณ์สื่อสารกับยัยนี่เนี่ย" ราล์ฟหันไปถามหัวหน้าหน่วยวิทยาการที่แกล้งผิวปากไม่รู้ไม่ชี้

        "ทำไม ฉันได้มาแล้วมีปัญหาอะไร ตอบฉันมาสิว่าทำไมฉันไม่ได้ไปกับเพื่อนๆ คิดจะขังฉันไว้เหรอ"

       ราล์ฟทำหน้าประมาณว่า 'ฉันเตือนนายแล้ว' ใส่เดฟอน ซึ่งเจ้าตัวเองคงรู้สึกรำคาญเหมือนกัน ที่แจกให้ไปนั่นเป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิดเล็กน้อยที่คิดว่าให้แจกกับพวกไรอันโดยเว้นแค่ลาเวนเดอร์

       "ถ้าเธอถูกล่ามโซ่นั่นแหละถึงจะเรียกว่าขัง แล้วที่ฉันไม่ให้เธอเข้าร่วมเพราะนี่เป็นปฏิบัติการที่ใช้ความสามารถทางร่างกายซึ่งเธอไม่มีเลย"

        "แบบนี้มันเลือกปฏิบัติชัดๆ ฉันก็เป็นสมาชิกกิลด์แพนโดร่าเหมือนกันนะ"

        ก่อนหน้านี้ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนว่าหงส์จะไม่พอใจที่ต้องเข้ากิลด์นี้อย่างชัดเจน ที่ยอมเข้าร่วมก็เพราะไม่อยากถูกเพื่อนในกลุ่มทิ้งให้อยู่คนเดียว มองยังไงก็เป็นพวกขี้เหงาซะมากกว่า

        "แล้วหน้าที่ของเธอล่ะ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าปฏิบัติการนี้ทุกคนมีหน้าที่หมด แค่การที่ไม่ได้อยู่กับเพื่อนก็ทำให้เธออ่อนแอแล้วยังงั้นเหรอ"

        "นี่อีตาบ้า ฉันอายุมากกว่านายนะ"

       และเมื่อเถียงไม่ได้ก็ไร้เหตุผลใส่ น่าแปลกใจที่พวกเพื่อนๆ ยังอดทนมาได้ถึงขนาดนี้

        "ตอนนี้ฉันต้องการสมาธิ ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอตายก็วางสายไปซะ หรือถ้าเธออยากทำให้เพื่อนตายก็คุยต่อได้ จะเปิดโอกาสให้คุยกัน"

        เกิดเสียงฮึดฮัดไม่พอใจก่อนจะยอมวางสายไป พอทุกอย่างกลับมาอยู่ในความดูแลของเขาอีกครั้งก็กล่าวขอโทษที่เสียเวลาและออกคำสั่งให้เคลื่อนไหว แม้จะอยู่ในสภาพล่องหนแต่ก็ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ให้เซเว่นแสกนแผนที่ภายในอาคารออกมาทำให้มองเห็นเส้นทางทั้งหมดได้เลย วิทยาการพวกนี้ช่างเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุดในเกมแล้ว และเป็นโชคดีที่เขาได้มันมาไว้ในครอบครอง

        พบเจอกับศัตรูระหว่างทาง แต่ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญเพราะพวกไรอันเตรียมตัวอยู่ก่อน ปลดสถานะจากการล่องหนเปิดฉากจู่โจมโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ไม่ถึงห้าวินาทีศัตรูก็ถูกจัดการ ต้องยอมรับว่าอาวุธใหม่ของพวกเขาทำให้แข็งแกร่งขึ้นได้ในระยะเวลาสั้นๆ จากนั้นก็ลอบเร้นเข้าไปในพื้นที่ที่ไร้ซึ่งการเฝ้าระวัง

        การเข้ามาในพื้นที่กิลด์ของคนอื่นย่อมอาจถูกเล่นงานได้ทุกเมื่อ แต่ถึงอย่างไรเกมนี้ก็ไม่ได้มีข้อบังคับที่ชัดเจนขนาดนั้น มันเป็นเพียงแค่กฎที่เพลเยอร์ตั้งขึ้นมาเอง ราล์ฟแค่ทำความเข้าใจกับกฎของระบบและมองหาช่องทางว่าการกระทำแบบใดไม่ผิดกฎของเกมจนโดนแบนไอดีก็พอ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกฎที่เพลเยอร์แต่งตั้งกันขึ้นมาเอง

        "เดี๋ยวก่อน ข้างหน้ามีคลาสขุนนางอยู่พวกนายเอาไม่อยู่แน่ เปลี่ยนเส้นทางซะ"

        ราล์ฟสามารถระบุความแข็งแกร่งได้เพียงแค่มอง เป็นทักษะจำเป็นที่ทำให้เขาตระหนักถึงความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม มันไม่ใช่ทักษะในเกมแต่เป็นสิ่งที่ฝึกฝนมาจากชีวิตจริง พอเข้ามาในเกมก็ปรับปรุงความสามารถนี้ให้เข้ากันได้ นั่นช่วยให้สามารถตัดสินใจการรบได้ดีขึ้น

        ให้พวกไรอันเปลี่ยนเส้นทางโดยเร็ว ปฏิบัติการนี้จะต้องเงียบเป็นที่สุด หลีกเลี่ยงการปะทะที่ไม่จำเป็นเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ถึงจะประเมินว่ามีโอกาสผิดพลาดและเตรียมแผนสำรองเอาไว้ก็ตาม

        "แบบนี้จะไหวเหรอ โดรนฉันไม่ได้มีกระสุนยาไม่จำกัดนะ"

        "ถ้ามันผิดแผนฉันจะเป็นคนลุยเอง" ราล์ฟสะบัดชายผ้าคลุมเผยให้เห็นปืนสั้นคู่ที่เหน็บอยู่ข้างเอว

        "อยากให้มันเว่อวังอลังการสินะ"

        ถึงจะมีอาวุธเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอยู่มากมาย แต่แพนโดร่ามีสมาชิกที่น้อยจนน่าใจหาย น่ากลัวว่าหากสร้างปัญหาจนถูกเพ่งเล็งต่อไปจะถูกกลุ่มคนพุ่งเป้ามาที่กิลด์เพียงเพื่อต้องการเทคโนโลยีของพวกเขา

        การลอบเร้นเข้าไปในพื้นที่กิลด์ฮาร์ตใช้เวลาค่อนข้างเกินกว่าที่กำหนดเอาไว้พอดู แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดรู้ตัวถึงสิ่งที่กำลังจะเกิด อุปกรณ์ที่มอบให้ทั้งสามคนไปนั้นเป็นบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกับระเบิดแต่มันไม่มีระยะการทำลายที่กว้างขนาดนั้น ซึ่งเจ้าตัวนี้พัฒนามาจากปืนยิงทลายหิน แค่นำไปติดตั้งเอาไว้ตามเสาหลักและเปิดสวิตซ์ให้เรียบร้อย จากนั้นก็รอสัญญาณจากด้านนอกเท่านั้น

        ภาพแสกนแผนผังภายในอาคารจากมุมสูง ถูกมาร์กตำแหน่งจุดติดตั้งอุปกรณ์สั่นสะเทือนกำลังสูงลงไป ตอนนี้เหลืออีกแค่จุดเดียวก็จะถึงเวลาถอนกำลังตามแผน โดยผู้ที่ต้องไปติดตั้งก็คือลิลลี่ ราล์ฟยอมรับในตัวของผู้หญิงคนนี้อย่างมาก ไม่ว่าจะด้านใดก็ตามเธอจะทำมันออกมาอย่างถึงที่สุด พอติดตั้งเสร็จก็รายงานผลให้ทราบก่อนจะถอนตัว รอจนทั้งสามคนออกมายังจุดนัดพบก็หันไปบอกเดฟอน

        "จัดการได้เลย"

        "แหม ปล่อยให้รอซะนาน"

        เพียงปุ่มเดียวที่อยู่ในมือของเดฟอน เกิดเสียงสั่นไหวอย่างรุนแรงในเขตของกิลด์ฮาร์ต พวกเขารับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นก่อนที่ตัวอาคารจะเริ่มมีการทรุดตัวลง เป็นการคำนวณจุดต่างๆ มาอย่างดีทำให้ภาพที่ได้นั้นเหมือนกับการระเบิดตึกสูงในชั่วอึดใจ และแน่นอนว่าการที่ภายในนั้นมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีสภาพเป็นอย่างไร

        กิลด์ฮาร์ตถูกทำลายลงโดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของผู้ใด นี่จะต้องเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนต้องการทราบสาเหตุอย่างแน่นอน และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้สมาชิกที่กำลังเลี้ยงฉลองอยู่ภายในตึกต่างก็ถูกซากตึกทับตาย ความเสียหายที่ประเมินเป็นตัวเลขได้ลำบาก ทำให้กิลด์ฮาร์ตอาจจะต้องระดมเงินทุนเพื่อสร้างอาคารหลังใหม่ แต่นั่นคงเป็นเรื่องยากที่จะขอความร่วมมือกับสมาชิกล่ะนะ

        ไม่มีใครเชื่อแน่ว่าต้นเหตุของตึกกิลด์ฮาร์ตที่ถล่มลงมานั้นจะเป็นฝีมือของนักบวชแมวเหมียวที่ย้ายสถานที่มายังจุดเกิดของผู้เสียชีวิต เรื่องราวนี้ยังไม่จบเพราะเขาต้องการแสดงตัวให้เห็นและเริ่มต้นกวาดล้างกิลด์สังกัดสมาพันธ์วอร์ลอร์ด อยากรู้นักว่าหากต้องเสียชีวิตหลายๆ ครั้งเข้าจะเป็นอย่างไร มิหนำซ้ำไม่ใช่การลดแบบเลเวลเดียวเสียด้วย

         กิลด์ฮาร์ตเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น แม้จะเป็นกิลด์ที่แทบจะไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับเพลเยอร์คนอื่น แต่ก็เป็นกิลด์ที่แข็งแกร่งมากที่สังกัดในสมาพันธ์วอร์ลอร์ด จำเป็นต้องตัดกำลังรบและทรัพยากรสำคัญอย่างเร่งด่วน จะขอยืมมือพวกซากุระที่ทำอะไรหนักมือมากไม่ได้เนื่องจากต้องรักษาหน้าตา เพราะฉะนั้นราล์ฟจึงต้องเป็นคนทำงานสกปรกพวกนี้ด้วยตัวเอง

        "ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะต้องมาทำตามคำสั่งของแก ทั้งๆ ที่แกเองก็จัดการเองได้"

        อาคมทำเสียงไม่พอใจ ที่ต้องออกจากร้านน้องเหมียวสี่ขาวาปมาที่คลาเซียร์เพื่อทำงานสกปรกพวกนี้ ถึงจะมีเหตุผลที่น่าฟังเพียงใด แต่อาคมก็ไม่อยากให้ความสนใจกับเกมมันมากนัก ที่เขาต้องการก็มีแค่การแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องน้องสาวในเกมนี้เท่านั้น และถึงแม้ว่านี่จะเป็นอีกหนทางที่สามารถช่วยปกป้องน้องสาวเขาได้ แต่การถูกใช้งานเหมือนตัวหมากก็เป็นสิ่งที่ไม่ชอบเอาซะเลย

        "ที่นายพูดมามันก็ถูก แต่ฉันยังไม่อยากเปิดเผยไพ่ในมือมากนัก"

        "โจ๊กเกอร์อย่างแกมีไพ่ในมือจำกัดด้วยงั้นเหรอ" อาคมแค่นหัวเราะ เท่าที่จำได้ราล์ฟเปิดเผยไพ่ในมือมานับไม่ถ้วนและยังขยันหาไพ่ใบใหม่มาไว้ในมืออยู่เรื่อยๆ เป็นคนที่ชอบเตรียมพร้อมล่วงหน้าอย่างใจเย็น และแสร้งทำเป็นว่ากลั้นใจเปิดเผยไพ่ในมือหมดแล้ว

        ใช้เวลาพอสมควรกว่าที่คนพวกนั้นจะได้เวลาเกิด ด้วยความที่เสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกัน เพียงพริบตาก็แน่นเอียดไปด้วยสมาชิกกิลด์ฮาร์ต แต่ละคนอยากจะรู้สาเหตุของการตายอย่างเร่งด่วน ทว่าคำตอบนั้นอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาแล้ว แผ่นป้ายที่เขียนด้วยลายมือสุดน่ารักกับข้อความที่ยั่วโมโหกิลด์ฮาร์ตได้เป็นอย่างดี

        'คนที่ทำลายกิลด์ฮาร์ตคือพวกเรา...แพนโดร่า'

       เพียงแต่การต่อสู้ยังไม่เกิดขึ้น แม้จะมีคนคันมืออยากจะลุยเต็มที่ หัวหน้ากิลด์ฮาร์ตเป็นคนมีเหตุผลอยู่พอสมควรและไม่ตัดสินใจลงมือด้วยอารมณ์ อย่างน้อยการที่กล้ามาเผชิญหน้าก็แสดงว่าเตรียมการรับมือเอาไว้ก่อนแล้ว

        ยิ่งไปกว่านั้นเบื้องหน้าของพวกเขาคือ นักดาบอสูรอาคม และ ร้อยศาสตราราล์ฟ

        "พวกคุณเป็นคนทำเรื่องนี้อย่างนั้นหรือครับ"

        "ใช่" ราล์ฟยอมรับ

        "ขอฟังเหตุผลได้หรือเปล่า ถ้าเป็นการทำเพื่อล้างแค้นพวกเราจะช่วยชดเชยให้"

        ตอนนี้หัวหน้ากิลด์ฮาร์ตไม่อยากสร้างศัตรูโดยใช่เหตุ ความตายในเกมมันก็แค่สิ่งที่ต้องเกิดขึ้น หากเจ็บใจและเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นก็จะกลายเป็นศัตรูกันชนิดที่มองหน้าไม่ติด คงเพราะรู้ดีว่าตนเองไม่อาจเทียบเคียงฝีมือของนักดาบอสูรอาคมคนนั้นได้เลย เพื่อเลี่ยงเหตุการณ์ร้ายๆ การทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็เป็นสิ่งที่สมควรทำ

        "เพราะพวกนายสังกัดสมาพันธ์วอร์ลอร์ด" ราล์ฟยังคงตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย

        "เหตุผลแค่นั้นถึงกับต้องทำอะไรแบบนี้เลยงั้นเหรอครับ"

        "เหตุผล 'แค่นั้น' นั่นแหละที่ทำให้ฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ ก็จริงที่กิลด์ฮาร์ตไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้กับผู้อื่น แต่จะให้มองข้ามไปก็เป็นไปไม่ได้ซะด้วย"

        ถึงจะไม่ได้มีความผิดแต่ก็ตัดสินไปแล้วว่าเป็นศัตรู ราล์ฟไม่ใช่คนที่ใจดีขนาดจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หากรู้ว่าเป็นเนื้อร้ายก็ต้องตัดทิ้งในทันที ที่ต้องเลือกกิลด์ฮาร์ตเป็นกิลด์แรกในการลงมือก็เนื่องจากการเป็นกิลด์ที่มีคนเก่งอยู่เป็นจำนวนมาก และหัวหน้ากิลด์ฮาร์ตเป็นคนฉลาดที่ไม่แก้ปัญหาด้วยอารมณ์

        "คุณต้องการอะไร"

        "ถามได้ตรงประเด็นดีมาก ฉันต้องการให้พวกนายออกไปจากเมืองนี้และเดี๋ยวนี้"

        "ทำไมพวกเราจะต้องทำอะไรแบบนั้นด้วย คุณมันก็แค่พวกบ้าอำนาจ แค่คิดว่าตัวเองเป็นยอดฝีมือแล้วจะสั่งให้ใครทำอะไรก็ได้งั้นเหรอครับ ไร้สาระ จะบอกให้รู้ว่าคนที่เก่งกว่าคุณยังมีตั้งมากมาย"

        "อย่างน้อยก็หนึ่งคนล่ะที่ฉันรู้จักดี" ราล์ฟตอบแบบไม่หยี่ระ มองเห็นว่ามีคนแอบพิมพ์ข้อความอะไรบางอย่าง จากนั้นก็เห็นกิลด์ฮาร์ตเริ่มขยับตัวเพื่อเตรียมจู่โจม "และฉันหวังว่านั่นคงไม่ใช่คำตอบของพวกนายหรอกนะ"

        "พวกคุณมีกันแค่สองคนเองไม่ใช่เหรอครับ ทางผมมีตั้งเจ็ดสิบกว่าคน"

        "เจ็ดสิบแปดคน ถ้าต้องการตัวเลขที่แน่นอนฉันบอกให้ก็ได้"

        "พวกคุณอาจจะเป็นยอดฝีมือที่สร้างชื่อเสียง แต่พวกเราเองก็ไม่คิดว่าจะกระจอกถึงขนาดทำอะไรพวกคุณไม่ได้หรอกนะครับ"

        พูดจบก็ส่งสัญญาณมือบอกให้ทุกคนใช้กลยุทธ์ที่ซุ่มฝึกกันมา สร้างค่ายกลเฉพาะตัวขึ้น บรรดาผู้ที่มีเผ่าพันธุ์สายบีสต์ก็ใช้ร่างครึ่งสัตว์เสริมความแข็งแกร่งทางกายภาพให้ตัวเอง พวกที่เป็นอาชีพสายสนับสนุนก็ถอยหลบไปเพื่อคอยสนับสนุนอยู่ห่างๆ จำนวนคนที่แตกต่างนั้นเห็นได้ชัดว่าสองคนไม่มีทางเอาอยู่แน่นอน

        ราล์ฟไม่จำเป็นต้องขยับตัวเลยก็ได้ หากอีกฝ่ายใช้ค่ายกลมนุษย์มาต่อสู้ เขาก็มีค่ายกลดาบคอยตั้งรับ และถ้าจำเป็นต้องลงมือก็มั่นใจว่าจัดการได้ในระยะเวลาสั้นๆ เพียงแต่การทำแบบนั้นที่ให้อาคมมาด้วยมันก็สูญเปล่า ตั้งใจว่าจะให้รับรู้ความแข็งแกร่งของแพนโดร่าผ่านการปะทะในครั้งนี้

        "แกนี่ขยันหาเรื่องคนอื่นชะมัด อยู่เฉยๆ มันจะตายให้ได้เลยหรือไง" อาคมไม่สมอารมณ์ที่ต้องมาเสียแรงเปล่าเพราะเรื่องไร้สาระ ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดเกราะอสูรลำพังแค่ดาบภูตมายาในมือเล่มเดียวก็เพียงพอ

        ครั้นจะลงมือแต่เมื่อได้เห็นท่าทางที่ดูมั่นใจก็ปล่อยให้อาคมเป็นคนจัดการ ศัตรูจำนวนไม่น้อยพุ่งทะยานไปรอบๆ ที่ชายหนุ่มทำก็มีแค่ปรายตามอง และในพริบตาที่ถูกโจมตีจากทางด้านหลังก็แค่ขยับตัวหลบเล็กน้อย แทงปลอกดาบใส่ศัตรูจนจุกและปิดฉากสังหารในวินาทีเดียว ด้วยการเคลื่อนไหวนั่นเองราล์ฟพอจะมองออกว่ามันคือวิชาหมัดสยบฟ้าที่ดัดแปลงให้เข้ากับวิชาดาบ เป็นท่าสำหรับหยุดการเคลื่อนไหวคู่ต่อสู้ให้ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้

        ไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่านั่นแปลว่าถูกเทรนมาอย่างดี อาคมในตอนนี้คงหาคนรับมือด้วยได้ยากแล้ว เหยื่อรายต่อไปที่กำลังจะวิ่งเข้ามาก็ถูกอาคมดีดไพ่ให้หมุนตีโค้งกลับมาอยู่ในมืออีกข้าง เพียงแค่รวบมือสะบัดสวนทางศีรษะก็ถูกบั่นจนขาดโดยอาวุธที่แท้จริงของมันคือเอ็นตกปลา ต้องบอกว่านี่แหละคือมายากลสังหารของจริง

        ตวัดนิ้วชี้ท้าทายให้บุกเข้ามา หลังจากที่สังหารไปสองคนเพียงไม่กี่อึดใจก็สร้างแรงกดดันให้กับกิลด์ฮาร์ต ชั้นเชิงในการใช้พลังดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ไม่ใช่สักแต่จะใช้พลังไปอย่างสูญเปล่า นั่นทำให้พวกกิลด์ฮาร์ตระวังตัวกันมากขึ้นจนถึงขั้นส่งสายตาถามความเห็นกับทางหัวหน้ากิลด์ แบบนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกฆ่ารอบสองโดยทำอะไรไม่ได้เลย

        ทั้งที่มันควรจะเป็นแบบนั้น ก็ต้องยอมรับความเข้าใจสถานการณ์ของหัวหน้ากิลด์ฮาร์ตที่ประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ การปะทะกันจึงจบลงที่มีผู้เสียชีวิตเพียงสองคน และถ้าหากลางสังหรณ์ของเขาไม่ได้ผิดเพี้ยนไปล่ะก็ ร้อยศาสตราราล์ฟก็ไม่ใช่คนที่จะยอมอยู่เฉยๆ โดยไม่เตรียมแผนรองรับเอาไว้โดยเด็ดขาด โดยไม่รู้สึกตัวเลยว่าบัดนี้เข็มนับพันเล่มลอยวนอยู่เหนือศีรษะของพวกตน เพื่อใช้ควบคุมสถานการณ์หากมีอะไรผิดพลาด

        "พวกเราจะย้ายออกจากเมืองนี้ตามที่พวกคุณร้องขอ"

        "แก้ไขความเข้าใจผิดนิดหน่อย นี่ไม่ใช่การร้องขอแต่เป็นคำสั่ง ผลลัพธ์เหมือนกันแค่แตกต่างวิธีการ"

        "ยังมีกิลด์อีกมากมายที่สังกัดสมาพันธ์วอร์ลอร์ด คุณตั้งใจจะเป็นศัตรูด้วยจำนวนคนเล็กๆ นั่นเหรอ"

        "พวกนั้นก็มีทางเลือกไม่ต่างกันมากนักหรอก ยิ่งไปกว่านั้นฉันไม่ได้หวังว่าพวกนายจะยอมทำตามคำพูดสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มีคนหายไปหนึ่งคนหลังจากที่เริ่มใช้ค่ายกลด้วย" ราล์ฟเผยยิ้มเล็กน้อย กิลด์ฮาร์ตอาจจะคุยง่ายก็จริง แต่คนเป็นหัวหน้ากิลด์ก็ถือว่าเจ้าเล่ห์พอดู คงคิดว่าจะไม่มีใครทันสังเกตว่ามีคนหายไปคนหนึ่ง

        "พยายามถ่วงเวลาด้วยการเจรจาอย่างสันติ แล้วส่งคนไปขอความช่วยเหลือ ความจริงแล้วพูดขอฉันดีๆ ฉันก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น ดีไม่ดีอาจจะเปิดทางอำนวยความสะดวกให้เลยก็ได้ แต่โชคร้ายหน่อยนะที่ตรงนี้ไม่ได้มีแค่พวกฉันสองคน และคำสั่งของฉันก็คือหากมีใครออกไปโดยที่ฉันไม่ได้อนุญาตให้จัดการขั้นเด็ดขาด"

        โดยแทบจะในทันทีที่เปิดดูช่องรายชื่อสมาชิกในกิลด์ที่ขึ้นว่าเสียชีวิต หัวหน้ากิลด์ฮาร์ตก็ยังคงไม่ตื่นตระหนกและคิดหาทางรับมือให้ได้ เพราะตนเองก็ไม่ชอบใจเหมือนกันที่ถูกบังคับให้ย้ายออกไปเพียงเพราะเหตุผลเล็กน้อยพวกนั้น ก่อนหน้านี้ก็มีประเด็นที่สมาพันธ์วอร์ลอร์ดถูกกดดันอย่างหนักจากสมาพันธ์บลู ลิเบอร์ตี้ จนเวลานี้ถูกบีบให้อยู่แค่ในเมืองอาร์วิเนียจนไม่ได้รับความสะดวกในการออกล่า ถ้ายอมทิ้งเมืองนี้สถานการณ์จากนี้จะต้องเลวร้ายลงไปแน่

        "พวกเรามาเจรจากันดีๆ เหมือนที่คนมีการศึกษาเขาทำกันดีกว่า"

        "ฉันไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น" ราล์ฟปฏิเสธโดยทำท่าเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาเพื่อดูเวลา "และฉันยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกตั้งเยอะ ในเมื่อพวกนายปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องเกรงใจกันอีก"

        ไม่จำเป็นต้องทำสัญลักษณ์ท่าทางบอกให้โจมตี เข็มนับพันเล่มก็พุ่งลงมาจู่โจมใส่ศัตรูทั้งหมดแม้ดาเมจที่ทำออกมานั้นจะขึ้นมาเพียงแค่ '1' จุด แต่จำนวนที่มากและความเร็วในการควบคุมเพียงไม่กี่นาทีก็จัดการศัตรูทั้งหมดได้อย่างหมดจด

        แต่ก็ไม่ได้มีแค่กิลด์ฮาร์ตเท่านั้นที่เป็นเป้าหมาย เพียงแต่กิลด์ฮาร์ตเป็นกิลด์ที่หากให้เวลาเตรียมพร้อมพวกเขาจะสามารถหาทางรับมือได้และจะกลายเป็นปัญหาที่ยุ่งยากตามมา และจำเป็นต้องใช้เวลานานกว่าหลายวันเพื่อยึดครองพื้นที่ในคลาเซียร์ อย่างไรก็ตามแพนโดร่าไม่ใช่กิลด์ที่ยึดถือหน้าตาเป็นหลักอยู่แล้วก็เลยลงมือขั้นเด็ดขาดได้โดยไม่ต้องกลัวผลเสียใดๆ ส่วนเรื่องหลังจากนี้คงต้องขอให้เป็นหน้าที่ของซากุระแทน

        ด้วยอุปกรณ์สื่อสารที่มีระยะทางเกือบจะครอบคลุมทั้งเมือง อีกทั้งยังมีโดรนที่แสดงภาพถ่ายจากบนท้องฟ้าให้ได้เห็น ทำให้ราล์ฟได้เปรียบในด้านยุทธวิธี เขารับทราบการรวมกลุ่มแบบฉับพลันของกิลด์ที่เป็นหนึ่งในเป้าหมาย มีการส่งสายสืบให้ตระเวนไปรวบรวมข้อมูลทั่งทั้งเมือง แต่นั่นก็เทียบไม่ได้กับภาพที่ฉายอยู่บนจอ ศัตรูที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มนั่นเป็นเป้าหมายที่จัดการได้ง่ายมาก

        และในวินาทีที่หัวหน้ากิลด์ซึ่งเป็นเป้าหมายเรียกรวมพลเพื่อตั้งใจแจ้งสถานการณ์ที่วุ่นวายนี้ให้บรรดาสมาชิกทราบ เหนืออาคารของพวกเขาก็ได้มีเวทมนตร์บทหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นมา มันเป็นเวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่ถือว่ามีความรุนแรงสูงมาก เพียงแต่ความแม่นยำค่อนข้างจะต่ำและเป็นประเภทระบุพื้นที่ แม้จะเทียบไม่ได้กับเวทมนตร์ของนางฟ้าหายนะที่ทำลายทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง แต่ด้วยอานุภาพที่รู้กันมันมากพอจะสังหารคนได้ในทีเดียว

        นี่เป็นข้อดีเพียงหนึ่งเดียวของจอมเวทเพลิงที่ชื่อ หงส์ ถ้าเป็นด้านพลังทำลายเธอจัดเป็นไพ่ตายสุดท้ายสำหรับปิดฉากของกลุ่มไรอัน เพราะแบบนั้นเลยต้องให้ไปซ่อนตัวเพื่อรอเวลาจู่โจม โดยสถานที่รวมพลนั้นก็ได้มาจากการรวบรวมข้อมูลจากอดีตถึงปัจจุบันประกอบกับการคาดเดาเล็กน้อยก็ระบุตำแหน่งที่จะใช้โจมตีได้ไม่ยาก

        การสร้างความเสียหายโดยการสังหารเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ก็ต้องควบคู่ไปกับการยึดพื้นที่บีบให้เหลือพื้นที่อย่างจำกัด ด้วยจำนวนคนเพียงเล็กน้อยคงทำอะไรแบบนั้นไม่ได้ โชคดีที่ซากุระได้เตรียมคนพร้อมเอาไว้ล่วงหน้า ทันทีที่ราล์ฟรับหน้าที่จัดการด้วยความรุนแรง คนของซากุระก็จะเข้าไปยึดพื้นที่บีบให้เหลือแค่พื้นที่เกิดเท่านั้น ซึ่งเมื่อคืนชีพใหม่อีกครั้งก็จะพบเจอการต้อนรับอันแสนอบอุ่นจากราล์ฟและอาคม

        เป็นเวลาทั้งคืนที่เมืองคลาเซียร์เผชิญหน้ากับการปะทะกันที่รุนแรงระหว่างสมาพันธ์วอร์ลอร์ดกับกิลด์แพนโดร่า ราล์ฟโชคดีที่มีเทคโนโลยีสนับสนุนทำให้เขารับรู้สถานการณ์ภายในเมืองได้ง่ายดายมาก ถึงขนาดที่มองเห็นกำลังพลเสริมที่เดินทางเข้าเมืองมาเพื่อช่วยเหลือ ทราบดีว่าเทพสงครามไม่มีทางปล่อยมือจากเมืองคลาเซียร์แน่นอน ด้วยเหตุผลที่ว่าตอนนี้พวกเขากำลังถูกบีบคั้นอย่างหนัก อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีเมืองเป็นของตนเอง

        อาคมแม้จะหงุดหงิดไม่น้อยเพราะคนพวกนี้แทบจะไม่ยอมแพ้สักที ถึงเขาจะเก่งขึ้นแค่ไหนสภาพร่างกายก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน จนถึงบัดนี้ราล์ฟก็ยังไม่ได้ทำอะไรมากนักนอกจากนั่งมองดูเขาไล่สังหารผู้คน กระทั่งเวลานี้มีกำลังพลส่วนหนึ่งเดินทางมาถึงเมืองเพื่อสนับสนุนกิลด์ในสังกัด เป็นกำลังพลที่อยู่ในคลาสขุนนางและมีอาชีพกับเผ่าพันธุ์ที่น่ากลัว เพราะผู้ที่นำทัพมาในครั้งนี้มีสภาพร่างกายคล้ายกับมังกร

        จะว่าไปแล้วเทพสงครามคนนั้นเป็นเพลเยอร์ที่เดินทางไปทั่วเพื่อค้นหาความลับของเกม ราล์ฟคาดว่าพวกเขาคงจะมีเผ่าพันธุ์พิเศษอยู่อีกจำนวนไม่น้อย อีกทั้งอาวุธระดับสุดยอดเป็นจำนวนมาก ด้วยสิ่งของเหล่านั้นการจะยึดครองเกมก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแต่โชคร้ายที่ศัตรูของเทพสงครามคือนักวางกลยุทธ์อันดับต้นๆ ของเกม ต่อให้มีพลังที่เหนือกว่ามันก็แตกต่างไม่มากนัก

        คนที่เป็นเผ่าพันธุ์มังกรมีอยู่ด้วยกันถึงสิบคน แต่จากที่สังเกตลักษณะรูปร่างแล้วดูธรรมดามาก บางทีอาจจะเป็นเผ่าพันธุ์มังกรชั้นต่ำก็ได้ แต่จะดูถูกคนพวกนั้นก็ไม่ได้เหมือนกัน เห็นได้จากการที่พวกนั้นจงใจรับดาบอาคมด้วยร่างกาย และพบว่ามันฟันไม่เข้าก็หัวเราะได้ใจเสียยกใหญ่ ทว่าอาคมกลับไม่แสดงสีหน้าตกใจแม้แต่นิดเดียว เช่นเดียวกับราล์ฟที่พอจะมองออกว่าอาคมยังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำ

        เพลเยอร์เผ่ามังกรใช้ร่างบีสต์โซลเสริมกำลังและเข้ามาโจมตีหวังจะสังหารให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้อาคมเปิดใช้งานเกราะอสูรที่แสนจะร้ายกาจนั่น พวกเขามีข้อมูลความสามารถของบรรดายอดฝีมือที่เคยลงแข่งทั้งหมด และฝึกซ้อมหาทางรับมือเอาไว้แต่เนิ่นๆ โชคร้ายหน่อยตรงที่อีกฝ่ายไม่ใช่พวกที่พอใจกับความแข็งแกร่งเพียงเท่านั้น อาคมเปิดใช้ร่างบีสต์โซลด้วยเช่นกันทำให้รับมือกับพวกเผ่ามังกรได้อย่างง่ายดาย

        ทว่าด้วยวิชาดาบของอาคมกลับทำให้คนพวกนั้นสูญเสียเรี่ยวแรงที่ใช้โจมตีไปทั้งหมด ตอนที่มีคนพูดโพล่งขึ้นด้วยความสงสัยก็ไม่คิดเลยว่าจะได้รับคำตอบชื่อวิชาดาบที่นักดาบอสูรใช้อยู่เมื่อสักครู่

        "วิชาดาบมาชเมลโล่" ด้วยคำตอบบวกกับท่าทางของอาคมที่ไม่หยี่ระกับความลับนี้ทำให้พวกนั้นขบฟันแน่น

        "บ้าเอ๊ย ตั้งใจจะกวนกันใช่ไหม"

        "จะไปรู้เหรอ ฉันไม่ได้เป็นคนตั้งชื่อนี่หว่า"

        ถึงจะทำเป็นเล่นแต่อาคมก็จัดการศัตรูทีเผลอด้วยเทคนิคดาบลวงตา ศาสตร์มายากลที่เขาคิดค้นขึ้น ทำให้โจมตีได้แม้จะอยู่ห่างจากรัศมีของดาบ ตอนแรกทุกคนคิดว่ามันเป็นดาบคลื่นพลังเลยพยายามระวังตัวเอาไว้อยู่ตลอด แต่ก็ไม่รอดถูกเล่นงานจนบาดเจ็บได้ พอศัตรูบาดเจ็บหนักมากก็คิดว่าจะต้องจัดการด้วยพลังทั้งหมด ก็ใช้ร่างบีสต์โหมดเปลี่ยนเป็นมังกรเข้าจู่โจม ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่สามารถข่มขวัญศัตรูได้ อีกทั้งร่างกายที่เต็มไปด้วยเกล็ดหนาทำให้ทนทานต่อศาสตราแทบจะทุกชนิด ทำให้อาคมดีดตัวถอยกลับออกมาและลดดาบลง

        พวกนั้นคิดว่าอาคมอาจจะยอมแพ้ แต่สภาพของเขาไม่เหมือนกับคนที่คิดจะยอมแพ้เลยแม้แต่นิดเดียว สะบัดดาบออกไป ท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนมาก ร่างมังกรถูกตัดผ่าครึ่งด้วยดาบเดียว และชื่อวิชาดาบที่เอ่ยออกมานั้นมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้จักเป็นอย่างดี

        สะบั้นฟ้า!

        "โชคร้ายหน่อยนะที่บังเอิญฉันเคยสู้กับสัตว์ประหลาดที่เก่งกว่าพวกแกไม่รู้กี่เท่า"

 

        กำลังพลเสริมที่มาสนับสนุนทำได้อย่างมากก็แค่เพิ่มผู้เคราะห์ร้ายให้มากขึ้น ถ้าพวกนั้นใช้ความคิดสักนิดจะพบว่าอาคมเป็นคนเดียวที่รับมืออยู่ตลอดทั้งคืนและยังไม่ได้เปิดการทำงานของเกราะอสูรเลยสักครั้ง และราล์ฟก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งมองอยู่เฉยๆ และออกคำสั่งให้เคลื่อนไหวกับพวกสมาชิกที่เหลือ ปัจจุบันอาคารที่กิลด์เหล่านั้นเช่าซื้อเอาไว้ได้ถูกทำลายลงอย่างราบคาบ

        ในตอนสายอยู่ๆ ก็มีกองกำลังจำนวนหนึ่งเดินทางมาที่เมือง สัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่นั่นคือบลู ลิเบอร์ตี้ พวกเขาได้รับคำสั่งให้มาตั้งสมาพันธ์ย่อยประจำเมืองคลาเซียร์ เรียกได้ว่าตอนนี้เมืองที่ติดทะเลทั้งสองแห่งถูกซากุระยึดครองเอาไว้อย่างหมดจด ทว่าคนพวกนั้นกลับไม่ใช่คนของซากุระอย่างแท้จริง แค่อาศัยอำนาจของซากุระมายึดพื้นที่ตามคำสั่งเท่านั้น

        การมาถึงของคนพวกนั้นทำให้ทราบได้ถึงนิสัยที่เย่อหยิ่ง เกี่ยวกับเรื่องการร่วมมือระหว่างเขากับซากุระนั้นเป็นความลับที่ไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก จึงทราบแค่ว่าราล์ฟเป็นเพียงคนที่ซากุระขอร้องให้ช่วยเหลือโดยมีการทำสัญญาแลกเปลี่ยนกันเอาไว้แล้ว แม้จะถูกดูหมิ่นแต่ก็ไม่เก็บเอามาเป็นอารมณ์

        ราล์ฟพอจะมองคนออกอยู่บ้างและรู้ได้ว่าผู้ที่นำกองกำลังบลู ลิเบอร์ตี้มานั้นคาดหวังการปกครองเมืองนี้ซะมากกว่า เขาไม่เชื่อว่าซากุระจะไร้ความคิดขนาดที่เอาคนที่เชื่อใจไม่ได้มารับหน้าที่นี้ ถ้าจะให้หาเหตุผลก็คงจะเป็นการคัดแยกเนื้อร้ายโดยการมอบอำนาจให้ เพราะถ้าจะให้พูดซากุระไม่ได้ยึดติดกับสัญลักษณ์ที่เรียกว่าสมาพันธ์ เธอแค่ทำทุกอย่างเพื่อไปสู่เป้าหมายของตัวเอง นั่นรวมไปถึงการสละทิ้งสิ่งที่สร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ที่เห็นได้ชัดเจนคือกิลด์พระจันทร์ยิ้มที่บัดนี้ไม่มีอยู่แล้ว

        จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ กิลด์แพนโดร่าจึงเริ่มเป็นที่รู้จัก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องของความแข็งแกร่งที่อาคมเพียงคนเดียวก็กินขาด แต่ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงด้านดีหรือด้านเสียก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ อย่างน้อยพวกเขาก็รับรู้แล้วว่าการปะทะกับวอร์ลอร์ดเป็นฝีมือของกิลด์โนเนมอย่างแพนโดร่า ผลลัพธ์ก็คือสามารถบีบให้พวกวอร์ลอร์ดต้องไม่มีทางเลือกนอกจากยอมออกจากคลาเซียร์

        ในความเป็นจริงไม่มีอะไรที่ง่ายดายแบบนั้น เพียงแต่ราล์ฟได้เปรียบในด้านของข้อมูลและเทคโนโลยีที่ยังไม่เปิดเผย เขามีข้อมูลของศัตรูทั้งหมดอยู่ในมือและเมื่อรวมเข้ากับแผนการขั้นเด็ดขาดที่เน้นผลลัพธ์มากกว่าวิธีการ ก็ไม่แปลกที่จะยึดครองคลาเซียร์ได้เพียงคืนเดียว แต่นั่นก็เป็นเพราะศัตรูไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะถูกโจมตี แม้จะทราบเรื่องและเร่งเดินทางแค่ไหนก็ไม่มีทางมาช่วยได้ทันอยู่แล้ว

        ปล่อยการจัดการให้เป็นหน้าที่ของซากุระ ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำก็คือการก่อตั้งเมืองของกองกำลังอสูรให้เสร็จ จากการส่งก็อบลินไปเริ่มบุกเบิกพื้นที่ก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเริ่มต้นสร้างค่ายขนาดเล็กขึ้นมาก่อน ก็เลยนำพวกอุปกรณ์ที่จำเป็นในการก่อสร้างไปมอบให้และควบคุมงานอยู่พักใหญ่จนเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ราล์ฟยังไม่เสี่ยงนำทรัพยากรย้ายมาที่นี่เพราะกังวลว่าหากไม่พร้อมและถูกค้นพบเข้ามันจะเป็นการสูญเสียที่มหาศาล

        ตามกำหนดการแล้วหลังจากได้พื้นที่ก็จะเริ่มต้นบุกเบิกเพื่อเติมเต็มทรัพยากรที่จำเป็น และจึงสร้างเมืองขนาดเล็กขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อขยายขอบเขตออกไป จากนั้นจึงค่อยเชื้อเชิญพันธมิตรอสูรทั้งหมดให้มาอยู่ร่วมกัน ถ้าเป็นไปตามที่คิดจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองเดือนกว่าที่อาณาจักรกองกำลังอสูรจะแล้วเสร็จ มันเป็นเวลาที่ยาวนานมากแต่มันจะคุ้มเพราะเท่ากับว่าเขามีทหารที่ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาอยู่นับแสนตัว ไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ตัวเกมดำเนินไปในทิศทางไหน อย่างไรก็ตามราล์ฟคิดแค่ว่าเล่นมันให้สนุกก็เพียงพอ

        ตลอดทั้งวันราล์ฟต้องแยกตัวออกไปเพื่อดำเนินการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนสมาชิกที่เขาอยากจะได้มาเพิ่มเพื่อก่อการใหญ่ ถึงจะเคยส่งคำเชิญไปแล้วแต่คนพวกนั้นไม่ยอมตอบรับ ซึ่งมันก็ควรจะเป็นแบบนั้นเพราะพวกนั้นต่างก็เคยเป็นศัตรูกันมาก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะมีศักยภาพเฉพาะด้านที่หาได้ยากเขาคงตั้งโต๊ะรับสมัครใครก็ได้มาเป็นสมาชิกกิลด์ไปนานแล้ว แต่พูดถึงศักยภาพเฉพาะด้านเขายังมีคนอยู่อีกหนึ่งกลุ่มที่เหมาะจะดึงมาร่วมงานเป็นที่สุด

        ตัดสินใจได้แล้วก็มุ่งหน้าไปยังเมืองกรีนเบส มันเป็นสถานที่ที่นัดรวมพลประจำ ในสายตาของคนทั่วไปพวกเขาคือกลุ่มคนบ้า หรือถ้าจะให้พูดให้เข้าใจได้ง่ายก็คือพวกโอตาคุนั่นเอง

        สมาคมคนโอตาคุ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มโอตาคุหลากหลายชนิดเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน อาจเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่จะหาเพื่อนที่มีงานอดิเรกแบบเดียวกันก็ยังได้ คนพวกนี้ค่อนข้างจะรักอิสระเลยไม่ได้ให้ความสนใจกับการชิงดีชิงเด่นภายในเกม ดังนั้นไรเดอร์แมนที่เป็นหัวหน้าสมาคมแม้จะได้รับคำเชิญให้ไปเข้าสังกัดด้วยแต่เขาก็ปฏิเสธเพราะไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนสมาชิก

        เพราะเป็นสถานที่เปิดให้ใครเข้ามาก็ได้ จึงมีพวกเด็กๆ มาวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน มีการแสดงไลฟ์แอคชั่นของฮีโร่ให้ดู รวมไปถึงประกวดคอสเพลย์ที่จัดชิงรางวัลกันภายใน ต้องบอกว่าเป็นสมาคมที่ดีมากและไม่สร้างความเดือดร้อน แต่เมื่อใดที่พวกเขาถูกคุกคามล่ะก็กลุ่มโอตาคุจะไม่มีทางอยู่เฉย

        แจ้งความประสงค์ว่าต้องการพบกับไรเดอร์แมนก็แค่ไปนั่งรอจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินมาพบ

        "ท่านหัวหน้า"

        "ขอล่ะ อย่าเรียกฉันแบบนั้นเลย"

        ไรเดอร์แมนหัวเราะ เลื่อนเก้าอี้และนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม "ได้ยินข่าวมาแล้วล่ะ กิลด์แพนโดร่าใช่ไหมครับ แบบว่าตอนนี้มีคนในกลุ่มของพวกเรามองว่า เฮ้ย! เท่ดีว่ะ ด้วยนะครับ"

        ถ้าจะให้พูดในสมาคมคนโอตาคุพวกด้านมืดจะมองว่าเป็นกิลด์ที่ค่อนข้างจะเท่ทีเดียว เลยให้ความสนใจอย่างมากถึงกับสืบข้อมูลต่างๆ มาจินตนาการเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งการสืบค้นข้อมูลของพวกโอตาคุเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก แม้แต่ข้อมูลเพียงเล็กน้อยก็ไม่อาจหลุดรอดผ่านไปได้ อาจรู้ได้แม้กระทั่งว่าชอบสั่งอาหารอะไรเป็นพิเศษ

        "ข่าวมาเร็วดีนะ"

        "เรื่องข่าวซุบซิบมันก็เร็วแบบนี้แหละครับ แต่ที่มันได้รับความสนใจเพราะนี่มันเกี่ยวข้องกับสมาพันธ์วอร์ลอร์ด ถึงพวกเราจะไม่ได้รับผลกระทบเลยไม่ได้เกลียดชังอะไรรุนแรงนัก แต่ที่จริงก็รู้สึกสะใจดีเหมือนกันที่โดนเล่นงานบ้างซะได้"

        "งั้นเหรอ?"

        "ถ้าท่านหัวหน้ามาเพื่อชวนพวกเราเข้าร่วม ผมขอพูดตรงนี้เลยนะว่าผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนสมาชิกในสมาคม แต่ถ้าอยากจะชวนใครเป็นพิเศษก็ไม่ว่ากัน"

        ที่ไรเดอร์แมนพูดมาก็เป็นเรื่องปกติที่เขาพบเจอตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมคนโอตาคุขึ้น แรกเริ่มนั้นก็เป็นเพียงกลุ่มคนบ้า ทว่าหลังจากนั้นไม่นานความแข็งแกร่งของพวกเขาซึ่งลอกเลียนแบบมาจากตัวละครที่ชอบก็แสดงให้ทุกคนได้เห็น จนหลายคนอยากได้ไปร่วมกิลด์ด้วย โดยคาดว่าถ้าหัวหน้าสมาคมตอบตกลงเรื่องทุกอย่างก็เป็นอันจบ น่าเสียดายที่ไรเดอร์แมนไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวแบบนั้น

        "ที่ฉันตั้งใจจะชวนคือนายกับพรรคพวกนั่นแหละ ไม่จำเป็นต้องเข้ากิลด์แพนโดร่าแค่มาเป็นพันธมิตรกันก็พอ"

        "ไม่เกี่ยวกับคนอื่น แต่เฉพาะพวกเราเท่านั้น" ไรเดอร์แมนย้ำถามให้แน่ใจ

        "ถูกต้อง และฉันคิดว่านายมีสิ่งที่อยากจะได้อยู่"

        "โอ้ มันคืออะไรเหรอครับ" แกล้งถามด้วยความอยากรู้ แต่ก็พอจะคุ้นเคยกับเทคนิคการเจรจาที่มักจะพบเห็นได้บ่อยในอนิเมะ เป็นการแลกเปลี่ยนเพื่อรักษาผลประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเอาไว้ หากลองอีกฝ่ายพูดแบบนี้ก็แปลว่าจะต้องมีของที่เขาเห็นแล้วต้องอยากได้มาก ถึงขนาดที่ยอมทำทุกอย่างเลยล่ะ

        "นายเองก็คงจะชอบพวกอุปกรณ์แปลงร่างและอยากลองสัมผัสความรู้สึกสักครั้งใช่ไหม"

        "แน่นอนครับ ผมซื้อพวกของเล่นจากลุงไบดันมาตลอด ไม่ว่าซีรี่ย์ไหนออกมาก็จะซื้อเก็บเอาไว้ บางครั้งก็เอามาใส่เล่นสวมจิตวิญญาณไรเดอร์ ไม่ก็ซุปเปอร์เซนไต แล้ว...มันเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้เหรอครับ"

        "ก็ไม่ทำไมหรอก เพียงแต่ว่าเดฟอน นักประดิษฐ์ประจำกิลด์แพนโดร่าของฉันตอนนี้สามารถสร้างไอเทมเทคโนโลยีได้แล้ว และคิดว่าคงน่าจะทำอุปกรณ์แปลงร่างตามแบบที่นายต้องการได้ เพราะงั้นฉันก็เลยมาที่นี่เพื่อชวนพวกนายยังไงล่ะ"

        "พะ...พูดจริงเหรอครับ" ไรเดอร์แทนเสียงสั่น ออกอาการตื่นเต้นไม่อยู่

        ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยร้องขอให้เดฟอนช่วยทำหน้ากากแปลงร่างให้ เจ้าสิ่งนั้นก็ถืออุปกรณ์ที่พอใช้ได้อยู่แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นซุปเปอร์เซ็นไตสักเท่าไหร่ เพราะมันก็แค่มีระเบิดเป็นเอฟเฟคเท่านั้น

        ข้อเสนอนี่มันเป็นอะไรที่ยั่วใจสาวกผู้คลั่งไคล้เป็นอย่างมาก

        "แค่เป็นพันธมิตรกัน 'ของเล่น' พวกนั้นจะเป็นของพวกนายในทันที"

        มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธล่ะ

        ไม่มีอยู่แล้ว

        "ยอมครับ ผมจะไปชวนเพื่อนๆ มาเป็นพันธมิตรกับกิลด์แพนโดร่า ต้องการสมาชิกกี่คนผมจะล่ารายชื่อส่งให้ภายในค่ำนี้ก่อนคุณจะออฟไลน์เอง"

        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #13705 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 18:19
    แกรรรรร!!!!
    ชั้นรักราล์ฟ
    มันเจ้าเล่ห์ แต่มันก็ฉลาดมาก
    แร้วแกแปลงร่างได้

    ชั้นขอด้วยอันนึง!!!
    #13705
    0
  2. #13654 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 00:21
    คิกๆ คักๆ ได้แปรงร่างสมใจก็งานนี้
    #13654
    0
  3. #13651 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 00:04
    โดนใจโอตาคุเลยงานนี้ ^^
    #13651
    0
  4. #13650 Maizas Dragonil (@goldcremer) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 05:58
    สนุกเลยครับ
    #13650
    0
  5. #13649 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 13:12
    ขอคาบุโตะเซคเตอร์หนึ่งที่ด่วน!!!

    อยากรู้ว่าทางวอร์ลอร์ดจะแก้เกมส์ยังไง

    อาคม ลื้อเรียกคนตั้งชื่อท่าว่าสัตว์ประหลาด ไม่กลัวลูกเขาเอาไปฟ้องเหรอ

    แพนโดร่าถ้าท่าแพ้ก็ต้องกลยุทธ์คลื่นมนุษย์อย่างเดียว และต้องเก่งมากๆและเยอะมากๆเลยด้วย
    #13649
    0
  6. #13648 Pst Moss (@mortnort) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 11:17
    บ้าละห่ำมากๆ555
    #13648
    0
  7. #13647 Nutty8536 (@NutOBPKP) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 09:41
    ผมก็อยากได้อุปกรณ์แปลงร่าง ขอใบสมัครด้วยคน
    #13647
    0
  8. #13646 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 09:38
    ความฝันที่เป็นจริงใกล้เข้ามาแล้ววววว
    #13646
    0
  9. #13645 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 09:33
    ฮาาาา ขอเข็มขัดเสียบเฟชไดรฟ์ของสเค๊าให้ผมด้วย ถถถถ+
    #13645
    0
  10. #13644 babypen (@babypen) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 09:25
    ต้องเรียกว่าไม่สามารถซื้อด้วยอะไรได้ นอกจากซื้อด้วยของเล่น
    สมเป็นโอตาคุเลยแหะ >0<
    #13644
    0
  11. #13643 เอลิซ่า (@may305) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 07:21
    ใบรายชื่ออยู่ไหน~ เราขอคนแรก~
    #13643
    0
  12. #13642 maruchan (@RoosT) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 06:49
    ลุงไบดัน 5555555555555555
    #13642
    0
  13. #13641 สาคูปากหม้อ (@yuyu35) (จากตอนที่ 366)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 03:58
    มีการล่าีายชื่อด้วย5555555
    #13641
    0