ตอนที่ 357 : บทที่ 11 ตัดสินใจ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    28 ต.ค. 59

บทที่ 11 ตัดสินใจ (100%)

 

        อาณาจักรจักรกลถูกป้องกันโดยบาเรียที่ล้อมรอบเกาะโดยมีระยะห่างจากตัวเกาะ 1 ไมล์ทะเล มันมีเพื่อป้องกันไม่ให้มีหุ่นยนต์ตัวใดก้าวออกจากเขตแดนนี้ หากมีสิ่งแปลกปลอมเล็ดลอดผ่านเข้ามา และยืนยันได้ว่าเป็นภัยคุกคาม การโจมตีจะเริ่มขึ้นทันทีโดยหุ่นยนต์รูปทรงคล้ายมนุษย์ อาวุธปืนที่พวกมันใช้เป็นลำแสงอนุภาคร้ายแรงหากโดนเข้าไปทีเดียวมีหวังได้จบชีวิตลงแน่

        พวกเดฟอนรอดจากเหตุการณ์เรืออับปาง แต่คนที่เดือนร้อนที่สุดก็คือเจ้าของเรือ เด็กตกปลา ที่พึ่งถอยเรือลำใหม่มาได้ไม่นาน เมื่อขึ้นมาถึงบนฝั่งก็ต้องหนีการตามล่าของหุ่นยนต์สำรวจที่บินตระเวนรอบเกาะ แม้เจ้าตัวนี้จะไม่ได้ติดตั้งอาวุธสำหรับโจมตี แต่มันเชื่อมต่อสัญญาณกับหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยและพร้อมจะเรียกมาทุกเมื่อ

        ตอนนี้ให้ฮันเนียบัลออกไปดูลาดเลาข้างนอก ส่วนทั้งสองคนก็ก่อกองไฟเล็กๆ ย่างปลาที่จับได้ ครู่ใหญ่หลังจากที่หายไป ฮันเนียบัลกลับมาที่จุดซ่อนตัวและโยนซากหุ่นยนต์สำรวจให้ราวกับรู้ว่านี่คือสิ่งที่ต้องทำ แม้จะไม่ได้ถามแต่ท่าทางของเดฟอนกำลังสงสัยว่าจัดการมันได้อย่างไร แต่นินจาหนุ่มไม่ตอบแย่งชิงปลาที่ย่างเสร็จแล้วไปนั่งกินเงียบๆ อยู่คนเดียว เดฟอนที่ได้ของใหม่มาก็เริ่มหาวิธีแกะซากของมันออกมาวิเคราะห์

        วงจรของมันมีส่วนคล้ายกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในโลกจริง ไม่ได้ดูหวือหวาหรือมีแสงบาดตาเหมือนในหนัง เพียงแต่ว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ ถ้าบอกว่าการออกแบบตัวละครพวกนี้มาเป็นเพียงแค่จินตนาการ ก็ไม่น่าจะทำได้ละเอียดถึงแผงวงจรพวกนี้ ซึ่งนั่นทำให้เดฟอนรู้สึกได้ถึงความไร้ความสามารถของตัวเอง เขาไม่อาจรู้ความลับของมันได้นอกจากเดาสุ่ม

        "จะว่าไปมันไม่มีปีกแล้วไหงถึงลอยได้" เด็กตกปลาสงสัย

        "ใต้ตัวถังเหมือนจะเป็นอุปกรณ์สำหรับปล่อยคลื่นต้านแรงโน้มถ่วงค้ำจุนถาวรขนาดเล็ก ด้วยขนาดของมันคงบินสูงได้อย่างมากก็ 3-4 เมตร"

        "โห สำหรับพวกเราแล้วมันคงใช้ประโยชน์ได้มากกว่าการทำให้เจ้านี่บินได้ล่ะนะ"

        "ถ้านี่เป็นในหนังนะ มันมักจะโหมโรงด้วยพวกระดับอ่อนๆ ก่อน ลองเดินลึกเข้าไปสิได้เจอกับตัวโหดๆ ชนิดที่เชือดพวกเราได้ในทันที บอกไว้ก่อนนะว่ากว่าจะมาถึงที่นี่ได้ลำบากมาก ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องเอาเผ่าจักรกลมาให้ได้"

        "ยึดติดกับเผ่าพันธุ์น่าดูเลยนะ ทั้งที่มันเป็นแค่ทางเลือกในการพัฒนาแท้ๆ" เด็กตกปลาที่ไม่ถูกความคิดเรื่องเผ่าพันธุ์บังตาพูดเชิงจิกกัด ก่อนหน้านี้ก็เคยต้องสู้กับคนที่มาหาเรื่องเพียงเพราะไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา และโดนหาว่าจะมาชิงไอเทมเปลี่ยนเผ่าซะอีก

        แต่พักหลังมานี้จะเป็นการเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ตามกระแสซะมากกว่า ดังนั้นก็เลยมีตัวแทนของแต่ละเผ่ามาแสดงฝีมือสร้างชื่อเสียงกันเยอะๆ เทียบกับค่าเฉลี่ยที่เปลี่ยนเพื่อความแข็งแกร่งของตัวเองแล้ว การเปลี่ยนตามกระแสมีเยอะกว่า แต่ที่เห็นชัดเจนที่สุดในหมู่เผ่าบีสต์ หมาป่ากับแมวได้รับความนิยมสูงสุด

        เสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการวิเคราะห์ แต่มันก็มาจบลงที่เรื่องของพลังงานที่หุ่นยนต์สำรวจใช้ ในส่วนนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวได้ ลักษณะของมันเปลี่ยนไปจากที่เห็นในซากปรักหักพัง น่าจะเป็นการพัฒนาให้ดูเรียบง่ายขึ้น เหมาะกับการติดตั้งกับหุ่นขนาดเล็ก ฮันเนียบัลกับเด็กตกปลาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก มันเป็นการเรียนรู้ที่ดีสำหรับผู้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับพวกมันที่มีจำนวนมาก กล่าวคือเดฟอนจะเป็นคนหาจุดอ่อนของพวกมันให้ ซึ่งก็จะช่วยในการต่อสู้

        "รู้ใช่ไหมว่าการเคลียร์เควสต์เพื่อรับเผ่าพันธุ์มันยากมาก" เด็กตกปลาถามทั้งที่เรื่องนี้มั่นใจว่าเดฟอนคงรู้อยู่แก่ใจ ทั้งการหาเบาะแสมาจนถึงที่นี่ได้ หากดิ้นรนด้วยตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลากี่เดือนหรือกี่ปีเพื่อมาให้ถึงยังสถานที่แห่งนี้

        "ฉันคงไม่คิดว่ามันง่ายเหมือนกับไล่ตีสไลม์เป็นแสนตัวหรอก"

        พอออกจากที่ซ่อนตัวทุกคนก็มุ่งหน้าไปทิศทางเดียวกัน ฮันเนียบัลไปสำรวจเส้นทางเอาไว้ก่อนแล้วจึงขยับใกล้พื้นที่เป้าหมายมากขึ้น เวลานั้นพวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังไล่หลังตามมา แต่ก็ไม่ได้ถึงกับหวีดร้องโวยวาย แค่มีสติและเดินให้เงียบที่สุด เดฟอนอดอิจฉาพวกคนเก่งๆ ไม่ได้ที่ดันชำนาญเรื่องการเคลื่อนไหวมากกว่า ตอนนี้เขาเลยต้องสวมบทเป็นลิงเกาะอยู่บนต้นไม้แทน

        เป็นหุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์ที่มีรูปร่างผอมเพรียวและเหมือนกัน จะมีจุดแตกต่างก็ตรงที่สีของสิ่งที่ติดอยู่บนหน้าอกคล้ายว่าจะเป็นยศประดับ พวกมันมีกันสี่ตัว หนึ่งตัวคุมหลัง ในขณะที่อีกสามตัวยืนห่างกันไม่มาก มือที่ปรับรูปให้กลายเป็นปากกระบอกปืนกวาดไปทั่ว ได้ยินที่มันสื่อสารว่า 'พบความผิดปกติ' ก็เล่นเอาเดฟอนถึงกับหน้าซีด ไม่คิดว่าเจ้าหุ่นพวกนี้จะฉลาดมาก

        และเมื่อมันเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเดฟอนที่ทำตัวเป็นลิงอยู่ เวลานั้นมันรวดเร็วมาก ฮันเนียบัลโปรยผ้าออกไปขัดขวางการมองเห็นของพวกมัน จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปขี่คอของเจ้าตัวที่อยู่ด้านหลัง จ้วงมีดแทงเข้าไปในร่างมันหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าทำลายโดนแหล่งพลังงานจนมันแน่นิ่ง และอีกสามตัวโดน เบ็ดคลื่นความถี่ตัดออกเป็นหลายๆ ชิ้น

        "ถ้าพวกนายแข็งแกร่งขนาดนี้ก็น่าจะบอกกันก่อน ดูสิเนี่ยฉี่แทบเล็ด"

        "ไม่มีระบบขับถ่าย" ตอบกลับด้วยเสียงเงียบงันของนินจาหนุ่ม

        "เปลี่ยนกางเกงในป่าได้นะ ไม่มีใครแอบดูหรอก" และการตบมุกของเด็กตกปลา

        พวกเขาเผชิญหน้ากับหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยและหุ่นสำรวจสองครั้งแต่ก็หนีรอดมาได้ เดฟอนพยายามงัดแงะตัวหุ่นเพื่อเอาก้อนพลังงานออกมาเก็บไว้กับตัว คิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง นอกจากนี้ก็ยังตรวจสอบความสามารถของหุ่นยนต์พวกนี้ด้วย เลยรู้ว่าพวกมันจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันโดยใช้ลิ้งค์บนนิ้วมือ ต่างจากหุ่นสำรวจที่จะส่งสัญญาณไปที่หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย เป็นการส่งข้อมูลทางเดียวก็เลยไม่ต้องกลัวว่าหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยจะส่งข้อมูลย้อนเส้นทางเพื่อตรวจสอบ

        ใช้เวลานานมากเพื่อเดินทางไปใกล้เกาะ ต้องระวังทุกฝีก้าวกลัวว่าพวกหุ่นยนต์จะพบเจอ หลังจากนั้นก็จะเป็นการต่อสู้ที่ไม่สิ้นสุด เป็นโชคดีที่ฮันเนียบัลแกะรอยได้และรู้ว่าที่ตรงไหนปลอดภัยก็เลยเข้าใกล้เป้าหมายไปทุกที

        "ถ้าหุ่นยนต์มันตรวจจับความร้อนได้ พวกเราตายแน่"

        อยู่ๆ เด็กตกปลาก็สร้างประเด็นที่ไม่น่าฟัง เดฟอนหน้าซีดและพร่ำเตือนกับตัวเองว่าอย่าไปสนใจเรื่องนั้น ไม่ใช่ว่าเดฟอนไม่รู้ว่าพวกมันมี แต่ภาวนาว่าอย่าให้มีจะดีกว่า

        เห็นฮันเนียบัลฟันต้นไม้และนำมากองรวมกันก็เริ่มสงสัย และยังไม่ทันได้ถามอะไร ชายหนุ่มก็ราดน้ำมันและจุดไฟเผาทันที เด็กตกปลาหัวเราะไม่คิดว่าจะมีคนทำอะไรบ้าบิ่นแบบนี้ด้วย

        "ไอ้เจ้าบ้า แบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเรียกพวกมันมาเลยนะ"

        "มันไวกว่า และนี่ก็พิสูจน์ด้วยว่าพวกมันจับความร้อนได้ไหม"

        "เรื่องนี้ฉันค่อนข้างเห็นด้วยนะ เพราะมันเป็นเควสต์ไม่ระบุเงื่อนไขการรับ วิธีที่ดีที่สุดก็คือการทำอะไรบ้าๆ"

        ความเห็นต่างของเด็กตกปลา ในฐานะของคนที่เล่นเกมมานานและเจอกับเควสต์ต่างๆ มากมาย ยอมรู้ดีว่าโอกาสที่จะได้รับเควสต์ส่วนมากมาจากการทำอะไรบ้าๆ ที่คนอื่นเขาไม่คิดกัน อย่างอาชีพที่เขาได้มาก็มาจากการไปนั่งตกปลาข้างๆ ชาวประมง เป็นอาชีพลับที่ดูไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่ถึงจะอย่างนั้นเขาก็เล่นเกมโดยตั้งใจจะมานั่งตกปลาเล่นอยู่แต่แรกแล้ว

        และแทบจะในทันทีเสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งตรงมาทางนี้ เดฟอนรีบจ้ำอ้าวตามสองคนที่ทิ้งระยะห่างไปตั้งไกล ถึงจะรู้อยู่แต่แรกว่าสองคนนั้นเป็นระดับที่ข้ามขอบเขตยอดฝีมือไปแล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะทิ้งห่างเพลเยอร์ทั่วไปได้ขนาดนี้ บางทีพวกเขาคงจัดการกับบอสคลาสสูงๆ ด้วยตัวคนเดียวได้ไม่ยากเย็น

        คนนำทางหักเลี้ยวหลบกะทันหันทำให้คนที่วิ่งตามมาเกิดความสงสัย เพราะอยู่ๆ ฮันเนียบัลก็พุ่งเข้าไปในป่าที่เดินทางได้ลำบาก เดฟอนไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องวิ่งตามไป ตอนนี้ระยะห่างเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะอยากจะตะโกนแค่ไหน แต่ไอ้เจ้าตัวที่ไล่ตามหลังมาคงไม่หยุดให้เขามีเวลาพักหายใจแน่

        พวกมันเริ่มยิงปืนลำแสงใส่ มันแตกต่างจากปืนกระสุนที่ยิงเข้าเป้าแล้วจบ แต่ปืนลำแสงนี้มีอำนาจในการทะลวงที่ร้ายกาจ เดฟอนกดหัวลงต่ำ วิ่งโวยวายเหมือนคนบ้า วิทยาการของพวกหุ่นยนต์นี้ค่อนข้างน่ากลัว ฮันเนียบัลซัดมีดออกไปมันก็ถูกลำแสงหลอมละลายในพริบตา เป็นเรื่องดีที่อำนาจของมันจบลงที่การระเบิดและมันช่วยไม่ให้ท้องของเดฟอนเป็นรูโหว่

        "อย่ามัวยืดยาด" เขาพูดด้วยท่าทางรำคาญ

        "ฉันไม่ได้มีความสามารถเหมือนพวกนายหรอกนะ"

        "อยากตายหรือไง?"

        "ใครเล่าจะอยาก" เดฟอนเปลี่ยนไปสวมรองเท้าติดสปริง มันช่วยเขาได้อย่างมากในการเคลื่อนที่แบบนี้ ถึงจะดูแล้วพิลึกตา แต่ถ้ามันช่วยให้รอดได้เขายอมหน้าด้านไปก่อน

        เด็กตกปลาสะบัดคันเบ็ด ใช้เอ็นตกปลาเสริมจิตตัดต้นไม้ขวางเอาไว้ จากนั้นก็เหวี่ยงทุ่นไปกระแทกหน้าของหุ่นยนต์ให้หงายเรียงตัว ม้วนสายกลับมาเสร็จก็วิ่งไล่ตาม พอจะขัดขวางพวกมันได้สัก 2-3 นาที

        ฮันเนียบัลรับรู้ได้ว่ามีการเคลื่อนไหวไล่ตามมาไม่ลดละ พวกมันเป็นหุ่นยนต์สำรวจ มีทั้งสิ้นสิบตัวบินไล่หลังมาติดๆ เขาเบรกตัวโก่งหันกลับไปและประสานมือ ใช้วิชานินจาแยกร่างออกไปถึงสิบร่างแทงพวกมันด้วยมีดคุไน รู้จุดอ่อนดีอยู่แล้วจึงไม่ได้เปลืองแรงมากนัก

        "แยกร่างงั้นเหรอ ทำได้สูงสุดเท่าไหร่" เด็กตกปลาถาม

        "มากเกินพอจะใช้เป็นกองทัพ"

        "แบบนี้ชักไม่อยากเป็นศัตรูด้วยซะแล้วสิ" เขายิ้มฝืน นึกภาพตัวเองต้องสู้กับคนแบบนี้ต่อให้สามารถเอาชนะได้ก็บาดเจ็บหนักกันทั้งสองฝ่าย แต่ตัวเขาเองก็อาจจะต้องตายไปหลายครั้งเหมือนกัน

        หากพูดถึงอาชีพทุกคนคงได้แต่คาดหวังเป็นอาชีพที่พิเศษ มีทักษะโจมตีที่ร้ายกาจ อาจจะเป็นอาชีพลับที่เหนือกว่าทุกอาชีพ ถ้าพูดแบบนี้เด็กตกปลาพร้อมจะยืดอกและประกาศให้ทุกคนรู้เช่นกันว่า ตัวเขานั้นก็ได้อาชีพลับมา เป็นอาชีพ ชาวประมง ที่แทบจะไม่มีบทบาทอะไรในการต่อสู้ ทว่าเมื่อใดก็ตามที่เพลเยอร์เหล่านั้นเข้าใจถึงอาชีพของตนเอง ก็สามารถมีความแข็งแกร่งที่ยิ่งกว่าใครได้

        อย่างฮันเนียบัล หากมีใครมองเขาเป็นแค่อาชีพนินจาที่ไม่มีทักษะสำหรับโจมตีเลย รับรองเลยว่าไม่ตายดีกันสักคน เขาคนนี้เข้าใจถึงลักษณะเด่นของทักษะและเงื่อนไขในการแสดงศักยภาพของทักษะออกมาได้ ใครบ้างจะรู้ว่าอาชีพนินจานั้นจำเป็นต้องพึ่งทักษะความแข็งแกร่งของร่างกายทั้งหมด --- ไม่มีหรอก

        "ซ้ายหรือขวา?" ฮันเนียบัลถามขณะที่วิ่งหนีตีคู่ไปกับเด็กตกปลา เห็นสายตาที่มองไปตามจุดต่างๆ แปลว่าตัวเด็กตกปลาก็น่าจะรู้ถึงมันแล้ว

        "ทางซ้ายก็แล้วกัน ฉันถนัดขวาน่ะ" พูดจบก็ทะยานตัวไปทางขวาแต่ใช้ต้นไม้เปลี่ยนทิศทางเพื่อพุ่งไปทางซ้าย เช่นเดียวกับฮันเนียบัลที่พุ่งสวนทางไป

        ทั้งคู่ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจในการจัดการหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย เพราะเป็นการสังหารแบบฉับพลันพวกมันก็เลยไม่ทันตั้งตัว อย่างไรก็ตามเดฟอนได้บอกเอาไว้ก่อนแล้วว่าความแข็งแกร่งของหุ่นยนต์ขึ้นอยู่กับสเปกของตัวถัง หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยนี้อาจจะร้ายกาจแต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งมาก ทั้งหมดก็เพื่อประหยัดพลังงานที่ใช้ พูดง่ายๆ ก็คือยิ่งหุ่นยนต์มีสเปกสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแข็งแกร่งและใช้พลังงานมากขึ้นเท่านั้น

        "ยิ่งถ่วงเวลาพวกมันยิ่งมีมากขึ้น" ฮันเนียบัลเริ่มมองเห็นถึงปัญหาแล้ว

        "เข้าใจหรือยังล่ะไอ้เจ้าบ้า ทำอะไรไม่คิด ทีนี้ล่ะซวยแน่" เดฟอนก่นด่าสาปแช่งในใจ ถ้าฮันเนียบัลไม่ทำอะไรแบบนั้นก็คงไม่ต้องมาเจอสถานการณ์วุ่นวายแบบนี้

        "แยกย้ายกันหนีดีไหม" เด็กตกปลาเสนอ

        "พูดแบบนี้ไม่ขอให้ฉันยืนเฉยๆ เลยล่ะ" เดฟอนแดกดัน

        เวลานั้นพวกหุ่นยนต์เริ่มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทั้งสามคนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมสู้ และในตอนนั้นเองที่ฮันเนียบัลชักมีดออกมาตั้งใจจะจู่โจม แต่ก็หยุดเอาไว้ได้ทัน ที่ปรากฏอยู่ตอนนี้เป็นทางลับ มือหุ่นยนต์ขึ้นสนิมดึงพวกเขาลงไปและปิดกลับเหมือนเคย ได้ยินเสียงเดินของหุ่นยนต์ที่อยู่ด้านบน รออยู่เกือบห้านาทีก็เงียบไปในที่สุด

        เดฟอนเป่าปากโล่งอกที่รอดตายมาได้ แต่สถานการณ์แบบนั้นเด็กตกปลายังหัวเราะเหมือนได้เจอเรื่องตื่นเต้น ฮันเนียบัลส่งสายตาคมกริบมองไปยังร่างที่ซ่อนอยู่ในเงามืด หุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ที่เหมือนกับมนุษย์จริงๆ ตัวถังทั้งหมดขึ้นสนิม ขยับร่างกายแต่ละครั้งจะได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดอยู่ตลอด

        "ระวังตัวไว้" เขาเตือน

        "ที่จริงก็อยากระวังล่ะนะ แต่ประสบการณ์ของฉันบอกว่าพวกเราเจอกับเหตุการณ์พิเศษแล้วล่ะ" พูดแล้วก็มองไปที่เดฟอน ซึ่งกำลังอ้าปากพะงาบๆ "ยินดีด้วย ดูเหมือนพวกเรามาเจอเควสต์เปลี่ยนเผ่าพันธุ์ที่นายต้องการ"

        "ไชโย" เดฟอนร้องออกมาด้วยเสียงเบามาก สีหน้าบ่งบอกว่าดีใจอย่างถึงที่สุด

        "เอาล่ะ ได้เวลาที่นายควรพูดประโยคสำคัญแล้ว" เด็กตกปลาผายมือไปยังหุ่นยนต์ เด็กตกปลาพอใจกับเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่แต่แรกแล้วก็เลยไม่ค่อยรู้สึกอยากได้เผ่าพันธุ์อื่นสักเท่าไหร่

        มองไปทางฮันเนียบัลอีกฝ่ายก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา สุดท้ายเดฟอนก็กระแอมไอครั้งหนึ่ง

        "ขอบคุณที่ช่วยพวกเราเอาไว้ ฉันมาเพื่อช่วยเหลือราชาจักรกล ซีตรอน"

 

        "ข้าว่าเจ้าควรจะพักผ่อนบ้าง"

        หมาป่าสาวในร่างของมนุษย์มองอาคมด้วยสายตาชื่นชม ด้วยกฎของซิลเวอร์วูล์ฟนั้นจะให้ความเคารพต่อผู้แข็งแกร่ง และชายผู้มาใหม่คนนี้ก็ทำได้อย่างดี เขาก้าวข้ามขอบเขตของซิลเวอร์วูล์ฟด้วยความโกรธเกรี้ยว จนสามารถรับมือกับการโจมตีแย่งชิงอาณาเขต ขยายขอบเขตให้กับเผ่าพันธุ์

        เวลานี้ในเผ่าพันธุ์ซิลเวอร์วูล์ฟไม่มีใครกล้าขัดขืนผู้ชายคนนี้ แม้ว่าเขาจะค่อนข้างปลีกวิเวก ในช่วงที่มาใหม่ฝีมือของเขาในฐานะของซิลเวอร์วูล์ฟนับได้ว่าอ่อนแอยิ่งกว่าขยะ ชนิดที่ว่าทุกคนได้แต่เหยียดหยาม แต่เวลาเพียงไม่นานเขาก็ได้แข็งแกร่งขึ้นและเอาชนะทุกคนจนได้รับตำแหน่งจ่าฝูงไปในทันที

        "ทำไมต้องพัก ฉันต้องรีบเก่งขึ้นแล้วฆ่าไอ้เจ้าแมลงวันนั่นให้ได้"

        เจ้าแมลงวันที่พูดถึงนั่นคือ 'เบลเซบับ' เป็นมอนสเตอร์คลาสอัศวินที่ไม่อาจเรียกได้ว่าแข็งแกร่ง แต่ด้วยความที่มันอ่อนแอจึงมีทักษะแปลกๆ มากมาย และตั้งแต่ที่มันได้ครอบครอง 'ประกาศิตแห่งการช่วงชิง' ก็ทำให้มันมีทักษะมากขึ้น จากหลายเผ่าพันธุ์รวมกันอยู่ในตัวเดียว เพียงแต่อำนาจของมันไม่อาจทะลวงผ่านเกราะอสูรที่อยู่ในฐานะเดียวกันได้ ผลการต่อสู้นั้นก็คือเสมอกันตลอด

        และพักหลังมานี้เบลเซบับเลยใช้วิธีการส่งพวกที่อยู่ใต้อาณัติมาให้โจมตีเผ่าพันธุ์ซิลเวอร์วูล์ฟ

        "แต่เจ้าไม่ควรทิ้งสัญลักษณ์ของผู้นำเผ่าไว้แบบนั้น" พูดพลางมองไปยังสร้อยคอเขี้ยวสุนัข ที่ดีไซน์แปลกพิลึก ตรวจสอบดูแล้วมันช่วยประสิทธิภาพในการใช้เขี้ยวเล็บ 5% เหมาะสำหรับเวลาที่ต้องใช้ร่างบีสต์

        "จะให้ฉันใส่ปลอกคอหมาเนี่ยนะ"

        "ข้าว่าเหมาะกับเจ้า"

        "ก็ถ้าเห็นฉันเป็นหมาล่ะก็ใช่ แต่อย่างที่เคยพูดไป...ฉันเป็นคน"

        ความหัวแข็งและดื้อรั้นเป็นลักษณะเฉพาะของอาคม และมันนี่เองที่ทำให้ตัวเขาพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยความมุ่งมั่น เพื่อกลับไปหาน้องสาวของเขาหากอยากจะออกไปจากที่นี่ให้ได้ก็มีแค่การโค่นล้มเบลเซบับเท่านั้น

        "นี่เป็นอาหารส่วนของวันนี้ ข้าเลือกชิ้นใหญ่พิเศษมาให้แก่เจ้า"

        เหลือบตามองชิ้นเนื้อส่วนน่องที่ใหญ่ที่สุด แน่นอนว่ามันไม่เพียงพอต่อความจุกระเพาะของอาคมด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามมันเป็นเนื้อดิบ และอาคมไม่ได้ทำอาหารเก่งก็เลยมีแค่ก่อไฟย่างเท่านั้น

        "ต่อให้ทำดีแค่ไหนฉันก็ไม่คิดจะช่วยพวกแกหรอก"

        ตั้งแต่ที่รู้ว่าอาคมไม่ได้รับผลกระทบจากประกาศิตแห่งการช่วงชิง เผ่าซิลเวอร์วูล์ฟมองเขาเหมือนผู้กอบกู้เผ่าพันธุ์ และพยายามพูดจาหว่านล้อมให้เขาไปสู้กับเบลเซบับ แต่อาคมอยู่ในคลาสทหารเท่านั้นความแข็งแกร่งแม้จะตันแล้วก็ยังยากจะสู้กับเจ้านั่นโดยไม่มีไอเทมช่วย มองยังไงก็เหมือนให้เขาเป็นเครื่องสังเวยเท่านั้น

        "ข้าแค่คิดว่าการทำดีกับเจ้าอาจช่วยให้เจ้ารู้สึกอยากจะผสมพันธุ์กับข้า" พูดออกมาโดยไม่รู้สึกเนียมอาย คงเพราะเป็นเผ่าบีสต์เรื่องแบบนั้นคงเป็นธรรมดาที่พูดกัน

        "ขอทีเถอะ นี่มันเกมแน่หรือเปล่าทำไมบทสนทนามันติดเรทขนาดนี้วะ"

        หมาป่าสาวเดินเข้าไปโอบไหล่จากด้านหลัง พยายามจะใช้เสน่ห์ของตนเองคลอเคลีย แต่เหมือนอารมณ์ของอาคมนั้นตายด้าน นอกจากจะไม่รู้สึกอะไรแล้วเขายังสะบัดตัวหนี หยิบเอากระดูกที่ร่องรอยฟันแทะโยนออกไปให้ห่างตัว และไม่น่าเชื่อ หมาป่าสาวกระโดดงับไว้ทันท่วงที

        "ถ้าฉันยังมีอารมณ์กับอีแค่หมา ก็บอกลาความเป็นคนได้เลย"

        อาคมจำเป็นต้องศึกษาทักษะ สิ่งที่เขาพลาดไปหลังจากที่กลับมาสงบจิตใจได้นั่นคือเขามองทักษะเป็นเพียงแค่ของใช้เท่านั้น แต่ไม่ได้มาวิเคราะห์เจาะลึกความสามารถและสิ่งที่มันสามารถทำได้ เขาไม่เหมือนกับราล์ฟที่วิเคราะห์ทักษะและหาทางใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น ก่อนหน้านั้นจำได้ว่าเป็นกุ๊กที่แค่ทักษะโจมตียังเรียกได้ว่ามหากาก แต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่าสามารถแสดงอานุภาพของมันออกมาได้อย่างดี

        อาคมไม่เชิงหัวไม่ดีนัก แต่เขาคิดอะไรซับซ้อนไม่ได้นอกจากเรื่องของมายากล แต่ว่านั่นกลับเป็นข้อดีของเขาทำให้เขารู้จักกับการเตรียมการ หลังจากที่จินตนาการความเป็นไปได้ก็จะทดลองความเป็นไปได้ของผลลัพธ์ หาที่ว่างเหมาะเสร็จก็เริ่มแสดงศักยภาพของเทคนิคใหม่ที่คิดค้นขึ้น ดาบที่คุ้นมือที่สุดเห็นจะเป็นภูตมายา ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขารู้สึกว่าถ้าไม่ใช่ดาบเล่มนั้นจะไม่สามารถใช้พลังได้เหมือนเคย ไม่ว่ากับดาบเล่มไหนก็ตาม

        ราวกับว่าภูตมายาปรับตัวเองให้เข้ากับนิสัยของผู้ใช้ได้

        'คุณเคยคุยกับดาบหรือยัง'

        พลันนึกไปถึงคำพูดหนึ่งที่เคยได้ยิน ก็หยิบดาบภูตมายาออกมา มองมันสักพักก็ทำหน้ามุ่ยที่เขาเผลอคิดอะไรเป็นจริงเป็นจังแบบนั้น

        "ฉันคงเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ดาบมันพูดได้ซะที่ไหน" แล้วก็วางมันลงและทดสอบเหวี่ยงดาบให้คุ้นชิน

        อำนาจบางอย่างปรากฏขึ้นมาเพียงแวบหนึ่ง มากพอให้อาคมที่ฝึกลับสัญชาตญาณจนเฉียบคมสัมผัสได้ เขาหันไปมองยังที่มาและพบว่ามันเป็นที่เดียวกับดาบภูตมายา ปกติอาคมไม่เชื่อสิ่งที่มองไม่เห็นดังนั้นเขาก็เลยมองความเป็นจริงซะมากกว่า แต่เมื่ออยู่ในเกมสิ่งนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นสักเท่าไหร่

        เพ่งพิจารณาให้ดีสิ่งที่เห็นเป็นรูปร่างที่จางมากเหมือนกลุ่มแสงที่มารวมตัวกัน บางทีมันคงเห็นได้ชัดกว่านี้หากเป็นตอนกลางคืน เห็นแค่นั้นอาคมถึงกับมือไม้สั่น เขาไม่ใช่คนที่กลัววิญญาณหรือเรื่องสยองขวัญ แต่ในฐานะที่เขาเป็นนักมายากลจะต้องเชื่อในทริกและกลลวงมากกว่า ดังนั้นต่อให้เจอผีก็จะคิดว่ามันเป็นแค่ภาพหลอน หรืออาการจิตตกเท่านั้น

        แต่ว่ากลุ่มแสงนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง

        "...อาริน"

        ภาพของน้องสาวสุดหวงของเขา อยู่ในสภาพที่สวมชุดเดรสยาวสีดำเผยสัดส่วนที่ต้องตาตรึงใจบรรดาชายหนุ่ม รวบผมไว้เป็นหางม้าดูเหมือนผู้หญิงที่มีความมั่นใจมาก ดวงตาและรอยยิ้มกึ่งเจ้าเล่ห์นิดหน่อย และเธอกำลังนั่งกอดเข่ายั่วยวน

        "ในที่สุดก็มองเห็นซะทีสินะ" แม้กระทั่งน้ำเสียงก็ยังเป็นเสียงของอารินอีกด้วย แต่ลักษณะคำพูดนั้นเหมือนผู้ใหญ่มากกว่า "ที่จริงก็อยากจะใช้รูปลักษณ์อื่นหรอกนะ แต่ว่ารูปลักษณ์ที่ดีที่สุดในจิตใจของเจ้ามันคือร่างนี้มันก็ช่วยไม่ได้"

        "ทำไม?" อาคมเสียงสั่นเครือ "ทำไมต้องเป็นน้องสาวฉันด้วย"

        "ท่าทางจะโกรธสินะ แต่ทำยังไงได้ รูปลักษณ์ของข้าจะถูกสร้างด้วยจิตใต้สำนึกของผู้ถือครอง หรือก็คือบุคคลที่สำคัญที่สุดเพื่อเข้าถึงจิตใจได้ง่ายที่สุด ที่จริงอาจจะมีประเภทของหญิงสาวหรือชายหนุ่มในอุดมคติของผู้ถือครอง ดังนั้นแล้วมันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ว่าแต่ว่า...ช่วยทำอะไรสักอย่างจะได้ไหม สภาพของข้าโทรมขนาดนี้การรักษาร่างมันลำบากอยู่นะ"

        "ทำไมฉันต้องช่วยแกด้วย กล้ามาใช้รูปร่างของน้องสาวฉันแบบนี้อย่าหวังเลยว่าฉันจะช่วย"

        "ฮึกๆ พี่ชายจ๋า..." ร่างปลอมของอารินเริ่มร้องไห้ เป็นธรรมดาที่ซิสค่อนอย่างอาคมจะรู้สึกปวดใจ ถึงขนาดทรุดลงไปกองกับพื้น พยายามข่มความเจ็บใจเอาไว้

        "อะไรกันความรู้สึกพ่ายแพ้นี่มัน..."

        ถึงจะไม่ชอบใจอย่างไรแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างโปร่งแสงนั่นคล้ายกับอารินมาก ทั้งหน้าตาและน้ำเสียงไม่ต่างอะไรกับฝาแฝดกัน จะมีก็แค่อุปนิสัย อาจจะเรียกได้ว่าถ้าหากไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นกับตั้งแต่เด็กเข้าล่ะก็ เธอเองก็คงเติบโตมามีนิสัยแบบนี้แน่...ให้ตายสิ น่ารักคนละแบบกันเลย

        การซ่อมแซมดาบภูตนั้นจะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อสื่อสารกับดาบได้แล้ว มันจะกลายเป็นดาบที่เชื่อมจิตวิญญาณเข้ากับตัวผู้ถือครอง เพียงแค่สัมผัสกับดาบเล่มนั้นพลังจากภายในร่างกายก็พวยพุ่งออกมา ออร่าสีดำเคลือบใบดาบเปลี่ยนสภาพที่เต็มไปด้วยรอยบิ่นให้กลับมาสู่สภาพอย่างที่มันควรจะเป็น ดาบภูตมายาเล่มนี้จะตอบรับพลังแห่งความมืดในตัวของผู้ใช้ แม้มันจะเป็นดาบภูตที่ร้ายกาจที่สุดในซีรีย์ แต่ก็หาผู้ถือครองที่เหมาะสมได้ยากไม่แพ้กัน

        ฉับพลันร่างโปรงแสงก็กลับมาเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น แต่การเคลื่อนไหวของเธอดูคล้ายกับวิญญาณที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ รอยยิ้มยั่วยวนนั้นทำให้อาคมเผลอยิ้มออกมา

        "มาถึงขั้นนี้ก็คงต้องพูดล่ะนะ" ภูตมายาเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกับนางฟ้า แต่ด้วยรูปลักษณ์ของเธอเหมือนปีศาจสาวทรงเสน่ห์ซะมากกว่า "ข้าจะให้เจ้าใช้พลังของข้า"

        "ไม่เอา" อาคมปฏิเสธเสียงจริงจัง

        "เอ๊ะ?" นางทำท่าทางแปลกใจ ปกติแล้วมนุษย์เมื่อได้ยินว่าจะมีคนมอบพลังให้ก็น่าจะตื่นเต้นดีใจสิ "ถามได้ไหมว่าทำไม"

        "เพราะเธอคือรูปลักษณ์ของน้องสาวฉัน และฉันจะไม่ยอมเห็นน้องสาวตัวเองเป็นอาวุธ"

        "ช่างเป็นมนุษย์ที่เห็นแก่ตัวจริง" รอยยิ้มละไมไม่ถือสาคำพูดของชายหนุ่ม มองยังไงก็เป็นเพียงความไร้เดียงสาของมนุษย์เท่านั้น และก่อนที่อีกฝ่ายจะโต้แย้งก็ชิงพูดขยายความต่อทันทีว่า "ที่เจ้าทำอยู่ไม่ใช่รักษาเกียรติของน้องสาว แต่เป็นการรักษาเกียรติและความเชื่อมั่นของตัวเจ้าเอง น้องสาวของเจ้าเคยพูดสักคำหรือไม่ว่าให้เจ้ากระทำสิ่งเหล่านี้ นางรู้สึกยินดีแน่หรือที่เจ้าคิดแทนนางทุกอย่าง กำหนดเส้นทางเดินให้ เท่าที่ข้ามองเห็นด้วยตา น้องสาวเจ้าแค่จับมือเจ้าเดินทางในความมืดเท่านั้น"

        "เรื่องนั้นมัน..." อาคมเถียงไม่ออก

        "แทนที่จะปลุกน้องสาวให้ตื่นจากฝันร้ายและพบกับโลกแห่งความเป็นจริง กลับสร้างฝันดีลวงๆ เพื่อให้อยู่ในโลกที่เจ้าคิดว่ามันสมบูรณ์แบบที่สุด เป็นน้องสาวเจ้านี่มันน่าสงสารเสียจริง"

        "นางจะไม่มีวันได้เห็นแสงสว่าง เพราะเจ้าเป็นผู้ดับแสงสว่างของนาง"

        ภูตมายาตอกย้ำความรู้สึกผิดลงไปอีก ไม่มีเหตุผลที่ควรจะเถียงโต้เพราะอาคมรู้อยู่แก่ใจดี คำว่า 'เพื่อน้องสาว' แท้ที่จริงแล้วมันก็เพื่อตัวเขาที่ปฏิเสธความจริงอันโหดร้ายเท่านั้น

        "อย่ามาพูดเหมือนรู้จักฉันดี เป็นแค่ตัวปลอมของน้องสาวฉันแท้ๆ"

        ต่อให้เห็นว่าเป็นอารินแค่ไหน เขาก็ยังรักษาความเป็นตัวเองได้อยู่ ไม่หลงไปกับภาพมายาที่คล้ายอาริน

        "คิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าแค่ทำตัวเป็นดาบว่าง่ายให้เจ้าใช้งานยังงั้นเหรอ ฐานะของข้ากับเจ้าก็แทบจะไม่ต่างกัน ข้าคืออาวุธสำหรับเจ้า ส่วนเจ้าก็คืออาวุธสำหรับข้า"

        การถกเถียงด้วยเหตุผลส่วนมากอาคมจะเป็นฝ่ายแพ้แบบปิดประตูชนะไปได้เลย ภูตมายาเห็นอาคมนิ่งเงียบไปนั่นก็ทำเป็นไม่สนใจ นางได้เลือกแล้วว่าคนนี้เป็นผู้ครอบครองและอนุญาตให้ใช้พลังเริ่มต้นได้ก็เลยมองข้ามปัญหาเล็กน้อยไป อีกอย่างผู้ครอบครองของนางเองก็ไม่ได้โง่ถึงกับไม่รู้เจตนาในคำพูด ก็แค่พวกหัวแข็งคนหนึ่งเท่านั้น

        อย่างไรก็ตามการจะหามนุษย์ผู้ถือครองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นอาคมมีพลังสายความมืดที่น่าหลงใหลเป็นที่สุดอยู่ด้วย แม้จะมีมนุษย์จำพวกหนึ่งที่ใช้วิธีอ้อมๆ อย่างการเปลี่ยนเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจ แต่พลังนั่นก็เป็นอะไรที่ดูจืดชืดจนไม่อาจเปล่งประสิทธิภาพของภูตมายาออกมาได้

        อาคมแทบจะหมดอารมณ์ เขาไม่อาจปฏิเสธสิ่งที่ภูตมายากล่าวมาได้ ถึงจะรู้ว่ามันไม่ใช่อารินก็เถอะ แต่ถึงจะเป็นภาพลวงตาก็ตาม อาคมก็ไม่อาจหักห้ามใจให้ทำร้ายหรือเห็นน้องเป็นเครื่องมือหากิน สิ่งที่เขาอยากทำที่สุดในชีวิตก็คือการปกป้อง ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันที่ถูกมองว่าเป็นการทำร้ายอารินทางอ้อม ราล์ฟเองก็เคยพูดให้เขายอมแพ้และปล่อยให้อารินตัดสินใจเองได้แล้ว

        "ไม่คิดจะฝึกแล้วหรือยังไง"

        "หมดอารมณ์แล้ว"

        "พูดแบบนี้กับน้องสาวเหรอพี่ชายจ๋า"

        "อย่ามาใช้หน้ากับเสียงของอารินพูดแบบนั้นกับฉันอีก"

        "ไม่ชอบเหรอ?" ภูตมายาทำท่าสงสัย

        "อึก! มะ...มันก็ต้อง ไม่ใช่ไม่ชอบอยู่แล้ว..." อาคมเตือนตัวเองว่านั่นเป็นแค่ตัวปลอมที่ใช้รูปลักษณ์คล้ายน้องสาวเท่านั้น แต่จิตใต้สำนึกกลับเหมือนรู้สึกดีใจซะมากกว่า

        ระหว่างนั้นอาคมก็ได้กลิ่นหมาป่าสาวกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้จุดฝึก ทั้งที่บอกไปแล้วว่าไม่ต้องมากวนเพราะรำคาญ แต่ก็มักจะมาเพื่อแจ้งข่าวหรือไม่ก็พยายามยั่วเสน่ห์เขา

        "ท่านจ่าฝูง"

        "อย่ามาเรียกว่าจ่าฝูงนะโว้ย ฉันไม่ใช่หมา"

        "ท่านออกจะมีสง่าราศีเหมาะสมกับฐานะจ่าฝูงแท้ๆ ยืดอกรับด้วยความภาคภูมิเสียเถอะ"

        "เคยเห็นฉันหอนไหมล่ะ"

        "คงจะดูงดงามมากทีเดียว"

        "ยัยบ้าเอ๊ย! แล้วมานี่มีเรื่องอะไร"

        เห็นหมาป่าสาวทำหน้าเหมือนพึ่งจะนึกได้ ถ้ามีสอบวัดไอคิวหมาเมื่อไหร่ อาคมสาบานว่ายัยนี่จะเป็นตัวแรกที่เขาขอให้ไปสอบ

        "ข้าทราบข่าวจากสุนัขป่าที่ออกไปสอดแนมเผ่าพันธุ์ในละแวกนี้ พวกนั้นกลับมาแจ้งว่า เผ่าพันธุ์กระทิงภูเขากำลังถูกโจมตีอยู่ ข้าเกรงว่าจะเป็นฝีมือของ 'เจ้านั่น' เลยรีบมาแจ้งเตือนท่านจ่าฝูง"

        "ไอ้แมลงวันนั่นจะกล้าออกมาด้วยตัวเองเหรอ ใช้สมองคิดหน่อยสิ อย่างมากก็ลูกน้องใต้อาณัติมันเท่านั้นแหละ"

        เพราะปะทะกันมาแล้วอาคมก็เลยเดานิสัยของเบลเซบับออก เจ้านั่นล้วนขี้ขลาดและใช้คนอื่นเป็นตัวหมาก ในขณะที่มันหลบซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง เคยปะทะกันอยู่ไม่กี่ครั้งแต่ด้วยความที่มันพึ่งพาอำนาจของเครื่องมือในตำนานมาตลอด จึงถูกโต้กลับจนต้องหนีไป จากนั้นก็ส่งมอนสเตอร์มาเล่นงานเผ่าพันธุ์ในพันธมิตรจนเดือดร้อนไปซะหมด

        อาคมไม่ใช่คนพูดเก่งแม้เขาจะก่อปัญหาจนหลายเผ่าพันธุ์ถามหาความรับผิดชอบในความเดือดร้อน ก็ตอบไปว่า 'แล้วที่ผ่านมากับตอนนี้มันต่างกันตรงไหน' แค่ประโยคเดียวของคนบ้าทำให้พวกมันตระหนักได้ ว่าพวกมันแค่กลัวที่จะถูกเล่นงานเท่านั้น เลยยอมให้ถูกกดขี่มาตลอด มิหนำซ้ำยังต้องแสดงความภักดีต่อเบลเซบับอีก การที่อาคมสามารถต่อกรกับมันได้ บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสที่ว่านั่น สุดท้ายก็กลายมาเป็นเผ่าพันธุ์พันธมิตรกัน

        ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้นอาคมจะต้องเป็นผู้นำกองทัพสุนัขป่า (แก๊งหมาหมู่) ออกไปช่วยเหลืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

        เมื่อมาถึงการต่อสู้ก็ได้จบลงไปแล้ว น่าแปลกที่สภาพของหมู่บ้านไม่มีความเสียหายใดๆ เลย ทุกอย่างมันเงียบไปหมด ไม่มีคราบเลือดหรืออะไรที่บ่งบอกว่าเคยมีการต่อสู้มาก่อน ถ้าจะมีสิ่งที่เป็นหลักฐานก็คงจะเป็นสภาพของกระทิงภูเขาที่เป็นตัวผู้อยู่ในสภาพบาดเจ็บฟกช้ำ

        ...โดยหมีสวมเกราะเหล็กตัวหนึ่ง

        "จู่โจมมัน!!!" หมาป่าในแก๊งหมาหมู่ตะโกนก้อง และหมาป่าตัวอื่นๆ ก็พากันโถมเข้าใส่ศัตรูตรงหน้า

        และในชั่วพริบตานั้น เจ้าหมีสวมเกราะวาดลวดลายมือและเท้าออกไป เหมือนกับวิชากังฟู และยังส่งเสียงคำรามซะสูงด้วย กลายเป็นว่าแก๊งหมาหมู่ถูกอัดกระเด็นฝ่ายเดียว

        "เจ้านั่นมัน...สัตว์ชั้นต่ำ"

        สัตว์ชั้นต่ำคือพวกที่ไม่มีพัฒนาการเหมือนพวกมัน ซึ่งการพัฒนาของเผ่าพันธุ์ในป่าโหยหวนนั้นจะทำให้พวกมันมีสติปัญญาที่สูงล้ำ พัฒนาร่างเป็นมนุษย์ได้ และมีความแข็งแกร่งกว่าสัตว์ในโลกภายนอก

        แต่จากที่เห็น...สัตว์ชั้นต่ำนั่นเล่นงานเผ่าพันธุ์กระทิงภูผาได้ทั้งหมด โดยที่มันไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว

        "เดี๋ยวก่อน? ใจเย็นไอ้ลูกหมา" อาคมยกมือห้าม "ฉันว่าฉันรู้จักไอ้เจ้านี่ หมีที่ใช้วิชาต่อสู้ได้น่าจะมีตัวเดียวนั่นแหละ"

        "แกคือหมี" เขาถาม

        "โธ่ จ่าฝูง...แค่เห็นก็รู้แล้วว่ามันเป็นหมี"

        "ฉันไม่ได้หมายถึงว่ามันเป็นหมี แต่มันคือหมี ไม่ใช่หมีอย่างที่พวกแกเข้าใจ โว้ย...ไอ้เจ้านี่มันชื่อหมี"

        "พวกข้าก็รู้ว่ามันเรียกว่าหมี ไม่มีทางมองมันเป็นหมาป่าเช่นพวกข้าได้หรอก"

        "โว้ยไอ้พวกสมองหมาเอ๊ย...เออ ก็เป็นหมานี่หว่า แต่ช่างเถอะ ไอ้เจ้านี่มันเป็นหมีที่ชื่อหมี แล้วหมีตัวเดียวที่ฉันรู้ว่ามันใช้วิชาต่อสู้ได้มีอยู่ตัวเดียว..."

        "อ้าว? หนูอาคมนี่นา ไม่ได้เจอกันพักเดียวมาดดีขึ้นเยอะเลยนะ" เสียงทักทายของหญิงสาวงามดังขึ้น ในมือนั้นมีตะกร้าแซนด์วิชที่เตรียมไว้อย่างดี ปากกัดกินแซนด์วิชเนื้อไก่อย่างเอร็ดอร่อย

        "...คุณน้า" ท่าทางอาคมดูแปลกใจมากที่ได้เห็นหญิงงามมาเดินอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ได้ยินมาว่ามันไม่ใช่เส้นทางที่คนธรรมดาจะเข้าออกได้ง่ายๆ "ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่เหรอครับ"

        "ทำไมงั้นเหรอ? อืม...ไม่รู้สิ ก็แค่รู้สึกว่ามันน่าสนุกดีก็เลยมาน่ะ แถมยังต้องฝึกเจ้าหมีด้วย รู้ไหมว่าแม่สอนกังฟูให้มันด้วยนะ เจ้านี่หัวไม่ค่อยดีเลยเคี่ยวเข็ญยากไปนิดหน่อย" หญิงงามกล่าวขบขันเล็กน้อย เดินไปตบหลังเจ้าหมีป้าบๆ แต่ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาโกรธแต่อย่างใด มันคงเรียนรู้ว่าถ้าโกรธใส่จะโดนอะไรกลับมาซะมากกว่า

        ขนาดบอกว่าหัวไม่ค่อยดีแต่เล่นงานเผ่าพันธุ์กระทิงภูผาได้ทั้งหมด แถมยังจัดการแก๊งหมาหมู่ได้เนี่ย

        มันใช่ธรรมดาซะที่ไหน

        "ท่านจ่าฝูง มนุษย์ผู้นี้คือใครกัน?"

        มีคำถามดังมาจากหมาป่าตัวหนึ่งที่ตั้งท่าข่มขู่ มันที่คิดจะโจมตีตอนทีเผลอกลับต้องขนพอง สัญชาตญาณของมันเตือนถึงอันตรายจากมนุษย์คนนี้ และเผ่าซิลเวอร์วูล์ฟอยู่รอดมาได้เพราะเชื่อสัญชาตญาณแรกเสมอ

        "มนุษย์ป้าที่แข็งแกร่งที่สุด นิยามคำนี้คงได้มั้ง"

        ผัวะ!

        เป็นครั้งแรกที่อาคมโดนเขกหัวอย่างแรงจนปูดโปน หมัดของหญิงงามคนนี้ช่างรุนแรงมากจนกระเทือนถึงสมอง รู้สึกได้ถึงสติที่เลือนหายไปครู่หนึ่งเลย ไม่รู้ว่าอาคมคิดไปเองไหม ที่ในขณะนั้นเขาเห็นเจ้าหมีวิ่งหนีไปหาที่ซ่อนก่อนใครพวก

        "หนูอาคม..." น้ำเสียงของหญิงงามดูเรียบเย็นจนน่ากลัว "คนที่เรียกแม่ว่าป้าได้ มีแค่แม่คนเดียวเท่านั้น เรียกน้ายังพอทำเป็นมองข้าม แต่ถ้าเรียกป้า...ดูเหมือนว่าหนูอาคมคงอยากโดนดีใช่ไหม"

        "ขอโทษครับ" คำขอโทษหลุดออกมาเองด้วยความกลัว อันที่จริงอาคมก็นับถือแม่ของราล์ฟอยู่ไม่น้อยในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่ง แม้จะรู้ตัวว่าทำผิดการโทษจึงเป็นเรื่องธรรมดาเท่านั้น...แต่นี่มันหลุดออกมาเองด้วยความกลัวนับว่าเป็นเรื่องแปลกมากสำหรับอาคม

        "ดีแล้ว แม่ไม่ชอบให้ใครเรียกตัวเองว่าป้า เพราะแม่ยังไม่แก่..."

        "ไม่ใช่ไม่แก่ครับ ไม่รู้จักแก่ต่างหาก"

        "พูดอะไร?"

        "เปล่าครับ"

        เป็นภาพที่เห็นได้ยาก อาคมถูกจับนั่งสวดยกใหญ่ถึงการแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่ นึกภาพเจ้าราล์ฟตอนตกอยู่ในสภาพนี้ไม่ออกเลย บางทีอาจจะเคยโดนมาก่อนเลยไม่ค่อยอยากทำอะไรที่ขัดใจคุณแม่ตัวเองก็ได้ล่ะมั้ง

        "จะว่าไปแล้วที่บอกว่ามาดดีขึ้นนี่ไม่ได้พูดเล่นนะ แต่แม่หมายถึงหนูอาคมพัฒนาขึ้นจากที่เจอกันครั้งล่าสุดนะ แบบว่ายังไงดีล่ะ ความเด็ดขาดมันมากขึ้นน่าจะมาจากแรงกดดันอะไรบางอย่าง มันคล้ายๆ ของลูกชายแม่เลยล่ะช่วงหนึ่ง อืม..." แล้วเธอก็จับอาคมยืนขึ้น สัมผัสไหล่โดยเน้นที่กล้ามเนื้อแขน แผงอก และขา "ก็พอใช้ได้ล่ะนะ พัฒนาแบบบ้าคลั่งไปหน่อยแต่ก็ทำได้ดีในฐานะของคนที่ไม่มีอาจารย์คอยแนะนำ เอาเป็นว่าแม่จะช่วยสอนให้ก็ได้ คิดว่าวิชานี้น่าจะเหมาะกับอาคมนะ"

        "วิชา? คุณน้าพูดเหมือนตัวเองเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ในหนังจีนเลยนะครับ"

        "อ้าว ลูกแม่ยังไม่ได้บอกเหรอ ว่าแม่กับลูกชายแม่เกิดในครอบครัวผู้ฝึกวิชายุทธ์ ที่หนูอาคมสู้กับลูกชายแม่ได้แบบสูสีนั่นน่ะ ต้องยอมรับเลยล่ะว่าเหนือความคาดหมาย แต่ลูกชายแม่ก็ไม่ได้ฝึกวิชายุทธ์จริงๆ จังๆ หรอกนะ แค่รับรู้และหันไปเอาดีด้านวิทยาศาสตร์โภชนาการแทน"

        หญิงงามบอกเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไม่ปิดบัง ความจริงแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นความลับแต่อย่างใด ทว่าหากไปเปิดเผยในสังคมภายนอกคงจะโดนหาว่าเพี้ยนหรือไม่ก็บ้าไปแล้วก็ได้ อีกอย่างมีคนธรรมดาหลายคนเข้าสู่วงการนี้เพราะรู้สึกเหมือนได้เติมเต็มชีวิตของตัวเอง

        "วิทยาศาสตร์โภชนาการ? ทำไมเลือกเรียนธุรกิจ-อังกฤษ"

        "ไม่รู้สิ ลูกชายแม่อาจจะคิดว่าไม่มีความรู้ใดที่อยากได้จากที่สาขานั้นก็ได้มั้ง แต่แม่คิดว่าจะเรียนที่ไหนก็เหมือนกันแหละ จบมาได้ใบประกาศกับหางานทำได้ก็พอใจแล้ว"

        "ชักจะเริ่มเข้าใจแล้วสิว่าทำไมไอ้หมอนั่นถึงได้ดูเป็นคนเอาจริงเอาจังขนาดนี้"

        "ว่าแต่หมี...เมื่อกี้แม่เห็นนะว่าเผลอเปิดช่องว่างให้โดนโจมตีไปทีหนึ่งน่ะ มานี่เดียวนี้เลย ถ้ายังไม่ยอมมาแม่จะไปลากตัวกลับมาเอง"

        และเป็นครั้งแรกของพวกมอนสเตอร์ในป่าแห่งนี้ ที่ได้เห็นหมีตัวหนึ่งซึ่งบดขยี้เผ่าพันธุ์กระทิงภูผาโดยที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เดินก้มหน้าออกมาด้วยท่าทางสำนึกผิด และยังทำประกายตาออดอ้อนใส่หวังจะให้เห็นในความน่ารักของมัน

        ไปสู่สุขคติเถอะนะ... อาคมได้แต่รำพึงในใจ




หายไปนานไม่ใช่อะไรหรอก แค่ลองเขียนอะไรเล่นๆ อย่างเรื่อง ผู้กล้าสองโลก ดู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 18:27
    เหมือนอาจารย์แนะแนวเลย...
    #13530
    0
  2. #13476 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 21:53
    ฮาได้โล่เลยฮะตอนนี้ 55
    #13476
    0
  3. #13475 SilverStarS (@SilverStarS) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 16:45
    FC คุณแม่     FC น้องหมี   ป้ายไฟรัวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #13475
    0
  4. #13474 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 22:51
     นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คำว่าแก่ พูดเบาๆก็เจ็บทั้งคนฟัง(ทพสงคราม)ทั้งคนพูด(อาคม)
    #13474
    0
  5. #13473 s-mild-ing (@s-mild-ing) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 22:15
    ไม่น้าาาา อาคมต้องคู่กับราล์ฟเซ่ T^T
    #13473
    0
  6. #13472 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 19:36
    ตอนนี้หลายอารมณ์มากเลย!!!
    อึ้งกับมุกจากมังงะยมทูตหัวส้ม!!!
    ฮากับรีแอ็คชั่นตอนเห็นวิญญานดาบ!!!
    ดราม่าเรื่องอาริน!!!
    ฮานุ้งหมี!!!
    ขนลุกกับจิตสังหารของขุ่นป้...แฮ่ม! ขุ่นแม่!!!
    และ...R.I.P.นุ้งหมีอีกรอบ!!!
    555+
    #13472
    0
  7. #13471 YT CH (@onevay) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 13:43
    เดี๋ยวนะ เบลซาบับนี่มันราชาซาตานก่อนหน้าลูซิเฟอร์ไม่ใช่เรอะ
    #13471
    0
  8. #13470 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 23:50
    บอกตามตรง ถ้าวันไหนคุณแม่เลิกเล่น จะปล่อยให้หมีกลับป่า มันจะเป็น Boos ใหญ่ในเกมส์แทนแน่ๆ
    #13470
    1
  9. #13469 Bam Ma (@bam16122545) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 20:07
    อาคมบทออกมาแล้ว 55
    #13469
    0
  10. #13466 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 11:57
    กร๊ากๆๆๆๆ คู่หูพระเอกโดนตบ ลั่นเลยยยย แถมต้องขอโทษคนตบด้วยนาจาาาา
    #13466
    0
  11. #13465 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 11:02
    สงสารหมีเชื่องๆ บ้างคุณแม่ อิ อิ หลังๆ มานี้ คุณแม่ดูทรงภูมิขึ้น ดูน่าเชื่อถือกว่าเดิม
    #13465
    0
  12. #13464 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 09:48
    หมี ตัวนี้เหนื่อยที่สุดในเกมแล้วละมั้ง และแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหมีในเกมด้วยละมั้ง
    #13464
    0
  13. #13463 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 09:38
    คุณแม่ถถถถถถถถถถถ
    ปมในใจอาคมเรื่องอารินนี่เล่นได้ตลอดเลยนะคะ อยากเห็นอารินตอนหายไร้เดียงสาจังค่ะะะ
    #13463
    0
  14. #13462 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 13:17
    เสร็จแน่ อาคม 555
    #13462
    0
  15. #13459 ยัยนักคลั่ง (@kingdomofpirates) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 13:13
    เฮ้ย! ไม่ได้ อาคมต้องผสมพะแค่กๆ คู่กับราล์ฟสิ
    #13459
    0
  16. #13458 Mist MSFS (@sunshineka) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 10:00
    เดี๋ยวนะ...ตอนท้ายนั่นมันอะไรกัน 555
    #13458
    0
  17. #13457 D4rkflame (@D4rkflame) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 06:22
    O_O ถ้าเด็กมาอ่าน คงจับคอมแล้วโยนทิ้งแน่เลย
    #13457
    0
  18. #13456 SOULGOD (@SOULGOD) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 04:06
    อาคมจะได้เมียแล้วโว้ย
    #13456
    0
  19. #13455 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 02:59
    อมก ถ้าจะตรงขนาดนี้นะคะ
    /อาคมก็เหมาะกับปลอกคอดีน้า eiei
    #13455
    0
  20. #13454 Fellmeez (@lovefellmeez) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 02:49
    เขิน -//- 555555
    #13454
    0
  21. #13453 Pst Moss (@mortnort) (จากตอนที่ 357)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 02:13
    เขินแทนออาคม -///-
    #13453
    0