ตอนที่ 363 : บทที่ 17 รวมพลแพนโดร่า (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    7 ธ.ค. 59

บทที่ 17 รวมพลแพนโดร่า (100%)

 

        เช้าวันใหม่นี้เป็นวันที่เจนภพจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เขายังคงทำตัวปกติแม้จะรู้เรื่องคู่หมั้นที่จะย้ายมาพักด้วยขณะเรียนต่อที่ประเทศไทยก็ไม่ได้ทำให้ความเยือกเย็นของเขาเปลี่ยนไปเลย แต่ก็ยังคาดโทษคุณตาที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้ล่วงหน้า ซูหลินจะมาพักอีกไม่กี่วันนี้แล้วเขาต้องจัดเตรียมของและเคลียร์กำหนดการต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถไปรับเธอที่สนามบินได้โดยไม่มีปัญหา

        จินดารัตน์มอบของขวัญก่อนจากให้กับอาคมและอาริน เป็นต้นไม้ตกแต่งห้องที่จะส่งกลิ่นบำบัดให้ผ่อนคลายในตอนกลางคืนกับน้ำผึ้งอีกสามขวดโหล ทั้งหมดต้องใช้บริการจากรีสอร์ทเพื่อขนส่งพวกมันไปที่กรุงเทพฯ

        มันเป็นเรื่องยากที่วิลาวรรณจะหาช่วงวันหยุดกลับมาเที่ยวบ้าน ถึงจินดารัตน์จะบอกให้ลาออกและมาอยู่ช่วยงานที่บ้านก็ไม่ยอม บอกว่าตอนนี้เธอมีชีวิตที่ดีแล้วไม่ได้ลำบากสักเท่าไหร่ และจะตั้งใจทำงานเพื่อเลี้ยงดูลูกชายต่อไป ตรงจุดนี้ก็ได้เจนภพขัดขึ้นมาว่า 'ใครเลี้ยงดูใครกันแน่ครับ'

        ออกจากรีสอร์ทกันตอนเที่ยงหลังจากที่หาอะไรกินกันระหว่างทางก็ซื้อของฝากจากเชียงใหม่กลับไปด้วย ส่วนหนึ่งก็นำไปมอบให้กับเพื่อนบ้าน และอีกส่วนก็ไว้กินในครอบครัว อาคมที่อุตส่าห์ถอนเงินมาล่วงหน้าก็นึกได้ว่าตั้งแต่มาที่นี่เขาไม่ได้แตะกระเป๋าเงินเลยสักครั้ง ก็เลยพาอารินไปเลือกซื้อของฝากไปฝากคนรู้จักของพวกเขา

        พวกเขามาถึงกรุงเทพฯ ตอนเกือบหนึ่งทุ่ม มันเป็นการเดินทางช่วงวันหยุดที่สนุกมาก อารินยังเสียดายที่เที่ยวไม่หมด มีหลายอย่างที่ไม่มีโอกาสได้ลองกินหรือลองทำ วิลาวรรณขับไปส่งสองพี่น้องที่แมนชั่นเสร็จแล้วจึงขับกลับบ้าน ระหว่างทางก็ถือโอกาสแซ็วลูกชายที่อยู่ๆ ก็มีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนแถมยังจะมาอาศัยอยู่ที่บ้านด้วยอีกต่างหาก แต่เจนภพกลับตอบรับนิ่งๆ ไม่รับมุขของเธอแม้แต่ด้วย

        กลับถึงบ้านก็ขนของลงจากรถ วิลาวรรณนับของฝากไปแจกคนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน ส่วนเจนภพก็นำของเข้าบ้านและจัดทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนคุณแม่จะกลับมาถึง เขาไปดูห้องรับรองที่มีไว้เพื่อให้แขกมาพักค้าง ถึงเจนภพจะดูแลความสะอาดไม่ขาดแต่หลายจุดเริ่มมีฝุ่นจับแล้ว ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเริ่มต้นเก็บกวาดและนำที่นอนออกมาตากแดด ใช่ว่าเจนภพยอมรับเรื่องคู่หมั้นนี้แล้ว แค่รู้ว่าเหนื่อยที่จะขัดขืนเรื่องที่ผู้ใหญ่ตกลงไปแล้ว

 

        ที่เกาะส่วนตัว เปลี่ยนแปลงไปมากจนจำไม่ได้ พื้นที่ส่วนหนึ่งถูกปรับปรุงให้เป็นสวนสมุนไพร รอบบ้านล้อมด้วยสวนดอกไม้ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม เป็นฝีมือของจันทราอย่างไม่ต้องสงสัย ตอนที่ราล์ฟปรากฏตัวสองภูตสาวตกใจเล็กน้อย โดยทั้งสองคนนั้นกำลังอิงแอบกันอยู่บนโซฟาท่าทางลับๆ ล่อๆ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้นอกจากถามความเป็นอยู่ที่มีแค่สุริยันเริ่มเบื่อกับมันเท่านั้น

        จะว่าไปแล้วการที่เขาไม่ได้ออนไลน์เลย เวลาในเกมมันก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ นานมากแล้วที่ราล์ฟไม่ได้พาทุกคนออกไปเดินเล่นก็เลยตั้งใจว่าวันนี้เขาจะไปรับเควสต์เผ่าพันธุ์เพื่อเรียนเวทมนตร์สักหน่อย เป็นโอกาสดีที่จะได้หาข่าวสารเพิ่มเติมช่วงที่ไม่อยู่ด้วย พอรู้ว่าจะได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกสุริยันก็กระดี๊กระด๊ามากจนน่าหมันไส้ ราล์ฟใช้เทเลพอตพาทั้งสองคนมาโผล่ที่เมืองคลาเซียร์

        บรรยากาศในเมืองค่อนข้างตึงเครียด และราล์ฟไม่ใช่คนที่อ่านบรรยากาศไม่เป็น เขาเปิดหน้าต่างกระดานข่าวสารขึ้นมาดูความเป็นไป ทำความเข้าใจสถานการณ์อยู่พักหนึ่งก็ปิดมันลง สมาพันธ์วอร์ลอร์ดอยู่ในช่วงเพาะสร้างกองทัพที่แข็งแกร่ง ด้วยระยะเวลาที่เขาหายไปนั้นถือว่าต่อให้อีกฝ่ายก้าวนำหน้าไปไกลกว่าเล็กน้อย ที่ไปมากกว่านี้ไม่ได้เพราะมีบลู ลิเบอร์ตี้ กับหัวหน้ากิลด์อสูรทะเลทรายสร้างสถานการณ์ให้อยู่เสมอ

        ถ้าไม่ใช่เพราะสุริยันบ่นว่าหิว ราล์ฟจะไม่ออกนอกแผนที่กำหนดไว้โดยเด็ดขาด เดินหาซื้อของกินที่ดูเหมือนราคามันจะแพงขึ้น สอบถามเลยรู้มาว่าตั้งแต่ที่สมาพันธ์วอร์ลอร์ดมีบทบาทในเกมมากขึ้นราคาสินค้าจึงแพงขึ้นตามไปด้วย ไม่มีคนป้อนสินค้าเข้าสู่ตลาดเพราะถูกครอบครองโดยคนกลุ่มใหญ่ ราล์ฟซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียกับตลาดมองว่าเรื่องนี้ออกจะเป็นปัญหาสักหน่อย รายได้ที่ควรจะได้รับมันน้อยลงเนื่องจากสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ หากเขาเป็นนักเล่นเกมอาชีพคงดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งแน่ๆ โชคร้ายที่การเปิดร้านอาหารเป็นเพียงแค่การจำลองสถานการณ์เท่านั้น

        นอกจากนี้ยังรู้เรื่องที่กิลด์เทพโอสถล่มสลายไปแล้ว เป็นโชคดีที่ยังไม่ได้ร่วมมือกันอย่างถาวรทำให้น้องเหมียวสี่ขามีความได้เปรียบในตลาดน้ำยาโดยเฉพาะน้ำยารสผลไม้ที่ถูกใจใครหลายๆ คน แต่เวลานี้แม้จะไม่มีกิลด์เทพโอสถที่ป้อนน้ำยาสู่ตลาดแล้วก็ตาม สมาพันธ์วอร์ลอร์ดกลับได้กลุ่มคนที่เป็นนักปรุงยาจำนวนมากไปร่วมงานด้วย ดังนั้นเป้าหมายต่อไปที่ราล์ฟคาดการณ์เอาไว้ก็คือการฟาร์มวัตถุดิบสำหรับปรุงยาต่างๆ ยังโชคดีที่จันทราปลูกสมุนไพรไว้แต่ไม่มากพอจะใช้ทำธุรกิจระยะยาว

        เพราะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างการฝึกฝนกับเทพสงครามมาแล้ว คนที่มีปฏิกิริยาไวต่อจิตมุ่งร้ายจึงมีเพียงราล์ฟกับสุริยันสองคน เห็นสาวผมแดงหันมามองทั้งที่มีซาลาเปายัดเต็มกระพุ้งแก้มและได้รับคำยืนยันจากเด็กหนุ่ม หันกลับไปมองก็เห็นกลุ่มคนที่มองยังไงก็ไม่น่าไว้วางใจเดินกร่างไปทั่วท้องถนน สัญลักษณ์บนอกเสื้อนั้นเป็นของสมาพันธ์วอร์ลอร์ด

        ราล์ฟอ่านใจคนอื่นไม่ได้ก็จริง แต่กับคนพวกนี้คงบอกได้ไม่ยากเลยว่าจุดประสงค์นั้นคืออะไร สังเกตจากอุปกรณ์ที่ใส่แบบไม่เข้าชุดกันก็แปลว่าพึ่งจะสูญเสียมันไปและหามาใส่แก้ขัดไปก่อน เพียงแต่นั่นไม่ใช่จุดประสงค์ที่คนพวกนั้นเดินเข้ามา สายตาทั้งหมดจับจ้องไปที่ภูตสาวของเขา ไม่ได้ตั้งใจจะมาเพื่อแย่งชิงผู้หญิง คงแค่รู้สึกว่าอยากทำให้เขาขายหน้าต่อหน้าสองสาวนี่ต่างหาก

        สุริยันส่งสายตาประมาณว่า 'ขอข้าจัดการนะ' ออกมา เข้าใจว่าต้องการระบายความอัดอั้นกับใครสักคน เธอคงคิดว่าเขาไม่รู้เรื่องที่ใช้เวลาว่างส่วนใหญ่สู้กับเจ้าหมีของเทพสงคราม รายนั้นหากเป็นกังฟูแล้วฝีมือถือว่าเข้าขั้นทีเดียว นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าไปฝึกกันอีท่าไหน แต่มันก็เป็นคู่ซ้อมเดียวที่หาได้ในเกาะส่วนตัวแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นตัวเขาหรือตัวสุริยันก็ตามผลลัพธ์ก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก

        เพราะราล์ฟไม่ใช่คนที่รอให้เรื่องเข้ามาหาแล้วค่อยจัดการ แต่จะเป็นการจัดการก่อนที่จะมีเรื่องให้เรียบร้อย โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปควบคุมเข็มขนาดเล็กและปล่อยให้มันลอยวนอยู่เหนือหัว ป้องกันไม่ให้มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น ค่ายกลดาบนี้ไม่ได้จำกัดเงื่อนไขแค่อาวุธดาบเท่านั้น แต่ทุกอย่างเขาสามารถควบคุมมันได้ทั้งหมด ค่ายกลก็เป็นเพียงแค่รูปแบบการเคลื่อนไหวที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของเขา ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณความผิดปรกติของเขา ลำพังแค่ 'ความคิดคู่ขนาน' ก็เพียงพอแล้วสำหรับทักษะสุดยอดที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

        อีกฝ่ายยังไม่ทันได้กล่าวอะไรออกมา แต่เจตนามันก็เห็นชัดเจนอยู่แล้ว สุริยันแค่ตวัดดาบไม่กี่ครั้งทุกอย่างก็จบลง ไม่ใช่ว่าคู่ต่อสู้ไม่มีฝีมือเพียงแต่สุริยันเก่งเกินไปแล้วต่างหาก ทว่าความประมาทของเธอคือการที่ไม่ได้ดูเลยว่ามีศัตรูอยู่ทั้งหมดกี่คน เลยเป็นราล์ฟที่ต้องมาเก็บงานที่เหลือ

        จากนั้นราล์ฟก็ได้กลับมาทำตามกำหนดการเดิมนั่นคือการเรียนรู้เวทมนตร์จากเผ่าแมว ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นคนเผ่าแมวใช้เวทสายฟ้าได้ก็เลยไปหาข้อมูลมา เพื่อให้พวกแมวประจำธาตุนั้นๆ ยอมรับจะต้องหาของมาเพิ่มค่าความสนิทสนม ซึ่งแต่ละตัวก็มีสิ่งที่ชอบแตกต่างกันออกไป ถ้าหาเบาะแสด้วยตัวคนเดียวมันคงยากมาก แต่ไม่ว่าจะโลกไหนๆ เงินตรามักมีอำนาจเสมอ

        ราล์ฟซื้อข้อมูลนี้มาจากสมาคมคนรักแมว โดยใช้ลูกเล่นนิดหน่อยตอนที่อีกฝ่ายไม่คิดจะขายข้อมูลนี้ให้ แค่บอกว่าเขาสามารถหาซื้อข้อมูลนี้จากกลุ่มขายข่าวได้เหมือนกัน ก็ทำให้อีกฝ่ายไม่รีรอที่จะขายข้อมูลที่สืบค้นมาทั้งหมดให้ อย่างไรก็ตามไอเทมแต่ละอย่างที่พวกแมวประจำธาตุต้องการมันหายากมาก บางชิ้นยังราคาแพงอีกด้วย

        ราล์ฟหามาได้แค่ลูกแก้วดวงจิตราคาห้าแสนเหรียญทอง ใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างเครื่องป้องกันธาตุไฟ ของชิ้นนี้เป็นที่ถูกใจของแมวประจำธาตุน้ำ ตอนที่มอบให้ก็เห็นมันตบลูกแก้วดวงจิตซ้ายทีขวาที ก็อยากจะบอกอยู่ว่านั่นน่ะโคตรแพง เอาไปทำอุปกรณ์ที่มีราคาเหยียบล้านได้เลย สุดท้ายก็กลายมาเป็นของเล่นแมวซะงั้น แต่ก็ดีที่เพียงแค่นำของมาให้และไปคุยกับผู้เฒ่าเลี้ยงแมว หากค่าความสนิทสนมถึงก็จะได้เควสต์มา

        มันเป็นแค่เควสต์หาของจากข่าวที่ซื้อมานั้น ของเควสต์พวกนี้ราคาไม่ใช่ถูกๆ เลย เพราะมันเป็นการเรียนรู้ทักษะระดับสูงของเผ่าพันธุ์จึงต้องมีเงื่อนไขที่ต้องอาศัยความพยายามเท่านั้น ปกติแล้วถ้าไม่มีเงินสำหรับซื้อของเควสต์แล้วล่ะก็ ทางเดียวก็คือการออกล่าด้วยตัวเอง วิธีนั้นอาจจะช่วยประหยัดเงินได้แต่ก็ต้องเสียเวลาไปไม่น้อย มันเลยมีคนที่หาของเควสต์มาปล่อยขายในตลาด และราล์ฟก็แค่ซื้อของตามรายการมากักตุนเอาไว้

        ท้ายที่สุดแล้วมันยังเหลือของอีกหนึ่งอย่างที่ต้องไปหาด้วยตัวเองเพราะมันไม่มีใครกล้าเสี่ยงเข้าไปเอา มันอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสมาพันธ์วอร์ลอร์ด และปิดไม่ให้ใครเข้าไปฟาร์มไอเทม นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้สร้างความเสียหายให้กับพวกมัน ราล์ฟจึงไม่ลังเลที่จะทำลายคนพวกนั้นทิ้ง แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดนักเลยจำเป็นต้องยืมมือของอำนาจที่ทัดเทียมกันอย่างบลู ลิเบอร์ตี้

        โชคร้ายที่เขาไม่เห็นซากุระอยู่ในรายชื่อคนที่กำลังออนไลน์ แต่กลับมีชื่อของคนที่น่ารำคาญที่สุดอยู่แทน

        "นี่ฉันต้องยืมมือเจ้าหมอนี่งั้นเหรอ"

        ชื่อที่ปรากฏอยู่นั่นคือ 'บูรพา' ซึ่งแลกเปลี่ยนรายชื่อเพื่อนกันเอาไว้ หากเขาขอความร่วมมือกับชายคนนี้ ถึงจะไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง แต่สถานการณ์จะไม่เป็นอย่างที่เขาคิด อย่างมากก็แค่เล่นปั่นหัวนิดหน่อยสร้างความเสียหายตามสไตล์คนตลกร้าย ถึงอย่างนั้นความเสียหายนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความวุ่นวายให้หนักขึ้น

        ถ้าหากวอร์ลอร์ดอยากเป็นตัวร้าย เขาก็แค่ทำตัวเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังก็พอ

        "ว่างาย~" บรูพารับสายด้วยเสียงยานคาง เหมือนจะเบื่ออะไรสักอย่าง "ถ้าไม่มีเรื่องสนุกให้ทำก็ฝากข้อความไว้หลังเสียงสัญญาณ ปิ๊บ!"

        "สนใจแก้เบื่อสักหน่อยไหม ฉันกำลังจะไปจัดการกับวอร์ลอร์ดที่ยึดพื้นที่ฟาร์มไอเทมในคลาเซียร์"

        "แล้วยังไง..." อีกฝ่ายถามกลับแต่ก็หยุดชะงักไป "...ฟาร์มไอเทม? แก้เบื่อได้พอดีเลย ว่าจะลองใช้คนสัก 5-6 คนไปท้าทายวอร์ลอร์ดสักหน่อย พักนี้มันได้ใจเกินไปถึงกับแอบมาก่อความวุ่นวายในเมืองของฉัน"

        "นายสนใจด้วยเหรอ" ราล์ฟรู้ทัน บูรพาไม่สนผลประโยชน์อะไรในเกมอยู่แล้ว

        "แค่ข้ออ้างอย่าใส่ใจ สงครามเกิดขึ้นได้เพราะข้ออ้างเพียงเล็กน้อยนี่แหละ จะว่าไปน้ำผึ้งนั่นจะสร้างความเสียหายได้แค่ไหนนะ"

        ตอนนี้ไม่ต้องมีตาพันลี้ก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มระรื่น ถึงขนาดเล่นคำสำนวนของ 'น้ำผึ้งหยดเดียว' ออกมาเปรียบเปรยกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แนวทางการเล่นเกมของบูรพาแตกต่างจากคนอื่น เขาไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ แต่ทำให้เกมมันวุ่นวายมากขึ้น และมีน้อยคนนักที่จะรับมือกับคนคนนี้ได้

        วางสายเพียงแค่นั้น ราล์ฟไม่จำเป็นต้องรอให้บูรพามาถึงก็ได้เพราะเป้าหมายของเขามีเพียงอย่างเดียวคือการไปหาวัตถุดิบชิ้นสุดท้าย หรืออาจจะโชคดีที่วอร์ลอร์ดดรอปได้ซึ่งมันจะช่วยได้มากเลย ถึงจะมั่นใจว่าสามารถจัดการวอร์ลอร์ดที่ยึดพื้นที่บริเวณนั้นได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ราล์ฟไม่ใช่คนหลงตัวเองที่ประมาทกับเรื่องเล็กน้อย การมีคนไปช่วยด้วยก็ย่อมเป็นเรื่องดีที่สุด

        ราล์ฟตรวจสอบไอเทมต่างๆ ที่มีและจัดหน้าต่างทุกอย่างใหม่ให้เรียบร้อยและสะดวกเวลาใช้งาน จากนั้นจึงเดินทางไปยังพื้นที่เป้าหมาย ด้วยระดับความเร็วของพวกเขามันสะดวกกว่าการใช้บริการรถม้าเดินทางเสียอีก มาถึงเส้นทางที่มุ่งตรงไปยังแนวเขาและเป็นป่าที่ถูกเรียกว่าเป็นบึงน้ำ มอนสเตอร์แถบนั้นจึงเป็นธาตุน้ำ วัตถุดิบจากพวกมันสามารถนำไปผลิตเสื้อเกราะได้แถมยังมีราคาดีอีกด้วย

        วอร์ลอร์ดวางกำลังคนและตั้งเต็นท์พักผ่อนกันอยู่ที่บริเวณหน้าทางเข้า มีกันอย่างน้อยก็ยี่สิบคนเพื่อทำให้มันดูเป็นกลุ่มใหญ่และดูน่ากลัว ยิ่งได้เห็นอุปกรณ์สวมใส่ระดับสูงด้วยแล้วยิ่งทำให้พวกนั้นดูราวกับเป็นเพลเยอร์ที่เก่งกาจ ก็แค่ปัจจัยภายนอกที่มีผลกับคนทั่วไปเท่านั้น ในสายตาของเขาแล้วก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเพลเยอร์ทั่วไป

        "เฮ้! ที่นี่ห้ามเข้า ถ้ายังดื้อไม่ฟังกันละก็คงต้องขอรุนแรงกันสักหน่อยนะ"

        "จะไปบอกพวกมันทำไม ฆ่าทิ้งซะก็จบเรื่อง ของที่ได้ก็แบ่งกันไง"

        "แต่ฉันไม่อยากทำร้ายผู้หญิงเลยว่ะ ดูสิโคตรน่ารักเลย"

        "จริงด้วยว่ะ แต่จิ้งจอกขาวนั่นเหมือนจะเป็นแรร์มอนสเตอร์เลยโว้ย เอายังไงดีล่ะใช้กำลังแย่งมาเลยดีไหม"

        ไม่มีการส่งสัญญาณว่าจะเจรจากัน วินาทีนั้นสุริยันก็ได้รับบัฟเสริมครบเซตและตรงเข้าไปจัดการศัตรู ชั้นเชิงดาบเทียบกันแล้วแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด มันเป็นของตายอยู่แล้วถ้าต้องเทียบฝีมือของเพลเยอร์ที่ใช้ดาบกับภูตที่ถูกขัดเกลาวิชาดาบจากผู้ชำนาญ จากเดิมที่ควรแกร่งอยู่แล้วกลับแกร่งขึ้นไปอีกหลายเท่า ลมปราณสุริยันก็ร้อนแรงจนแผดเผาศัตรูทุกครั้งที่ฟาดฟัน ในครั้งนี้ราล์ฟแทบจะไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย สุริยันจัดการกับศัตรูทั้งหมดได้โดยไม่ต้องให้ช่วยเหลือ

        สำรวจสิ่งของที่ได้มามันไม่มีอะไรมากไปกว่าอุปกรณ์ป้องกันดาดๆ ที่ราล์ฟไม่คิดจะใส่เด็ดขาด กับอาวุธที่เห็นว่าเหมาะจะเอามาใช้ในค่ายกลดาบมากขึ้น คุณภาพของมันอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมและได้รับความนิยมสูงมาก

        "ทำตัวไม่ต่างจากโจรเลยนะ" สุริยันแดกดันการกระทำของเด็กหนุ่มที่เดินเก็บไอเทมจากคนตาย

        "ช่วยไม่ได้ นี่มันเงินค่าอาหารของเธอนะ ถ้ามันเป็นเรื่องไม่ดีก็ช่างเถอะ"

        "เดี๋ยว! นั่นคือค่าอาหารของข้า แปลว่าถ้าได้มาเยอะๆ ข้าจะกินเท่าไหร่ก็ได้สินะ"

        "ถ้าเข้าใจแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอก แต่เวลานี้พวกมันทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น ทั้งหมดนี้คงมีให้เธอกินอิ่มได้แค่มื้อสองมื้อ" ราล์ฟประเมินคร่าวๆ เพราะมันเป็นของที่มีเกลื่อนตลาดทำให้ราคาไม่ค่อยสูงนัก "แต่ฉันมีแผนจะเอาไปให้กองทัพอสูรใช้งาน มันช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเลยล่ะ จันทรารบกวนฝากช่วยเก็บของที่เหลือที"

        กล่าวคือเวลานี้กระเป๋ามิติของเขาบรรจุไอเทมเต็มแล้วเลยต้องขอยืมกระเป๋าของจันทราไปก่อน ดูท่าคงต้องหาทางทำอะไรสักอย่างกับความจุกระเป๋าที่จำกัดใบนี้

        พวกเขาเก็บทุกอย่างหมดไม่เว้นแม้แต่เต็นท์ผ้าใบที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีกเยอะ จากนั้นจึงเดินลึกเข้าไปในป่า สัมผัสอันเฉียบคมบอกว่าเบื้องหน้าของเขามีเพลเยอร์อยู่ไม่ต่ำกว่าสองร้อยคนและกำลังฟาร์มไอเทมกันอย่างสนุกมือ พอเอากล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่อง เห็นมีคนที่ทำหน้าที่บันทึกรายการไอเทมที่ได้รับมาอยู่ด้วย และไอเทมที่ดรอปได้ก็จะถูกจัดใส่ไว้ในเกวียนขนของ

        ไอเทมที่อยู่บนเกวียนนั้นไม่ได้มีแค่ของที่ดรอปจากมอนสเตอร์ แต่ยังมีพืชสมุนไพรที่เก็บมาอีกตั้งมากมาย คนพวกนี้ตั้งใจจะฟาร์มทุกอย่างโดยไม่เหลือสักชิ้นให้เก็บเกี่ยว จากนั้นก็ค่อยนำไปขายในราคาที่แพงมากขึ้นทำให้คนที่เล่นเกมนี้อย่างจริงจังต้องหันไปซื้อเงินในเกมมากขึ้น

        ราล์ฟไม่รอช้าส่งสัญญาณให้บุกโจมตีได้ สุริยันทะยานเข้าไปฟาดฟันศัตรูที่สู้กับมอนสเตอร์ ใครก็ตามที่อยู่ในระยะดาบเธอจะฟันทิ้งไม่เลี้ยงด้วยดาบที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิง แต่ฝีมือของคนที่อยู่ตรงนี้ไม่ได้กระจอกซะทีเดียว บางคนเป็นนักเล่นเกมอาชีพเลยศึกษาทักษะและเงื่อนไขมาเป็นอย่างดี ใช้ข้อได้เปรียบของไอเทมที่มีกดดันสุริยันจนต้องเป็นฝ่ายถอยหนีบ้างแล้ว โดยเฉพาะนักบวชพวกนั้นรู้ดีว่าควรทำอย่างไร ถึงกับสาปสถานะให้กับสุริยัน แต่มันก็ถูกแก้ทางโดยฝีมือของนักบวชอย่างราล์ฟ

        พวกมันตัดสินใจว่าควรจัดการกับนักบวชก่อนเป็นอันดับแรก นักเวทเริ่มร่ายเวทย์ออกมาโจมตี เพราะว่าเป็นนักเล่นเกมก็เลยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน นักเวททั้งหมดนั้นจึงมีทักษะล็อกเป้าหมายเอาไว้ เวทมนตร์ที่แสดงผลออกมาเลยพุ่งเป้าไปโจมตีใส่โดยไม่อาจหลบหลีกได้ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ ให้กับนักบวชแมวเหมียวคนนี้เลย ดวงตาที่เหมือนแมวป่านั้นจับจ้องอยู่กับสิ่งที่ลอยวนอยู่ตรงหน้า เข็มเล็กๆ พวกนี้จะทำหน้าที่รับผลจากเวทมนตร์แทนก่อนจะถึงตัว

        เสริมความเร็วกับพลังโจมตีให้คิริเสร็จก็เห็นมันกระโจนเข้าไปขย้ำผู้ชายคนหนึ่ง วิธีการต่อสู้ของมันไม่ใช่การเผชิญหน้าตัวต่อตัว แต่เป็น Hit & Away เพื่อสกัดการเคลื่อนไหวของเป้าหมาย มันได้ผลเวลาต่อสู้เป็นทีมอย่างน้อยก็ใช้สำหรับขัดขวางพวกนักเวทได้

        แม้ว่าราล์ฟจะต้องปะทะกับคนถึงห้าสิบคน แต่ด้วยค่ายกลดาบของเขาไม่เพียงแต่จะต้านทานศัตรูเอาไว้ได้ ยังมีเวลามากพอจะสนับสนุนและสาปคู่ต่อสู้ของสุริยันได้อย่างสบาย แม้พวกนั้นจะใช้บีสโซลเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเองและบุกเข้ามาประชิดตัวได้ในที่สุด กลับต้องโดนซัดกระเด็นกลับไปด้วยหมัดลมปราณ พอรู้แบบนั้นก็เห็นสีหน้ากังวลได้ชัดเจน คนที่ใช้พลังสองสายได้พร้อมกันนั้นจะรับมือได้ยากมาก เพราะมันจะแก้จุดบอดทั้งหมดของสายพลังได้

        นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ราล์ฟมาเพื่อเรียนเวทมนตร์เผ่าแมว ถ้าหากใช้สายพลังได้ครบทั้งสามสายเมื่อไหร่ จำนวนคนที่พอจะเป็นคู่มือให้เขาได้ก็จะลดลงไปมากทีเดียว ไม่จำเป็นต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น

        พวกราล์ฟใช้เวลาในการต่อสู้กับวอร์ลอร์ดเพียงสิบห้านาทีก็รู้ผลแพ้ชนะ ที่ใช้เวลานานเพราะนักเล่นเกมอาชีพพวกนี้จัดการได้ยากมาก มีความชำนาญในการใช้น้ำยาและจังหวะการประสานงานที่ดีมากจนน่ากลัว และวอร์ลอร์ดมีคนประเภทนี้เยอะมากทีเดียว ถ้าต้องทำสงครามกันผลลัพธ์นั้นคงบอกได้ยาก แต่คาดว่าคงจะสูสีกันน่าดู ในเวลานี้สภาพของวอร์ลอร์ดทั้งสิบสองคนแค่โจมตีอีกทีเดียวก็ถึงแก่ชีวิตแล้ว ที่ไม่คิดจะขัดขืนเพราะมีอาวุธจ่อพวกมันเอาไว้อยู่ พวกมันยังไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยว่าคนเพียงแค่สามคนกับสัตว์เลี้ยงอสูรอีกหนึ่งตัว จะรับมือกับคนจำนวนสองร้อยกว่าคนนี้ได้

        "เอาล่ะเรามาเล่นเกมกันดีกว่า ฉันจะเปิดโอกาสให้พวกแกได้ถามคำถามฉันคนละหนึ่งคำถาม และจะตอบด้วยความสัจจริง แต่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้ที่ถาม ตอนนี้พวกแกมีกันอยู่สิบสองคนแปลว่าถามได้สิบสองคำถาม"

        ตอนนี้ราล์ฟเป็นเจ้าชีวิตของพวกมัน และเขาเสนอทางที่ดีที่สุดให้นั่นคือข้อมูลของเขา ในเมื่อเขายอมแสดงตัวว่าจะเป็นศัตรูกับวอร์ลอร์ด แค่เปิดเผยตัวเองคงไม่ลำบากเท่าไหร่

        "คงไม่รู้สินะว่าพวกข้าเป็นใคร"

        นั่นเป็นคำถามแรกที่ราล์ฟถึงกับขมวดคิ้ว แต่ก็ยิ้มละไมและตอบกลับไปว่า

        "แน่นอนว่ารู้ สมาชิกของสมาพันธ์วอร์ลอร์ดสาขาประจำเมืองคลาเซียร์ สังกัดกิลด์ หมอกแดง จำนวนสมาชิกกิลด์มีทั้งสิ้น 250 คน หัวหน้ากิลด์ชื่อ ควันมัจจุราช ตอนนี้อยู่ที่กรีนเบสเพื่อทำเควสต์อาวุธประจำตัว"

        ตอบเสร็จราล์ฟก็จัดการสังหารผู้ถามทิ้งทันที เขามีข้อมูลของกิลด์ที่เข้าร่วมกับสมาพันธ์วอร์ลอร์ดอยู่ในมือ เป็นผลจากการรวบรวมข่าวสารของซากุระและแบ่งปันข้อมูลเพื่อใช้รับมือซึ่งกันและกัน แม้ซากุระจะดูเป็นผู้หญิงที่มีความลับซุกซ่อนเอาไว้มากมาย แต่ถ้าเป็นผลประโยชน์ร่วมกันแล้วเธอจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

        "พวกแกทำแบบนี้อย่าหวังว่าจะรอดไปได้นะ พวกข้าจะต้องเอาคืนแน่ๆ"

        "อุตส่าห์คิดว่าพวกแกจะฉลาดกว่านี้ซะอีก เอาเป็นว่าฉันพอจะอะลุ้มอล่วยให้ได้ ถือว่าคำเตือนนั่นเป็นคำถามและขอรับทราบเอาไว้เช่นกัน ดังนั้นฉันจะมอบคำแนะนำสั้นๆ ให้ว่า เชิญมากันได้เลย" กล่าวจบก็สังหารทิ้งซะ จากนั้นก็หันไปมองคนถัดไปซึ่งเป็นนักบวชหญิง

        "พี่ชายสุดหล่อ คงไม่คิดจะฆ่าผู้หญิงอย่างฉันใช่ไหม"

        นักบวชแมวเหมียวยิ้มรับแล้วตอบไปว่า "แน่นอนว่าฉันคิด"

        และก็เป็นการสังเวยไปอีกหนึ่งศพสำหรับคำถามไร้สาระ ได้แต่หวังว่าจะมีคนที่มีสติพอจะรวบรวมข้อมูลของศัตรูอยู่บ้างแฝงอยู่ในกลุ่มนี้ หรือบางทีอาจจะโชคร้ายเป็นคนที่ตายไปก่อนหน้านี้แล้วก็ได้

        "แกเป็นใครกันแน่"

        "ชื่อของฉันคือราล์ฟ พวกนายอาจจะเคยได้ยินชื่อของฉันในฐานะของ พ่อครัววิปริต นักบวชแมวเหมียว แล้วก็ร้อยศาสตรามาบ้างแล้ว ยินดีที่ได้รู้จัก"

        ก็ปิดฉากด้วยการฆ่าตามเงื่อนไขที่ได้ตั้งเอาไว้ เป้าหมายของเขาคือการแสดงความโหดเหี้ยมเพื่อกระตุ้นโทสะของคนกลุ่มนี้ออกมา ถึงเวลาแล้วที่จะได้รู้ว่าสมาพันธ์วอร์ลอร์ดไม่ใช่กลุ่มคนที่น่ากลัวที่สุด

        "คิดว่าแกเป็นใครกันแน่"

        "ก็แค่แมวตัวหนึ่งที่เดินผ่านมาและยังควบตำแหน่งหัวหน้ากิลด์แพนโดร่าที่จะมีชื่อเสียงในอีกไม่ช้า"

        ราล์ฟไม่หยี่ระในคำตอบของตัวเอง หลายคนคงคิดว่าเขาอาจจะแค่พูดโอ้อวดตัวเองไปแบบนั้น เพียงแต่ราล์ฟยังคงยืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปนั้นเป็นความจริง

        "แพนโดร่า? กิลด์ไร้ชื่อคิดว่าจะทำอะไรสมาพันธ์วอร์ลอร์ดได้งั้นเหรอ"

        "ถูกต้องมันยังไร้ชื่อในวันนี้ แต่อีกไม่กี่วันนี้มันจะถูกพูดถึงชนิดที่แม้แต่เทพสงครามหัวหน้าสมาพันธ์ของพวกแกจะต้องบอกว่าให้รอดูท่าทีไปก่อนเลยเชียวล่ะ"

        พวกที่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งกับพวกที่มีสติสามารถแยกได้จากสถานการณ์ที่บีบบังคับ บางคนมีสติมากพอที่จะรวบรวมข้อมูลศัตรูให้ได้มากที่สุด ในขณะที่บางคนโกรธแค้นจนเสียสติ บางคนก็พยายามเอาตัวเองให้รอดด้วยวิธีสารพัดที่นึกขึ้นได้ ราล์ฟตั้งใจจะใช้วิธีนี้เพื่อพิสูจน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสมาชิกกลุ่มศัตรู เห็นได้ว่ามีน้อยมากที่จะทำเพื่อส่วนรวม มั่นใจว่าหากจุดยืนของตัวเองเริ่มไม่มั่นคงก็จะย้ายข้างเพื่อเอาตัวรอดทันที

        แต่ละคำถามนั้นไม่มีอะไรที่น่าสนใจ บางคนก็ขู่จะฆ่าบ้าง บางคนก็พยายามกวนโทสะของเขาบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความเยือกเย็นนั้นเปลี่ยนไป ยังคงตอบคำถามด้วยความจริงจนกระทั่งมาถึงคนสุดท้ายที่เหลืออยู่

        "จุดประสงค์ของแกคืออะไร อยากยิ่งใหญ่งั้นเหรอ ถ้ายังไงทำไมไม่มาเข้าร่วมกับพวกเราซะล่ะ"

        "เป็นคนสุดท้ายที่ถามเยอะดีนะ แต่ฉันมันคนใจดีอยู่แล้วจะตอบให้ก็แล้วกัน ก่อนอื่นเลย ไอ้เรื่องยิ่งใหญ่นั่นน่ะของมันแน่อยู่แล้วเพราะว่าในโลกนี้ อำนาจคือความยุติธรรม ไม่มีใครทำอะไรพวกแกได้เพราะพวกแกมีอำนาจต่อให้ร้องเรียน GM พวกนั้นก็จัดการอะไรไม่ได้อยู่แล้วเพราะเพลเยอร์เป็นคนตัดสินใจมอบให้ด้วยตัวเอง ดังนั้นที่ไม่มีใครหาเรื่องพวกแกเอาแต่เดินก้มหน้าก้มตาและหลบหนี ก็ชัดเจนแล้วล่ะว่าอำนาจมันคือความยุติธรรม

        คำถามต่อมาทำไมถึงไม่เข้าร่วมกับพวกแก? คำตอบนั้นง่ายมาก ถึงเป้าหมายของฉันจะเป็นความยิ่งใหญ่และมีอำนาจมากที่สุดในเกมเหมือนกับพวกแก แต่ฉันกับเทพสงครามหัวหน้าสมาพันธ์ของพวกแกแตกต่างกันตั้งแต่วิธีการแล้ว ดังนั้นสำหรับฉันแล้วเส้นทางนี้มันเดินได้แค่คนเดียวเท่านั้น ตราบใดที่พวกแกไม่มีความคิดที่จะเป็นศัตรูกับคนทั้งโลก เป้าหมายของพวกแกมันก็แค่ทางผ่านสำหรับฉันเท่านั้น

        และคำตอบสุดท้ายของคำถามที่ว่าจุดประสงค์นั้นคืออะไร ฉันต้องการที่จะทำลายเกมนี้อย่างไงล่ะ"

        หลังจากที่จัดการศัตรูคนสุดท้ายไปแล้ว ราล์ฟก็ไปที่เกวียนซึ่งมีไอเทมอยู่ตั้งมากมาย โชคดีที่พวกนั้นวางรายการไอเทมทิ้งเอาไว้ทำให้ตรวจสอบได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นเยอะ จำนวนของมันมีมากพอจะทำกำไรได้มหาศาล ครั้งหน้าถ้ามีการฟาร์มแบบนี้อีกคงต้องขอใช้บริการอีกสักครั้ง ไม่ใช่ว่าเขาโลภอยากได้เงิน แต่ถ้าเอาไปให้พวกดรอฟว์สร้างล่ะก็อาจจะได้ของที่มีคุณภาพสูงกว่าเพลเยอร์ จะช่วยลดต้นทุนได้อย่างเยอะเลยล่ะ

        ไม่รู้หรอกนะว่าบูรพาคิดจะทำอะไร แต่ตอนนี้เขาได้เคลียร์พื้นที่ให้แล้วจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ที่นี่อีก จากนั้นก็ใช้เทเลพ็อตไปกลับหลายครั้งเพื่อขนเกวียนไปไว้ที่รังก็อบลิน ซึ่งปัจจุบันมันได้เปลี่ยนไปจนแทบจะจำไม่ได้แล้ว พื้นที่ถูกขยายออกไปจนเกิดเป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นอาหาร ก็อบลินเรียนรู้ด้านสมุนไพรจนมีฮอบก็อบลินบางตัวกลายเป็น ฮีลเลอร์ก็อบลิน ที่หาได้ยากมาก และช่วยได้เยอะเวลาที่มีตัวใดบาดเจ็บจากการต่อสู้

        ได้ยินมาว่ามีเพลเยอร์บางกลุ่มเข้ามาโจมตีแต่ก็ขับไล่ออกไปได้ ลองตรวจสอบข้อมูลเควสต์ดูก็เห็นว่าในเมืองตอนนี้มีประกาศเควสต์จากราชวังโดยมีเป้าหมายที่รังก็อบลินแห่งนี้ ปกปิดเบื้องหลังที่ว่ามีเหมืองทองอยู่และหลอกใช้ประโยชน์จากพวกเพลเยอร์ ก็เป็นเรื่องปกติล่ะนะที่จะมองว่านั่นเป็นสมบัติในดินแดนของตัวเอง

        การเพิ่มประชากรของพวกก็อบลินมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราล์ฟพยายามศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาของมอนสเตอร์ ตั้งใจจะยกระดับพวกมันให้เป็นสุดยอดนักรบที่เก่งกาจ ปัญหาเรื่องอาหารก็ต้องแก้ไขเพราะพวกมันยังไม่ชำนาญเรื่องการทำฟาร์ม แต่ด้านปศุสัตว์ถือว่าทำได้ดีมาก อย่างน้อยๆ แม้เขาจะไม่อยู่พวกมันก็ไม่อดตายอีกแล้ว

        ส่งมอบไอเทมให้กับซานัคไปจัดการสร้างอุปกรณ์ให้กับพวกเผ่าอื่นๆ อีกไม่นานเขามีเป้าหมายการสร้างเมืองที่ไม่ขึ้นตรงกับระบบใดๆ ทั้งสิ้น ใช้วิธีแหกคอกสร้างดินแดนของกองกำลังอสูรขึ้นมา อย่างน้อยขอเพียงเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากที่นี่ได้มากพอแล้ว ก็ค่อยพากองกำลังอสูรย้ายถิ่นฐาน ปล่อยข่าวเรื่องเหมืองแร่ทองคำแห่งนี้ออกไปเพื่อให้เกิดเป็นความวุ่นวายกองกำลังอสูรจะได้ไม่เป็นที่สังเกตมากนัก

        หลังจากนั้นก็กลับไปที่เกาะส่วนตัว เปิดดูรายชื่อเพื่อนกับสมาชิกกิลด์ที่ทยอยกันออนไลน์ แต่คนที่เขาไปเชิญด้วยตัวเองยังไม่ตัดสินใจเข้าร่วม อย่างน้อยก็ต้องแสดงให้เห็นจุดยืนเสียก่อน พวกเขาคงไม่อยากมาเริ่มต้นกับกิลด์เล็กๆ นักหรอก จะว่าไปแล้วก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ได้ไปชวนเพราะมีความเป็นไปได้มันน้อยมากที่พวกเขาจะมาเข้าร่วม ดังนั้นคงต้องไปเชิญมาเป็นพันธมิตรแทน

        เปิดดูช่องสื่อสารที่กระทู้เลื่อนขึ้นเร็วมากมีคนบอกว่าเกิดไฟไหม้ป่ารุนแรงหนักมาก ข่าวลือว่ากันไปต่างๆ นานา แต่ก็สรุปว่ามีคนตั้งใจจะงัดข้อกับสมาพันธ์วอร์ลอร์ด อย่างไรก็ตามเพราะผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟป่านั่นแหละที่ทำให้ตลาดเกิดความวุ่นวาย ราคาสินค้าอยู่ๆ ก็แพงขึ้นจนน่าตกใจ พวกที่มีสินค้าไว้ในครอบครองต่างก็เร่นำออกมาขายกินกำไร คนที่ลำบากที่สุดก็คือคนที่ต้องทำเควสต์ในป่านั่น กว่าจะกลับคืนสภาพไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่กันแน่

        "สวัสดีค่ะพี่ราล์ฟ" อารินแอบแวบเข้ามาในบ้านเดินเข้ามาเปิดตู้เย็นเพราะปกติมันจะมีขนมเตรียมเอาไว้ให้

        "สวัสดี วันนี้ตั้งใจจะทำอะไรหรือเปล่า"

        "ไม่มีค่ะ พี่ชายบอกว่าจะมาถึงอัลเทเซียร์ตอนเย็นๆ น่ะค่ะ"

        "เหรอ เร็วจังเลยนะ" ราล์ฟคิดว่าคงใช้เวลานานกว่านี้เสียอีก แต่ก่อนอื่นเขามีเรื่องของเตือนอารินสักหน่อย "เกี่ยวกับเรื่องน้ำยา ตอนนี้ให้เพิ่มราคาไปอีก 20% นะ คิดราคาเป็นแล้วใช่ไหม"

        "ก็เป็นแล้วนะคะ แต่ทำไมต้องเพิ่มราคาด้วยล่ะคะ"

        ก็ไม่แปลกใจที่อารินจะสงสัย เธอไม่เคยรู้สถานการณ์ในเกมเลยไม่รู้ว่าตอนนี้น้ำยาในร้านน้องเหมียวสี่ขาถูกมาก เป็นแบบนี้ต่อไปก็เสี่ยงที่จะขาดทุนเพราะค่าใช้จ่ายของวัตถุดิบมีราคาแพงขึ้น เวลานี้ต่อให้เพิ่มราคาไปอีก 20% ยังถูกมองว่าเป็นราคาที่ถูกเกินไปซะด้วยซ้ำ

        "เพราะว่าราคาวัตถุดิบมันเพิ่มขึ้นไปด้วยยังไงล่ะ สมมุติว่าอารินได้เงินไว้ซื้อข้าวเที่ยงที่โรงเรียน 20 บาท แต่ราคาสินค้าขึ้นจนทำให้ข้าวตกจานละ 35 บาท แบบนั้นอารินก็ซื้อข้าวเที่ยงกินไม่ได้ เลยต้องขอเงินเพิ่มจาก 20 เป็น 35 เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันถูกไหม"

        "เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นอารินจะไปปรับแก้ราคานะคะ"

        "อารินชอบเกมนี้หรือเปล่า" ราล์ฟละสายตาจากกระทู้ข่าวสารที่มีคนคาดการณ์ผลลัพธ์ไปต่างๆ นานา มองเด็กหญิงที่ไม่เคยรู้ร้อนรู้หนาวเกี่ยวกับความโหดร้ายของเกม อาจจะพูดได้ว่าเพราะมีพี่ชายที่แสนดีคอยฟาดฟันความโหดร้ายต่างๆ ให้ ตัวเธอเลยไม่เคยได้สัมผัสมันอย่างแท้จริง

        "ก็ชอบนะคะ แต่ว่าหลายที่อันตรายทั้งนั้นเลยตอนที่อารินอยู่ในดินแดนหิมะกับพี่ซีกเกอร์ยังเจอแต่ปีศาจน่ากลัว พี่ซีกเกอร์ก็ใจร้ายชอบบังคับให้อารินใช้เมจิกการ์ดจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ด้วยนะคะ"

        "งั้นเหรอ"

        "ทำไมเหรอคะ" อารินถาม

        "ก็แค่หลังจากนี้พี่อาจจะทำในสิ่งที่ไม่ดีเอามากๆ"

        "อารินไม่เข้าใจเรื่องยากๆ หรอกนะคะ แต่คุณยายของพี่ราล์ฟเคยสอนเอาไว้ว่าการกระทำของมนุษย์ไม่เคยไร้เหตุผล พวกเราแตกต่างจากพวกสัตว์ที่ความคิดเป็นเส้นตรง มนุษย์มีแรงผลักดันที่เรียกว่าอารมณ์และความรู้สึกทำให้พวกเรามีเหตุผลมากกว่าการทำเพื่อความอยู่รอด อารินเชื่อว่าพี่ราล์ฟก็ต้องมีเหตุผลของตัวเอง แต่อารินจะไม่มีวันเข้าใจเพราะมุมมองของพวกเราแตกต่างกันค่ะ"

        ไม่น่าเชื่อว่าประโยคนี้จะมาจากปากของอาริน ถึงมันจะเป็นสิ่งที่จินดารัตน์เป็นผู้สอนให้ก็ตาม อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการเติบโตทางด้านตรรกะความคิด เวลานี้อารินไม่ใช่เด็กที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทะนุถนอมอีกต่อไป เธอพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วยตัวเอง ทั้งที่ตั้งใจจะว่าจะอธิบายสถานการณ์ให้ฟังแต่มันคงไม่จำเป็นอีกแล้ว

        "ถ้าพี่ชายเธอรู้เข้ามีหวังได้ช็อกตายแน่ๆ"

        "ทำไมพี่ชายของช็อกตายด้วยล่ะคะ"

        "ก็แค่เปรียบเปรยน่ะ" ราล์ฟยิ้มขำ

        "พี่ราล์ฟพิลึก"

        "เดี๋ยวเถอะ ใครสอนคำพูดนี้ให้กันแน่"

        "คุณปาราวาตีที่เป็นวิทยากรที่บ้านของพี่ราล์ฟอย่างไงล่ะคะ"

        บางทีเขาอาจคิดถูกก็ได้ที่พาอารินไปเที่ยวบ้านช่วงวันหยุดที่ผ่านมา อารินคงซึมซับอะไรหลายๆ อย่างจากที่นั่นไม่ว่าจะเป็นด้านตรรกะความคิดหรือบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปจนสังเกตได้ ถึงจะยังแฝงความเป็นเด็กเอาไว้อยู่แต่ก็น่าจะเป็นผลมาจากการที่ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่พูดคุยกับเหล่าคนที่เป็นถึงระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์

        หลังจากที่อารินไปแล้วคนต่อมาที่ปรากฏตัวในบ้านคือนิมป์ ราล์ฟเห็นรอยยิ้มของเธอแวบเดียวเท่านั้นเพราะทันทีที่รู้ว่าถูกมองก็รีบหันหน้าหนีวิ่งเข้าไปหาอะไรทำในครัวตามนิสัยเดิม พยายามสังเกตเป้าหมายในการเล่นเกมของนิมป์ ก็ไม่เห็นว่าจะมีเป้าหมายอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าการหาเวลาว่างเพื่อทำในสิ่งที่ชอบ มีบ้างที่ออกไปทำเควสต์แต่ก็ทำเพื่อส่วนรวมมากกว่าตัวเอง นั่นทำให้เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูเรียบง่ายดี ไม่เคยสร้างความรำคาญให้แม้แต่ครั้งเดียว

        ความสงบถูกทำลายโดยสุริยันที่พุ่งพรวดเข้ามาทันทีที่รู้ว่านิมป์กลับมาแล้ว คงไม่แปลกเพราะราล์ฟก็วุ่นอยู่กับการหาวิธีส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับพวกกองกำลังอสูรเลยไม่ค่อยมีเวลาให้ทางนี้ เลยเป็นหน้าที่ของนิมป์ที่คอยจัดการเรื่องอาหารให้ เธอเหมือนเป็นแม่บ้านประจำตัวเสียมากกว่าเพราะรู้หน้าที่ว่าควรทำอะไร อย่างตอนที่ราล์ฟนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นก็ยังชงกาแฟมาให้ และยังไปเตรียมของว่างไว้ให้ทานเล่นอีกต่างหาก

        อย่างไรก็ตามราล์ฟควรจะเรียกรวมพลสมาชิกกิลด์แพนโดร่าเพื่อชี้แจงจุดประสงค์กับเตรียมการในขั้นต่อไป จึงส่งจดหมายไปเชิญสมาชิกทุกคนที่มีรายชื่ออยู่ในกิลด์ รวมไปถึงคนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมให้ไปเจอกันที่ร้านอาหาร เดอะ มารีน และทุกคนก็ส่งข้อความตอบกลับมาว่า 'ตกลง' โดยมีเพียงคนเดียวที่ส่งกลับมาเป็นคำด่าทอซึ่งราล์ฟไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

 

        ร้านอาหาร เดอะ มารีน สว่างไสวไปด้วยแสงสีฟ้าตระการตา มันจึงเป็นร้านอาหารที่โดดเด่นที่สุดในเมืองเจิดจรัส มีลูกค้าใช้บริการกันอย่างเนืองแน่น ราคาอาหารไม่ได้แพงมากนักเพราะพวกเขามองว่ามันคุ้มเมื่อแลกกับการทานอาหารที่อร่อยและได้บัฟสนับสนุนนานเป็นชั่วโมง ถึงกับมีคนซื้อเหมาไปแจกจ่ายเพื่อนร่วมปาร์ตี้

        ตั้งแต่ที่ราล์ฟมาถึงก็ขอดูบันทึกรายรับรายจ่ายของทางร้านคำนวณราคาเสร็จสรรพก็ดึงยอดกำไรส่วนหนึ่งมาใช้เป็นเงินกองกลางของกิลด์ ส่วนกำไรที่เหลือก็นำไปพัฒนาปรับปรุงร้านต่อเรื่อยๆ สอบถามถึงปัญหาในระหว่างเปิดร้านก็นอกจากที่โต๊ะอาหารไม่เพียงพอ ก็มีแค่คนที่ไม่พอใจเรื่องที่นั่งของตัวเองเท่านั้น

        เปิดห้องอาหารส่วนตัวขึ้นมาและให้เตรียมอาหารขึ้นชื่อของร้านนำไปเสิร์ฟให้ด้วย ตอนนี้สมาชิกกิลด์ที่อยู่ในห้องนี้ ถ้าไม่นับรวมสองภูตสาวและตัวเขาที่เป็นหัวหน้ากิลด์ก็มีนิมป์และอารินเพียงสองคนเท่านั้น ต่อมาไม่นานพวกไรอันก็มาถึงคราวนี้พาลาเวนเดอร์มาด้วย การที่มีเด็กอายุใกล้เคียงกันอย่างอารินทำให้ลาเวนเดอร์ลดความประหม่าไปได้เยอะ ตอนได้ที่ได้ยินว่าจะมาเพื่อประชุมกิลด์ก็หวั่นๆ ว่าจะต้องเจอกับคนที่น่ากลัวอยู่ในห้องเสียอีก

        "สวัสดีครับ" ไรอันกล่าวทักทาย

        "อ่า...สวัสดี"

        ถ้าจะว่ากันตามอายุแล้วราล์ฟอายุอ่อนกว่าพวกไรอัน แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวประกอบกับมันเป็นเกมก็เลยไม่สนใจเรื่องความต่างของอายุสักเท่าไหร่ และบรรยากาศรอบตัวของราล์ฟที่ดูเงียบขรึมมันทำให้คนอื่นรู้สึกเกรงใจที่ได้พูดคุยกัน

        นั่งรออยู่อีกสักพักและถามไถ่สารทุกข์สุขดิบในช่วงที่ไม่อยู่ คนที่มาต่อจากนั้นก็คือเดฟอนที่เปลี่ยนท่าทางการเดินเป็นการเคลื่อนไหวเหมือนหุ่นยนต์ และไม่ได้มาคนเดียวแต่พาเด็กตกปลามาด้วยเนื่องจากราล์ฟรู้ว่าสองคนนี้อยู่ด้วยกัน และเขามีเรื่องที่จะพูดคุยกับเด็กตกปลาเกี่ยวกับธุรกิจของเขาด้วย สิ่งที่เกาะอยู่บนหัวของเดฟอนไม่น่าจะใช่สัตว์เลี้ยง แต่เป็นหุ่นยนต์

        "เจ้านี่ชื่อเซเว่น คู่หูของฉันล่ะนะ" เดฟอนแนะนำให้อารินรู้จัก และปล่อยให้ลูบตัวมันได้อย่างไม่หวงแหน

        "ZXT4D62C7 เจ้าโง่"

        "งั้นแกก็ตรวจดูเลขตัวถังแกใหม่ได้เลย ฉันสลักชื่อของแกเอาไว้ด้วยล่ะนะ ไอ้เจ้าเซเว่น"

        ส่วนราล์ฟนั้นก็คุยกับเด็กตกปลาถึงข้อตกลงที่เคยพูดคุยกันครั้งก่อน เกี่ยวกับการที่เขาจะจ้างเด็กตกปลาให้ช่วยล่าเนื้อสัตว์ทะเลกับพวกปลามาขายในราคาถูกจนน่าเหลือเชื่อ แต่เด็กตกปลาปฏิเสธไปอย่างน้อยก็อยากให้รอจนกว่าเขาจะได้เรือประมงเป็นของตัวเองจริงๆ พูดถึงตรงนี้เดฟอนก็ยกนิ้วโป้งให้และบอกว่าถ้ามีวัตถุดิบเขาจะเริ่มสร้างให้ทันที

        เด็กตกปลาไม่เคยได้กินอาหารหรูมาก่อนก็เลยกินอย่างเอร็ดอร่อย เพราะรู้ว่ามันเป็นการประชุมกิลด์หลังจากที่ตักใส่จานเสร็จแล้วก็ขอออกไปทานข้างนอก แต่ราล์ฟกลับขอให้อยู่เพราะเรื่องนี้จะต้องยืมความสามารถในการเดินทะเลของเด็กตกปลาด้วย

        คนต่อมานั้นไม่ค่อยคุ้นหน้าสักเท่าไหร่เพราะเขาคืออากิระ บุคคลที่อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งกิลด์ด้วยการหาไอเทมสำหรับเลื่อนเลเวลกิลด์ และเควสต์ที่เกี่ยวเนื่องกัน เพราะราล์ฟนั้นมองในแง่ร้ายเลยกังวลว่าในอนาคตไอเทมเควสต์จะหายากขึ้น มีคนพยายามขัดขวางไม่ให้กิลด์อื่นเติบโต ดังนั้นเลยได้ตกลงกับอากิระให้ช่วยเรื่องนี้สักหน่อย

        อย่างไรก็ตามก็มีคนจำได้ว่าคือยอดฝีมือที่ใช้อาวุธแปลกๆ อย่างทอนฟา ก็เลยตื่นเต้นมากที่ได้เจอกับคนที่มีฝีมือ ไรอันเริ่มคิดได้แล้วล่ะว่ากิลด์นี้อาจจะไม่ได้รวมคนมากมายเหมือนกิลด์ทั่วไป แต่คัดเลือกคนที่มีศักยภาพที่เหมาะสมเอาไว้ อย่างเด็กที่ชื่ออารินนั้นถึงจะเป็นเด็กแต่ในด้านเวทมนตร์กลับน่ากลัวมาก นิมป์ถึงจะเป็นกุ๊กแต่ก็รู้ว่าเธอใช้ลมปราณพิษและยังฝึกจนชำนาญแล้วด้วย นอกจากนี้ก็มีอาคมกับเดฟอนที่เป็นนักประดิษฐ์ แทบไม่อยากจะนึกเลยว่าหากรวมตัวกันแล้วจะเติบใหญ่ไปได้ขนาดไหน

        อากิระนึกสนุกอยากแกล้งราล์ฟก็เลยลากเก้าอี้ไปนั่งใกล้ๆ ตวัดนิ้วเขี่ยรอบหูแมวจนมันขยับไปมาด้วยความรำคาญ และก็โดนราล์ฟใช้หางฟาดมือ

        "นายนี่โรคจิตชะมัด ชอบใช้ความรุนแรงกับฉันเหรอ"

        "ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของนาย"

        "โอเคๆ ล้อเล่นนิดหน่อยก็ไม่ได้ จริงจังแบบนี้เดี๋ยวก็แก่เร็วหรอก"

        "ถ้ามันแก่ได้ล่ะก็นะ"

        ตอนนี้ก็เหลือแค่อาคมเท่านั้นการประชุมก็จะเริ่มขึ้น ระหว่างที่รอนั้นอารินก็สนิทกับลาเวนเดอร์อย่างรวดเร็ว และขอจับหูจิ้งจอกโดยแลกกับจะให้จับปีกแมลงในเวอร์ชั่นต่างๆ เพราะฉะนั้นเด็กสองคนนั้นจึงรวมตัวกันอยู่ที่มุมหนึ่งของโต๊ะและพูดคุยเกี่ยวกับสถานที่ที่ได้ผจญภัยมา เทียบกันแล้วลาเวนเดอร์รู้จักดันเจี้ยนมากกว่าส่วนอารินเคยไปในสถานที่ลึกลับมากกว่าเท่านั้น

        และในที่สุดสมาชิกกิลด์คนสุดท้ายก็มาถึง อาคมปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับบรรยากาศที่นิ่งสงบ แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ดูเป็นคนอารมณ์ร้อนง่าย ในสายตาของราล์ฟเห็นได้อย่างชัดเจน ความน่ากลัวที่เหมือนกับทะเลสงบนั่น

        ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาคมจะตรงปรี่ไปหาอารินก่อนเป็นอันดับแรก แต่หลังจากที่เขาได้ผ่านอะไรมาสักพักก็เริ่มตัดสินใจได้แล้วว่าเขาควรปล่อยให้อารินเลือกด้วยตัวเองว่าอยากจะทำอะไร โดยที่เขาจะเป็นผู้คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังแทน

        ได้เห็นอารินสนุกกับการมีเพื่อนเขาก็ยินดีด้วย เพราะอารินไม่ค่อยมีเพื่อนวัยเดียวกันเลย

        อาคมเดินไปเลื่อนเก้าอี้มานั่ง จากนั้นราล์ฟก็พูดขึ้นมาว่า

        "เอาล่ะ ในเมื่อตัวละครหลักมากันครบแล้ว ฉันขอเปิดการประชุมกิลด์แพนโดร่าครั้งที่ 1 ในหัวข้อการตอบโต้สมาพันธ์วอร์ลอร์ด กับ การบุกโจมตีอาณาจักรเงือก"

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #13608 pommijika (@5354) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 21:26
    อากิระะะะะะะะะะะัีาทดสากสหวทวินเายง!! คิดถึงจังเลยค่ะ!!YwYb

    กว่าพี่แกจะมบทเปิดมาก็จิ้นได้อีกแล้ว น่ารัก!
    #13608
    0
  2. #13607 tomjr (@bombomjr) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 11:05
    หุ่นเซเวนนี่ตัวเดียวกับที่อยู่ในเรื่องอีโวรูชันออลไลน์ป่าวครับ
    #13607
    1
    • #13607-1 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 363)
      12 ธันวาคม 2559 / 09:23
      คิดว่าคงใช่มั้ง แต่เจ้านี่จะชดเชยข้อเสียเปรียบของครึ่งจักรกลที่ประมวลผลตัวเลขไม่ได้ เห็นแบบนี้เดฟอนก็ฉลาดนะ ถ้าเป็นพวกเครื่องจักรไฟฟ้าเนี่ย
      #13607-1
  3. #13606 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 23:28
    โอ้วววววว ความสนุกใกล้เข้ามาแล้ววววววววว
    #13606
    0
  4. #13605 bluerosttime (@yokouo) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 22:30
    ไม่เป็นไรไม่มีคู่หมั่นในเกมเราจิ้นได้ รอบตัวตอนนี้ผู้หญิงน้อยมาก แถมรู้สึกดีแบบแปลกๆ(ทำไมรู้สึกว่าราล์ฟควรมีสามี)#หูแมวสิดี#สาวyaoiสาวมโน

    #13605
    0
  5. #13604 Pompam Makionna (@suppamas) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 18:01
    แอบคิดว่าคู่หมั้นของราล์ฟคือซากุระเวอร์ชั่นชื่อจีนเบาๆเลยแฮะ...
    #13604
    0
  6. #13603 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 16:48
    อากิระนี่ยังไงเนี่ย ขี้แกล้งนะเราหน่ะ หูแมวสิดีงามมมม
    #13603
    0
  7. #13602 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 09:01
    นี่.!!! นายแมวเหมียว นายไม่คิดจะรออะไรเลยรึไง
    พออ้าปากพูดก็เอ่ยถึงสงครามทันที... มันจะไร้อารมณ์ไปมั๊ย..?
    ใช่ซี๊... ขนาดตายายบอกเรื่องคู่หมั้นแกยังเฉย.. ไอคนตายด้าน.....
    #13602
    0
  8. #13601 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 08:57
    เกือบลืมเรื่องจะไปช่วยไซเรนแล้วเลยค่ะฟฟฟฟ
    /อากิระก็เข้ากิลด์ด้วย ว้ายยยยยยย
    #13601
    0
  9. #13600 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 07:58
    รู้สึกเหมือนราลฟ์จะตั้งตัวเป็นจอมมารเลยแฮะ
    #13600
    0
  10. #13599 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 07:15
    ได้เวลาสนุกแล้วสิ
    #13599
    0
  11. #13598 Sinei (@minibeautiful) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 06:51
    เย้ๆๆๆๆ
    #13598
    0
  12. #13597 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 03:41
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13597
    0
  13. #13596 MacrossX (@marcrossx) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 20:30
    คู่หมั้นราล์ฟนี่ปรากฏในเกมหรือยังอ่ะครับ
    #13596
    1
    • #13596-1 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 363)
      7 ธันวาคม 2559 / 01:16
      อย่าเลยเถอะ ให้มีตัวตนแค่โลกภายนอกพอ แบบนั้นมันดูเรียลดีตรงที่มีบทรักโดยไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในเกม ไม่งั้นสาวๆ คนอื่นอดทำคะแนนแน่
      #13596-1
  14. #13593 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 23:11
    ยากกกกก ตายซ๊ะ!! เพลงดาบมาชเมโลวววววววว


    เอิ่ม ก็พอไปได้นะ 555

    #13593
    0
  15. #13592 วรุณคิมหันต์ (@ukeneko) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:29
    ขำช่วงล้อกันเล่นแกล้งราฟซ่ะออกสาวเลย ว่าแต่วิชาดาบนี่เอาท่านี้จริงเหรอ
    #13592
    0
  16. #13591 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:29
    ถ้ามาเข้ากิลด์ด้วยก็ดีนะ

    #13591
    0
  17. #13590 Pst Moss (@mortnort) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 21:26
    สนุกมากครับ ขอบู๊แบบกระจายเลย
    #13590
    0
  18. #13589 Shade shadow (@shinshade) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 20:17
    อ่าวมีว่าที่คู่หมั่นราฟเรายังเป็นสาวน้อย ถถถถ. 
    #13589
    0
  19. #13588 Teerachot Jaroenkriangsakun (@donlovely) (จากตอนที่ 363)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 19:51
    ตบเกรียนให้ดิ้นให้หมด
    #13588
    0