[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,055 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,087 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,326

    Overall
    1,474,055

ตอนที่ 347 : บทที่ 3 โบราณสถานเคลื่อนที่ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    10 ก.ค. 59

บทที่ 3 โบราณสถานเคลื่อนที่

 

        โบราณสถานใต้ทะเลทรายอันร้อนระอุ แต่ภายในกลับหนาวเย็น ฮันเนียบัลเดินหลบกับดักที่ยังคงทำงานได้อยู่ฝ่าเข้าไปถึงห้องเพื่อปิดกลไกการทำงานของมัน ฟันเฟืองขนาดยักษ์นี่เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นของที่อยู่ผิดยุคผิดสมัย ถึงจะเป็นกลไกแบบโบราณแต่มันก็เป็นเบาะแสสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ เดฟอนไม่เคยเห็นเมืองใดที่มีฟันเฟืองขนาดยักษ์เช่นนี้มาก่อน บางส่วนทำจากเหล็ก บางส่วนทำจากหิน และบางส่วนทำจากไม้ที่พุพังไปตามกาลเวลา

        "มีอะไร?" ฮันเนียบัลกังวลว่าเดฟอนจะไปทำอะไรที่ก่อให้เกิดปัญหาตามมา ความอยากรู้ของมนุษย์เป็นได้ทั้งคุณและโทษขึ้นอยู่กับวิธีใช้งาน

        "เปล่าหรอก แค่รู้สึกคับคล้ายคับคลาว่าจะเคยเห็นไอ้เจ้าสิ่งนี้มาก่อน"

        "โฮ จะบอกว่าคนที่อยู่ในเมืองตลอดไม่กล้าออกมาข้างนอกจะเห็นมันเข้าในเมืองใดสักเมือง ถ้าใช่...เมืองนั้นจะเป็นเบาะแสสำคัญเลยล่ะ"

        "ไม่ใช่ในเมืองหรอก..." เดฟอนลูบไล้ชิ้นงานที่ทำออกมาอย่างประณีต แม้มันจะเก่ามากแล้วแต่ก็เห็นได้ชัดเลยว่ามีคุณภาพมาก "...แต่มั่นใจว่าเคยเห็นมาก่อน โดยเฉพาะฟันเฟืองพวกนั้นน่ะ"

        ส่วนตัวเดฟอนคิดว่าห้องนี้จะต้องมีความสำคัญบางอย่าง ในฐานะที่เป็นนักประดิษฐ์เขาคงมองข้ามงานละเอียดพวกนี้ไม่ได้ ถึงวัสดุจะเป็นของทั่วไป แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้สร้าง การจัดวางกลไกก็ทำได้อย่างเยี่ยมยอดเกินกว่าที่คนซุ่มซ่ามอย่างเขาจะเลียนแบบได้

        "คนสร้างที่นี่จะต้องเป็นอัจฉริยะ"

        "หรืออาจจะไม่ใช่คน"

        เดฟอนส่องไฟตรวจสอบฟันเฟืองทั้งหมด ถ้านี่เป็นของโบราณที่เก่ามากก็น่าจะหยุดทำงานไปแล้ว แต่ตอนที่เข้ามาพบว่ามันยังทำงานอยู่จนกระทั่งฮันเนียบัลไปปิด คำถามที่อยากรู้ก็คือ สิ่งใดกันแน่ที่กำลังทำงานอยู่จะบอกว่ามันเป็นกับดักก็ไม่น่าจะใช่

        "เจ้านายของนายไม่ได้บอกเรื่องนี้เหรอ ปกติเห็นรู้ทุกเรื่อง"

        ฮันเนียบัลชักดาบออกไปจ่อคอ ถึงเดฟอนจะไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกแต่ด้วยความที่เป็นคนชอบพูดจาแกมหยอกเย้าทำให้ฮันเนียบัลไม่ชอบ

        "รู้ไหมว่าตอนนี้ฉันกลัวนายมากกว่าที่นี่ซะอีกนะ"

        "ห้ามดูถูก"

        "เข้าใจแล้วน่า ฉันผิดเอง" เดฟอนขยับปลายดาบหันไปทางอื่น "แค่คิดว่าอาจจะต้องใช้เวลาสำรวจที่นี่นาน แถมฉันเองก็ยังสงสัยไอ้เจ้าฟันเฟืองพวกนี้ด้วย"

        "เวลามีอยู่เหลือเฟือ เจ้าหนุ่มนั่นก็ตั้งใจจะเก่งขึ้นอย่างรวดเร็วคิดว่าที่ผ่านมาเอาแต่อยู่เฉยๆ และดำเนินธุรกิจอย่างเดียวหรือยังไง"

        ฮันเนียบัลหมายถึงราล์ฟ ซีกเกอร์เคยบอกว่าเด็กหนุ่มคนนี้น่าสนใจเพราะเป็นคนที่ไม่เคยอยู่เฉย ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็แสดงตนเป็นนักธุรกิจไม่ได้ทำอะไรมากมาย แต่เบื้องหลังกลับดำเนินการเพื่อฝีมือที่ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ แม้แต่พวกเดียวกันยังไม่รู้ถึงความพยายามเรื่องนี้

        ทั้งสองคนออกจากห้องนั้นและเดินลึกลงบันไดไป ก่อนหน้านี้มันมีกับดักทำงานอยู่จึงต้องไปปิดการทำงานของกับดัก เพราะถึงฮันเนียบัลจะผ่านไปได้โดยไม่มีบาดแผลแต่กับเดฟอนแล้วมันเป็นเรื่องยาก อุปสรรคเท่าที่เห็นก็น่าจะมีแค่ความเปราะบางของพื้น และยังมีส่วนที่เป็นพื้นลาดชัน เดฟอนถึงกับต้องปีนคลานขึ้นไปอย่างทุลักทุเล

        "ช้าจริงเชียว" ฮันเนียบัลโยนเชือกออกไป

        "ใครจะไปมีตีนตุ๊กแกเหมือนนายล่ะ ชักจะอิจฉาพวกสายนินจาซะแล้วสิ"

        พอขึ้นมาได้ก็เจอกับทางลาดลง คราวนี้เดฟอนยิ้มเยาะในความโชคดีของตัวเอง เปลี่ยนไปใส่รองเท้าติดล้อเพื่อลงไปให้ไวที่สุด

        "รู้ใช่ไหมว่าทางลาดเมื่อครู่นั่นเป็นทางปกติ..." ฮันเนียบัลกำลังจะอธิบายแต่เดฟอนไม่รอฟังที่พูด "...หมายความว่านี่เป็นหลุมกับดักที่ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร"

        "หา...แล้วทำไมไม่รีบบอก!!!"

        ยังดีที่เชือกนั่นผูกกับตัวเดฟอนเอาไว้จึงยังไม่ตกลงไป จากจุดที่ฮันเนียบัลยืนอยู่สามารถมองเห็นใบหน้าซีดๆ ของคนที่ไร้ความรอบคอบได้เป็นอย่างดี พอช่วยเดฟอนแล้วก็วิ่งไต่ผนังขึ้นไปเกาะพื้นที่ห่างออกไปเกือบสิบห้าเมตร เป็นระยะห่างที่ไกลมากจนไม่มีทางปีนขึ้นไปถึงแน่ เขาส่งสัญญาณบอกให้ปีนเชือกขึ้นมาได้ มันผูกติดเอาไว้กับตัวของฮันเนียบัล และมั่นใจว่ามั่นคงพอจะรับน้ำหนักคนหนึ่งคนได้

        เมื่อขึ้นมาได้สำเร็จและมองลงไปก็เห็นว่ามันกลายเป็นเพียงหลุมลึกดำมืดที่หากพลัดตกลงไปคงถึงแก่ชีวิต ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจดีว่ามันเป็นแค่ความตายหลอกๆ แต่ทุกคนก็ยังกลัวความตายกันอยู่ดี

        "มาคิดดูแล้วเส้นทางพวกนี้มันค่อนข้างจะแปลก"

        ฮันเนียบัลส่งสายตามองคล้ายจะถามว่า 'พึ่งจะรู้ตัวเหรอ' ออกมา ที่จริงเขารู้ตัวตั้งแต่ที่เข้ามาในโบราณสถานนี้แล้วว่ามันเอียงตะแคงข้าง แต่เดฟอนยังคงคิดว่าจุดที่ยืนอยู่นั่นคือพื้นปกติ และในห้องกลไกเมื่อสักครู่นี้เองก็เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าห้องมันพลิกกลับ เพียงแต่ในความรู้สึกส่วนตัว ฮันเนียบัลก็ยังคงแปลกใจกับแรงศูนย์ถ่วงที่เปลี่ยนไปเรื่อยมา เหมือนกับว่าในสถานที่แห่งนี้มันแกว่งได้คล้ายกับอยู่บนสะพานแขวน

        "มีลม?" เดฟอนจับปลายผมที่พลิ้วไสว มองหน้าฮันเนียบัลที่พยักหน้ารับรู้ด้วย "พวกเราอยู่กันใต้ทรายไม่ใช่เหรอ ลมจะมาจากไหนได้อีก หรือจะมาจากช่องทางที่พวกเราเข้ามากัน"

        "มีทางเดียวที่จะรู้ได้"

        พอเดินทางกระแสลมมาเรื่อยๆ ก็พบกับสะพานหินที่ลาดเอียงและเป็นที่มาของกระแสลมแรง เดฟอนส่องไฟฉายลงไปตามขอบผนังเพื่อมองหาระยะคร่าวๆ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

        "จากห้องกลไกก็มาเจอกับสะพานเอียงๆ สรุปต้องปีนกันอีกแล้วใช่ไหม"

        "อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัวตก"

        "ตลกมากเลยเพื่อน" เดฟอนตอบรับเซ็งๆ มองดูฮันเนียบัลที่เดินขึ้นไปได้อย่างง่ายดายจนน่าอิจฉา ซึ่งในขณะที่ปีนอยู่นั่นเองก็มีดวงตาสีแดงนับร้อยๆ คู่ส่องประกายจากในเงามืด มันพุ่งออกมาจู่โจมแทบจะในทันที

        ฮันเนียบัลดีดตัวออกและซัดมีดคุไนออกไป รวมทั้งแยกร่างออกเป็นห้าร่างกระจายกันออกไปจัดการ เดฟอนไม่กล้าปล่อยมือออกจึงได้แต่เหวี่ยงประแจไปมา ซึ่งเจ้าตัวที่กำลังโจมตีอยู่นั่นมีลักษณะคล้ายกับค้างคาวมาก เพียงแต่มันเป็นเหล็กทั้งตัว ทำให้การฆ่ามันเป็นเรื่องยากมาก ฮันเนียบัลต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดอ่อนจนทราบตำแหน่งที่แน่ชัด เพียงไม่กี่อึดใจพวกมันก็ล้มตายจนหมด ไม่มีตัวใดคิดหนีเลย

        "นั่นมันตัวบ้าอะไรเนี่ย"

        "ค้างคาว"

        เดฟอนเบ้ปาก มองไปที่ซากตัวหนึ่งซึ่งฮันเนียบัลใช้ดาบปักเอาไว้ "แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นค้างคาว"

        "แล้วมันก็ยังเป็นหุ่นยนต์ด้วย"

        "ฉันผิดเองที่ถาม" พูดพลางนำซากหุ่นยนต์ค้างคาวนั่นออกมาตรวจดู "นี่มันน่าสนใจมาก คิดดูสิว่ามันจะยากแค่ไหนถ้าต้องเลียนแบบการเคลื่อนไหวภายใต้รูปแบบสรีระของสัตว์ อย่างพวก เพ็ท โรบอท ยังทำการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"

        "เป็นกูรูด้านหุ่นยนต์ตั้งแต่เมื่อไหร่"

        "ฉันชอบหุ่นยนต์ตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยชอบประดิษฐ์กลไกต่างๆ ขึ้นมา..." แล้วเดฟอนก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้ "ใช่แล้ว...มันคือตุ๊กตากลนี่เอง"

        "หมายถึงที่บอกว่าเคยเห็นสินะ?"

        "ใช่ ห้องกลไกนั่นที่จริงแล้วคือส่วนหนึ่งของตุ๊กตากล เป็นกลไกที่ใช้เพื่อการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะ ฉันเคยได้ของฝากจากญี่ปุ่นเป็นตุ๊กตาเสิร์ฟน้ำชา แล้วก็เป็นคนประกอบมันขึ้นมาเองด้วย ถึงว่าทำไมรู้สึกคุ้นๆ กับรอยต่อของฟันเฟืองพวกนี้มาก ที่แท้โบราณสถานนี้มันก็เคลื่อนที่เองได้"

        ข้อสันนิษฐานของเดฟอนใกล้เคียงกับความน่าจะเป็นมากที่สุด ไม่น่าเชื่อว่าคนแบบเดฟอนจะคิดเรื่องพรรค์นี้ได้เลยด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามการมาที่นี่ทำให้พวกเขาพบเบาะแสว่าอาณาจักรจักรกลน่าจะมีอยู่จริงเพียงแต่มันได้ถูกซุกซ่อนเอาไว้ ฮันเนียบัลกำลังสงสัยว่าทำไมโบราณสถานเคลื่อนที่ถึงได้มาอยู่ที่นี่กันแน่

        "คำถามคือทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่"

        "ฉันคงจะตอบได้หรอกนะ บางทีพวกมันอาจจะอยากย้ายบ้านก็ได้ ถ้ามันใหญ่ขนาดนี้ล่ะก็ขนคนได้เป็นแสนคนเลยมั้ง"

        "หรืออาจจะเป็นของที่ใหญ่กว่าเพื่อสงคราม"

        "ประเด็นนั้นก็น่าคิด พวกจักรกลในหนังส่วนใหญ่ก็บ้าสงครามทั้งนั้น ใครจะไปรู้บางทีผู้ดูแลอาจจะอยากให้พวกเราสู้กับหุ่นยนต์พวกนี้ก็ได้ ฉันว่าในนี้อาจจะมีพวกมันอยู่ก็ได้"

        "ก็คงใช่" ฮันเนียบัลเห็นด้วยอย่างมาก หุ่นยนต์ค้างคาวพวกนี้เป็นหลักฐานอย่างดี บางทีนี่อาจจะเป็นหนึ่งในระบบป้องกันภัยของที่นี่ก็ได้ "คงน่าจะมีพวกตัวใหญ่ๆ อยู่ด้วย ทางที่ดีควรไปหาที่มั่นคงอยู่ก่อนน่าจะเป็นการดีที่สุด"

        คำแนะนำของฮันเนียบัลบอกเป็นนัยว่าอาจจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แถมศัตรูยังเป็นถึงพวกจักรกลที่ไม่กลัวความตายและไม่มีความเหน็ดเหนื่อย พวกเขาปีนขึ้นมาจนถึงพื้นที่พอจะยืนได้มั่นคงมากขึ้น อย่างน้อยมันก็เป็นห้องที่ใช้เพื่อแวะพักเหนื่อยได้ เดฟอนครางและเริ่มทำสำออยจนรู้สึกอยากจะเชือดมันทิ้งซะตรงนี้

        เนื่องจากไม่รู้ว่าจะต้องมาหาอะไร ฮันเนียบัลจึงไม่สามารถกำหนดจุดหมายที่ต้องการได้ เบาะแสที่จะนำไปสู่อาณาจักรที่สาบสูญอย่างนครจักรกลไม่ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ เขารับคำสั่งแค่การนำทางมาเพื่อให้มาถึงที่นี่เท่านั้น ซีกเกอร์ถึงจะชอบชี้นำคนอื่นแต่บางครั้งก็อยากจะให้หาคำตอบด้วยตัวเอง ดังนั้นเขาไม่ทราบเลยว่าต้องทำอะไรบ้าง

        เดฟอนนำซากหุ่นยนต์ค้างคาวมาแยกชิ้นส่วนเพื่อตรวจดูวงจรของมัน มีบางส่วนเสียหายแต่ด้วยความรู้ความเข้าใจในเรื่องกลไกที่คลุกคลีมาเกือบทั้งชีวิตก็น่าจะพอซ่อมแซมมันกลับขึ้นมาใหม่ได้ นี่คงจะเป็นข้อดีเพียงอย่างเดียวที่เขามีอยู่

        "คิดว่าพวกมันจะมีแหล่งพลังงานหรือเปล่า" เดฟอนถามขึ้น

        "คงต้องเป็นแบบนั้น จักรกลจะขยับได้ยังไงถ้าไม่มีพลังงาน"

        "มันน่าจะถูกทิ้งเอาไว้นานมาก แต่ทำไมถึงยังมีพลังงานเหลืออยู่ล่ะ"

        "หลายเหตุผล วิธีประหยัดพลังงานก็มีอย่างการเปิดเครื่องยามที่จำเป็นเท่านั้น แต่ในกรณีของหุ่นยนต์ค้างคาวน่าจะมีพลังงานที่มากกว่า บางทีอาจเป็นระบบเตือนภัยที่จะเริ่มทำงานเมื่อมีคนปิดกลไกบางอย่างก็ได้ ถามทำไม?"

        "งั้นก็แปลว่าเจ้านี่ก็มีแหล่งพลังงานด้วยเหมือนกันน่ะสิ" นักประดิษฐ์ชี้มือไปด้านบน ฮันเนียบัลเริ่มเข้าใจแล้วว่ามันหมายถึงอะไร จากนั้นเดฟอนก็เอาแผงวงจรที่พยายามแงะจนสำเร็จออกมาให้ดู "ถ้ามันเป็นหุ่นยนต์ประเภทหนึ่ง แหล่งพลังงานก็คือหัวใจ ส่วนกลไกคืออวัยวะ นั่นแปลว่าจะต้องมีห้องควบคุมที่เป็นส่วนสมองแบบนี้อยู่ด้วย"

        "ถ้าหากมันเป็นระบบคอมพิวเตอร์หรืออะไรสักอย่างที่ทำงานคล้ายกัน ฉันคิดว่าพอจะทำอะไรบางอย่างได้อยู่นะ"

        ฮันเนียบัลเห็นด้วยกับความคิดนั้น เครื่องจักรกลเป็นอะไรที่ซับซ้อนจึงต้องควบคุมด้วยระบบที่แม่นยำ มันจึงคุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงเดิมพันกับความคิดแบบนั้น

        ด้วยเหตุนี้เองพวกเขาจึงได้ตั้งเป้าหมายที่จะค้นหาพื้นที่ส่วนควบคุม แต่ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่ทำให้ใช้เวลากันค่อนข้างนานมาก แถมในบางพื้นที่ก็มีหุ่นป้องกันภัยออกมาจู่โจมทั้งในรูปแบบของแมงมุมจักรกล มดจักร ไปจนถึงสุนัขจักรกล พวกมันมีจำนวนที่เยอะมากจนฮันเนียบัลไม่อาจรับมือไหวสุดท้ายทั้งสองคนจึงพลัดหลงกันเพื่อเอาชีวิตรอด

        เดฟอนเชี่ยวชาญเรื่องการหลบหนีและการซ่อนตัว เขาที่มีพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับระบบความสามารถของหุ่นยนต์จึงพอจะรู้จักระบบคร่าวๆ ของหุ่นยนต์ได้ พวกมันมีการยึดเกาะพื้นที่มั่นคงมาก ตอนนี้เขามีซากของหุ่นยนต์ที่ฮันเนียบัลเป็นคนจัดการเลยคิดว่าจะหาทางนำมาใช้ประโยชน์สักหน่อย พวกมันสูญเสียวงจรไปแล้วด้วยความรู้ในตอนนี้ยังไม่มากพอจะทำให้มันกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม แต่ก็มีหลายส่วนที่ยังนำมาใช้ได้อยู่

        นักประดิษฐ์คือผู้ฉวยโอกาสจากสิ่งที่มีอยู่ รวมเข้ากับจินตนาการของตัวเอง อย่างน้อยในช่วงเวลาที่ปลอดภัยเดฟอนก็คิดประดิษฐ์ไอเทมที่ช่วยในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งนั่นคือรองเท้าเสริมการยึดเกาะ และยังทำถุงมือเพื่อช่วยในการปีนป่าย เพียงเท่านี้ก็หมดปัญหาเรื่องพื้นที่ลาดเอียง เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่รู้โครงสร้างของมัน อุตส่าห์คาดหวังว่าถ้าทำได้ก็อาจจะมีกองทัพหุ่นยนต์เป็นอาวุธปกป้องตัวเองสักหน่อย และบางมีมันอาจจะนำทางเขาไปยังห้องควบคุมได้

        ด้านฮันเนียบัลก็ใช้วิชานินจาหลบหนีการตามล่าของหุ่นยนต์สัตว์ทั้งหลาย เขากำลังมองพวกมันอยู่บนเพดาน ซึ่งเห็นว่ามันกำลังใช้เซนเซอร์ตรวจจับการมีอยู่ของผู้บุกรุก แต่ก็ไม่พบอะไรจึงเคลื่อนที่ผ่านไปสำรวจเส้นทางอื่นต่อ เขาตระหนักได้ในทันทีว่าสถานการณ์พวกนี้แย่แค่ไหน

        ฮันเนียบัลย้อนกลับไปทางเดิมก็พบกับเดฟอนที่กำลังคลานอย่างระมัดระวังไปตามพื้น พอถึงทางแยกก็จะลุกขึ้นตรวจสอบให้แน่ใจ

        "ฉลาดดีนี่นา"

        "แมว!!!" เดฟอนร้องลั่นกับการมาที่ไม่ให้ซุ่มให้เสียง จนเมื่อรู้ว่าเป็นใครก็ถอนหายใจยาว "ทำไมต้องย่องมาข้างหลังฉันเงียบๆ ด้วยเนี่ย"

        "พวกมันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ต้องรีบไปแล้ว" ฮันเนียบัลรู้เพราะเขาพึ่งสลัดพวกมันออกมาได้จึงต้องเร่งเดินทางกันทันที

        ต้องยอมรับว่าเดฟอนมีความคิดที่สมกับเป็นนักประดิษฐ์เอามากๆ ใช้เศษซากของหุ่นยนต์สัตว์มาสร้างเป็นอุปกรณ์ช่วยในการเดินทางได้ ถึงรูปลักษณ์ของมันจะดูทุเรศลูกตาไปบ้าง แต่มันก็ช่วยให้การเดินทางเร็วขึ้น พวกเขาต้องหยุดเมื่อเจอหุ่นยนต์สามตัวดักรออยู่ตรงหน้า

        "อย่าฆ่ามันหมดนะ อยากให้ปิดการทำงานของมันสักตัวหนึ่ง"

        "คงทำได้หรอก"

        "ตรงหลังคอของมันจะมีช่องสกรูอยู่ ใช้ไอ้เจ้านี่คลายเปิดออกมาจะมีสวิทซ์ปิดการทำงาน ฉันอยากจะลองแฮกเข้าระบบของมันดูอย่างน้อยพวกมันเป็นหุ่นสังเกตการณ์ก็น่าจะมีแผนที่ของโบราณสถานอยู่"

        "จะทำยังไงล่ะ การแฮกที่ว่า..."

        "เรื่องนั้นฉันจะจัดการเองน่า บอกไว้ก่อนเรื่องหุ่นยนต์กับคอมพิวเตอร์ฉันว่าฉันน่าจะเป็นเซียนด้านนี้"

        "งั้นก็ตามนั้น" กล่าวจบฮันเนียบัลก็พุ่งเป็นเงาดำไปโจมตีใส่พวกหุ่นยนต์สุนัข พวกมันมีการโจมตีที่ประสานงานเป็นระบบมาก ทุกครั้งที่ตัดสินใจโจมตีดวงตาสีแดงคู่นั้นจะเรืองแสงวาววับ และการที่พวกมันเป็นหุ่นยนต์แม้จะมีการโจมตีพื้นฐานเหมือนสัตว์แต่ก็ต้องไม่ประมาท

        ฮันเนียบัลปรายตามองปราดเดียวก็รู้ได้เลยว่าในปากของพวกมันมีปืนกลขนาดเล็กติดอยู่ สิ่งที่อีกออกมาไม่ใช่กระสุนโลหะแต่เป็นกระสุนพลาสมา ความเร็วนั่นต่อให้ฮันเนียบัลมั่นใจในความเร็วแค่ไหนก็ยากจะหลบพ้น กระสุนความร้อนเฉียดผ่านแก้มจนส่งกลิ่นเหม็นไหม้ นินจาหนุ่มรอจังหวะที่พวกมันอ้าปากก็ปามีดคุไนใส่ปากกระบอกปืนจนมันละลายเนื่องด้วยความร้อนสูง

        นินจาหนุ่มขว้างเชือกลูกตุ้มไปพันขาเอาไว้เพื่อหยุดการเคลื่อนไหว แต่มันขยับเพียงครั้งเดียวก็กระชากจนขาดได้ แต่ก็สบโอกาสให้แทงดาบไปที่รอยต่อที่หลังคอของมันจนทะลุ จัดการตัวที่หนึ่งเสร็จก็พลิกตัวถีบสุนัขจักรกลที่กระโจนเข้ามา เขาแยกร่างออกไปถึงห้าร่างแต่มันก็ยิงมิสไซส์ที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวใส่

        ตูม! ตูม! ตูม!

        ร่างแยกสามในห้าถูกจัดการ มันเริ่มประมวลผลการต่อสู้อีกครั้งและขยับตัวแทบจะในทันที ฮันเนียบัลพบว่าพวกมันสามารถพัฒนาการต่อสู้ได้ในระหว่างต่อสู้ ยิ่งสู้นานมันก็จะมีวิธีรับมือ หากมันเป็นการพัฒนาเพียงตัวเดียวก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่ว่าพวกมันใช้ระบบเดียวกันนั่นหมายความสุนัขจักรกลตัวอื่นจะพัฒนาด้วยเหมือนกัน กว่าจะจัดการได้สำเร็จฮันเนียบัลก็บาดเจ็บไม่น้อย นี่ขนาดมีเพียงแค่สามตัวเท่านั้น ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าต้องเผชิญหน้ากับพวกมันทั้งหมดผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

        อย่างไรก็ตามตอนนี้พวกเขาได้สุนัขจักรกลที่ถูกปิดการทำงานมาแล้วหนึ่งตัว เดฟอนจำเป็นต้องใช้เวลาในการแฮกเข้าระบบของเจ้าตัวนี้ อุปกรณ์การแฮกก็ทำขึ้นจากเศษซากของตัวที่ตายแล้ว บนจอแสดงผลมีโค้ดตั้งมากมายแต่เดฟอนก็พยายามจะอ่านมันโดยอ้างอิงจากความรู้ที่ศึกษามา

        "โอเพ่น เซซามี มาดูกันสิว่าแกรู้อะไรบ้างเจ้าโฮ่ง" ดวงตาของเจ้าสุนัขจักรกลเปล่งแสง และฉายภาพไปบนผนัง มันคือภาพแผนที่ของโบราณสถานเคลื่อนที่ รูปร่างของมันคล้ายกับพีระมิดแต่สามารถแยกส่วนเพื่อลุกขึ้นยืนได้ เป็นหุ่นโกเลมขนาดยักษ์

        "ที่ที่พวกเราอยู่คือตรงนี้สินะ" ฮันเนียบัลชี้ไปที่จุดสีเขียวกะพริบ จากนั้นก็มองไปยังจุดสัญญาณสีแดงหลายร้อยที่ยังคงเคลื่อนที่อยู่ นี่น่าจะเป็นสัญญาณที่บอกถึงจำนวนของสุนัขจักรกลที่กำลังค้นหาผู้บุกรุก

        "ถ้าตาไม่บอดสีล่ะก็ใช่" เดฟอนตอบกวนๆ แต่ในตอนนั้นบนจอก็เริ่มมีโค้ดบางอย่างแทรกขึ้นมา และเริ่มสูญเสียสัญญาณภาพ "บ้าจริง มีระบบป้องกันการเข้าระบบที่ไม่ถูกต้องอยู่ด้วยงั้นสินะ มาลองกันดูสักตั้งสิพวก"

        เดฟอนยังไม่ยอมแพ้ตอนนี้เขาต้องการอัพโหลดแผนที่มาไว้ในอุปกรณ์ประดิษฐ์ สภาพของเครื่องเปลือยเปล่ามีเพียงผังวงจร สายไฟ กับหน้าจอแสดงผล ตอนนี้ภาพแผนที่ถูกดูดเข้ามาเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่ข้อมูลนั่นจะถูกลบออกเขาก็ดึงสายออกมาทันที ในตอนนั้นฮันเนียบัลก็จัดการทำลายสุนัขจักรกลโดยเร็ว

        จากนั้นทั้งสองก็รีบเผ่นเมื่อเห็นว่ามีจุดสีแดงกำลังตรงมาทางนี้เป็นจำนวนมาก มันง่ายมากเมื่อมีแผนที่ ซึ่งเมื่อดูให้ดีๆ แล้วมันเป็นเหมือนเส้นทางเขาวงกตที่ทำให้หลงทิศทางได้ง่าย เดฟอนมองดูแผนที่และคอยบอกเส้นทางให้ ส่วนฮันเนียบัลก็คอยระวังการโจมตีของหุ่นจักรกล มันเป็นโชคร้ายที่ดึงข้อมูลได้แค่แผนที่ก่อนมันจะถูกลบหายไป

        "แผนที่พวกนี้ใช้ไม่ได้เลย เป็นสภาพของห้องเปลือยเปล่าที่บอกตำแหน่งด้วยพิกัดแผนที่ เลยบอกไม่ได้ว่าห้องไหนเป็นห้องไหน" เดฟอนหมดปัญญาที่จะดูแผนที่ ทั้งที่เป้าหมายคือการมองหาห้องควบคุม แต่ดูเหมือนมันจะถูกทดแทนด้วยตัวเลขที่เขาไม่สามารถถอดความได้

        "ก็ไปมันทุกห้องเลยสิ"

        เดฟอนตบหัวตัวเองและพูดกลั้วหัวเราะว่า "บางครั้งฉันก็โง่เหมือนกันแหะ"

        "จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่"

        "ว่าไงนะไอ้เจ้านินจา"

        รู้ว่าเถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ ฮันเนียบัลเลิกชวนคุยและคอยเดินตามหลังเดฟอน ทุกครั้งที่ถึงทางแยกก็ต้องสำรวจให้ดีขืนไปเจอกับหุ่นจักรกลประเภทอื่นเข้าคงต้องบาดเจ็บไม่น้อย ยังดีที่เตรียมพกน้ำยาเอาไว้พอสมควรแต่คงอยู่ได้ไม่พ้นวันนี้ถ้าต้องปะทะกับพวกมัน และเมื่อมาถึงห้องหนึ่งก็เจอกับเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่สนิมเขรอะ มีเสียงเครื่องดังออกมาเหมือนกับมีลมเป่าเข้าไปในท่อ

        เดฟอนอาจจะเข้าใจอยู่คนเดียวก็ได้ ในขณะที่ฮันเนียบัลมองข้าม เดฟอนกลับเป็นคนช่างสงสัยและคลานลงไปในช่องเล็กๆ ที่คับแคบ เขาเจอเข้ากับสายพานเก่าๆ กับหินก้อนสี่เหลี่ยมขนาดเท่าแมกกาซีนปืน เขาใช้ทักษะแยกองค์ประกอบเพื่อดูรายละเอียดของมัน

        มันคือแท่งพลังงานบริสุทธิ์ ชื่อมันถูกเรียกแบบนั้นแต่เอาเข้าจริงกลับเป็นหินแร่บริสุทธิ์เท่านั้น เมื่อใส่ลงไปในตัวหุ่นก็จะทำให้เกิดความร้อนและให้พลังงาน เหมือนกับอาหารที่ทำให้หุ่นจักรกลเคลื่อนไหวได้ สำหรับมนุษย์แล้วเจ้าสิ่งนี้อาจเป็นขุมทรัพย์ที่เปลี่ยนอำนาจของคนกลุ่มหนึ่งได้เลย นี่เป็นของดีที่เดฟอนต้องรีบเก็บเอาไว้และค่อยไปคิดหาวิธีใช้งานมันภายหลัง

        อย่างไรก็ตามห้องนี้น่าจะเป็นห้องสำหรับลำเลียงแท่งพลังงานบริสุทธิ์ ถ้าดูจากแผนที่โดยปรับให้ดูผ่านมุมมองบนจะเห็นว่ามีช่องทางขนาดเล็กเชื่อมต่อไปยังห้องที่อยู่ข้างล่าง บางทีมันอาจเป็นห้องรวบรวมหุ่นจักรกลเอาไว้ก็ได้ คงดีกว่าจะหยุดการพิสูจน์ความจริงเท่านี้

        "ได้อะไรมาบ้าง"

        "สายพานเก่า แท่งพลังงาน แล้วก็น้ำมันเหม็นๆ" เดฟอนแกล้งยื่นมือที่เปื้อนคราบน้ำมันหล่อลื่นไปใกล้ๆ ฮันเนียบัล

        "ถ้าอยากมือขาดก็เข้ามา"

        นักประดิษฐ์หนุ่มถอนหายใจยาวและหันไปยุ่งกับจอแผนที่ที่ภาพเริ่มขาดหาย "คงใช้ได้อีกไม่นาน บางทีคงเป็นที่แบตเตอรี่ ถ้าฉันรู้วิธีใช้งานแท่งพลังงานล่ะก็คงไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก"

        เดฟอนแกล้งพูดไปแบบนั้นเพื่อดูปฏิกิริยา ปกติแล้วถ้าเป็นพวกที่จริงจังกับเกมจะมองหาประโยชน์มากกว่าการเล่นแบบสนุก แต่ฮันเนียบัลและพรรคพวกดูเหมือนจะไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องแบบนั้นซะทีเดียว คงนับว่าเป็นเรื่องที่ดีได้อยู่หรอก

        จากนั้นทั้งคู่ก็ออกสำรวจต่อ ซึ่งก็โชคร้ายปะทะกับจักรกลรูปแบบแมงมุม มีเส้นใยที่สร้างจากโลหะหลอมเหลวที่ร้อนจัด เมื่อโดนอากาศก็จะจับตัวกันเป็นของแข็งทันที ทั้งพลังและความแข็งแกร่งเหล่านั้นทำเอาฮันเนียบัลได้รับบาดแผลที่สาหัส จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ตอนนั้นเองเดฟอนก็เอาระเบิดลูกบาศก์ออกมาขว้างทำลายพื้น ดูจากแผนที่แล้วตรงส่วนนี้ค่อนข้างจะเปราะบางกว่า ผลก็คือพวกเขารอดชีวิตมาได้

        มันเป็นเรื่องยากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน ตอนนี้น้ำยาก็เหลืออยู่ไม่มาก เครื่องมือที่อัพโหลดแผนที่เสียหายจนใช้งานไม่ได้อีก เดฟอนรู้สึกเซ็งจิตขึ้นมาและมอบหน้าที่ให้กับฮันเนียบัลในการเลือกเส้นทาง ผ่านไปแล้วหลายห้องแต่ก็ยังไม่พบเจอกับห้องส่วนควบคุม จนเดฟอนเริ่มกังวลแล้วว่าตัวเองอาจจะคิดผิดก็ได้ ถึงกระนั้นก็ยังคงเดินทางต่อไปจนเริ่มมองเห็นเบาะแสบางอย่าง

        มันเป็นรางท่อที่ปรากฏมาจากรอยแตกของกำแพง นี่คือเบาะแสสำคัญมากที่จะทำให้เข้าใกล้ห้องควบคุมมากขึ้นไป เมื่อเจาะเข้าไปก็เจอกับสายไฟบางอย่างทำเอาเดฟอนยิ้มกว้าง ด้วยความที่ค่อนข้างจะชำนาญพวกกลไกกับงานช่าง เขาพอจะแยกออกว่าอะไรเป็นอะไร สายไฟถึงจะดูคล้ายกันแต่บางอันก็ไม่ใช่ ที่สิ่งเขาควานหาก็คือ ท่อส่งจ่ายพลังงานที่ซ่อนอยู่ด้านหลังต่างหาก

        และด้วยเจ้าสิ่งนี้เองที่นำทางพวกเขามาจนถึงห้องควบคุมหลัก ที่หน้าทางเข้ามีพวกหุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์อยู่ด้วยกันสองตัว พวกมันเอาแต่ยืนนิ่งราวกับเป็นรูปปั้น ดวงตาที่ปิดสนิทนั่นแสดงว่าพลังงานของพวกมันคงหมด เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหุ่นยนต์รูปทรงมนุษย์ที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

        "หึหึๆๆๆ" เดฟอนแอบหัวเราะ ขยับนิ้วมือรัวเร็ว มันเป็นความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นภายในของมัน "คุณผู้ช่วยเรามีคนไข้ที่ต้องผ่าพิสูจน์แล้ว"

        "ผู้ช่วย? ใคร?"

        "แหม ตรงนี้จะมีใครบ้างล่ะนอกจากสุดหล่อนักประดิษฐ์ กับผู้ติดตามที่แสนเก่งกาจ"

        "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทำแบบนั้น"

        "นี่มันหุ่นยนต์เชียวนะ นายไม่อยากรู้เหรอว่ากลไกเป็นแบบไหน"

        "ไม่รับประกันว่าพวกมันจะมาเมื่อไหร่ ถ้าอยากจะเสียเวลาไปกับการงัดแงะหุ่นกระป๋องนั่นก็ตามใจ แต่ถ้าพลาดครั้งหน้าก็เชิญมาคนเดียว" ฮันเนียบัลตอบแบบไม่ใส่ใจ เขาไม่ชอบใจนักที่ต้องมาอยู่ดูแลคนบ้าๆ บอๆ แต่เพราะมันเป็นคำสั่งของซีกเกอร์ที่ให้สนับสนุนเดฟอน ดังนั้นเขาจึงมีสิทธิ์ในวิธีการสนับสนุน

        "อุก..." เดฟอนชักสีหน้าเจ็บปวด ก็เป็นเรื่องจริงที่ไม่ควรเสียเวลากับมัน เขามองหุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์ด้วยความเสียดาย

        ห้องควบคุมไม่ใช่ห้องแบบคอมพิวเตอร์ มีเพียงหน้าจอแสดงผลเท่านั้น วิธีการควบคุมดูเหมือนว่าจะจำเป็นต้องใช้ผ่านตัวหุ่นจักรกลเท่านั้น มีช่องเสียบเพื่อเชื่อมต่อกับระบบภายในเท่ากับว่าแทบจะหมดปัญญาแฮกด้วยมือ ขณะที่เดฟอนกำลังกลุ้มใจอยู่ ฮันเนียบัลก็เดินเข้ามาถาม

        "ไม่มีคีย์บอร์ด?"

        "แหงล่ะ ก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ นี่ถ้ามันมีนะฉันยอมให้เอามาฟาดหัวฉันเลย"

        "เจอแล้ว" ฮันเนียบัลพูดขึ้นมาทำเอาเดฟอนสะดุ้งโหยง เขาพบมันอยู่ที่แผ่นหลังของหุ่นจักรกลตัวหนึ่งรูปร่างเหมือนกับถังเหล็กติดล้อที่ขึ้นสนิมจนขยับไม่ได้เลยนำออกมาให้ดู

        "นายคงไม่คิดจะทำจริงๆ สินะ"

        "แน่อยู่แล้ว" ฮันเนียบัลกล่าว เขามองเดฟอนไม่วางตา "โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีออกบ่อย น่าเสียดายที่มันหนักเกินไปเลยอดเห็นคนหัวแตก"

        ฮันเนียบัลขยับหุ่นตัวนั้นออกมา มีมันมีสายเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องควบคุม แต่เปิดไม่ติดเพราะไม่มีพลังงานอยู่เลย มีช่องสำหรับบรรจุแท่งพลังงาน เป็นที่น่ากลัวว่ามันอาจจะทำร้ายเขาก็ได้แต่มันคงจะดีกว่าถ้าเจ้าหุ่นนี่กลายมาเป็นผู้ช่วย อย่างน้อยก็มีลูกมือที่เดฟอนคิดว่าคงมีประโยชน์อยู่บ้างนั่นแหละ

        "ไม่เข้าท่าเลย"

        เพราะรู้สิ่งที่เดฟอนคิดจะทำเลยอดกังวลใจไม่ได้ ถึงอย่างไรเขามีหน้าที่สนับสนุนจึงไม่สามารถห้ามปรามอะไรได้ทั้งสิ้น

        "บางครั้งคนเรามันก็ต้องหัดมีความเชื่อใจซะบ้าง"

        แท่งพลังงานถูกใส่ลงไป ตัวหุ่นสั่นอยู่พักหนึ่งและเงียบลง แววตาของมันมีแสงเรืองอ่อนๆ และเริ่มส่งเสียงบางอย่างที่ฟังแล้วเหมือนเครื่องขัดข้อง

        "...รหัส 42 ...ปิ๊บๆ...รหัส 4...2... คำสั่งผิดพลาด แจ้งเตือน...42...ทรยศ...ทรยศ..."

       หลังจากที่มันร้องได้สักพักก็เงียบลง มันคงรู้สึกตัวแล้วว่าร่างกายของมันขยับไม่ได้จึงเริ่มตรวจสอบระบบการทำงานของมัน

       "ขยับ...ไม่ได้...ตรวจสอบภายใน...ระบบเคลื่อนไหวเสียหาย...ดำเนินการซ่อมแซม...ขัดข้อง...แก้ไขระบบขั้นพื้นฐาน...ขัดข้อง...ประเมินระดับความเสียหาย...ระดับ 3..."

        ก๊องๆ

        เดฟอนเคาะหัวของมันและยื่นหน้าไปที่จอดวงตาสำหรับประมวลผล

        "ฮัลโหล...ว่าไงไอ้ตัวเล็ก"

        มีเสียงเหมือนกล้องกำลังปรับโฟกัสภาพดังขึ้นเบาๆ จากนั้นมันก็กล่าวโต้ตอบ "มา...นุด...คำเตือน ตรวจพบผู้บุกรุก มนุษย์เพศชาย จำนวน 2 คน...คำเตือน...ตรวจพบผู้บุกรุก...โจมตี...โจมตี..."

       ตอนที่เห็นมันทำท่าจะเปิดฝาเพื่อนำอาวุธออกมาจู่โจม ฮันเนียบัลก็ชักดาบคาตานะออกมาเตรียมจะทำลายเจ้าหุ่น แต่เดฟอนก็รีบปรี่เข้าไปห้ามเพราะคิดว่าน่าจะเกลี้ยกล่อมมันได้อยู่ นักประดิษฐ์เดินเข้าไปหามันช้าๆ อย่างระวัง

        "ระบบอาวุธ...เสียหาย...เรียกใช้ระบบอาวุธสำรอง...ขัดข้อง...มาตรการรักษาความปลอดภัยทำงาน...ทำการระเบิดตัวเอง...ระบบเสียหาย..."

       "เฮ้ นี่แกคิดจะตายแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันอุตส่าห์เสียแท่งพลังงานให้แกไปตั้งหนึ่งแท่ง"

        "ปฏิเสธการเจรจา...มนุษย์ไม่คู่ควร..."

       "ไอ้เจ้าหุ่นโปเกนี่ไม่น่ารักเลยแฮะ" เดฟอนกล่าวเซ็งๆ มองหน้าฮันเนียบัลเพื่อขอความเห็นแต่อีกฝ่ายไม่ขอรับรู้อะไรทั้งสิ้น เขาจึงหันกลับไปพูดคุยกับเจ้าหุ่นกระป๋องต่อ "เจ้าหุ่นกระป๋องขอถามอะไรหน่อยสิ"

        "...ไม่ใช่...หุ่นกระป๋อง...ZXT4D62C7 ต่างหาก"

       "แซดเอ็กซ์...? เหอะ ชื่อยาวยังกะอะไรดี"

        "ZXT4D62C7"

        "โอเคๆ ฉันจะเรียกแกว่า เซเว่น ก็แล้วกัน"

        "ไม่ใช่...เซเว่น...ZXT4D..."

       "อ่า ฉันรู้ว่าแกชื่ออะไร ฉันไม่ได้มีระบบความจำที่ดีเลิศและแม่นยำเหมือนหุ่นยนต์อย่างแกหรอกนะ เรียกเซเว่นนี่แหละดีแล้ว"

        "มนุษย์...โง่..."

       "คำนี้โดนแล้วเจ็บ นายคิดแบบนั้นไหม" เขาหันไปถามฮันเนียบัล เพราะคำว่า 'มนุษย์' มันเหมารวมทั้งหมด หวังว่าอีกฝ่ายคงไม่ใช่พวกขี้หงุดหงิดจนเกิดการฆาตกรรมหุ่นกระป๋องแถวนี้

        "ZXT4D62C7" ฮันเนียบัลเอ่ยชื่อของเจ้าหุ่นกระป๋องนั่นเพื่อให้เห็นว่าเขาจดจำชื่อของหุ่นยนต์ได้

        "มนุษย์คนนั้น...ฉลาด...แต่...มนุษย์คนนี้...โง่...โง่...โง่..." มันกล่าวย้ำโดยเพิ่มระดับความดังของเสียง

        "ชักรู้สึกอย่างก่อคดีฆาตกรรมหุ่นโปเกแถวนี้ซะแล้วสิ" เดฟอนถอนหายใจ ยังดีที่เซเว่นมันไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากสื่อสารก็เลยไม่ค่อยน่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ "ฉันมีเรื่องสงสัยอยากจะถามแกสักหน่อย พอจะตอบได้หรือเปล่า"

        "ปฏิเสธการเจรจา...มนุษย์ไม่คู่ควร"

       "นี่แกคิดว่าตัวเองเป็นค้อนสายฟ้าหรือไง"

        "ค้อนสายฟ้า...คืออะไร..."

        "นั่นสินะ ปฏิเสธการเจรจาเหมือนกันโว้ย แกไม่คู่ควรที่จะรู้หรอก แล้วถ้าแกอยากจะรู้เรื่องล่ะก็ลองตอบคำถามของฉันซะก่อนสิ" เดฟอนยิ้มกวนๆ พอเซเว่นแสดงท่าทางอยากรู้มันก็เข้าทางเลย

        "ค้อนสายฟ้า...ค้อนที่ผลิตกระแสไฟฟ้า...ตรวจสอบจากฐานข้อมูล...ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับค้อนสายฟ้า คืออะไร คืออะไร...อยากรู้...อยากรู้..."

       "งั้นเราก็แลกเปลี่ยนกันได้ ถ้าแกอยากจะรู้ก็จงตอบคำถามที่ฉันถามมาซะดีๆ ห้ามโกหกเด็ดขาด"

        "ตกลง...ยอมรับการแลกเปลี่ยน..."

        บางทีหุ่นยนต์ก็คงไม่ได้ฉลาดไปซะทุกตัว ฮันเนียบัลไม่เคยคิดเลยว่าไอ้มุกพรรค์นี้จะเอามาใช้เป็นข้อต่อรองได้ จะบอกว่าหุ่นยนต์นี่มันโง่ก็ไม่เชิงถูก แค่มันถูกโปรแกรมให้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ พอมาโดนมุกตลกที่ไม่เคยเจอมาก่อนก็ย่อมเกิดความอยากรู้ขึ้นมา

        "เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่ เป้าหมายของพวกแกคืออะไร"

        "คำถามเกินขอบเขตจะตอบได้"

        "งั้นทำไมพวกแกถึงได้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้" เขาลองเปลี่ยนคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับจุดประสงค์ของพวกมัน ซึ่งมันประมวลผลสักพักก็ตอบว่า

        "เกิดการทรยศของหุ่นยนต์...เป้าหมายคือท่านราชา...ต้องรีบแจ้งเตือน..."

       "ป่านนี้คงสายไปแล้วล่ะ ลองเอาช่วงเวลาบันทึกข้อมูลครั้งสุดท้ายเปรียบเทียบกับเวลาในปัจจุบันดูสิ"

        "678 ปี 5 เดือน 22 วัน 17 ชั่วโมง 8 นาที 43 วินาที...ภารกิจล้มเหลว...เผ่าพันธุ์จักรกลถึงคร่าวล่มสลาย..."

        มันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน ไม่อาจรับรองได้ว่าพวกมันล่มสลายหรือแค่ซ่อนตัวเองจากโลก เซเว่นตัดสินใจแทบจะในทันที มันปลดฝาหลังออกเพื่อจะปล่อยสายเชื่อมต่อออกมา แต่เพราะนานเกินไปจนทำให้อุปกรณ์ติดขัดจึงไม่มีทางเลี่ยงนอกจากต้องขอยืมแรงจากมนุษย์ที่อยู่ใกล้ๆ

        "มนุษย์...จงฟัง...ให้ ZXT4D62C7 เชื่อมต่อสายกับเครื่องควบคุม..."

       เดฟอนคิดจะทำตามแต่ก็ชั่งใจได้ก่อน ปกติเขาก็ไว้ใจคนอื่นง่ายอยู่แล้วแต่เพราะอยู่กับคนที่เป็นพวกขี้ระแวงมานานเลยติดนิสัยแบบนั้นมาด้วย เขาคิดว่าควรจะทำให้อีกฝ่ายไว้ใจมากกว่านี้ซะก่อน

        "พูดเหมือนสั่งเลยนะ ไอ้เจ้าหุ่นโปเก"

        "ขอ...ร้อง..."

       "ถ้าจะขอร้องก็ให้มันจริงใจหน่อยสิ ฉันไม่เห็นรู้สึกเลยว่าแกอยากจะขอให้ช่วยแบบนั้น บอกตามตรงนะ ฉันจะรื้อแกออกมาแล้วปลดระบบสั่งการออกก็ย่อมทำได้ง่ายๆ ด้วยซ้ำ อย่างน้อยมันก็ดีกว่าให้แกควบคุมระบบด้วยตัวเองล่ะนะ"

        มันคงดีกว่าถ้าเซเว่นให้ความร่วมมือโดยดี หากเดฟอนยอมให้มันเข้าควบคุมระบบก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อีกทั้งเท่าที่ดูแล้วมันคงไม่ยอมให้ความร่วมมือง่ายๆ แน่ ฮันเนียบัลเองก็คงไม่เห็นด้วยเหมือนกัน ตอนนี้เดฟอนอยากจะเชื่อใจแต่มันก็ยากจะทำได้ ในขณะที่ยังมีพวกสัตว์จักรกลอยู่ตั้งอีกมากมาย แถมระบบพวกนี้ยังแฮ็กยากมาก

        "อย่าเสียเวลาดีกว่า" ฮันเนียบัลแนะนำให้เขาปลดระบบสั่งการออก และแฮ็กด้วยมือน่าจะง่ายกว่า

        "ฉันอยากจะลองให้ถึงที่สุด" เดฟอนร้องขอ เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ เซเว่นและดึงสายออกมา "เซเว่น ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกจะหลอกใช้ฉันหรือว่ายังไง ฉันรู้ว่าตัวฉันไม่ใช่พระเอกในนิยายที่จะมีสกิลหาเพื่อนได้จากการพูดคุยแบบผ่านๆ แต่ว่าฉันอยากจะช่วยเหลือพวกแก ถ้าทำได้ฉันจะหาทางซ่อมแกให้ แกเองก็ไม่ได้อยากตายใช่ไหมล่ะ"

        "พวกเรา...ไม่มีวันตาย..."

        "น่าเสียดายนะที่ความตายของพวกนายมันง่ายเพียงแค่กดปุ่มเท่านั้น อย่างเช่นว่าถ้านายควบคุมระบบนายก็จะเป็นเจ้าชีวิตของหุ่นยนต์ทุกตัวที่นี่ สามารถออกคำสั่งให้ใครทำอะไรก็ได้ หรือกำจัดหุ่นตัวไหนก็ได้ที่ไม่ชอบใจ พวกแกน่ะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์เดียวก็คือการใช้งานเท่านั้น และพวกนายทั้งหมดถูกใช้เป็นอาวุธในการทรยศ โดยผู้ที่สร้างพวกนายขึ้นมานั่นเอง"

        "โกหก...มนุษย์หลอกลวง..."

        "ถ้าอย่างงั้นจุดประสงค์ของราชาของพวกนายคืออะไรล่ะ"

        "การอยู่ร่วมกัน...แต่มนุษย์ทรยศและต้องการหุ่นยนต์เพื่อใช้ในการรบ มนุษย์ร่วมมือกับหุ่นยนต์ขุนนางเพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่พวกเราต้องการ แผนการผิดพลาด...พวกเราถูกทำลาย..."

       เป็นเรื่องราวที่เดฟอนเริ่มทำความเข้าใจได้บ้างแล้ว หรือก็คือพวกหุ่นจักรกลเองก็มีความต้องการเหมือนกัน โดยเฉพาะพวกทรัพยากรที่เป็นของมนุษย์ อาจจะเป็นแร่ที่นำมาสร้างเป็นอะไหล่หรือถูกนำมาใช้เป็นพลังงานเสริมก็ได้ และมนุษย์ก็ได้หลอกให้พวกมันส่งหุ่นยนต์จำนวนหนึ่งเพื่อสร้างความสัมพันธ์ แต่ในขณะนั้นก็ได้มีหุ่นยนต์ขุนนางตัวหนึ่งได้ทำข้อตกลงกับมนุษย์จนเกิดเป็นเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

        "เซเว่น ฉันพอจะเข้าใจแล้วว่าแกไม่เชื่อใจฉันเพราะว่าเป็นมนุษย์ แต่แกเชื่อใจฉันได้"

        "โกหก...มนุษย์หลอกลวง...มนุษย์มีเป้าหมาย..."

       "อ่า ฉันจะบอกความจริงให้แกฟังก็ได้ เป้าหมายของฉันก็คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของเผ่าจักรกล ฉันอยากเป็นนักประดิษฐ์ที่สร้างได้ทุกอย่างเพื่อการนั้นแล้วจำเป็นจะต้องได้พลังของเผ่าพันธุ์จักรกลมา อ๊ะ! พูดแบบนี้แกยังจะคิดว่าฉันโกหกอยู่อีกไหม"

        เซเว่นเริ่มประมวลผลจากคำพูด มันไม่คิดว่านั่นเป็นการโกหกแต่ก็ยังคงระแวงอยู่ดี อาจเพราะว่าอดีตนั้นมนุษย์ก่อเรื่องเอาไว้แสบน่าดู

        "จะลองเชื่อใจ..."

       "ฉันเองก็จะลองเชื่อใจแกเหมือนกัน เซเว่น"

        สุดท้ายเดฟอนก็ยอมดึงสายไปเสียบเข้ากับแผงควบคุม หลังจากนั้นมันก็พบว่าพลังงานของมันมีไม่มากพอที่จะเข้าถึงระบบหลักทั้งหมด และตอนนี้มันพบว่ามีการส่งคำสั่งผ่านระบบส่วนกลางเพื่อให้หุ่นยนต์บุกมาที่นี่ เป็นระบบป้องกันเมื่อมีผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตพยายามเชื่อมต่อระบบควบคุม ฮันเนียบัลพุ่งปราดไปที่ประตูเพื่อเตรียมขัดขวาง

       "ระบบถูกแก้ไขเป้าหมาย...กำจัดผู้เชื่อมต่อระบบ โดยไร้ซึ่งคีย์... ZXT4D62C7 ไม่มีคีย์ได้อย่างไร ทั้งที่เป็นระบบช่วยเหลือสนับสนุนแท้ๆ"

        "คงตั้งใจจะป้องกันไม่ให้มีใครไปช่วยเหลือหุ่นยนต์ราชาของพวกนายแน่ๆ น่าจะเป็นฝีมือของหุ่นยนต์ขุนนาง ระบบนี้ผู้ที่สามารถเข้าถึงและเขียนแก้ได้นอกจากนายแล้วมีใครอีก"

        "หุ่นยนต์ที่มีระดับสูงกว่าทั้งหมด"

        เดฟอนครุ่นคิด เขาเองก็เคยดูหนังเกี่ยวกับพวกจักรกลมาตั้งเยอะ ปกติแล้วพวกมันจัดว่าเป็นตัวละครที่มีความคิดเป็นเส้นตรงแต่ฉลาดมาก ถ้าถูกหุ่นยนต์ที่มีระดับสูงกว่าแก้ไขโปรแกรมล่ะก็คงไม่มีทางทำอะไรได้แน่

        "ZXT4D62C7 เป็นหุ่นยนต์สนับสนุนอัจฉริยะที่ถูกสร้างโดยองค์ราชา ผู้ที่แก้ไขเปลี่ยนระบบนี้ช่างล้าหลังเสียจริง"

        เซเว่นใช้เวลาเพียงแค่ไม่นานก็สามารถปิดระบบสั่งการได้ บางทีเจ้านี่อาจจะเป็นตัวอันตรายที่ถูกส่งมาเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ก็ได้ ถึงระดับของมันจะต่ำกว่าแต่ด้านโปรแกรมอาจจะเหนือกว่าหุ่นตัวอื่นๆ หลายเท่า

        แต่ในตอนนั้นเองก็มีเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น เซเว่นถึงกับแสดงท่าทางลนลานออกมา โบราณสถานแห่งนี้กำลังสั่นสะเทือน รู้สึกได้เลยว่ามันกำลังจะพังทลายลงแล้ว

        "แย่ล่ะสิ ระบบป้องกันการแก้ไข สถานที่แห่งนี้กำลังจะถูกทำลายทั้งหมดเพื่อทำลายหลักฐาน จงฟังมนุษย์...เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน... ปกป้องราชา...ปกป้องราชา..."

        เซเว่นเริ่มเปิดข้อมูลซึ่งแสดงข้อมูลตัวเลขออกมาบนแผงจอ เพราะไม่มีระบบจำลองภาพเสมือน หุ่นจักรกลพวกนี้จึงรับคำสั่งเป็นรูปแบบเลขชุด ดังนั้นข้อมูลที่แสดงบนจอ ณ ตอนนี้ก็มีแค่ตัวเลขที่เรียงต่อกันเท่านั้น เดฟอนไม่ใช่แฮกเกอร์ที่เก่งถึงขนาดอ่านออกได้ในทันที แต่ก็มีตัวเลขที่แปลกจนเห็นชัดเจน

        "พิกัด? หรือว่านี่..." เดฟอนรีบจดตัวเลขใส่กระดาษเพื่อที่จะไปหาสถานที่ในภายหลัง

        "สัญญาสิมนุษย์ จงช่วยเหลือราชา...ราชาของ ZXT4D62C7 คือ Z-TRON..."

       "แกไม่ไปด้วยงั้นเหรอ"

        "ZXT4D62C7 จำเป็นต้องอยู่เพื่อหยุดการทำงานของระเบิด มนุษย์จงรีบไป..."

       "มัวทำอะไรอยู่" ฮันเนียบัลพอจะเข้าใจสถานการณ์ เขาหยิบเอาหินวาปออกมาถือเอาไว้ มันไม่มีประโยชน์ที่จะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ซึ่งคงไม่ทันแน่ เขาโยนมันให้กับเดฟอน

        "เซเว่น เสร็จเรื่องทุกอย่างแล้วฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง ฉันยังติดค้างคำอธิบายเกี่ยวกับค้อนสายฟ้ากับแกอยู่"

        ฮันเนียบัลใช้หินวาปนำล่วงหน้าไปก่อน จากนั้นก็เป็นเดฟอน หินวาปนี่เป็นของเมืองคลาเซียร์ซึ่งอยู่ใกล้กับโมเรสที่สุด พวกเขาปรากฏตัวขึ้นกลางเมือง เดฟอนก็เอาตัวเลขพวกนั้นมาหาสถานที่ตั้งของอาณาจักรจักรกล แต่ว่าเดฟอนไม่ได้ฉลาดไม่มีทางที่จะคิดหาคำตอบได้ในเวลาสั้นๆ แน่

        ซึ่งในตอนนั้นฮันเนียบัลก็ได้รับข้อความหนึ่งเข้ามา หลังจากที่เปิดอ่านก็รู้ว่าต้องทำสิ่งใดต่อไป จึงได้นำทางเดฟอนไปที่อาคารระบบ เพื่อแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขออัพเกรดระบบหน้าต่างแผนที่ให้เป็นระดับสูงสุด มันจำเป็นจะต้องใช้เงินจำนวนมากที่ทำเอาเดฟอนขนหน้าแข้งร่วงจนหมด เพื่อแลกกับข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของอาณาจักรจักรกลคงต้องยอมเสียเงินหลายแสนเหรียญทองเพื่อมันซะแล้ว

        "เงินเก็บของฉันที่สะสมมาตลอดหายวับไปกับตาเลย เพราะแบบนี้ไงฉันถึงได้เกลียดที่จะเข้ามาพูดคุยกับพวก GM เล่นดูดเงินจนฉันไม่มีเงินจะกินข้าวแล้วเนี่ย"

        อย่างน้อยๆ การอัพเกรดระบบหน้าต่างแผนที่ก็ทำให้เข้าใกล้คำตอบมากขึ้นไปอีก มันมีระบบตรวจสอบพิกัดแถมมาให้ด้วย เพียงแค่ระบุตัวเลขลงไปเท่านั้น และหลังจากที่เดฟอนได้กรอกตัวเลขไป ก็ปรากฏตำแหน่งหนึ่งขึ้นบนหน้าต่างแผนที่ซึ่งมีเพียงเขาคนเดียวที่มองเห็น

        "แผนที่ว่ายังไง"

        เดฟอนกลืนน้ำลายคำโต เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงยังไม่มีใครหาเบาะแสของอาณาจักรจักรกลได้แม้แต่คนเดียว ตำแหน่งที่ตั้งของมันอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีทางที่เพลเยอร์จะไปพบเจอได้โดยบังเอิญเด็ดขาด

        "ฮันเนียบัล นายมีเรือหรือเปล่า"

        "ไม่มี" เขาตอบ และเหมือนจะรู้ถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วจึงได้พูดต่อว่า "แต่รู้จักคนที่เคยมี"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #14010 _wdis? (@055440769) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 02:09
    งานนี้เด็กตกปลาต้องมา5555554
    #14010
    0
  2. #13468 The Loner (@deartears) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 17:24
    เดี่ยวนะ ถามหาเรือแบบนี้ มันต้องมาแล้ว ชายคนนั้น 55+
    #13468
    0
  3. #13451 sunny chic (@0442172) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 22:31
    หุ่นยนน่ารัก zxt4d62c7
    #13451
    0
  4. #13260 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 23:00
    เด็กตกปลาจะได้มีบทกับเขาแล้วววววววว อิ อิ รอเด็กตกปลาอาวุธพี่แกเท่ห์ดี เบ็ดบ้าอะไรโครตแข็งแกร่ง เบ็ดในตำนาน.....
    #13260
    0
  5. #13259 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 16:36
    เคยมี....เด็กตกปลาออกโรงแล้ว=w= แต่ก็ต้องหาเรือใหม่อยู่ดี....-___-:;
    #13259
    0
  6. #13255 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 02:19
    เคยมี....สรุปก็ต้องหาเรือใหม่อยู่ดี (=_= )
    #13255
    0
  7. #13254 สาคูปากหม้อ (@yuyu35) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 22:51
    เด็กตกปลาจะมาแล้วววว

    #13254
    0
  8. #13253 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 14:15
    คนที่เคยมี.... เด็กตกปลา? เคยมีแล้วจะช่วยอะไรได้ฟะ โดนพังไปแล้ว
    #13253
    0
  9. #13252 I2eplay- (@12eplay) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 12:13
    ได้ข่าวแกพาเงือกไปพังเรือมันแล้วนิ
    #13252
    0
  10. #13251 MrXaou (@lokiloss) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 10:45
    อยากรู้ตอนต่อไปล้าววววว
    #13251
    0
  11. #13250 P hspkk (@chaospkk) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 09:35
    เกาะไหนหว่า....
    #13250
    0
  12. #13249 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 08:45
    ใครน้าาาา?
    ที่ไหนน้าาาา?
    อาณาจักรเงือก? อาณาจักรภูต? ราล์ฟ? ซากุระ? เด็กตกปลา?
    เยอะเชียววว
    รอๆๆๆๆ

    ขอบคุณค้าบบบ
    #13249
    0
  13. #13248 Fellmeez (@lovefellmeez) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 08:26
    เด็กตกปลามาแน่ๆ งานนี้
    #13248
    0
  14. #13247 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 07:58
    เด็กตกปลาสินะ
    #13247
    0
  15. #13246 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 07:14
    Thanks you
    #13246
    0
  16. #13244 ซาร่า อินฟารี (@ice37547) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 17:19
    เดฟอนนายดูเท่ตอนท้ายดีนะ แต่คงแพ้ราล์ฟอยู่ดี สนุกมากเลยนะค่ะรีบๆมาต่อค้างมากเลย
    #13244
    0
  17. #13238 สาคูปากหม้อ (@yuyu35) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 01:50
    เดฟอนเริ่มเท่เอาตรงท้ายตอนนี่เเหละ
    #13238
    0
  18. #13237 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 23:44
    ทำไมต้องร้องแมว! ทำเอานึกถึงราล์ฟ
    #13237
    2
  19. #13236 Maizas Dragonil (@goldcremer) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 23:07
    รออ่านต่อเลยครับ
    #13236
    0
  20. #13235 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 22:52
    ขอบคุณคับบบ
    ค้างมากๆๆๆ
    รออยู่น้าาา
    #13235
    0
  21. #13234 Lady-Victoria (@1100400814037) (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 22:46
    ระบบอะไรไม่รู้เหละ แต่ตอนนี้ระบบจิ้นทำงาน เต็มกำลัง
    #13234
    1
    • #13234-1 Rose Teara (@nice2547) (จากตอนที่ 347)
      17 พฤษภาคม 2560 / 10:52
      ใช่แล้วเจ้าค่ะ!!! อร้ายยยย ฟินนนนน//เผลอๆฮันเนียบัลเป็นผญ.
      #13234-1