[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,008 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,279

    Overall
    1,474,008

ตอนที่ 358 : บทที่ 12 ช่วงชิงทักษะเทพสงคราม (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    9 พ.ย. 59

บทที่ 12 ช่วงชิงทักษะเทพสงคราม (100%)

 

        "วิชาที่จะสอนต่อไปนี้เรียกว่าเป็นวิชาที่สะเทือนได้กระทั่งนภา ถล่มได้กระทั่งปฐพี"

        บัดนี้ เทพสงครามที่ตั้งใจจะสอนวิชาให้กับอาคมกำลังตีสีหน้าเคร่งขรึมและดูจริงจังมาก บรรยากาศรอบตัวแสนจะอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้อง อาคมไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้ภาพลักษณ์ของคุณแม่นิสัยเด็กคนนี้จะซ่อนความรู้สึกกดดันแบบนี้ไว้ด้วย

        "มีวิชาแบบนั้นด้วยเหรอครับ" อาคมลอบกลืนน้ำลาย

        เทพสงครามคลี่ยิ้มสวย "บ้าเหรอ จะไปมีได้ยังไง แค่พูดให้โอเว่อร์เท่านั้นแหละ เป็นไงน่าเกรงขามใช่ไหมล่ะ"

        เป็นคนอารมณ์ดีเสมอต้นเสมอปลายซะจริง

        นิสัยของเทพสงครามนับว่ารับมือได้ยากมาก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่โดยรวมแล้วเป็นคนอารมณ์ดีไม่เครียด น้อยครั้งนักที่จะอยู่ในอารมณ์จริงจังได้

        "แต่วิชานี้สยบได้กระทั่งฟ้าเลยนะ ได้ยินเขาว่ามาแบบนี้น่ะ"

        "ได้ยิน? นี่เรื่องแต่งเหรอครับ"

        หญิงงามหัวเราะแล้วตอบว่า "ก็เรื่องแต่งน่ะสิ สยบฟงสยบฟ้าอะไรกันเล่าหัดคิดถึงความเป็นจริงหน่อยสิ แต่ถ้าเป็นในโลกนี้มันก็สยบฟ้าได้สมคำเล่าลือล่ะนะ"

        "เคยลองแล้วด้วยสินะครับ"

        "เปล่าอ่ะ แค่เดาเล่นเท่านั้น อยู่ในนี้แม่ตั้งใจว่าจะไม่ใช้พลังเกินห้าส่วนหรือต่อให้เอาจริงก็จะใช้ราวเจ็ดส่วน"

        ไม่เกินห้าส่วน เอาจริงเจ็ดส่วน!

        เรื่องแบบนี้มันชวนให้รู้สึกขบขันมากหากเอาไปพูดกับพวกเพลเยอร์ที่มาสู้ด้วย คล้ายกับข่มขวัญเหมือนหนังกำลังภายใน อาคมเคยเจอคนประเภทนี้อยู่หลายครั้งที่ชอบอวดว่า 'แค่ต่อให้' ไม่ก็ 'ถ้าฉันเอาจริง' แต่สุดท้ายเขาก็จัดการสังหารมานักต่อนัก แต่เทพสงครามบอกว่าใช้พลังไม่เกินห้าส่วนมองยังไงก็นับว่าเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ทว่าเขายังจำสิ่งที่ราล์ฟเคยพูดได้ว่า แม่ของเขาฝึกลดทอนพลังตัวเองเพื่อให้สู้กับคนอื่นได้สูสีมากขึ้น บางทีความแข็งแกร่งนี้อาจจะก้าวข้ามเพลเยอร์ทุกคนไปไกลมาก

        "ทำสายตาแบบนั้นคิดอะไรอยู่ลามกอยู่หรือไง...หรือว่า! เพราะแม่สวย"

        "แม่ลูกคู่นี้มันเข้าใจยากชะมัด" เขาบ่นอุบ ทั้งราล์ฟทั้งแม่ของมันต่างก็เป็นพวกเอาแต่ใจกันทั้งสิ้น ความวุ่นวายที่สองแม่ลูกคู่นี้สร้างมาทั้งหมดเพื่อตอบสนองความสนุกของตัวเอง "แล้วที่จะสอนให้คืออะไรเหรอครับ"

        "อ๋อ เรื่องนั้น...ก็หมัดสยบฟ้าแหละ แต่หนูอาคมใช้ดาบมันต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ อืม...วิชาดาบเค้กสตรอวเบอรี่ ชื่อฟังดูน่ากินดีเอาไว้หลอกคู่ต่อสู้ได้ด้วยนะแบบว่ามันน่าสนุกดีเวลาสู้กับคนอื่น แล้วมีชื่อเสียง ลองนึกภาพตามนะ...'โอ้ หมอนั่นมีวิชา [ดาบเค้กสตรอวเบอรี่] ที่แสนจะร้ายกาจ อานุภาพของมันช่างสูงส่งยิ่ง' คิดว่าเป็นไง เวลาตะโกนชื่อท่าก็ 'ตายซะ ดาบเค้กสตรอวเบอรี่'"

        ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดมาจากปาก สีหน้าและแววตาบ่งบอกเลยว่าเอาจริงที่สุด

        "ถ้าจะเล่นตลกร้ายแบบนี้ไม่เอาเป็นวิชาดาบมาชเมโล่ไปเลยล่ะครับ"

        "โอ้ ก็น่าสนใจดีนี่ เอาแบบนั้นแหละจากนี้วิชานี้ต้องชื่อวิชาดาบมาชเมโล่"

        น่าสนใจ...กะแล้ว แม่ลูกคู่นี้กระทั่งคำพูดติดปากเวลาเจอเรื่องสนุกก็ยังเหมือนกันอีก

        "เหอะ จากฉายานักดาบอสูรได้กลายเป็นเทพอสูรขนมหวานแน่"

        เทพสงครามพอจะมองออกว่าอาคมยังไม่ค่อยเชื่อใจสักเท่าไหร่เกี่ยวกับวิชามัดสยบฟ้า วิชาไร้พ่ายที่สยบผู้คนมานักต่อนัก ว่ากันว่าเคล็ดวิชานี้ต่อให้อีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งกว่าตัวเองหลายเท่าก็เปล่าประโยชน์ที่จะก่ออันตรายให้ ถ้าหากยังไม่ได้รับความเชื่อใจจากผู้ที่จะฝึกโดยตรงแล้วความก้าวหน้าคงไม่มี ต้องแสดงให้เห็นถึงอานุภาพของมันซะก่อน ดังนั้นเธอเลยหักกิ่งไม้มาถือเอาไว้

        "เอาล่ะ ลองโจมตีมาด้วยพลังทั้งหมดได้เลย แม่จะให้เห็นอะไรดีๆ เอง"

        ตอนแรกคิดว่ามันคงไม่ดีแต่เมื่อเห็นการตั้งท่าแบบไร้ช่องโหว่ ไม่มีช่องทางให้เข้าไปโจมตีได้เลยนอกจากนี้รัศมีวงดาบที่สัมผัสได้มันครอบคลุมเขาเอาไว้ด้วยก็รู้สึกว่าประมาทไม่ได้เด็ดขาด ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว ทว่าพอทำท่าจะโจมตีภาพที่เห็นคือร่างที่จางหายไปของหญิงงาม เธอปรากฏขึ้นที่ด้านหลังจากนั้นราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดเกิดขึ้นในจุดต่างๆ เรี่ยวแรงในร่างกายหายไปจนหมด จุดเริ่มของกระแสไฟฟ้านั้นมาจากจุดต่างๆ บนร่างกาย อาคมล้มลงโดยไม่อาจยืนขึ้นได้อีก

        "นี่คือหมัดสยบฟ้า ด้วยวิชานี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความแหลมคมแค่ปลอกดาบหรือท่อนไม้ก็สามารถยับยั้งการโจมตีทั้งหมดได้ วิชาต่อสู้ที่ไม่จำเป็นต้องชักดาบออกนี่น่าจะเหมาะกับหนูอาคมดีนะ"

        เทพสงครามเคยเห็นรูปแบบการต่อสู้ของอาคมมาแล้ว ถึงจะมีฝีมืออยู่บ้างแต่ก็ต้องขัดเกลาอีกตั้งเยอะ วิชานี้เพียงวิชาเดียวจะช่วยพัฒนาขอบเขตความแข็งแกร่งได้ไกลเกินกว่าเจ้าตัวจะจินตนาการถึง

        "หมัดสยบฟ้า หมอนั่นก็ใช้ได้เหรอครับ" อาคมแทบอยากจะชกตัวเองที่ถามอะไรแบบนั้น เห็นอยู่ว่าสองคนนั้นเป็นแม่ลูกกันก็ย่อมต้องสอนวิชาทั้งหมดให้อยู่แล้ว

        "เรื่องนั้นมันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว แม่ไม่อยากพูดให้เสียกำลังใจหรอกนะ แต่เจนภพลูกชายแม่น่ะเก่งมากจนน่ากลัวเลยล่ะ ที่หนูอาคมสู้ด้วยถึงจะบอกว่าเอาจริงแล้วก็เถอะ จำได้ไหมว่าลูกชายแม่ไม่เคยใช้กระบวนท่าวิชายุทธ์สู้ด้วยเลย นั่นเป็นเพราะตั้งใจต่อสู้ในฐานะของคนธรรมดา มองว่าวิชายุทธ์เป็นการเอาเปรียบคนอื่นมากเกินไป ถ้าลูกชายแม่เอาจริงน่ะ เชื่อว่าในเกมนี้คนที่จะสู้ได้คงนับด้วยมือสองข้างนี่แหละ"

        "ทั้งที่เก่งขนาดนั้นแท้ๆ แต่ทำไม..."

        เจตนาของอาคมไม่ใช่ว่าเทพสงครามจะไม่เข้าใจ ในโลกนี้พวกเด็กๆ ใฝ่หาความแข็งแกร่งเพื่อเหยียบย่ำผู้อ่อนแอ ไม่ก็อยากให้คนอื่นนับหน้าถือตา ในสายตาของเทพสงครามความแข็งแกร่งนั้นมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ไม่ใช่แค่พลังอำนาจเท่านั้น

        "หนูอาคมแม่จะพูดให้เก็บไว้ไตร่ตรองนะ แม้ว่าลูกชายแม่อาจจะเก่งมากแต่ก็ไม่ได้ปรารถนาอำนาจพวกนั้นซะทั้งหมด ที่ต้องการจริงๆ คือความท้าทาย พวกพ้อง การผจญภัย ความตื่นเต้น สร้างขีดจำกัดให้ตัวเองเพื่อก้าวผ่านความแข็งแกร่งไปเรื่อยๆ ถามใจตัวเองดูว่าเล่นเกมนี้เพื่ออะไร...สำหรับแม่แล้ว เกมน่ะเล่นให้สนุกก็พอ"

        หลังจากให้คำแนะนำในการฝึกคร่าวๆ ก็ไปหาสถานที่ฝึก ที่ต้องการก็มีแค่ถ้วยหรือแก้วกับสถานที่ที่มีน้ำหยด พอหาได้ก็ให้นั่งมองน้ำหยดลงถ้วยจนเต็ม เมื่อเต็มแล้วให้เทและทำต่อไปแบบนั้นจนกว่าจะจับเคล็ดลับอะไรได้ การฝึกแบบนี้อาคมไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต หลายครั้งที่เขาเทน้ำที่เต็มถ้วยออกไปแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับอะไรตอบแทนมาเลย ด้วยความสงสัยจึงถามเทพสงคราม

        "มองไปตลอดชีวิตนั่นแหละ"

        "ตลอดชีวิต แต่นั่นมันเสียเวลามาก"

        "ก็ถ้ายังไม่เข้าใจเงื่อนไขง่ายๆ นี่ล่ะก็ฝึกให้ตายก็ไม่เก่งขึ้นหรอก จะอาศัยลูกบ้าอย่างเดียวมันก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ" เทพสงครามไม่หยี่ระ หยิบเค้กออกมากินอย่างเอร็ดอร่อย "อีกอย่างนะ วิชานี้ฝึกง่ายที่สุดแล้วด้วยถ้าแค่เข้าใจเมื่อไหร่ก็เท่ากับบรรลุวิชาหมัดสยบฟ้าขั้นแรกทันทีพอเอาไปใช้ทำให้ศัตรูตกใจได้ แต่ถ้าจะให้หมดสภาพเหมือนที่แม่ทำให้ดูก็ต้องเป็นขั้นวิถี อ้อๆ วิชาแบบนี้ลูกชายแม่ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ"

        อาคมไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ ถ้าหากว่าราล์ฟมีวิชาต่อสู้อยู่จริง ฝีมือของมันต้องเก่งแน่ๆ แต่จากที่เคยสู้กันเรื่อยมานอกจากวิชาก้าวเท้าแปลกๆ ที่คล้ายจะเป็นวิชาตัวเบาของผู้ฝึกยุทธ์แล้ว เขาแทบจะไม่เคยเห็นว่าใช้กระบวนท่าอะไรเลย

        "จะใช่แน่เหรอครับ ถ้ามีวิชานั้นก็คงไม่ต้องทำอะไรไร้สาระ จะขึ้นเป็นใหญ่ในเกมนี้ก็ยังได้เลย"

        "หืม...หนูอาคมคิดแบบนั้นเหรอ" เทพสงครามสงสัย อันที่จริงเธอเคยเจอกับเด็กหลายประเภทเหมือนกัน แต่ที่พบเห็นบ่อยที่สุดคือคนที่กระหายการอยู่กับอำนาจมากกว่า "ก็แค่ต้องการพลังที่จะต่อสู้ในฐานะของคนธรรมดามากกว่าการเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ลูกชายแม่เห็นแบบนี้แต่เป็นพวกเอาแต่ใจสุดๆ เลยนะ ถ้าให้คำมั่นกับตัวเองแล้วว่าจะไม่ใช้วิชาต่อสู้กับคนธรรมดา ต่อให้ตายก็ไม่คิดจะใช้หรอก แต่ถ้าเจอกับคนประเภทเดียวกันก็อาจจะใช้ด้วยก็ได้"

        "คุณน้ารู้หรือเปล่าครับว่าตอนที่ประลองกัน หมอนั่นยังไม่ได้เอาจริงเลย" อาคมฟ้อง เขาเป็นคนเดียวที่รู้ความลับที่ราล์ฟปกปิดเอาไว้

        "ก็ต้องรู้อยู่แล้วล่ะ เพราะแม่เองก็ไม่ได้เอาจริงเหมือนกัน ขืนเอาจริงล่ะก็คง..."

        ไม่จำเป็นต้องพูดจบ อาคมเห็นท่าขย้ำมือก็รู้แล้วว่าผลลัพธ์จะจบลงที่ใด

        ชัดเจน แม่ลูกคู่นี้โคตรอันตราย

        "เอาเถอะ ฝึกแบบนั้นต่อไปถ้าอยากเก่ง มองไปตลอดชีวิตนั่นแหละ นี่ใบ้ให้สุดๆ แล้วนะ แม่ขอตัวก่อนละกัน"

        "จะไปไหนเหรอครับ"

        ไม่สนใจคำถาม เทพสงครามก็หายไปจากที่ตรงนั้น เหมือนจะเห็นว่าใช้ตั๋วอะไรสักอย่างนี่แหละ อาคมเลิกสนใจทันทีและหันไปนั่งมองหยดน้ำ ไม่เข้าใจว่าต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย และไม่มั่นใจว่าการฝึกนี่จะช่วยให้เก่งได้จริงหรือเปล่า

        ผ่านไปหลายชั่วโมงก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ที่ทำก็มีแค่เทน้ำเมื่อมันเต็มและนั่งมอง ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อสงสัยหรอกนะ แค่คิดว่าคุณน้าไม่มีทางโกหกเด็ดขาด ยิ่งเป็นพวกผู้ฝึกยุทธ์แบบในหนังที่เคยดูละก็มักจะพูดอะไรให้กลับไปคิดด้วยตัวเองมากกว่าการจ้ำจี้จ้ำไชสอนทุกอย่าง

        "อะไรกันยังไม่เข้าใจอีกเหรอ"

        เทพสงครามปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากหายไปพักใหญ่ เธอกลับมาพร้อมกับข้าวกล่อง สงสัยจริงว่าไปเอามาจากที่ไหน ถ้าจะบอกว่าวาปกลับเมืองไปอาจจะฟังขึ้นอยู่ แต่จากที่นั่นมาถึงตรงนี้ไม่ใช่ว่าจะมาถึงได้ในไม่กี่ชั่วโมงอาจจะต้องใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์เพื่อเดินทาง

        "ตอนแม่ฝึกใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นเองนะ...อ๊ะ ลืมไป ไม่ได้อยู่ในห้องสงบจิตเลยถูกรบกวนสินะ ช่างเถอะ...แล้วก็ลูกชายแม่ใช้เวลาสองวัน วันละสามชั่วโมงก็เข้าใจเจตนาของมันได้"

        "เจตนางั้นเหรอครับ"

        "อ๊ะ เผลอบอกใบ้ไปซะแล้วสิ" หญิงงามหัวเราะแห้งๆ ความจริงอยากจะให้เข้าใจด้วยตัวเองซะมากกว่า "แม่บอกใบ้ขนาดนี้ที่เหลือก็ลองทำความเข้าใจดูเองก็แล้วกัน ส่วนแม่ขอออกไปยืดเส้นยืดสายสักหน่อยจะกลับมาพรุ่งนี้หวังว่าจะได้คำตอบแล้วนะ แต่ถ้าไม่ได้ก็ทำจนกว่าจะเข้าใจ อ๋อ...แล้วก็จะเลิกกลางคันก็ได้นะ ถ้าความตั้งใจมีอยู่แค่นั้น"

        กล่าวดักทางเสร็จก็จากไป เป็นคนที่สุดยอดจริงๆ ถึงท่าทางและนิสัยที่แสดงออกจะเหมือนเด็ก พอถึงคร่าวต้องเป็นผู้ใหญ่ก็ตัดสินใจได้เยือกเย็นจนน่ากลัว ถ้าไม่ใช่เพราะยืนยันด้วยตัวเองว่าเป็นคนที่เกิดในครอบครัวผู้ฝึกยุทธ์ ปกติแล้วเขาจะหัวเราะและบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ทว่าคนที่พูดนั้นเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เคารพนับถือจะโกหกให้ได้อะไรขึ้นมา นั่นทำให้เขาไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

        มันเป็นการฝึกที่ทรมานจิตใจมาก การนั่งมองอะไรเดิมๆ เป็นเวลานานก็ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อขึ้นมา จะหยุดก็ไม่ได้ซะด้วย มันเป็นความดื้อรั้นเฉพาะตัวของคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ สุดท้ายก็ยังไม่ได้คำตอบอะไรกลับมา ตกเย็นแล้วที่พวกหมาป่ามาตามให้กลับหมู่บ้านแต่เขาก็ยังคงนั่งมองหยดน้ำที่ไหลลงมาราวกับจะหาความผิดปรกติที่ซ่อนอยู่

        ไม่ว่าจะนั่งมอง นั่งเพ่ง นั่งจ้อง จนตาแห้งก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่ช่วยให้ตนเองเก่งขึ้นมาเลย ยังหาไม่ได้แม้แต่เจตนาที่เทพสงครามบอกใบ้เอาไว้ สุดท้ายกลางคืนที่แสนยาวนานก็จบลงจนเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเทน้ำทิ้งไปกี่ครั้ง ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินจิตใจ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแค่การนั่งมองจะเหนื่อยมากกว่าออกแรงเสียอีก

        "อะไรกัน เช้าแล้วเหรอ" อาคมยกมือขึ้นป้องแสงแดดยามเช้า

        "พยายามน่าดูเลยนะ ดูจากแววตาแล้วเหมือนจะไปไม่รอด" เทพสงครามเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ อาคมสะดุ้งและหันไปมอง เขาไม่รู้สึกถึงการมาของเทพสงครามเลย

        "ครับ แล้วนั่นมัน?" เขามองไปด้านหลังของเทพสงคราม มีร่างของนกยักษ์ตัวใหญ่ที่กว่าอาคมจะจัดการมันได้เล่นซะเหนื่อยนอนแน่นิ่งอยู่ เขาคิดว่ามันคงตายแล้วแน่นอน

        "อาหารเช้าไง แม่ว่าจะเอากลับไปให้ลูกชายแม่ทำให้ล่ะนะ" เธอตอบยิ้มๆ ตั้งแต่ที่ได้รับตั๋วให้เข้าเกาะส่วนตัวของราล์ฟได้ ปัญหาเรื่องอาหารก็หมดไปขอเพียงล่าเนื้อมาได้และเอากลับไปที่นั่นจะมีคนคอยรับหน้าที่เปลี่ยนมันเป็นอาหารเลิศรส "ตอนนี้ได้ยินว่าดำเนินเรื่องเปิดร้านอาหารแล้วด้วย ร้าน เดอะ มารีน อยู่ที่เมืองใหม่... ว่าแต่เมืองใหม่นี่เมืองไหนนะ แม่ไม่เคยเห็นในแผนที่เลย"

        "คงเป็นเมืองที่เพลเยอร์สร้างนั่นแหละครับ ผมเองก็ไม่ได้ติดตามข่าวเหมือนกัน"

        "เอาไว้แม่ค่อยหาทางไปก็แล้วกัน ว่าแต่ว่า...หนูอาคมเนี่ยเป็นพวกใจร้อน ขี้หงุดหงิดสินะ ถึงจะเห็นคำพูดกับท่าทางที่แสดงออกมาเป็นธรรมชาติก็เถอะ มันก็แค่การแสดงไม่ใช่เหรอ"

        อาคมทำหน้าแปลกใจ ก็จริงที่เขาเป็นคนใจร้อนและขี้หงุดหงิดมาก แต่เมื่อเข้าหาคนอื่นก็จะใช้โปกเกอร์เฟซหลอกลวงทุกคนทำให้เขาดูเป็นคนที่ยิ้มและเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ดังนั้นตอนอยู่กับคนที่สนิทกันจริงๆ เขาก็จะเปิดเผยนิสัยตัวเองออกมาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสายตาของคนรอบข้าง

        "งั้นปัญหาก็อยู่ที่ตรงจุดนั้นแหละ เอาแบบนี้ดีกว่ามาซ้อมมือกับแม่เสร็จแล้วก็ค่อยไปนั่งมองก็แล้วกัน บางทีความเหนื่อยล้าก็ช่วยให้มองเห็นอะไรๆ มากขึ้น"

        "จะดีเหรอครับ"

        "ไม่ต้องห่วงหรอก หนูอาคมคงทำให้แม่เอาจริงไม่ได้อยู่แล้ว แม่จะเล่นด้วยสักครึ่งชั่วโมงเพราะงั้นมีอะไรดีๆ ก็จัดมาให้เต็มที่ ส่วนแม่ขอเพิ่มความยากสักนิดก็แล้วกัน" เทพสงครามค้นหาไอเทมอยู่สักพักก็หยิบเอาผ้ามาผูกตาตัวเองไว้ เสร็จแล้วก็ตั้งท่าพร้อมกวักมือท้าทาย

        "อันตรายนะ...เฮ้ย!"

        กำลังจะร้องเตือนว่าอันตราย เทพสงครามก็ขยับเข้ามาตวัดมือฟันใส่และถึงอาคมจะหลบพ้นแต่กลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายจงใจฟันให้หลบพ้นซะมากกว่า

        "ที่ว่าอันตรายน่ะ เหมือนจะเป็นทางหนูอาคมมากกว่านะ"

        มันเหมือนเป็นการเล่นสนุกของเทพสงคราม แม้จะปิดตาแต่ก็เหมือนมีตาทิพย์ที่ทำให้มองเห็นการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้ ไม่ว่าจะโจมตีกี่ครั้งเธอก็แค่เบี่ยงตัวหลบเพียงเล็กน้อยคล้ายว่ามองเห็นวิถีดาบได้ ตอนนี้อาคมรู้แล้วล่ะว่าทำไมราล์ฟถึงได้บอกว่าแม่ของตนนั้นเก่งมาก ทั้งที่เขามั่นใจในฝีมือของตัวเองพอตัวแต่พอมาโดนแบบนี้แล้วกำลังใจมันหดหายไปมากเลย ยิ่งรู้ว่าไม่ได้เอาจริงก็ยิ่งรู้สึกว่าความแข็งแกร่งที่ตัวเองเฝ้าตามหามาตลอดนั้นคืออะไรกันแน่

        ตอนที่คิดจะใช้ทักษะโจมตีอย่างคลื่นดาบทะลุทะลวง เทพสงครามก็เข้ามาและกระแทกมือกลับทำให้ใช้ทักษะไม่ได้ จำได้ว่าราล์ฟเองก็เคยใช้การเคลื่อนไหวแบบนี้เหมือนกัน มันเป็นการต่อสู้ที่เน้นเทคนิคมากกว่าพลังโจมตี ไม่ว่าจะโจมตีแบบใดก็จะถูกขัดขวางเอาไว้ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องปะทะดาบให้เสียแรง เรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้โดยใช้อ่อนสยบแข็งอย่างแท้จริง

        "นี่เรียกว่าการสกัด เทคนิคเล็กๆ ที่ไม่ต้องใช้แรงมากมาย น่าแปลกที่ไม่เคยเห็นใครใช้เทคนิคนี้เลย"

        เขาเห็นเทพสงครามเดินผ่านคลื่นดาบที่ตนฟันออกไปและหลบได้อย่างง่ายดายราวกับการเดินเล่นยามเช้า จากนั้นก็เข้ามาตีมือจนดาบหลุด และเสือกแทงมือขึ้นห่างจากใบหน้าประมาณหนึ่งเซนติเมตร

        "ส่วนการหลบขอเพียงแค่อ่านวิถีดาบได้ก็ไม่ต้องเคลื่อนไหวให้เสียแรง ทั้งยังเข้าประชิดตัวได้ด้วย จังหวะที่เป็นหัวใจสำคัญของการหลบคือ หนึ่งก้าวหาความตาย"

        แม้จะคว้าชัยชนะมาแล้วแต่เทพสงครามก็ยังไม่ได้หยุดมือและบอกให้บุกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากเขาหยุดพักหายใจก็จะโดนเล่นงานอย่างหนัก อาคมชักเริ่มเข้าใจความรู้สึกของเจ้าหมีสัตว์เลี้ยงอสูรของเทพสงครามบ้างแล้ว ลองโดนจับฝึกสุดโหดจะไม่เก่งก็ให้มันรู้ไป ในที่สุดครึ่งชั่วโมงก็ผ่านไปอาคมไม่อาจโจมตีโดนแม้แต่ปลายผม เขาหายใจหอบจากการที่ต้องเคลื่อนไหวโดยไม่ได้พักหายใจ ตรงกันข้ามกลับเป็นอีกฝ่ายที่ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด ทำเหมือนกับว่าเป็นแค่การออกมาเดินเล่นเท่านั้น

        ทำให้อาคมเกิดความอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งในระดับใด จากที่สังเกตมาเธอไม่ได้ใช้ความสามารถของเกมเลยนอกจากการเคลื่อนไหวของทักษะยุทธ์ และยังดูจะออมมือในระดับที่มองไม่เห็นความแข็งแกร่งเลย

        "ถึงจะน่าเสียดายแต่ก็อดที่จะชมไม่ได้ว่าต่อสู้ได้ดีมาก ไม่ต้องนึกเสียใจไปหรอก เพราะว่ามันมีช่องว่างระหว่างคนธรรมดากับผู้ฝึกวิชายุทธ์ แต่ก็ใช่ว่าจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบนะ แม่เคยเห็นคนมีฝีมืออยู่จริงตั้งเยอะ อาจเรียกได้ว่าพรสวรรค์เลยล่ะ แล้วทีนี้หนูอาคมพอจะรู้ไหมว่าทำไมผู้ฝึกยุทธ์ถึงพัฒนาได้รวดเร็ว"

        "ประสบการณ์ใช่ไหมครับ" อาคมตอบ มั่นใจว่าแม้จะไม่ถูกแต่ก็ไม่ผิดซะทีเดียว

        "ถูกต้อง อันที่จริงก็ยังมีอีกเหตุผลรองรับอยู่ก็คือผู้ฝึกยุทธ์อย่างพวกแม่น่ะ มีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในด้านเทคนิคและพลัง เห็นการต่อสู้เมื่อกี้แล้วใช่ไหม นั่นน่ะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเทคนิคเท่านั้นต่อให้คนคนนั้นเลเวลแค่ 1 แต่ถ้ามีความเข้าใจด้านนี้ก็ท้าชนพวกเลเวลสูงๆ ได้สบาย การเตะหรือต่อยไม่ว่าใครก็ทำได้ แต่ผู้ฝึกยุทธ์จะทำความเข้าใจว่าเตะอย่างไร ต่อยอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด ใช่...ไม่ต่างจากหนูอาคมที่เล่นมายากลได้เลย"

        มาลองคิดดูแล้วผู้ฝึกยุทธ์ก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาเลย แค่พวกเขามีความเข้าใจเฉพาะด้านและทุ่มเทให้กับการต่อสู้เท่านั้น มันก็เหมือนกับตัวเขาที่มีงานอดิเรกเป็นนักมายากลจนมันกลายเป็นความเชี่ยวชาญส่วนตัว

        "งั้นเดี๋ยวแม่กลับมาสู้ด้วยหลังกินข้าวเสร็จแล้วนะ ถึงจะไม่รู้ว่าเอาไปสู้กับอะไรแต่ก็พยายามเข้าล่ะ"

        เทพสงครามกล่าวจบก็แบกร่างนกยักษ์และใช้วาปกลับไปที่เกาะส่วนตัวของราล์ฟ

        อาคมคล้ายว่าเขาจะได้รับมุมมองใหม่จากคำพูดของเทพสงครามแววตาของเขาก็พลันเด็ดเดี่ยวขึ้น เขาเคยคิดว่าเพราะความแข็งแกร่งตัวเองยังมีไม่พอก็เลยพยายามดันทุรังไขว่คว้าหาพลังอย่างบ้าคลั่ง แต่ในวันนี้เขาได้รู้แล้วว่าสิ่งที่ขาดไปก็คือความรู้ความเข้าใจในพลังของตัวเอง และต้องมีเทคนิคการใช้พลังให้ได้อย่างชำนาญมากขึ้น เท่านี้ก็ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมราล์ฟมันถึงเก่งขึ้นเรื่อยๆ แท้ที่จริงแล้วการฝึกพื้นฐานของหมอนั่นมีเพื่อหาเทคนิคใช้พลังให้เหมาะสมเท่านั้น

        ค่ายกลดาบนั่นไม่ใช่ของที่ใครเลียนแบบได้ ก็หมายความว่าราล์ฟเรียนรู้ความสามารถและขีดจำกัดของตัวเองเพื่อขัดเกลาเทคนิคพวกนั้นให้ร้ายกาจยิ่งขึ้น ทั้งพลังจิตสร้างรูปที่หลากหลายรูปแบบนั่น ทั้งความสามารถของเผ่าพันธุ์ เป็นการดึงศักยภาพของตัวเองในปัจจุบันออกมาให้ถึงขีดสุด มาฉุกคิดได้ตอนนี้ก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ ไม่เพียงแต่ไม่ขัดเกลาความสามารถโดดเด่นที่ตัวเองมี แต่กลับไขว่คว้าพลังใหม่มาเพื่อปฏิเสธความอ่อนแอตัวเอง รู้สึกได้เลยว่าตัวเขานั้นงี่เง่ามาก

        ข้อดีของอาคมคือมายากลเรื่องนี้เขารู้ดีเป็นที่สุด แต่เขาไม่เคยทำอะไรที่สมกับเป็นนักมายากลในการต่อสู้เลย พอคิดได้แบบนั้นความเครียดเกี่ยวกับการไขว่คว้าพลังของเขาก็พลันหายไปจนหมด ไม่มีความจำเป็นต้องไปเลียนแบบสไตล์ของหมอนั่น มันเป็นความถนัดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อาคมไม่ใช่คนที่แบ่งสมาธิไปควบคุมดาบหลายเล่มได้ หรือใช้พลังจิตสร้างรูปเหมือนราล์ฟได้ ในขณะเดียวกันราล์ฟมันก็ไม่อาจใช้มายากลร่วมไปกับการต่อสู้ของเขาได้เหมือนกัน

        เพียงแต่การที่สมองของอาคมหยุดคิดอะไรไร้สาระได้ มันก็ทำให้ประสาทสัมผัสของเขาเปิดรับทุกอย่างที่อยู่รอบตัว โดยไม่ต้องหันไปมองเขาได้ยินเสียงหยดน้ำที่ตกลงมาใส่ถ้วย นับถอยหลังในใจหยดน้ำก็ตกลงมาอีกครั้ง เพราะนั่งจ้องมันอยู่นานจนจับจังหวะการหยดของน้ำได้ เช่นนั้นอาคมก็พลันตาลุกวาว นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เทพสงครามเคยบอกใบ้เอาไว้ เจตนาของการนั่งมองหยดน้ำ

        มองไปตลอดชีวิต...

        มันไม่ใช่ให้เขามองหยดน้ำไปตลอดชีวิตจริงๆ แต่ความหมายของมันคือการที่ต้องมีสติรับรู้อยู่ตลอดเวลาต่างหาก อย่าปล่อยให้ความคิดที่ยุ่งเหยิงทำให้สติขาดหายไป และมีสติกับทุกการกระทำของตัวเอง

        กล่าวคือมันเป็นการฝึกเพื่อควบคุมสติของตัวเอง

        อาคมกลับมาที่หมู่บ้านเผ่าซิลเวอร์วูล์ฟ เห็นหมาป่าแต่ละตัวสะบัดหางให้เหมือนกับเจอเรื่องดีๆ บางอย่าง และก็ชัดเจนว่าที่กลางหมู่บ้านมีนกยักษ์ที่ถูกจัดการอยู่ถึงสามตัว ไม่แปลกใจเลยที่พวกมันกระตือรือร้นขนาดนี้ ซิลเวอร์วูล์ฟถึงจะล่าเนื้อเป็นอาหารทุกวันแต่ปริมาณมันก็น้อยมากจนต้องแบ่งกับตามลำดับความแข็งแกร่ง เห็นพวกมันยังไม่เคลื่อนไหวก็รู้สึกผิดปกติเอามากๆ ทั้งที่เวลานี้พวกมันควรจะกระโจนเข้าหาเนื้อและกัดกินอย่างหิวโหย พอลองถามดูก็ได้คำตอบว่า

        "ต้องรอจ่าฝูงกลับมา มนุษย์นั่นสั่งเอาไว้"

        มันพยายามฟ้องเรื่องทั้งหมดนี้ออกมา ก่อนหน้านี้มีตัวหนึ่งไม่ฟังคำสั่งถือวิสาสะเข้าไปกัดกินเนื้อโดยไม่บอกกล่าว ผลก็คือโดนจิตสังหารที่รุนแรงจนหมดสติไปเลย ซิลเวอร์วูล์ฟทุกตัวก็สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวนั่นพากันไม่กล้าเข้าใกล้ศพของนกยักษ์เลยแม้แต่ตัวเดียว

        คุณน้าน่ากลัวเกินไปแล้ว...

        หลังจากนั้นอาคมก็ไปงีบหลับเพราะรู้สึกเพลียจากการฝึกซ้อมทั้งคืน เขาที่ควรจะได้พักผ่อนกลับต้องสะดุ้งเมื่อซิลเวอร์วูล์ฟตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านในสภาพที่บาดเจ็บทั้งตัว มันส่งเสียงหอนที่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้น และวินาทีต่อมาซิลเวอร์วูล์ฟทั้งหมดก็มารวมตัวกัน รวมถึงอาคมที่ต้องรับผิดชอบในฐานะของจ่าฝูงด้วย

        "เกิดอะไรขึ้น"

        "มันบุกแล้ว...หลังจากที่เบลเซบับรู้ว่าเผ่ากระทิงภูเขาถูกใครบางคนเล่นงาน มันก็ส่งกำลังมาบุกในจุดที่เปราะบางทันทีโดยไม่ให้โอกาสได้ตั้งตัว ตอนนี้แนวทัพป้องกันด่านแรกถูกทำลายแล้ว ข้ารีบมาแจ้งเตือนเรื่องนี้"

        ได้ยินข่าวร้ายสีหน้าของซิลเวอร์วูล์ฟก็พลันซีดลง เบลเซบับจะไม่เคลื่อนไหวถ้ารู้ว่าตัวมันไม่มีโอกาสเอาชนะได้ สิ่งที่มันต้องการคือความสามารถของเผ่าพันธุ์ทั้งหมดเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง และนี่เป็นโอกาสดีที่มันจะได้ทักษะของกระทิงภูเขาที่ต้องการทำให้พลังป้องกันมันเพิ่มสูงขึ้น

        "แค่จัดการมันให้ได้อีกเป็นพอ แก๊งหมาหมู่เตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะรับมือกับไอ้แมลงวันบ้านั่นเอง ส่วนพวกแกก็จัดการกับพวกลูกน้องมันซะ"

 

        ด้วยทักษะจำแนกราล์ฟมองเห็นว่าสามารถแยกชิ้นส่วนของนกยักษ์ส่วนใดมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง ถ้าเลเวลของมันไม่สูงพอจะมองเห็นแค่รายละเอียดเพียงไม่กี่อย่าง นอกจากนี้ยังต้องพึ่งทักษะแล่เพื่อให้ได้วัตถุดิบเหล่านั้นออกมา มันเลยทำให้พวกกุ๊กกับพวกคนที่มีทักษะเหล่านี้มีค่ามากและต้องมีประจำกลุ่มอย่างน้อยหนึ่งคน ใช้เวลาเพียงไม่นานก็แบ่งวัตถุดิบออกมาและให้สโนว์กับมิรันด้านำไปเก็บ คิดว่าจะเอาไปประมูลขายสักหน่อย คนมีคนไม่น้อยสนใจซื้อวัตถุดิบพวกนี้ไปสร้างชุดเกราะไม่ก็เครื่องประดับ

        "พอจะได้เรื่องหรือเปล่าครับ"

        เป็นประโยคคำถามที่สื่อความโดยรู้กันเพียงแค่สองคน ราล์ฟทราบว่าเวลานี้อาคมได้เทพสงครามชี้แนะแนวทางใหม่ให้ถึงจะไม่รู้ว่าไปพบเจอกันได้อย่างไรก็ตามแต่ก็ไม่ได้คิดขัดขวาง หรืออิจฉาแม้แต่น้อย

        "แย่" คำตอบของเทพสงครามนั้นฟังแล้วน่าใจหายมาก หากเจ้าตัวได้มาเห็นการประเมินนี้คงไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรนัก แต่กับคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานานกว่าเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องเลวร้ายเพียงใด

        "มีความดื้อรั้น ไม่โอนอ่อน สไตล์การต่อสู้ก็แข็งทื่อเหมือนกระสอบทรายไร้ชีวิต แต่จุดเด่นคือความไม่ยอมแพ้นี่แหละที่น่าสนใจ ถึงวิธีที่ใช้จะผิดแปลกแล้วก็ดูบ้าคลั่งเอามากๆ แต่แม่ก็ไม่ได้รังเกียจเด็กแบบนี้หรอกนะ"

        นี่นับเป็นเรื่องน่ายินดีหากเทพสงครามออกตัวพูดแบบนี้ก็รับประกันได้เลยว่าอีกเพียงไม่นานความแข็งแกร่งที่แท้จริงของอาคมจะต้องปรากฏขึ้นมา ในเวลานั้นแม้แต่ตัวราล์ฟเองถ้าไม่ใช้วิชายุทธ์ที่ตนเองมีก็อาจจะพ่ายแพ้ได้ อย่างไรก็ตามวิชาหมัดสยบฟ้าก็ไม่ใช่วิชาที่ฝึกกันได้ในวันสองวัน เทพสงครามคงสอนแค่ให้ 'ใช้ได้' ส่วนจะ 'ใช้เป็น' หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ฝึกเอง

        "แล้วกิจการร้านอาหารของลูกเป็นยังไงบ้าง"

        พูดถึงร้านอาหาร เดอะ มารีนในเมืองเจิดจรัสที่สร้างเสร็จแล้ว ราล์ฟใช้เงินหมดไปกับการจ้างงาน NPC จำนวนหนึ่ง และเขียนสูตรอาหารเอาไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้มาตรฐานของร้านมันจึงเป็นที่นิยมกันอย่างมากสำหรับกุ๊กที่ไม่มีเวลาเปิดร้านอาหารใหญ่ เมื่อเลเวลถึงจะสามารถเรียนรู้วิธีการเขียนสูตรอาหารได้ขอเพียงใช้ระบบของร้านที่สร้างขึ้นบรรจุสูตรอาหารต่างๆ ที่มีไว้ พนักงานในร้านที่เป็นกุ๊กก็จะทำอาหารออกมาได้ตรงตามสูตร ด้วยเหตุนี้ราล์ฟจึงแทบจะไม่ต้องไปที่ร้านเลยนอกจากจะบรรจุสูตรอาหารใหม่ลงไป

        "เพราะพึ่งเปิดตัวได้ไม่นานเลยยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ยังดีที่ได้คนรู้จักช่วยออกแบบร้านที่ดึงดูดผู้คนก็เลยมีบ้างแต่ไม่ถึงกับไม่มีเลย แล้วยังโดนพวกเจ้าถิ่นพยายามกดดันเพราะไปแย่งกิจการของพวกนั้นซะก่อน แต่โดยรวมแล้วก็ไม่มีปัญหานะครับ"

        ปัญหาเหล่านั้นได้ถูกจัดการลงด้วยความร่วมมือกันภายใต้การเจรจา ทำให้ตั้งแต่นั้นแรงกดดันค่อนบรรเทาลงสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความคุ้มครองแลกกับสิทธิ์ในการลดราคาอาหารหากเป็นการซื้อเพื่อกิลด์อสูรทะเลทราย แม้พวกเขาจะมีกุ๊กที่รับทำหน้าที่ด้านเสบียงอยู่แล้ว แต่ราล์ฟใช้ข้อได้เปรียบของตัวเองในเรื่องของอาหารเพิ่มค่าสถานะที่หลากหลายกว่าเป็นเครื่องต่อรอง และเพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อก็ได้มีการระบุเงื่อนไขต่างๆ ลงไปด้วยอย่างละเอียดรอบคอบ พวกเขาจึงรู้ว่าการจะเล่นงานทั้งต่อหน้าและลับหลังไม่อาจเป็นไปได้ง่าย

        "แล้วก็นั่นเป็นสินค้าใหม่ที่จะบรรจุเข้าร้านหลังจากนี้ครับ นิมป์รบกวนด้วยนะ" เขาหันไปพูดกับกุ๊กสาวเผ่าอันเดธซึ่งนั่งจดจ้องอยู่ที่หน้าเตาอบอย่างร้อนรน

        มันเป็นเตาหินที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการอบและเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด ถึงราล์ฟจะนับเวลาในใจได้แต่กับนิมป์ที่ดูเป็นกังวลและอยากให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด เธอหยิบถาดเหล็กออกมาจากเตามีคุกกี้ที่อบได้ที่ส่งกลิ่นหอมน่ากิน ตรวจสอบคุณสมบัติเสริมแล้วมันก็ให้ผลดังคาดเอาไว้ ถ้านำออกขายสู่ตลาดคงจะมีคนแย่งซื้อกันอย่างมาก

        "ว้าว หนูนิมป์เป็นคนทำเองงั้นเหรอ"

        "ค่ะ แต่ตอนแรกให้ผลไม่ดีสักเท่าไหร่เลย" นิมป์ตอบขวยเขิน

        "ถึงจะกินได้แต่ดันติดพิษรุนแรงเพราะผลจากลมปราณพิษของเธอนั่นแหละ" ราล์ฟเสริม ตอนนั้นคนที่กินเข้าไปจริงๆ แล้วคือสุริยัน ก็เลยต้องรีบใช้ลมปราณเผาผลาญพิษออกไปและเข็ดไม่กล้ากินอาหารที่นิมป์ทำอีกเลย

        เพราะทำออกมาเพื่อให้กินเทพสงครามก็เลยจัดเต็ม เธอชื่นชอบของหวานมากที่สุดรองจากกับข้าวฝีมือลูกชาย นิมป์ยิ้มบางมองดูคุกกี้ที่ตนเป็นผู้อบถูกกินไปชิ้นแล้วชิ้นเล่า การที่มันไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วสำหรับผู้ใช้ปราณพิษอย่างเธอ

        "เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ เพราะเป็นวัตถุดิบชั้นสูงก็เลยให้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงติดมาด้วย ดูท่าภพอาจจะต้องเพิ่มเมนูนี้ลงไปในรายการอาหารของร้าน ถ้ามันไปได้สวยคงทำกำไรได้เยอะโดยเฉพาะกับพวกที่ชอบการฟาร์มไอเทมจากบอส อ๋อ แล้วก็ถ้าเผื่อว่าจะไปใช้บริการที่ร้านช่วงที่ภพไม่อยู่หรือใครไม่อยู่ที่บ้านล่ะก็เอานี่ไปแสดงด้วยนะครับ สิทธิพิเศษในฐานะเจ้าของร้านคือสามารถเพิ่มฟังก์ชั่นจำพวกบัตรกำนัลหรือบัตรสมนาคุณได้ อันนี้จะช่วยให้คิดราคาต่ำกว่าปกติแต่ก็จัดอยู่ราคาที่คุ้มราคาทุน"

        ราล์ฟตั้งใจอำนวยความสะดวกทุกอย่างในการเล่นเกมของคุณแม่ เพราะเห็นสภาพการใช้ชีวิตแล้วรู้สึกเป็นห่วงมากกว่าเดิมเสียอีก แต่ทั้งที่เขายื่นให้เทพสงครามกลับไม่ยอมรับ

        "ไม่เอาหรอก ธุรกิจของลูกแม่ไม่อยากได้รับสิทธิพิเศษส่วนตัวฝ่ายเดียว ยังไงธุรกิจก็ควรจะเน้นที่ผลประกอบการ การมอบสิทธิ์ให้กับครอบครัวอาจเป็นเรื่องปกติ แต่แม่รู้สึกไม่ชอบสักเท่าไหร่ ถ้าแม่จะไปใช้บริการก็อยากจ่ายมันด้วยเงินของแม่เอง เห็นแบบนี้แม่ก็หาเงินได้ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ ตอนนี้มีอยู่ราวๆ เจ็ดล้านเหรียญทองได้"

        "เยอะขนาดนั้น?"

        "ก็ไม่ค่อยได้ใช้นี่นา"

        ราล์ฟพอจะเข้าใจอยู่ ในโลกนี้บางทีเงินก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสักเท่าไหร่ ตราบใดก็ตามที่สามารถหาสิ่งที่ต้องการได้จากพวกมอนสเตอร์ สถานที่พักผ่อนสำหรับคุณแม่แล้วโรงแรมไม่มีความจำเป็นจะที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น

        "งั้นแม่ขอตัวก่อนนะ"

        "ครับ" ราล์ฟขานรับ รอจนเทพสงครามไม่อยู่แล้วก็หันไปพูดกับนิมป์ "เอาล่ะ ส่วนพวกเราได้เวลาไปรับตัวสมาชิกกิลด์เพิ่มแล้ว ถ้าไม่ยอมมาด้วยดีๆ คงต้องบีบบังคับ"

        "มีคนที่เล็งไว้แล้วเหรอคะ" นิมป์ถาม

        ราล์ฟเปลี่ยนกดเปลี่ยนอุปกรณ์สวมใส่เป็นชุดสำหรับออกรบของนักบวชขาว ขยับแว่นตาแล้วตอบว่า

        "แค่คนที่เคยร่วมงานกับอดีตศัตรูของฉัน ไม่เป็นไรหรอกถึงฝีมือพื้นฐานจะน่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่ฉันสนใจคือศักยภาพและความสามารถแฝงของพวกเขาต่างหาก"

 

        กลับมาถึงหมู่บ้านมันเงียบเหงากว่าก่อนที่จากไป ซิลเวอร์วูล์ฟที่อยู่ที่นี่มีเพียงแค่พวกตัวเล็กที่ต่อสู้ไม่ได้กับผู้ใหญ่ที่รับหน้าที่ดูแลและปกป้องหมู่บ้านเท่านั้น สังหรณ์ของเทพสงครามนั้นแม่นยำมากโดยที่ไม่ต้องถามหาว่ามันเกิดอะไรขึ้น สัมผัสที่เธอใช้อยู่ตลอดเวลารับรู้ความแข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบๆ ได้พบว่ามันไปกระจุกรวมกันอยู่ในสถานที่เดียว

        "น่าสนใจนี่นา เหมือนจะเป็นสงครามซะด้วยขอแวะไปดูสักหน่อยดีกว่า" กล่าวจบก็ทะยานตัวขึ้นฟ้าด้วยทักษะเหยียบนภา และพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง

        มาถึงแล้วก็เห็นว่ามันเป็นเหมือนการต่อสู้ของพวกสัตว์มากกว่า และการต่อสู้นี้ดำเนินมาได้พักใหญ่แล้ว เทพสงครามไล่สายตามองเพื่ออ่านสถานการณ์ลำดับก่อนหลังเพื่อเข้าใจรูปแบบสถานการณ์ที่มากขึ้น ความจริงเรื่องนี้ลูกชายเธอถนัดมากกว่าและเธอถึงจะลอกเลียนแบบมาได้ก็ทำได้แค่ผิวเผินเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อแยกแยะฝ่ายทั้งสองให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

        สถานการณ์นี้ฝ่ายที่แย่ที่สุดเห็นได้ชัดว่าเป็นฝ่ายของอาคม พวกมอนสเตอร์หลายตัวมีร่องรอยของบาดแผลที่ไม่ได้เกิดจากการต่อสู้ในครั้งนี้ หากแต่เป็นก่อนหน้านั้นมาก ยิ่งไปกว่านั้นต้องบอกว่าเป็นความผิดของเธอที่ปล่อยให้หมีเล่นสนุกเกินไปจนทำร้ายพวกกระทิงภูเขาจนได้รับบาดเจ็บ พวกมันถึงจะอึดและมีพลังป้องกันสูงแต่เมื่อบอบช้ำภายในการป้องกันจึงแย่ตามไปด้วย

        "กลับกันหนูอาคมการเคลื่อนไหวผิดไปจากก่อนหน้านี้ลิบลับเลย"

        มองดูอาคมกำลังต่อสู้กับฝูงมอนสเตอร์ การเคลื่อนไหวนั้นถ้าเป็นคนทั่วไปคงจะมองความแตกต่างไม่ค่อยออกนัก เพียงแต่ว่ามีการใช้กลลวงที่มีชั้นเชิงมากยิ่งขึ้น คมดาบที่ตวัดออกไปก็ไร้ซึ่งความลังเล มันเฉียบคมจนน่ากลัว เห็นดังนั้นก็อดหัวเราะและชื่นชมไม่ได้ สำหรับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ทั้งชีวิตไม่เคยได้สัมผัสกับวิชายุทธ์ของจริงแต่กลับพัฒนาจนมาถึงในระดับที่สามารถต่อกรกับผู้ใช้วิชายุทธ์ได้ด้วยตัวเองแบบนี้นับว่าการแนะนำของเธอไม่เสียเปล่าจริงๆ

        แต่สิ่งที่ดูน่ากังวลที่สุดคงจะเป็นกลุ่มมอนสเตอร์ที่ปล่อยรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงออกมากลุ่มใหญ่ เธอไม่เห็นพวกมันเคลื่อนไหวมาสักพักแล้ว จะมีก็เพียงการเคลื่อนไหวของสิ่งแปลกปลอมที่พยายามฝืนลบตัวตนไม่ให้ใครสัมผัสได้กระจายกันออกไปรอบๆ แต่ไม่ว่าจะลบตัวตนแค่ไหนขอเพียงแค่มีความผิดปกติของบรรยากาศเทพสงครามก็รู้ได้ว่ามันต้องมีอะไรเบื้องหลังแน่ๆ

        เวลานี้สิ่งที่เธอควรจะทำก็คือ...นั่งทานข้าวกล่อง

        มันไม่สมควรที่เธอจะต้องเข้าไปยุ่งวุ่นวาย เป็นเพียงการต่อสู้ของพวกเด็กๆ เท่านั้น ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็ปล่อยให้มันเป็นบทเรียนสำคัญ อาจจะฟังดูโหดร้ายแต่หากให้เธอเข้าไปยุ่งในศึกของพวกเด็กๆ มองยังไงก็เหมือนกับการรังแกกันฝ่ายเดียวซะมากกว่า และด้วยเหตุผลนั้นเธอพยายามเลี่ยงจะต่อสู้กับเพลเยอร์ด้วยกันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

        ในการต่อสู้สถานการณ์พลิกกลับอย่างรวดเร็วเมื่อปรากฏกลุ่มจู่โจมลึกลับโจมตีขนาบข้างทั้งสองฝั่งบีบให้เส้นทางรอดของศัตรูเหลืออยู่ไม่มากนัก แต่อาคมก็พยายามต้านทานศัตรูด้วยกำลังทั้งหมด เทพสงครามมองออกว่าอาคมยังไม่แกร่งพอที่จะต่อสู้อะไรแบบนี้ ยังมีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่ามากเกินไป

        "เคี๊ยกๆ ทักษะร่างศิลาคุณสมบัติของเผ่าพันธุ์กระทิงภูเขาเป็นของข้าแล้ว"

        สภาพของกระทิงภูเขาต่างเศร้าสลด อำนาจเพียงหนึ่งเดียวที่ปกป้องเผ่าพันธุ์ของมันถูกช่วงชิงไปเป็นที่เรียบร้อยด้วยฝีมือของแมลงวันตัวใหญ่ยักษ์ที่สวมมงกุฎ มันคือเบลเซบับที่แค่เห็นก็รู้สึกหมันไส้ตงิดๆ ทั้งที่ในเวลาต่อสู้มันจะเป็นพวกหดหัวอยู่ด้านหลังเรื่อยมา จนกระทั่งมันได้ไอเทมในตำนานมาก็เริ่มช่วงชิงทักษะไปเสริมให้กับตัวเองจนแข็งแกร่งขึ้น ตอนนี้ทั้งอำนาจเวทมนตร์ พลังปราณ พลังจิต อำนาจทางเผ่าพันธุ์ทั้งหลายต่างก็ตกอยู่ในกำมือของมันทั้งหมด

        เวลานี้มันได้พลังป้องกันที่แข็งแกร่งไปแล้วก็เลยกล้าที่จะออกมาเผชิญหน้าด้วยตัวมันเอง แต่เรื่องที่น่าเสียดายก็มีอย่างเดียวก็คือการที่อำนาจของไอเทมในตำนานนั้นไม่อาจช่วงชิงสิ่งที่ถูกปกป้องโดยพลังที่อยู่ในระดับเดียวกันได้ ไม่อย่างนั้นมันคงจะช่วงชิงทุกสิ่งทุกอย่างของมนุษย์ผู้นั้นมาจนหมดแล้ว

        อาคมได้เข้าปะทะกับเบลเซบับ แม้มันจะใช้กลวิธีขี้โกงอย่างการรุมโจมตี แต่อาคมก็รับมือด้วยตัวคนเดียวไหวเพียงแต่มีขีดจำกัด ก็เลยได้รับบาดเจ็บหลายแห่งจึงพยายามโคจรลมปราณเพื่อรักษาบาดแผลอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีสติมากขึ้นและใช้ดาบภูตมายาได้ดีกว่าเดิมสุดท้ายก็ยังสร้างบาดแผลให้เบลเซบับไม่ได้แม้แต่รอยข่วน

        แม้ว่าอาคมจะยังไม่คิดจะยอมแพ้ แต่ในเวลานี้มองยังไงก็พูดได้ว่าแพ้ไปแล้วนั่นเอง กับศัตรูจำนวนมากขนาดนี้หากไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองการฝืนดันทุรังสู้ต่อก็ไม่ต่างอะไรกับวิ่งเข้าหาความตาย ประเมินด้วยสายตาดูแล้วเทพสงครามกลับมองเห็นว่าแมลงวันนั่นถึงจะมีทักษะอยู่มากมายแต่ก็ไม่ได้ถึงกับจัดการไม่ได้ เธอกำลังคิดถึงผลดีผลเสียที่จะตามมาหากยื่นมือเข้าช่วยในครั้งนี้

        "ช่วยไม่ได้สินะ คงต้องช่วยสักครั้งหนึ่ง เกิดจิตตกขึ้นมาอีกมีหวังพากลับเส้นทางเดิมยากแน่"

        พอตัดสินใจได้เข้าไปร่วมการต่อสู้ทันที เพราะดูการต่อสู้มาพักใหญ่เลยรู้ว่าเผ่าพันธุ์ใดบ้างที่เป็นมิตรและศัตรู ด้วยตัวตนของเทพสงครามที่ปิดซ่อนกลิ่นอายความแข็งแกร่งของตัวเองไว้ มอนสเตอร์แต่ละเผ่าพันธุ์ที่เห็นการปรากฏตัวของเธอต่างพากันยิ้มเยาะกับความอ่อนแอนั่น

        "ข้าจัดการเอง แค่มนุษย์เพศเมียไม่ทำให้ข้าเหนื่อยหรอก"

        มันเดินเข้าไปหาเทพสงครามและปล่อยหมัดที่หวังจะสังหารในคราวเดียว หญิงงามเพียงแค่ใช้ฝ่ามือรับหมัดนั้นเอาไว้ ถ่ายน้ำหนักและพลังที่รับมาทั้งหมดนั่นลงพื้นดิน พื้นรอบตัวของเธอนั้นระเบิดออกแต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้ เพราะดาเมจที่ขึ้นมามันคือเลข '0'

        หมัดสยบฟ้า!

        เพียงแค่ชกออกไปตามตำแหน่งต่างๆ บนร่างกาย มันก็ทรุดฮวบลงไปนอนกองอยู่บนพื้น กล่าวคืออานุภาพของมันรุนแรงกว่าที่เคยใช้กับอาคมซะอีก

        "ทำลายจุดชีพจรไปแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงว่าจะฟื้นมาเกะกะ"

        เทพสงครามไม่ใช่คนที่ใจดีถึงขนาดไว้ชีวิตใครต่อใครง่ายๆ จะมีก็เพียงแค่พวกเพลเยอร์เท่านั้นที่เธอไม่ฆ่าแต่จะแค่สั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ แต่กับพวกมอนสเตอร์แล้วมันไม่ใช่ ถ้าเธอไม่คิดจะมาเล่นสนุกด้วยอย่าหวังว่าจะได้มีชีวิตรอดกลับไปแบบมีชีวิต

        "คุณน้า?"

        "ไงจ๊ะหนูอาคม ไม่คิดว่าจะเป็นพวกใจร้อนขนาดนี้ แค่พัฒนาขึ้นนิดเดียวก็ทำซ่าซะแล้ว"

        "ใช่ที่ไหนล่ะครับ ผมต้องปกป้องพวกมันต่างหาก คุณน้าควรจะรีบหนีไปซะตอนนี้ ไม่อย่างนั้นมันจะขโมยทักษะที่คุณน้ามีและเก่งขึ้นอีกมาก ส่วนผมไม่ต้องห่วงมีเกราะอสูรอยู่มันทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว"

        "หืม...ขโมยทักษะงั้นเหรอ" เทพสงครามทำท่าสงสัย ก่อนจะยิ้มละไมและกล่าวว่า "งั้นก็ไม่ต้องห่วงหรอก แม่ไม่มีทักษะอะไรแปลกๆ เลยสักนิดเดียว ถ้าจะมีก็คงจะเป็นคอมโบช็อตนี่แหละ"

        แน่นอนว่าเทพสงครามไม่เคยตระหนักถึงทักษะที่ตัวเองมีเลยแม้แต่น้อย เพียงทักษะติดตัวเพียงอย่างเดียวของเธอ ก็นับว่าเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับผู้ใฝ่หาความแข็งแกร่ง ทั้งทักษะการต่อสู้มือเปล่าที่อยู่ในระดับมาสเตอร์ มีโบนัสพลังโจมตีไม่น้อย หากสูญเสียไปไม่ว่าใครต่างก็ต้องเสียใจและเกิดความท้อแท้ได้เหมือนกัน

        "โอ้! มนุษย์นั่นมีทักษะต่อสู้ที่สุดยอดเสียด้วย เสร็จข้าล่ะ"

        ว่าแล้วก็เปิดการใช้งานการช่วงชิงทันที ร่างกายของเทพสงครามไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติอะไรนอกจากเสียงระบบที่บอกว่าเธอได้สูญเสียทักษะต่อสู้มือเปล่าทั้งหมดไปแล้ว

        "อ๊ะ! เหมือนแม่จะเสียทักษะต่อสู้มือเปล่า"

        "เคี๊ยกๆ เจ้ามนุษย์น่าโง่ที่เอาทักษะที่แสนจะพิเศษมาให้ข้า จะตอบแทนโดยให้ตายแบบไม่เจ็บปวดก็แล้วกัน จัดการซะพวกแก!" เบลเซบับออกคำสั่งกับลูกน้องใต้อาณัติที่มากฝีมือ มันคิดว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะฆ่ามนุษย์คนนั้นให้ตายอย่างรวดเร็ว

        และเพียงหมัดเดียวนั้นก็ชกเข้าใส่หน้าอกของเทพสงคราม ส่งผลให้เกิดคลื่นกระแทกทะลุผ่านแผ่นหลังของเธอไป ตอนนั้นอาคมคิดว่าเทพสงครามคงไม่มีโอกาสรอดจนเมื่อได้ยินเสียงของเธอดังขึ้น

        "เป็นหมัดสังหารที่ดีมากเลยนะ แต่ยังอ่อนเกินไปสำหรับแม่"

        เธอยังมีชีวิตอยู่และหยุดการโจมตีนั้นด้วยมือเปล่า เธอกระโจนออกไปและใช้ฝ่ามือทะลวงหน้าจับกดอัดกับพื้น ด้วยขนาดร่างที่เล็กกว่าหลายเท่านั้นทำให้พวกมอนสเตอร์พากันตกใจ ว่ากันตามขนาดตัวแล้วไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน แต่มันก็ปฏิเสธภาพที่เห็นไม่ได้

        "เป็นไปไม่ได้ ก็ข้าชิงทักษะต่อสู้ของมันมาแล้วยังไงล่ะ" เบลเซบับตื่นตระหนก มันไม่คิดว่าจะสามารถล้มลูกน้องของมันลงได้ทั้งที่สูญเสียทักษะต่อสู้มือเปล่าไป

        "ทักษะหายไปแล้วยังไง?" เธอถามขึ้น แต่ก็ไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรจากพวกมัน "สำหรับแม่ทักษะในเกมมันก็แค่หลักฐานยืนยันว่าเราจบหลักสูตรของระบบแล้ว คิดว่าแม่พอใจกับมันงั้นเหรอ ไม่มีทางหรอกน่า...จำไว้นะหนูอาคม ทักษะอาจจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ทักษะมันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต เพราะงั้นจับตาดูให้ดีนะหนูอาคม นี่เป็นวิชายุทธ์ใหม่ที่แม่ฝึกเล่นๆ แบบไม่จริงจัง..."

        "ประกายอสนี..." เทพสงครามทะยานซ้ายขวาเข้าไปต่อยซ้ายขวาพวกลูกน้องใต้อาณัติของเบลเซบับทุกตัวที่อยู่รอบๆ ด้วยวิชาหมัดสยบฟ้าที่ทำลายเส้นชีพจรทั้งหลายทำให้ศัตรูหมดสภาพที่จะต่อสู้ จากนั้นก็ทะยานขึ้นไปด้วยเหยียบนภาเหนือร่างของเจ้าแมลงวันน่ารำคาญนั่นจากนั้นก็พุ่งตัวกลับลงมา "...เทพยดาพิโรธ"

        เปรี้ยง!!!

        99,999 Critical

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #13544 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 12:45
    กรี้ด... หญิงแกร่งแรงเกินล้านมากค่าาาา ชูป้ายไฟเชียร์คุณแม่ อิ อิ
    #13544
    0
  2. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 18:27
    นึกถึงในอนาคตเวลาที่ ราล์ฟ อาคม และพรรคพวก... เก่งแบบนี้
    #13531
    0
  3. #13525 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 21:43
    ขุ่นแม่!!!!!!
    #13525
    0
  4. #13500 YT CH (@onevay) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 08:34
    เหยียบเวหานี่...เดินชมจันทร์ใช่มั้ย
    #13500
    0
  5. #13499 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 21:42
    ไรย์เตอร์ครับ ผมว่าท่านแม่ออกเยอะไป เอาจริงๆ ผมว่าเก็บท่านแม่ไว้ภาคของท่านดีกว่าครับ เด๋วไม่มีอะไรให้ท่านแม่เล่นในภาคหลังของท่านแม่นะเออ อีกอย่างนึก ตัวตนของท่านแม่ ถ้าคิดง่ายผมว่า จะคร้ายๆ กิลดาส ของแฟรรี่เทว นะ ไม่ต้องออกบ่อย ออกมาตอนสำคัญๆ อะไรแบบนั้น และอาจมีแค่ข่าวๆดังๆอลังๆ ของ She ให้ได้ยินหรือได้รับชอบ แบบดังอลังอะไรแบบนั้น ผมว่ามันน่าจะตบมุก พระเอกได้มาก ผมกลัวจริงๆ ว่าตัวเอง เราจะเหมือน กับหัวส้มของการ์ตูนเรื่องนึงที่เพิ่งตัดจบไป ทั้งๆที่พอจะมีสาสึเกะ เอ้ย อาคมมาช่วยดึงบทตัวเอกกลับมาได้บ้าง แต่ผมบอกเลย หลังๆ เรื่องนี้ ตัวเอก แทบจะเป็นเทพสงคราม และมีแนวโนมว่า คนจะชอบขุน แม่ ถึงกับ มีตังกลุ่ม FC ขุ่นแม่ กับเพียบ ผมนิไปอ่านอีกเรื่องที่เป็นขุ่น แม่เดินเรื่องอยู่หลับรอบและ เหอะๆ FC ขุ่นแม่
    #13499
    0
  6. #13495 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 22:15
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13495
    0
  7. #13494 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 12:00
    โจมตีทะลุเกราะ ทักษะป้องกันหอกหักอะไรก็เจ็บจนจุกนาจาาาา
    #13494
    0
  8. #13493 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 11:29
    ขุ่นแม่บอก"เล่นเบาๆเหมือนเป่ากบ"...
    (ในความเป็นจริง)
    ฝ่ายโปรแกรมเมอร์ : ว้ากกกก!อย่า!ได้โปรด!โอ้ว!
    ม่าย!!! วันหยุดของช้านนนน!!!
    คุณพระคุณเจ้าช่วยด้วย!!!
    //ถึงกับร้องขอชีวิต!!!
    555+
    #13493
    0
  9. #13492 Tawin Chatsomsanga (@kading45) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 10:28
    ขุ่นแม้้้้
    #13492
    0
  10. #13491 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 08:56
    แค่โบนัสหายสินะคุณแม่
    #13491
    0
  11. #13490 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 08:37
    ท่านแม่!! เก่งเทพเกินไปแล้วค่ะะะะ;-;
    /ลูกกิลด์คนต่อไปที่ราล์ฟหมายตาไว้จะเป็นใครคะเนี่ย อยากรู้เร็วๆจังค่า
    #13490
    0
  12. #13489 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 02:04
    ไรเตอร์ครับ ผมติดตามคุณมานานมาก หนังสือที่บ้าน ซื้อ ทุกเล่มที่ออกมา แต่ผมติดใจในเนื้อเรื่องอยู่นิดนึง เรื่องของผู้ฝึกยุทธ ในเรื่อง มีพวก สมาคมยอดยุทธอะไรแบบนี้ไมครับ หรือ มีแนวที่ว่า พวก ฝึกยุทธ จะเข้ามาเล่นเกมส์นี้มากขึ้น แบบขึ้นจากดิน ลงจากเขา มาซื้อเครื่องเกมส์ไปเล่น ให้ลูกศิษย์ อะไรแบบนี้ เรื่องเดินมาพอสมควร ทำไม เกมส์ที่เล่นต่อสู้ กับ แบบอลังขนาดนี้ กลับไม่ค่อยได้รับความสนใจจาก พวกโลกใต้ดิน หรือพวกฝึกยุทธ์ ตามหลัง แล้ว พวก นี้น่าจะเข้ามาเล่น และเป็นผู้เล่น ระดับสูงๆ ทั้งนั้น นิ เห็น ไรเตอร์ เริ่มปูพื้น ตัวละคร ให้มีพืนฐาน การสู้ กับ พวก ยอดยุทธ โดยผ่านตัวเทพสงคราม อันนี้ ถ้าผมจะมโนนี้ ไรเตอร์เตียมใส่พวกนี้ลงไปหรือเปล่าครับ
    #13489
    3
    • #13489-2 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 358)
      9 พฤศจิกายน 2559 / 09:22
      ตามพล็อตเดิมมีครับ แต่ไม่ถึงกับเว้อวังอลังการงานสร้าง

      แต่ดูเหมือนมันจะไม่ทันแล้วล่ะ
      #13489-2
    • #13489-3 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 358)
      10 พฤศจิกายน 2559 / 21:37
      มันออกทะเล ไปถึงดาวอังคารแล้วสินะ
      #13489-3
  13. #13488 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 20:08
    เรียบง่าย = ได้ผล

    ^^
    #13488
    0
  14. #13487 D4rkflame (@D4rkflame) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 15:48
    เป็นแบบนี้นิเอง ก็งงอยู่ตั้งนาน
    #13487
    0
  15. #13486 Maizas Dragonil (@goldcremer) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 19:06
    สนุกครับ
    #13486
    0
  16. #13484 PrasitPP (@prasitpp001) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 11:49
    ท่านแม่ยังลึกล้ำถึงเพียงนี้ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าหากเจ้าสำนักอย่างท่านตาเกิดอยากเล่นเกมขึ้นมาบ้างจะเป็นยังไง
    #13484
    1
    • #13484-1 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 358)
      8 พฤศจิกายน 2559 / 04:37
      แค่นี้เกมก็ป่วนแล้ว แต่ไม่แน่อาจจะเป็น npcพิเศษอยู่ก็ได้นะ55555
      #13484-1
  17. #13483 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 00:24
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13483
    0
  18. #13482 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 23:36
    ล้ำลึก
    #13482
    0
  19. #13481 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 23:25
    คุณแม่กับลูกเข---แค่กๆ คาแรกเตอร์คุณแม่แอบน่ากลัวเหมือนกันนะคะเนี่ย;-;
    #13481
    0
  20. #13480 Daojai Wilaiphol (@nodame123) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 23:10
    ฟินได้อีก
    #13480
    0
  21. #13479 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 22:38
    คุณแม่โคตรเก่ง ถ้าคุณแม่เอาจริงนี้ น่าจะเละ 555+
    #13479
    0
  22. #13478 Pst Moss (@mortnort) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 22:18
    สนุกมากครับ
    #13478
    0