[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,131 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,087 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,402

    Overall
    1,474,131

ตอนที่ 360 : บทที่ 14 คุณยายกับคุณตา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    20 พ.ย. 59

บทที่ 14 คุณยายกับคุณตา

 

        เป็นเวลาตีสองสี่สิบที่วิลาวรรณกับเจนภพตื่นและอาบน้ำแต่งตัว กระเป๋าเสื้อผ้าต่างๆ เอาขึ้นรถเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อตอนช่วงหัวค่ำ ไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรมากมายสำหรับวันหยุดยาวในครั้งนี้ ปกติแล้วแทบจะไม่ต้องเตรียมอะไรไปเลยนอกจากเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไม่กี่ตัว เนื่องจากที่บ้านยังมีเสื้อผ้าเก็บเอาไว้อยู่ตั้งมากมาย พูดง่ายๆ ก็คือสองแม่ลูกสามารถเดินทางโดยมีแค่กระเป๋าสตางค์ใบเดียวก็พอ

        หลังจากที่เตรียมตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ล็อกบ้านให้เรียบร้อย จากนั้นก็ขับรถออกไปตอนเวลาประมาณตีสามครึ่ง ปกติแล้วพวกเขาจะออกจากบ้านช้ากว่านี้แต่เพราะต้องไปรับสองพี่น้อง อาคมกับอารินก่อนเลยอาจจะต้องออกนอกเส้นทางไปบ้าง เจนภพไม่รู้ว่าทางสองคนนั้นเตรียมตัวพร้อมหรือยังจึงโทรศัพท์ไปถาม ซึ่งสองพี่น้องนั้นก็เตรียมตัวเสร็จได้สักพักแล้วและกำลังตรวจของในกระเป๋าเดินทางเพื่อความมั่นใจ

        ใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีก็มาถึงคอนโดมิเนียมที่อาคมพักอยู่ ดูจากระดับความหรูหราแล้วต้องบอกว่ามีฐานะไม่น้อย เห็นว่าเป็นห้องที่พ่อของอาคมซื้อเอาไว้ลับๆ ก่อนจะเสียชีวิต พอจอดรถก็ลงมายืนรอจนเห็นอาคมกับอารินเดินถือกระเป๋าเดินทางออกมาจากอาคาร อาคมใส่เสื้อเชิ้ตทับด้วยแจ็คเก็ตหนัง มีเครื่องประดับคอทำให้มาดของเขาออกแนวหนุ่มมาดเข้ม ส่วนอารินใส่ชุดเดรสลายดอกไม้กับกางเกงขาสั้น และมีหมวกผ้าใบปีกกว้างคล้องเชือกกันตกเอาไว้

        "สวัสดีค่ะคุณน้า สวัสดีค่ะพี่ราล์ฟ"

        "สวัสดีจ้ะ...แหม แต่งตัวซะเต็มที่เลยนะ แล้วนี่เอาเสื้อผ้าชุดว่ายน้ำมาด้วยหรือเปล่า บ้านแม่มีทั้งน้ำตกกับสระว่ายน้ำด้วยนะ" วิลาวรรณถาม และให้อาคมเอากระเป๋าไปใส่ท้ายรถ

        "บ้านคุณน้ามีน้ำตกด้วยเหรอครับ คิดว่าพูดเล่นซะอีก"

        "บ้านแม่เที่ยวฟรีไม่เสียตังสักบาท เอาไว้ไปถึงเดี๋ยวจะรู้เองว่าที่แม่พูดไปมันก็แค่เสี้ยวเดียวของทั้งหมด"

        ไม่อยากเสียเวลามากกว่านี้ก็ออกเดินทางกันต่อ ตลอดทางอารินก็นอนหลับโดยกอดตุ๊กตาเพนกวินที่มีติดรถเอาไว้แนบแน่น เมื่อเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นตอนที่หาที่จอดรถได้แล้วและอาคมลงไปหยิบกระเป๋าเดินทางออกจากท้ายรถ วิลาวรรณเดินจูงมืออารินและให้พวกหนุ่มๆ รับหน้าที่หิ้วกระเป๋ากันสองคน โดยที่ไม่มีใครคิดบ่นเพราะคนหนึ่งทำเพื่อน้อง ส่วนอีกคนก็ทำเพื่อแม่

        เจนภพไปจัดการตามหน้าที่ของตัวเอง วิลาวรรณก็ไปเดินหาที่นั่งรอเวลาขึ้นเครื่อง อารินถามเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับที่ที่จะไปแต่วิลาวรรณแกล้งอุบไว้เป็นความลับตั้งใจจะให้ตื่นเต้นและตกใจตอนที่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง แต่บอกว่าบ้านที่เชียงใหม่เลี้ยงสัตว์เอาไว้ด้วย มีทั้งหมาและนกซึ่งมั่นใจว่าอารินจะต้องชอบมันแน่ๆ

        "สงสัยอย่างหนึ่งว่าทำไมต้องมากันแต่เช้าด้วย กรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่มันแค่ชั่วโมงกว่าเองไม่ใช่เหรอครับ"

        "เช้าๆ สิดี จะได้มีเวลาเที่ยวเล่นไง" วิลาวรรณบอก แต่ปกติพวกเธอก็เดินทางในเวลานี้เสมอ

        "แม่โทรบอกให้คุณยายส่งคนมารับหรือยังล่ะครับ ไม่งั้นมีหวังได้รอจนเปื่อยแน่ๆ"

        "รถตู้จะมารอรับพวกเราที่เดิม ที่จริงก็อยากจะเช่ารถไปเองล่ะนะแต่คิดอีกทีไม่เสี่ยงดีกว่า" วิลาวรรณตอบ แกะช็อกโกแลตกินและส่งให้อารินกับอาคมด้วย ที่ไม่ให้เจนภพเพราะรู้ว่าลูกชายเธอไม่ค่อยชอบของหวานสักเท่าไหร่

        นั่งรอจนกระทั่งได้เวลาขึ้นเครื่อง อารินตื่นเต้นมาก เธอบอกว่านานแล้วที่ไม่ได้ขึ้นเครื่องบินไปเที่ยว วิลาวรรณเป็นคนเลือกที่นั่งเองโดยให้อารินนั่งข้างเธอและให้อาคมไปนั่งกับเจนภพเป็นการจัดที่นั่งได้ลงตัวมาก เจนภพได้ที่นั่งแล้วก็สวมหูฟัง คาดผ้าปิดตา ยกผ้าห่มขึ้นปิดถึงคอปุ๊บก็หลับไปแทบจะในทันที อาคมอ้าปากค้างเพราะไม่เคยเห็นใครที่หลับสนิทได้เร็วขนาดนี้

        อารินนั่งมองทิวทัศน์จากริมหน้าต่างตั้งแต่เครื่องเริ่มบินขึ้นสู่ท้องฟ้า มองเห็นรถยนต์ ตึกสูงใหญ่ที่ค่อยๆ มีขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่ว จนกระทั่งมองอะไรไม่เห็นแล้วก็หันกลับมานั่งนิ่ง อารินไม่เคยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมาก่อนแต่เคยไปเที่ยวต่างประเทศช่วงสมัยเด็ก วิลาวรรณอมยิ้มเบาๆ ยามที่อารินไล่รายชื่อประเทศที่เคยไป สิ่งที่น่าแปลกใจก็คืออารินพูดภาษาต่างประเทศได้เยอะมาก

        ในที่สุดก็มาถึงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ พวกเขาลงจากเครื่องปุ๊บก็ไปรับกระเป๋าเดินทาง ระหว่างนี้บอกให้ทุกคนทำธุระให้เรียบร้อยเพราะต้องเดินทางอีกไกล ตอนแรกอาคมคิดว่าบ้านของเจนภพนั้นน่าจะอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่แต่ก็ได้รับคำตอบว่ามันอยู่นอกเมืองและการเดินทางต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะถึง

        "อยู่นั่นยังไงล่ะ" วิลาวรรณบอก ชี้มือไปยังรถตู้สีขาวที่ติดสัญลักษณ์และชื่อของ 'บ้านไอดินรีสอร์ท' เอาไว้

        "รีสอร์ท? บ้านแกเป็นรีสอร์ทงั้นเหรอ ถึงว่าทำไมถึงมีสระว่ายน้ำกับน้ำตกให้เล่นด้วย"

        "เปล่า บ้านฉันไม่ได้เป็นรีสอร์ท ถ้าเป็นรีสอร์ทแม่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องไปทำงานที่โรงแรมในกรุงเทพฯ แล้ว มาทำงานที่นี่ยังจะดีซะกว่าอีก" เจนภพตอบ หิ้วกระเป๋าเดินตามคุณแม่ต้อยๆ

        เดินมาถึงที่รถก็มีผู้ชายอายุราวสี่สิบปีเดินลงมาเปิดประตูรถให้ การแต่งกายก็สมกับเป็นพนักงานรีสอร์ท เป็นเครื่องแบบที่ใส่ให้ดูเป็นระเบียบและสร้างความเชื่อมั่นให้กับแขกที่มาใช้บริการ วินาทีแรกที่เห็นอาคมก็รู้สึกได้เลยว่าเป็นรีสอร์ทที่ใส่ใจต่อภาพลักษณ์ของพนักงานเอามากๆ

        "เด็กๆ นี่คือ ลุงรักษ์นะเป็นคนขับรถของบ้านไอดินรีสอร์ท"

        "สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ"

        "เพื่อนลูกชายเหรอครับ"

        "ใช่แล้ว ในฐานะคนเป็นแม่รู้สึกภูมิใจที่ลูกชายมีเพื่อนกับคนอื่นเขาสักทีเลยพามาเที่ยวที่บ้านด้วย"

        "ลุงรักษ์ไม่เปลี่ยนไปเลยนะครับ แต่ว่าแต่งเคราใหม่แบบนี้ไม่กลัวภาพลักษณ์จะเสียหายเหรอ" เจนภพแกล้งแซ็วขำๆ ทราบดีว่ารักษ์เป็นคนที่ฮอร์โมนเพศชายค่อนข้างแรงทำให้หนวดเครายาวเร็วกว่าปกติ และทุกครั้งที่เจอกันเคราจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แทบไม่ซ้ำกันเลย

        "เมียลุงก็ว่าเคราแพะมันเท่ดี คราวหน้าลุงจะลองไว้เคราแบบไอรอนแมนดู"

        "คงเป็นอะไรที่ดูสยองพิลึกนะครับ"

        เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก็ขึ้นรถและขับออกไป วิลาวรรณสอบถามถึงความเป็นอยู่ของคนในรีสอร์ท เห็นว่าช่วงนี้มีลูกทัวร์มาลงเยอะมาก ได้พักกันไม่กี่วันก็มีมาใหม่ เพราะเป็นรีสอร์ทที่มีพื้นที่มากพอจะจัดกิจกรรมก็เลยมีทัวร์นักเรียนนักศึกษามาลงช่วงเวลาหยุดยาวของทุกปี อย่างในครั้งนี้ก็มีทัวร์ของนักศึกษาที่จองเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อทัศนศึกษาและจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้

        ใช้เวลาสามสิบนาทีก็หลุดจากเขตตัวเมืองมาได้ อารินนั่งมองทิวทัศน์ข้างนอกอย่างสนอกสนใจต่อทุกสิ่งที่ผ่านตา ผ่านไปอีกยี่สิบนาทีความเร็วของรถก็ลดลง อาคมมองออกไปข้างนอกเห็นป้ายบอกทางเข้าสู่บ้านไอดินรีสอร์ท ตอนนั้นได้ยินวิลาวรรณบอกว่า 'ถึงบ้านซะที' อาคมก็คิดว่าบ้านน่าจะอยู่ระหว่างทางเข้า หรือเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาศัยอยู่ใกล้ๆ รีสอร์ทและสนิทกับเจ้าของถึงขนาดที่ขอให้รถมารับและใช้บริการต่างๆ ได้ฟรี แต่จนแล้วจนรอดสองข้างทางที่เห็นนั้นเป็นป่าสูงทั้งสิ้น

        จนในที่สุดก็เลี้ยวเข้ามาถึงในส่วนของรีสอร์ท ทางวงเวียนนั้นประดับด้วยสวนดอกไม้สิบสองช่อง และมีหนึ่งช่องที่กำลังบานอยู่ อารินมองเห็นก็อดถามไม่ได้ว่าทำไมถึงบานแค่ช่องเดียว และมีกลุ่มคนยืนถ่ายรูปกับดอกไม้พวกนั้น

        "นั่นคือ 'นาฬิกาดอกไม้ของลินเนียส' รวบรวมดอกไม้ที่บานในแต่ละช่วงเวลามาทำเป็นนาฬิกาน่ะ เป็นความนึกสนุกของนักพฤกษศาสตร์ที่มีเวลาว่างทั้งชีวิตทำขึ้นมาเล่นๆ แต่สุดท้ายกลับได้รับความนิยมซะงั้น" เจนภพตอบ

        รักษ์นำรถเข้าไปจอดยังจุดจอดรถ มีคนงานที่เห็นวิลาวรรณกับเจนภพเดินเข้ามาทักทายกันราวกับเป็นคนดัง อาคมนำกระเป๋าลงมาเพราะคิดว่าถึงแล้ว กำลังจะถามว่าให้เอากระเป๋าไปไว้ที่ไหนรถโฟวิลก็มาจอดตรงหน้า

        "ต้องเปลี่ยนรถเฉยๆ รถตู้น่ะพามาได้ถึงแค่ตรงนี้เท่านั้นแหละ"

        "ไปบ้านแกนี่ต้องสมบุกสมบันขนาดนี้เลยเหรอ"

        "พูดอะไรของนาย ตั้งแต่ที่เลี้ยวเข้ามาก็เป็นเขตบ้านฉันแล้ว แม่ฉันก็พูดอยู่จำไม่ได้เหรอ"

        อาคมนึกย้อนกลับไป สรุปว่าคุณน้าได้พูดจริงๆ ด้วย ถ้าหากเจนภพบอกว่าตั้งแต่เลี้ยวเข้ามาก็เขตบ้านมัน นี่ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ทั้งหมดนี่เป็นบ้านมันหรอกเหรอ แบบนี้มันก็โคตรรวยเลยน่ะสิ

        "ทางปกติพวกนายสองพี่สองไปด้วยตัวเองไม่ไหวหรอก"

        "ทางปกติ? หมายความว่ายังไงวะ"

        "ก็หมายความว่าจากตรงนี้หนูอาคมกับหนูอารินต้องขึ้นรถไป ส่วนพวกแม่จะต้องไปด้วยตัวเอง มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติน่ะจ้ะ" วิลาวรรณตอบยิ้มๆ ขณะนั้นก็มีคนแบกของมาให้เป็นมัดแท่งเหล็กส่วนแขนและขา

        อาคมไม่ถามอะไรอีกเพราะคิดว่าเข้าใจมากพอแล้ว นับวันความปกติของเขากำลังถูกสองแม่ลูกคู่นี้ค่อยๆ ทำลายไปเรื่อยๆ ทั้งที่คิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่เหมือนนิยาย แต่กลายเป็นว่าสิ่งเหล่านี้ดันมีอยู่จริง

        สองพี่น้องนำกระเป๋าไปวางท้ายรถและปีนขึ้นรถ มองดูสองแม่ลูกที่พูดคุยหยอกล้อกันและไปหยุดอยู่ที่หน้าบันไดทางขึ้นที่น่าจะทำไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวชมความงามตามธรรมชาติ จากนั้นก็เห็นทั้งสองวิ่งพรวดขึ้นบันไดไป ลุงรักษ์ที่รับหน้าที่ขับรถเห็นท่าทางของอาคมก็หัวเราะแล้วบอกว่า 'สำหรับคนที่นี่เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว' เพราะถัดขึ้นไปจากจุดนี้จะเป็นสำนักฝึกวิชาการต่อสู้ที่สร้างสตั๊นท์แมนฝีมือเยี่ยม พระเอกคิวบู้ที่มีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบันก็เคยฝึกที่นี่ ดังนั้นทุกเช้าจะมีคนที่พักอยู่ในสำนักมาวิ่งเล่นขึ้นเขาประจำ

        กระทั่งในที่สุดลุงรักษ์ก็พาสองพี่น้องมาถึงที่หมาย มันเป็นลานจอดรถกว้างๆ ที่มีไว้ให้รถบัสมาจอดได้สะดวกมากขึ้น ลุงรักษ์บอกว่าเหตุผลที่นักเรียนนักศึกษามากันเยอะเป็นเพราะที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญมาก อีกทั้งผู้ใดที่เจ็บป่วยก็สามารถมาที่นี่ได้ มันเป็นสถานพยาบาลด้วยเช่นกัน ทางเข้านั้นเปิดโล่งเพื่อต้อนรับทุกคน จะมีก็แค่ไม้กั้นอัตโนมัติที่ตรวจรถเข้าออกเท่านั้น

        อาคมและอารินเดินลงจากรถพร้อมกระเป๋า จากนี้ลุงรักษ์บอกว่าจะมีคนมารับพาเข้าไปข้างใน หลังจากที่ช่วยขนย้ายกระเป๋ามาวางไว้แล้วเขาก็ขอตัวลงไปจัดการธุระที่รีสอร์ท ทิ้งให้อาคมกับอารินรออยู่ที่หน้าทางเข้า ยังดีที่มีห้องน้ำแยกชายหญิงอยู่ใกล้ๆ เลยไปลองใช้ดู มันเป็นห้องน้ำที่สะอาดมากมีการประดับดอกไม้ไว้คอยดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ อดไม่ได้ที่จะชื่นชนคนออกแบบที่ใส่ใจความสบายของผู้ใช้ซะจริง

        ไม่นานนักก็มีรถยนต์ไฟฟ้ารับ - ส่งผู้โดยสารขับมา โดยตัวคนขับนั้นสวมเสื้อกาวน์วิทยาศาสตร์ รูปร่างผอมหุ่นดีมากคนหนึ่ง แต่ที่อาคมตกใจก็คือใบหน้าของคนคนนั้นคล้ายคลึงกับวิลาวรรณหลายส่วนมาก อาคมเข้าใจว่าคนคนนี้จะต้องเป็นพี่สาวของวิลาวรรณอย่างไม่ต้องสงสัย

        "อาคมกับอารินเพื่อนของหลานโอลาฟใช่ไหม"

        "โอลาฟ? ใครอ่ะ"

        "จริงด้วยสิ โอลาฟไม่ค่อยชอบชื่อนี้สักเท่าไหร่ เพื่อนของเจนภพใช่ไหม"

        "หมอนั่นชื่อโอลาฟเหรอเนี่ย เพี้ยนเป็นราล์ฟเลยสินะ" อาคมแอบยิ้ม เพราะได้รู้ความลับอีกอย่างของมันเข้าแล้ว คราวนี้จะได้มีเรื่องไว้ล้อเลียนมันเพิ่มขึ้นอีก

        "คุณป้า...เป็นพี่สาวของคุณน้าวิลาวรรณเหรอครับ"

        "พี่สาว?" เธอเงียบไปสักพักแล้วตอบว่า "ใช่แล้วจ้ะ ป้าเป็นพี่สาวของยัยวรรณ เอากระเป๋าขึ้นมาเลยเดี๋ยวจะพาไปส่งที่บ้านนะ เพราะถ้าจะรอสองคนนั้นคงอีกนานกว่าจะมาได้ ต้องทดสอบอีกตั้งหลายอย่าง"

        อารินตื่นเต้นที่จะได้นั่งรถแบบนี้ เธอเคยเห็นมันที่สวนสัตว์แต่นั่นเป็นรถที่ใหญ่กว่ามาก รถคันนี้เหมาะจะนั่งกันเพียงหกคนเท่านั้น พอทุกคนขึ้นกันเสร็จแล้วก็ขับรถออกไปอย่างระมัดระวัง ความเร็วของรถไม่ได้มากนักแต่ก็ยังดีกว่าเดินด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่าทางมันจะไปสิ้นสุดตรงไหนแต่ว่ามีป้ายเขียนบอกทางอยู่ทุกมุมถนน แต่ป้ายที่อาคมสนใจที่สุดมันเขียนว่า 'ศูนย์วิจัย' กับ 'สนามบิน' และ 'ลานจอดเฮลิคอปเตอร์'

        ในที่สุดหลังจากที่นั่งชมทิวทัศน์บนรถมาตลอดทางก็เห็นสิ่งปลูกสร้างสักที บ้านส่งโมเดิร์นหลังใหญ่มีสองชั้น ประตูหน้ายื่นออกมาเป็นโถงกว้างไว้นั่งเล่นได้ พื้นบ้านยกสูงขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อย ลานหน้าบ้านประดับด้วยพื้นหินอ่อนเป็นลายสวยงาม มีอาคารหลังเล็กๆ อยู่ข้างๆ และล้อมรอบด้วยรั้วกั้นกับประตูหน้าบ้านทั้งที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แค่อยากแสดงให้เห็นถึงอาณาเขตของบ้านล่ะมั้ง

        "ทางนั้นเดินลงไปจะเป็นเขตสำนัก จะขึ้นมาจากทางนั้นก็ได้แต่อย่าเสี่ยงเลยจะดีกว่านะแล้วก็..."

        โฮ่ง!

        ยังไม่ทันได้แนะนำตัว เสียงสุนัขตัวใหญ่ก็ดังขึ้น ก่อนที่มันจะวิ่งออกมาต้อนรับ เป็นพันธ์เซนท์เบอนาร์ดตัวเบ้อเริ้มที่สูงเกือบเท่าตัวอาริน ตอนที่เห็นอารินถึงกับแอบอยู่ข้างหลังอาคมทันที

        "นั่นหมาหรือหมีวะ"

        "บิ๊กลากรถมา" สิ้นเสียงคำสั่งมันก็สะบัดก้นวิ่งกลับไปลากรถเข็นออกมาจอดเทียบข้างๆ "เอาของใส่ไว้ในรถนั่นเลย อย่าถือเข้าไปเด็ดขาดล่ะ มันแค่อยากหาอะไรทำเพราะรู้ว่าโอลาฟกลับมา"

        "อ่าครับ" อาคมตอบรับว่าง่าย เขากลัวว่าถ้าทำอะไรผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวไอ้หมายักษ์ตัวนี้เขมือบเขาแน่นอน

        "ป้าจะพาเข้าไปดูห้องรับรองของทั้งสองคนนะ"

        แล้วก็พาเดินเข้าไปในบ้านที่ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟก็สว่างตลอดทั้งวัน เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านก็เป็นของดีที่ดูสบายตา อาคมคิดว่ามันเป็นบ้านในฝันที่น่าอยู่มาก ส่วนห้องของอาคมและอารินอยู่ชั้นล่างเป็นห้องนอนที่เตียงนุ่มฟูมาก ห้องน้ำก็มีไว้ให้ในตัวเพื่อความสะดวกสบาย ทั้งยังมีโทรทัศน์กับเครื่องเล่น DVD ไว้ให้ และยังบอกอีกว่าถ้าอยากดูหนังให้ไปเลือกเอาที่ตู้ในห้องโถงได้เลย

        "ว้าว พี่ชายเตียงนุ่มมากเลย มีตุ๊กตาให้ด้วยเยอะแยะเลย"

        "ดีใจที่ชอบนะ ที่จริงห้องนี้มีไว้เพื่อรับรองแขกซึ่งก็ไม่ค่อยมีมาบ่อยนักหรอก"

        บิ๊กคาบกระเป๋าเดินทางเข้ามาไว้ในห้องนี้ให้เสร็จก็ไปนั่งข้างๆ คุณป้า รอให้ลูบหัวให้ อารินอยากจะเล่นกับมันบ้างก็ค่อยๆ เข้าหาช้าๆ จนจับตัวมันได้ในที่สุด บิ๊กชอบเล่นกับคนอื่นแต่จะดุร้ายก็เฉพาะกับคนที่มันเห็นว่าจะทำอันตรายคนในบ้านเท่านั้น ได้ยินมาว่ามันเคยขย้ำคนร้ายที่เข้ามาชักปืนขู่จนต้องหามส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน

        รอไม่นานนักสองวิลาวรรณกับเจนภพก็มาถึงหน้าบ้าน บิ๊กวิ่งพรวดออกไปต้อนรับด้วยความคิดถึง เจนภพแค่ออกคำสั่งง่ายๆ อย่าง หยุด นั่ง คอย มันก็สงบเสงี่ยมขึ้นเยอะ ตอนนี้เจนภพเหนื่อยเกินกว่าจะเล่นด้วยกับมันและอยากจะอาบน้ำซะก่อน เช่นเดียวกับวิลาวรรณที่คิดเหมือนกัน ในตอนนั้นก็เห็นว่าอาคมกับอารินเดินออกมาเพราะทราบว่าเดี๋ยวจะพาไปร่วมทัวร์กับพวกนักเรียนที่มาทัศนศึกษา อาคมจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วแอบถามเจนภพว่า

        "ทำไมแกไม่บอกฉันวะว่าแม่แกมีพี่สาวอยู่ด้วย ฉันเกือบปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ้ม"

        "พี่สาว? พูดเรื่องอะไรของนาย แม่ฉันเป็นลูกคนเดียว"

        "อ้าว ก็คุณป้าคนนั้นบอกว่าเป็นพี่สาวของแม่แกนี่หว่า" พูดพร้อมกับชี้มือไปยังผู้หญิงที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับวิลาวรรณ รวมไปถึงอายุที่แทบจะไม่ห่างกันเลย เจนภพเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจเซ็ง

        "ฉันว่านายคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ นั่นน่ะยายของฉัน"

        อาคมถลึงตาหันไปมองผู้หญิงที่มีฐานะเป็น 'คุณยาย' ของเจนภพ เห็นเธอโบกมือและหัวเราะ วินาทีนั้นอาคมรู้สึกได้เลยว่าโลกใบนี้มันผิดเพี้ยนไปกันใหญ่แล้ว

        "คุณยาย?"

        "ใช่ เป็นแม่ของแม่ และก็เป็นคุณยายของฉัน ต่อให้ตรวจสอบ DNA ก็ให้ผลว่ามีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดร้อยเปอร์เซ็นต์"

        อาคมยังไม่ยอมเชื่อสักเท่าไหร่ จริงอยู่ที่เคยได้ยินว่ามีงานวิจัยเกี่ยวกับโภชนาการที่ช่วยรักษาผิวหน้ากับการฉีดสารเคมีเพื่อความเต่งตึงของผิว แต่มันคงไม่ถึงกับทำให้ดูเป็นสาวได้นานนัก แต่มองยังไงท่วงท่าการเดินหรือขยับตัวก็ไม่เห็นมีลักษณะใดบ่งบอกเลยว่าเป็นยายคนแล้ว อย่างไรก็ตามเจนภพไม่คิดอธิบายอะไรให้วุ่นวาย เพราะยังไงมันก็เป็นเรื่องที่เชื่อได้ยากอยู่แล้ว

        "ยังไงก็ตาม คนคนนี้คือคุณยายของฉันเอง"

        "จินดารัตน์ กิตตินนท์ เป็นชื่อทางสาธารณะ ส่วนชื่อหน้าฉากก็คือ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เมลินดา ฮาวน์ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ"

        จินดารัตน์มีใบหน้าคล้ายกับวิลาวรรณมาก แต่ถ้าเปรียบเทียบกันแล้วเค้าโครงใบหน้าของเธอนั้นเป็นลูกครึ่งระหว่างยุโรปกับเอเชีย หลักๆ ก็ได้ยีนเด่นมาเกือบทั้งหมดและถ่ายทอดให้ลงมาเรื่อยๆ จะเห็นว่าจินดารัตน์ วิลาวรรณ และเจนภพ มีลักษณะที่คล้ายกันมากโดยเฉพาะดวงตา

        "ศจ.ดร.เมลินดา ฮาวน์? เดี๋ยวนะ ฉันว่าฉันเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ใช่คนที่คิดค้นและผลิตวัคซีนรักษาโรคไบซาร์ที่ระบาดไปทั่วโลกเมื่อสองปีก่อนหรือเปล่า"

        "ยังอุตส่าห์รู้จักอีกนะ" เจนภพพึมพำ เขาไม่ปฏิเสธเรื่องที่อาคมพูดมาเพราะมันคือความจริง "ใช่แล้ว คุณยายฉันเป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักพันธุวิศวกรรมศาสตร์ นักพฤกษศาสตร์ นักเภสัชวิทยา นักชีววิทยา นักสมุนไพรวิทยา นักธรรมชาติวิทยา นักเวชศาสตร์ แล้วก็แพทย์...น่าจะครบแล้วมั้ง"

        "ตอนนี้กำลังศึกษาเกี่ยวกับด้านธรณีวิทยากับดาราศาสตร์อีกด้วยนะ" จินดารัตน์เสริม

        "ถ้าจะหาอัจฉริยะสักคน เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีชื่อคุณยายของฉันอยู่ที่อันดับต้นๆ ของโลก"

        เพราะเจอเรื่องประหลาดหลายครั้งเกินไป อาคมถึงกับต้องขอเวลานอกเพื่อย่อยเรื่องเหล่านี้ พยายามจะไม่ทำความเข้าใจกับมันเพื่อสุขภาพจิตที่ดีของตัวเอง

        จินดารัตน์บอกว่ารู้สึกดีที่บ้านนี้ครึกครื้นมากขึ้น มักจะเป็นช่วงที่ลูกหลานกลับมาเที่ยวที่บ้าน ความจริงเธอเคยรั้งไม่ให้ลูกสาวเธอไปทำงานที่กรุงเทพฯ อยากให้อยู่ช่วยงานที่บ้านแทน มันมีความสะดวกสบายหลายอย่างและไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ห้ามปรามการตัดสินใจและช่วยสนับสนุนความตั้งใจอีกต่างหาก จนสุดท้ายวิลาวรรณลูกสาวของเธอก็ก่อร่างสร้างตัวเองได้จนถึงปัจจุบัน

        "ไหนๆ เพื่อนหลานก็มากันแล้วทำไมไม่ลองพาไปดูกิจกรรมของวันนี้กันล่ะ" คุณยายพูดพลางพลิกดูกำหนดการของทัวร์ทัศนศึกษาในวันนี้ เพราะต้องบริหารเวลาทางฝั่งของวิทยากรเองก็ต้องมีการเตรียมการเช่นกัน

        "จะไม่เป็นการรบกวนเหรอครับ"

        "ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ้ะ แค่มีคนเพิ่มมาสองสามคนไม่วุ่นวายเท่าไหร่หรอก"

        อาคมเห็นว่ามันเป็นการเรียนรู้ที่ดีสำหรับอารินก็ไม่ปฏิเสธ ประสบการณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ ยังไงก็มีเวลาเที่ยวกันอีกตั้งหลายวัน แต่ความจริงสาเหตุที่ตกลงก็เพราะว่าหลังจากที่พักช่วงบ่ายโมงนั้นจะมีจัดอาหารเตรียมไว้ให้ด้วย เจนภพบอกว่าด้านหลังบ้านนั้นเป็นฟาร์มที่ทำปศุสัตว์ไว้เพื่อบริโภค แต่จนถึงบัดนี้อาคมก็ยังไม่รู้ว่าหลังบ้านที่ว่ามันอยู่ตรงไหน

        หลังจากที่เจนภพอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว พวกเขาก็เดินทางไปรอทัวร์นักเรียนที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน มองไปที่หน้าทางเข้าก็เห็นกลุ่มนักเรียนในชุดพละประจำโรงเรียนกำลังตั้งแถวกันอยู่เพื่อรอขึ้นรถที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ ในฐานะที่เป็นเจ้าของสถานที่จำเป็นต้องไปพบเจอเพื่อแนะนำตัวเองให้รู้จัก ซึ่งคุณยายไม่ได้แนะนำตัวว่าเป็นจินดารัตน์ แต่เป็น ศจ.ดร.เมลินดา ฮาวน์ และเพราะแบบนั้นตัวตนของ จินดารัตน์ กิตตินนท์ จึงไม่ค่อยเป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่

        อาคมกับอารินถูกแนะนำให้เข้าร่วมกลุ่มนักเรียนเพื่อไปเรียนรู้ตามฐานต่างๆ ด้วย และมีเจนภพคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดในฐานะที่เป็นหลานชายของเจ้าของสถานที่ ทุกฐานนั้นจะมีวิทยากรให้ความรู้โดยแต่ละคนที่เห็นอยู่นั้นเป็นชาวต่างชาติที่มาจากทั่วโลกและพูดภาษาไทยได้ พวกเขาสวมเสื้อกาวน์กันทุกคน และอธิบายสิ่งต่างๆ ให้ทราบ ซึ่งพวกนักเรียนก็รีบจดสิ่งที่ได้ยินลงในสมุด

        กิจกรรมที่ให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วมก็คือการได้สัมผัสกับพืชแปลกๆ มีการป้องกันและสอนการจับพืชแต่ละประเภทให้ถูกต้อง อารินนำประสบการณ์จากในเกมออกมาใช้ในชีวิตจริงก็ได้รับคำชมจากเหล่าวิทยากร เพราะอารินสัมผัสพืชแต่ละชนิดได้อย่างถูกต้อง อาจจะไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่ผิดจนน่าเกลียด ทั้งนี้ยังบอกรายละเอียดของพืชที่เห็นได้อย่างแม่นยำ เธอบอกว่าเคยเห็นในสารานุกรมพืชทั่วโลกจากในเกม เป็นหนังสือที่มีอยู่จริงแต่ราคามันแพงมาก

        ผ่านไปสามฐานความรู้ต่างๆ ที่ได้รับมานั้นอาจจะไม่มากแต่ก็ไม่น้อย เพราะประสบการณ์จากทั่วทุกมุมโลกถูกนำมายัดไว้ที่นี่ทั้งหมดราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยเฉพาะเรื่องของดินที่มีการนำตัวอย่างออกมาจัดแสดงและมีการอธิบายอย่างละเอียด เด็กทุกคนจะได้เรียนรู้และสัมผัสกับของจริงไม่ใช่แค่ในภาพถ่ายหรือวีดีโอ จนกระทั่งในที่สุดก็ถึงเวลาทานอาหาร

        ห้องอาหารขนาดใหญ่นี้ถูกสร้างไว้เพื่อรองรับทัวร์ที่มาเยี่ยมชม ทิวทัศน์ที่มองเห็นจากตรงนี้นั้นสวยงามมาก มองเห็นรีสอร์ทที่อยู่ด้านล่างกับน้ำตกแอ่งใหญ่ที่พวกเขาเล่นกันเมื่อวาน เวลานี้ต่างพากันรู้สึกเหมือนได้มาเที่ยวพักผ่อนที่รีสอร์ทสุดหรู เด็กทุกคนเลยอดใจไม่ได้ที่จะต้องเก็บภาพบรรยากาศไปอวดครอบครัวและเพื่อนในโซเซียล และยิ่งอาหารที่เตรียมไว้ให้นั้นเป็นสเต็กก็ยิ่งทำให้พวกเขาตื่นเต้นกันหนักมาก

        เจนภพ อาคม กับอารินได้สิทธิ์ไปนั่งทานที่ห้องอาหารชั้นสองร่วมกับคุณยายและวิทยากรท่านอื่นๆ บนโต๊ะมีอาหารพื้นเมืองวางแน่นเต็มโต๊ะ ดูจากปริมาณอาหารเทียบกับจำนวนคนที่อยู่ร่วมโต๊ะแล้วมันเยอะเกินไปด้วยซ้ำ แต่มันกลับถูกจินดารัตน์จัดการทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว

        เสร็จจากทานอาหารช่วงบ่ายก็เป็นการไปศึกษาเกี่ยวกับระบบพลังงานไฟฟ้าที่สามารถนำไปใช้ได้ในครัวเรือน อย่างเช่นตัวอย่างของลู่วิ่งที่เปลี่ยนให้มันผลิตกระแสไฟฟ้าได้ หรือจักรยานปั่นน้ำผลิตกระแสไฟฟ้า ยิ่งออกกำลังกายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีไฟฟ้าไว้ใช้งานมากขึ้น และได้ให้เด็กๆ ได้ทดลองใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้น เพียงเท่านี้การทัศนศึกษาก็เสร็จสิ้น เมื่อส่งพวกเด็กๆ ให้เดินทางกลับกันแล้วจินดารัตน์ก็ขอตัวกลับไปทำงานของตัวเองต่อและให้เจนภพพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ก่อนจะถึงอาหารเย็น

        ด้วยเหตุนี้ทั้งสามคนจึงขี่จักรยานไฟฟ้าตระเวนไปดูสถานที่ต่างๆ ได้ลองทานผลไม้ที่เด็ดมาจากสวนสดๆ กันด้วย เพราะเป็นผลไม้พันธุ์ที่หาซื้อกินได้แค่ต่างประเทศเท่านั้นก็เลยกินกันอย่างเอร็ดอร่อย อาคมไม่ลืมเก็บภาพถ่ายอารินตอนที่กำลังเก็บเกี่ยวเมลอนเอาไว้ด้วย ขนาดเดินมาเกือบทั้งวันยังมากันได้แค่สวนผลไม้เท่านั้น ซึ่งเจนภพได้บอกว่าที่นี่ยังมีสวนพืชผักที่ทานได้ พืชหายากที่ใช้ทำเป็นยา พืชที่ใช้ทำเครื่องเทศ มันกินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของบ้านเจนภพ

        "เกือบครึ่ง? บ้านแกนี่มันใหญ่แค่ไหนวะ" อาคมร้องถามแต่ไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เจนภพบ้าจี้ตอบคำถามนั้น

        "นายเห็นภูเขาที่อยู่ไกลลิบนั่นไหม เลยจุดนั้นไปราวๆ 6 กิโลเมตรจะสิ้นสุดอาณาเขตของบ้านฉัน"

        "สิ้นสุดเขตบ้าน? งี้แกก็โคตรของโคตรรวยเลยน่ะสิ"

        "ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย มันเป็นของคุณยายต่างหาก" เจนภพเถียง เขาไม่ยอมรับว่าสิ่งนี้เป็นของตัวเองเด็ดขาดเพราะมันไม่ได้เกิดจากความสามารถของตัวเอง แต่เป็นผลจากความพยายามและความตั้งใจของคุณยาย

        "แบบนี้แปลว่ายายแกต้องมีรายได้เป็นพันล้านแน่ๆ"

        เจนภพได้ยินอาคมพูดถึงคุณยายก็หัวเราะแล้วถามว่า "นายคิดว่าคนที่จดสิทธิบัตรเป็นของตัวเองสักฉบับจะมีรายได้รวมทั้งหมดอยู่ที่เท่าไหร่กันล่ะ"

        "ถ้าใช้แบบประหยัดล่ะก็ทั้งชาติก็ไม่หมด แถมยังเหลือให้ลูกหลานไปอีกหลายรุ่น"

        "ถ้ารู้แบบนั้นก็ทำใจดีๆ เอาไว้ซะล่ะ คุณยายของฉัน ศจ.ดร.เมลินดา ฮาวน์ คนนี้จดสิทธิบัตรผลงานของตัวเองทั้งสิ้น 300 กว่าฉบับ อย่างพวกยารักษาโรคหรือสารประกอบที่สามารถนำไปต่อยอดในด้านต่างๆ ได้ ถ้าคุณยายต้องการถอนเงินทั้งหมดที่มีในบัญชีเกรงว่าอาจจะต้องรวบรวมเงินจากธนาคารของทั้งโลกก็ได้"

        เจนภพเลิกคิดไปแล้วล่ะว่าคุณยายนั้นร่ำรวยแค่ไหน เธอไม่เคยแสดงความต้องการเงินทองมากไปกว่าการวิจัยเรื่องยา เงินทั้งหมดที่หามาได้นั้นก็สำรองไว้ใช้เป็นเงินทุนสำหรับวิจัยตลอดชีวิต แม้ว่าจะใช้ฐานะของการเป็นทายาทเพื่อขอเงินพวกนั้นมาใช้ได้ไม่ยากและคุณยายพร้อมจะให้เสมอเพียงแค่เอ่ยปากขอเท่านั้น

        "ฉันว่าแม่แกน่ากลัวแล้วนะ ยายแกนี่น่ากลัวยิ่งกว่าแม่แกอีก ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะว่าทำไมแกแทบจะไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย รอบตัวแกมีแต่คนน่ากลัวทั้งนั้น"

        เจนภพยิ้มขำ หากเขาเป็นอาคมและรู้เรื่องแบบนี้ก็คงตกใจเหมือนกัน แต่ว่าตลอดชีวิตของเขานั้นได้พบเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้จนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว สิ่งที่ทำได้ก็มีแค่เปิดใจยอมรับและอยู่ร่วมกับมันเท่านั้น

        ยังดีที่กินกันไม่เยอะเพราะเจนภพไม่อยากให้อาคมกับอารินอิ่มกันไปก่อนจะถึงมื้อค่ำ นอกจากขี่จักรยานไฟฟ้าเล่นจนแบตเตอรี่หมดก็เปลี่ยนคันใหม่และกลับมาที่บ้านในตอนเย็น วิลาวรรณนอนดูหนังอยู่ในบ้านโดยมีเจ้าบิ๊กทำตัวเป็นหมอนหนุนที่ดี และที่น่าสนใจกว่าก็คือนกแก้วมาคอร์สีขาวกำลังเล่นรถบังคับวิทยุอยู่

        "พี่ชาย มีนกด้วยล่ะ พี่ราล์ฟคะนกนี่มีชื่อไหม"

        "ชื่อคุณน้าน่ะ"

        "คุณน้า นี่แกนับนกเป็นน้องแม่งั้นเหรอ"

        "ก็นะ มีอะไรหลายๆ อย่างในบ้านนี้ที่อยู่นอกเหนือสามัญสำนึกของนาย นกนั่นคุณยายเลี้ยงเหมือนเป็นลูกสาวอีกคน เพราะงั้นก็เลยชอบบินไปไหนมาไหนอย่างอิสระ แล้วมันก็จะกลับมาที่บ้านเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เห็นแบบนี้มันฟังที่พวกเราพูดรู้เรื่องนะ แล้วพาหนะของมันก็เป็นรถบังคับวิทยุนั่นด้วย" เจนภพบอก มองดูคุณน้าควบคุมรถให้วิ่งไปรอบโซฟา "ถ้าฉันไม่เรียกมันว่า 'คุณน้า' มันจะงอนแล้วไม่ยอมกินข้าว"

        "อารินอยากลองให้อาหารคุณน้าหรือเปล่า" เห็นอารินพยักหน้ารัวเร็วก็ปหยิบกล่องอาหารนกที่เป็นธัญพืชอัดเม็ดมาให้ นี่เป็นอาหารนกที่คุณยายทำขึ้นมาเองจึงหาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

        เพียงแค่เห็นกล่อง คุณน้าก็หยุดรถและวิ่งกางปีกเข้ามาคลอเคลียขาจนน่ารำคาญ จะมองว่าน่ารักดีก็ได้เพราะมันชอบธัญพืชอัดเม็ดที่คุณยายทำเอามากๆ รู้สึกว่าธัญพืชอัดเม็ดตัวนี้จะช่วยทำให้ขนมันสวยงามมากขึ้น เขาส่งมันให้กับอาริน จากที่เคยคลอเคลียก็เปลี่ยนคนตามไปด้วย ท่าเดินสะบัดก้นของมันก็ชวนให้รู้สึกอยากประเคนแข้งให้สักที

        วันนี้เจนภพตั้งใจจะทำอาหาร อารินเอาแต่เล่นกับเจ้าบิ๊กและคุณน้าจนปลีกตัวมาช่วยไม่ได้ คุณแม่เองก็รอตื่นอีกทีตอนกินข้าว ด้วยเหตุนี้คนที่ว่างอยู่จึงมีแต่อาคมเท่านั้น แต่ที่พอจะช่วยได้ก็มีแค่หยิบจับนู่นนี่นั่นให้ เห็นว่าทำอาหารได้เยอะจนเต็มโต๊ะแต่เจนภพกลับบอกว่า 'สำหรับสองคนนั้นแค่นี้ยังไม่พอหรอก' จนเสร็จแล้วมีกับข้าวที่หลากหลายไม่ต่ำกว่ายี่สิบจาน และข้าวที่หุงไว้เป็นหม้อใหญ่

        "เยอะไปหรือเปล่าวะ"

        "ไม่หรอก ยังต้องมีของหวานอีกด้วย...คุณแม่เล่นกินเค้กซะหมดเลยคงต้องทำเพิ่มซะแล้วสิ โชคดีที่มีวัตถุดิบเหลือเฟือล่ะนะ ทำได้อีกตั้งหลายอย่าง"

        "ยังจะทำอีกงั้นเหรอ"

        "บ่นไปก็เท่านั้นล่ะน่ะ" เจนภพยิ้มและเริ่มลงมือทำขนมหวานต่อ ทำไปได้หลายอย่างแล้วแต่เจนภพก็ยังรู้สึกว่ามันยังน้อยเกินไปอยู่ดี เพราะยังต้องทำเผื่อในส่วนของวันพรุ่งนี้เอาไว้อีกด้วย

        ขณะที่ทำอาหารอยู่นั้น บิ๊กก็ส่งเสียงเห่าต้อนรับผู้มาใหม่ ก่อนที่คนคนนั้นจะเดินผ่านประตูบ้านเข้ามา เป็นผู้เฒ่าคนหนึ่งที่ผมและหนวดเครายาวและขาวโพลน ตัวสูงเทียบเท่ากับอาคม แต่ดูตัวใหญ่และร่างกายอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อที่ทรงพลัง มีแววตาของคนที่ผ่านโลกมามากนัก เขาคือไกรษร พิทักษ์เทวา คุณตาของเจนภพ

        เคยได้ยินมาว่าการเป็นผู้ฝึกยุทธ์นั้นจะทำให้ตัวเองดูอ่อนเยาว์กว่าปกติ และมีอายุยืนยาวท่าทางจะเป็นความจริง เพราะคุณตาคนนี้แม้จะดูมีอายุมากแล้วแต่ด้วยร่างกายที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ทำให้รอยเหี่ยวย่นที่ควรจะมีตามอายุได้หายไปจนหมด

        ตอนที่เห็นอารินกำลังเล่นอยู่กับสัตว์เลี้ยงก็ส่งยิ้มให้แต่ก็มีเสียงพูดขึ้นมาซะก่อนว่า

        "ถ้าคิดจะหลอกเด็กล่ะก็ ภพจะฟ้องคุณยาย"

        "ตายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ"

        มาดของผู้ฝึกยุทธ์เฒ่าถูกทำลายลงด้วยคำพูดหยอกล้อของหลานชาย เขาพยายามแก้ตัวพัลวันแต่มันเปล่าประโยชน์หากคู่ต่อสู้เป็นหลานชาย เพราะท่าไม้ตายที่ต่อให้เป็นยอดยุทธ์ก็ไร้ผู้ต้านอย่าง 'ฟ้องคุณยาย' ก็เป็นที่รู้ชัดแล้วล่ะว่า คุณตาของเจนภพนั้น 'กลัวเมีย' เป็นที่สุด

        "เอิ่ม...หมดกันกับภาพจอมยุทธ์ที่เคยจินตนาการ" อาคมกล่าวเซ็งๆ เขาคิดว่าคุณตาเจนภพนั้นจะดูน่าเกรงขาม แต่ก็มาเสียท่าตรงที่ดัน 'กลัวเมีย' นี่แหละ

        "อ้าว! คุณพ่อกลับมาแล้วเหรอคะ" วิลาวรรณบิดขี้เกียจ มันเป็นเวลาทานมื้อค่ำแล้วก็เลยได้เวลาตื่นสักที

        "ฮึม!" คุณตาคำรามและปรับอารมณ์ให้ดูเคร่งขรึมใหม่ตอนที่ได้เห็นว่ามีแขกคนอื่นอยู่ด้วย "ว่าแต่นั่นใช่แขกที่จะมาพักใช่ไหม"

        "ค่ะ สามีลูกชายค่ะ"

        "ห๊ะ ว่าไงนะ" ไกรษรถลึงตามอง เช่นเดียวกับอาคมที่ตกใจกับสิ่งที่วิลาวรรณพูดออกไป จะมีก็แค่เจนภพที่มองออกว่ามันเป็นแค่เรื่องล้อเล่นเลยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น

        "หนูล้อเล่นค่ะคุณพ่อ นั่นเพื่อนลูกชายชื่ออาคมค่ะ ส่วนเด็กคนนั้นเป็นน้องสาวชื่ออาริน"

        พอรู้ว่าเป็นแค่การล้อเล่นก็ไกรษรก็รู้สึกโล่งอก จากนั้นก็แนะนำตัวเองให้พวกหลานๆ ได้รู้จัก ไกรษรไม่ใช่คนที่น่ากลัวอย่างที่คิด ออกจะเป็นคนที่อ่อนโยนมากผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูขรึม ยามที่จินดารัตน์กลับมาบรรยากาศในบ้านก็พลันอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไม่เหลือเค้าของครอบครัวผู้ฝึกวิชายุทธ์หรือครอบครัวนักวิทยาศาสตร์ เป็นเพียงครอบครัวที่พบเห็นได้ทั่วไปธรรมดาเท่านั้น

        เรื่องหนึ่งที่ไกรษรดีใจมากก็คือหลานชายของตนได้กลับมาฝึกวิชายุทธ์ พร้อมกับลูกสาวที่ฝีมือจู่ๆ ก็พัฒนาขึ้นหลังจากที่ละทิ้งการต่อสู้ไปเป็นคนธรรมดา ยามนั้นไกรษรเสียใจมากที่ลูกสาวตนเลือกเส้นทางนั้นแต่ก็ไม่ได้ห้ามปราม อีกทั้งยังส่งเสริมทุกอย่างในฐานะของคนเป็นพ่อ และยามที่รู้ว่าหลานชายของตนไม่มุ่งหวังจะสืบทอดสำนักก็คิดว่ามันคงต้องจบที่รุ่นตนเอง ทว่าวันนี้ไกรษรยินดีมากที่ทั้งสองคนได้กลับมาอยู่ในเส้นทางนี้อีกครั้งพร้อมกับฝีมือที่พัฒนาขึ้นอย่างน่าตกใจ

        ภายหลังทานอาหารกันเสร็จแล้ว อาคมถึงกับตกใจที่อาหารทั้งหมดนั้นถูกจัดการโดยคนสามคน คุณยายจินดารัตน์ คุณน้าวิลาวรรณ และเจนภพ ทั้งสามคนทานไปในปริมาณที่เห็นแล้วรู้สึกจุกแทน แต่สองคนนั้นยังหัวเราะและเพลิดเพลินไปกับขนมหวานที่ทำเผื่อเอาไว้ได้อยู่อีก ซึ่งหลังทานอาหารกันเสร็จแล้วอาคมกับอารินก็รับหน้าที่ล้างจานให้ ส่วนทางด้านวิลาวรรณกับเจนภพนั้นออกไปอยู่ในสวนและเริ่มการออกกำลังกายร่วมกับไกรษร

        อาคมเคยคิดว่าวิลาวรรณนั้นเก่งมากแล้ว แต่พอเจอกับคนระดับเจ้าสำนักมันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่สงบนิ่งดุจผืนน้ำ ป้องกันเพียงแค่ยกมือขึ้นต้านเท่านั้น มันเป็นการต่อสู้แบบสองต่อหนึ่ง แต่สถานการณ์เหมือนทั้งสองคนโดนคนแก่คนหนึ่งเล่นงาน แม้จะถูกจับเหวี่ยงไปหลายครั้งแต่ก็ลุกขึ้นมาได้เรื่อยๆ ผ่านไปสามสิบนาทีทั้งสองคนก็หายใจหอบหนัก ตอนนั้นจินดารัตน์ออกมาตำหนิเอ็ดเรื่องที่ไกรษรเล่นงานลูกกับหลานหนักมือเกินไป

        ขี้ผึ้งสำหรับทาเพื่อรักษาอาการฟกช้ำนี้ใช้สรรพคุณดีเยี่ยม แต่ก่อนที่จะได้ทายา จินดารัตน์ก็เสนอขึ้นมาว่า

        "เอาล่ะ ไหนๆ ก็เลอะเทอะขนาดนี้แล้ว ทำไมไม่ไปแช่บ่อน้ำร้อนกันล่ะ แม่ภูมิใจนำเสนอมากเลยนะ"

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. #13550 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 21:31
    รึยายแกจะดัดแปลงพันธุกรรมตัวเองหว่า
    #13550
    0
  2. #13549 YT CH (@onevay) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 20:48
    อุตส่าห์ดีใจกับประโยค"สามีลูกชาย" ที่ไหนได้คุณแม่แค่ล้อเล่น//(ราล์ฟเคะ' ')
    #13549
    0
  3. #13548 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 00:39
    ขุ่นแม่ : "บลาๆๆ.....สามีลูกชาย...บลาๆๆ"
    รีดเดอร์(สายวาย) : สามีสินะๆๆๆๆๆ!!!
    (เอคโค่เยอะเป็นพิเศษ) 555+
    #13548
    0
  4. #13547 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 14:05
    อยากได้ๆๆๆ ต้องไปฝึกยุทธด้วยเปล่า หน้าจะได้อ่อน อิ อิ
    #13547
    0
  5. #13546 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 14:03
    คำพูดนั้น เกือบทำคนแกตกใจตาย นึกหน้าคุณตาตอนพูดว่า "ห๊ะ ว่าไงนะ" แล้วขำ อิ อิ
    #13546
    0
  6. #13543 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 05:54
    อาคมเป็นสามี หนูนิมฟ์เป็นภรรยา เหรอคุณแม่
    #13543
    0
  7. #13542 Devil_Golf (@the7golf) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 02:04
    สามีสามีสามี.......
    #13542
    0
  8. #13541 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 01:55
    ก็ว่าจิ้นตั้งแต่ตอนอาคมมาเป็นลูกมือราล์ฟทำอาหารว่าเหมือนสามีช่วยภรรยาทำอาหารแล้วนะคะ
    พอมาเจอคุณแม่แนะนำว่าสามีลูกชายนี่ลั่นเลยค่ะ5555555555555555555555555555555555555555555

    /ครอบครัวนี้มันเหนือมนุษย์จริงๆ
    #13541
    0
  9. #13540 sweet cupcake (@hongyia) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 00:47
    สามีลูกชาย >\\\< ฟิน~
    #13540
    0
  10. #13539 NutOBPKP (@NutOBPKP) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 00:12
    ง่อ คุณแม่ว่าเทพละ เจอคุณตาไปเทพกว่า ถ้าคุณตาเข้าเกมส์อะไรจะเกิดขึ้นละนี่  อ้ากกกกแค่คิดก็มันละ เอาคุณตาไปเล่นเกมส์ด้วยเลย
    #13539
    0
  11. #13538 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 00:10
    หื้ม~ แช่บ่อน้ำร้อน... ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆนะ ไม่ได้อยากให้ราล์ฟกับอาคมไปแช่ด้วยกันเลยนะ ไม่เลยจริงๆ~
    #13538
    2
    • #13538-1 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 360)
      21 พฤศจิกายน 2559 / 03:05
      โอเค งั้นตัดฉากนั้นออกล่ะกัน
      #13538-1
    • #13538-2 Yuki (@icemek) (จากตอนที่ 360)
      21 พฤศจิกายน 2559 / 17:23
      ไม่นะคะ ไม่มีไม่ได้นะคะ T^T
      #13538-2
  12. #13537 maruchan (@RoosT) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 23:59
    สามีของลูกชาย 555555555555
    ขุ่นแม่สายวาย(วอด)
    #13537
    0
  13. #13536 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 23:05
    สามีลูกชายยยยย ฮิ้ววววว อาคมสะดุ้งเพราะ.... ใช่ไหม ??!

    ????????
    #13536
    0
  14. #13535 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 23:01
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13535
    0
  15. #13534 ม่านมุก (@honeyl) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 22:49
    ขอบคุณมากๆๆค้าารีบๆมาอัพอีกเร็วๆน้าาค้าาสู้ๆๆน้าาาค้าา
    #13534
    0
  16. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 18:39
    ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์...
    #13533
    0
  17. #13527 aey1993 (@aey1993) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 02:35
    โอลาฟฟฟฟฟ
    เป็นชื่อที่...สุดๆๆ
    ขอสูตรหน้าอ่อนกว่าวัยหน่อยค่ะ????????????
    #13527
    0
  18. #13526 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 22:22
    เป็นกรรมพันธุ์สินะ

    ว่าแต่เป็นทางเข้าบ้านที่จะสปาร์ตั้นไปไหนเนี่ย

    ถ้าหนูนิมป์มาด้วยจะได้เคล็ดลับหน้าเด็กไปด้วยหรือเปล่าเนี่ย
    #13526
    0
  19. #13524 Pompam Makionna (@suppamas) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 20:29
    คารวะท่านแม่!! 

    55555555555555
    #13524
    0
  20. #13523 NutOBPKP (@NutOBPKP) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 15:43
    ตกลง ครอบครัวเจนภพ พระเอกมันน่าจะอ่อนสุดใช่ไหม ดูแววแล้วยายก็ไม่น่าจะธรรมดา
    #13523
    0
  21. #13522 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 10:39
    ฮ่าฮ่า พี่สาวแม่ เจ้าบิ๊กน่ารักจังแฮะ
    #13522
    0
  22. #13521 p๋ngpAng (@pang232) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 08:59
    อืมหื้ม โอลาฟขอสูตรเบบี้เฟซหน่อยค่ะ
    #13521
    0
  23. #13520 Nerd Neko (@pattee2544) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 07:54
    ครอบครัวซุปเปอร์ไซย่า
    #13520
    0
  24. #13519 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 00:44
    อาห์...ขุ่นแม่...และขุ่นแม่ของขุ่นแม่
    สินะๆๆๆ!!!
    แหม่ขุ่นยายเนียนเลยนะครัช!!! 555+
    #13519
    0
  25. #13518 Lady-Victoria (@1100400814037) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 23:43
    แอร๊อยยยยย บ้านโอลาฟ จริงๆแล้วเป็นยังไงบ้านอ๊าห์
    #13518
    0
  26. #13517 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 360)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 23:26
    โอลาฟฟ เดี๋ยวนะ โอลาฟฟฟ ทำไมรู้สึกขำ 55555555
    อยากให้ไรท์อธิบายว่าทำไมเจนภพขึ้นเครื่องบินแล้วถึงหลับเลยจังเลยค่ะ อยากรู้จักเจนภพให้มากกว่านี้ รู้สึกไม่ว่าจะทำอะไรก็น่ารักมากอย่างบอกไม่ถูก #หลงแบบไม่ลืมหูลืมตา
    #13517
    1
    • #13517-1 LOGAN_W (@LOGAN_W) (จากตอนที่ 360)
      24 มีนาคม 2560 / 04:49
      รู้สึกเหมือนกันเลยค่ะ! กับคนอื่นก็ไม่คิดอะไรหรอกนะ แต่กับเจนภพแล้วเหมือนการกระทำทุกอย่างต้องมีเหตุผลมารองรับอะ555 แบบมันต้องมีอะไรแน่ๆ เมาเครื่องเรอะ รึกลัวความสูง
      #13517-1