[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,503 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,091 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,774

    Overall
    1,474,503

ตอนที่ 356 : บทที่ 10 เลือดกำเดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    5 ต.ค. 59

บทที่ 10 เลือดกำเดา

 

        เชลยทุกคนถูกปลดปล่อยเป็นอิสระเรียบร้อย สายที่มองไปยังก็อบลินและพวกมอนสเตอร์เป็นสายตาจงเกลียดจงชัง พวกเขายังคงโกรธแค้นพวกก็อบลินอยู่และเสนอให้ราล์ฟจัดการพวกมันให้หมด แต่ราล์ฟยังต้องการกองทัพเป็นของตนเอง และพวกก็อบลินที่ขยายพันธุ์ได้เร็วมากก็เป็นตัวเลือกที่ดี หากเขาสามารถวางระบบให้เป็นแบบแผนก็จะมีกองทัพที่แข็งแกร่งและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งจำเป็นมากมาย

        ราล์ฟถือวิสาสะนั่งตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดอยู่บนบัลลังก์ของคิงก็อบลิน มันสร้างมาจากแร่ทองคำขาวมีค่ามากมาย แน่นอนว่ามีสายตาละโมบมาจากพวกมนุษย์ที่รู้มูลค่าของมัน ส่วนพวกก็อบลิน ออร์ค และเดบอร์ก็ทำได้เพียงอยู่ในแถวหลังจากที่ราล์ฟเรียกรวมพลพวกมัน หลังจากที่ราล์ฟจัดการคิงก็อบลินไปพวกมันที่ไม่อยากถูกจัดการก็แสร้งทำเป็นยอมรับมนุษย์อย่างเขาไปก่อน

        อารินช่วยเหลือผู้คนที่บาดเจ็บด้วยการแจกจ่ายน้ำยารักษาคนละขวด ของแพงเช่นนี้พวกดรอฟว์กลับรู้สึกเกรงใจและไม่กล้ารับ เพราะถูกออกแบบให้มีความชำนาญเฉพาะด้าน เผ่าดรอฟว์เมื่อเวลาบาดเจ็บจึงต้องรักษากันนานมาก น้ำยารักษาจึงเป็นถือเป็นของหายากในหมู่ดรอฟว์ พอเห็นเด็กหญิงเอามาเดินแจกกันคนละขวดก็อดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทางอึกอัก

        "ขอบใจมาก มนุษย์เด็ก"

        ซานัครับน้ำยาระดับสูงที่รักษาบาดแผลทั้งหมดในคราวเดียวมาอย่างเกร็งๆ ซานัคเป็นราชาของเผ่าดรอฟว์ที่พ่ายแพ้ให้กับคิงก็อบลินด้วยวิธีขี้โกงอย่างการจับตัวประกันทายาท และต้องมาทำหน้าที่คอยสร้างอาวุธชั้นสูงให้กับพวกมันเพื่อรักษาชีวิตของลูก ส่วนพวกดรอฟว์ตนอื่นๆ ก็ยอมรับงานก่อสร้าง ตีอาวุธ ชุดเกราะเพื่อปกป้องราชาของพวกมัน

        "พี่ราล์ฟคะ อารินแจกน้ำยาให้ทุกคนแล้ว"

        "อ่า ขอบใจมาก อารินไปเล่นกับพวกสุริยันอยู่อีกห้องหนึ่งก่อนก็แล้วกัน พี่ใช้เวลาไม่นานหรอก"

        พออารินไปแล้วราล์ฟก็เริ่มงานของตนเอง หน้าที่ก็คือการยุติข้อบาดหมางระหว่างเผ่าพันธุ์และขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย หากทำสำเร็จราล์ฟจะได้ทรัพยากรที่ต้องการมาไว้ในครอบครอง สิ่งที่ยากที่สุดก็คือมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความโลภ พวกเขารู้ว่าอาณาจักรก็อบลินแห่งนี้มีแร่ทองอยู่เป็นจำนวนมาก และมากพอจะยกระดับหมู่บ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในฐานะของผู้เสียหายคงหวังจะได้ส่วนแบ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

        "จะบอกว่าเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น อยากจะให้ฉันแบ่งทองคำให้หนึ่งในสิบงั้นสินะ"

        "ในฐานะที่เป็นมนุษย์เหมือนกันก็ควรแบ่งสักครึ่งหนึ่งสิ"

        "ข้าเห็นด้วย หมู่บ้านของพวกข้าเสียหายเพราะพวกมัน มีหลายชีวิตที่ต้องสูญเสียไป ถ้าได้สิ่งนี้มาก็จะชดเชยความเสียหายแถมยังสามารถจ้างทหารมาดูแลหมู่บ้านได้อีกด้วย"

        ฟังเหตุผลก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจ ถ้าหมู่บ้านมีเงินมากขึ้นถึงขนาดจ่ายเงินภาษีให้กับเมืองได้ก็จะได้รับการดูแลที่ดีขึ้น ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนในฐานะของ 'เพลเยอร์' หากพวกเขามาเพื่อเล่นเกมโดยหวังสนุกก็มีบ้างที่อาจจะเลือกตัดสินใจแบบนั้น ฆ่าก็อบลินเอาประสบการณ์ แต่สิ่งที่เกมเลเจ้นด์ออนไลน์ได้ซ่อนเอาไว้ ความสนุกอย่างหนึ่งของเกมที่อาจเรียกได้ว่าเป็น 'ด้านมืด' ก็คือเรื่องของ 'การเมือง'

        ถ้าต้องการให้หมู่บ้านดำเนินต่อไปได้ การแบ่งทรัพย์สินที่ยึดมาได้ครึ่งหนึ่งก็เป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดี แต่โชคร้ายกว่านั้นก็คือการจะถูกสอบถามแหล่งที่มาของทรัพย์สินที่มากผิดปรกติ และผลลัพธ์ก็คือเควสต์ปราบปรามที่ยกระดับความอันตราย เพียงเพราะต้องการครอบครองพื้นที่แห่งนี้ จะมีเพลเยอร์จำนวนมากแห่มาที่นี่ซึ่งราล์ฟไม่ต้องการแบบนั้น

        "ถ้าอย่างงั้นในการจ่ายภาษีรอบต่อไปจะทำยังไง"

        พอถามคำถามนี้ออกไปก็ได้คำตอบมาว่า ใต้พื้นที่แห่งนี้เป็นเหมืองแร่มีทองคำอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าได้มีโอกาสเข้ามาดูแลพื้นที่ก็จะมีทรัพย์สินมากพอจะพัฒนาหมู่บ้านได้ มองไปที่ซานัคก็ได้รับคำยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ถึงราล์ฟจะมีความคิดที่จะช่วยเหลือมนุษย์ แต่ก็ไม่ถึงกับเข้าข้างและเห็นด้วยกับทุกอย่าง ยิ่งได้ฟังคำพูดโต้แย้งก็รู้เลยว่าแต่เดิมพวกชาวบ้านก็หวังจะยึดมาเป็นของตนเอง  แต่พอโดนเล่นงานกลับก็เรียกร้องในฐานะของผู้เสียหาย

        ถึงจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่เขาก็มีความยุติธรรมที่ไม่ตัดสินเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในเมื่อพวกเขาต้องการทรัพย์สมบัติก็ควรจะให้แต่ไม่ถึงกับมากมาย เขามอบให้เพียงแค่ในจำนวนที่พอตั้งตัวได้ซึ่งก็ได้รับเสียงก่นด่ามาจากพวกชาวบ้าน ประณามว่าเขาทรยศมนุษย์ด้วยกันเอง

        "ฉันขอบอกตรงนี้เลยนะว่าฉันไม่ใช่มนุษย์ แต่ฉันเป็นแมว" พูดพร้อมกับขยับหูและหางเพื่อยืนยันสิ่งที่พูดไป คราวนี้คงไม่สามารถพูดได้แล้วล่ะว่าเขาเป็นมนุษย์ จากนั้นก็เริ่มแก้ปัญหาขั้นต่อไปทันที

        พวกก็อบลิน ออร์ค และเดบอร์จะถูกควบคุมให้อยู่ในกฎระเบียบมากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกมันแค่ต้องการมีชีวิตรอด สิ่งที่ทำไปทั้งหมดก็คือการป้องกันตัว อาจจำเป็นต้องย้ายที่อยู่พวกมัน อีกไม่นานเรื่องนี้จะต้องรู้ไปถึงหูของราชาแห่งคลาร์เซีย อีกทั้งพื้นที่นี้อยู่ทับซ้อนกับกรีนเบส นั่นแปลว่าจะต้องมีสงครามแย่งชิงพื้นที่เกิดขึ้นเพื่อสิทธิ์ในการครอบครองทรัพยากรอันมีค่า ถึงผลประโยชน์ที่ได้รับจะมหาศาลแค่ไหนแต่ความเสี่ยงมันก็มากขึ้นไปด้วย

        "ทำไมไม่ติดต่อเธอคนนั้นดูล่ะ" คำแนะนำของบุคคลที่ไปมาได้อย่างอิสระดังขึ้นด้านหลัง การปรากฏตัวที่โผล่ออกมาจากความว่างเปล่าสร้างความตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก "การไปสู่อาณาจักรเงือกได้นั้นจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ถ้าให้ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาจัดการก็คงไม่ต้องทิ้งให้สูญเปล่า"

        คำว่า 'ผู้หญิงคนนั้น' แทบจะไม่ต้องเอ่ยชื่อก็รู้ได้ในทันทีว่าหมายถึงใคร

        เวลานี้ด้วยการชี้นำของซากุระทำให้สมาพันธ์ บลู ลิเบอร์ตี้ (เสรีภาพสีน้ำเงิน) ที่เธอและพรรคพวกดูแลอยู่เติบโตได้เร็วมาก มีกำลังสนับสนุนจากผู้คนมากมาย สายแร่ทองคำนี้จะทำให้พวกเธอมีทรัพยากรที่มากขึ้นจนยากที่จะมีใครเติบโตอย่างทัดเทียม แม้ว่าสมาพันธ์วอร์ลอร์ดจะรวบรวมคนเก่งมากฝีมือเอาไว้ และมีทรัพยากรจากการออกล่าหมุนเวียนเป็นรายได้ ถ้าให้เทียบความเสถียรภาพขององค์กรแล้วบลู ลิเบอร์ตี้จะมีความมั่นคงยิ่งกว่า

        "ทำไมฉันต้องช่วยเสริมเขี้ยวเล็บให้ยัยนั่นด้วย"

        "ไม่ใช่ว่าทำมาตลอดงั้นเหรอ" ซีกเกอร์ย้อนถาม ที่ผ่านมาไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เห็นได้ชัดเลยว่าราล์ฟพยายามเสริมเขี้ยวเล็บให้กับซากุระ ไม่ว่าจะเรื่องการช่วยทำสงครามก็ดี หรือช่วยทำให้ฐานะในสมาพันธ์ของเธอมั่นคงขึ้น

        "ติดต่อไปตอนนี้คงไม่อยู่หรอก...อ๊ะ ยังอยู่ด้วยแหะ"

        สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องขอความร่วมมือกับซากุระ บางทีเขาอาจจะขอแบ่งปันผลประโยชน์ในครั้งนี้ได้นิดหน่อย มันดีกว่าต้องทิ้งมันไปโดยเปล่าประโยชน์

        "สวัสดีค่ะ ดิฉันกำลังจะออฟไลน์พอดีเลย"

        "เหมือนฉันจะติดต่อไปผิดจังหวะสินะ ขอโทษด้วย"

        "ไม่เป็นไรค่ะ แต่คิดว่าคงติดต่อมาถูกจังหวะมากกว่า เพราะคืนนี้ดิฉันมีธุระไม่อาจเข้ามาได้"

        "งั้นก็เป็นโชคดีของฉันสินะที่ติดต่อเธอก่อน"

        "ค่ะ เป็นโชคดีของทั้งสองฝ่าย" น้ำเสียงของเธอฟังดูคล้ายกับดีใจที่ได้พูดคุยกัน "ที่จริงดิฉันเองก็มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบเช่นกันนะคะ เกี่ยวกับเรื่องที่คุณร้องขอมา จากการปรึกษากันอย่างไม่เป็นทางการมีความเห็นคร่าวๆ ว่ามันค่อนข้างจะเสี่ยงและสูญเสียทรัพยากรสำคัญเป็นจำนวนมาก มิหนำซ้ำยังเป็นข้อมูลเลื่อนลอยที่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าอาณาจักรเงือกมีอยู่จริงแต่ประการใด ตำแหน่งที่ตั้งก็ไม่ทราบ แม้ดิฉันอยากจะช่วยเหลือแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าดิฉันไม่สามารถใช้ความรู้สึกส่วนตัวในการตัดสินใจต่อสิ่งที่สร้างความเสียหายได้ในอนาคตค่ะ"

         ในฐานะเสาหลักที่มีคนนับหน้าถือตา และมีอำนาจในการสั่งการ ซากุระย่อมไม่ปักใจเชื่อสิ่งที่ 'คนรู้จัก' ร้องขอมาและเคลื่อนไหวทันที แต่จะปรึกษากับคนที่อยู่ในระดับเดียวกันเพื่อลงความเห็นว่าควรช่วยหรือไม่ และควรช่วยในระดับใดที่ไม่สร้างความเสียหายแก่ตนเอง ไม่ใช่แค่ได้ยินคำว่าผลประโยชน์แล้วกระโจนเข้าหา ความไม่ประมาทและไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ทำให้ซากุระเชื่อถือได้มากที่สุดใน บลู ลิเบอร์ตี้

        หรือบางทีอาจจะรวมไปถึงคนนอกด้วยก็ได้

        "ทรัพยากรที่ว่าหมายถึงค่าใช้จ่ายใช่หรือเปล่า"

        "ถูกต้องตามนั้นค่ะ"

        การสร้างสมาพันธ์ที่ยิ่งใหญ่แน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามมามากมาย การจะอยู่รอดได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการบริหารของผู้นำในช่วงเวลานั้น ยิ่งจำนวนคนที่มากค่าใช้จ่ายก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย การที่มีคนยอมเข้าสังกัดกิลด์ก็เพื่อหวังสวัสดิการที่จะได้รับซึ่งมั่นคงกว่าการเป็นโซโล่เพลเยอร์ ในบางกรณีที่โซโล่เพลเยอร์อาจทำเงินได้มาก แต่มันก็เป็นโชคดีเพียงชั่วคราวเท่านั้น

        "ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็สิ่งที่ฉันค้นพบก็อาจจะช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้"

        จากนั้นราล์ฟก็บอกเล่าเกี่ยวกับเหมืองแร่ทองคำที่พบเจอให้ฟัง เห็นซากุระเงียบไปสักพักหนึ่งก็คิดว่าเธอกำลังทำความเข้าใจกับสิ่งตอบแทนที่ว่านี้ มูลค่าของทองคำเองก็ถือว่าสูงมาก แต่ถ้ามันถูกปล่อยสู่ตลาดในทีเดียวก็อาจทำให้มูลค่าของมันตกลง แต่มั่นใจว่าซากุระมีวิธีทำให้มูลค่าของมันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

        "ที่คุณต้องการก็คือ ส่งมอบเหมืองทองที่ว่าให้แก่ดิฉันไปดำเนินการต่อในฐานะของผู้ถือครองสินะคะ"

        "ถ้าเรียกว่าหุ้นส่วนจะดีมาก ฉันเองก็จำเป็นต้องใช้เงินเหมือนกัน"

        "นั่นเพราะคุณไม่มีกำลังพลมากกว่า ถึงแม้ว่าคุณจะสร้างกิลด์แล้วก็ตาม...แพนโดร่า ใช่ไหมล่ะคะ"

        "รู้ถึงขั้นนั้นเลยงั้นเหรอ ทั้งที่กิลด์ใหม่ยังไม่ขึ้นทำเนียบเลยด้วยซ้ำ" ราล์ฟยิ้มขำ ไม่คิดเลยว่าซากุระจะสืบแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยอย่างกิลด์สร้างใหม่ด้วย

       "สำหรับคุณที่เป็นตัวอันตรายแล้ว ดิฉันมองว่าเป็นเรื่อง 'ธรรมดา' ที่จะต้องไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเป็นอันขาด...แต่ขอกลับเข้าเรื่องเมื่อสักครู่นะคะ ในกรณีที่คุณเป็นผู้ค้นพบเหมืองทองและต้องการส่งมอบมันให้แก่ดิฉันไปดำเนินการ ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ดิฉันไม่คิดว่าควรดำเนินการในฐานะของ ซากุระ หัวหน้าสมาพันธ์หน่วยกลยุทธ์แห่ง บลู ลิเบอร์ตี้ เพราะสิ่งนั้นจะตกอยู่ในความควบคุมดูแลของสมาพันธ์โดยยึดถือเป็นสมบัติกองกลาง หรือหัวหน้ากิลด์เอกซอร์ซิส แต่ถ้าเป็นกรณีแค่กับเพลเยอร์ ซากุระ ดิฉันคิดว่าน่าจะใช้ช่องว่างนี้ได้นะคะ"

        "ความคิดเข้าท่าดี แต่เธอจะไม่สามารถใช้สิ่งที่ได้รับมาเพื่อผลประโยชน์ของกิลด์หรือสมาพันธ์ได้เลย แบบนั้นจะยังดีต่อตัวเองอีกงั้นเหรอ"

        เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ได้ถูกมองเป็นเรื่องแปลก เมื่อทุกคนเข้าสังกัดกิลด์ การกระทำภายใต้ฐานะของตัวแทนสมาชิก ผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะตกเป็นของส่วนกลางนั่นก็เพื่อส่วนหนึ่งใช้ในการพัฒนา และอีกส่วนก็คือการกระจายให้สมาชิกทุกคนอย่างเท่าเทียม เป็นการทำงานที่แบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ว่าก็จะมีคนบางคนใช้วิธีตุกติกอย่างการกล่าวอ้างว่าสิ่งที่ได้มานั้นเป็นการดำเนินการด้วยตัวเอง จึงไม่ต้องส่งมอบให้กับสังกัดกิลด์ก็ได้

        "ลืมเรื่องการบริจาคไปแล้วเหรอคะ ถ้าเป็นสิ่งนี้ล่ะก็ดิฉันสามารถทำได้อย่างง่ายดายและผลประโยชน์จะตกอยู่เฉพาะกับคนในสังกัดของตนเองเท่านั้น ดิฉันไม่ได้ตรากฎออกมาเพื่อให้เป็นช่องว่างในการทุจริตของใครหลายๆ คน แต่ตรากฎออกมาเพื่อผลประโยชน์ในฝ่ายตนเองมากที่สุด"

        ราล์ฟเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องดำเนินการในฐานะของ ซากุระ ไม่ใช่หัวหน้ากิลด์เอกซอร์ซิส หรือหัวหน้าสมาพันธ์หน่วยกลยุทธ์ บลู ลิเบอร์ตี้ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เธอมีอยู่เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตนเอง เป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจมากเพราะกฎนั้นก็เป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นชอบด้วยกัน เนื่องจากคิดว่าไม่จำเป็นต้องส่งมอบให้กับสังกัดจะได้ใช้สิทธิ์นั้นให้เต็มที่

        "ถ้าอย่างนั้นเธอจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ ฉันว่ามันคงไม่ดีแน่ถ้าปล่อยทิ้งเอาไว้แบบนั้น"

        "คุณได้รับสิทธิ์ในการครอบครองหรือยังคะ หากคุณค้นพบด้วยตัวเองก็น่าจะมีโฉนด แต่ในกรณีที่คุณยังไม่ได้รับมันก็แปลว่าคุณได้สิทธิ์นั้นมาจากการแย่งชิงอย่างถูกต้อง แปลว่าผู้ถือครองนั้นจะเป็นชื่อของคุณ ลองตรวจสอบในช่องรายการทรัพย์สินส่วนตัวสิคะ"

        ได้รับคำแนะนำจากซากุระก็ลองเปิดดู ในช่องรายการทรัพย์สินส่วนตัวนั้นระบุว่าเขาได้ครอบครองอะไรบ้าง ก็มีตัวเลขระบุจำนวนเงินที่ถูกต้อง ทรัพย์สินอย่างเกาะส่วนตัว [บ้าน] รายการไอเทมที่ถูกพับและแบ่งประเภทเอาไว้เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา และสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือเหมืองแร่ทองคำ

        "ถ้าเป็นแบบนั้นมันจะแตกต่างจากเหมืองแร่ในโฉนดที่จะเป็นของคุณถาวร แต่ในกรณีที่มาจากการแย่งชิงก็จะเป็นเหมือนสินสงคราม ถ้าถูกทำสงครามด้วยและป้องกันไม่ได้มันจะถูกส่งต่อให้กับผู้ที่เอาชนะคุณได้ สิ่งนี้ถือว่ามีความเสี่ยงเป็นอย่างมากเลยนะคะ ถ้าดิฉันติดตั้งอุปกรณ์แล้วแต่คุณถูกแย่งชิงสิทธิ์ในการครอบครองเท่ากับว่าดิฉันลงทุนสูญเปล่า"

        เท่ากับว่าราล์ฟจะต้องยอมเข้ามาดูแลพื้นที่แห่งนี้ต่อไป การย้ายที่อยู่จึงเป็นไปไม่ได้ ถ้าหากเป็นอย่างนั้นวิธีต่อไปก็คือการยึดพื้นที่และขยายขอบเขตออกไปและสร้างพื้นที่ปกครองตนเองขึ้นมา หากเป็นแบบนั้นก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับพวกเพลเยอร์ที่อยากทำตัวเป็นฮีโร่หรือไม่ก็พวกที่หวังรวยทางลัด อย่างไรก็ตามก่อนอื่นเขาควรจะให้ซากุระทราบถึงกองกำลังของเขาเสียก่อน ถึงมันจะไม่ใช่วิสัยที่ถูกต้องนักในการต่อรอง แต่ถ้าซากุระส่งคนที่ไม่รู้เรื่องราวมาก็ต้องเจอกับการปะทะอย่างแน่นอน

        "คุณมีกองทัพอสูรเป็นของตัวเองแล้วเหรอคะ ดิฉันกังวลไว้ไม่ผิดเลยว่าคุณจะต้องใช้วิธีนี้ คงเพราะคาดการณ์ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับความจำเป็นของเพลเยอร์ได้ คุณก็เลยเลือกใช้สิ่งที่ไม่ถูกขัดขวางโดยเงื่อนไขอย่างการออฟไลน์เป็นเครื่องมือ"

        "แล้วว่ายังไง จะยอมร่วมมือกันหรือเปล่า"

        "จะทำเป็น...ไม่รู้ไม่เห็นสักครั้งหนึ่งก็แล้วกันนะคะ ถ้ายังไงดิฉันขอตัวก่อนนะคะ อรุณสวัสดิ์ค่ะ"

        "'อรุณสวัสดิ์' งั้นเหรอ"

        เท่านี้ปัญหาก็หมดลงไปเรื่องหนึ่งแล้ว แต่ก็มีปัญหาตามมาเป็นกระบุง เขาจำเป็นจะต้องดูแลพื้นที่นี้ในฐานะของ 'ผู้ครอบครอง' และต้องคอยป้องกันการรุกรานไปด้วยในตัว

        "งั้นเรากลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า" ราล์ฟเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ซีกเกอร์ อีกฝ่ายแค่มองตอบแต่ไม่พูดอะไรคล้ายกับกำลังรอให้เขาเป็นฝ่ายเริ่มประเด็นเอง "มีวิธีไหนบ้างที่จะสามารถเคลื่อนย้ายคนไปยังสถานที่ต้องการได้ วิธีบางอย่างที่คล้ายกับทักษะนั่นน่ะ"

        การถามถึงทักษะที่เป็นความลับถือเป็นข้อห้าม ราล์ฟเข้าใจเรื่องนี้ดีแต่ก็ยังถามเพราะซีกเกอร์ดูจะไม่ใช่คนที่หวงแหนอำนาจ จากการกระทำที่ผ่านมานั้นก็มอบอำนาจให้กับเพลเยอร์คนอื่นโดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นมิตรหรือศัตรู ล่าสุดก็ยังมอบอำนาจให้พวกมอนสเตอร์อีกด้วย

        "หมายถึงเจ้านี่น่ะเหรอ" ซีกเกอร์ชูมือแสดงให้เห็นถึงแหวนที่สวมอยู่บนนิ้วเรียวยาว "แหวนแห่งมิติของผู้เชื่อมมิติ ไอเทมระบุอาชีพเฉพาะ สามารถเชื่อมมิติไปยังสถานที่ที่เคยผ่านไปมาได้หมดอย่างไร้ข้อจำกัด แต่ว่า...ใช่ว่าจะมีแค่แหวนแห่งมิติเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ใช้เคลื่อนย้ายได้ อย่างทักษะของนักสำรวจก็สามารถทำได้เช่นกันแต่ก็มีเงื่อนไขเรื่องของระยะ ยกเว้นว่าจะมีไอเทมที่ช่วยซับพอร์ต ถ้ายังไงจะลองใช้วิธีนั้นดูก็ยังไม่เสียหาย กล่องสมบัติสีรุ้งยังพกติดตัวเอาไว้สินะ"

        เมื่อซีกเกอร์กล่าวถึงสิ่งนั้นราล์ฟก็ค่อนข้างระวังตัวมากขึ้น ความสงสัยนั้นทำให้เขาพยายามหาคำตอบแต่ก็ไร้ผล ไม่รู้ว่าซีกเกอร์รู้ได้ยังไง อาจจะเพราะว่ามีสายข่าวที่ดี แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นซากุระเองก็น่าจะรู้เหมือนกัน

        "รู้ไหมว่ากล่องสมบัติสีรุ้งมีชื่อเรียกอีกอย่างว่ายังไง"

        ราล์ฟพยักหน้าตอบรับ "กล่องที่ถูกเรียกว่า 'กล่องสมปรารถนา' จะเปิดได้สิ่งที่ต้องการที่สุดออกมา และมีความแม่นยำ 100% จากการที่มีคนเคยทดสอบ ทำให้มูลค่าของมันสูงมากใช่ไหม"

        "ถูกเพียงครึ่งหนึ่ง ที่พูดมานั้นเป็นเพียงแค่การเข้าใจฝ่ายเดียวของเพลเยอร์ ไม่ใช่ของผู้สร้าง" ซีกเกอร์ยื่นมือออกไป ด้วยการกระทำนั้นบ่งบอกจุดประสงค์อย่างชัดเจน ราล์ฟไม่ได้มีความคิดลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาส่งกล่องสมบัติสีรุ้งให้ "การเปิดไอเทมนั้นมีความเชื่อที่ว่าจะต้องพูด 'ชื่อ' สิ่งที่อยากได้ในขณะเปิดเพื่อสุ่มไอเทมออกมา นั่นเป็นความเชื่อที่ถูกเพียงครึ่งหนึ่ง แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีนั่นก็คือการขานชื่อสิ่งที่ต้องการออกมาด้วยโค้ดของไอเทมชิ้นนั้นอย่างถูกต้อง พูดง่ายๆ ก็คือมันไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถทำได้ ยกเว้นจะมีคนกำหนดโค้ดมันลงไป"

        "หมายถึงโกงสินะ?"

        ซีกเกอร์ยิ้มขำแล้วตอบว่า "ไม่ใช่เลย การกำหนดโค้ดนั้นคือการล็อกการตั้งค่าให้เปิดได้เฉพาะไอเทมชิ้นนั้นเท่านั้น แต่ในกรณีนี้จะถูกมองว่าเป็นการสุ่มได้ด้วยดวงล้วนๆ ระบบมันไม่ได้มองลึกไปถึงระดับเจตนาอยู่แล้ว อย่างคนที่พูดชื่อดาบไปเลยแล้วได้ก็ยังมี แต่ถ้าต้องการความแม่นยำที่สุดก็คือการระบุชื่อโค้ดไอเทมลงไป หรือก็คือ..."

        "การกระทำในขอบเขตที่อนุญาตให้ทำได้"

        "ถูกต้องตามนั้น" ซีกเกอร์ทุ่มความสนใจไปที่กล่องสมบัติสีรุ้ง และกล่าวชื่อโค้ดไอเทมที่ต้องการก่อนจะเปิด เป็นโค้ดตัวเลขและอักษรอัลฟาเบตผสมกันที่ยืดยาว   หนังสือตำราเรียนรู้ทักษะพิเศษก็อยู่ในมือของซีกเกอร์แทนที่กล่องสมบัติสีรุ้ง ซีกเกอร์ส่งมอบมันให้กับราล์ฟโดยไม่ได้มีความคิดที่จะแย่งชิงมันไป

        "เทเลพ็อต?"

        อย่างไรก็ตามราล์ฟไม่เห็นว่าซีกเกอร์เล่นตุกติกอะไรทั้งสิ้น จากท่าทางที่ดูมั่นใจนั่นแปลว่าซีกเกอร์ต้องเข้าใจระบบทั้งหมดอย่างถ่องแท้ รู้จักขอบเขตของสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ เพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดการตรวจสอบถึงความผิดปกติ จะบอกว่ามันเป็นการโกงระบบซึ่งหน้าก็ไม่ได้ เพราะเขาเองก็เคยใช้วิธีที่คล้ายๆ กันทำมาแล้ว ปัญหาคือเขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่ถูกตรวจสอบจากระบบ

        "แต่ว่าถ้าเป็นแบบนี้ขอแค่มีกล่องสมบัติสีรุ้ง กับรู้ชื่อไอเทมที่อยากได้ก็พอแล้วสินะ"

        "คิดง่ายเกินไปแล้ว ไอเทมที่ถูกระบุชื่อจะมี 'กุญแจ' อยู่ ถ้าระบุไม่ถูกต้องล็อกก็จะผนึกตัวเองเพื่อไม่ให้ถูกเลือกออกมา ไอเทมชิ้นนี้ยังไม่ถูกบรรจุลงในเกมอย่างสมบูรณ์แต่สามารถสุ่มได้ด้วยเงื่อนไขพิเศษ สถานการณ์พิเศษ พูดง่ายๆ ก็คือมีสลักป้องกันอยู่หลายชั้นมาก คิดดูสิว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงถ้ามีทักษะนี้กันทุกคน"

        เพราะรู้ถึงผลลัพธ์ที่ตามมาราล์ฟจึงต้องยอมรับว่าสิ่งที่ซีกเกอร์พูดมานั้นถูกต้อง ตัวผู้สร้างเองก็ต้องหาทางทำทุกวิธีเพื่อไม่ให้ความสามารถที่ร้ายแรงเหล่านี้หลุดออกไป บางทีก็มักจะมากับคำถามที่ว่า 'ถ้าไม่อยากให้สมดุลเสียหายจะสร้างขึ้นมาทำไม' แต่ถึงแม้ตัวผู้สร้างจะตระหนักถึงอันตราย ก็ยังจงใจสร้างมันขึ้นมาเพื่อให้เป็นทักษะที่ครอบครองได้ยาก แต่มีเงื่อนไขที่ทำให้ใช้งานได้ลำบากขึ้น

        อย่างไรก็ตาม เวลานี้ราล์ฟได้ทักษะสุดยอดมาไว้ในมือ เขามั่นใจได้เลยว่าเพียงเท่านี้ความสามารถของตนเองก็จะพัฒนาขึ้นเป็นเท่าตัว เขามีวิธีมากมายเพื่อใช้ความสามารถนี้ให้เกิดประโยชน์ หลังจากที่เรียนรู้มันก็เข้าใจถึงความสามารถอย่างถ่องแท้ เทเลพ็อตนี้สามารถพาเขาไปยังสถานที่ที่เคยไปมาได้ แต่การใช้งานในแต่ละครั้งจะใช้ MP เป็นจำนวนมหาศาล ทว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาที่ร้ายแรงตราบใดก็ตามที่ยังมีน้ำยาเป็นจำนวนมาก ดูเหมือนว่าหลังจากนี้ก็ควรจะพกน้ำยาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

        "หน้าที่ของข้าก็คงจบลงแล้วสินะ"

        "บางทีฉันก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงให้ความสำคัญกับฉันนัก เท่าที่ฟังมาดูเหมือนว่าการพบกันของพวกเรามันถี่มากผิดปกติ เมื่อเทียบกับข่าวลือเกี่ยวกับกลุ่มซีกเกอร์ที่ปรากฏตัวตามที่ต่างๆ"

        "อนาคตจะเป็นผู้ให้คำตอบเอง" กล่าวจบก็เปิดประตูมิติและเดินหายเข้าไป

        เวลานี้ราล์ฟได้พลังสุดยอดมาไว้ในมือแล้ว และคิดว่าการทำอะไรต่อมิอะไรก็คงจะง่ายขึ้น เช่นเดียวกันกับการเดินทางไปมาก็จะย่นระยะเวลาได้เร็วขึ้นจนสามารถทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างรวดเร็ว เพราะแบบนั้นซีกเกอร์ที่สามารถปรากฏตัวที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้นั้นจึงเป็นบุคคลอันตรายที่รับมือได้ยากมาก

        ถึงอยากจะลองใช้ทักษะใหม่นี้แค่ไหน แต่ว่าการสนทนาที่ผ่านมาก็กินเวลาไปนานมาก พวกก็อบลิน ออร์ค เดบอร์ และดรอฟว์ก็ได้แต่ยืนตัวเกร็ง ถึงอย่างไรมันก็เป็นเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นไม่ได้กินเวลากันมากมายเพราะมันเป็นบทสนทนาที่บุคคลที่สามมองว่าเป็นการตัดสินใจที่เร็วเกินไปเสียด้วยซ้ำ คล้ายกับจะไม่ตระหนักถึงผลกระทบที่ตามมาด้วยซ้ำ

        "เอาล่ะ จากนี้ไปฉันจะเริ่มมอบหมายงานให้ ก็ไม่ได้หวังว่าจะได้รับความร่วมมือกับพวกแกทุกตัวอยู่แล้ว แต่ที่อยากจะพูดก็คือ ฉันจะรับรองความปลอดภัยให้และทำให้พวกแกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากกว่าที่อดีตราชาของพวกแกเคยทำมา"

        เผ่าพันธุ์อสูรจะยึดถือและเชื่อฟังผู้แข็งแกร่ง ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นมนุษย์แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้สังหารคิงก็อบลินด้วยตัวคนเดียว นั่นคือความแข็งแกร่งอย่างแรกที่พวกมันเปิดใจยอมเชื่อฟังคำสั่ง แต่ว่ากลิ่นอายของราล์ฟคล้ายมนุษย์ก็เลยมีท่าทางขัดขืนอยู่บ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมก็ถือว่าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

        ปัญหาที่พวกมันเผชิญอยู่ก็คือจำนวนที่มากเกินกว่าปริมาณอาหารที่หาได้ในแต่ละวัน พวกที่วิวัฒนาการได้สูงและแข็งแกร่งจะได้รับสิทธิ์ในตัวอาหารที่มากกว่า ตัวที่อ่อนแอจะได้เพียงแค่เนื้อติดกระดูก นั่นคือรูปแบบการปกครองของคิงก็อบลิน คงตั้งใจให้พวกตัวที่อ่อนแอพัฒนาขึ้นซึ่งก็ได้ผลพอสมควร มีพวกอ่อนแอหลายตัวพัฒนาขึ้นจนแข็งแกร่ง ส่วนที่อ่อนแอก็จะถูกใช้เพื่อเป็นแรงงานทั่วไป

        ราล์ฟจำเป็นต้องเปลี่ยนการปกครองใหม่ทั้งหมด ให้ตัวแทนจากทั้งสี่เผ่าพันธุ์คอยรับหน้าที่ตามคำสั่ง และเริ่มแบ่งกองกำลังกันโดยการจัดลำดับคล้ายกับกองทัพ ตัวซานัคที่เป็นราชาของดรอฟว์นั้นติดหนี้บุญคุณที่ช่วยปลดปล่อยพวกตนจากความเป็นทาสแรงงานของคิงก็อบลินก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พวกมันเองก็ไม่มีที่ไปเพราะแต่เดิมที่นี่เป็นบ้านของพวกมัน จนกระทั่งมีก็อบลินบุกเข้ามายึดด้วยกองทัพจำนวนที่มากกว่า

        ดรอฟว์มีจำนวนไม่มากเทียบจำนวนประชากรแล้วมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย คงเพราะขยายพันธุ์ได้ยากทำให้พวกมันค่อนข้างจะใส่ใจกับการเลี้ยงดูทายาทรุ่นใหม่ ด้วยเหตุนี้ซานัคจึงคิดจะเดิมพันกับสิ่งที่ราล์ฟพูดมาว่าจะรับรองความปลอดภัยให้

        ราล์ฟมอบหมายงานที่เหมาะสมในแต่ละเผ่าพันธุ์ให้ หลักๆ ก็คือการสร้างแนวป้องกัน พวกคนแคระมีความชำนาญในเรื่องของการก่อสร้างอยู่บ้างจึงง่ายที่จะให้คำแนะนำในการสร้างค่ายป้องกันที่บริเวณหน้าทางเข้าไว้ก่อน มันค่อนข้างจะโดดเด่นแต่คงไม่มีใครบ้าจี้บุกเข้ามาในเร็ววันนี้หรอก แต่เพื่อความไม่ประมาทก็จะให้พวกประเภทวอร์ริเออร์เดินตรวจตราไปก่อน

        ปัญหาต่อมาคือเรื่องอาหาร พวกมันทำงานแต่ไม่ได้รับอาหารที่เพียงพอทำให้บางตัวค่อนข้างจะอ่อนแอ ราล์ฟเลยต้องใช้ทักษะที่พึ่งได้รับมาใหม่เป็นครั้งแรก เทเลพ็อตไปที่เมืองคลาเซียร์โดยใช้จุดวาปเป็นหลัก นั่นทำให้เขาดูเหมือนคนที่ใช้วาปกลับเมืองมา จากนั้นก็ไปกว้านซื้ออาหารทั้งหมดทุกร้านที่ราคาถูก เน้นปริมาณเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุผลที่ว่ามันทำได้ค่อนข้างเร็วมาก และใช้เทเลพ็อตอีกครั้งที่นอกเมืองกลับมาแจกจ่ายอาหารให้พวกมัน

        เพื่อให้เกิดการพัฒนาในด้านการป้องกัน ราล์ฟตัดสินใจมอบหน้าที่ในการพัฒนากับซานัค ถึงพวกดรอฟว์จะเชี่ยวชาญเรื่องแร่กับการตีเหล็ก แต่ในด้านการพัฒนาพื้นที่หรือสร้างเมืองก็ต้องยอมรับว่าพวกนี้จะเก่งมาก มีคำแนะนำมากมายที่ซานัคเสนอขึ้นอย่างการปรับปรุงพื้นที่ภายในหลายต่อหลายแห่งให้ดูดีขึ้นไม่ใช่แค่ทำเป็นโพรงถ้ำ ก่อนหน้านั้นเป็นคิงก็อบลินที่ครอบครองพวกมันก็เลยจงใจไม่เปิดเผยเรื่องนี้ ตั้งใจว่าจะทำลายพวกมันจากภายใน ก็พอจะเรียกได้ว่าเป็นความเจ้าเล่ห์ที่น่ากลัวจริงๆ

        ไม่ใช่ว่าราล์ฟไม่เข้าใจอารมณ์ขุ่นเคืองของพวกชาวบ้านที่ถูกปลดปล่อย พวกเขายังพยายามเกลี้ยกล่อมให้ราล์ฟช่วยมอบทองคำให้อีก หลังจากที่รู้สึกตัวว่าคำพูดของพวกเขาอาจทำให้ราล์ฟโกรธแค้นและเกณฑ์พวกมอนสเตอร์เข้าทำลายหมู่บ้าน แต่มันก็เป็นแค่การคิดไปเองฝ่ายเดียวเพราะราล์ฟให้คำตอบไปว่า ทองคำเหล่านั้นจะใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมพวกมันไม่ให้สร้างความเสียหาย ไม่ได้หวังให้พวกชาวบ้านเห็นด้วย ราล์ฟตัดสินใจแล้วว่านั่นคือวิธีที่ดีที่สุด เขาไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียว ทองคำที่ได้มาจากการแย่งชิงจึงเป็นเพียงแค่ทุนเริ่มต้น

        เมื่อมาถึงหมู่บ้านพวกเขาวิ่งเข้าไปหาครอบครัวของตนเอง น้ำตาแห่งความยินดีเผยออกมาให้เห็น ผู้เฒ่าเดินเข้ามากล่าวขอบคุณในสิ่งที่ราล์ฟทำ ตั้งแต่ที่ปรากฏตัวมาที่หมู่บ้านก็เป็นช่วงเที่ยงเขาใช้เวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้นในการแก้ปัญหาทั้งหมด ความเร็วแบบนี้ทั้งยังใช้คนจำนวนไม่มากก็จัดการได้อย่างเรียบร้อย ก่อนหน้านี้นิมป์ก็มาแจ้งเรื่องที่จัดการปัญหาแหล่งน้ำที่ดื่มไม่ได้ให้แล้ว สัตว์ป่ารอบๆ ก็ถูกจัดการโดยจิ้งจอกขาว แบบนั้นมันน่าเหลือเชื่อจนเกินไป

        แต่ก็อีกนั่นแหละ ถึงแม้ราล์ฟจะไม่เคยพอใจกับระดับฝีมือแค่นี้ของคนของตนเอง ทว่าระดับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมันก็มากพอที่จะจัดว่าเป็นยอดฝีมือระดับสูงแล้ว การจัดการปัญหาด้วยกำลังจึงเป็นเรื่องที่ทำได้โดยง่าย ส่วนถ้าเป็นการแก้ไขด้วยการจัดการเขาก็มั่นใจว่าพอจะถูไถไปได้เหมือนกัน

        อย่างไรก็ตามการจัดการยังไม่หมดแค่นั้น ราล์ฟเหลือเวลาอยู่ไม่มากก็เริ่มต้นทำอะไรบางอย่าง ควบคุมดาบทั้งหมดออกไปตัดไม้รอบๆ  ให้คิริช่วยขุดดินเป็นแนวยาว จากนั้นก็ใช้ไม้ทั้งหมดนั่นปักลงไปอย่างเป็นระเบียบ กลายเป็นรั้วกั้นที่แข็งแรงพอที่จะป้องกันการโจมตีได้ชั่วคราว ราล์ฟให้สัญญาว่าจะมาจัดการเพิ่มเติมให้ในภายหลัง และมอบถังน้ำสำหรับกองทัพให้ยืมไปก่อนชั่วคราว อาหารที่ซื้อมาเผื่อไว้เป็นเสบียงช่วงที่เขาไม่อยู่

        "เอาล่ะ พวกเธอกลับไปรอที่บ้านก่อนก็แล้วกัน" ราล์ฟผนึกภูตกับสัตว์เลี้ยงและยื่นมือออกไปจับมือนิมป์และอาริน โดยที่ไม่ทันได้สังเกตเห็นใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาว และเทเลพ็อตไปยังร้านน้องเหมียวสี่ขาโดยเลือกด้านหลังร้านที่ปลอดภัยจากผู้คน

        "อ๊ะ! ทำไมมาโผล่ที่นี่ได้ล่ะคะ"

        มันแค่แวบเดียวที่เปลี่ยนสถานที่จากหมู่บ้านที่ถูกทำลายมายังหลังร้านน้องเหมียวสี่ขา คนที่ดูตกใจที่สุดก็คงจะเป็นมิรันด้าที่ถือลังขวดน้ำยาเพื่อนำไปเติมสต็อกในร้าน ก่อนที่มันจะตกแตกก็ได้ราล์ฟใช้พลังจิตช่วยยกเอาไว้ให้ เพราะราคาความเสียหายมันไม่ถูกเลยสำหรับน้ำยาที่ราคาพุ่งสูงขึ้นแบบนี้

        พออารินกลับมา มิรันด้ากับสโนว์ก็ต้องรีบมาต้อนรับพร้อมบอกเล่าสถานการณ์ทั้งหมดให้ฟัง แม้ท่าทางอารินจะดูเหมือนไม่ตั้งใจก็ตามแต่ก็คงจดจำคำพูดได้ทั้งหมด หลักๆ ก็คือถึงจะมีทั้งสองคนคอยเติมน้ำยาอยู่บ้าง แต่เพราะไม่มีอารินอยู่ด้วยปริมาณที่วางขายก็ต้องลดลงไปด้วย แถมน้ำยาตัวใหม่นั้นอารินก็ไม่ได้สอนสูตรให้ก็เลยผลิตออกมาไม่ได้

        "จริงสิอาริน เอานี่ไปด้วยก็แล้วกัน"

        "อะไรเหรอคะ" เด็กหญิงถาม รับสิ่งที่ดูคล้ายกับตั๋วดูภาพยนตร์มาพลิกหน้าหลัง

        "บัตรนั่นจะวาปไปที่บ้านพักของพี่ กดใช้งานมันจะติดตั้งในระบบถาวร แบบนั้นพวกสัตว์เลี้ยงจะได้อยู่ที่นั่นด้วยถ้ายังไงก่อนจะออฟไลน์ลองเข้าไปดูก่อนก็ได้ มีทะเลให้เล่นด้วยถ้าสนใจล่ะนะ"

        "มีทะเลด้วยเหรอคะ อารินอยากไปเล่นทะเลจังเลยค่ะ แต่พี่ชายห้ามเพราะมันอันตราย"

        "อันตราย?" ราล์ฟมองดูอารินที่กำลังอยู่ในช่วงวัยที่เจริญเติบโต และคิดในมุมมองของอาคมก็พอจะเข้าใจอยู่ "นั่นสินะ อันตรายจริงๆ นั่นแหละ ถ้าเป็นที่นั่นจะเล่นได้จนเบื่อเลยล่ะ"

        "แล้วอีกอย่าง...พี่จ้างสโนว์กับมิรันด้าเพิ่มเติมให้ทำหน้าที่ดูแลบ้านหลังนั้น อยากรู้เรื่องอะไรถามพวกเธอได้เลยไม่ต้องเกรงใจหรอก"

        เพราะเชื่อมต่อกับระบบ สโนว์กับมิรันด้าจึงรับรู้ความเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันของบ้านพักได้ ถึงขนาดที่รายงานเรื่องที่สุริยันทำลายป่าไปด้วย หลังจากนั้นราล์ฟก็เลยสั่งให้ลดอาหารของสุริยันลง ด้วยอำนาจของพวกเธอจะสั่งปิดตู้เย็นผนึกไว้ไม่ให้เปิดได้ด้วย เพราะแบบนั้นสุริยันก็เลยไม่กล้าทำอะไรขัดใจทั้งสองคน อาจรวมไปถึงจันทราด้วย

 

        เพียงแค่ออฟไลน์ออกมาเท่านั้น เจนภพ กิตตินนท์ถึงกับต้องกลั้นเสียงกรีดร้องออกมา พอจะรู้ว่ามันเกิดขึ้นจากความผิดปกติของตัวเอง การปลดปล่อยอารมณ์พวกนั้นภายในเกมแม้จะถูกยับยั้งด้วยคลื่นไฟฟ้าแต่ว่ามันกลับไม่ได้ผลกับตัวเจนภพ

        ตามที่มีการโฆษณา เครื่องเล่นเกมนี้จะใช้คลื่นไฟฟ้าในการควบคุมความฝัน เชื่อมต่อระบบความคิดให้เป็นระบบดิจิตอล ทำให้อยู่ในสภาพคล้ายกับกำลังฝันอยู่เพียงแค่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยระบบความนึกคิด ความเจ็บปวดและอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเกมนั้นจะถูกควบคุมโดยคลื่นไฟฟ้า ปกติแล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน มันยังสามารถใช้เพื่อทำการบำบัดผู้ป่วยที่ต้องการทำกายภาพด้วยคลื่นไฟฟ้าได้อีกด้วย

        ทว่าดูเหมือนความผิดปกติของเจนภพจะอยู่นอกเหนือระบบควบคุมด้วยคลื่นไฟฟ้า อารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในตอนนี้เป็นหลักฐานอย่างดีว่าการปลดปล่อยอารมณ์ภายในเกมที่ถูกควบคุมด้วยคลื่นไฟฟ้านั้นไม่ได้ผล น่าจะเป็นเพราะความอ่อนไหวทางด้านอารมณ์ที่แยกแยะความเป็นจริงไม่ได้ และเพื่อยับยั้งมันเจนภพพุ่งปราดไปที่ลิ้นชักข้างเตียง ควานหาตลับยาที่บรรจุยาแคปซูลสีขาวน้ำเงินเอาไว้

        มันคือยาระงับประสาท เพียงแต่ไม่ใช่ยาประเภทที่มีอยู่ในโรงพยาบาลหรือคลินิก เนื่องจากยาระดับนั้นไม่สามารถระงับอารมณ์ของเจนภพได้ ที่พูดได้อย่างเต็มปากก็เพราะว่าเคยทดลองมาแล้ว ยาตัวนี้จึงถูกพัฒนาเพื่อรองรับอาการของเจนภพโดยเฉพาะ

        ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่ายามันจะออกฤทธิ์ เจนภพจึงล้มตัวลงนอนและหลับไปด้วยฤทธิ์ยา

        รู้สึกตัวอีกครั้งก็เป็นตอนที่ได้ยินเสียงฝาหม้อตก มองดูนาฬิกาดูเหมือนว่าเจนภพจะตื่นสายมากแล้ว คุณแม่เองก็ไม่ได้เข้ามาปลุกและเลือกจะทำกับข้าวกินเอง ด้วยความเป็นห่วงจึงจำเป็นต้องโซเซเดินไปที่ห้องครัว

        "อ๊า ลูกป่วยอยู่จริงๆ ด้วยสินะ ก็สงสัยอยู่แล้วเชียวว่าทำไมยังไม่ตื่น รอเดี๋ยวนะแม่จะทำข้าวต้มให้"

        "ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ แค่เวียนหัวเล็กน้อยเท่านั้น" เจนภพปฏิเสธเพราะไม่ต้องการให้เป็นห่วง แต่ความจริงเขากังวลเรื่องอาหารจากนี้ต่างหาก ก็คุณแม่ทำอาหารไม่เก่งเลยเนี่ยสิ

        "ลูกนอนพักเถอะ เดี๋ยวแม่ทำเอง"

        เจนภพไม่สนใจคำคัดค้านเปิดตู้เย็นมองหาวัตถุดิบ และเลือกหยิบของง่ายๆ ออกมาอย่างผัก ขนมปัง แฮม และไส้กรอก เขาทำมื้อเช้าสไตล์อเมริกาอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานจานที่ว่างเปล่าก็ถูกจัดอาหารอย่างสวยงาม

        "โธ่ ลูกนี่ดื้อจัง" ถึงจะพูดด้วยท่าทางที่ไม่รู้สึกยินดี แต่ก็นั่งอยู่ที่อีกฝั่งของโต๊ะและถือซ้อมกับมีดหั่นรออยู่ก่อนแล้ว

        "ก็ไม่ได้ถึงกับป่วยหรือมีไข้จนต้องนอนซมนี่ครับ แค่มีอาการเวียนหัวเล็กน้อยเท่านั้น"

        "แต่ลูกเลือดกำเดาไหลแล้วนะ"

        เจนภพเลื่อนมือไปสัมผัสโดยทันที และรู้ว่ามันคือเลือดกำเดาของจริงก็ปรี่ไปคว้าทิชชูมาซับออก วิลาวรรณเป็นห่วงมากรีบเดินมาขอดูอาการใกล้ๆ

        "ไปหาหมอหน่อยไหม เดี๋ยวแม่พาไป"

        "คิดว่านอนพักสักหน่อยก็น่าจะหายแล้วครับ"

        "งั้นวันนี้แม่จะขอลาครึ่งวัน ลูกกินยาแล้วก็นอนซะนะ"

        "ทำไมต้องทำหน้าดีใจแบบนั้นด้วยล่ะครับ"

        วิลาวรรณทำแก้มป่องเหมือนเด็กแล้วตอบว่า "ก็แหม ลูกแม่ไม่ค่อยป่วยเลยนี่นา โอกาสที่จะได้ทำตัวสมกับเป็นแม่แบบนี้ไม่ได้มีบ่อยซะด้วย บอกไว้ก่อนนะถ้าแม่กลับมาแล้วลูกหายดีแล้ว แม่ไม่ยอมด้วย"

        ก็เป็นความเอาแต่ใจของคุณแม่ล่ะนะ ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจความรู้สึก แค่คิดว่ามันคล้ายจะไร้เหตุผลนิดหน่อยเท่านั้น เจนภพได้แค่ตอบรับความหวังดีนั้น รอจนกระทั่งคุณแม่ออกไปทำงานแล้วก็มานอนอยู่ที่โซฟา

        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 17:47
    โรคเก่ากำเริบ...

    คงต้องใช้เกมส์ฝึกจิตรักษาใจควบคู่ไปด้วย
    #13529
    0
  2. #13460 sunny chic (@0442172) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 00:00
    สายที่มองไปยังก็อบลิน-สายตาที่มองไปยังก็อบลิน
    #13460
    0
  3. #13448 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 23:10
    คุณแม่ เนียนหยุดงานครึ่งวัน อิ อิ
    #13448
    0
  4. #13444 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 19:46
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13444
    0
  5. #13442 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 17:47
    ไอเราก็คิดซะลึกมากกกกก.?....
    ราฟไปเห็นอะไรที่ทำให้เลือดพุ่งหรือเปล่า..?
    กลายเป็นอาการป่วยนอกเกมซะงั้น
    #13442
    0
  6. #13440 ม่านมุก (@honeyl) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 17:04
    ขอบคุณค่ะ
    #13440
    0
  7. #13435 Bam Ma (@bam16122545) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 12:58
    อาคมก็หายไปอย่างไร้ล่องลอย ...
    #13435
    0
  8. #13433 nar near (@nar-near) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 23:26
    ต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #13433
    0
  9. #13419 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 21:47
    อารมณ์แบบ OVB of icepick[ ][ ]!!!
    แบบกล่องสุ่มที่เปิดยังไงก็ได้ไอซ์ปิ๊คสองสล็อต!!!
    //ดักแก่กันไป ณ จุดๆนี้...
    555+
    #13419
    0
  10. #13418 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 17:51
    สายมโนเยอะมว๊าก 555
    #13418
    0
  11. #13417 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 16:45
    ซากุระน่ารักอะไรกันค่ะ ราล์ฟน่ารักกว่า ช่วงนี้โดนดาเมจรัวๆ อะไรนะ? ไม่เชื่อใช่ไหม มาๆ เดี๋ยวแจกแจงให้ฟังง

    ----ราล์ฟเรียกตัวเองว่าพี่เป็นครั้งแรก จำได้ว่าปกติต่อให้คุยกับอารินก็แทนตัวเองว่าฉัน //กระอักเลือดดดด น่าร๊ากกก

    ----ฉันเป็นแมว //ไงล่ะคำเดียวสั้นๆ น่ารักไปอี๊กกกก

    ----ช่วงนี้โมเม้นท์คู่ซีกเกอร์ ราล์ฟเยอะมาก ปกติซีกเกอร์เรียกคนอื่นว่า 'เจ้า' (ใช่ไหมนะ?) ตอนนี้เรียกราล์ฟว่า เธอ แล้วนะ มันดูซอฟๆ ชวนมุ้งมิ้ง เอาเป็นว่า ราล์ฟน่ารักค่ะ

    ไม่ได้เม้นท์ซะนานเลย 5555
    #13417
    0
  12. #13416 สายลมพเนจร (@jzjamezz) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 14:34
    ที่บอกจะทำลายเกมส์ มันก็ต้องค่อยๆทำถูกแล้ว ต้องมีทีม มีพันธมิตร มีคู่แข่ง เจอปัญหา แพ้บ้างชนะบ้าง   ถ้าจะให้เข้าเกมส์มาโคตรเทพสู้ใครก็ชนะ  ถล่มกองทัพ จบเกมส์ฆ่า last boss คนเดียวแบบนิยายโชว์พาวหลายๆเรื่องมันยิ่งน่าเบื่อเลยนะแนวนั้น  
    #13416
    0
  13. #13415 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 13:56
    หรือก็คือ....!! โอ๊ยคุณโฮลี่บาเรียยยยยย
    #13415
    0
  14. #13414 นักอ่านในเงา (@batamana) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 11:04
    ค้างจร้าาาาาา ขอบคุณไรต์ครับ
    #13414
    0
  15. #13413 ppoi03 (@ppoi03) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 08:58
    อ่านมาแล้วหลังๆรู้สึกว่ามันไม่ค่อยสนุกยังไงไม่รู้สิ ราฟไปทำนู่นทำนี่สุดท้ายแทบไม่ได้อะไรเลยมีแต่ต้องหวังพึ่งคนอื่นตลอด ตัวเองทำไรมาก็ไม่ได้ผลประโยชน์เต็มที่เป็นเหมือนหุ่นที่ทำตามซีกเกอร์ อีกอย่างราฟฝึกมาหลายอย่างสุดท้ายไม่เห็นจะไปสุดซักทางสุดท้ายพอมาสู้ก็แพ้
    #13413
    1
  16. #13412 คมดาบพิรุณ (@jamkatana) (จากตอนที่ 356)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 08:23
    ทำไมราฟ ถึงพึ่งซากุระมากเกินไป หลายครั้งแล้ว อย่างซีคเกอร์บอก ราฟเสริมเขี่ยวเล็บให้ศัตรูในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น เกิดขึ้นแน่นนอน 100%. เพราะถ้าราฟจะขึ้นมาทำลายเกมแน่นอน พวกทรงอิทธิพลในกิล ซากุระต้องอยากจัดการแน่ สุดท้ายราฟ และ ซากุระ ก็ต้องสู้กัน

    ราฟนะแค่เด็กพึ่งหัดเดินต่อให้เป็นอัจฉริยะแค่ใหน มันก็ไม่สู้กับคนที่โตเต็มวัยที่ผ่านประสบการณ์มามากมายไม่ได้หรอก (หมายถึง กิลนะไม่ใช่ตัวบุคคล)

    ขอบคุณครับ
    #13412
    0