[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,032 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,087 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,303

    Overall
    1,474,032

ตอนที่ 362 : บทที่ 16 คู่หมั้น (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4937
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    30 พ.ย. 59

บทที่ 16 คู่หมั้น (100%)

 

        "เก็บน้ำผึ้ง?"

        แม้จะเห็นกับตาแต่ก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าที่นี่มีบ้านรังผึ้งอยู่ด้วย รู้เพียงแค่ว่าที่นี่อยู่กับธรรมชาติจึงมีทุกอย่างที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต หลังจากที่เล่นน้ำกันเสร็จเจนภพก็ชวนมาเก็บผลผลิตอย่างน้ำผึ้ง ส่วนหนึ่งนำไปใช้ประกอบอาหารและอีกส่วนหนึ่งนำไปแปรรูปเป็นผลผลิตอื่นๆ

        "มาเที่ยวบ้านคนอื่นแล้วไม่ช่วยงานได้ยังไง"

        "รู้น่า ไม่ต้องมาแขวะฉันเลยไอ้โอลาฟ"

        พวกเขาสวมชุดป้องกันแมลง เดินไล่เก็บขวดโหลมาใส่ลังจนเต็มและเปลี่ยนขวดโหลชุดใหม่ อารินดูสนุกเพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต เก็บน้ำผึ้งเสร็จก็จะไปกันที่ฟาร์มปศุสัตว์ที่มีการเลี้ยงไก่และวัวนมเพื่อเก็บผลผลิตส่วนหนึ่งไปไว้ที่บ้าน พรุ่งนี้เช้าเจนภพรับปากว่าจะพามารีดนมวัว ขากลับเจนภพตาดีมากมองเห็นหน่อไม้ที่ขึ้นอยู่ในดงไผ่จึงขุดเก็บขึ้นมา ตั้งใจว่านี่จะเป็นมื้อค่ำของวันนี้ แต่ด้วยความที่เขาค่อนข้างจะตลกร้าย จึงล้มต้นไผ่และผ่าให้เห็นหนอนไม้ไผ่จำนวนมากอยู่ข้างใน

        "สักหน่อยไหม" ว่าแล้วก็หยิบขึ้นมากินโชว์สดๆ อาคมถึงกับหันไปทำหน้าพะอืดพะอม

        "ไอ้โอลาฟ พอๆ ฉันรู้สึกไม่ดีว่ะ"

        "อร่อยจะตาย" เจนภพยิ้ม เมื่อก่อนตอนมาฝึกเอาชีวิตรอดในป่ากับคุณตาก็เลยได้เปิบพิสดารตั้งมากมาย หนอนไม้ไผ่พวกนี้ช่วยได้เยอะในเรื่องของพลังงานแถมมันยังสะอาดมากอีกด้วย

        เจนภพเก็บพวกมันมาทั้งหมด วันนี้เขาได้ของมาทำกับข้าวเยอะมากจริงๆ อารินอยากให้ช่วยสอนทำน้ำผลไม้คั้นสดก็เลยต้องไปเก็บผลไม้ที่ทำได้ง่ายๆ มา กลับมาถึงบ้านก็ตรงไปครัวและเริ่มลงมือทำอาหารกัน อาคมใช้โอกาสนี้ตามเก็บภาพอารินทุกช็อตรวมไปถึงความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ และยิ่งภาพที่อารินกินหนอนทอดด้วยแล้วยิ่งต้องเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก กลายเป็นว่าอารินติดใจรสชาติของมันซะงั้น

        อารินทำอาหารได้เฉพาะเมนูไข่ ก็เลยสอนทำอะไรตั้งหลายอย่าง ทั้งไข่ยัดไส้ พุดดิ้ง ไข่เจียวหมูสับ และทุกครั้งที่ทำเสร็จก็จะมาให้อาคมถ่ายรูปผลงานของตัวเอง

        "ไอ้โอลาฟ บอกไว้ก่อนนะว่าไข่ยัดไส้ฝีมืออารินฉันไม่ยกให้ใครทั้งนั้น"

        "นายอาจห้ามฉันได้ แต่นายห้ามแม่ฉันไม่ได้หรอก"

        หลังจากที่ทำอาหารเสร็จ อาคมกับอารินก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เจนภพเปิด DVD ดูฆ่าเวลาโดยมีเจ้าบิ๊กนั่งซบอยู่ข้างๆ กับคุณน้าที่รื้อของเล่นออกมาก่อกวนเพราะไม่มีใครเอาขนมมาให้มันกิน อารินถามถึงกล้องดูดาวที่เห็นมันตั้งอยู่ แสดงความอยากดูดาวออกมาชัดเจนขนาดนี้ก็เลยคิดว่าควรไปขอให้คุณยายมาสอนให้ รายนั้นคงดีใจที่ได้มีลูกศิษย์แบบคนอื่นสักที

        คุณตาก็วุ่นอยู่กับการฝึกสอนลูกศิษย์ ใช้เวลาทั้งวันไปกับการฝึกวิชาของตัวเองโดยไม่หยุดพัก ยอมรับเลยว่าเป็นคนที่หายใจเข้าออกเป็นวิชายุทธ์ หากเหล้าเข้าปากเมื่อไหร่ก็จะเล่าการต่อสู้สมัยหนุ่มๆ ให้ฟังจนหูแฉะ เพราะแบบนั้นก็เลยพยายามไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับคอลเลคชั่นของเขาโดยเด็ดขาด และให้คุณยายเป็นคนเก็บกุญแจเอาไว้

        วิลาวรรณเห็นอาหารบนโต๊ะดูท่าทางอร่อย โดยเฉพาะหนอนทอดก็แอบหยิบมากินเล่นตามนิสัย แม้แต่จินดารัตน์เองก็พูดทำนองว่าอาหารดูน่าอร่อยเช่นกัน แถมยังยกตัวอย่างอาหารที่เคยกินในชนเผ่าเป็นหนอนแมลงตัวเขียวที่เคี่ยวกับซุปเป็นอาหารรสชาติขึ้นชื่ออีกต่างหาก จนเจนภพต้องคอยเตือนไม่ให้พูดเรื่องนี้บนโต๊ะอาหารอีก นึกภาพไม่ออกเลยว่าครอบครัวนี้ผ่านอะไรมาบ้างตลอดช่วงชีวิตนี้

        เป็นอย่างที่อาคมกลัว ไข่ยัดไส้ของอารินเขาได้กินแค่ส่วนเดียวเท่านั้น ที่เหลือโดนจินดารัตน์กับวิลาวรรณแย่งไปจนหมด ถึงจะน่าเจ็บใจแต่เห็นอารินมีความสุขมันก็เพียงพอแล้ว เจนภพพูดเรื่องที่อารินอยากใช้กล้องดูดาวกับจินดารัตน์ นอกจากคุณยายจะอนุญาตแล้วยังอาสาเป็นคนสอนเรื่องดาราศาสตร์ให้อีก      คงดีใจที่จะได้มีลูกศิษย์ที่ปั้นเองกับมือ ถึงได้คึกและพาไปเตรียมสถานที่นั่งดูดาวกัน

        เจนภพไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น ไหนๆ วันนี้อาคมก็ช่วยงานอย่างดีเลยคิดว่าจะเอาคอลเลคชั่นส่วนตัวออกมาสักหน่อย ไกรษรที่ทราบเรื่องนี้แม้ภายนอกจะดูนิ่งขรึมแต่ก็ตั้งตารอว่าจะได้ดื่มของดีแบบไหน ห้องเก็บคอลเลคชั่นของเจนภพก็คือโกดังข้างบ้าน มันล้ำสมัยสุดๆ ตรงที่พอเดินเข้าไปมีบันไดทางลง ไฟสว่างจ้าและอากาศในนี้เย็นราวกับตู้แช่ บนผนังทั้งสองนั้นเรียงรายไปด้วยไวน์ขึ้นชื่อราคาแพงมาก

        ที่เจนภพไม่ถูกกับแอลกอฮอล์เพราะหากดื่มเข้าไปในปริมาณมากก็จะทำให้กลไกอารมณ์ถูกปลดได้ แต่ถ้าดื่มเพียงแก้วหรือสองแก้วในระดับที่ยังคุมสติได้ก็จะไม่เกิดปัญหาอะไร และแม้ว่าอายุของเจนภพจะยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่คนในบ้านนี้ไม่มีใครสนใจเรื่องนั้นหรอก

        ผู้ชายสามคนนั่งล้อมโต๊ะดื่มด่ำกับรสชาติของไวน์ราคาแพง หากอาคมรู้ราคาของมันคงต้องละเมียดละไมลิ้มรสมันทุกหยดแน่ ไกรษรโดนเจนภพแหย่เรื่องที่จะได้ดื่มไวน์ทั้งที่น่าจะเคยดื่มไอ้ของที่มีดีกรีแรงกว่านี้มาแล้ว แต่ก็โดนเอ็ดกลับไปว่า 'โดนยายแกสั่งห้ามไว้' แค่นั้นอาคมก็ระเบิดหัวเราะออกมา พวกผู้ชายนั้นสามารถคุยกันได้อย่างเปิดเผย ไกรษรไม่ใช่คนถือตัวก็จริงแต่เมื่อถึงคราวจริงจังจะดูน่าเกรงขามมาก ซึ่งมันเปล่าประโยชน์หากเผชิญหน้ากับจินดารัตน์และเจนภพหลานชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้

        ในขณะที่ฝั่งผู้หญิง อารินตั้งใจฟังที่จินดารัตน์สอนเกี่ยวกับดาราศาสตร์อย่างจริงจังมาก ไม่ว่าจะสอนอะไรก็ซึมซับได้ทั้งหมดก็ทำเอาคนที่อยากปั้นลูกศิษย์ขึ้นมาสักคนนึกพลอยนึกสนุกไปด้วย วิลาวรรณไม่สนใจเรื่องเรียนนอกจากเค้กบนโต๊ะเท่านั้นพอกินเสร็จก็ไปนั่งดูโทรทัศน์ในบ้านและเล่นกับเจ้าบิ๊กและคุณน้าฆ่าเวลา พอมันดึกมากเข้าอารินก็ง่วงนอน อาคมเองก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้วไหนจะต้องไปสองพี่น้องจึงขอตัวไปนอนก่อน

 

        และในเช้าวันถัดมาอาคมไม่ได้ร่วมวิ่งออกกำลังกายด้วย เพราะดูสภาพตัวเองแล้วคงไม่ไหว เลยขออยู่ช่วยจินดารัตน์ทำอาหารเช้าเตรียม อาคมทำอาหารไม่เก่งเลยแต่ก็ไม่ได้ถูกตำหนิ นอกจากนั้นยังช่วยสอนให้ อารินเมื่อวานมาช่วยทำอาหารแล้ว วันนี้เลยหยิบจับอะไรได้คล่องขึ้น การใช้มีดเองก็ทำได้ดี แต่ก็ลงเอยที่เมนูไข่เหมือนเดิม

        อาคมไม่เคยเห็นอารินมีความสุขแบบนี้มาก่อน ในความทรงจำของเขาอารินจะยิ้มก็ต่อเมื่อได้เล่นสนุกเท่านั้น ครอบครัวของเจนภพนั้นเติมเต็มบางอย่าง สิ่งที่ขาดไปของอารินทำให้เธอมีความสุขได้แบบนี้ โดยเฉพาะการได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ โดยไม่มีใครห้ามปราม อารินเหมือนเด็กที่อยากรู้อยากลองทุกอย่าง แต่ทั้งจินดารัตน์ วิลาวรรณ กระทั่งเจนภพเลือกจะสอนให้รู้จักและใช้งานให้เป็น ต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง

        หลังจากที่สามคนนั้นกลับมาทานอาหารเช้าและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสร็จ เจนภพจึงพาอาคมและอารินไปที่ฟาร์ม จุดประสงค์ก็เพื่อให้อารินได้ลองทำอะไรแปลกใหม่อย่างการใช้ชีวิตในฟาร์มดูบ้าง แค่เดินไปพูดคุยกับคนงานพวกเขาก็ให้การต้อนรับอย่างดี และนำทางไปที่ฟาร์มเลี้ยงไก่เห็นว่าเริ่มมีการเดินเก็บไข่ในแต่ละวันแล้วด้วย ยังดีที่มีเหลืออยู่เพราะว่าเลี้ยงไว้เป็นจำนวนมาก

        ให้อารินได้ลองเดินเก็บไข่อย่างระมัดระวัง ถึงจะช้าไปบ้างเพราะความไม่คุ้นชินแต่ก็ประคับประคองไม่ให้มันแตก ไข่บางฟองจะนำไปฟักเป็นลูกเจี๊ยบเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไป และเป็นโชคดีที่วันนี้มีตรวจสุขภาพไก่ด้วยอารินจึงได้รับความรู้ด้านนี้ไปเต็มๆ ได้ลองทำอะไรหลายอย่างที่ชีวิตนี้ไม่เคยมีโอกาสได้ทำ จากนั้นก็ได้เวลาพาไปลองรีดนมวัวกันดูบ้าง

        ถึงจะมีเครื่องมือสำหรับรีดนมที่รวดเร็วและได้ปริมาณมาก แต่เทคนิคการรีดนมวัวด้วยมือก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้ อาคมรีบคว้ากล้องมากดถ่ายรัวๆ ภาพของอารินที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้ม เสร็จจากตรงนี้ก็พาไปดูผลผลิตของมันที่ถูกแปรรูปเป็นนมสดกับไอศกรีม อารินได้กินเท่าที่อยากแบบไม่เสียเงินสักบาท อาคมพูดว่าต่อให้ชีวิตนี้ไม่ต้องทำงานถ้าได้มาอยู่ที่นี่ก็ไม่อดตาย ก็โดนเจนภพตัดพ้อทำนองว่า 'กะจะเกาะคนอื่นกินไปตลอดชีวิตเลยงั้นสิ'

        ยังมีเวลาเยอะแยะแถมยังได้กับข้าวมาตั้งหลายอย่าง เป็นพวกแกงป่าที่แสนจัดจ้าน เจนภพเห็นว่าเป็นทางผ่านพอดีเลยคิดว่าจะพาไปดูน้ำตกในเขตบ้านสักหน่อย ระยะทางมันเดินไกลพอสมควรดังนั้นจึงขี่จักรยานไฟฟ้าไปจอดที่โรงจอดใกล้กับน้ำตกมากที่สุดและจึงเดินเข้าไปกัน มันถูกปรับปรุงพื้นที่ให้สะดวกสบายมากขึ้นเลยดูปลอดภัย เมื่อก่อนนั้นมีสัตว์เลื้อยคลานมาอยู่แต่ถูกจับไปทำเป็นอาหารจนเกือบหมดแล้ว

        เป็นแอ่งน้ำตกที่กว้างพอดู น้ำตกสูงนั่นมีกังหันน้ำสำหรับปั่นไฟติดตั้งเอาไว้ ใกล้ๆ น้ำตกมีบ้านไม้อยู่ด้วยคล้ายว่าทำมาเพื่อให้คนมาอาศัย เจนภพเปิดประตูเข้าไปและเปิดหน้าต่างให้เรียบร้อย มันถูกทำความสะอาดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ลองเปิดไฟดูก็ทำงานปกติ เขาปล่อยให้สองพี่น้องไปเล่นน้ำกันโดยที่ตัวเขาทำเพียงแค่นั่งมองอยู่บนฝั่ง

        เล่นน้ำกันราวหนึ่งชั่วโมงก็ยอมเลิกฝั่ง เพราะน้ำมันเย็นมากอารินเลยหนาวสั่น เจนภพเลยได้เตรียมผ้าเช็ดตัวไว้ให้แล้ว เพราะพรุ่งนี้ก็จะกลับกันแล้วเลยเสนอไปว่าจะทำสเต็กกับบาร์บิคิวกินกันเพราะเห็นเตาที่ตั้งอยู่ข้างบ้านพัก เพื่อให้เป็นไปตามที่วางไว้เลยต้องไปช่วยกันเก็บเกี่ยวผลผลิตในไร่ ส่วนเนื้อที่ต้องใช้แค่โทรศัพท์สายตรงไปขอจากที่ฟาร์มให้เอามาส่งที่บ้านก็พอ นอกจากนี้เขายังต้องแจ้งให้คุณแม่กับคุณยายรู้เรื่องที่จะทำอาหารนอกบ้านกัน

        เก็บผลผลิตมาได้เยอะพอสมควร กลับมาที่บ้านวิลาวรรณได้จัดเตรียมของที่จำเป็นเอาไว้ให้หมดแล้ว เตาถ่านกับเหล็กเสียบบาร์บิคิว ที่เหลือก็ต้องมาช่วยกันเตรียมของให้พร้อมกินในค่ำนี้ คนที่มีประสบการณ์ทำบาร์บิคิวกับน้ำจิ้มก็มีแค่เจนภพคนเดียว วิลาวรรณถึงจะเคยผ่านงานมาบ้างแต่ก็ไม่ได้คุมเรื่องอาหารเลยไม่รู้วิธีทำสักเท่าไหร่ หลายคนช่วยกันคนละไม้ละมือก็เตรียมของเสร็จ

        ตกเย็นหลังจากที่ทุกคนมากันพร้อมหน้าแล้วก็เริ่มงานเลี้ยงก็เริ่มขึ้น เจนภพยังเอาไวน์องุ่นออกมาหลายขวดโดยไม่หวงแหน อาคมกับกำลังหาเรื่องกับเจ้าบิ๊กเพราะเจ็บใจที่เจ้าบิ๊กแอบมาฉกสเต็กไปจากจานของตน แถมยังโดนคุณน้าด่าด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนว่า 'โง่' อีกต่างหาก แต่ถ้าสู้กันจริงๆ แค่บิ๊กกระโดดทับอาคมก็ลุกไม่ขึ้นแล้ว

        จินดารัตน์ชอบอารินถึงขนาดที่จองตัวเอาไว้ก่อนเลย โดยเฉพาะหากเรียนมหาวิทยาลัยแล้วต้องการฝึกงานให้มาที่นี่ เพราะมันเป็นสถานที่ที่ออกใบรับรองให้ได้ กับให้มาเที่ยวบ่อยๆ จะได้สอนเรื่องต่างๆ ให้มากขึ้น มันมีไม่บ่อยนักที่จะเจอเด็กที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมขนาดนี้ การจะปั้นให้เป็นศาสตราจารย์ที่มีชื่อเสียงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปซะแล้ว

        "จริงสิเจ้าภพ" ไกรษรทำหน้าเหมือนพึ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้ "หลานเข้ามหาวิทยาลัยแล้วใช่ไหม"

        "ครับ พึ่งขึ้นปีหนึ่งครับ"

        "ปีนี้หลานอายุเท่าไหร่"

        เจนภพคิดสักพักก็ตอบว่า "กรกฎาคมนี้ก็สิบแปดแล้วครับ"

        "แล้วหลานมีคนที่ชอบหรือยัง"

        โดนถามคำถามนี้ไปเจนภพก็ชะงักไปวูบหนึ่ง แต่ก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แบบเนียนๆ ไป

        "เรื่องนั้นเป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัวครับ จนกว่าจะได้รับการพิสูจน์ความรู้สึก คงตอบอะไรไม่ได้"

        "คุณพ่อ เจนภพน่ะมีผู้หญิงมาชอบตั้งสองคนแล้วนะคะ เป็นยังไงล่ะคะลูกชายหนูเอง" วิลาวรรณพูดแทรกขึ้น แต่ท่าทางของคุณแม่เหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง ถึงได้พูดเรื่องนี้ออกมา "หนูสกรีนมาแล้วด้วย ผ่านเกณฑ์ทั้งสองคนเลย"

        "สองคน?" แม้แต่เจนภพเองก็ยังแปลกใจ ทำไมเรื่องนี้เขาไม่เห็นรู้มาก่อน

        "โห...แล้วทำไมถึงไม่พามาด้วยล่ะ ตาเองก็อยากเจอว่าที่หลานสะใภ้เหมือนกัน"

        "หลานชายคุณพ่อน่ะ ทึ่มเรื่องนี้ค่ะรู้เอาไว้เลย"

        "ไม่ได้เรื่องเลย สมัยก่อนน่ะตาน่ะนะเสน่ห์แรงจะตาย เรื่องของผู้หญิงน่ะไม่นานก็จับหัวใจได้แล้ว..." กำลังจะคิดถึงความหลังสมัยที่ตัวเองเป็นหนุ่มๆ ปรากฏคนมายืนที่ด้านหลังปล่อยสายตาเย็นเยือกกับรอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกหนาวถึงไขสันหลังออกมา

        "แหม อยากฟังด้วยจังเลยค่ะ จะได้รู้กันสักทีว่านอกจากยัยวรรณแล้วยังมีใครเหลืออยู่อีกบ้าง"

        รอยยิ้มเชือดเฉือนทำเอาจอมยุทธ์ชราถึงกับหน้าซีดเล็กน้อย ต่อให้ฝึกวิชาเก่งกาจจนมีคนนับหน้าถือตาแค่ไหนแต่ก็ไม่อาจต้านทานอำนาจเมียได้เลย ทำได้เพียงต้องรีบง้อก่อนที่อีกฝ่ายจะสละเวลาเดินไปเก็บหมอนกับผ้าห่มออกจากห้องและไล่ออกมานอนข้างนอก

        เปลี่ยนเรื่องด้วยการไอครั้งหนึ่ง แล้วพูดว่า

        "มันถึงเวลาที่หลานจะต้องรู้แล้วล่ะว่าหลานมีคู่หมั้นแล้ว"

        เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เจนภพถึงกับตกใจ เขาแค่สงสัยและมองคุณแม่ เห็นชัดว่าคงรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้วแต่ไม่ยอมพูดออกมา ไม่ใช่ว่าไม่ปรากฏการคลุมถุงชนเลยในยุคสมัยนี้ ด้วยเหตุนี้เจนภพเลยมองว่ามันเป็นเรื่อง 'ธรรมดา' ที่มีอยู่ในสังคม แต่ก็คาดไม่ถึงว่าตนเองจะตกเป็นเหยื่อของมันด้วย

        "รู้เรื่องนี้นานแล้วเหรอครับ"

        "ใช่จ้ะ แต่แม่ไม่ชัวร์ก็เลยไม่ได้พูดออกไป ก็มันสัญญาตั้งแต่สมัยไหนแล้วล่ะ"

        "สัญญา? ของคุณตาใช่ไหมครับ"

        วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในชั่วอึดใจ วิลาวรรณไม่ใช่คนที่สัญญาอะไรกับใครง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่อย่างการจองตัวคู่ครอง ดังนั้นคาดว่าน่าจะเป็นสัญญาของคุณตาที่มีมานานมากแต่ดันโชคร้ายที่มันมาโดนตนเข้าจังเบอร์

        "ทายแม่นจัง คราวหน้าแม่ขอหกตัวตรงๆ นะ"

        "ประมวลผลคู่ขนานทำได้ถึงขนาดคาดเดาสถานการณ์ภายใต้ความน่าจะเป็นใช่ไหมเนี่ย"

        สรุปก็คือรู้กันทั้งบ้านแล้วสินะ ท่าทางแบบนี้คงต้องใช่แน่ๆ

        เจนภพทำหน้าละเหี่ยใจ ไม่มีใครคิดจะมาปรึกษาเขาเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่ายอมรับได้หรือไม่ได้ แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่า ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน ไม่รู้จักกระทั่งชื่อหรือหน้าตา ไม่รู้จักกระทั่งนิสัยส่วนตัว แต่กลับมีตัวตนในฐานะคู่หมั้น

        "อยากทราบสาเหตุของสัญญาได้หรือเปล่าครับ"

        อย่างน้อยก็อยากฟังที่มาที่ไปเกี่ยวกับตัวตนของคู่หมั้นคนนี้ อันที่จริงก็พอจะคาดเดาเรื่องราวได้ไม่ยาก ภาวนาขอแค่ให้มันผิดก็พอ แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยคาดเดาผิดเลยสักครั้งเนี่ยสิ

        "เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ตาออกเดินทางไปฝึกฝนตัวเองและต่อสู้กับนักสู้ทั่วโลก" ไกรษรเริ่มรำลึกความหลังของตัวเองอีกครั้ง "ตาได้พบกับคนคนหนึ่งที่ออกเดินทางฝึกฝนตัวเองเช่นกัน ชื่อของเขาคือ จาง หยวน พวกเราได้ประมือกันหลายกระบวนท่าเป็นเวลากว่าสามวันสามคืน จนได้มีโอกาสร่วมดื่มกัน พวกเราถกกันเรื่องกระบวนท่าของอีกฝ่าย ช่วยกันขัดเกลามันจนพัฒนาขึ้น สุดท้ายก็ตัดสินใจเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน

        วันหนึ่งพวกเราต่างก็คะนองปากเลยให้คำสัญญากันว่าหากลูกของพวกเราเกิดมาต่างเพศก็จะให้คู่กัน แต่น่าเสียดายที่ลูกของตากับจางหยวนเป็นผู้หญิงทั้งคู่ แม้จะเสียใจที่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดแต่จางหยวนไม่ละซึ่งความพยายาม บอกว่าหากชะตาฟ้าปรารถนาให้พวกเราได้เกี่ยวดองกันขอให้โชคชะตานั้นขึ้นอยู่กับทายาทคนต่อไป จางหยวนได้หลานสาวอีกครั้งและบอกเรื่องนี้กับตา แต่หลังจากนั้นอีกหนึ่งปีก็มีข่าวดี..."

        "นั่นคือคุณแม่ได้ลูกชาย" เจนภพพูดขึ้นมาแทน

        "ถูกต้อง หลังจากที่ทราบข่าวดีเรื่องนี้ จางหยวนถึงกับร่ำไห้แล้วก็บอกว่ามันเป็นโชคชะตาที่ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว"

        "ภพว่ามันเป็นเรื่องของโครโมโซม X กับ Y มากกว่านะครับ"

        "แต่สำหรับยายมันคือความเป็นไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่จะได้ลูกชายหรือลูกสาวอย่างที่ต้องการล่ะนะ"

        คงมีแค่คนสองคนที่มองอะไรเป็นวิทยาศาสตร์และเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย

        "แล้วยังไงครับ ทำไมถึงพูดเรื่องคู่หมั้นให้ฟัง"

        ไกรษรตอบด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความยินดีว่า "เพราะเธอคนนั้นจะมาพักอยู่กับหลานด้วยอย่างไงล่ะ เธอคนนั้นอายุมากกว่าหลานหนึ่งปีก็จริงแต่ก็เรียนอยู่ปีเดียวกันกับหลานนั่นแหละ"

        "พักที่บ้านเหรอคะ ว้าย! แบบนี้ต้องรีบทำความสะอาดห้องให้แล้วสิ ว่าที่ลูกสะใภ้จะมาพักอยู่ด้วยนี่มัน คุณพ่อคะหนูไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ลูกชายหนูจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว อุตส่าห์คิดว่าชาตินี้คงขายไม่ออกแล้วแน่ๆ"

        "ใช้รูปประโยคแปลกไปหน่อยหรือเปล่าครับ"

        เพราะปฏิเสธไม่ได้มีแต่ต้องทำใจยอมรับเท่านั้น มันไม่ใช่ความยินดีที่ได้รู้ว่าตัวเองมีคู่หมั้นอยู่แล้ว แต่เป็นความรู้สึกที่ว่ามีปัญหาเข้ามาเพิ่มขึ้นซะมากกว่า

        "แล้วเธอคนนั้น...คู่หมั้นของภพชื่ออะไรครับ"

        "โอ้...เริ่มสนใจแล้วสินะ" ไกรษรยกไวน์ขึ้นดื่มแต่ยังอมพะนำไว้ไม่บอก

        "ช่วยจริงจังหน่อยได้หรือเปล่าครับ"

        พอเห็นว่าเจนภพไม่ได้อยากจะเล่นด้วย ไกรษรก็ยอมแพ้ในที่สุด เข้าใจดีว่าหลานชายคนนี้แทบจะไม่มีอารมณ์ขันใดๆ และเป็นพวกที่ค่อนข้างจะจริงจังกับการรับมือกับปัญหาชีวิตของตัวเอง

        "คู่หมั้นของหลาน เธอมีชื่อว่า จางซูหลิน"

        เพื่อให้ได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับคู่หมั้นที่ชื่อ 'จาง ซูหลิน' มากขึ้น แต่ไกรษรก็ไม่ได้มีข้อมูลอะไรมากไปกว่าชื่อ อายุ เรื่องการเรียน และสถานะทางบ้าน โดยจางซูหลิน เป็นผู้ฝึกวิชายุทธ์แต่เข้าเรียนในโรงเรียนรัฐเหมือนคนปกติทั่วไป ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก สถานะทางบ้านถือว่ามีฐานะไม่น้อยถึงกับมีคนที่ต้องการจะให้เธอแต่งงานทางการเมือง ทราบถึงตรงนี้เจนภพก็รู้ได้เลยว่าจากนี้คงมีปัญหาตามมาแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ทราบว่ามีบางคนในตระกูลจางไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

        "มาพักอยู่ด้วยมันไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่ครั้งหน้าถ้ามีเรื่องอะไรแบบนี้อีกช่วยรบกวนบอกล่วงหน้าด้วยนะครับ ไม่ใช่ตั้งใจจะทำเซอร์ไพรส์แบบนั้นกำหนดการต่างๆ มันจะรวนไปหมด"

        จากนั้นก็ได้ยินเจนภพบ่นอุบอยู่คนเดียว เฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนที่จะต้องเพิ่มขึ้น เขาอาจจะต้องเปลี่ยนตารางของหลังจากนี้ใหม่ทั้งหมด

 

        ในช่วงระหว่างที่ราล์ฟไม่ได้ออนไลน์ นั้นมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วมากขนาดที่ว่าหากไม่ได้ออนไลน์เพียงหนึ่งวันก็จะตกข่าวสำคัญในทันที มีการปะทะกันเกิดขึ้นอยู่หลายครั้งโดยเฉพาะปัญหาเรื่องพื้นที่การออกล่าและฟาร์มไอเทมไว้ขาย ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการที่สมาพันธ์วอร์ลอร์ดเริ่มรุกคืบการยึดพื้นที่ให้มากขึ้นจากเดิม ซึ่งนั่นทำให้สมาชิกแต่ละคนนั้นมีอุปกรณ์สวมใส่ที่ดีขึ้นจนประกาศทำสงครามระหว่างกิลด์เพื่อให้ได้ทรัพยากรตามเดิมพันเอาไว้

        อย่างไรก็ตามด้วยการกดดันของพวกวอร์ลอร์ดทำให้พวกกิลด์อันดับต้นๆ รู้สึกได้ถึงภัยคุกคามและมีการเคลื่อนไหว แต่กว่าพวกเขาจะรับรู้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นก็สายเกินไป วอร์ลอร์ดนั้นใช้วิธีการแปรพักตร์โดยมอบผลประโยชน์ให้คนที่ร่วมมือด้วย ท้าทายที่สุดในสงครามระหว่างกิลด์ที่เกิดขึ้นมันกลายเป็นชัยชนะที่หอมหวานของสมาพันธ์วอร์ลอร์ด และรับทรัพยากรที่กิลด์พวกนั้นสะสมเอาไว้มาเสริมฐานอำนาจให้ตัวเอง

        เพราะการหยิ่งในศักดิ์ศรี ก่อนหน้านี้ซากุระคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้เลยมาปรึกษาพร้อมกับแนะแนวทาง แต่พวกเขาได้ปฏิเสธเพียงเพราะคิดว่าตนเองสามารถจัดการปัญหาได้โดยไม่ต้องไปยอมเป็นลูกไล่ให้ สุดท้ายก็กลายเป็นว่าปัจจุบันนี้กิลด์ของพวกเขาอันดับตกลงเรื่อยๆ จนไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นกิลด์ที่มีอำนาจอีกต่อไป

        สิ่งที่วอร์ลอร์ดต้องการต่อมาก็คือทรัพยากรสำคัญอย่างพวกยารักษา มีการส่งคนไปติดต่อพูดคุยกับกิลด์เทพโอสถที่วางตัวเป็นกลางให้หันมาสนับสนุนพวกตน แน่นอนว่าจากสถานการณ์ที่ผ่านมาหากต้องการอยู่รอดเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ สมาชิกระดับสูงในสังกัดกิลด์เทพโอสถลงความเห็นว่าควรให้ความร่วมมือกัน และพยายามบีบบังคับราตรีที่เป็นหัวหน้าเพียงในนาม อย่างไรก็ตามถึงราตรีจะไม่ยอมให้การสนับสนุน แต่สมาชิกหลายคนก็เรียนรู้สูตรยาไว้ตั้งมากมาย จึงไม่จำเป็นจะต้องพึ่งราตรีอีกต่อไป

        สิ่งเดียวที่ราตรีเสียใจที่สุดก็คือ กิลด์ที่เธอสร้างมาถูกทำลายลงเพียงเพราะความละโมบของสมาชิกที่ไม่สิ้นสุดของสมาชิกที่เคยสนับสนุนเธอทุกอย่าง แต่ท้ายที่สุดสมาชิกส่วนใหญ่ทั้งหมดได้ยอมลาออกและเข้าร่วมกับสมาพันธ์วอร์ลอร์ด โดยก่อนจากกันนั้นพวกนั้นได้ใช้อำนาจที่มีเหลืออยู่ขนเอาทรัพยากรในคลังของกิลด์ออกไปจนหมด คนที่เหลือก็พากันลาออกเพราะไม่อยากมีปัญหาด้วย ราตรีในตอนนี้จึงไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

        ถ้าจะพูดว่าคนที่ฉวยโอกาสในช่วงที่คนอื่นกำลังย่ำแย่เป็นคนเลว ซากุระคงเป็นจ้าวกลยุทธ์สาวที่เลวร้ายที่สุด เพราะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์กับกิลด์เทพโอสถ ซากุระได้เดินทางไปพบกับราตรีที่อยู่ในอาการเสียใจ และได้ชักชวนมาทำงานให้กับบลู ลิเบอร์ตี้ โดยที่เธอได้สร้างหน่วยวิจัยโอสถขึ้นมาและต้องการให้ราตรีเข้ามารับหน้าที่สำคัญนี้ เพราะว่ามันไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกต่อไปแล้ว ราตรีจึงยอมรับข้อเสนอโดยไม่มีแม้แต่ความลังเล

        สาเหตุสำคัญอย่างแรกที่ซากุระต้องการผู้ที่มีความชำนาญด้านการปรุงยาก็คือ เธอได้ค้นพบวิธีอย่างหนึ่งที่ช่วยให้สามารถหายใจได้น้ำได้ในช่วงเวลาหนึ่ง จากความพยายามที่ทำให้สูญเสียงบประมาณไปเป็นจำนวนไม่น้อย บัดนี้สูตรยาลับนั่นได้มาอยู่ในมือของเธอ และคนที่มีศักยภาพเพียงพอจะปรุงมันขึ้นมาได้ต้องมีทักษะปรุงยาในระดับสูง ซึ่งนอกจากราตรีแล้วก็ไม่เห็นคนอื่นอีก

        ตอนนี้มีหลายกิลด์กำลังถูกคุกคามอย่างหนัก ถึงขนาดที่ไม่กล้าจะมองหน้าแม้แต่สมาชิกของสมาพันธ์วอร์ลอร์ด เพราะคนพวกนี้พร้อมจะทำสงครามแย่งชิงทรัพยากรของกิลด์ทุกเมื่อ และในเมื่อเป็นแบบนั้นเมืองบางแห่งที่มีสมาชิกของวอร์ลอร์ดมากกว่าก็ถูกควบคุมอย่างง่ายดาย จำกัดสิทธิ์บางพื้นที่เฉพาะพรรคพวกของตัวเองเท่านั้น หากฝ่าฝืนก็จะมีการ PK เกิดขึ้นจนกลายเป็นเมืองเถื่อน

        อย่างไรก็ตามคู่ปรับที่แสนสำคัญของสมาพันธ์วอร์ลอร์ดก็คือบลู ลิเบอร์ตี้ที่คล้ายจะคาดเดาความเคลื่อนไหวได้ การปะทะกันมีแพ้ชนะสลับกันไป แต่สิ่งที่น่าเจ็บใจก็คือมันเป็นความพ่ายแพ้ที่ถูกคาดการณ์เอาไว้ก่อน บลู ลิเบอร์ตี้จึงไม่มีความเสียหายมากนัก ผิดกับวอร์ลอร์ดที่สูญเสียมากกว่าเป็นเท่าตัว และด้วยการคาดการณ์ของซากุระที่คิดเอาไว้ว่า 'สัตว์น้อยจะน่ากลัวเมื่ออยู่เป็นฝูง' ก็ทำให้ผลลัพธ์ก็คือการปิดผนึกขังสมาชิกของวอร์ลอร์ดไว้ในเมืองหนึ่งได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็คอยเก็บกวาดตัวหมากที่ไม่ยอมเข้าฝูงสร้างความเสียหายทีละน้อย

        นอกจากนี้ยังเป็นการรับมือกับศึกสองด้าน เพราะความที่ไร้ซึ่งการควบคุม บางส่วนของสมาพันธ์วอร์ลอร์ดเลยโดนบูรพาจอมเฉื่อยแห่งกิลด์อสูรทะเลทรายปั่นหัวเล่นอย่างสนุกสนาน กิลด์สาขาของวอร์ลอร์ดอยู่ๆ ก็ถูกท้าให้ทำสงครามแย่งชิงทรัพยากร แต่พวกเขาที่ชนะและควรได้ทรัพยากรตามที่คาดฝันเอาไว้กลับได้กระสอบทรายกลับไปนอนหนุนเล่นซะอย่างนั้น

        ที่งานเลี้ยงน้ำชาของกลุ่มสาวๆ ในสมาพันธ์บลู ลิเบอร์ตี้ ซากุระส่งมอบชุดเชตที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองให้กับเหล่าผู้นำเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ อาชีพช่างเย็บผ้านั้นก็แค่อาชีพที่ช่วยให้ผลิตอุปกรณ์สวมใส่ได้ มันมีคนที่เลือกสายอาชีพนี้อยู่ตั้งมากมาย สิ่งที่ทำให้ซากุระเหนือกว่าคนพวกนั้นก็คือเธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ค้นหาความลับของสายอาชีพจนได้รับทักษะสร้างเซตไอเทมได้

        ส่วนเรื่องงานวิจัยที่ซากุระได้มอบหมายให้วาโยไปจัดการก็คือการสร้างไอเทมเลียนแบบ 'ระเบิดลูกบาศก์' นั้นคืบหน้าไปมากทีเดียว ตอนนี้วาโยทราบแล้วว่าส่วนประกอบนั้นมีอะไรบ้างเหลือแค่ดัดแปลงมันเล็กน้อยเพื่อเลี่ยงข้อพิพาทที่อาจจะเกิดขึ้น ยังมีปัญหาบางส่วนเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ทำระเบิดลูกบาศก์ที่หาได้ยากมาก ถ้าต้องการก็สามารถผลิตได้แต่มีจำนวนที่จำกัด

        ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของยารักษากับยาประเภทต่างๆ ที่ได้ราตรีมารับหน้าที่ก็ดำเนินไปได้ดีมาก ถึงปริมาณจะน้อยไปสักหน่อยแต่มันถูกนำไปจัดเป็นไอเทมสำหรับฉุกเฉิน และตอนนี้เธอกำลังเร่งวิเคราะห์สูตรยา 'ยาเม็ดอากาศ' ซึ่งจะช่วยให้เพลเยอร์อย่างพวกเธอหายใจใต้น้ำได้เป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง เป็นยาที่ท้าทายความสามารถมาก และซากุระต้องการให้ผลิตมันออกมาประมาณ 1000 - 2000 เม็ด วัตถุดิบส่วนใหญ่แล้วมีอยู่ในคลังหน่วยวิจัยโอสถ แต่บางส่วนไม่มีให้เห็นเลยแม้แต่ในตลาดมืดก็ตาม

        ซากุระไม่แปลกใจที่ราล์ฟมาขอความร่วมมือ เนื่องจากการเข้าถึงข่าวสารระหว่างเธอกับเขานั้นมีจุดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หนึ่ง เครือข่ายข่าวสาร ซากุระเล่นเกมมานานกว่ามากจึงมีแหล่งข่าวสารเป็นของตัวเองและเชื่อถือได้มาก สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับความลับภายในเกมได้อย่างรวดเร็ว และสอง ขุมกำลังที่สามารถใช้งานได้ทันทีและยังเป็นความลับต่อใครหลายๆ คน เพราะเขารู้ว่าเธอมีสิ่งเหล่านี้อยู่จึงได้ยอมเปิดเผยการมีอยู่ของอาณาจักรเงือก ยอมสูญเสียสิทธิ์ในการเข้าถึงความลับเพื่อให้ได้มาซึ่งกองกำลังของตัวเอง

 

        ในช่วงระหว่างที่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสมาพันธ์วอร์ลอร์ดได้สร้างศัตรูโดยอาศัยอำนาจที่หนุนหลังตัวเองอย่างสนุกมือ นี่มันแย่ยิ่งกว่ากลุ่มโจรปล้นเควสต์ที่เลือกเป้าหมายเอาไว้ซะอีก หากพวกเขาได้เห็นคนที่มีอุปกรณ์สวมใส่ที่ดูดีกว่าตัวเองก็จะใช้กำลังแย่งชิงมาให้ได้ หรือเห็นใครที่ขัดหูขัดตาก็จะอ้างเหตุผลเพื่อหาเรื่องและแย่งชิงไอเทมมาทั้งหมด และตอนนี้เป้าหมายของพวกมันก็คือชายสองคนที่กำลังนั่งซดราเม็งอยู่นั่นเอง

        โดยสองคนนี้คือเดฟอนและเด็กตกปลา ซึ่งพวกเขากลับมาแล้วหลังจากดำเนินเควสต์เปลี่ยนเผ่าพันธุ์ที่ว่ายากที่สุด เพราะด้วยกำลังของพวกเขาในตอนนั้นไม่มีทางสู้กับหุ่นยนต์รบที่พัฒนาตัวเองจนแข็งแกร่ง แต่ด้วยความร่วมมือกันกับหุ่นยนต์ทาสทั้งหลาย กว่าจะได้รับชัยชนะมาก็ต้องสูญเสียไปไม่น้อย แต่ผลลัพธ์ก็คือการเปลี่ยนเผ่าพันธุ์จักรกลของเดฟอน และยังได้ของอีกตั้งมากมายติดมือกลับมาด้วย

        ส่วนฮันเนียบัลนั้นได้แยกทางกับพวกเขาหลังจากที่จบศึกที่อาณาจักรจักรกล และยังแนะนำให้เก็บเกี่ยวทุกอย่างที่มีประโยชน์ในอนาคตตั้งมากมาย แน่นอนว่ามันเป็นคำเตือนของซีกเกอร์ที่ฝากคำพูดทิ้งเอาไว้ให้ และเดฟอนก็ทำตามคำเตือนนั้นเก็บเกี่ยวทุกอย่างที่จำเป็น

        "อย่าลืมนะที่บอกว่าจะสร้างสุดยอดเรือที่แข็งแกร่งให้น่ะ"

        "รู้หรอกน่า แล้วก็เลิกเอาตะเกียบชี้หน้าคนอื่นได้ไหมเนี่ย นี่ยังดีนะที่เป็นกึ่งมนุษย์เลยกินอาหารแบบคนธรรมดาได้ด้วย ถ้าให้ฉันต้องหันไปกินก้อนพลังงานนี่มันหายนะชัดๆ"

        "ช่วยเขียนหนังสือบรรยายรสชาติให้อ่านด้วยละกัน เห็นเจ้าพวกนั้นโซ้ยกันเอร็ดอร่อยเลยไม่ใช่เหรอ"

        "รสชาติแย่อย่าบอกใคร เป็นกึ่งมนุษย์ในตอนนั้นตัวเลือกมันมีไม่มากหรอก ถึงข้อเสียนี่จะเป็นไม่ได้รับค่าสถานะจากอาหารก็เถอะ คิดดูนะค่าความอิ่มมันเปลี่ยนเป็นค่าพลังงานแทนถ้าไอ้เจ้านี่หมดฉันขยับไม่ได้เลย โหดร้ายไปไหน"

        "ได้อย่างก็เสียอย่างนั่นแหละ แต่ไปที่นั่นถือเป็นโชคดีของฉันเหมือนกัน ไม่คิดว่าอาชีพชาวประมงของฉันจะคลาสอัพเป็นโจรสลัดได้ ไอ้หมวกนี่เลยมีประโยชน์ขึ้นเยอะ"

        การคลาสอัพของเด็กตกปลานั้นมาจากการที่เขาไปพบเจอกับจดหมายสั่งลาของโจรสลัดที่เสียชีวิต มันเป็นพินัยกรรมสุดท้ายของโจรสลัด สิ่งที่ได้รับมาก็คือชุดเชตของโจรสลัด ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับหมวกโจรสลัดที่เขามีอยู่ความสามารถเลยเพิ่มขึ้นในการต่อสู้ทางน้ำ แถมยังมีแบบแปลนปืนทิ้งเอาไว้ให้อีกด้วย ก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจแต่ตัวเด็กตกปลายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นชาวประมงต่อไป

        "มันไม่ทำให้นายเป็นราชาโจรสลัดได้หรอก เห็นคำขอของนายแล้วเหมือนจะให้ฉันสร้างเรือไว้จับปลาเท่านั้น"

        "ความสนุกของฉันนี่หว่า ฉันไม่ใช่พวกที่สนุกไปกับการล่ามอนสเตอร์หาของมาทำชุดเกราะให้ตัวเอง แค่ได้ตกปลาอยู่ในทะเลมันก็เป็นสุดยอดความท้าทายแล้ว แล้วไอ้เบ็ดที่จะทำให้ไม่ต้องสะเออะใส่ระบบดาบเลเซอร์มาให้เลยนะ" พูดดักทางเอาไว้ก่อน ตอนที่นำเสนอแปลนอาวุธเบ็ดตกปลาที่สร้างจากเทคโนโลยี ไอ้เจ้าหนุ่มครึ่งจักรกลนี่มันดันเสนอไอเดียคันเบ็ดอาวุธสงครามขึ้นมา

        "แหม ทีนายยังใช้ดาบคลื่นความถี่สูงได้เลย นี่แค่ดาบเลเซอร์เองดีกว่ากันเยอะ"

        "อย่าเปลี่ยนอาวุธคนอื่นตามใจชอบสิ ที่สำคัญฉันชอบที่จะสู้กับพวกปลามากกว่าหุ่นยนต์อีก"

        "อนาคตฉันจะสร้างหุ่นยนต์ปลาขึ้นมาปล่อยลงทะเลให้นายได้ลองสู้ดู"

        "หยุดความคิดเอาไว้เลย ฉันกินเหล็กไม่ได้นะขอบอก"

        ทั้งสองคนดูจะเฮฮามาก การผจญภัยที่ผ่านมานั้นช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้มากขึ้น เดฟอนอาจจะเป็นพวกที่โวยวายเก่งและดูพึ่งพาไม่ค่อยได้ แต่เมื่อถึงคราวคับขันจริงกลับบ้าบิ่นยิ่งกว่าอะไรดี ด้วยนิสัยที่คล้ายกันในเรื่องของลักษณะคำพูดคำจาที่ไม่ถือตัวทำให้สนิทกันง่ายมาก

        คงเป็นเพราะประสบการณ์ของเด็กตกปลามีมากกว่า เขารับรู้ได้ถึงจิตมุ่งร้ายที่เข้ามาหาตัวเอง ในขณะที่เดฟอนไม่ได้รู้สึกตัวและปรุงแต่งรสชาติราเม็งให้จัดจ้านกว่าเดิม เพียงไม่นานนักพวกเขาก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มคนที่ไม่ว่าจะตีลังกามองยังไงก็บอกยี่ห้อว่าเป็นคนเลว

        "อะไรอีกล่ะเนี้ย เพื่อนนายหรือไง" เดฟอนพยายามทำให้สถานการณ์ดูกดดันน้อยลง แต่เหมือนมันจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย

        "ขอโทษที่ทำให้เสียใจ แต่ฉันเพื่อนน้อย"

        ชายคนหนึ่งเดินก้าวออกมาเพื่อแสดงตัวเล็กน้อย เกมนี้ใช่ว่าคนตัวใหญ่จะเป็นหัวหน้ากันทุกคน ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับฝีมือซะมากกว่า และคงเพราะมั่นใจในตัวเองมากว่าจัดการกับใครก็ได้เลยไม่มีท่าทีเกรงกลัวแต่อย่างใด

        "เป็นชุดที่วิเศษมาก จะเป็นอะไรหรือเปล่าถ้าฉันอยากให้ส่งมันมาทั้งชุด"

        เด็กตกปลาทำหน้างงไปพักหนึ่ง ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ชุดเซตนี่มันจำกัดสายอาชีพเอาไว้เฉพาะชาวประมงเท่านั้นนี่นา ต่อให้คนอื่นเอาไปได้แต่ก็ไม่มีทางใส่ได้โดยเด็ดขาด นอกจากจะเอาไปขายต่อซึ่งก็น่าจะได้ราคาดี

        "ไม่ต้องมามองฉัน มันขอชุดนายไม่ใช่ของฉัน แล้วฉันก็ไม่อยากเดินแก้ผ้าด้วย" เดฟอนกล่าวยิ้มๆ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะโวยวายและเผ่นหนีเอาตัวรอด แต่ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น การมีเผ่าพันธุ์ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาขึ้นอยู่กับการอัพเกรด เวลานี้เขาสามารถรับมือกับคู่ต่อสู้ที่ระดับใกล้เคียงกันได้สบายๆ

        "โอ้ๆ แนะนำว่าอย่าดีกว่าถ้ารู้ว่าฉันเป็นคนของใคร" พูดพลางขยับเสื้อแสดงสัญลักษณ์ให้เห็น

        วอร์ลอร์ดนั้นมีอำนาจมากขึ้นก็จริงทำให้คนพวกนี้ได้ใจและออกปล้นชิงไอเทมของคนอื่นอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครอยากเป็นศัตรูกับกลุ่มอำนาจเหล่านี้นัก ถ้าหากไม่ยอมให้แต่โดยดีก็มีแต่ต้องสู้กันเท่านั้น และวอร์ลอร์ดนิยมหมาหมู่เสียด้วย

        "คนของใคร? นายรู้ไหม" เด็กตกปลาถาม

        "จะไปรู้เหรอ ฉันกับนายก็พึ่งมาถึงพร้อมกัน ถ้าให้เดาก็คงเป็นของกลุ่มอำนาจอะไรสักอย่างนี่แหละ ไม่งั้นมันไม่แอบอ้างเรื่องตราสัญลักษณ์หรอก"

        ว่ากันตามจริงเด็กตกปลามักจะหลีกเลี่ยงปัญหาของตัวเองเสมอ เขาไม่สนใจเรื่องอำนาจในเกม แต่ก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายที่จะถูกเอาเปรียบเช่นกัน เขาสามารถจัดการกับคนพวกนี้ได้สบายๆ เพียงแต่ผลที่จะตามมามันวุ่นวายมาก อาจจะเหลือทางเลือกเดียวก็คือยอมส่งมอบชุดให้และทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ชุดนี้ก็เป็นชุดประจำอาชีพของเขาเช่นกัน จะยกให้คนอื่นง่ายๆ ได้อย่างไร

        "ที่จริงฉันจัดการคนเดียวก็ได้นะ แต่พวกมันคงเหมารวมนายเป็นพวกเดียวกับฉันไปแล้ว"

        "เข้าใจดีเลยล่ะ" เดฟอนทำหน้าเซ็ง เรียกเกียร์แฮมเมอร์ที่ดัดแปลงใหม่ออกมา ทันทีที่มันปรากฏขึ้นและส่งเสียง 'ตึง' ใหญ่ๆ ก็ประมาณน้ำหนักของมันได้ว่าหนักเกือบครึ่งตัน เมื่อก่อนเดฟอนไม่สามารถยกมันขึ้นได้ ทว่าเวลานี้แค่ใช้เท้าสะกิดเบาๆ ก็เหวี่ยงมันขึ้นถือไว้ด้วยมือสองข้าง

        หลังจากที่เด็กตกปลาและเดฟอนแสดงท่าทีเป็นศัตรู สมาชิกสมาพันธ์วอร์ลอร์ดต่างพุ่งเข้าไปโจมตีรอบทิศทาง คนพวกนี้เก่งมากในเรื่องของการต่อสู้กับบุคคล แต่เดฟอนแสดงพลังใหม่ของเกียร์แฮมเมอร์ให้ประจักษ์ เพียงแค่ฟาดลงพื้นก็สร้างคลื่นช็อกเวฟขึ้นมาได้ อย่างมากก็ทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างสตั๊นท์ขึ้นมาครู่หนึ่งและเด็กตกปลาจะเป็นคนปิดงาน

        เผ่าจักรกลมีข้อได้เปรียบเยอะก็จริง แต่ข้อเสียก็มีมากไม่แพ้กัน โดยการเคลื่อนไหวนั้นจะช้าลงมาเพราะเดฟอนอัพเกรดตัวเองให้มีพลังมากพอจะถือเกียร์แฮมเมอร์ ทำให้สูญเสียความเร็วและการเคลื่อนที่ขณะต่อสู้ แต่ก็แลกมาด้วยพลังโจมตีกับการป้องกัน นอกจากนี้ในการโต้ตอบร่างกายของเขาจะมีดีเลย์ในการขยับตัวต่อเนื่อง ในแง่ของความแข็งแกร่งถือเป็นเผ่าพันธุ์ที่น่ากลัวไม่น้อย

        แต่เพราะมีช่องโหว่มากเกินไปเดฟอนถูกอัดกระเด็นไปตั้งไกล เขาไม่มีเลือดออกมาให้เห็นแต่ถ้ามองผ่านหน้าต่างสถานะ HP ของเขาลดลงไปเยอะมาก

        "เจ็บเอาเรื่องเหมือนกัน บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ใช่สายต่อสู้นะโว้ย"

        เดฟอนเปิดระบบใหม่ขึ้นมา มันคือระบบปรับแต่งความสามารถของเผ่าจักรกล เปลี่ยนพลังงานของตัวเองเสริมประสิทธิภาพให้ได้ชั่วคราว ในที่นี้เขาเสริมด้านความเร็วให้ตัวเองจากนั้นก็พุ่งตัวออกมาจนมีความเร็วไกลเคียงกับทักษะวิชาตัวเบา เพราะไม่ถนัดการต่อสู้ในร่างกึ่งจักรกลที่มีข้อเสียใหญ่ๆ สุดท้ายแม้จะทำให้พวกมันแตกกระเจิงไปได้แต่ก็สังหารใครไม่ได้แม้แต่คนเดียว

        ยังดีที่มีเด็กตกปลาสนับสนุนอยู่ด้วย คนคนนี้ในด้านพลังเหนือกว่าเดฟอนในร่างจักรกลเสียอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเคยเห็นตอนที่ชกกับราชาจักรกลด้วยมือเปล่าจนตัวถังบุบล่ะก็เขาไม่เชื่อแน่ว่าชาวประมงคนนี้มีพละกำลังมหาศาลแค่ไหน อย่างไรก็ตามการปะทะกันก็จบลงแล้ว มารู้ในภายหลังก็ตอนที่ได้เห็นเทคนิคการใช้เบ็ดที่ควบคุมได้อย่างอิสระว่าผู้ชายคนนี้คือ 'เด็กตกปลา' ที่เคยลงแข่งประลองยุทธ์แบบทีม

        "เคลื่อนไหวไม่ได้เรื่อง" เด็กตกปลาถากถาง อุตส่าห์คิดว่าหมอนี่จะช่วยอะไรได้บ้างแต่ก็เปล่าเลย

        "หนวกหูน่า ฉันยังไม่ชินกับการเคลื่อนไหวนี่ต่างหาก จุดอ่อนของมันคือระบบวิเคราะห์การเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ถ้าจะให้ต่อสู้ได้ลื่นไหลกว่านี้ฉันคงต้องหาซับพอร์ตอย่างหุ่นยนต์คำนวณการเคลื่อนไหวมาแต่งเสริม และนั่นเป็นเหตุผลที่พวกเราต้องเดินทางไปโบราณสถานที่ทะเลทราย เพราะฉันจำเป็นต้องมีคู่หู"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #13950 Teal123 (@tealt-op) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:22
    จิ้นราล์ฟไม่ได้ จิ้นเด็กตกปลาเดฟอนก็ได้ค่ะ 555555555
    #13950
    0
  2. #13614 JubGdLone (@JubGdLone) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 13:25
    ไม่รู้เป็นคนเดียวไหม. แต่ไม่อยากให้มีนางเอกเลยค่ะ ฮาาา เพราะกลัวเรื่องมันจะดรอปลงไปอะ. TT ถ้าแต่ล่ะคนเป็นคู่จิ้น พอมีฉากน่ารักๆแต่ล่ะคนอยู่ แต่ไม่เป็นแบบ ราฟรักอะ แค่เพื่อนน่าจะเวิร์คกว่า. ตามความคิดเรานะ ฮาา เพราะอยากอ่านแบบสู้เก่งๆตัวละครพัฒนา ไม่อยากได้ฉากรักฉากหวานด้วยส่วนตัว ,555 ยังไงก็ติดตามต่อไปจ้า
    #13614
    0
  3. #13594 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 16:26
    นี่มันไรน์ฮาร์ทจากOWชัดๆ!!!
    ฆ้อนทุบพื้นไอพ่นพุ่งกระแทก!!!
    //มโนแปป
    #13594
    0
  4. #13586 Puch_zzz (@Puch_zzz) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 23:32
    ดีงามไปอีก
    #13586
    0
  5. #13585 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 23:03
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13585
    0
  6. #13584 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 19:19
    40+ ค่ะ และแน่นอนว่าไรท์ก็คงไม่ห่างกันเท่าไร
    (ไม่งั้นจะรู้เหรอ อิ อิ อิ )
    #13584
    1
  7. #13583 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 19:10
    ไปอยู่ที่บ้านเลยเหรอ ที่ กทม. อะนะ

    อย่างงี้แซงหน้าเด็กคุณแม่หมดเลยน่ะสิ
    #13583
    0
  8. #13580 dOjOb (@dojob) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 11:26
    ฮ่าๆๆ ฮาเร็มลูย่า .... งานนี้ ท่านเจน หรือ หญิงจาง ไม่รู้ว่าใครจะถูกปราบ นิ ... dOjOb ...
    #13580
    0
  9. #13579 Akumu Nanashi (@l3owlvlan) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 05:48
    รวบหมดสิครับ... หมดทุกคนนะครับ.... รวบหมดทั้ง 4 คนเลยครับ
    #13579
    1
  10. #13577 Index-me (@Index-me) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 19:48
    โอมมมม สามีของจางซูหลิน(ราล์ฟ)จงไปเป็นเมียคนอื่น(อาคม)!!
    #13577
    0
  11. #13575 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 17:42
    ถึงจะมีคู่หมั้นก็ยังจิ้นได้ค่ะ!
    นี่แหละพลังสาววาย
    #13575
    0
  12. #13574 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 16:20
    มีคู่หมั้นแล้ว บร๊ะเจ้า สายวาย เสียใจด้วยนะ 555
    #13574
    0
  13. #13573 bonne nuit (@bugsbunne) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 15:34
    ควบสิครับ รออะไร
     
    #13573
    0
  14. #13572 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 12:27
    เราสนับสนุนโปรเหมา!!!

    ว่าแต่อีกสัก20ปีข้างหน้าจะมีศาตราจารย์ชื่ออารินก็ไม่มีอะไรน่าแปลกใจล่ะนะ

    ปล. รถด้วนหนอนไผ่แซบมาก อยากให้ลอง
    #13572
    0
  15. #13571 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 11:19
    เดี๋ยวนะ... จางซูหลิน !!!!! นี่มันตัวร้ายจาก "เล็บครุฑ" ไม่ใช่เหรอ....?
    #13571
    1
    • #13571-1 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 362)
      28 พฤศจิกายน 2559 / 13:35
      นั่นมัน"จางซูเหลียง"!!!
      แต่แหม...บอกงี้เขาก็รู้อายุกันหมดซิ!!!
      555+
      #13571-1
  16. #13570 lu-bing (@akagi-shiroya) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 10:09
    ชื่อมัน...คุ้นหูชอบกล //ซูหลินนี่ป่าปะไรท์
    #13570
    2
  17. #13569 Yuki (@icemek) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 09:15
    ตะเตือนใจ แงๆๆๆๆๆ
    #13569
    0
  18. #13568 rose apple903 (@chompana) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 08:01
    ม่ายยยยยยยยยยยยย ราล์ฟต้องเป็นของอาคมสิTT_TT
    #13568
    0
  19. #13567 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 07:12
    ได้ สนุก กัน ใหญ่ แล้ว สิ
    #13567
    0
  20. #13566 Nerd Neko (@pattee2544) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 06:59
    จะรวบหมด หรือจะมีเพียงหนึ่งกันนะ
    #13566
    0
  21. #13565 Zaye (@genshawnjayda) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 05:43
    รวบ3สิครับ รอไรอยู่
    #13565
    0
  22. #13564 ~{nop}~ (@jarandon) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 05:42
    ครบองค์3 พระพุทธ พระธรรม และพระส--......อ้าวไม่ใช่หรอ
    #13564
    0
  23. #13563 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 362)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 05:36
    กรี๊ดดดดดดก คู่หมั้นนนน *โหยหวน*
    ไม่เป็นไรค่ะ ยังจิ้นได้อยู่นะคะ ฮือ
    #13563
    0