[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,025 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,086 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,296

    Overall
    1,474,025

ตอนที่ 348 : บทที่ 4 การพบกันของคู่ปรับตัวฉกาจ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    31 ก.ค. 59

บทที่ 4 การพบกันของคู่ปรับตัวฉกาจ

 

        รถม้าจอดเทียบพักอยู่กลางป่า เป็นปกติที่จะต้องให้มันแวะพักหลังจากที่เดินทางมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ข้อดีของการใช้รถม้าราคาแพงคือมันจะเดินทางได้นานและใช้เวลาพักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความรวดเร็วในการเดินทาง ตั้งแต่ที่มีระบบวาปการจะใช้รถม้าจึงมีแค่ผู้ที่ทำเควสต์หรือไม่ก็กำลังขนส่งสินค้าเฉพาะเท่านั้น

        วิลสัน ทหารที่ถูกชิงตัวออกมาจากคุกกำลังให้อาหารม้า นักบวชแมวเหมียวเปิดหน้าต่างทักษะดูรายละเอียดปลีกย่อยของตัวเอง และกุ๊กหญิงที่รับหน้าที่เตรียมอาหารเช้าอย่างง่ายๆ ให้โดยใช้เมนูพื้นฐานของกุ๊กที่ทำได้ง่ายและสะดวกกว่ามาก

        นิมป์ส่งถ้วยข้าวต้มเห็ดให้และมองดูที่เด็กหนุ่มกำลังทำอยู่ "กำลังทำอะไรเหรอคะ"

        "ทักษะของฉันมันกระจัดกระจายไปคนละทิศละทางจนต้องมานั่งแยกให้ชัดเจนเพื่อแบ่งวิธีการฝึกฝนกับวิธีใช้งานเป็นหมวดๆ"

        ถึงจะไม่ได้มีทักษะลับหรือทักษะหายาก แต่ทักษะที่มีก็อยู่ในอันดับต้นๆ ที่ทุกคนถือครองทั้งสิ้น ไม่ได้มีความพิเศษไปกว่าคนอื่นเลย และยิ่งตอนนี้การมีเผ่าพันธุ์ที่เสริมความโดดเด่นให้ทำให้คนที่พยายามพัฒนาตัวเองจนสามารถใช้งานได้ทั้ง ลมปราณ พลังจิต และเวทมนตร์ มีการตัดสินใจที่บกพร่องไปเยอะมาก แต่ไม่ว่าจะลมปราณหรือพลังจิตเมื่อรวมเข้ากับวิชาต่อสู้เฉพาะแล้วทำให้ความสามารถดาดๆ ของมันไม่อาจมองข้ามได้เลย

        ปัญหาก็คงจะเหลืออยู่แค่เวทมนตร์ ที่ใช้อยู่ก็คือการสร้างปรากฏการณ์ด้วยการควบคุมพลังเวทมนตร์ในอากาศ มันไม่ได้มีความรุนแรงในการโจมตีมากนัก ปกติคงทำได้แค่ก่อกวนเล็กน้อยเท่านั้น ราล์ฟคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าไปทำเควสต์เผ่าพันธุ์เพื่อรับทักษะเวทมนตร์โดยตรง เคยลองแวะกลับไปคุยกับแม่เฒ่าเลี้ยงแมวแต่ด้วยในตอนนั้นเขายังไม่สามารถรับการฝึกฝนได้ อาจเพราะค่าสนิทสนมกับพวกแมวไม่สูงพอ และราล์ฟก็ขี้เกียจไปดูแลพวกมันด้วย

        "มันสำคัญมากเหรอคะ" นิมป์สงสัย เธอไม่เคยสนใจในเรื่องแบบนั้นเพราะทักษะที่มีอยู่ก็แค่ลมปราณพิษกับลมปราณอมตะ และวิชาต่อสู้อย่างไอคิโด้ จึงเป็นธรรมดาที่จะไม่เข้าใจสิ่งที่ราล์ฟกำลังทำ

        ความคิดที่ว่าทักษะยิ่งมากยิ่งดีกลายเป็นอุปสรรคของใครหลายๆ คน และหนึ่งในนั้นก็คือราล์ฟ ลำพังทักษะสนับสนุนของเขาก็มีอยู่ตั้งมากมายแล้ว

        "ก็สำคัญขึ้นอยู่กับแต่ละคนไป สำหรับฉันมันสำคัญมากเพราะต้องกำหนดรูปแบบการฝึกแยกออกจากกัน เธอคงรู้สินะว่าแม่ของฉัน...เทพสงครามน่ะเป็นนักสู้สายลมปราณ สิ่งที่จะสอนได้จึงมีแค่นั้น และฉันเองก็เชี่ยวชาญสายจิตส่วนนี้พอจะฝึกฝนด้วยตัวเองได้ ปัญหาก็คือสายเวทมนตร์นี่แหละ" ว่าแล้วก็ถอนหายใจยาว คงเพราะหาวิธีแก้ไขได้แล้วแต่ปัญหานั่นก็ขึ้นอยู่กับเวลาจริงๆ "รู้สึกว่าฉันคงได้คำตอบทั้งหมดแล้วล่ะ กว่าจะได้เริ่มงานทุกอย่างก็คงเรียบร้อย"

        ราล์ฟหันมาสนใจกับข้าวต้มเห็ดที่ร้อนในระดับหนึ่ง ตอนแรกนิมป์เริ่มหน้าเสียเพราะไม่เห็นเขาแตะต้องอาหารก็กังวลว่ามันคงไม่อร่อยถูกใจ แต่มันก็ถูกแก้ความเข้าใจผิดได้ทันว่าเขาเป็นลิ้นแมว

        "แต่ว่าปล่อยให้สองคนอยู่ในที่แบบนั้นดีแล้วหรือคะ"

        "ถ้าเธอหมายถึงสุริยันกับจันทรา คิดว่าสองคนนั้นคงดีใจที่มีอะไรทำมากกว่าการติดอยู่กับฉัน"

        สุริยันกับจันทราเองก็ชื่นชอบบ้านพักส่วนตัวนั่น ปกติแล้วการผนึกพวกเธอจะติดอยู่ในสภาวะจำศีล การที่ราล์ฟยอมเสียเงินจำนวนมากเพื่อซื้อพื้นที่ที่แทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์นั่นให้กับพวกภูตแทน เพียงเท่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องจำศีล สามารถกระทำสิ่งใดก็ได้แม้ว่าตัวเขาจะออฟไลน์ไปแล้วก็ตาม มันเป็นประโยชน์ที่คาดไม่ถึงเลยเชียวล่ะ

        "แต่ก็ทั้งสองคนก็เป็นเด็กผู้หญิงไม่ใช่เหรอคะ"

        ที่นิมป์อยากจะบอกก็คือ ราล์ฟไม่ค่อยรู้จักการเอาอกเอาใจผู้หญิง โดยเฉพาะสุริยันกับจันทราที่มองภายนอกเหมือนเด็กสาววัยรุ่น แม้คำพูดคำจาจะฟังดูเหมือนคนผ่านโลกมามาก แต่การแสดงออกของทั้งคู่เหมือนกับเด็กที่ไม่ค่อยประสีประสาสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะมองยังไงก็น่าเป็นห่วงมาก

        "เด็ก? ก็น่าจะใช่อยู่หรอก อายุน่าจะประมาณ 14-15 เท่านั้นนี่นา" คิดถึงเรื่องนี้ราล์ฟก็เริ่มเข้าใจแล้ว เขามองว่าภูตเป็นเพียงทรัพย์สินของเพลเยอร์ที่มีหน้าที่ทำตามคำสั่งคล้ายกับสัตว์เลี้ยงอสูร เลยไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรประหนึ่งคนธรรมดา หลายอย่างที่ขอให้ไปทำสำหรับโลกในเกมนั้นก็เป็นแค่เรื่องพื้นฐานที่ถือว่าสมควรอย่างยิ่ง อาจเพราะเขาแยกแยะความแตกต่างระหว่างข้อมูลกับความจริงได้ก็ได้ แต่ก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกันถ้าหากเขาดูแลทั้งสองคนเหมือนเด็กผู้หญิง ไม่แน่ความสัมพันธ์มันอาจจะแย่กว่าเดิมก็ได้

        "งั้นก็เท่ากับน้องอารินเลยน่ะสิคะ"

        "ก็ใช่ แต่เธอคงไม่ลืมหรอกนะว่าสภาพแวดล้อมมันแตกต่างกันน่ะ ในโลกนี้มีความคิดเดียวคือ ผู้แข็งแกร่งคือผู้อยู่รอด ในขณะที่โลกของเขามีปัจจัยอยู่หลายอย่างซึ่งแตกต่างจากที่นี่ เธอเห็นคนพวกนั้นไหมล่ะ..." ราล์ฟมองไปยังกลุ่มคนที่กำลังไล่ต้อนมอนสเตอร์และจัดการมันได้สำเร็จ "ถ้าเป็นโลกจริงป่านนี้คงโดนจับเข้าซังเตไปแล้ว พวกเราเองก็ด้วยเหมือนกันพึ่งจะไปฉกตัวนักโทษจากเมืองที่ว่ากันว่ามี NPC ป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดมานี่นา"

        "ไม่ได้อยากจะพูดแบบนั้นสักหน่อย" นิมป์ทักท้วง รู้สึกว่าราล์ฟจะเข้าใจผิดไปไกลจากสิ่งที่อยากจะบอก เธอแค่อยากให้ภูตทั้งสองของราล์ฟได้ทำอะไรที่สมกับเป็นเด็กผู้หญิงบ้างก็เท่านั้น หรือบางทีควรเป็นเธอที่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง

        "จะว่าไปแล้วแผนที่นี่มันแปลกๆ อยู่นะทั้งที่มั่นใจว่าจะต้องอยู่ตรงนี้แล้วแท้ๆ แต่กลับไม่มีจุดสังเกตที่แน่ชัดเลย"

        "นั่นเป็นแผนที่แบบเก่าค่ะ มันระบุตำแหน่งของพืชพันธุ์เอาไว้เท่านั้นสำหรับคนที่ดูเป็น ทว่าตั้งแต่ที่กิลด์อสูรทะเลทรายได้ก่อสร้างเมืองความต้องการด้านวัสดุก็มากขึ้นจนเริ่มรุกรานผืนป่า ตอนนี้ราคาแร่เหล็กก็พุ่งสูงมาก ว่ากันว่าแค่หน่วยเดียวก็มีมูลค่าสูงมากพอจะเปลี่ยนคนจนให้กลายเป็นเศรษฐี จนตอนนี้มีคนไปแสวงโชคหาเหมืองมาทำธุรกิจเป็นของตัวเองแล้วค่ะ"

        "งั้นเหรอ" ราล์ฟคงจะตกข่าวไปจริงๆ นั่นแหละ ช่วงนี้เขากำลังสนใจกับข้อมูลเควสต์กับความเคลื่อนไหวของกลุ่มศัตรูมากกว่า "ก็แปลว่าเมืองของอสูรทะเลทรายน่าจะอยู่ไม่ไกลสินะ แบบนั้นก็ดีเลยน่ะสิ ถือว่ามาไม่เสียเที่ยว"

        พอม้าพักเหนื่อยกันเสร็จแล้วก็เห็นสมควรจะมุ่งหน้าเข้าเมืองที่อสูรทะเลทรายเป็นผู้สร้างขึ้น รถม้าที่เช่ามานั้นใช้เพื่อเดินทางไปกลับในดินแดนที่หนาวเย็น ในสภาพอากาศที่ร้อนแบบนี้พวกมันคงหมดแรงวิ่งแน่ๆ ยังไงการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายก็เป็นธรรมดาของเกมนี้เหมือนกันนั่นแหละ

        เมืองเจิดจรัส...เป็นชื่อเมืองที่ฟังดูก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว เป็นเมืองขนาดกลาง การก่อสร้างมีลักษณะคล้ายกับผังเมืองจีนโบราณ มีการแบ่งแยกส่วนอย่างชัดเจน ใช้ภูมิประเทศได้อย่างมีชั้นเชิง และพื้นที่ของกิลด์อสูรทะเลทรายก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนัก มันถูกเรียกว่าเป็นตำหนักจ้าวเมืองที่มีการคุ้มกันที่แน่นหนามาก

        ธุรกิจในเมืองนี้เน้นการค้าขายเป็นหลัก รวมไปถึงมีการจัดวางระบบทุกอย่างที่เอื้ออำนวยแก่ทุกฝ่าย มีโรงประมูลที่เสนอให้จัดงานประมูลไอเทมอาทิตย์ละครั้งในโลกจริงเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางออกค้นหาไอเทมจากสถานที่ต่างๆ และทำให้มีคนเดินทางมาที่นี่มากขึ้นเพื่อร่วมการประมูล และที่ขาดไม่ได้คือแหล่งแสวงโชคที่จะดึงคนมากหน้าหลายตามาที่นี่ ตอนนี้มันยังอยู่ในสภาวะที่กำลังพัฒนาจึงมีบางแห่งที่ยังถูกทิ้งร้าง มันจำเป็นจะต้องใช้งบประมาณเยอะขึ้น เพราะแบบนี้เองในช่วงแรกนั้นจึงจะยังไม่มีการเก็บภาษีเต็มจำนวน และสมาชิกกิลด์จำเป็นต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้มันกลายเป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบที่สุด

        "สมกับเป็นพยัคฆ์ซ่อน" ราล์ฟหัวเราะขณะที่กำลังจูงม้าไปยังโรงรับเลี้ยงเพื่อเปลี่ยนม้าสำหรับเดินทาง เขาได้เห็นรูปแบบการวางผังเมืองที่ชัดเจนก็หัวเราะฝืนๆ "ให้ตายสิเจอคู่ปรับตัวฉกาจเข้าให้แล้ว ตอนได้ยินชื่อบูรพาก็รู้สึกคุ้นหู พอได้มาเห็นแนวทางการออกแบบที่คงสไตล์ความเป็นคนเจ้าระเบียบที่รักธรรมชาติของหมอนั่นก็ชัดเจน ชักจะไม่อยากเดินเข้าไปพูดคุยด้วยซะแล้วสิ"

        เป็นครั้งแรกที่นิมป์เห็นราล์ฟออกอาการหวาดหวั่นกับคนอื่น ทั้งที่ปกติแล้วเขาพร้อมจะเป็นศัตรูกับทุกคนแท้ๆ

        "คนรู้จักเหรอคะ"

        "ไม่เชิงรู้จักหรอก เคยคุยกันสองสามครั้งน่ะ"

        ราล์ฟหวนนึกไปถึงเรื่องราวในอดีต ตอนนั้นเขาแค่กำลังอัพเดตข้อสอบชุดใหม่ แต่ก็มีคนล็อกอินเข้ามาทำข้อสอบของเขาจนเสร็จ จากนั้นก็ส่งข้อความมาถามเหมือนกับเป็นการท้าทาย ที่สำคัญยังเป็นคนเดียวที่พูดว่าเขาเป็นเด็กที่อยากทำตัวเป็นผู้ใหญ่ และคำพูดเหน็บแนมนั้นก็ทำให้ทั้งสองได้มาเผชิญหน้ากันในห้างสรรพสินค้าและดวลหมากรุกกันในศูนย์อาหาร แม้ผลลัพธ์ในตอนนั้นเขาจะเป็นฝ่ายชนะ แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะแล้วบอกว่า 'ไม่ใช่แค่นายหรอกที่ชนะ เพราะอย่างน้อยฉันก็ทำให้นายก้าวออกมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงได้'

        "สิ่งที่น่ากลัวของผู้ชายคนนั้นคือความตลกร้าย ทุกอย่างทำไปเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสนุกเท่านั้น ได้ยินมาว่าเรียนสถาปัตยกรรมเพื่อนำไปใช้พัฒนาหมู่บ้านที่แร้นแค้น เป็นคนดีแต่ก็คบยากเพราะถึงขนาดปฏิเสธคำชวนของศาตราจารย์ที่ต้องการให้ไปร่วมงานระยะยาว กับผู้มีอิทธิพลที่อยากได้ฝีมือในการออกแบบของเขาจนสร้างความลำบากให้ครอบครัวไม่น้อย"

        "แล้วแบบนั้นไม่แย่เหรอคะ ถ้าลำบากก็ไม่น่าจะมาเล่นเกมนี้ได้" นิมป์เข้าใจว่าตอนนี้ครอบครัวทั้งพวกเขากำลังลำบาก แต่ราล์ฟกลับหัวเราะแล้วบอกว่า

        "ฉันพูดว่าสิ่งที่น่ากลัวของผู้ชายคนนั้นคือความตลกร้าย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาสุดท้ายผู้ทรงอิทธิพลก็กลายเป็นลูกน้องคอยทำงานงกๆ ให้หมอนั่นอยู่นั่นแหละ สถานะเปลี่ยนไปจากคนธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง ถ้าเลือกได้ฉันไม่ขอเป็นศัตรูกับผู้ชายคนนี้หรอก"

        ใช่แล้ว เป็นศัตรูกับคนที่ชอบเดิมพันกับทุกอย่างแบบนั้นเท่ากับฆ่าตัวตาย

        ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมกิลด์อสูรทะเลทรายถึงได้กลายเป็นกิลด์ที่ยากจะมีคนต่อกรได้ เพราะหากหัวหน้ากิลด์ลงมือเองล่ะก็ แม้แต่ซากุระที่ได้ชื่อว่าเป็นจ้าวกลยุทธ์สาวก็อาจจะเจอกับแผนการล้มกระดานที่ทำให้สงครามกลายเป็นแค่เรื่องไร้สาระไปเลย

        "ถ้าอย่างนั้นฉันกับคุณวิลสันจะไปจัดการเรื่องรถม้านะคะ"

        นิมป์รับอาสาทำหน้าที่แทน รู้ดีว่าจากนี้ราล์ฟจะต้องไปเจรจาเพื่อเริ่มทำธุรกิจบางอย่างกับกิลด์อสูรทะเลทรายและอาจจะใช้เวลาค่อนข้างนาน มันคงจะดีกว่าถ้าเธอเตรียมพร้อมสิ่งจำเป็นสำหรับเดินทางเอาไว้ ทันทีที่ทุกอย่างเรียบร้อยก็จะได้ออกเดินทางกันเลย ด้วยนิสัยของราล์ฟแล้วคงไม่ชอบเสียเวลาโดยใช้เหตุแน่ๆ

        "ตกลง เธอช่วยฉันได้เยอะเลย"

        ตัดสินใจแล้วว่าจะมาพูดคุยเรื่องที่ตกลงเอาไว้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมากังวลอะไร เขาแค่ฝังใจกับภาพลักษณ์ภายนอกของคนคนนั้นและเกิดกลัวขึ้นมา เพราะต่อให้ตนเองวิเคราะห์สถานการณ์ได้ดีแค่ไหน คนคนนั้นก็จะรับมือด้วยวิธีของคนบ้าที่คาดเดาอะไรไม่ได้

        ตำหนักจ้าวเมืองมีป้ายขนาดใหญ่เขียนเอาไว้ว่า 'Desert Demon' มันถูกรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ส่วนใหญ่ก็เพื่อป้องกันการสืบข้อมูลของบุคคลภายนอก และที่นี่ถูกใช้เพื่อจัดประชุมสำคัญของกิลด์ เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ในระหว่างที่มาก็เห็นว่ามีพื้นที่สำหรับพวกสัตว์เลี้ยงอสูรอยู่ด้วย มีการเตรียมวัสดุอุปกรณ์เพื่อก่อสร้างสถานที่ที่เหมาะสมกับพวกมัน คงต้องบอกว่าเอาใจใส่แม้กระทั่งจุดเล็กๆ อีกด้วย

        ราล์ฟถูกหยุดไว้ที่บริเวณทางเข้า เมื่อถูกถามถึงธุระเขาก็บอกว่ามาพบกับ ธิดาแห่งศาสตรา และด้วยซื่อเสียงที่มีอยู่ก็เป็นหลักฐานแสดงตัวได้อย่างดี แต่ก็ไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีสักเท่าไหร่ ในระหว่างที่ทหารได้ส่งคนไปสอบถามกับธิดาแห่งศาสตรา ราล์ฟก็จำต้องยืนรออยู่ที่หน้าประตูนานหลายนาที แต่เขาก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาเป็นอารมณ์และรอจนกระทั่งธิดาแห่งศาสตราเดินมารับถึงหน้าประตู ทั้งที่จะบอกให้คนมาเชิญตัวเขาไปก็ยังได้

        "ไม่คิดว่าคุณจะมาที่นี่เร็วกว่าที่คิด" ธิดาแห่งศาสตราเอื้อนเอ่ย เธออยู่ในสภาพที่ค่อนข้างจะแปลกตา โดยเฉพาะผมที่มวยและเกล้าไว้ และสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อน การออกมารับหน้าคนโดยไม่สนใจสภาพปัจจุบันของตนเองแบบนี้นับว่าผิดปกติมาก

        "พอดีว่าผ่านทางมาไหนๆ ก็มาคุยเรื่องที่ตกลงกันเอาไว้เลยก็ดี"

        "ถ้าหมายถึงเรื่องนั้นล่ะก็เชิญเข้ามาข้างในก่อน คุยกันที่นี่คงไม่เหมาะนัก" แล้วธิดาแห่งศาสตราก็เดินนำทางไปโดยไม่คิดจะให้ใครหน้าไหนติดตามเธอทั้งสิ้น

        ภายในอาคารนั้นมีสมาชิกกิลด์กำลังทำงานกันอย่างแข็งขัน อัตราส่วนเมื่อเทียบกันแล้วมีผู้หญิงที่มากกว่าผู้ชายหลายส่วน ธิดาแห่งศาสตรารับรายงานที่สมาชิกคนหนึ่งเดินมาถาม เธออ่านมันเพียงคร่าวๆ เท่านั้นและขบคิดอยู่พักหนึ่ง และเสนอแนวทางแก้ปัญหาออกไปในทันที เพราะภายในกิลด์อสูรทะเลทราย ธิดาแห่งศาสตราเป็นอันดับสองที่มีคนให้ความเคารพมากที่สุด

        มันเป็นวันที่วุ่นวายเอามากๆ โดยเฉพาะการต้องรับมือกับรายงานที่มีกิลด์อื่นๆ ยื่นความจำนงขอเข้ามามีบทบาทในเมือง พวกเขาอยากจะขอเป็นผู้ร่วมลงทุนเพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ของตนเอง แม้ธิดาแห่งศาสตราจะไม่เห็นด้วยที่มีคนประสงค์จะใช้เมืองนี้เป็นที่ซ่องสุมกำลัง แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดหัวหน้ากิลด์ที่ซึ่งนานๆ จะเข้ามาทีถึงได้ยอมรับข้อเสนอพวกนั้น จนทำให้พวกเธอต้องหัวหมุนกับการอ่านเอกสารที่ระบุความต้องการทั้งหมดเป็นพันๆ ฉบับ

        ราล์ฟไม่สนใจปัญหาภายในของกิลด์อสูรทะเลทรายมากนัก เขาเดินตามธิดาแห่งศาสตรามาจนถึงห้องทำงานของเธอ เป็นห้องที่เล็กเอามากๆ ต่างจากห้องทำงานของพวกคนระดับสูงๆ ที่เขาเคยเห็น ขนาดนี้มันพอๆ กับห้องพักห้องหนึ่งเท่านั้น

        "มันอาจจะคับแคบสักหน่อยต้องขออภัยด้วยนะคะ ปกติแล้วมันไม่ได้มีไว้เพื่อต้อนรับคน ทั้งที่ควรจะพาคุณไปที่ห้องประชุมแต่ด้วยปัญหาหลายๆ อย่างตอนนี้ห้องนั่นกำลังถูกใช้งานอยู่"

        "หัวหน้ากิลด์กลับมาสินะ"

        "ค่ะ" เธอตอบรับเสียงเบา อาจเพราะรู้สึกเจ็บใจที่ไม่สามารถชักจูงความคิดของคนอื่นให้คล้อยตามได้ นโยบายของเธอส่วนใหญ่จึงถูกคัดค้านจนตกลง และเมื่อเป็นแบบนั้นหัวหน้ากิลด์ที่กลับมาก็เลยจัดการประชุมเพื่อหาข้อสรุปทั้งหมด "เพราะแบบนั้นทุกคนก็เลยมีงานทำ ต้องบอกว่าหัวหน้ากิลด์ของฉันบางครั้งก็เป็นประชาธิปไตย แต่ในบางครั้งก็เป็นจอมเผด็จการ ถึงยังไงความเฉียบขาดในการตัดสินใจเชิงตลกร้ายของเขาก็ชนะใจสมาชิกส่วนใหญ่ที่คล้อยตามแนวคิด บ้าจริงๆ เลยนะคะพวกผู้ชายเนี่ย"

        "เหมารวมแบบนั้น หมายถึงฉันด้วยหรือเปล่า"

        ธิดาแห่งศาสตรายิ้มขำ แน่นอนว่าเธอไม่ได้หมายถึงแบบนั้นซะทีเดียว แต่นโยบายของหัวหน้ากิลด์นั้นตอบสนองต่อทุกคนได้ทั้งหมด ทั้งการนโยบายจำกัดระยะเวลาทำงาน หรือกระทั่งการอนุญาตให้ออกล่าได้อย่างอิสระ คนที่อยากเดินทางก็จะมีงบประมาณให้แต่ก็ต้องตอบแทนในภายหลังเช่นกัน เรียกได้ว่าทำให้กิลด์มีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น กลับกันเขาก็ยังสามารถหาเงินมาใช้จ่ายได้โดยที่กิลด์ได้ผลตอบแทนอย่างมหาศาล

        หญิงสาวทำธุระเสร็จก็เดินมานั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับเด็กหนุ่ม เธอเปิดหน้าต่างและนำแผนที่ออกมาเปิดกาง มันเป็นผังเมืองแบบคร่าวๆ ที่ระบุแค่ย่านการค้า ย่านพักผ่อน และอีกมากมายที่มีความสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในเมืองแห่งนี้ ยังมีสวนสาธารณะที่เป็นแหล่งฟุ่มเฟือยแต่หัวหน้ากิลด์บอกว่าต้องสร้างให้ได้ ราล์ฟเชื่อว่าคนคนนั้นมีแนวคิดที่แตกต่างจากทุกคนโดยชัดเจน ใครจะรู้ว่าในอนาคตมันอาจจะเป็นสถานที่พักผ่อนที่ดึงดูดให้คนเดินทางมาก็ได้

        "ฉันได้พูดคุยเรื่องนี้กับคุณบูรพา...หัวหน้ากิลด์ของฉันแล้ว เกี่ยวกับความต้องการของคุณ ซึ่งเขาเดาว่าคุณมีความตั้งใจจะเปิดร้านอาหารขึ้นก็เลยบอกให้แนะนำสถานที่ดังกล่าวให้ค่ะ นั่นคือจุดนี้..." ธิดาแห่งศาสตราชี้ตำแหน่งที่อยู่บริเวณใกล้ลานน้ำพุ ซึ่งตำแหน่งของหน้าร้านจะหันไปทางทิศตะวันออกพอดี "ตำแหน่งนี้เป็นเหมือนศูนย์กลางในเขตย่านการค้า ใกล้กับแหล่งพักอาศัย การเดินทางเข้าถึงได้ง่ายและเป็นจุดที่เด่นสะดุดตาเอามากๆ ว่ายังไงคะ หรือถ้าหากว่ายังคิดว่าไม่เหมาะ เช่นนั้นถ้าเป็นตำแหน่งนี้..."

        และธิดาแห่งศาสตราก็ได้แนะนำทุกจุดที่เตรียมเอาไว้ให้โดยละเอียด เพื่อให้เห็นภาพรวมมากขึ้นก็ได้อธิบายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากสภาพปัจจุบัน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามราล์ฟเลือกตำแหน่งที่ใกล้กับย่านการค้าในการก่อสร้างภัตตาคารอาหารเพื่อสร้างรายได้ให้ตัวเอง

        ตอนที่ได้ยินจากปากของราล์ฟธิดาแห่งศาสตราก็พยายามปิดซ่อนความรู้สึกไม่ดีเอาไว้ แต่มันไม่อาจรอดพ้นสายตาของราล์ฟได้เลย เมื่อถูกถามจึงตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ถึงปัญหาภายในที่ว่า พวกสมาชิกในกิลด์ไม่เห็นด้วยที่ให้บุคคลภายนอกมายึดเอากิจการสำคัญไป โดยเฉพาะร้านอาหารมันควรจะเป็นส่วนหนึ่งของกิลด์ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ตั้งมากมาย

        และยิ่งทราบว่าพื้นที่ที่ดีที่สุดถูกคนอื่นเข้ามาใช้ประโยชน์ย่อมเกิดความไม่พอใจ ทางกิลด์เลยพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้ผู้ที่เข้ามาสร้างกิจการต้องตกอยู่ภายใต้การดูแลของพวกเขาแทน แน่นอนว่าเธอคัดค้านเรื่องนี้แต่เมื่อพวกเขายกเรื่องผลประโยชน์ที่มีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่า ความคัดค้านของเธอก็ถูกปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี

        "แล้วเธอมาบอกฉันทำไมล่ะ เรื่องนี้พวกเธอได้ประโยชน์ไม่ใช่เหรอ"

        "สัญญาแล้วนี่คะว่าจะเป็นพันธมิตรกัน ดังนั้นปัญหาในเรื่องนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของฉัน มันน่าเจ็บใจที่ต้องยืมมือของหัวหน้ากิลด์เพื่อเกลี้ยกล่อมพวกเขาก็เท่านั้นเอง"

         "อย่างนี้นี่เอง" ราล์ฟพยักหน้าเข้าใจ ที่แท้ธิดาแห่งศาสตราก็เป็นผู้หญิงที่ดื้อเอาเรื่องนี่เอง ถึงได้รู้สึกไม่ดีที่ต้องพึ่งพาบารมีของหัวหน้ากิลด์แบบนั้น "ส่วนในเรื่องของการก่อสร้างฉันสามารถแจ้งกับใครได้บ้าง เพราะทางระบบยังไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเมืองนี้ก็เลยใช้บริการก่อสร้างไม่ได้ นอกจากต้องใช้งานเพลเยอร์ด้วยกันเอง ซึ่งตอนนี้คงหาได้เพียงจากกิลด์อสูรทะเลทรายเท่านั้น"

        "ฉันจะเป็นผู้รับเรื่องเอาไว้เอง แต่เรื่องแบบแปลนของภัตตาคารคงต้องขอรบกวนให้คุณเป็นผู้ออกแบบด้วยตัวเองหรือจะใช้บริการของทางเราก็ได้ หลังจากที่ประเมินค่าใช้จ่ายเรื่องวัสดุในการก่อสร้างกับค่าแรงเราจึงจะแจ้งยอดชำระทั้งหมด ในงวดแรกคงต้องขอเรียกเก็บเงินมัดจำเป็นจำนวน 60% ก่อน และค่อยชำระอีก 40% ในวันส่งมอบงานนะคะ"

        ราล์ฟส่งมอบรายละเอียดของภัตตาคารที่อยากได้ให้ธิดาแห่งศาสตรา และเตรียมตัวที่จะเดินทางไปส่งเควสต์ให้เรียบร้อย แต่ในตอนนั้นก็ได้ยินเสียงคนกำลังเดินมาที่นี่ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกพร้อมด้วยเสียงเนือยๆ ของชายคนหนึ่งที่มีเคราแพะ มันเป็นเรื่องยากที่จะระบุว่าเป็นใคร เพราะคนที่รู้จักตัวตนจริงๆ นั้นมีอยู่น้อยมาก แต่สำหรับสมาชิกกิลด์อสูรทะเลทรายและคนบางกลุ่มจะรู้จักดี ผู้ชายคนนี้คือ หัวหน้ากิลด์อสูรทะเลทราย บูรพา

        "ฤทัย พี่จะแวะไปหาอะไรกินสักหน่อยจะไปด้วยกันไหม" เขาหยุดไปครู่หนึ่งก็ตระหนักได้ว่าตนมาผิดเวลา เขามองไปยังเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ด้วยสายตาพิจารณา "แขกงั้นเหรอ?"

        "ผู้ครอบครองเหมืองแร่ที่เราสัมปทานมาได้ ที่มาวันนี้ก็เพื่อยื่นเรื่องดำเนินการก่อสร้างภัตตาคารในเมืองเจิดจรัสค่ะ"

        "อ๋อ คนที่เคยพูดถึงสินะ" เขาลูบเคราแพะ และเดินมานั่งยองข้างธิดาแห่งศาสตรา หยิบรายละเอียดนั่นมาดูอยู่ครู่หนึ่ง สลับกับมองราล์ฟไปด้วย "แล้วฝีมือทำอาหารของนายเป็นยังไง"

        "ระดับสุดยอด"

        "ไม่ค่อยหลงตัวเองเลยสินะ แบบนั้นก็ดี" บูรพาไล่สายตาอ่านให้ละเอียดอีกครั้ง พร้อมกันนั้นก็นำเอาดินสอกับไม้บรรทัดออกมาเริ่มขีดเขียนทับลงไป เขาใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ออกแบบหน้าร้านเสร็จเป็นที่เรียบร้อย "ที่ต้องใส่เข้ามาคือบรรยากาศดึงดูดที่น่าสนใจ ที่นายเขียนมามันเป็นเส้นตรงที่ไม่มีอะไรโดดเด่น ฉันยอมรับให้ก่อสร้างอะไรแบบนั้นในเมืองฉันไม่ได้หรอก"

        ราล์ฟดูแบบร่างที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม มันช่วยให้เขาเห็นภาพอะไรง่ายขึ้นเยอะ และดีกว่าที่ตนเองคิดไว้เสียอีก บูรพาคนนี้คงเป็นตัวจริงอย่างไม่ต้องสงสัย

        "แล้วเรื่องประชุมล่ะคะ" ธิดาแห่งศาสตราถาม ทั้งที่ปัญหาแต่ละอย่างนั้นยากจะตัดสินใจ เธอคิดว่าอาจจะต้องใช้เวลาทั้งวันซะอีก นี่ยังประชุมไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ

        "ประชุม? อ๋อ เรื่องหยุมหยิมไร้สาระนั่นน่ะเหรอ เสร็จไปตั้งนานแล้ว" เขาตอบเซ็งๆ ยกแก้วน้ำซึ่งเคยเป็นของธิดาแห่งศาสตราขึ้นมาดื่ม "น่าแปลกที่ยังปล่อยให้มันคาราคาซังมาถึงตอนนี้ ไอ้พวกระดับผู้บริหารในกิลด์ก็มัวแต่มุดหัวไม่ทำมาหากินอะไรเลย ไอเทมที่ใช้ก็มาจากส่วนกลาง พี่ว่าจะเปลี่ยนโครงสร้างการปกครองใหม่โดยเน้นที่สมาชิกที่ทำงานหนักสุดเป็นสิ่งสำคัญน่าจะดี"

        ธิดาแห่งศาสตราถอนหายใจยาว บูรพามักจะเป็นแบบนี้เสมอ หากเห็นอะไรที่ขัดหูขัดตาก็กล้าที่จะลงมือปรับเปลี่ยนโดยไม่สนใจความคิดเห็นของคนส่วนน้อย อาจเพราะมองเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเลยทำการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมซะ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครคิดจะแยกตัวออกจากกิลด์อสูรทะเลทรายเลยสักคน

        "ถ้าเป็นแบบนั้นคงมีการแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน" เธอพูดแย้ง ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่ร่วมสร้างกิลด์นี้จนยิ่งใหญ่ เธอไม่อาจทนเห็นการล่มสลายของกิลด์ได้แน่

        "คิดมากน่ามันก็แค่เกม พี่ว่าแบบนี้มันน่าตื่นเต้นดีออก" บูรพาไม่สนใจคำทัดทานนั่น ตั้งใจว่าถ้าพวกระดับผู้บริหารไม่ยอมทำอะไรเอาแต่นั่งชูคออยู่บนเก้าอี้ เขาจะเป็นคนดึงพวกนั้นลงมาเพื่อไม่ให้เอาเปรียบใครทั้งสิ้น สิบองครักษ์เองก็ชื่นชมวิธีที่เขาใช้จัดการกับพวกที่ถือดีในตำแหน่งเหมือนกัน

        "ที่สำคัญกว่าก็คือนายนั่นแหละ" เขาพูดกับราล์ฟ หยิบกระดานหมากรุกพร้อมด้วยตัวหมากแบบสากล และเริ่มจัดเรียง "จากเด็กเมื่อวานซืนเติบโตขึ้นมาขนาดนี้ นายคงไม่คิดจะทำเนียนเป็นไม่รู้จักแล้วเดินออกไปง่ายๆ หรอกสินะ ถ้านายทำแบบนั้นแปลว่ายังไม่ยอมรับผลแพ้ชนะในครั้งนั้น นายมันก็แค่คนที่หนีความจริงเท่านั้นแหละ"

        "ถ้าว่ากันตามกฎ การดวลหมากครั้งนั้นฉันเป็นฝ่ายชนะ"

        "ฉันก็ให้นายชนะไปแล้วยังไง หัวไปกระแทกกับอะไรมาหรือเปล่า"

        "ให้ตายสิ ฉันเบื่อที่จะต้องคุยกับนายจริงๆ ยังไงซะการดวลระหว่างเราก็หาผู้แพ้ชนะไม่ได้อยู่แล้ว เหตุผลในชัยชนะมันแตกต่างกัน"

        ขืนต้องมาทำเรื่องไร้สาระอย่างการดวลกัน มันคงเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ กับคนที่ใฝ่หาความสนุกและทำทุกอย่างตามอารมณ์ของตัวเอง พอคิดแบบนั้นตัวหมากบนกระดานก็ถูกจัดเรียงเรียบร้อย

        "แต่ฉันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น" บูรพายื่นผ้าปิดตาออกมาวางข้างๆ คล้ายจะบอกเงื่อนไขในการดวลกันครั้งนี้

        "หมากรุกปิดตา?" ราล์ฟทำหน้าฉงน "คิดเหรอว่าจะเอาชนะฉันด้วยวิธีแบบนี้"

        "แน่นอน นี่เป็นการเดินหมากทางกลยุทธ์นะ ถ้านายมั่นใจว่าฉลาดกว่าฉันก็ไม่เห็นจะต้องกลัว" บูรพายิ้มขำ พร้อมกันนั้นก็หยิบเอาผ้าปิดตาขึ้นมาผูกเอาไว้

        ราล์ฟไม่เคยคิดหนีผู้ที่มาท้าทาย หมากรุกปิดตานี้เล่นยากมากเพราะต้องคาดเดาการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายโดยที่ไม่รู้สถานการณ์ และด้วยความสามารถของเขาการจะเอาชนะจึงน่าจะทำได้ง่ายกว่ามาก เกมนี้คงจบในเวลาไม่นานนัก เขาจึงตอบรับโดยถอดแว่นและผูกผ้าปิดตาเอาไว้

        ธิดาแห่งศาสตราก็ให้ความสนใจไม่น้อยเช่นกัน ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นบูรพาที่แสนจะขี้เกียจคนนั้นทำเรื่องยากๆ อย่างการเดินหมากกับคนอื่น เธอเชื่อว่าคนตลกร้ายอย่างบูรพาไม่มีทางจะเล่นตามกฎสามัญอย่างแน่นอน และมันก็เป็นอย่างที่เธอคิด ขณะที่ราล์ฟเดินหมากไล่กินเบี้ยของฝ่ายตรงข้ามอยู่นั้นเอง บูรพาก็เปิดผ้าออกมองกระดานและนำหมากตัวสำรองแทรกลงไปในกระดานจนทำให้ฝ่ายของเขานั้นมีจำนวนมากกว่าเป็นเท่าตัว แถมยังปิดทางเดินเอาไว้จนหมดด้วย

        จนถึงตอนนี้ราล์ฟก็ยังไม่แม้แต่จะรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าถูกโกง เพียงแต่ไม่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวอย่างอื่นเลยจึงถามกลับไปว่า

        "น่าแปลกที่นายหยุดคิดนานขนาดนี้"

        "ก็กำลังคิดว่าจะไปหาอะไรกินน่ะ เล่นกับนายมันน่าเบื่อเกินไป"

        ราล์ฟเปิดผ้าปิดตาก็เห็นวีธีที่อีกฝ่ายใช้ เมื่อนึกคำพูดก่อนหน้านี้ก็อดที่จะหัวเราะให้กับความสะเพร่าของตนเองไม่ได้ เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการเดินหมากกลยุทธ์ ไม่ใช่หมากรุกที่มีกฎกติกาสามัญ ด้วยความที่เข้าใจอะไรได้ง่ายก็คิดว่ายากจะโต้เถียงกัน เพราะกับคนอย่างบูรพาสามารถชักแม่น้ำทั้งหามาสนับสนุนคำพูดของตัวเองให้น่าเชื่อถือได้ตลอดนั่นแหละ

        "ถือว่าฉันประมาทไปเอง ที่ไม่สงสัยในคำพูดของนาย"

        "นายไม่ได้ประมาทหรอก" บูรพาหยิบถุงขนมขึ้นมาเปิดกิน "นายแค่พยายามเล่นตามกฎกติกาเพื่อแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองฉลาดและมีไหวพริบล้ำเลิศ ทั้งที่ถ้าคิดจะใช้วิธีที่ร้ายกาจแค่ไหนก็ไม่มีใครว่าแท้ๆ ถ้าเป็นนายเมื่อก่อนคงจะทำแบบนั้นนั่นใช่ไหมล่ะ ที่อยากจะถามก็คือ...นายกำลังกลัวอะไร"

        สำหรับคนที่เคยได้ประลองปัญญาผ่านการดวลหมากอย่างบูรพา หมากรุกนั้นสามารถบอกลักษณะนิสัยของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างชัดเจน ราล์ฟในตอนนั้นเป็นคนที่กล้าได้กล้าเสียและมีความระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ เป็นคนที่น่าสนใจเพราะมั่นใจในตัวเอง แต่ครั้งนี้การเดินหมากของเขากลับเต็มไปด้วยความลังเล และไม่กล้าเสี่ยงเหมือนอย่างทุกที นั่นทำให้บูรพาหมดสนุก

        ราล์ฟได้แต่นิ่งเงียบไม่ยอมตอบคำถาม จนบูรพาต้องกล่าวว่า

        "รู้ไหมไอ้หนู ตอนที่เจอกันครั้งแรกนายเป็นคนที่น่าสนใจมาก ความกล้าที่พร้อมจะท้าทายต่ออุปสรรคโดยทำตามความเชื่อมั่นของตัวเอง มันเป็นแนวคิดของคนที่หัวก้าวหน้า แต่อยากให้จำเอาไว้ว่าโลกไม่ได้หมุนรอบตัวนาย โลกไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะนาย แต่นายเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ ที่ทำให้โลกขับเคลื่อนต่อไปได้ต่างหาก"

        บูรพาหัวเราะแล้วกล่าวต่อ "นายควรทำในสิ่งที่สมควรทำดีกว่า แนวทางที่เหมาะสมกับนายในตอนนี้ไม่ใช่แบบนี้ ฉันหวังว่านายจะสร้างความปั่นป่วนให้กับคนในโลกนี้ได้ ฉันเองก็จะได้ตื่นเต้น อ๊ะ!...จะว่าไปแล้ว ฉันเองก็คิดว่าจะลองเล่นกับพวกวอร์ลอร์ดดูสักครั้งเหมือนกัน ถ้านายเอาด้วย ฉันก็อาจจะหาเวลาว่างมาเล่นด้วยก็ได้นะ"

        "นี่นายเห็นฉันเป็นตัวอะไรกันแน่" ราล์ฟเริ่มสงสัยบทบาทที่กำลังถูกยัดเยียดให้

        "นายมันเป็นจอมวายร้ายนี่นา อ่า...นั่นสินะ สิ่งจำเป็นที่นายขาดอยู่ตอนนี้ก็คือ เงิน ใช่ไหมล่ะ"

        ราล์ฟพยักหน้า เห็นว่าปกปิดเป็นความลับต่อไปก็เปล่าประโยชน์ บูรพาก็ลูบเคราแพะของตัวเองและเอาตัวหมากขึ้นมาพลิกดูเล่นๆ จากนั้นก็จับไปเขี่ยหมากฝ่ายศัตรูให้ล้มให้หมด แล้วบอกข้อเสนอของตัวเองให้ฟัง

        "คิดว่ามันจะน่าสนุกแค่ไหน ถ้าหมากรุกมันไม่ได้เล่นกันแค่สองคน"

        ธิดาแห่งศาสตราที่อยู่ฟังด้วยถึงกับลอบตื่นตระหนก ดูท่าหัวหน้ากิลด์ของเธอกำลังคิดจะเล่นตลกร้ายที่เปลี่ยนความกระหายในอำนาจเป็นแค่การเล่นเกมสงครามเหมือนหมากรุกธรรมดาทั่วไป

        ราล์ฟพิจารณาคำพูดนั่นครู่หนึ่ง มันไม่น่าจะเป็นแค่การพูดตลกกลบเกลื่อน      

        "ให้ฉันออกความเห็นจะดีงั้นเหรอ" นักบวชแมวเหมียวขยับรอยยิ้มบางๆ เขารู้แล้วว่าความตลกร้ายของบูรพาเป็นแค่การเล่นสนุกที่ไม่ได้หวังผลอะไรจริงจัง แต่สำหรับคนที่คิดมากแล้วมันเป็นปัญหาอย่างร้ายกาจ

        "ฉันอยากฟังความเห็นของนายตอนที่เป็นเจ้าหนูนั่นมากกว่า มันคงสนุกกว่าความเห็นของนายตอนนี้เยอะเลย" ชายหนุ่มเคราแพะโบกมือไปมา เขาลุกขึ้นและเดินไปที่ประตู "อ้อ ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นน่ะ ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะยกพลไปร่วมสงครามหรือการต่อสู้ของพวกเด็กๆ ถ้าจะทำล่ะก็ ขอจองที่นั่งชั้นหนึ่งแล้วดูการแย่งชิงไร้สาระจะดีซะกว่า"

        พอบูรพาเดินออกไปราล์ฟก็เห็นว่าเขาควรจะกลับสักที ธิดาแห่งศาสตราก็อาสาไปส่งที่หน้าประตู ในระหว่างทางนั้นเขาเห็นบรรยากาศแปลกๆ ของสมาชิกกิลด์อสูรทะเลทรายที่ยืนรวมกันเป็นกลุ่มก้อน สายตาทุกคู่นั้นจับจ้องไปยังชายเคราแพะที่กำลังนั่งกินขนมแบบไม่สนใจใครอยู่ข้างเสาต้นหนึ่ง และมีลาเมียร์กำลังฉุดกระชากไม่ให้เขาทำตัวแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น

        เท่าที่สังเกตดู คนที่ให้ความเคารพในตัวบูรพามีอยู่น้อยมาก อาจเพราะเขาไม่ค่อยจะเข้าเกมก็เป็นได้ แต่ทุกครั้งที่เข้ามากิลด์ก็จะมีการพัฒนาอยู่ตลอด ถ้าเห็นอะไรที่ขัดใจนิดหน่อยก็พร้อมจะแก้ไขมันโดยไม่ปล่อยให้มันกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพียงแต่ว่าตอนนี้สิ่งที่เขากำลังทำอยู่มันได้สร้างความขุ่นเคืองให้กับใครหลายๆ คนซึ่งไม่เห็นด้วยแต่ไม่สามารถออกเสียงอะไรได้ เพราะเขาสามารถอ้างได้ว่า 'ฉันคือหัวหน้ากิลด์' ทำให้คำทัดทานตกไปทันที

        "ถ้าหัวหน้ากิลด์ของเธอถูกลอบฆ่า ฉันว่าคงไม่ใช่เรื่องแปลก"

        "นั่นสินะคะ แต่ถ้าเขาคนนั้นถูกลอบฆ่าจริงๆ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน" ธิดาแห่งศาสตรากล่าวปลงๆ บูรพาไม่เคยสนใจเลเวลของตัวเอง ต่อให้เขาถูกลอบสังหารก็เปลี่ยนแปลงคำสั่งที่สั่งไปไม่ได้ ตรงกันข้าม เขาอาจจะกำลังทำตัวมีปัญหาเพื่อแก้ปัญหาภายในกิลด์อยู่ "แต่ฉันเชื่อว่าหัวหน้ากิลด์คงไม่คิดจะอยู่เฉยๆ นักหรอก เพราะเขาเป็นนักพัฒนา ซึ่งมาเล่นเกมเพื่อทดลองแนวคิดของเขาและคอยดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นจะถูกนำไปแก้ไขเพื่อพัฒนาหมู่บ้านต่อไป นี่คือการเล่นเกมของชายที่ชื่อบูรพา"

        "จุดประสงค์ของการเล่นเกมก็เพื่อเป็นการทดลองแนวคิดสำหรับการพัฒนาหมู่บ้านของตัวเอง โดยใช้สังคมของเกมเป็นแบบทดสอบงั้นเหรอ" ราล์ฟแอบยิ้ม บูรพาเป็นศัตรูที่เขาไม่อยากสู้ด้วยเพราะคนคนนี้ไม่เคยสู้ด้วยเหตุผลเดียวกับเขา แต่ว่าถ้าเป็นเรื่องแนวคิดและการกระทำ เชื่อว่าเขาเป็นคนหัวก้าวหน้าที่อยากให้คนอื่นๆ ได้อยู่ดีกินดี

        เป็นศัตรูที่น่านับถือซะจริงๆ พับผ่าสิ!

 

        รถม้าเดินทางออกจากเมืองเจิดจรัสเพื่อมุ่งหน้าลงใต้ไปยังเมืองคลาเซียร์ เพื่อให้เดินทางได้เร็วขึ้นจึงต้องคอยระวังการโจมตีของพวกมอนสเตอร์ที่พบเจอในระหว่างเส้นทาง ที่ด้านหน้ามีมอนสเตอร์ขวางทางอยู่เป็นฝูง เป็นลินเกอร์ มอนสเตอร์ประเภทกิ้งก่าที่พัฒนาจนมีสติปัญญา แถมใช้อาวุธจำพวกดาบหินที่ลับให้แหลมคม พวกมันกำลังเล่นงานกลุ่มเพลเยอร์ที่ดูแล้วน่าจะเป็นมือใหม่ ถึงอุปกรณ์สวมใส่ของพวกเขาจะดูมีราคาที่ค่อนข้างแพง แต่วิธีการต่อสู้นั้นมือใหม่อย่างเห็นได้ชัด

        "ฉันไปเอง" ราล์ฟเห็นว่ากว่าการต่อสู้จะจบลงคงกินเวลานานมาก และนี่เป็นเส้นทางสัญจรเดียวที่รถม้าสามารถวิ่งผ่านไปได้ มันคงไม่ดีถ้าต้องรอให้มอนสเตอร์ถูกจัดการ

        "แต่ว่า..." นิมป์พยายามจะทักท้วง

        "ไม่ต้องห่วง แค่อยากให้มันจบเร็วๆ แค่นั้น"

        นักบวชแมวเหมียวเดินมาได้ระยะหนึ่ง เขากวาดสายตามองเพื่อดูจำนวนของเพลเยอร์มือใหม่เหล่านั้น พร้อมกันนั้นก็ประเมินอาชีพเอาไว้ด้วย พวกเขามีแต่คนเลือกสายต่อสู้กันทั้งนั้น ส่วนสายสนับสนุนที่จำเป็นในการสู้ศึกใหญ่แทบจะไม่มี คงเป็นพวกที่คาดหวังกับไอเทมในเกมมากกว่าการประสานงานร่วมกันเป็นทีม

        "ยังอุตส่าห์เดินทางมาด้วยกันสินะ" เขาพึมพำ และหยิบเอาสมุดคัมภีร์ขึ้นมาถือ และยื่นมือไปเบื้องหน้า

        วินาทีนั้นสภาพของผู้หญิงที่บาดเจ็บหนักจนสูญเสียพลังชีวิตไปมากมายก็ถูกรักษา และยังได้รับบัฟเพิ่มความสามารถชั่วระยะเวลาหนึ่งให้ จากนั้นก็สนับสนุนคนที่กำลังบาดเจ็บรายต่อไป ลินเกอร์พวกนั้นพอเห็นว่ามีคนใช้สกิลสนับสนุนก็เปลี่ยนไปเล่นงานคนคนนั้นทันที ราล์ฟจึงเข้าใจแล้วว่าคนพวกนี้ไม่ใช่เพราะว่าไม่มีสายสนับสนุน แต่สายสนับสนุนจะถูกเล่นงานเป็นพวกแรกต่างหาก

        "คู่ต่อสู้ของพวกแกไม่ใช่ฉัน"

        ฉับพลันก็มีโซ่พุ่งขึ้นมาจากพื้นรัดพันตัวพวกมันเอาไว้ เขายิงไลต์ฟัตซ์ออกไปใส่พวกมันเท่านี้ก็น่าจะช่วยสนับสนุนให้เพลเยอร์กลุ่มนั้นได้มากพอ แต่ว่าการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือทำให้พวกมือใหม่นั้นเกิดความลังเลไม่กล้าที่จะเข้ามา ราล์ฟเห็นชัดเลยว่าคนพวกนี้เป็นมือใหม่ในการตัดสินใจด้วย จนในที่สุดลินเกอร์เหล่านั้นก็กระชากเซนโซลจนขาดและพุ่งเข้ามาเล่นงานเขาหลายสิบตัว

        ระดับความเร็วของพวกมันนับว่าน่าตกใจ สองตัวนั้นเริ่มพรางตัวเองจนล่องหนไปเป็นที่เรียบร้อย สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องโต้ตอบกลับเท่านั้น ด้วยระดับความสามารถของพวกมันคงไม่จำเป็นให้ถึงขนาดต้องเอาจริงซะด้วยซ้ำไป เจ้าตัวที่ล่องหนนั้นโจมตีเข้ามาแต่ความบิดเบือนของชั้นบรรยากาศทำให้มองเห็นทิศทางการโจมตีอย่างชัดเจน ราล์ฟแค่ขยับตัวหลบเพียงเล็กน้อย และกระโดดข้ามไปเกาะหลังมัน

        ไฟเออร์ บอล!

        เขาใช้สกอร์เวทมนตร์โจมตีใส่ แต่พลังโจมตีของมันก็เบามากจนแทบจะไม่ระคายผิว มองไปด้านหลังพวกมือใหม่ก็ยังคงไม่กล้าที่จะเข้ามาต่อสู้ สุดท้ายราล์ฟก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องลงมือด้วยตัวเอง

        บีสต์ โซล

        ร่างกายของเขาพลันเปลี่ยนเป็นมนุษย์แมว และด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น เขาก็จัดการปิดฉากพวกลินเกอร์ด้วยวิชาต่อสู้มือเปล่า เทียบฝีมือกับเพลเยอร์แล้วพวกมันไม่ได้เก่งกาจอะไรเลยสักนิดเดียว ไม่แปลกที่ราล์ฟจะรู้สึกว่าเขาเอาจริงเกินเหตุ ในตอนนี้มีไอเทมมากมายตกอยู่ คนพวกนั้นก็กระอักกระอวนไม่กล้าเข้ามาหาเรื่อง

        "คือว่าพวกเรา..." ชายหนุ่มหน้าตาดีพยายามจะเข้ามาขอบคุณ แต่สายตากลับมองไปที่ไอเทมที่ตกอยู่

        "ฉันแค่อยากให้เรื่องมันจบเร็วๆ ไม่ต้องมาขอบคุณหรอก ส่วนของพวกนี้อยากได้ก็เอาไป" ราล์ฟไม่สนใจไอเทม ตอนนี้เขาแค่อยากทำเควสต์เพื่อเลื่อนคลาสขุนนางให้เสร็จมากกว่า

        "โอ้ ขอบคุณมากครับ" เขาส่งสัญญาณมือบอกทุกคนว่าเรียบร้อย แต่ดูเหมือนสิ่งที่ต้องการจะไม่ได้มีแค่นั้น "พวกคุณกำลังมุ่งหน้าไปยังกรีนเบสหรือเปล่าครับ ถ้าใช่ล่ะก็พวกเราขอติดรถม้าไปด้วยได้ไหมครับ"

        "ทำไม?" ราล์ฟถามห้วนๆ ถึงจุดหมายจะอยู่ที่คลาเซียร์ แต่ก็ต้องแวะพักที่กรีนเบส ถ้าวิ่งวันนี้ทั้งวันน่าจะถึงช่วงหัวค่ำก่อนเวลาออฟไลน์พอดี

        "คือพวกเราเป็นมือใหม่น่ะครับ"

        "เห็นก็รู้แล้ว แต่เครื่องป้องกันดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่มือใหม่"

        "แต่พวกเราพึ่งเล่นได้ไม่กี่วันเองครับ พอดีพวกเราอยู่ในกิจกรรมรับน้องของทางมหาวิทยาลัย พวกรุ่นพี่บอกว่าไม่อยากให้เกิดอันตรายก็เลยมาใช้เกมที่ทุกคนน่าจะมีกันติดบ้านแทน" ชายหนุ่มพยายามอธิบาย

        ราล์ฟเรียกนิมป์มาสอบถามเกี่ยวกับรถม้าที่เช่ามา พอทราบว่ามันสามารถบรรทุกคนเพิ่มได้แต่ความเร็วจะตกลง กลุ่มชายแปลกหน้าก็เริ่มหน้าเสีย อาจเพราะพวกเขาไม่รู้จักเส้นทางก็เลยเป็นกังวลมาก สุดท้ายราล์ฟก็ยอมให้ความช่วยเหลือ เพราะยังไงก็เป็นทางผ่านอยู่ดี และแม้ว่านิมป์จะแสดงท่าทีเป็นกังวลแทนแต่เธอก็ไม่ได้ย้อนแย้งเพราะเคารพการตัดสินใจของราล์ฟ

        เมื่อเริ่มออกเดินทาง พวกเขาก็เล่าให้ฟังว่าพวกตนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยและใกล้จะเปิดภาคเรียนแล้ว ทางมหาวิทยาลัยกังวลเรื่องความปลอดภัยจึงไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมนอกสถานที่ พวกรุ่นพี่ปีสองและสามจึงได้เสนอความคิดที่จะให้จัดงานรับน้องในเกม ซึ่งไม่เพียงแต่จะปลอดภัยแล้วแต่ยังสามารถจัดกิจกรรมที่สนุกสนานยิ่งกว่าได้ นี่เป็นวันที่สามที่พวกเขาได้เข้ามาในเกม โดยเป้าหมายคือการเดินทางจากเมืองอาร์วิเนียไปยังกรีนเบส ซึ่งพวกรุ่นพี่จะรออยู่ที่นั่น ส่วนคนที่เสียชีวิตนั้นจะมีคนรอรับอยู่ที่เมืองอาร์วิเนียและให้ตามไปสมทบในภายหลัง

        จนถึงตอนนี้เพลเยอร์กลุ่มนี้ก็ยังมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ อีกทั้งยังซุบซิบกันอีกด้วย ราล์ฟไม่ได้ใส่ในกับเรื่องพวกนี้ก็หันไปคุยกับนิมป์ เพราะทันทีที่พวกเขาเลื่อนเป็นคลาสขุนนางก็จะต้องรับเควสต์ต่อเนื่องเพื่อเลื่อนขั้นสู่คลาสอัศวิน ปัญหาก็คือแหล่งเก็บเลเวลสำหรับคนที่อยู่ในคลาสขุนนางไม่ได้มีมากมายขนาดนั้น พวกเขาอาจจะต้องไปล่าบอสเพื่อเก็บเลเวลแบบเร่งด่วน ซึ่งนั่นหมายความว่าค่าใช้จ่ายจะต้องมีเพิ่มมากขึ้น

        "เอ่อ ขอโทษนะคะ" หญิงสาวรวบรวมความกล้าถามแทรกขึ้น

        "มีอะไร?"

        "คุณคือนักบวชแมวเหมียวที่เป็นยอดฝีมืออันดับสองใช่หรือเปล่าคะ"

        "ใช่ ฉันเอง" ราล์ฟตอบไม่หยี่ระ อย่างไรก็ตามมันเป็นตำแหน่งเลื่อนลอยที่ไม่ได้พิสูจน์อย่างจริงจัง ก็เลยไม่มีอะไรที่น่าโอ้อวด

        "นี่เธอ รู้จักเหรอ?" เพื่อนชายถาม

        ฝ่ายหญิงมองหน้าเพื่อนชายคนนั้นเหมือนกับเป็นคนที่ไม่รู้จักมาก่อน และก็ตอบว่า "พวกนายเอาแต่อ่านหนังสือเตรียมสอบเลยไม่ได้สนใจดูคลิปโฆษณาตัวล่าสุดล่ะสิ นักบวชแมวเหมียวเป็นไอดอลของพวกนักบวชเลยนะ แถมยังมีคนเลียนแบบโดยเลือกเผ่าพันธุ์แบบเขาอีกด้วยต่างหาก"

        "ก็แค่นักบวชไม่ใช่เหรอ อาชีพสายสนับสนุนจะเก่งสักแค่ไหนเชียว" เพื่อนชายคนเดิมพูด ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเขาอยู่บนรถม้าของคนที่กำลังถูกกล่าวถึงก็รีบพูดขอโทษเป็นการด่วน แต่ราล์ฟก็ไม่ได้สนใจเรื่องหยุมหยิมพรรค์นั้น

        "เก่งแค่ไหนไม่รู้หรอก แต่นักบวชแมวเหมียวเป็นยอดฝีมืออันดับสองในเกมนี้เลยนะ"

        "โกหกน่า" ชายหนุ่มยังไม่ยอมเชื่อ คงเพราะเป็นมือใหม่ที่ยังไม่รู้จักความยากของเกมนี้ก็เลยเดาไม่ออก อีกทั้งตอนที่เห็นราล์ฟสู้กับลินเกอร์เหมือนไม่ได้แสดงฝีมืออะไรมาก ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะมีเลเวลที่สูงมากนั่นเอง

        "ไม่รู้ล่ะ อย่างน้อยฉันก็ถือว่าได้เคยพูดคุยกับยอดฝีมืออันดับสองแล้ว จริงสิ...ฉันมีคำถามสงสัยเกี่ยวกับการเล่นเกม ถ้าเป็นไปได้อยากให้ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ"

        "เอาสิ ถ้าเป็นเรื่องที่ฉันรู้ล่ะก็จะตอบให้ก็ได้" ราล์ฟตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองมากขึ้น

        หลังจากนั้นก็มีคำถามมากมายที่พวกมือใหม่ยังมีความเข้าใจผิดๆ อยู่ ก็ได้ราล์ฟอธิบายหลักการที่ฟังแล้วมีเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการใช้เวทมนตร์ พลังจิต แม้กระทั่งลมปราณ พวกผู้ชายที่คิดว่าตัวเองเป็นสายต่อสู้และเก่งที่สุดในกลุ่มยังต้องยอมแพ้และถามเรื่องราวต่างๆ มากมาย ราล์ฟค่อนข้างจะได้รับเสียงชื่นชมจากผู้หญิงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบุคลิกของเขาที่ถึงจะดูเย็นชาแต่ก็ยังให้ความเป็นกันเอง เป็นผู้ชายที่พวกเธอคิดว่าหากได้เห็นรอยยิ้มคงเป็นอะไรที่วิเศษที่สุด

        "คุณราล์ฟกับคุณนิมป์เป็นแฟนกันเหรอครับ" อยู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งถามขึ้น และคำถามนี้เองก็ทำเอานิมป์ที่นั่งเงียบมาตั้งนานหน้าร้อนผ่าว กล่าวปฏิเสธอย่างตะกุกตะกัก ส่วนราล์ฟก็ตอบกลับไปว่า

        "ถ้าฉันตอบว่าใช่แล้วมันยังไง"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #13285 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 22:00
    ไม่เขินจนสลบไปแล้วเรอะหนูนิมป์!!!
    555+
    #13285
    0
  2. #13284 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 21:16
    ตู้ม!!!! หัวนิมป์ระเบิด เพราะความเขิน อิ อิ
    #13284
    0
  3. #13283 maruchan (@RoosT) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 08:05
    ดาเมจรุนแรงมากที่บรรทัดสุดท้าย
    #13283
    1
    • #13283-1 woramate2544 (@woramate2544) (จากตอนที่ 348)
      30 มีนาคม 2561 / 04:45
      สหประชาชาติ
      #13283-1
  4. #13282 1993058 (@1993058) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 07:41
    ราฟฟฟฤฟฟ
    #13282
    0
  5. #13281 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 00:15
    เฮ้ยๆ!! ตอบอย่างนี้ดูอาการคนข้างๆด้วย สลบไปรึยังล่ะนั้น
    #13281
    1
  6. #13280 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 18:52
    แหม ยิงมายิงกลับไม่โกงเลยนะราล์ฟ 

    เรื่องหลอกให้คนอื่นตายใจแล้วกระทืบทิ้งทีหลังนี่ถนัดเหลือเกินนะ
    #13280
    0
  7. #13279 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 17:38
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13279
    0
  8. #13278 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 16:13
    เป็นแฟนกันเต๊อะ 555
    #13278
    0
  9. #13277 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 14:59
    แปลง่ายๆว่า
    "ไม่ยุ่งเรื่องคนอื่นนะ"
    555+
    #13277
    0
  10. #13276 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 14:05
    หง๊อวววว อะไรคือการจบตอนด้วยคำถามดาเมจรุนแรง
    #13276
    0
  11. #13275 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 14:02
    เชียร์!!! โอ้ย ฟิน
    #13275
    0
  12. #13274 หนูมะเหมี่ยว (@ma-me-aw) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 13:17
    โอ้ยย ถูกใจ
    #13274
    0
  13. #13272 Lady-Victoria (@1100400814037) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 10:49
    ไม่นะราฟฟฟ แล้วเอาอาคมไปไว้ไหนนนนน ฮื่ออออ~
    #13272
    0
  14. #13271 gift_donny (@gift_donny) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 10:04
    รอออิออออออออออออออออออออออ
    #13271
    0
  15. #13270 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 09:03
    ถ้าใช่ ก็สมใจคุณแม่ซะทีน่ะสิ
    #13270
    0
  16. #13269 sec_chan (@secchan) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 06:55
    ราฟต้องรับน้องด้วยรึเปล่าเนี่ย
    #13269
    0
  17. #13268 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 22:40
    นั่งรอตอนต่อไปนะครับ

    ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆ ด้วยครับ ^^
    #13268
    0
  18. #13267 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 05:45
    จะเปิดร้านแล้วววววว
    #13267
    0
  19. #13266 Than19264 (@Than19264) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 14:53
    มาไวไวไวไว
    #13266
    0
  20. #13265 Than19264 (@Than19264) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 14:53
    มาไวไวไวไว
    #13265
    0
  21. #13264 Than19264 (@Than19264) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 14:53
    มาไวไวไวไว
    #13264
    0
  22. #13263 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 03:44
    โอ้วววว
    ยังคงชิงไหวชิงพริบตลอดดด
    #13263
    0
  23. #13262 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 01:22
    คุณหัวหน้ากิลด์ก็คงรู้ว่าเป็นใครอยู่แล้วละมั้งเนี่ย
    #13262
    0
  24. #13261 gift_donny (@gift_donny) (จากตอนที่ 348)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 22:23
    ขอบคุณค่ะ มาต่อไวๆนะะะะะะะะ
    #13261
    0