[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,464 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,091 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,735

    Overall
    1,474,464

ตอนที่ 355 : บทที่ 9 ห้ามยินดีกับการฆ่า (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    28 ก.ย. 59

บทที่ 9 ห้ามยินดีกับการฆ่า

 

        การปรากฏตัวของซีกเกอร์กับอารินไม่ได้ทำให้ราล์ฟถึงขั้นตกใจ อย่างมากมันก็เป็นความรู้สึก 'แปลกใจ' กับ 'สับสน' เท่านั้น มีคำถามมากมายที่อยากจะถามแต่ในเวลานี้เขากลับเลือกที่จะเงียบแล้วเดินต่อไป อาจพูดได้ว่าชินกับการปรากฏตัวแบบกะทันหันของซีกเกอร์แล้วก็ได้

        "ไม่แปลกใจเลยหรือยังไง"

        "แน่นอนว่าต้องแปลกใจ แต่ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมสิบคำถามสามตัวเลือกด้วยหรอกนะ"

        สิบคำถามสามตัวเลือก รายการทีวีอันโด่งดังที่ให้ผู้เข้าแข่งขันสองทีมไม่จำกัดอายุตั้งถามคำถามได้สิบคำถามเพื่อนำไปสู่คำตอบที่ถูกต้องที่ทางรายการกำหนดเอาไว้ สามารถถามได้น้อยกว่านั้นก็ได้เพราะคะแนนจะคิดจากจำนวนคำถาม มันเป็นรายการที่ฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์ในการถามตอบคำถามอย่างมีหลักการ มันเคยเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ภายหลังเน้นไปที่ความตลกโปกฮาของผู้ร่วมรายการซะมากกว่าการประลองความคิด

        เพราะสุริยันดึงความสนใจไปให้ทำให้พวกมอนสเตอร์ทั้งหลายวิ่งผ่านไปโดยไม่เข้ามาสำรวจในจุดที่ราล์ฟซ่อนตัว อารินยื่นหน้าออกมาดูบ้างแต่ราล์ฟก็รีบดึงกลับมาทันที

        "เรื่องนี้เป็นฝีมือของเธอใช่ไหม"

        "ไหนว่าไม่มีเวลามาเล่นเกมยังไงล่ะ" ซีกเกอร์นำคำพูดของราล์ฟก่อนหน้านี้มาใช้ตอบ ได้เห็นเขาทำเสียง 'ชิ' ไม่พอใจก็ยิ้มขำก่อนตอบ "คำตอบของคำถามก็คือทั้งใช่และไม่ใช่ ที่ใช่เพราะข้าเป็นผู้ทำให้ก็อบลินตัวนั้นวิวัฒนาการเป็น ฮอบก็อบลิน และพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ จนเป็น คิงก็อบลิน ที่สมบูรณ์แบบที่สุด และที่ไม่ใช่เพราะความยิ่งใหญ่ที่เห็นนั้นเกิดจากคิงก็อบลินเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตัวเอง"

        ซีกเกอร์ตอบเหมือนไม่ใส่ใจเรื่องความลับ ทั้งที่หากมันถูกเปิดเผยออกไปจะต้องมีคนต่อต้านและมองซีกเกอร์เป็นศัตรู สำหรับราล์ฟที่ใช้วิธีที่คล้ายกันไม่มีสิทธิ์ไปต่อว่าการกระทำเหล่านั้นได้ อย่างมากก็แค่ทำความเข้าใจกับสถานการณ์และประเมินความแข็งแกร่งของพวกมัน

        ราล์ฟมีข้อมูลของคิงก็อบลินอยู่ในมือ มันเป็นข้อมูลที่มีการซื้อขายเป็นวงกว้าง เพลเยอร์ที่ล่ามอนสเตอร์จะต้องซื้อข้อมูลเหล่านี้เพื่อวางแผนให้ตนเองได้เปรียบที่สุดในการออกล่าแต่ละครั้ง โดยพื้นฐานของคิงก็อบลินเป็นสายลมปราณ เป็นคลาสขุนนาง เลเวลอยู่ที่ 50 อาวุธเป็นดาบคิงก็อบลินมีพลังโจมตีอยู่ในคลาส B แพ้ทางเวทมนตร์ ซึ่งข้อมูลที่เขามีเป็นการรวบรวมมาจากกลุ่มนักล่าที่ประสบความสำเร็จในการออกล่า จึงมีความน่าเชื่อถืออยู่บ้าง

        "เจ้านั่นคือคิงก็อบลินที่สมบูรณ์แบบที่สุด ข้อมูลที่เจ้ามีมันเชื่อถืออะไรไม่ได้อีกต่อไป"

        "ขอบใจที่ยังอุตส่าห์บอก" ราล์ฟที่คิดจะศึกษาข้อมูลเพื่อยืนยันจุดอ่อนของคิงก็อบลินกลับต้องปัดความคิดนั้นทิ้งไป "แล้วคิดยังไงถึงได้พัฒนาความสามารถให้มอนสเตอร์ในเกม คิดว่าเธอคงเป็นพวกที่ไซโคเพลเยอร์คนอื่นโดยไม่แบ่งแยกซะอีก...อ่า ช่างเถอะ ก็พอจะรู้เหตุผลของการทำแบบนั้นแล้ว"

        "หากเป็นคนอื่นคงมองข้าเป็นศัตรูไปแล้ว"

        "แค่คิดต่างกันเท่านั้นแหละ ยังไงซะโลกนี้ก็เป็นแค่เกมเพราะฉะนั้นจุดประสงค์ในการเล่นเกมของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน ก็จริงที่ความสนุกของเธอทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ถ้าอยู่รอดไม่ได้มันก็เป็นความผิดของคนพวกนั้น"

        "เย็นชาซะจริงนะ"

        "ถ้ามัวแต่เห็นใจมนุษย์ก็ไม่เติบโตกันพอดี"

        "แต่ถ้ากินข้าวเยอะๆ จะโตเร็วนะคะ พี่ชายก็ชอบพูดให้ฟังว่า กินข้าวเยอะๆ จะได้โตไวๆ"

        ราล์ฟอยากจะตอบไปว่า 'มันเป็นแค่คำพูดเชิงบวก' แต่พอได้เห็นท่าทางเอาจริงเอาจังกับคำพูดของอารินก็คิดว่าเงียบไว้คงจะดีซะกว่า

        "ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อน"

        เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรจะต้องทำแล้ว ซีกเกอร์ก็เอ่ยปากขอตัวไปจากที่ตรงนี้ ว่ากันตามจริงก็ควรจะเป็นแบบนั้น ซีกเกอร์เองก็มีศักดิ์ศรีในฐานะของผู้มอบให้ นั่นคือการไม่ขัดขวางการกระทำใดๆ ของผู้รับมอบ ดังนั้นถึงซีกเกอร์จะรู้ว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้างก็ไม่ได้ดำเนินการจัดการ

        ราล์ฟมองซีกเกอร์เดินถอยหายไปด้วยพลังในการข้ามมิติ ตัวเขาก็ไม่ได้เป็นศัตรูกับซีกเกอร์หรือกับใครก็ตาม ต่อให้ซีกเกอร์แสดงตัวว่าเป็นศัตรูมันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น ในความเห็นของราล์ฟ เขามองว่ามันเป็นเพียงบทบาทชั่วคราว ไม่ได้เป็นศัตรูกันโดยแท้จริง

        พอบอกว่าในครั้งนี้จะบินไป อารินก็เปิดกล่องเข็มกลัดเลือกเผ่าพันธุ์แมลงที่จะเปลี่ยน อารินเลือกผีเสื้อที่ควบคุมทิศทางการบินได้ไหลลื่นกว่า ราล์ฟควบคุมจิตยกตัวเองให้ลอยขึ้นและเริ่มนำทางไป เวลานี้เสียงการต่อสู้หยุดพักไปบ้างแล้ว หน้าต่างข้อมูลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าแสดงพลังชีวิตของสุริยัน ถึงจะมีฝีมือแต่ถ้าถูกรุมเยอะขนาดนี้ก็เป็นธรรมดาที่จะพลาดท่า

        ทั้งสองทิ้งตัวลงไปจากความสูงหลายสิบเมตร อารินเรียนรู้วิธีทิ้งตัวที่เพิ่มความเร็วให้ตัวเองในระหว่างบินอย่างการหุบปีกมาหุ้มร่างกาย และกางออกเพื่อลดความเร็วใช้ในการร่อน ท่าทางที่แสดงออกเห็นได้ชัดเจนเลยว่าพัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ที่ด้านล่างนั้นมีออร์คกลุ่มใหญ่กำลังแตกตื่นกับการมาของทั้งสองคน พวกมันเตรียมที่จะโจมตี ราล์ฟเรียกดาบออกมาเท่าจำนวนของพวกมัน ---

        โฮก!!!

        เสียงคำรามดังขึ้นพร้อมกับลำแสงที่พุ่งออกมาจากแหวน สุนัขน้ำแข็งขย้ำออร์คพวกนั้นในจุดตาย นอกจากนี้มันยังเรียกแท่งน้ำแข็งจู่โจมใส่จนออร์คทุกตัวถูกจัดการหมด

        "สัตว์เลี้ยงตัวใหม่อีกแล้วเหรอ"

        "ค่ะ ชื่อว่าบลูอายส์ค่ะ" อารินตอบเสียงใส "ทุกคนออกมาหน่อยสิคะ"

        วินาทีนั้นทั้งกระต่ายขนปุย(นัคกี้) ลิงวายุ(หงอคง) จ้าวอสูรอินทรีย์(บาร์กี้) ราชินีอสรพิษ(ลิเลีย) เหล่าสัตว์เลี้ยงอสูรปรากฏตัวขึ้นในฐานะของผู้พิทักษ์ แน่นอนว่าสถานะของพวกมันย่อมแตกต่างจากสัตว์เลี้ยวอสูรทั่วไป สถานะของผู้พิทักษ์จะทำให้พวกมันก้าวข้ามความแข็งแกร่งเดิมของเผ่าพันธุ์ได้ มอนสเตอร์ที่อยู่ในคลาสเดียวกันสามารถรับมือได้อย่างไม่ลำบากในเรื่องของจำนวน

        เวลานี้มีทหารก็อบลิน ออร์ค และเดบอร์เข้ามาเสริม นอกจากนี้พวกมันยังลากเอาพวกสัตว์ร้ายมาอีกเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นแมงป่องยักษ์ที่พบเจอได้ในถ้ำ มีตะขาบยักษ์สองหัว แล้วก็แมงมุงพิษที่ตัวใหญ่เพียงครึ่งหนึ่งของทารันทูร่า ก็อบลินตัวใหญ่ที่มีกล้ามเนื้อ ---ฮอบก็อบลิน ชี้มือไปยังกลุ่มผู้บุกรุกและออกคำสั่งจับตาย สำหรับคนที่ฟังพูดภาษาอสูรได้ พอได้ยินพวกมันออกคำสั่งเคลื่อนไหวเป็นรูปขบวนก็แอบยิ้มและจัดการโจมตีโดยเร็ว

        ด้วยค่ายกลดาบ ทักษะร้ายกาจที่สุดที่ราล์ฟสามารถใช้มันได้อย่างตลอดและแทบจะไร้ข้อจำกัด มีพลังในการต่อสู้กับศัตรูหมู่มากได้ด้วยตัวคนเดียว แต่มันค่อนข้างจะสิ้นเปลืองน้ำยาฟื้นฟูพลังจิต และค่าใช้จ่ายของมันก็สูงมากโดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงอาวุธ แต่ส่วนใหญ่มันก็เป็นอาวุธที่หาซื้อมาเติมในราคาถูกเท่านั้นจึงไม่ค่อยให้ความสนใจสักเท่าไหร่

        เสริมจิต ผนึกปราณ ผสานเวทมนตร์ และแฝงคำสาป และเมื่อรวมเข้ากับเทคนิคในการควบคุมที่มีชั้นเชิงหากมีมอนสเตอร์ตัวใดเข้ามาอยู่ในค่ายกลก็มีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่

        ทิศทางการเดินของราล์ฟเป็น 'ขยับเข้าไปเรื่อยๆ' มากกว่า 'ตั้งรับอยู่เฉยๆ' แต่มันก็ยากเมื่อพวกสัตว์เลี้ยงอสูรของอารินเข้ามารบกวนทิศทางการควบคุมอาวุธ ไหนจะต้องแบ่งสมาธิไปใช้กับการสนับสนุนให้พวกมันอีก ถึงจะพูดแบบนั้นแต่การฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวก็กินเวลามาเกือบสิบนาทีแล้ว พวกมันเองก็บาดเจ็บหนักแต่เพราะบุกเข้ามาไม่ได้ก็เลยคิดจะใช้วิธียิงลูกธนูใส่แทน

        บับเบิล แพ็กเกจ

        กำแพงฟองสบู่ปรากฏขึ้นมารับฝนธนูเอาไว้ พวกมันศูนย์เสียทิศทางและตกลงโดยไม่สร้างความเสียหายใดๆ

        ไม่ไกลจากตรงนั้นมีเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นมา ร่างของตะขาบยักษ์สองหัวถูกเผาจนไหม้เกรียม สุริยันมีบาดแผลทั่วทั้งตัวมิหนำซ้ำยังเลอะไปด้วยเลือดของศัตรูที่สังหารไปด้วย พอเข้ามาอยู่ในอาณาเขตของค่ายกลดาบก็ทรุดตัวลงด้วยอาการเหนื่อยหอบ ดูจากร่องรอยบาดแผลแล้วคงพยายามหลบไม่ให้โดนจุดอันตราย ราล์ฟฟื้นพลังชีวิตและส่งยารักษาบาดแผลให้

        "สวัสดีค่ะ พี่สุริยัน"

        "เจ้ามาได้ยังไง"

        "พี่ซีกเกอร์เป็นคนพามา แล้วก็นี่เพื่อนใหม่ของอารินค่ะ ชื่อบลูอายส์"

        "ฮัลโหลๆ ตอนนี้ฉันไม่คิดว่าเป็นเวลาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบหรอกนะ"

        และถูกขัดขวางบทสนทนาโดยราล์ฟที่เห็นว่ามันอันตรายถ้ายังทำตัวเหมือนมาทักทายคนข้างบ้านแบบนี้ ถึงค่ายกลดาบจะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้พวกมันบุกเข้ามาได้ชั้นดี แต่ก็ยังมีการโจมตีหลุดรอดเข้ามาได้จนต้องสละอาวุธไปกับการปัดมันออกไป และต้องเอาเล่มใหม่ออกมา เช็คดูที่เหลืออยู่ตอนนี้คงใช้ได้อีกไม่นาน

        ราล์ฟถามสถานการณ์จากสุริยัน เขารู้นิสัยของภูตสาวตนนี้ดี หากรู้ตัวว่าสู้ด้วยไม่ไหวก็จะพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดมาให้ได้ เป็นผลมาจากการฝึกตัวต่อตัวกับเทพสงคราม พูดให้ถูกคือฝึกหนีตายให้ได้นั่นแหละ

        "มีเจ้าตัวกล้ามใหญ่ออกมาเยอะด้วย ทั้งเจ้าเดบอร์ เจ้าออร์ค พวกมันวิวัฒนาการแล้วทั้งนั้นเลย"

        สิ้นคำกล่าวของสุริยัน ซากศพของมอนสเตอร์ที่ถูกจัดการก็ถูกขวานจามจนขาดครึ่ง บางตัวก็ถูกจับเหวี่ยงกระเด็นออกไป คงตั้งใจจะแสดงให้เห็นถึงพละกำลังแน่ๆ เจ้าตัวที่แสดงพลังทั้งหมดนั้นล้วนมีมัดกล้ามที่ใหญ่โต ทั้งอาวุธและชุดเกราะที่พวกมันสวมใส่อยู่จัดว่าเป็นของดีไม่เลวเลยล่ะ อย่างที่ได้ยินมาว่าดรอฟว์ถึงจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่ต่อสู้ไม่ได้เรื่อง แต่สิ่งที่สร้างมานั้นชดเชยความอ่อนแอไปซะหมด

        แต่ว่ามันก็สมกับที่เป็นซีกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลัง ก็คาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องไม่ใช่ธรรมดาแน่ ถึงจะยืนยันกับปากว่าแค่ คิงก็อบลิน ก็ตาม แต่ผลลัพธ์กลับเป็นการวิวัฒนาการทั้งเผ่าพันธุ์ ไม่สิ...นับรวมเผ่าพันธุ์อื่นไปด้วย สมแล้วกับที่กล้าพูดได้เต็มปากว่าเป็นการวิวัฒนาการที่สมบูรณ์แบบที่สุด เล่นเอาคนที่เจ้าแผนการและชอบตลบหลังคนอื่นรู้สึกเจ็บใจขึ้นมาเลยเชียวล่ะ

        "วอร์ริเออร์สินะ วิวัฒนาการเข้าสู่สายพันธุ์นักรบโดยสมบูรณ์ด้วย" ราล์ฟกำลังนึกถึงข้อมูลของมอนสเตอร์สายพันธุ์นักรบอยู่ แต่ว่าลักษณะทางกายภาพของมันเทียบกับเจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้เลย และถ้าไม่ใช่การคิดไปเองล่ะก็ พวกมันสามารถใช้ทักษะเสริมอย่างพวกกายาเหล็กได้ทุกตัวแน่นอน

        "เข้าใจล่ะว่าทำไมถึงได้หนีมาแบบนี้"

        "ข้าแค่เห็นว่าเสียเปรียบเท่านั้น ถ้าตัวต่อตัวรับรองไม่แพ้แน่"

        "ใช่ ถ้าตัวต่อตัวเธอไม่มีทางแพ้ แต่ว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้แบบตัวต่อตัว ฝีมือระดับเธอคงรับมือพวกมันไม่ไหวหรอก"

        ขณะที่ราล์ฟพูดอยู่นั้นพวกมันก็ฝ่าค่ายกลดาบเข้ามาได้ จำนวนของพวกมันเยอะมากถ้านับคร่าวๆ ก็น่าจะมีไม่ต่ำกว่าสามสิบตัว อาวุธและชุดเกราะก็ครบมือกันซะด้วย แล้วที่อยู่ข้างหลังนั่นมัน ---

        "ทำไมไม่บอกว่ามีพวกใช้เวทมนตร์อยู่ด้วย"

        ที่เห็นอยู่ด้านหลังของพวกวอร์ริเออร์ คือวิซาร์ด สายพัฒนาที่โดดเด่นไปในทางเวทมนตร์ สายพันธุ์นี้ค่อนข้างหายากมากเพราะมีเงื่อนไขที่พิเศษมากๆ และความสำเร็จค่อนข้างจะต่ำด้วย การที่มีพวกมันเป็นจำนวนไม่น้อย ดูท่าคิงก็อบลินตัวนี้จะประมาทไม่ได้ซะแล้วสิ

        ก็ไม่ถึงกับเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้วราล์ฟจะต้องมือไม้สั่นจนทำอะไรไม่ถูก เขากลับใจเย็นจนน่าแปลก คล้ายกับว่าสถานการณ์นี้ไม่ได้เลวร้ายถึงกับ 'ควบคุมไม่อยู่' ถึงจะมีพวกอารินอยู่ด้วยแต่ความสามารถของพวกมันคงต้องยอมรับแล้วว่าแกร่งกว่ามอนสเตอร์ทั่วไปหลายเท่า ฝืนดิ้นรนต่อไปก็คงลำบากสุดท้ายเห็นทีก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องลงมือเอง

        แม้ดาบจะลอยมาอยู่เบื้องหลังของนักบวชแมวเหมียวราวกับเป็นของประกอบฉาก แต่วูล์ฟแฟงค์ดาบคู่ใจที่ดีที่สุดกลับลอยเข้ามาอยู่ในมือ ขณะเดียวกันก็ปลดปลอกแขนถ่วงน้ำหนักออก

        "สุริยัน เธอคิดว่าตัวเองเก่งขึ้นแล้วสินะ"

        "ของมันแน่อยู่แล้ว"

        "งั้นก็ดี หวังว่าคงไม่เสียกำลังใจไปซะก่อน แล้วก็อารินช่วยหลับตาด้วยเพราะหลังจากนี้มันไม่น่าดู"

        กล่าวจบราล์ฟก็ก้าวเดินออกไปอย่างสง่า เดิมทีเขาไม่เคยคิดจะใช้มันเลยเพราะยังไม่มีพื้นฐานที่แน่นพอ ทางบ้านเองแม้จะคะยั้นคะยอให้ฝึกไว้แค่ไหน แต่ก็ทำได้เพียง 'นั่งดู' ผ่านการแสดงวิชาเท่านั้น จนเมื่อไม่นานมานี้ได้รับคำชี้แนะเชิงแนะนำให้ใช้งานมันได้ และฝึกฝนอยู่เพียงเล็กน้อยก็พอจะเรียกได้ว่าดึงประสิทธิภาพของวิชานี้มาได้สองในสามส่วน

        เบื้องหน้าของเด็กหนุ่ม มอนสเตอร์สายพันธุ์วอร์ริเออร์เริ่มวิ่งเข้ามาแล้ว คงเห็นว่าอาวุธที่ใช้เป็นดาบก็เลยนำโล่มาใช้ป้องกัน วอร์ริเออร์เป็นกำลังรบสำคัญมากในแต่ละเผ่าพันธุ์แต่ก็ยังมีจุดอ่อนในเรื่องความเชื่องช้า ถ้าคิดในตรรกะปกติล่ะนะ แต่ในกรณีนี้ต้องบอกว่ามันเคลื่อนที่ได้เร็วมากกว่ามาตรฐานเสียอีก

        เข้ามาในระยะก็เห็นเพียงเงาสะท้อนแสงขยับวูบไปบนร่างของพวกสายพันธุ์วอร์ริเออร์

        รอยยิ้มของเด็กหนุ่มขยับเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหายไปจนพวกวอร์ริเออร์ได้แต่มองหา แม้ว่าภาพที่เห็นอาจจะเป็นแบบนั้นแต่ในความเป็นจริงมันเป็นการใช้ 'ซ่อนจันทร์' รวมเข้ากับ 'ความเร็ว' กับ 'ท่าร่างเฉพาะ' ของวิชาดาบ ทำให้อยู่ในสภาพที่คล้ายกับการ 'หายตัว' ไปจากการรับรู้ของคู่ต่อสู้

        วิชาดาบที่ใช้ในการจัดการศัตรูหมู่มาก---

        ระบำดาบวารี หนึ่งทิวาสะบั้นเงา

        ที่ทุกคนรู้สึกว่ามันผ่านไปเพียงชั่วพริบตา ทั้งที่ในความจริงผ่านไปราวเกือบสามสิบวินาที

        และเป็นสามสิบวินาทีของการฆ่าเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

        พวกวอร์ริเออร์เองแม้จะถูกฟันแต่ก็ยังไม่รู้ตัว เมื่อมันขยับตัวบาดแผลที่เรียบกริบก็เปิดออก เลือดไหลทะลักออกมาจากรอยฟันที่จุดตาย กระทั่งเกราะที่ถูกสร้างมาอย่างดีก็ถูกตัดราวกับเป็นเต้าหู้ สุริยันเลยเกิดคำถามที่ว่าต้องใช้พละกำลังที่มากเท่าใด เทคนิคขั้นสูงเพียงใด ถึงจะสามารถทำแบบนั้นได้ แม้คำตอบที่ได้รับจะเป็นเพียงความตายของพวกมันก็ตาม

        เสียงสูดหายใจของราล์ฟคล้ายกับปลดปล่อยอารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ในใจทั้งหมดออกมา แม้ท่าทางของเขาจะดูนิ่งเฉยผิดปรกติ ใบหน้าที่เปื้อนคราบเลือดแสยะยิ้มเย็นราวกับฆาตกรโหด สักพักหนึ่งก็คลายมือที่จับดาบลงด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายมากขึ้น

        ยังเหลือพวกมันอีกจำนวนมากที่เข้ามาไม่กลัวตาย พวกมันยกโล่ขนาดใหญ่พอดีตัวขึ้นตั้งป้องกันหน้าและด้านบน ขยับเข้ามาทีละก้าว แต่ก็ถูกสติ๊กกี้ กัมม์จนเดินต่อไม่ได้กันถ้วนหน้า ก็อบลินธรรมดาไม่อาจแกะมันออกได้ ฮอบก็อบลินยังต้องใช้เวลาพอสมควร แต่วอร์ริเออร์สามารถดึงออกได้อย่างไม่ยากเย็น ขณะที่พวกมันกำลังวุ่นวายอยู่นั้นก็มีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่กระโดดเข้ามาร่วมต่อสู้ด้วย ตุ๊กตาหมีตัวนั้นไม่หวั่นเกรงจำนวนของศัตรู และทำลายแนวป้องกันจนสูญเสียรูปขบวน

        ราล์ฟปรายตามองไปรอบๆ อย่างใจเย็น วิเคราะห์สถานการณ์จากสิ่งที่เห็น มีความเคลื่อนไหวใหญ่พุ่งตรงมาทางนี้ แต่มันก็เป็นเพียงแค่พวกระดับต่ำเท่านั้น ไม่ใช่ตัวหัวหน้าอย่างแท้จริง แต่การเคลื่อนไหวที่เป็นรูปขบวนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกมันมีกองทหารที่น่ากลัว หากที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่เขาหรือพวกที่มีฝีมือการต่อสู้แบบจำนวนมากล่ะก็คงถูกเล่นงานตั้งแต่ทางเข้าไปแล้ว

        ด้วยจำนวนของพวกมันที่มีมากกว่าคงตั้งใจจะปิดล้อมทางหนีเอาไว้ และใช้วิธีตัดกำลังต่อไป แต่ไหนแต่ไหนมนุษย์ก็มีขีดจำกัดที่ไม่ค่อยทนอยู่แล้ว วิธีแบบนี้ค่อนข้างจะได้ผลมาก

        น่าเสียดายที่ความคิดแบบนั้นใช้ได้กับคนทั่วไป

        ขณะที่ราล์ฟคิดจะลงมือจัดการอีกครั้ง รังสีอำมหิตที่รุนแรงก็โถมเข้ากดดันใส่ทุกคน ตุ๊กตาหมียักษ์ถูกการโจมตีลึกลับตัดจนเป็นรอยริ้ว นุ่นทะลักออกมาก่อนที่มันจะหยุดและเริ่มซ่อมแซมตัวเองช้าๆ ส่วนราล์ฟ สุริยัน และพวกสัตว์เลี้ยงอสูรของอารินหันกลับไปมองที่มาของรังสีอำมหิตนั่น แรงกดดันค่อนข้างรุนแรงแต่ก็ไม่ได้ผลสำหรับราล์ฟและสุริยันที่ใช้เสื้อคลุมจิตสังหารได้

        "ปรากฏตัวออกมาเองแบบนี้คงมั่นใจฝีมือมากสินะ"

        ราล์ฟมองว่ามันเป็นแค่การ 'ทดสอบ' ที่คิงก็อบลินอยากจะใช้เพื่อประเมินฝีมือ เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนักก็ออกคำสั่งกับก็อบลินที่เดินตามมาด้วยให้ลงมาจัดการ พวกมันแตกต่างจากตัวอื่นเพราะมีลักษณะคล้ายกับอัศวินมาก ถ้ามันเป็นคลาสแยกของก็อบลินพวกมันก็คงจัดอยู่ในกลุ่มนั้นแน่นอน

        การจู่โจมเริ่มขึ้นในทันทีและเป้าหมายของพวกมันคือการจัดการกับศัตรูตรงหน้า มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชั่วเสี้ยววินาทีที่อัศวินก็อบลินเข้าประชิดตัวของอารินได้ แม้จะขยับตัวในตอนนี้ราล์ฟก็ไม่สามารถเข้าไปขัดขวางได้ทัน

        ทว่า---

        ดาบของอัศวินก็อบลินกลับถูกดีดกระเด็นออกไป สิ่งที่ใช้รับมือก็คือเมจิกการ์ดที่บรรจุเวทมนตร์ลมระเบิดเอาไว้ อารินขยับปีกพลิ้วกายมาหลบอยู่ด้านหลังของบลูอายส์และบาร์กี้

        ไม่น่าเชื่อเลยว่าอารินจะใช้วิธีลอกเลียนแบบการเคลื่อนไหว แถมเป็นการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานอีกต่างหาก วิชาที่ใช้หลบเป็นก้าวเท้าเงาจันทราก็จริง แต่เทคนิคการหลบเป็นของหนึ่งในผู้ประลองยุทธ์รวมเข้ากับเทคนิคการใช้เมจิกการ์ดในการป้องกันตัวเองของซีกเกอร์ การเลือกใช้เวทมนตร์ในสภาวะกดดันไม่น่าจะใช่สิ่งที่อารินคิดค้นด้วยตัวเองแน่ ถ้าอาคมมาเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เข้าคงโกรธจนควันออกหูแน่

        "มันอันตรายนะคะ"

        คำพูดของเด็กหญิงที่หลุดออกมานั้นเป็นภาษาอสูร เห็นท่าทางแปลกใจของพวกมันก็คงคิดได้ว่ามนุษย์ไม่ค่อยเรียนภาษาอสูรกัน

        พอมันตั้งใจจะโจมตีอีกครั้ง ราล์ฟก็เข้ามาขวางเอาไว้โดยจับมันเหวี่ยงกลับไปด้วยไอคิโด้ ถึงอย่างไรก็ไม่มีความคิดจะพูดคุยด้วยอยู่แล้ว พวกมันอาจจะเก่งมากในหมู่ก็อบลินแต่นั่นก็แค่พลังที่มากกว่าเท่านั้น การจับดาบและการเคลื่อนไหวค่อนข้างจะทื่อคงน่าจะเป็นประสบการณ์ในการต่อสู้ตัวต่อตัวที่ขาดไป ราล์ฟสะบัดดาบเพียงห้าครั้งก็ทำให้มันปล่อยดาบจนได้และขณะที่มันกำลังจะกล่าวขอชีวิตราล์ฟก็จัดการฆ่ามันทันที

        อาจดูเหมือนราล์ฟสามารถฆ่ามันได้ง่ายๆ แต่ในความจริงวินาทีนั้นราล์ฟลดค่าสถานะของอัศวินก็อบลินทั้งหมด เสริมพลังให้ตัวเอง แฝงคำสาปลงไปทุกการโจมตี พวกมันที่ขาดประสบการณ์ต่อสู้กับคนจึงเสียเปรียบเต็มๆ และราล์ฟไม่ใช่คนใจดีถึงขนาดให้โอกาสมันกลับมาแว้งกัดเขาในภายหลัง

        "สุริยัน อย่ามัวแต่เล่น"

        เห็นได้ชัดเลยว่าสุริยันกำลังเล่นสนุกอยู่ ด้วยเทคนิคเชิงดาบที่ถูกพัฒนาขึ้นการจัดการกับอัศวินก็อบลินก็ไม่น่าจะกินเวลาขนาดนั้น

        "ขอข้าเล่นสนุกสักหน่อยไม่ได้รึไง"

        "งั้นฉันจัดการเอง"

        เพราะไม่ต้องการเสียเวลา ราล์ฟควบคุมดาบให้กระหน่ำโจมตีดุจสายฝนมันทำลายอาวุธเขาไปได้ 20 เล่ม แต่สุดท้ายก็ไม่รอดโดนเล่นงานจนถึงแก่ชีวิต

        "นั่นมันเหยื่อของข้านะ"

        "พูดไปแล้วนะว่าอย่ามัวแต่เล่น รู้ไว้ด้วยว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดจะเล่นกับพวกเรา"

        เวลานี้ราล์ฟมองว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน ไม่รู้ว่าพวกมันจะมีไม้เด็ดอะไรซ่อนอยู่อีกหรือไม่ หรือมีความเป็นไปได้ที่มันอาจจะแลกชีวิตเพื่อหวังผลอะไรบางอย่าง การจัดการก่อนที่พวกมันจะตระหนักถึงความแข็งแกร่งของพวกเขาน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

        คิงก็อบลินคงเห็นแล้วว่าศัตรูมีฝีมือ แต่มันเองก็ยังฉลาดไม่เสี่ยงลงมาทั้งอย่างนั้น ออกคำสั่งให้ลูกน้องใต้อาณัติเข้าจู่โจมเพื่อตัดกำลังให้ได้มากที่สุด คงรู้ว่ามนุษย์มียารักษาก็เลยจงใจใช้วิธีที่จะทำให้ผลาญน้ำยาเยอะๆ เป็นวิธีคิดที่ดีแต่ราล์ฟก็ไม่ได้กระจอก เขายิงสติ๊กกี้ กัมม์ออกไปปิดเส้นทางต่างๆ ทำให้การเข้ามาโจมตีนั้นทำได้ยากขึ้น พอเห็นจำนวนทั้งหมดที่เข้ามาก็ออกคำสั่งทันที

        "คราวนี้ห้ามเล่นเด็ดขาด จัดการให้หมดซะ"

        ส่วนตัวราล์ฟก็พาตัวเองบินไปอยู่ในระดับเดียวกับคิงก็อบลินที่แสดงสีหน้าตกใจ และไม่พูดจาอะไรให้วุ่นวายนักบวชแมวเหมียวก็เริ่มโจมตี คิงก็อบลินเพียงแค่ใช้นิ้วมือคีบใบดาบเอาไว้เท่านั้น คล้ายจะบอกว่า 'ทำได้แค่นี้งั้นเหรอ' แต่ฝ่ามือที่ยื่นมาหยุดตรงหน้าทำให้มันต้องชะงัก

        Fire Ball

        ผลจากการฝึกสร้างปรากฏการณ์เวทมนตร์ ผลลัพธ์ที่ได้คือการใช้เวทมนตร์ขั้นต้น ไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อตำรามาร่ำเรียนวิชาด้วยตัวเอง ราล์ฟลองวิเคราะห์ดูแล้วว่าประสิทธิภาพของเวทมนตร์ที่เรียนรู้จากตำราจะดีกว่าเล็กน้อย แต่มันก็คือค่าพลังที่ตายตัว แต่การเรียนรู้การสร้างปรากฏการณ์เวทมนตร์แม้ในช่วงแรกจะมีพลังทำลายที่น้อยกว่า แต่ก็ชดเชยด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น หากต้องการพลังทำลายที่มากขึ้นก็ต้องอัดพลังเวทมนตร์เพิ่มลงไป

        เห็นค่าความเสียหายก็ฉีกยิ้มเย็น ต่อให้เป็นคิงก็อบลินที่วิวัฒนาการแค่ไหนก็ปกปิดจุดอ่อนพื้นฐานไม่ได้ นั่นหมายความว่าถ้าเป็นลมปราณเวทของสุริยันก็น่าจะสู้กับคิงก็อบลินได้ แต่นั่นขึ้นอยู่กับว่าคิงก็อบลินนั่นเป็นประเภทปกติหรือไม่ต่างหาก เพราะเจ้าตัวนี้วิวัฒนาการได้เหนือกว่านั่นคือการที่มันพึมพำเป็นภาษาอสูรเพื่อใช้เวทมนตร์ 'เฟลมแลนซ์' โจมตีสวนกลับมา ราล์ฟไม่ถึงกับมั่นใจว่าจะหยุดมันได้โดยใช้ 'มือเปล่า' เหมือนที่พวกเก่งๆ ทำกัน แต่ก็สร้างกำแพงจากสติ๊กกี้ กัมม์หยุดเอาไว้ แรงปะทะยังส่งผลถึงเขาอยู่พลังชีวิตลดฮวบ

        "มีพลังรบทางเวทมนตร์กับพลังรบทางกายภาพงั้นสินะ"

        ด้วยโครงสร้างร่างกายที่ซ่อนอยู่หลังเสื้อหนังสัตว์ประดับสีสันด้วยเหล็กและอัญมณี เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นร่างกายที่ล่ำสันพอดู เหมือนพวกเล่นกล้าม ประเมินดูลักษณะการก่อตัวของกล้ามเนื้อนั้นเขาก็วิเคราะห์ไปได้ละเอียดถึงการเพาะกล้ามเนื้อเบื้องต้นได้ ราล์ฟสะบัดหน้าครั้งหนึ่งเพื่อดึงสติให้กลับมา

        'มีวิชาดาบเฉพาะ เน้นที่การเคลื่อนที่จำพวกการพุ่งตัวด้วยความเร็วกับพลังกระโดด'

        จบการวิเคราะห์ความสามารถเบื้องต้น

        คิงก็อบลินเรียกดาบออกมาเป็นดาบที่ทำออกมาได้หรูหรามาก แตกต่างจากดาบคิงก็อบลินที่มีคนนำไปวางขาย ถ้าเป็นเจ้าเล่มนี้คงทำเงินได้มากถึง 10 เท่า ไม่สิ 20 เท่าก็น่าจะมีคนซื้ออยู่ โดยเฉพาะพวกคลั่งอาวุธที่ซื้ออาวุธไปสะสมล่ะนะ บางทีอาจจะโก่งได้ 100 - 200 เท่าเลยสำหรับคนประเภทนั้น

        เผลอคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปซะได้ ราล์ฟกลับสู่ความเป็นจริงและขยับตัวหลบโดยทันที มันเป็นเหตุการณ์ในเสี้ยววินาทีที่ราล์ฟวิเคราะห์และคิงก็อบลินก็ได้โจมตีเข้ามา นอกจากนั้นเขายังคาดเดาการเคลื่อนไหวและการรับมือที่น่าจะได้ผลที่สุดออกมาอีกด้วย ราล์ฟขยับตัวหลบอย่างง่ายๆ และใช้วารีสะท้อนจันทร์สวนกลับ ร่างกายของมันแข็งปั๋งมากถึงวิชานี้จะเป็นการโจมตีภายในแต่คงยากที่จะผ่านกล้ามเนื้อพวกนั้นไปได้

        "ไปไม่ถึง?"

        ไม่ว่าจะโจมตีไปกี่ครั้งก็รับมือได้หมด ดูท่าเจ้านี่คงจัดการไม่ได้ง่ายๆ ซะแล้ว

        "ทำได้แค่นี้เองงั้นรึ มนุษย์"

        ถึงราล์ฟจะไม่ใช่คนที่หงุดหงิดไปกับคำ 'เหยียดหยาม' ง่าย แต่พอเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายที่แสดงตนว่าอยู่เหนือกว่าแล้วมาพูดแบบนี้มันก็ทำเอารู้สึกไม่ชอบใจ

        "พูดแบบนั้นไม่เกินไปหน่อยเหรอ แบบนั้นมันเหมือนกับว่าตัวเองมีพลังมากพอจะจัดการฉันได้ง่ายๆ"

        "มันคือเรื่องจริง หากต้องการมีชีวิตอยู่ก็จงสั่งให้คนของเจ้าหยุดซะ"

        "โอ้ แบบนั้นมันก็ยากหน่อย"

        "แค่ควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชายังทำไม่ได้ มนุษย์คงเป็นพวกขยะที่มีดีแค่เรื่องขยายพันธุ์เท่านั้น"

        "ที่บอกว่ายากก็เพราะฉันมองไม่เห็นว่าพวกแกจะเอาชนะฉันได้ยังไงล่ะ"

        "งั้นคงต้องแสดงให้เห็นสินะ"

        วินาทีนั้นแรงกดดันที่คิงก็อบลินปล่อยออกมาทำเอาหูกับหางของราล์ฟตั้งชูโดยทันที เขาเผลอส่งเสียงขู่ฟ่อออกไปโดยไม่รู้ตัว คิงก็อบลินที่มั่นใจในพลังของตนเองว่าเหนือกว่าก็ร่ายเวทมนตร์ เฟลมแลนซ์ ออกมานับสิบอัน แต่ก่อนที่มันจะได้โจมตีราล์ฟก็เข้ามาประชิดตัวเสียก่อน และปล่อยหมัดออกไปอย่างต่อเนื่องทำให้มันเสียจังหวะ ถึงจะเป็นการร่ายเวทมนตร์แต่ถ้าถูกขัดจังหวะเวทมนตร์ก็จะไร้ผล

        หมัดคู่เบิกอรุณ!

        หมัด --- หรือพูดให้ถูกก็คือกงเล็บที่ตวัดออกไปมีเป้าหมายที่ใบหน้าของศัตรู มันแฝงไปด้วยคำสาปที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเพียงแค่ข่วนเท่านั้น แม้จะหาวิธีใช้ประโยชน์จากมันก็ทำได้เพียงแค่ติดสถานะแปลกๆ เท่านั้น ถึงจะเคยลองหาวิธีเพื่อพัฒนาให้มันมีความรุนแรงมากขึ้นก็ไม่ได้เรื่อง แต่อย่างไรก็ตามความสามารถนี้ก็ถือว่าไม่เลวนัก คิงก็อบลินเองก็คงรู้สึกเสียใจไม่น้อยที่ดูถูกเอาไว้มาก

        เพราะไม่ใช่คนพูดมากราล์ฟเลยปล่อยให้คิงก็อบลินด่าทออย่างหยาบคายอยู่ฝ่ายเดียว ส่วนใหญ่จะเป็นการดูถูกในเรื่องเผ่าพันธุ์เสียมากกว่า หาว่ามนุษย์เป็นขยะบ้างล่ะ อ่อนแอบ้างล่ะ สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำบ้างล่ะ แต่ประโยคเดียวของราล์ฟกลับทำให้มันพูดอะไรไม่ออก

        "งั้นก็อย่าแพ้ให้ขยะอย่างฉันซะละ เมื่อถึงตอนนั้นเผ่าพันธุ์ของแกจะอยู่ล่างสุด"

        การบุกของราล์ฟแทบจะไร้ช่องว่างให้ฉกฉวย คิงก็อบลินถึงจะมีฝีมือแต่ด้วยการบุกจู่โจมโดยที่เน้นการผนึกการโจมตีที่ชำนาญของฝ่ายตรงข้ามเป็นอะไรที่ราล์ฟค่อนข้างถนัด อาจถึงกับเรียกได้ว่าเป็นการสะกดจิตจนทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวอย่างที่ต้องการได้ มันคงจะขัดใจน่าดูที่อยากจะเหวี่ยงดาบแต่ถูกบังคับให้ต้องยกแขนขึ้นป้องกัน และราล์ฟก็ไม่ยอมให้มันได้ทำอย่างที่อยากทำ ถึงกับเรียกดาบออกมาให้โจมตีควบคู่ไปด้วย

        ระบำดาบ!

        เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการประลองดาบกัน วิชาดาบของคิงก็อบลินก็ไม่อาจดูถูกได้เลย มันเหนือกว่าระบำดาบเป็นไหนๆ โดยเฉพาะด้านพลังทำลาย แต่เดิมระบำดาบเป็นเพียงแค่เทคนิคและความสวยงามในการเหวี่ยงดาบเท่านั้น ต่อให้เอามาใช้ในเกมนี้ได้ อานุภาพของมันก็มาจากพลังพื้นฐานในเกมเสียส่วนใหญ่ จะมองว่าเป็นทักษะร้ายกาจอย่างหนึ่งก็ได้ แต่ไหนแต่ไรวิชาต่อสู้สายจันทรวารีก็เป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น จะว่าไปพื้นฐานของกระบวนท่าก็คือความสวยงามนี่นา แต่คนส่วนใหญ่คงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพลังทำลายล่ะมั้ง

        คิงก็อบลินเริ่มคุ้นเคยกับรูปแบบการโจมตีแล้ว มันจึงทำลายความต่อเนื่องของกระบวนท่าจนได้ และใช้วิชาดาบเฉพาะทันที ท่าพุ่งตัวจู่โจมนั้นรุนแรงและร้ายกาจมาก ราล์ฟถึงกับกระเด็นและบาดเจ็บภายใน

        "ฝีมือดาบของเจ้าช่างอ่อนแอสมกับที่เป็นมนุษย์ชั้นต่ำ"

        "ก็ไม่อยากพูดให้ฮึกเหิมหรอกนะ แต่วิชาดาบของฉันน่ะอ่อนที่สุดในหมู่ผู้ใช้วิชาเดียวกัน"

        แน่ล่ะ ก็ระบำดาบถ่ายทอดเฉพาะเชื้อสายเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นระบำดาบไม่ใช่การถ่ายทอดแบบการฝึกซ้ำๆ แต่เป็นการแสดงให้ดูเพียงครั้งเดียวและผู้ฝึกต้องขวนขวายศึกษาต่อด้วยตัวเอง ดังนั้นระบำดาบของแต่ละคนจึงแตกต่างออกไป เว้นเพียงการก้าวเท้าที่คงรูปแบบพื้นฐาน

        "เสียเวลาเปล่า ยอมแพ้เสียเถิดเจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ"

        "เสียเวลา--- ก็จริงล่ะนะ งั้นจะเลิกเล่นด้วยก็ได้"

        เมื่อราล์ฟยกดาบขึ้นชี้ บรรยากาศรอบตัวเขาก็พลันเปลี่ยนไปจากสีหน้าที่เรียบเย็นไร้อารมณ์แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหยียดหยามคู่ต่อสู้ เขาวิ่งเข้าไปหาและสะบัดดาบไปพร้อมกัน กระบวนท่าที่แข็งทื่อและมองออกง่าย ไม่ยากที่จะป้องกันแต่กลับกลายเป็นว่าดาบถูกดีดออกไป คิงก็อบลินเชื่อว่าเป็นเพราะออมแรงเอาไว้ครั้งต่อไปที่ป้องกันจึงเพิ่มแรงเข้าไปอีก ทว่าผลลัพธ์กลับเป็นเหมือนเดิมคือดาบถูกดีดกระเด็น

        "เป็นไปไม่ได้ ก็ข้าใช้แรงทั้งหมดแล้วนี่ เจ้าใช้กลโกงใดกันแน่เจ้ามนุษย์"

        ได้เห็นคิงก็อบลินคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด ราล์ฟก็เอียงคอและฉีกยิ้มให้ ท่าทางของเขาที่แสดงออกมาไม่ต่างจากฆาตกรโรคจิตที่กำลังสนุกอยู่กับการละเล่นกับเหยื่อที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด

        "มันคือข้อห้ามสำหรับฉันยังไงล่ะ"

        แม้แต่สไตล์การตอบคำถามของราล์ฟก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เขาเหมือนคนที่กำลังสนุกสนาน เปลี่ยนการเคลื่อนไหวให้เหมือนสัตว์ป่ามากขึ้น ลอบเข้าโจมตีจากทางด้านหลังของอีกฝ่ายแต่กลับถูกโจมตีสวนกลับมาจนได้แผลเสียเอง เขาไม่สนใจอาการบาดเจ็บนั้นและชิมเลือดของตัวเองจากนั้นก็หัวเราะราวกับคนบ้า

        "เจ้าบ้าไปแล้วงั้นรึ! ถึงได้กระทำการเช่นนั้น" คิงก็อบลินรู้สึกแปลกใจ ทั้งที่การจู่โจมเมื่อสักครู่นี้อีกฝ่ายก็น่าจะหลีกเลี่ยงได้ แต่เลือกที่จะรับความเสียหายโดยตรง

        "บ้า? ก็อาจใช่ล่ะนะ" ราล์ฟขยับตัวหลบซ้ายขวาและเข้าไปฟาดฟัน ความดุดันของเขาไม่แพ้อาคมยามคลั่งเลย

        นี่คือจุดอ่อนของราล์ฟ

        ความอ่อนไหวทางด้านอารมณ์

        มันไม่ใช่ความรู้สึกซาบซึ้งหลังจากที่ได้ดูละครเศร้าเคล้าน้ำตา หรือน้อยใจทุกครั้งที่มีคนว่ากล่าวตำหนิ แต่เป็นเพียงหนึ่งใน 'อาการผิดปกติ' ของสมองที่อ่อนไหวต่ออารมณ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ความสุข ความสนุกสนาน ความกลัว ความเศร้า ความโกรธ ความหงุดหงิด ฯลฯ ด้วยความผิดปกตินี้สมองของเขาจะหลั่งสารเคมีต่อสภาวะอารมณ์นั้นๆ ออกมาปนกันทำให้ปฏิกิริยาด้านอารมณ์แปรปรวนคล้ายกับคนที่มีสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคง

        โดยเฉพาะความรู้สึกยินดีที่ได้ฆ่าหรือถูกทำให้บาดเจ็บ ทว่ามันอยู่ในสภาวะที่เขาสามารถควบคุมมันได้ และพยายามอย่างมากที่จะไม่แสดงอารมณ์นั้นๆ ออกมาให้มากเกินความจำเป็น และนั่นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาแพ้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจจะทำให้สูญเสียการควบคุมอารมณ์ตัวเอง

        ถึงจะเรียกมันว่าจุดอ่อนที่ทำให้เขายากจะเข้าสังคมปกติได้

        แต่ในด้านการต่อสู้มันกลับเป็นจุดแข็งที่ทำให้ราล์ฟคล้ายจะมีพรสวรรค์

        การต่อสู้ที่ใช้อารมณ์กับสัญชาตญาณมากกว่าความสมเหตุสมผล หลีกเลี่ยงสภาพบาดเจ็บขั้นรุนแรงให้เหลือแค่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยที่สุด ไม่สนใจความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น สมองจะหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมาทำให้ร่างกายลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ ภาษาในเกมจะเรียกสภาวะนี้ว่า อาการคุ้มคลั่ง

        "มีแรงแค่นี้หรือไง" ราล์ฟเย้ยหยัน ยิ่งได้เห็นคิงก็อบลินใช้พลังเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังถูกปัดการโจมตีออกไปได้ง่ายๆ มันก็เริ่มสูญเสียความมั่นใจของตัวเอง ต่อให้พยายามรุกไล่แค่ไหนก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้แม้แต่น้อย ยิ่งได้เห็นการรับมือแบบง่ายๆ ที่แทบจะไม่ขยับเท้าจากจุดเดิมเลย

        "ทำไมกัน ทำไมกัน ทำไมกัน!!!" มันร้องคำรามด้วยความเจ็บใจ โดยมีเสียงหัวเราะของราล์ฟดังหลอกหลอนมันอยู่ สภาพจิตใจของคิงก็อบลินเริ่มสั่นคลอน

        ราล์ฟฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายสูญเสียความมั่นใจ ทะลวงมือเข้าไปในร่างของคิงก็อบลินและกระชาก 'หัวใจ' ออกมาด้วยรอยยิ้มเหี้ยม ใบหน้าของคิงก็อบลินที่เขียวคล้ำก็เริ่มซีดเผือดลงเมื่อได้เห็นสิ่งสำคัญอยู่ในมือของนักบวชแมวเหมียว มันต้องใช้ความกล้าอย่างมากที่จะทำอะไรแบบนี้ แต่กับราล์ฟที่อยู่ในสภาพปลดปล่อยอารมณ์ จิตสำนึกของเขาจึงหายไปและไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่ทำลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว

        "เอา...คืน...มา...."

        "อยากได้คืนงั้นเหรอ---" ราล์ฟถามเสียงกวนประสาท ก่อนที่เขาจะขยี้มันต่อหน้า

        คิงก็อบลินหมดลมหายใจไปแล้ว เด็กหนุ่มชำเลืองมองแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก โยนหัวใจที่บี้แบนทิ้งและชิมเลือดที่เปื้อนมือตัวเอง เมื่อเขาหลับตาลงและลืมตาขึ้นมาอีกครั้งท่าทางก็กลับเป็นเหมือนเดิม แต่มือของเขากลับสั่นเทาและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป อย่างไรก็ตามเขาเลิกสนใจเพราะเป็นเรื่องที่จบไปแล้ว เวลานี้เขาควรจะต้องทำอะไรสักอย่างกับพวกมัน

        ราล์ฟหยิบร่างของคิงก็อบลินโยนลงไปเบื้องล่าง เสียงร่างที่กระแทกพื้นทำให้การต่อสู้ถึงกับหยุดชะงัก สายตาทั้งหมดมองไปที่ร่างนั้นเพื่อยืนยันความเป็นจริง ภาพของคิงก็อบลินที่ถูกจัดการลงทำให้พวกมันพึมพำและเริ่มเสียขวัญ สายตาทั้งหมดเลื่อนมองไปยังผู้ที่สังหารราชาของพวกมัน เด็กหนุ่มนักบวชเผ่าแมวที่เสื้อผ้าและใบหน้าซีกหนึ่งมีเลือดเปรอะ สายตาที่มองมานั้นราวกับตัดสินว่าพวกมันควรจะมีชีวิตอยู่หรือไม่

        "ปล่อยตัวเชลยทั้งหมดออกมาซะ ไม่อย่างนั้นพวกแกจะมีสภาพไม่ต่างกัน"

 

 

        คุณแม่เคยบอกแล้วว่าถ้าเจนภพดื่มเหล้าจะองค์ลง แล้ววิธีหยุดเจนภพก็แค่ 'เตะก้านคอ' ให้สลบเท่านั้น [นึกสภาพเจนภพโดนเตะก้านคอแล้ว รู้สึกเจ็บแทน]

        ถ้าอ่านในเล่ม 6 จะมีตอนพิเศษที่บอกว่าเจนภพต้องพึ่งยาเพื่อระงับอารมณ์ไม่ให้พลุ่งพล่านด้วย

        ส่วนใครที่อยากรู้ 'ชื่อเล่น' ของเจนภพ รออีกสักพักมันกำลังจะกลับบ้านแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #13498 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 15:56
    ขอบคุณมาก
    #13498
    0
  2. #13411 oOoKitasawaoOo (@kitasawa9) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:18
    คิรัวชัดๆ!
    #13411
    0
  3. #13410 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 09:53
    เตะก้านคอ555 มีแต่แม่กับปู่ที่ทำได้มั้ง

    ยิ่งคนที่เก็บอารมณ์ไว้มาก เวลาที่ปลดปล่อยมักรุนแรงกว่าคนปกติเสมอ 
    #13410
    0
  4. #13409 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 07:37
    มิน่า ถึงต้องก้านคอ 555
    #13409
    0
  5. #13408 bestboy654 (@bestboy654) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 21:53
    จุดยืนของเรื่องดีมาก การพัฒนาของเนื้อเรื่องสมเหตุสมผล ยากที่ปัจจุบันจะหานิยายแบบนี้อ่านได้ โคตรชอบเลยวะครับ
    #13408
    0
  6. #13407 Feel Free (@wasant) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 09:05
    ไรท์มาสปอยเรื่องชื่อเล่น ทำให้ยิ่งอยากรู้ไปอีก ระวังลีดเดอร์ลงแดงนะไรท์
    #13407
    0
  7. #13406 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 08:50
    ลุ้นชื่อเล่นเจนภพค่ะ คาดว่าต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ 555
    #13406
    0
  8. #13405 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 01:53
    นึกภาพตอนโดนเตะก้านคอสลบ คุณแม่มาสายโหด อิ อิ แต่นางก็ยังน่ารัก
    #13405
    0
  9. #13404 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 00:23
    คือคนที่ทำแบบนั้นได้คงมีแต่หม่อมแม่กะคุณปู่เท่านั้นล่ะมั้ง
    #13404
    0
  10. #13402 YT CH (@onevay) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 19:26
    กว่าราล์ฟจะฆ่าคน(ถึงจะเป็นมอนสเตอร์ก็เถอะ)ด้วยท่าทีที่มั่นใจและแสยะยิ้มหลังฆ่าด้วยเวลาอันรวดเร็วมากกได้นะเนี่ยด้วยตัวเองคนเดียว วะฮะฮ่าฮ่าาาาาาา #สะใจอ่ะ #ราล์ฟเท่ห์ขึ้นอีกแล้ว

    ปล.กายาเหล็ก หืม คุ้นๆ นะเนี่ย
    ปล.2ต่อไปอย่าลืมกายากระดาษ โซล เดินชมจันทร์ หมัดหกราชา แล้วก็ดัชนีพิฆาตด้วยล่ะ55
    #13402
    1
    • #13402-1 หลงอู่ (@bosskiss) (จากตอนที่ 355)
      29 กันยายน 2559 / 23:34
      ต้องส่งราฟไปวิ่งหนีกระเทยยย
      #13402-1
  11. #13399 D4rkflame (@D4rkflame) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 12:36
    ท่าคงจะเหมือนหนังญี่ปุ่นใช่ไหมครับเนี่ย
    #13399
    0
  12. #13398 SilverStarS (@SilverStarS) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 07:36
    เรียนไรท์ที่เคารพรัก
               เนื่องจากผมเป็นนักอ่านเงาคนนึงที่ติดตามนิยายเรื่องนี้มาได้หลายปี   ไรท์เขียนได้สนุกสนานน่าติดตามมากๆ  ขอบคุณสำหรับนิยายดีดีที่เขียนให้อ่านคับ  แต่มีอยู่เรื่องที่อยากจะถามไรท์  เกิดจากความขัดใจของผมเอง  ผมมีความรู้สึกว่า  ราล์ฟ ตัวเอกของเรื่องนั้น  มีนิสัยเห็นแก่ตัวมาก  ทั้งๆ ที่นิยายกะไม่ใช่แนวดาร์ค  ยกตัวอย่างเช่น  การช่วยเหลือคนเพราะมีผลประโยชน์  หรือเล็งเห็นประโยชน์ตอบแทนที่จะได้รับ (อันนี้รับได้)  ที่รับไม่ได้คือแม้แต่กะเพื่อน (ผมเน้นว่าเพื่อน) อย่าง อาคม หรือ ริน ราล์ฟก็ไม่คิดจะช่วย  ทั้งๆ ที่รู้จักกันในโลกภายนอก  รู้ถึงสถานะความเป็นอยู่  ความขัดสนของอาคมกะรินดี  ตรงส่วนนี้ไม่น่าลำบากสำหรับราล์ฟเลยที่จะยื่นมือช่วยเหลือ  ในส่วนของอาคมเอง  ไรท์ปูทางมาว่าทำเพื่อน้องสาวขนาดไหน  แต่ผมไม่เห็นอาคมขวนขวายเล่นเกมส์เพื่อหาประโยชน์จากรายได้ส่วนนี้มาเลี้ยงชีพเลย  มัวแต่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยอยุ่ภายนอก  ถ้าใช้เกมส์หาเงินกะจะช่วยตัวเองและมีเวลาจัดการชีวิตได้เยอะขึ้น  นี่คือข้อสงสัยของผมคับ  แต่โดยรวมของนิยายแล้ว  ผมรู้สึกดีดีกับเรื่องนี้มาก  อ่านสนุกน่าติดตาม  จะขอเป็นแฟนนิยายของไรท์ต่อไป  ขอบคุณคับ
    #13398
    3
    • #13398-2 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 355)
      21 กันยายน 2559 / 15:24
      เท่าที่อ่านก็เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น
      ราล์ฟมีนิสัยเห็นแก่ตัว จริงก็แล้วมันก็ใช่อยู่ส่วนหนึ่งเพราะเขามักจะทำเพื่อตัวเองไม่ใช่เพื่อคนอื่น (ถ้ามองจากบุคคลทีสาม แต่ถ้าเป็นจากคนที่รู้นิสัยแล้วจะรู้ว่าราล์ฟมันซึนหาข้ออ้างที่จะช่วยคนอื่นเท่านั้น)

      ในส่วนของอาคมกับอารินที่ราล์ฟไม่ยอมช่วยเหลือ แม้จะเป็นคนรู้จักกัน นั่นก็เพราะราล์ฟพยายามรักษาขอบเขตของตัวเอง เขาไม่ใช่คนที่จะต้องไปยุ่งวุ่นวายกับปัญหาของคนอื่นในโลกแห่งความเป็นจริง จะเห็นว่าตัวราล์ฟเองก็มีปัญหาชีวิตเหมือนกัน (แม้แต่ตัวเองก็มีปัญหาแล้วจะหาปัญหามาเพิ่มอีกงั้นเหรอ)

      แต่ถ้าช่วยเหลือ ในช่วงที่ไปสอบสัมภาษณ์จริงๆ แล้วราล์ฟก็ให้ความช่วยเหลืออาคมด้านการหางานเสริมให้ด้วย หมายความว่าถ้าอาคมมีปัญหาและต้องการขอความช่วยเหลือจริงๆ แค่บอกมาเขาก็พร้อมจะช่วยในฐานะเพื่อน (แต่มันซึนคงไม่พูดแบบนั้นหรอก)

      ต่อมาปัญหาของอาคมเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า ทุกคนไม่ใช่นักเล่นเกมอาชีพที่หารายได้จากเกม จริงอยู่ที่มันสามารถทำได้ แต่อาคมมันไม่ทำ ในความเป็นจริงก็มีคนแบบนั้นอยู่ ก็คือแม้จะเล่นเกมจนมีเงินมากมาย แต่ก็ไม่ได้หาผลประโยชน์จากเกมนอกจากเล่นเอาเพื่อความสนุก

      ถ้าจำไม่ผิดนะก่อนที่อาคมจะรู้จักราล์ฟ อาคมแทบจะไม่มีเงินในเกมเลยสักเหรียญทอง แต่พอมาอยู่กับราล์ฟแล้วเขามีเงินเยอะมากขึ้นหลายพันล้าน ถ้าผมเป็นอาคมล่ะก็จะมองว่าเงินนั่นไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของที่คนอื่นหยิบยื่นให้ เป็นศักดิ์ศรีไร้สาระของคนบ้าคนหนึ่งเท่านั้นแหละ
      #13398-2
    • #13398-3 SilverStarS (@SilverStarS) (จากตอนที่ 355)
      23 กันยายน 2559 / 09:12
      เข้าใจแจ่มแจ้ง จากมุมมองของไรต์คับ จะติดตามต่อไป ขอบคุณคับ
      #13398-3
  13. #13396 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 01:47
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13396
    0
  14. #13395 Sloth-Acedia (@Sloth-Acedia) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 00:41
    ราล์ฟเท่ขึ้นอีกแล้ว เตรียมพร้อมทัวร์เมืองเงือก
    #13395
    0
  15. วันที่ 20 กันยายน 2559 / 22:47
    เริ่มสมกับเป็น "ลูกของเทพสงคราม" แล้ว
    #13394
    0
  16. #13393 -VaLenTiNE- (@parnsax1) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 21:23
    นางเท่ขึ้น!! อิมเมจเคะราล์ฟเริ่มหายไป
    #13393
    1
    • #13393-1 Lady-Victoria (@1100400814037) (จากตอนที่ 355)
      28 กันยายน 2559 / 23:30
      ไม่เจรงงงงง! นางแค่อัฟขึ้นแล้วกลายพันธ์ เป็นเคะราชินี เท่านั้นเหละ
      #13393-1
  17. #13392 Devil_Golf (@the7golf) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 20:40
    ขอบคุณครับผม
    #13392
    0
  18. #13391 Mist MSFS (@sunshineka) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 20:18
    ราล์ฟโคตรเท่! อ๊าาา สมแล้วที่เป็นชายในดวงใจ
    #13391
    0
  19. #13390 Devil_Golf (@the7golf) (จากตอนที่ 355)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 20:14
    ขอบคุณครับผม
    #13390
    0