[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,187 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,089 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,458

    Overall
    1,474,187

ตอนที่ 364 : บทที่ 18 การโต้กลับ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4026
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    13 ธ.ค. 59

บทที่ 18 การโต้กลับ (100%)

 

        ไรอันเชื่อว่าเขาไม่ได้ฟังผิด การจู่โจมอาณาจักรเงือกนั่นจะยังไงก็ไม่รู้หรอก แต่การตอบโต้สมาพันธ์ที่ยิ่งใหญ่อย่างวอร์ลอร์ดในตอนนี้ ด้วยจำนวนคนเพียงแค่นี้มันไม่มีทางเป็นไปได้แน่ เขาอาจจะต่อสู้แบบ 2 ต่อ 1 ได้ แต่นั่นก็คือขีดจำกัดสูงสุดแล้ว ทอดสายตามองไปยังคนอื่นๆ ไม่มีทีท่าว่าจะตกใจกับเรื่องที่ได้ยิน คงจะมีแค่พวกไรอันเท่านั้นที่ประเมินว่ามันเป็นไปไม่ได้

        "เจอหน้ากันก็หาเรื่องฉิบหายให้ทุกที"

        เพราะเริ่มจะชินกับความวุ่นวายที่ราล์ฟมักจะเป็นผู้ก่อ ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าตอนนี้เขากลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปแล้ว และยิ่งตอนนี้น้องสาวของเขาดันไปเข้ากิลด์แพนโดร่า เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมให้ความร่วมมือ เชื่อว่าไอ้บ้านั่นตั้งใจให้เป็นแบบนี้แต่แรก

        "นายก็น่าจะรู้นี่นาว่าฉันทำไปทั้งหมดก็เพื่อปกป้องทุกคนในที่นี้"

        "แถวนี้ใครมีถ้วยบ้าง ฉันจะมอบถ้วยรางวัลคนหลงตัวเองยอดเยี่ยมให้ไอ้บ้านี่"

        "ฉันทำให้ได้เลยนะ ถ้าต้องการ" เดฟอนร่วมด้วย

        "จัดมาหลายๆ ใบ ไม่สิ ต้องเป็นกะละมังเท่านั้นถึงจะสมกับมัน"

        บรรยากาศมองยังไงก็ไม่น่าจะใช่การประชุมกิลด์ มันควรจะดูกดดันมากกว่านี้ ไรอันได้แต่กังวลว่ากิลด์นี้จะไปรอดหรือไม่ เพราะตั้งแต่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิลด์ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าเควสต์สะสมคะแนนเพื่อเลื่อนเลเวลกิลด์ ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีให้กับกิลด์เนื่องจากมีธุรกิจที่สามารถดึงเงินมาใช้ได้อย่างไม่ขาดมือ อีกทั้งกิลด์ก็ไม่ต้องพัฒนาอะไรมากมายนักโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าเช่าตึกกิลด์ที่หลายกิลด์ต้องเสียงบประมาณไปกับมัน แต่แพนโดร่ามีร้านเดอะ มารีน ก็เลยมีสถานที่เฉพาะเป็นของตัวเอง

        "คิดว่าเราควรจัดตำแหน่งกิลด์ให้เหมาะสมก่อนดีหรือเปล่าคะ" นิมป์ยกมือเสนอสิ่งที่ต้องทำ ราล์ฟเห็นว่าจากนี้พวกเขาจะต้องทำงานเป็นระบบกันมากขึ้นก็เห็นด้วยกับความคิดนั้น

        "ถ้าอย่างนั้นฉันจะจัดตำแหน่งหน้าที่ภายในกิลด์ให้ก็แล้วกัน จริงอยู่ที่ระบบมันมีแค่ตำแหน่งหลักๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่ก็จะสร้างตำแหน่งขึ้นมาด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปสนใจมันมากนักก็ได้ ถ้าอย่างนั้นอาคม ฉันจะให้นายเป็นรองหัวหน้ากิลด์ มีสิทธิ์ที่จะคัดค้านความเห็นของฉันได้"

        "งั้นขอใช้สิทธิ์นั้นตอนนี้เลยดีไหม"

        "ถ้านายปฏิเสธฉันจะให้อารินเป็นรองหัวหน้ากิลด์แทน"

        เพราะแบบนั้นก็เลยไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับชะตากรรม รู้แต่แรกแล้วล่ะว่าราล์ฟนั้นจะต้องกำหนดหน้าที่ให้ทุกคนเอาไว้แล้ว ไม่มีความจำเป็นจะต้องใส่ใจกับการวางตำแหน่งมากนัก ที่ทำให้มันเป็นระบบก็คงแค่อยากกระตุ้นให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงภาระและความรับผิดชอบ เป็นคนที่ชอบทำอะไรมีเบื้องหลังจนดูน่ารังเกียจเสมอ

        "ทีนี้หน้าที่ของเลขานุการกับเหรัญญิกขอแต่งตั้งให้นิมป์เป็นผู้รับทำก็แล้วกัน"

        "เอ๊ะ? ฉะ...ฉันหรือคะ"

        "เธอมีความสามารถอยู่แล้ว มั่นใจตัวเองหน่อยเถอะ"

        "งานหลักของมันคือบีบบังคับคนอื่น แล้วที่มันพูดว่าเธอทำได้ก็แค่จิตวิทยาส่งเสริมด้านบวกเท่านั้น" อาคมแอบเผยกลเม็ดที่ราล์ฟมักจะใช้กับคนที่ขาดความมั่นใจให้มีกำลังใจมากขึ้น

        "ถ้านายพูดแบบนั้นล่ะก็ ฉันจะมอบหมายหน้าที่การคลังให้อารินคอยประสานงานกับนิมป์ ฉันมั่นใจว่าน้องสาวนายทำได้"

        พอโดนราล์ฟพูดแบบนี้อาคมก็แยกเขี้ยวใส่ แบบนี้มันดูถูกน้องสาวของเขาชัดๆ และมันก็ใช่ที่อารินเหมาะกับการคลังที่ต้องมีความจำค่อนข้างดีมาก มันจะง่ายหากสามารถระบุของที่มีอยู่ในคลังกิลด์ได้ทันทีโดยไม่ต้องขอเวลาตรวจสอบเอกสาร หรือประมาณว่าไอเทมมีจำนวนเท่าไหร่ มันจะช่วยให้การประสานงานกับด้านอื่นๆ ทำได้รวดเร็วมากขึ้น

        "ต้องทำอะไรบ้างเหรอคะ" อารินถาม และอาคมก็รีบหันไปตอบทันที

        "จัดทำรายการไอเทมในคลังออกมาเป็นรายละเอียดว่ามีอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ คุณภาพเป็นยังไง ใครเอาไปใช้ ใครเอามาใส่ เป็นงานที่ค่อนข้างจะหนักเอาเรื่องเลยล่ะ"

        "อารินจะพยายามค่ะ"

        ราล์ฟขยับรอยยิ้มและไล่สายตาไปยังคนต่อไป "เดฟอนเป็นหน่วยวิทยาการ รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอะไร"

        "โอ้ ไว้ใจได้เลย" เดฟอนยกนิ้วให้ รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เริ่มงานสร้างสรรค์อาวุธใหม่ "ถ้าพวกนายอยากได้อาวุธอะไรล่ะก็ลองรีเควสต์มาก็แล้วกัน ฉันจะประดิษฐ์อาวุธเทคโนโลยีให้"

        "ส่วนพวกนายก็เป็นหน่วยรบอิสระ ฉันให้สิทธิ์การเคลื่อนไหวอิสระกับพวกนาย ยกเว้นในกรณีที่พวกเรามีการเตรียมการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวกลุ่มใหญ่คงต้องขอให้เคลื่อนไหวภายใต้คำสั่งของฉันก็แล้วกัน"

        เพราะไม่ได้ต้องการให้ทุกคนอุทิศเวลาในการเล่นเกมให้กับกิลด์ การให้อิสระกับทุกคนนั้นก็ช่วยให้ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกิลด์หรือคอยรายงานความเคลื่อนไหวของตัวเอง จะมาก็ต่อเมื่อมีการเรียกรวมพลสมาชิกเท่านั้น ซึ่งอิสระที่ได้รับไปนั้นไรอันคิดว่าพวกเขาได้ประโยชน์มากกว่าซะอีก

        "มีอะไร?" ราล์ฟมองลิลลี่ที่อ้าปากจะพูดบางอย่างแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา

        "ลาเวนเดอร์ เข้าร่วมได้ไหม"

        "ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ก็ต้องถามความสมัครใจด้วย"

        "เฮ้ย! ไอ้แมวผี แล้วทำไมแกไม่ถามความสมัครใจของฉันบ้างวะ"

        "อย่างนายน่ะมันต้องมัดมือชก ขืนฉันถามความสมัครใจนายคงปฏิเสธแน่นอน"

        "แล้วหน้าที่ของฉันล่ะ อย่ามองข้ามฉันได้ไหมอุตส่าห์ช่วยมาตั้งขนาดนี้แล้ว"

        มีเพียงอากิระที่ถูกราล์ฟเมินเฉยใส่ ทั้งที่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าตำแหน่งของตัวเองคืออะไร แต่ก็อดที่จะแกล้งหยอกไม่ได้ แต่เดิมหน้าที่ของเขาคือการสนับสนุนเบื้องหลังและเคลื่อนไหวอย่างลับๆ หากไม่ใช่เพราะเป้าหมายของราล์ฟนั้นน่าสนใจมากจนอยากจะเห็นมันด้วยตาคู่นี้ เขาคงจะไม่มาทำอะไรแบบนี้แน่

        "หน้าที่ของนายคือเคลื่อนไหวอย่างลับๆ หาข้อมูลกับสิ่งของจำเป็นมาสนับสนุนกิลด์ จะว่าไปแล้วเรื่องที่ฉันขอให้ช่วยหาสถานที่ให้ได้ความว่ายังไงบ้าง"

        "มีอยู่หลายที่เหมือนกัน คงต้องใช้เวลาพอดูกว่าจะเข้าที่เข้าทาง"

        "นั่นเป็นปัญหาที่ฉันจะต้องแก้ไขเอง ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากที่ผ่านมา"

        อาจพูดได้ว่ามันเป็นการเคลื่อนไหวอย่างลับๆ ที่ใช้เวลาเตรียมการมานานมาก ราล์ฟไม่ต้องการให้มีอะไรผิดพลาดเลยพยายามเลือกใช้คนที่มีความสนิทสนมไม่มากนัก แต่มั่นใจว่าเชื่อใจได้ให้ทำงานให้ สำหรับอากิระคงเพราะว่ามีมุมมองเกี่ยวกับเกมที่คล้ายคลึงกันก็เลยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

        "ฉันต้องการให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้ สำหรับพวกนายคงเข้าใจสินะว่ามันหมายถึงอะไร" หันไปขอความร่วมมือกับพวกไรอัน การที่ไม่ตอบรับในทันทีก็น่าจะเพราะตามความคิดไม่ทัน แต่ก็มีคนเดียวที่พยักหน้าดื้อๆ

        "คืออะไรเหรอ" หงส์หันไปถามกับลิลลี่ ถ้าจะถามว่าในกลุ่มใครหลักแหลมที่สุดก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนี้ โชคร้ายที่นิสัยไม่ค่อยพูดกับใครทำให้พรสวรรค์ไม่เป็นที่โดดเด่น

        "มหาวิทยาลัยเปิดแล้ว"

        "จริงด้วยสิ นี่มันช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในชีวิตเลยนะ" คุโระสารภาพเลยว่าลืมเรื่องเรียนไปสนิท ถึงจะพูดว่ามันเป็นเกมที่เล่นได้ในระหว่างที่นอนหลับเลยไม่มีผลกระทบต่อการเรียน แต่ก็ไม่อยากให้มันมีอิทธิพลในชีวิตประจำวัน

        "อ๋อ ยังเป็นนักศึกษากันอยู่สินะ" อากิระถาม จากที่เห็นก็คงเป็นพวกเด็กมาเล่นเกมระหว่างเรียนเพื่อผ่อนคลายความเครียด ดังนั้นในฐานะที่ตัวเองเป็นผู้อาวุโสคงต้องทำตัวให้ดูน่านับถือมากกว่านี้

        "อย่าเหมารวมนับฉันเข้าไปด้วยล่ะ ฉันเรียนสายอาชีพไม่ใช่สายสามัญ" เดฟอนร้องบอก แทะน่องไก่อย่างเอร็ดอร่อย "อีกอย่างตอนนี้ฉันก็ทำงานอยู่ที่บ้านรับซ่อมพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกประเภท ส่วนที่มาเล่นเกมก็แค่หาเงินค่าขนมนิดๆ หน่อยๆ ใครจะไปคิดล่ะว่าเกมนี้มันหาเงินยากโคตรๆ"

        "พวกนักเล่นเกมอาชีพเหรอ" หงส์ทำสายตารังเกียจเดฟอนขึ้นมาทันที

        "ก็คงพูดได้ไม่เต็มปากหรอกนะว่าเป็นน่ะ แต่ที่หากินกับเกมมันก็เป็นเรื่องจริงนี่นา"

        ไม่ปฏิเสธความเกลียดชังที่รุนแรง เดฟอนมีสติพอจะแยกแยะเรื่องนี้ได้ ในสายตาของคนอื่นนักเล่นเกมอาชีพนั้นถูกมองว่าเป็นพวกที่ทำให้เกมแย่ลง อย่างสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ปัญหาก็มาจากนักเล่นเกมที่รวมกลุ่มกันทำเรื่องเลวร้ายจนเป็นที่น่ารังเกียจ

        "แล้วนายล่ะ" อากิระหันไปถามอาคมที่ทำหน้าบึ้งตึง เดาว่าคงกำลังคิดถึงสิ่งที่ต้องเจอนับจากนี้แน่ๆ

        "ทำไมฉันต้องบอกให้พวกแกฟังด้วยวะ ทำอย่างกับว่าบอกพวกแกแล้วอะไรๆ มันจะดีขึ้นงั้นแหละ"

        "นายนี่มันไม่มีมนุษย์สัมพันธ์เลยนะ ไม่รู้หรือยังไงว่าจุดเริ่มต้นของความสนิทสนมกันมาจากการที่พวกเราพูดคุยเรื่องไร้สาระ"

        "บอกตามตรงนะว่าฉันไม่มีความคิดที่จะอยากสนิทสนมกับพวกแกเลยว่ะ"

        "หวา~ เป็นรองหัวหน้ากิลด์ที่นิสัยแย่ชะมัด"

        "ถ้าจะช่วยกลับเข้าเรื่องเดิมจะเป็นพระคุณมาก" เสียงตัดพ้อของหัวหน้ากิลด์ทำให้บทสนทนาหยุดชะงักลง กว่าพวกเขาจะนึกได้ว่ากำลังประชุมกิลด์กันอยู่ก็กินเวลาไปหลายนาที

        "ในเรื่องของการโต้ตอบสมาพันธ์วอร์ลอร์ดถึงพวกเราจะไม่ทำอะไรเลยตอนนี้ก็มีบลู ลิเบอร์ตี้ กับกิลด์อสูรทะเลทรายคอยงัดข้อให้อยู่ ไม่มีความจำเป็นที่พวกเราต้องไปเสี่ยงด้วยไม่ใช่หรือครับ"

        ความคิดเห็นของไรอันก็อยู่ในสามัญสำนึกของคนทั่วไปที่ว่า 'เดี๋ยวคนอื่นก็จัดการเอง' และราล์ฟก็เข้าใจว่าคนปกติส่วนมากจะไม่หาเรื่องใส่ตัว ทำได้เพียงหันไปตามกระแสที่ทุกคนเห็นว่าดีเท่านั้น

        "ถ้าเป็นเรื่องนั้น ฉันร่วมมือกับซากุระและบูรพาในการงัดข้อกับพวกวอร์ลอร์ด"

        "โห บุคลากรหัวกะทิชั้นแนวหน้าของเกมร่วมมือกันงั้นเหรอ" อากิระขยับรอยยิ้มบาง พลางนึกภาพของการร่วมพลของสุดยอดนักวางกลยุทธ์ทั้งหลายพวกนี้ บางทีนี่อาจจะเป็นโชคร้ายของวอร์ลอร์ที่ตั้งใจจะเปิดศึกกับพวกเขาก็ได้

        "พวกเรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และได้ยินมาว่าเทพสงครามที่เป็นหัวหน้าสมาพันธ์ตอนนี้เคลื่อนไหวไปทั่วเกม ออกตามหาอาวุธ ชุดเกราะคลาสสุดยอดมาเก็บเอาไว้ พวกมันเคยหมายตาชุดกับอาวุธของเธอด้วยนะ" เหลือบสายตามองไปยังหญิงสาวผู้ไร้อารมณ์แล้วพูดต่อ "แต่ก็ทำได้แค่กดดันเพราะต้องการข้อมูลความสามารถ ในกรณีนี้คิดว่าถ้าเชิญมาเข้าร่วมได้ก็จะเป็นการดีทั้งสองฝ่าย"

        "พูดถึงเรื่องขโมยชุดเด็กตกปลาก็เคยโดนเหมือนกันนะ" เดฟอนหันไปมองเด็กตกปลาซึ่งนั่งกินเงียบๆ ไม่พูดไม่จาอะไรกับใครทั้งสิ้น จนทุกคนทำหน้าประมาณว่า 'อยู่ด้วยเหรอ' ออกมา "จำได้ไหมที่มันจะมาปล้นชุดโจรสลัดของนายน่ะ"

        "ก็จำได้อยู่ แต่ฉันไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก"

        "พวกมันต้องการอาวุธและเครื่องป้องกันหายากมาเก็บไว้เพื่อให้ตนเองเป็นกลุ่มคนที่เก่งที่สุดจากนั้นก็จะเริ่มต้นยึดเมืองเพื่อปกครอง ไม่ถึงกับแสดงตัวว่าเป็นเจ้าเมือง แต่อาศัยอยู่ด้วยจำนวนคนไปก่อนจนกว่าจะมีวิธีก่อสร้างเมืองของตัวเองขึ้นมา เท่าที่ฉันคาดเอาไว้ก็คือเป้าหมายของมันก็คือการยึดเมืองที่เพลเยอร์เป็นผู้สร้างขึ้น ทว่าคนที่สร้างเมืองได้ตอนนี้ปรากฏขึ้นมาแค่สองคนก็คือบูรพากับซากุระ พวกนั้นไม่เสี่ยงงัดข้อกับศัตรูจนกว่าจะมั่นใจอยู่แล้วก็เลยรอดูท่าทีไปก่อน"

        นี่เป็นสรุปความเคลื่อนไหวของสมาพันธ์วอร์ลอร์ดที่รวบรวมมา พวกเขามองความเป็นไปได้ทั้งหมดและหาทางรับมือตลอดเวลา หากวอร์ลอร์ดได้รับสิทธิ์ในการก่อสร้างเมืองขึ้นเป้าหมายต่อไปของพวกนั้นก็คือการแย่งชิงทรัพยากรจากรอบๆ เพื่อขยายอาณาเขตการปกครองให้มากขึ้น

        "แล้วต้องทำยังไง" ลิลลี่เปิดปากถามอย่างตรงประเด็น เท่าที่ได้ฟังพบว่ามันแย่กว่าที่คิด

        "พวกเราต่างก็มีหน้าที่เฉพาะนั่นแหละ บูรพาสร้างความเสียหายใหญ่ๆ เพื่อชะลอความเคลื่อนไหวของวอร์ลอร์ด ซากุระมีกำลังพลในมือมากเลยอาสาจะเป็นคนปิดล้อมไม่ให้เคลื่อนไหวได้สะดวก ส่วนฉันที่เป็นม้านอกสายตาจะรับหน้าที่สร้างความเสียหายจากภายใน จำนวนคนน่ะไม่ใช่ปัญหาหรอกแค่สร้างความวุ่นวายให้เกิดความเสียหายจากภายในถือเป็นเรื่องง่ายมาก"

        พูดถึงตรงจุดนี้เดฟอนเริ่มจะคาดเดาอะไรบางอย่างออกแล้ว ความถนัดของราล์ฟคือการชักนำกระแสมวลชนเข้ากดดันศัตรูและตรึงเอาไว้ บ่มเพาะสร้างความแค้นให้กับผู้คนโดยที่ตัวเองแทบไม่ต้องทำอะไรก็มีคนคอยเป็นมือเป็นเท้าให้ เป็นนิสัยเสียที่เขาอยากจะมอบบทบาทผู้บงการเบื้องหลังให้ซะจริงๆ

        "ตอนนี้กองกำลังหลักของวอร์ลอร์ดอยู่ที่เมืองอาร์วิเนีย" ราล์ฟบอก

        คุโระผิวปากหวือแล้วพูดว่า "เล่นยึดศูนย์กลางการค้าเอาไว้เลยไม่ใช่เหรอนั่น"

        "ก็ใช่ แต่กิลด์ตราชั่งทองเป็นคนควบคุมราคาตลาดดังนั้นผลกระทบนี้เป็นไปในทางที่ดีของพวกเขาเลยล่ะ แต่เดิมหลักๆ ก็เป็นพวกนักเล่นเกมอาชีพอยู่แล้ว ถ้าให้เทียบกันกิลด์ตราชั่งทองใช้วิธีที่ไม่ค่อยน่าเกลียดสักเท่าไหร่ เป็นประเภทซื้อมาขายไป เหมือนเป็นพ่อค้าคนกลางซะมากกว่า" ไรอันวิเคราะห์ ในมุมมองของเขาที่เป็นเพลเยอร์ธรรมดามองว่าราคาพวกนั้นไม่แพงจนเกินไป

        อย่างน้อยบรรยากาศก็ดูเหมือนการประชุมกิลด์มากขึ้น มีการแสดงความคิดเห็นกันต่างๆ นานา เนื่องจากว่าทุกคนนั้นอยู่ในวัยที่ไตร่ตรองสถานการณ์ได้บ้างแล้ว และราล์ฟไม่อยากปิดกั้นความคิดเห็นของทุกคน ถึงอันที่จริงเขาจะมีแผนอยู่ในใจแล้วก็เถอะ แต่ก็อยากจะรับฟังความเห็นของคนอื่นเพื่อนำมาปรับแก้แผนการของตัวเอง

        และเพราะราล์ฟยังไม่บอกสิ่งที่ต้องทำนับจากนี้ ไรอันเลยลองเสนอความคิดที่จะใช้วิธีต่อรองกับกิลด์อื่นเพื่อผนวกกำลังกันจัดการกับวอร์ลอร์ด แต่ก็ถูกแย้งด้วยเรื่องที่ว่าไม่มีใครอยากมาหาเรื่องใส่ตัว

        "ควรเริ่มจากที่ไหน" คราวนี้เป็นลิลลี่ที่ถามได้ตรงประเด็นมาก ราล์ฟอดชื่นชมไม่ได้เลยจริงๆ

        "ตามความเห็นของฉันเราควรจะเริ่มต้นที่คลาเซียร์ก่อนเป็นที่แรก"

        "เหตุผลล่ะ?"

        "เพราะทันทีที่พวกเรามีประกาศเมืองอัลเทเซียร์กับคลาเซียร์จะเป็นเมืองอันดับต้นๆ ที่จะมีคนเดินทางไปมากที่สุดอย่างไงล่ะ"

        เดฟอนเดาะลิ้น ส่ายนิ้วไปมาและพูดกับสมาชิกคนอื่นว่า "ต้องไม่ลืมเรื่องอาณาจักรเงือกสิ"

        "หรือว่ารู้ตำแหน่งที่ตั้งของอาณาจักรเงือกแล้วเหรอครับ" ไรอันรีบถาม เพราะอาณาจักรเงือกถือเป็นดินแดนลึกลับซึ่งมีหลายคนเคยได้ยินข่าวคร่าวเรื่องนี้มาบ้าง แต่ก็ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาสักเท่าไหร่

        "ฉันน่ะไม่รู้หรอก แต่มีอยู่หนึ่งคนที่น่าจะรู้ใช่หรือเปล่า...เด็กตกปลา"

        "ก็พอจะรู้อยู่หรอก ฉันสามารถนำทางไปถึงพื้นที่ในเขตปกครองของพวกเผ่าเงือกได้ แต่มันก็มีเผ่าเงือกสองประเภทล่ะนะ แล้วอาณาจักรเงือกก็ไม่ใช่ที่ที่ใครจะลงไปก็ได้ ตราบใดก็ตามที่ไม่มีใครหายใจในน้ำได้ ทั้งหมดก็เป็นได้แค่ฝัน" เด็กตกปลายอมรับแบบไม่มีปิดบัง ถึงเขาจะไม่บอกแต่ดีไม่ดีเดฟอนอาจจะเป็นคนบอกเรื่องนี้ออกไปก็ได้ "หรือว่านี่เป็นเหตุผลที่เรียกให้ฉันมาเข้าร่วมประชุมกิลด์ของพวกนายงั้นเหรอ"

        "ต้องขอโทษด้วยล่ะกัน" ราล์ฟขยับแว่นตาและตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้สำนึกผิดจริงๆ

        "เอาเถอะ ถ้าแค่นำทางไปยังไงก็ได้ แต่เรือฉันพึ่งพังไปน่ะ" พูดแล้วก็หันไปมองสาเหตุที่ทำให้เรือพังที่เบือนหน้าหนีและเป่าปากทำไม่รู้ไม่ชี้

        ราล์ฟเกิดความรู้สึกอย่างจะลองกลั่นแกล้งเพื่อนดูบ้างก็เลยพูดออกไปว่า

        "เรื่องนั้นเดี๋ยวฉันจะให้เดฟอนชดใช้ด้วยร่างกายก็แล้วกัน"

        "ไอ้เจ้าบ้าพูดอะไรออกมาน่ะ"

        "ฉันหมายถึงให้นายชดใช้ด้วยการสร้างเรือให้ หรือนายจะควักกระเป๋าตัวเองจ่ายเป็นค่าเรือฉันไม่แนะนำหรอกนะ ค่าเรือน่ะแพงมหาศาลเลยล่ะ"

        เห็นแววตาของแต่ละคนคงอยากจะให้อธิบายเรื่องราวให้มากกว่านี้ แต่การประชุมนี้มีสองหัวข้อก่อนจะไปเรื่องอาณาจักรเงือกก็คงต้องประชุมในหัวข้อแรกให้จบลงเสียก่อน

        "อย่างไรก็ตาม ตามที่ฉันคาดการณ์เอาไว้เราจำเป็นต้องขับไล่พวกสังกัดกิลด์ภายใต้สมาพันธ์วอร์ลอร์ดเสียก่อน เพราะคนพวกนี้จะเป็นหน่วยสืบความเคลื่อนไหวให้กับสมาพันธ์ ก่อนอื่นเลยเดฟอนตอนนี้นายเองก็ได้เผ่าพันธุ์มาแล้วพอจะมีของวิเศษอะไรที่ใช้งานได้บ้างไหม"

        "ตอนนี้ยังไม่มี" เดฟอนตอบตามตรง "แต่ว่าฉันอาจจะสร้างไอเทมเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาได้ ถึงยังไงตอนนี้ก็มีบันทึกข้อมูลการสร้างอยู่ก่อนแล้ว คงไม่ยากนักที่จะดัดแปลง ปัญหาก็คือตอนนี้ฉันยังไม่มีโรงงานเป็นของส่วนตัว ก็เลยยังสร้างของใหญ่ไม่ได้มากนัก ถ้ายังไงนายช่วย..."

        "ยกพื้นที่ส่วนหนึ่งของเกาะให้เป็นโรงงานของนายก็แล้วกัน"

        "รับรองว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังหรอก เรื่องวัตถุดิบฉันจะเป็นคนจัดหาเอง"

        "ตกลงตามนั้น ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกได้ ตอนนี้ฉันอยากให้นายเตรียมอุปกรณ์สำหรับจู่โจมในช่วงเวลากลางคืน ทุกอย่างที่จำเป็นในความคิดของนาย คิดว่าจะต้องใช้เวลากี่วันในการสร้าง"

        เดฟอนคิดอยู่สักพักก็ตอบว่า "เอาตามความเป็นไปได้นะ ถ้าฉันต้องออนไลน์สองครั้งต่อวันก็คงใช้เวลาประมาณห้าวัน เพราะไอเทมเทคโนโลยีพวกนี้มันมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมาก และถ้าต้องทำเผื่อให้กับทุกคนแล้วห้าวันคงทำทันแบบฉิวเฉียด แต่คงไม่มีโอกาสได้ทดลองประสิทธิภาพของมันสักเท่าไหร่"

        "ภายในหนึ่งอาทิตย์คิดว่าคงทำเสร็จไหม"

        "ถ้าแค่นั้นล่ะก็ได้อยู่ ก็นายไม่ได้มีวัตถุดิบให้ถลุงเล่นล่ะนะ" เดฟอนตอบยิ้มๆ

        ถึงนี่จะเป็นเกมที่อ้างอิงความจริงอยู่หลายส่วน แต่ระยะเวลาที่ให้ไปนั้นถือว่าสั้นมาก หากเดฟอนจะต่อรองขอสักสองอาทิตย์ก็คงไม่คิดว่ามันนานเกินไป

        หัวข้อต่อไปก็คือเรื่องของอาณาจักรเงือก โดยเรื่องนี้ทำให้หงส์รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะมันเป็นเผ่าพันธุ์ในเทพนิยายที่เคยอ่านในสมัยตอนที่เป็นเด็กช่างฝัน และอารินกับลาเวนเดอร์เองก็สนใจเหมือนกัน ในจุดนนี้ไรอันก็รู้สึกสงสัยเรื่องที่ว่าทำไมถึงต้องเจาะจงเกี่ยวกับอาณาจักรเงือกขนาดนั้นด้วย ราล์ฟไม่อยากปิดบังจึงเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังออกไปและสร้างความตกใจให้กับพวกไรอันเป็นอย่างมาก

        "ไซเรนเป็นภูต แถมยังเป็นเผ่าเงือกอีกด้วยเหรอครับ" (ไรอัน) "แล้วก็ถูกจับตัวไป เลยคิดจะไปช่วย" (คุโระ) "ทำไมพวกเราจะต้องไปเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยผู้หญิงของนายกันด้วยล่ะ" (หงส์) "ส่วนฉันมีความแค้นกับพวกเงือกโดยตรงเลยล่ะ" (อาคม) "จะว่าไปเรือฉันก็พังก็มนุษย์เงือกนี่นา" (เด็กตกปลา) "ฉันเคยสู้กับพวกมันด้วยนะ แต่ว่าโคตรเก่งเลย ครั้งหน้าจะแก้มือและเอาชนะให้ได้" (เดฟอน) "อารินอยากเห็นนางเงือกค่ะ พี่ไซเรนบอกว่านางเงือกสวยมาก" (อาริน) "ถ้าอารินไปลาเวนเดอร์ก็จะไปด้วย พี่ลิลลี่ขอไปด้วยนะ" (ลาเวนเดอร์) "...อืม" (ลิลลี่)

        ทุกคนพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น เพราะเท่ากับว่าพวกเขาจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้เดินทางไปเยือนสถานที่พิเศษแบบนั้น แต่ก่อนที่จะได้ฝันหวานกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อากิระก็ได้ถามคำถามออกมาและทำให้ความฝันของแต่ละคนถูกทำลาย

        "พวกนายหายใจใต้น้ำกันได้เหรอ?"

        และราล์ฟก็ได้บอกเรื่องที่ซากุระหาทางแก้ปัญหาได้แล้วให้ทุกคนทราบ สิ่งที่ต้องการก็คือเรือดำน้ำลึกที่ที่เพียบพร้อมไปด้วยอาวุธ แต่เดฟอนบอกว่าเรื่องนี้มันหนักหนามากถ้าต้องให้สร้างเรือลำใหญ่ขนาดนั้นระยะเวลาที่ใช้จะต้องมากกว่าสองเดือนเป็นอย่างต่ำ ถึงจะอยากไปช่วยให้เร็วมากแค่ไหนราล์ฟก็ต้องคิดถึงความเป็นจริงในข้อนี้ ต่อให้ร้อนใจและเร่งลงมือผลลัพธ์ที่ได้อาจจะเลวร้ายลงมาก

        "ระยะเวลาขนาดนั้นคงช่วยไม่ได้สินะ ยังดีกว่าที่ทำอะไรไม่ได้เลย"

        "สองเดือนก็จริง...ถ้าฉันทำคนเดียวล่ะนะ"

        รอยยิ้มแกมโกงของเดฟอนสร้างความฉงนให้กับราล์ฟเป็นอย่างมาก เขาไม่รู้ว่าเดฟอนซ่อนอะไรไว้เบื้องหลังอีกบ้าง แต่ที่แน่ๆ มันจะต้องช่วยเหลือเขาได้ในอนาคต

 

        ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นทุกคนก็แยกย้ายกันไป ราล์ฟส่งมอบบัตรเข้าเกาะส่วนตัวให้อาคมเพราะอารินมักจะไปที่นั่นในช่วงเวลาว่าง จากนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องทำเลยคิดว่าเขาควรจะไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติมด้วยตัวเองจะดีกว่า เพราะเวลานี้เขาได้เดินทางไปทุกเมืองแล้วสามารถเดินทางไปทุกที่ได้ดั่งใจ ต่อให้ไม่ว่าจะมีการป้องกันหน้าบริเวณเมืองที่หนาแน่นแค่ไหนก็ผ่านไปได้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

        เมืองอาร์วิเนียในตอนค่ำนั้นเงียบสงบไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้น ถึงจะบอกว่าเป็นกลุ่มคนเลวร้ายมารวมตัวกันแต่นั่นก็เป็นแค่กลุ่มคนเล็กๆ ในอาร์วิเนียแห่งนี้เพลเยอร์ทั่วไปยังใช้ชีวิตกันได้ปกติ แต่ก็ยังมีการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยภายในกลุ่มของตัวเองและตัดสินกันด้วยการทำ PK เท่าที่มองเห็นรู้สึกว่าภายในสมาพันธ์ก็ไม่ได้มีความสามัคคีกันสักเท่าไหร่ แต่นั่นก็เป็นแค่กลุ่มกิลด์ในสังกัดเท่านั้นไม่ใช่กำลังรบหลักของวอร์ลอร์ด

        วิชาลบจิตและตัวตนให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ 'คืนเดือนมืด' เป็นสายวิชาที่ราล์ฟซึ่งควบคุมสติและสมาธิได้ใช้งานได้เก่งที่สุดในบรรดาวิชาสายจันทรวารี มันเหมาะมากที่จะใช้ในการลอบเร้นเข้าไปในพื้นที่ที่มีการระวังป้องกันอย่างแน่นหนา

        ที่ตั้งของสมาพันธ์วอร์ลอร์ดไม่ได้โดดเด่นมากนัก ก็เหมือนกับการเช่าพื้นที่ตึกทั่วไปเพียงแต่มันมีพื้นที่ใหญ่มาก มีการวางกำลังป้องกันอย่างแน่นหนา และคนพวกนี้อยู่ที่คลาสขุนนางกันหมดมีชุดเกราะกับอาวุธที่อยู่ในระดับดีเยี่ยม เป็นของสร้างพื้นฐานที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของคุณสมบัติที่ดีที่สุด เดาว่าหลังจากที่รวบรวมอาวุธและชุดเกราะพิเศษแล้ว ที่พวกนั้นตั้งใจจะทำก็คือการค้าขายวัตถุดิบในการผลิตชุดเกราะและอาวุธพวกนี้ นั่นหมายความว่าถ้าอยากจะเก่งขึ้นก็ต้องใช้เงินซื้อเพียงเท่านั้น

        การลอบเข้ามานั้นเป็นอะไรที่ง่ายดายมาก ไม่มีใครรู้ถึงการมีอยู่ของเขา พลังจิตรูปแบบใหม่ มิราจ เป็นการปล่อยคลื่นผสมทำให้เกิดการหักเหของแสงจนอยู่ในสภาพคล้ายกับกึ่งล่องหนได้ แต่ก็ยังคงมีตัวตนอยู่ อย่างไรก็ตามถ้าไม่สังเกตให้ดีก็จะไม่รู้ถึงความผิดปกตินี้ เพราะแต่ไหนแต่ไรเขาก็ถนัดสายควบคุมจิตตั้งแต่แรก เลยหันไปเอาดีด้านนี้มากกว่าด้านพลังทำลาย

        "สืบข่าวจากภายในได้แสดงว่าจะต้องมีสายของซากุระปะปนอยู่แน่"

        สายข่าวของซากุระนั้นมีอยู่ทุกที่จนน่ากลัว เพราะทุกครั้งที่ได้รับข้อมูลซากุระจะพยายามปกปิดการมีอยู่ของสายข่าวเพื่อป้องกันอันตราย ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นคล้ายกับว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่มีการเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้จนจับทางไม่ออก แม้วิธีนี้ราล์ฟก็สามารถใช้ได้แต่นั่นหมายความว่าเขาจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนให้มากเท่าซากุระ แต่นั่นเป็นเรื่องที่เขาไม่อาจเลียนแบบได้

        ราล์ฟจดจำรายละเอียดทุกอย่างให้ได้มากที่สุด ใช้ประโยชน์จากประสาทหูที่ดีมากดักฟังบทสนทนา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำบ่นทั่วไปซะมากกว่า สำหรับราล์ฟแล้วเสียงบ่นเหล่านั้นคือคำบอกใบ้ที่ดีที่สุด โดยเสียงบ่นพวกนั้นกล่าวถึงเรื่องที่พวกเขาต้องปรับเลเวลให้สูงขึ้นและทำงานฟาร์มวัตถุดิบให้มากขึ้นจากเดิม มันเป็นความเสียหายที่พวกเขาพึ่งจะสูญเสียไปเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา และนั่นเป็นฝีมือของราล์ฟกับบูรพาที่เป็นผู้สร้างความเสียหายนั่น

        "ฟาร์มวัตถุดิบสร้างเสื้อเกราะงั้นเหรอ ถ้าไม่ใช่สู้กับคนก็คงเตรียมการเพื่อไปสู้กับอะไรบางอย่าง"

        ถ้าเป้าหมายของเทพสงครามคือการรวบรวมอาวุธกับไอเทมในตำนานล่ะก็แปลว่าเขามีข้อมูลของไอเทมในตำนานเกือบทุกชิ้น บางทีเทพสงครามคนนี้อาจจะเป็นคนที่ผ่านเควสต์เดียวกับเขามาก่อน หากได้เข้าไปในหอสมุดแห่งปราชญ์และเลือกเฉพาะหนังสือเกี่ยวกับอาวุธโบราณในตำนาน การจะหาที่มาที่ไปของมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก

        ข้อความต่อมานั้นบอกว่าทำไปเพื่อคนในกลุ่มอสูรสงครามและคนคนนั้นเป็นนักธนู

        มาถึงตรงนี้ราล์ฟมั่นใจได้เกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะว่าเป้าหมายของเทพสงครามน่าจะเป็น 'ธนูดาราสวรรค์' อาวุธในตำนานที่มีวิถีการยิงระยะไกล เป็นอาวุธที่ไม่จำกัดเรื่องสายอาชีพแต่เหมาะสำหรับนักธนูอย่างแท้จริง

        ถ้ารู้เป้าหมายต่อไปของเทพสงคราม เขาจะต้องขัดขวางและชิงอาวุธนั่นมาให้ได้ก่อน อย่างน้อยการที่บูรพาเล่นเผาสถานที่ฟาร์มไอเทมก็คงทำให้เทพสงครามหัวปั่นไปได้พักใหญ่ อย่างน้อยแผนการที่เตรียมไว้อย่างดีก็ต้องเคลื่อนไปอย่างน้อย 3-4 วัน เขากับเทพสงครามมีบางอย่างที่คล้ายกันนั่นคือการที่ไม่เสี่ยงเดินเกมในสภาพที่ไม่พร้อม แต่อีกฝ่ายมีพรรคพวกที่เชื่อใจได้อยู่ข้างกายเป็นจำนวนไม่น้อย ต่างจากเขาที่ไม่เพียงไม่กี่คน

        ราล์ฟได้ข้อมูลมาเพียงพอแล้วและคิดจะกลับไปเตรียมการรับมือ กลับกลายเป็นว่ามีคนคนหนึ่งลอบเร้นเข้ามาทางด้านหลังของเขา ทั้งที่ตอนนี้ใช้คืนเดือนมืดกับมิราจในการซ่อนตัวตนเอาไว้ การที่มีคนมาอยู่ใกล้ตัวเขาได้นั้นไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ พอหันไปมองก็เข้าใจสาเหตุทันที

        'เผ่าหมาป่า? อย่างนี้นี่เองตรวจจับด้วยกลิ่นสินะ'

        "ฉันรู้ว่าแกซ่อนตัวอยู่ที่นี่ออกมาซะ" ดวงตาสุนัขป่าจับจ้องไปยังตำแหน่งที่มีมุมสะท้อนแสงแปลกๆ ยิ่งเป็นเวลากลางคืนก็ทำให้มองเห็นได้ยากมาก

        ราล์ฟไม่ใช่คนที่ประเภทว่าอีกฝ่ายร้องขอแล้วจะต้องทำตาม ในชั่วเสี้ยววินาทีที่อีกฝ่ายกำลังชั่งใจว่าควรทำอย่างไร ราล์ฟได้ก่อร่างแผนการเคลื่อนไหวต่างๆ ออกมาหลากหลายรูปแบบ คำนวณผลลัพธ์ที่อาจเป็นไปได้ออกมาทั้งหมด ก่อนจะตัดสินใจทะยานตัวหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

        "ไม่ให้หนีหรอก" ชายคนนั้นวิ่งไล่ตามมาอย่างกระชันชิด ความเร็วนั้นใกล้เคียงกันมากเหมือนอีกฝ่ายหนึ่งจะเร็วกว่าเล็กน้อย และเพื่อไม่ให้ตามไปได้ทันก็มีการขว้างมีดสั้นเล่มเล็กสวนกลับมาด้วย นอกจากจะไม่หลบแล้วยังคว้ามีดสั้นด้วยสองนิ้ว "ไม่เลวนี่นา เทคนิคการขว้างมีดนี่มันระดับสุดยอดมาก"

        ทั้งสองวิ่งไล่กันแต่ราล์ฟไม่ได้จงใจจะทำให้ตัวเองหนีรอดไปได้ เขาเลือกจะแกล้งทำเป็นถูกไล่ต้อนมากกว่า ปกติแล้วถ้าหากศัตรูหนีไปได้อีกฝ่ายก็คงกระวนกระวายใจน่าดู แต่เทพสงครามเป็นคนฉลาดและคิดว่าคนทั่วไปคงไม่ได้ข้อมูลไปมากนัก ดังนั้นจำเป็นจะต้องทิ้งอะไรบางอย่างให้ร้อนรนมากขึ้น โดยเฉพาะตัวตนปลอมๆ ของเขานั่นเอง

        พออีกฝ่ายเห็นว่าราล์ฟเคลื่อนไหวไปตามการไล่ต้อน วินาทีนั้นก็เพิ่มความเร็วให้ตัวเองด้วยทักษะของไฟท์เตอร์ 'บูทส์' เป็นการเสริมความเร็วด้วยการพุ่งตัวทำให้มีความเร็วเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เท่าในระยะกระโดด จนกระทั้งเตะอัดราล์ฟจากด้านหน้าได้ โชคดีที่ยกแขนป้องกันเอาไว้ได้แต่แรงเตะนั่นไม่ธรรมดาเลย ในที่สุดร่างของราล์ฟก็เผยออกมาแต่มีหน้ากากใส่เอาไว้ ที่พอจะรู้ได้จากสภาพที่เห็นภายนอกก็คือหูของแมว และเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายใช้ 'ตรวจสอบ' กับเขา

        "แมงมุมลายตัวนั้น? ชื่อพิลึกดีนี่นา"

        และไม่ปล่อยให้เสียเวลาก็เริ่มเปิดการโจมตีขึ้น ท่วงท่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นเทควันโด้ไม่มีผิด โดยเฉพาะท่าสวิงแบ็คคิกที่รวดเร็วและเฉียบคมนั่น หากไม่ใช่คนที่เรียนการต่อสู้มาคงรับมือได้ลำบากมาก คนคนนี้คงเป็นนักกีฬาอาชีพอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะทันทีที่เห็นคู่ต่อสู้หลบได้ก็ผิวปากหวือ

        "มีฝีมือเหมือนกันนี่นา เจ้าแมวน้อย"

        ราล์ฟนำมีดสั้นขึ้นมาถือและตั้งท่ารบด้วยคอมแบ็ทไนฟ์ เป็นวิชามีดของทหารที่เคยฝึกตอนเป็นนักศึกษาวิชาทหาร แต่เดิมมันเป็นเพียงแค่การเหวี่ยงมีดขั้นต้นและนำไปฝึกซ้อมหลังบ้าน สุดท้ายวิลาวรรณเห็นเข้าก็มาสอนให้ด้วยเหตุผลที่ว่าทนดูไม่ไหวจริงๆ และนั่นเป็นสาเหตุที่นอกจากวิชาต่อสู้มือเปล่า เขายังใช้อาวุธจำพวกมีดและปืนได้อีกด้วย

        เป็นวิชามีดสั้นที่น่ากลัวมากเพราะมันผสานเข้ากับวิชาต่อสู้สายจันทรวารีเข้าไปด้วย จึงมีความแตกต่างจากมีดสั้นที่ใช้ในสนามรบอย่างชัดเจน แต่เทควันโด้เองก็น่ากลัวไม่แพ้กัน การที่สามารถต่อสู้กับคนถืออาวุธได้จะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน และถึงจะพูดว่าราล์ฟนั้นใช้วิชามีดได้แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกาจ ความผิดพลาดของเขาคือการทำมีดหลุดมือไป

        "โอ้ มีดหล่นไปแล้วนะทำไมไม่ใช้เล็บข่วนซะล่ะ"

        เหมือนจะพยายามยั่วโมโห ราล์ฟไม่ตกหลุมพรางนี้อยู่แล้วก็เลยยอมรับข้อเสนอด้วยการกางเล็บออกมาและเปลี่ยนเป็นใช้วิชาต่อสู้มือเปล่าแทน มันจะเห็นได้ชัดเลยว่าอีกฝ่ายนั้นพยายามฝืนยิ้มเอาไว้ ด้วยความที่ไม่เชื่อว่าพอไม่ใช้มีดแล้วระดับฝีมือนั้นจะเพิ่มสูงขึ้นมาขนาดนี้

        "เป็นอะไรไปล่ะ กลัวเล็บแมวงั้นเหรอ"

        "หึ! ลืมอะไรไปหรือเปล่า ฉันเป็นหมาป่าถ้าสู้กันจริงๆ คงรู้ใช่ไหมว่าใครเหนือกว่า"

        เผ่าพันธุ์ในวงศ์สุนัขจะโจมตีเผ่าแมวได้รุนแรงกว่ามาก มันเป็นที่รู้กันในหมู่เพลเยอร์ทั่วไป

        "ก็สู้กันอยู่ แต่ไม่เห็นจะได้เรื่อง"

        จันทรวารีเป็นวิชาสายอ่อนเลยมีเทคนิครับมือกับการโจมตีต่างๆ ทั้งหมด ผ่อนแรงปะทะเหมือนไทเก๊ก และสยบแรงของคู่ต่อสู้ก่อนจะมาถึงตัวโดยไม่ต้องใช้แรงอะไรที่มากมาย แม้จะเป็นท่าเตะของเทควันโด้ที่ร้ายกาจแค่ไหนก็มีวิธีรับมือและสยบพลังเอาไว้ได้ เพราะคิดว่าตนเองเป็นนักเทควันโด้ที่เก่งกาจก็ไม่เคยประเมินความแข็งแกร่งของศัตรู ต่างจากราล์ฟซะจริงที่ต้องฝึกฝนการประเมินความแข็งแกร่งเสียก่อนเพื่อเรียนรู้ในการเอาชนะคนที่เก่งกว่าให้ได้ ดังนั้นทุกคนในบ้านเลยชำนาญเรื่องการประเมินฝีมือจากการมองเท่านั้น

        และเท่าที่ประเมินดูแล้วยังอยู่ในขอบเขตที่ไม่ต้องเอาจริงก็ยังชนะได้

        "กวนประสาทดีนักนะ"

        คราวนี้ใช้ทักษะคอมโบช็อตเข้ามาช่วยเสริม แต่ไม่เป็นผลเพราะถูกราล์ฟสกัดเอาไว้หมด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหากโดนคอมโบช็อตเข้าไป จะส่งผลให้ร่างกายของเป้าหมายชะงักไปครู่หนึ่งเท่านั้น อาจจะเป็นทักษะที่ดูธรรมดามากแต่คนที่ใช้มันเก่งๆ ในความทรงจำของราล์ฟมีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น และด้วยทักษะที่ทุกคนมองว่าไร้ประโยชน์เลยไม่ค่อยมีใครใช้มันสักเท่าไหร่

        ไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ก็เลยหลบการโจมตีและปล่อยหมัดชกไปที่ท้อง หมัดของราล์ฟนั้นหนักราวๆ ร้อยกิโลกรัม แต่การที่ชายคนนั้นยังรับได้โดยแสยะยิ้มมาด้วยก็ต้องยอมรับว่ามีทักษะป้องกันที่ร้ายกาจมากทีเดียว ราล์ฟสูดลมหายใจรวบรวมลมปราณและกระแทกหมัดออกไปส่งร่างนั้นให้กระเด็นไปหลายสิบเมตร มันถูกเรียกว่า 'หมัดคลื่นลมปราณ' เป็นวิชาที่ใช้กับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่า

        หลังจากที่ซัดไปแล้วก็รีบเผ่นหนีรอจนลับสายตาก็ให้เทเลพ็อตกลับไปที่เกาะส่วนตัว หากคิดไม่ผิดผู้ชายคนนั้นจะต้องมีบทบาทสำคัญมากในสมาพันธ์วอร์ลอร์ด ถึงจะไม่มีข้อมูลมากนักแต่ถ้าสังเกตจากอุปกรณ์ที่ใช้และความเก่งกาจเฉพาะตัว เป็นไปได้มากว่าจะต้องเป็นคนที่รู้จักกับเทพสงคราม ดังนั้นจึงต้องการจะใช้งานคนคนนี้ในการกระจายข่าวเรื่องนี้

 

        เทพสงครามจำเป็นต้องเดินทางกลับมาที่ตึกกิลด์หลังจากที่รู้ว่ามีคนแอบเข้ามาสืบข่าวได้โดยผ่านพวกคลาสขุนนางมาถึงภายในได้ เขากังวลว่าอีกฝ่ายจะรู้ความเคลื่อนไหวเลยต้องรู้ให้ได้ว่าศัตรูนั้นบุกมาทำไม และได้อะไรกลับไปบ้าง เขาเคยทำพลาดมาแล้วครั้งหนึ่งและไม่คิดจะทำพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

        "หมอนั่นเอาชนะนายได้? นายเป็นระดับแชมป์เทควันโด้ชายของประเทศเลยนะ" หญิงสาวเอ่ยขึ้นมองดูสภาพของเพื่อนที่อยู่ในสภาพเคลื่อนไหวไม่ได้ เพราะมีลมปราณบางอย่างแฝงเข้ามาตกค้างอยู่ในร่างกาย หากฝืนขยับตัวก็จะเจ็บปวดรุนแรงมาก

        "แชมป์ในการแข่งเท่านั้นนี่นา ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแชมป์ในวงการเทควันโด้สักหน่อย ยอมรับเลยว่าประมาทไปจริงๆ แต่หมอนั่นเก่งเอาเรื่องเลยล่ะ"

        "เห็นว่าชื่อ 'แมงมุมลายตัวนั้น' ใช่ไหม ทั้งที่ใส่หน้ากากน่าจะมีความสามารถปิดซ่อนตัวตนได้แท้ๆ แต่ทำไมถึงปรากฏชื่อตอนที่ใช้ทักษะตรวจสอบ" เทพสงครามตั้งข้อสังเกต ไอเทมที่ใส่แล้วปกปิดใบหน้าแม้จะเป็นเพียงแค่ครึ่งหน้าจะไม่ปรากฏชื่ออย่างเด็ดขาด "ยิ่งไปกว่านั้นหมอนั่นใช้วิชาต่อสู้แบบทหารเนี่ยนะ"

        "นายก็เคยเรียนนี่นา"

        โดนถามกลับมาแบบนั้นก็ทำให้รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา "ไอ้เรียนน่ะมันก็เคยอยู่หรอก แต่นั่นมันก็แค่ท่าเหวี่ยงฟันธรรมดา แถมยังฝึกกันตามคู่มือเปะๆ เอาไปใช้จริงยังไม่ได้เลย"

        "ตอนแรกก็คิดแบบนั้นล่ะ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าเป็นวิชามีดสั้นของทหารจริงๆ"

        "เอาเถอะ ถึงหมอนั่นจะใช้วิชามีดของทหารจริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เรื่องที่นายทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย นั่นแปลว่าไม่ใช่นายไม่เก่ง แต่หมอนั่นจงใจออมมือให้นาย"

        "ฉันอยากให้เป็นอย่างแรกมากกว่า รู้สึกขายขี้หน้ายังไงก็ไม่รู้ที่โดนเรียกว่าเป็นแชมป์เทควันโด้เนี่ย" พูดไปแล้วก็นึกเจ็บใจสุดๆ อุตส่าห์คิดว่าคงไม่มีใครเอาชนะตนได้ในเรื่องของการต่อสู้มือเปล่า พอโดนแบบนี้แล้วอดที่จะสูญเสียความมั่นใจไม่ได้

        "แล้วอีกฝ่ายได้อะไรกลับไปบ้างล่ะ"

        ชายหนุ่มไฟท์เตอร์ส่ายหน้า "ตอบยาก ฉันรู้ตัวก็ตอนที่ได้กลิ่นของผู้บุกรุก น่าจะเป็นเพราะทิศทางลมด้วยนั่นแหละทำให้กว่าจะรู้ตัวก็เป็นเวลาสักพัก คงได้ข้อมูลอะไรไปไม่มากก็น้อย แต่มั่นใจว่าไม่มีการบุกเข้ามาภายในอย่างแน่นอน เพราะถึงเข้ามาก็ไม่มีทางได้ข้อมูลอะไรที่เป็นเอกสารอยู่แล้ว"

        เทพสงครามไม่อยากปฏิเสธความเป็นไปได้ทั้งหมด อย่างน้อยในตึกแห่งนี้ก็ยังมีสถานที่ที่ใช้เป็นคลังอาวุธกับคลังวัตถุดิบอีกตั้งมากมาย และถ้ารู้ความเคลื่อนไหวภายในก็อาจจะส่งผลถึงสิ่งที่เขาเตรียมการอยู่ตลอดมาก็ได้

        "แล้วหมอนั่นเป็นเผ่าแมวด้วยใช่ไหม"

        "ก็ใช่ หรือว่าคิดอะไรได้"

        "ยังไม่มั่นใจนักหรอก แต่ฉันเคยเผชิญหน้ากับเผ่าแมวคนหนึ่ง หมอนั่นค่อนข้างจะเจ้าเล่ห์มากทีเดียว ถ้าหากว่าคนที่นายเจอเป็นคนเดียวกับที่ฉันเคยเจอ นั่นแปลว่าพวกเรากำลังเจอกับสถานการณ์ที่ต้องระมัดระวังให้เต็มที่"

        "หมอนั่นเก่งเหรอ?"

        เทพสงครามไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่คนที่ตอบกลับเป็นผู้หญิงที่อยู่ด้วย

        "เก่งมากเลยล่ะ ถ้าพูดถึงนักสู้เผ่าแมวในตอนนี้ก็น่าจะมีอยู่แค่คนเดียว ร้อยศาสตรา ราล์ฟ เป็นยอดฝีมืออันดับสองที่แสดงฝีมือได้น่ากลัวมากในการประลองยุทธ์ทั้งที่เป็นนักบวช"

        "เจ้านั่นเป็นนักวางแผนที่เจ้าเล่ห์มาก เพราะมันเคยเปลี่ยนสถานการณ์ที่ย่ำแย่ให้ได้เปรียบด้วยตัวแปรเดียว ตอนนั้นฉันเสียท่าให้กับมัน เพราะไม่คิดว่าจะไปร่วมมือกับ คิลเลอร์แมชชีน ดิวเฟอร์ ได้" พูดแล้วยังรู้สึกเจ็บใจ แต่ก็ยังชื่นชมด้วยเหมือนกัน เป็นการวางแผนที่ผลัดกันตลบหลังไปมาจนได้ผู้ชนะที่แท้จริง

        เทพสงครามไม่ใช่คนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนเด็กที่ไม่รู้จักโต การต่อสู้ในครั้งนั้นมันจบลงและเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ดังนั้นในครั้งต่อไปก็ต้องหาทางเอาชนะให้ได้

        "แล้วเรื่องที่ฉันได้ยินมา บูรพามันเล่นเผ่าพื้นที่ฟาร์มไอเทมของพวกเราทิ้งเหรอ" หันไปถามหญิงสาวที่คอยรับทราบความเคลื่อนไหวทั้งหมดภายในกิลด์และรายงานให้ฟังโดยรวม

        "ใช่ ความเสียหายนั่นไม่รวมเรื่องไอเทมที่พวกเราฟาร์มไว้ด้วยนะ แต่ดูเหมือนมันจะถูกปล้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากเหตุการณ์นั้นทำให้ชุดเกราะที่ควรจะได้ในอีกสามวันต้องเลื่อนไปก่อนจนกว่าพื้นที่ฟาร์มจะกลับมา ความเสียหายนั่นรวมไปถึงค่าซ่อมแซมอาวุธกับชุดเกราะของคนที่ล้มตายที่นั่นด้วย นี่ต้องเตรียมจัดทีมฟื้นฟูเลเวลให้โดยเร็วที่สุด"

        สร้างความปวดหัวให้ได้ไม่หยุดหย่อนโดยเฉพาะบูรพา คนที่ชอบสร้างความเสียหายให้ศัตรูโดยที่ตัวเองแทบจะไม่ได้รับความเสียหาย ก่อนหน้านี้ก็ท้าให้มีการทำสงครามกับกิลด์ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมามีแค่กระสอบทรายเท่านั้น สร้างความโมโหให้กับกิลด์ที่สังกัดสมาพันธ์เป็นอย่างมาก พวกนั้นไม่ยอมรับที่ตัวเองพลาดท่าเลยยื่นเรื่องมาให้ทางนี้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

        "อ๋อ แล้วก็ก่อนหน้าที่จะมีการเผาพื้นที่ฟาร์มไอเทม ฉันได้ข้อมูลจากพวกที่ตายมาด้วย บอกว่าไม่ใช่ฝีมือของบูรพา แต่เป็นของแมวตัวหนึ่งที่เดินผ่านมา"

        "ว่ายังไงนะ แมวอีกแล้วเหรอ" เทพสงครามเค้นถาม

        "อย่าพึ่งโกรธสิ ก็เจ้านั่นให้เล่นเกมถามตอบหนึ่งคำถามแลกชีวิตนี่นา เพราะงั้นฉันก็เลยต้องรวบรวมคำตอบจากแต่ละคนที่ถูกฆ่ามา และดูเหมือนว่าศัตรูของนายคราวนี้จะเป็นอย่างที่กังวลเลยล่ะ"

        "อย่าบอกนะว่า..."

        "ถูกต้อง ร้อยศาสตรา ราล์ฟ หัวหน้ากิลด์แพนโดร่า"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #14000 0865997094 (@0865997094) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 19:22
    ชดใช้ด้วยร่างกาย//มันก้องให้หัวมาก
    #14000
    0
  2. #13652 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 11:30
    สนุกละ อิ อิ
    #13652
    0
  3. #13630 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 23:44
    ราล์ฟคงอยากให้เดฟอน
    แบ่งเบาความจิ้นวายไปบ้าง...
    ชดใช้ด้วยร่างกายก็มาว่ะ!!!
    555+
    ปล. ขอมือfcเดฟอนxเด็กตกปลาหน่อยเร้ววว!!! ฮิ้ววว!!!
    #13630
    0
  4. #13619 ม่านมุก (@honeyl) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 13:43
    ขอบคุณน้าาค้าาแล้วมาอัพอีกไว ๆ ๆ น้าาสนุกมาก ๆ ๆ ค้าาสู้ ๆ ๆ น้าาค้าา
    #13619
    0
  5. #13618 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 13:33
    กรี๊ดดดดดดด จะเปิดวอร์แล้วววว
    /อริราล์ฟนี่มีแต่เผ่าพันธุ์หมาป่านะคะ น่ารักจังสมเป็นแมวหมา
    #13618
    0
  6. #13617 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 08:03
    เป็นไปตามที่ต้องการเลยสินะ
    #13617
    0
  7. #13615 Gee_attano (@angeza) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 13:42
    หูยยยยจะได้เม้นแล้ว5555  สนุกขึ้นเรื่อยๆเลยแหละ  สู้ๆนะคะ
    #13615
    0
  8. #13613 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 10:17
    อ่านดู นิมป์ บทหล่อนหายไปแล้ว!!!!
    #13613
    0
  9. #13612 SlayerREADERx (@SlayerREADERx) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 10:07
    -เซเว่น 5555
    #13612
    0
  10. #13611 SOULGOD (@SOULGOD) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 09:45
    เอาเผ่าจักรกลมาช่วยสินะ
    #13611
    0
  11. #13610 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 09:43
    มีตัวช่วยสินะ
    #13610
    0
  12. #13609 Pompam Makionna (@suppamas) (จากตอนที่ 364)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 09:38
    เดฟอนต้องมีคนช่วยแน่ๆ =w=
    #13609
    0