[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,473,872 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,143

    Overall
    1,473,872

ตอนที่ 346 : บทที่ 2 พัฒนาการของอาริน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    27 มิ.ย. 59

บทที่ 2 พัฒนาการของอาริน

 

        ดินแดนหิมะที่หนาวเหน็บ ในถ้ำที่ปกป้องลมพายุหิมะได้ มีเต็นท์เล็กๆ สร้างขึ้นข้างกองไฟโดยมีพวกสัตว์เลี้ยงอสูรจำนวนห้าตัวนั่งเบียดกันอยู่รอบๆ มีทั้งกระต่าย ลิง นก งู และสุนัขซึ่งเป็นสมาชิกใหม่

        โฟรเซ่น ฮาวน์ มอนสเตอร์สุนัขหิมะมีขนปุยนุ่มฟูน่ากอด แท้ที่จริงแล้วเป็นสัตว์นักฆ่าที่ร้ายกาจที่สุดในดินแดนหิมะแห่งนี้ มันบาดเจ็บสาหัสแต่ก็ได้อารินที่บังเอิญไปพบเจอมันช่วยรักษาจนหายดี เพื่อตอบแทนบุญคุณเลยยอมทำสัญญาจนกลายเป็นสัตว์พิทักษ์ตัวที่ห้า อารินตั้งชื่อว่า บลูอายส์ เพราะมันมีตาสีฟ้า

        ด้วยคำแนะนำของซีกเกอร์ที่จัดหาสถานที่หลบลมพายุให้ได้ อารินยังต้องฝึกใช้เมจิกการ์ดและจดจำอักขระเวทย์ทั้งหมดที่ซีกเกอร์หามาให้เพื่อนำไปผนึกลงแผ่นการ์ด ปกติแล้วจะไม่อนุญาตให้ผนึกเวทมนตร์ใหญ่ๆ ลงในแผ่นการ์ด แต่ซีกเกอร์ก็ได้ให้คำแนะนำในการพัฒนา เด็คการ์ด ทั้งหมดให้เป็นเมจิกการ์ดของจริงผ่านการใช้งานอย่างหนักจนอัพเกรด ซีกเกอร์บอกว่ามันเป็นระบบพัฒนาของอาวุธที่ทำลายสมดุลได้ทางระบบจึงพยายามทำให้เมจิกการ์ดหายไปจนหมดนั่นเอง

        การต้องใช้เมจิกการ์ดตลอดมันก็น่าเบื่อ อารินมักจะหนีไปเล่นขว้างหิมะกับพวกสัตว์เลี้ยงตอนที่พายุสงบลงแล้ว เรื่องอาหารก็จะได้บลูอายล่าสัตว์แถวนี้ออกมาให้ ส่วนอารินก็อาสาจะเป็นคนทำอาหาร ซึ่งพวกสัตว์เลี้ยงถึงกับพากันสยอง อาหารมื้อแรกของที่นี่คือเนื้อผัดที่ไหม้เกรียมและเค็มปี๋ ส่วนอารินกินข้าวกล่องที่เก็บเอาไว้เป็นกระตัก อาคมซื้อเอาไว้เป็นจำนวนมากเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้

        พอซีกเกอร์กลับมาอารินก็ต้องมานั่งเป็นนักเรียนที่ดี ซึ่งซีกเกอร์รู้อยู่แต่แรกแล้วล่ะว่าอารินมีพรสวรรค์ที่คล้ายกับตนเอง ความทรงจำชั่วเสี้ยววินาที พรสวรรค์ที่เรียกได้ว่าพิเศษยิ่งนัก หากสามารถใช้งานมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อารินไม่เพียงแค่สามารถจดจำเพียงรูป รส กลิ่น เสียง แต่กล้ามเนื้อของเธอยังมีความทรงจำเหมือนกัน อารินสามารถเลียนแบบการเคลื่อนไหวของคนอื่นได้เพียงแค่มองและศึกษาเพียงครั้งเดียว

        ซีกเกอร์สอนอะไรหลายอย่าง พอหิมะสงบก็จะพาออกไปซ้อมเมจิกการ์ด สอนการวางกลยุทธ์ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของเมจิกการ์ดที่มีการโจมตีที่จำกัดจำนวนครั้ง หากมันได้รับการพัฒนาจะสามารถบรรจุเวทมนตร์ใหญ่ๆ โดยเฉพาะเวทมนตร์ป้องกันที่จะใช้เพียงใบเดียวเท่านั้น แต่อารินที่มีวิธีคิดเป็นเส้นตรงไม่สามารถทำอะไรซีกเกอร์ได้ด้วยซ้ำ ถ้าเป็นในกรณีของความแข็งแกร่งด้านร่างกาย อารินกลับมีความคล่องตัวที่สูงกว่ามาก

        "เผ่าพันธุ์ก็มีใช้ให้เป็นประโยชน์ซะ"

        "แต่มันหนาวนี่คะ"

        "เรียนเกราะภูตมนตรามาทำไมไม่ใช้?"

        "นั่นสินะคะ"

        อารินทำตามอย่างว่าง่าย ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมซีกเกอร์ถึงใส่เสื้อบางๆ กับผ้าคลุมเท่านั้น เกราะภูตมนตราทำให้เหมือนสวมเสื้อเอาไว้อีกชั้น และมันช่วยให้อากาศเย็นเหมือนอยู่ในห้องแอร์

        ถ้าเป็นการเล่นสนุกและมีกฎอารินจะทำได้ดีมาก ทั้งวิชาก้าวเท้าเงาจันทรา วิชาตัวเบา และก้าวพริบตา น้อยคนนักที่จะไล่ตามอารินได้ทัน ซิกเกอร์รู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่เผ่าพันธุ์ลับที่พิเศษแบบนี้ตกไปอยู่ในมือของเด็กหญิงที่ใช้งานไม่เป็น ทั้งที่ความสามารถของมันประยุกต์ใช้ได้ไม่รู้จบ แต่ก็อีกนั่นแหละซีกเกอร์ไม่สามารถบังคับให้ใครทำก็ได้ ทำได้เพียงแค่ชี้นำหรือเป็นไปได้ก็ขอความร่วมมือ

        ซีกเกอร์อนุญาตให้อารินนำสัตว์เลี้ยงอสูรมาร่วมในการฝึกด้วยได้ แต่นั่นทำให้ซีกเกอร์เผชิญหน้ากับการโจมตีที่เดาทางไม่ออก แต่กับอารินแล้วเธอรับมือได้โดยไม่จำเป็นต้องมองด้วยซ้ำ ซีกเกอร์มีเทคนิคที่น่าสนใจอยู่หลายอย่าง เป็นเทคนิคที่อารินเคยเรียนมาแล้วแต่ไม่ได้ใช้ อย่างการวางกับดักการ์ดที่บรรจุเงื่อนไขเมื่อมีคนเข้าใกล้ หรือใช้เกราะป้องกันเป็นเสมือนกับคุกกักขัง พวกสัตว์เลี้ยงอสูรที่ประมาทจึงโดนเล่นงานจนหมดสภาพ

        "จงเลียนแบบข้า"

        พูดแบบนี้อารินจะทำได้ดีกว่า ไม่จำเป็นต้องให้สอนอะไรมากเลย อารินแค่ขยับตามภาพที่เห็นในความทรงจำเท่านั้นก็เลียนแบบการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ได้ทั้งหมด ถึงจะมีส่วนที่ผิดแปลกไปจนต้องให้แก้ไขก็ตาม แต่หลังจากปรับแก้แล้วก็ไม่ต้องสอนอะไรอีก ซีกเกอร์ยิ้มพอใจเพราะนั่นหมายความว่าจะยัดเทคนิคการต่อสู้ทั้งหมดให้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ

        อารินเหมือนเป็นฟองน้ำที่ดูดซับทุกอย่างได้ไม่รู้จบ สอนอะไรไปเพียงครั้งเดียวและให้ลองปฏิบัติให้ถูกต้องเธอจะทำได้ไปตลอดชีวิต ความทรงจำของกล้ามเนื้อเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะอารินจะทำให้มันกลายเป็นการเคลื่อนไหวที่ตายตัว มองออกครั้งเดียวก็จะแก้ทางได้ เว้นแต่ว่าจะสอนให้รู้จักการประยุกต์การเคลื่อนไหวทั้งหมด

        "เคยดูการประลองยุทธ์สินะ เช่นนั้นก็ลองเลียนแบบการเคลื่อนไหวทั้งหมดที่เห็นนั่นให้ดูหน่อย"

        "แต่มันต้องใช้อาวุธด้วยนี่คะ อารินไม่ชอบจับอาวุธเลยมันหนัก"

        "ไม่ต้องใช้"

        พอได้ยินแบบนั้นอารินก็เริ่มเคลื่อนไหวเลียนแบบคนที่อยู่ในการประลองทั้งหมด แต่ก็ทำได้แบบทุลักทุเล การเลียนแบบคนอื่นไม่ได้หมายความว่าจะกลายเป็นคนเก่งได้ อารินก็เช่นกันที่ทำได้มีเพียงแค่เลียนแบบการเคลื่อนไหวเท่านั้น อย่างไรก็ตามซีกเกอร์มองเห็นอะไรบางอย่างในการเคลื่อนไหวนั่นถึงได้ลองถาม

        "ตอนอยู่โลกจริง วิชาพละของเจ้าเป็นเช่นไร"

        "อารินไม่ชอบเล่นกีฬาค่ะมันเหนื่อย ก็เลยทำแค่ยืดตัวเท่านั้นพี่ชายบอกว่าอารินตัวอ่อนเหมือนตุ๊กตายางด้วย"

        "ความยืดหยุ่นร่างกายที่ดีนี่นา ลองเลียนแบบการเคลื่อนไหวและปรับมันให้เป็นการเคลื่อนไหวที่ง่ายที่สุดของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบทุกท่วงท่าที่ยาก แค่ปล่อยให้มันเป็นอิสระเหมือนเล่นวิ่งไล่จับ"

        "งั้นเหรอคะ"

        "ลองจินตนาการการเคลื่อนไหวในอุดมคติ ข้าเชื่อว่าเจ้ามีจินตนาการเป็นของตัวเอง"

        เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่อาคม พี่ชายของอารินพยายามจะปิดกั้นการพัฒนานี้ ก็เข้าใจดีว่ามันเป็นการปกป้องในโลกเกมที่ต้องเน้นการต่อสู้ เขาคงไม่ต้องการให้อารินซึมซับความรุนแรงในเกมจนอาจส่งผลให้เกิดความก้าวร้าว อารินที่พร้อมจะเรียนรู้ทุกอย่างจนแยกแยะความเป็นจริงไม่ได้ จึงพยายามไม่ให้เรียนรู้การต่อสู้ แต่ซีกเกอร์เข้าใจและสามารถแนะนำแนวทางที่เหมาะสมได้ เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง

        ในช่วงวัยนี้อารินยังคงมีจินตนาการเป็นของตัวเอง ในโลกที่เป็นไปไม่ได้ การเคลื่อนไหวในอุดมคติทำได้ง่ายมาก เลียนแบบการเคลื่อนไหวคนอื่นและปรับให้ลื่นไหลในสไตล์ของตัวเอง ภาพทับซ้อนที่ซีกเกอร์มองเห็นก็คือ นักบวชแมวเหมียว ดูเหมือนจะเป็นเพียงคนเดียวที่อารินเห็นบ่อยจนชินแล้ว จะว่าไปสไตล์การเคลื่อนไหวของนักบวชแมวเหมียวเน้นเล่ห์กลเป็นหลัก ไม่เหมาะกับอารินสักนิดเดียว

        จากนั้นก็ลองเลียนแบบของใครอีกหลายคน มีเพียงไม่กี่คนที่อารินไม่สามารถเลียนแบบได้ หนึ่งในนั้นคือพี่ชายของเธอ อาคม การเคลื่อนไหวข้อมือและทุกอย่างนั้นทำได้รวดเร็วมาก

        อย่างไรก็ตามอารินเรียนรู้ทุกอย่างจากการจดจำ ทำให้ระดับการพัฒนาการเคลื่อนไหวทำได้ดียิ่งขึ้นเทียบเท่ากับคนที่ฝึกมาเป็นเวลานาน แต่ก็ยังมีข้อบกพร่อง อารินเป็นสายเวทมนตร์ต่อให้มีการเคลื่อนไหวดีแค่ไหนก็เลียนแบบลมปราณหรือการใช้จิตเสริมกำลังไม่ได้

        "นั่นสินะ เกี่ยวกับทักษะที่มี...จะว่าไปแล้วก็อยู่ในเงื่อนไข...จริงสิ ยังมีสิ่งนั้นอยู่นี่..."

        แล้วซีกเกอร์ก็หายไปทิ้งให้อารินไปเล่นวิ่งไล่จับกับพวกสัตว์เลี้ยงอสูร บลูอายส์ที่เคยเชื่อมั่นในฝีมือด้านความเร็วไม่อาจไล่จับอารินที่มีวิธีการหลบแปลกๆ ได้ การเล่นวิ่งไล่จับคือการใช้ทักษะทุกอย่างที่มีเพื่อหนี ผู้ที่จะรู้เรื่องนี้จึงมีแค่พวกสัตว์เลี้ยงที่ทำสัญญาก่อนหน้าบลูอายส์ โดยเฉพาะนักกี้ก็จะขุดลงไปใต้หิมะและเล่นเหมือนตีตัวตุ่น โผล่มาหยอกล้อบ้าง หงอคงปีนขึ้นที่สูงอย่างคล่องแคล่ว และลิเลียก็พ่นพิษทำให้ชาใส่

        การไล่จับนั้นบลูอายส์เป็นฝ่ายแพ้ มันตระหนักได้ถึงความแตกต่าง เมื่อลองให้ตัวอื่นรับหน้าที่เป็นผู้ล่า พวกมันจะมีเทคนิคเฉพาะตัวอย่างนักกี้จะลอบสร้างกับดักเอาไว้และหลอกล่อให้ไปติดกับ หงอคงกับลิเลียก็จะใช้วิธีการคล้ายๆ กัน เช่นการโจมตีหลอก จากนั้นซ่อนตัวและลอบเข้าใกล้โดยไม่ให้ใครรู้ตัว

        เล่นกันจนเหนื่อยก็เริ่มหิว ได้เวลาออกหาอาหารกันแล้ว แต่ในพื้นที่แบบนี้อารินมีเพียงข้าวกล่องที่อาคมซื้อเก็บไว้ให้อยู่มากมาย ส่วนอาหารของพวกสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ก็มีเหมือนกัน เพียงแต่ว่าบลูอายส์ที่พึ่งทำสัญญาจึงไม่มีส่วนแบ่งให้ ลิเลียคงไม่ยอมแน่ถ้าต้องแบ่งอาหารของมันให้ตัวอื่น มันค่อนข้างจะชอบเนื้อย่างเป็นที่สุด

        กว่าซีกเกอร์จะกลับมาก็มืดแล้ว ข้างนอกมีพายุหิมะแต่อีกฝ่ายดูจะไม่สนใจ ส่งตำราลมปราณพื้นฐานกับพลังจิตพื้นฐานให้อารินไปเรียนรู้ อารินไม่มีข้อสงสัยเรื่องนี้ แต่ถ้าเป็นคนอื่นคงจะต้องโยนทิ้งและตั้งคำถามโง่ๆ ใส่ ในกรณีที่เป็นแบบนั้นซีกเกอร์ก็จะหัวเราะและหายตัวไปทันที ปล่อยให้คนที่ไม่ตระหนักถึงคุณค่าจมดิ่งในวังวนแห่งการไขว้คว้าที่ไม่สิ้นสุดต่อไป

        "พื้นฐานเหล่านั้นจงฝึกให้ชำนาญซะ ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใดทั้งสิ้น"

        ทุกคนหลังจากที่ได้เห็นลมปราณพิเศษก็จะตื่นเต้นและเกิดความอยากได้มาเป็นของตนเอง หลายคนเปลี่ยนลมปราณไปเรื่อยยามที่เจอของที่ดีกว่า นั่นทำให้พวกเขาสูญเสียสิทธิ์บางอย่างไป

        "ลมปราณพื้นฐานใช้ทำอะไรได้บ้างเหรอคะ"

        "ทำได้ในขอบเขตพื้นฐาน มันไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมาก อย่างพี่ชายของเจ้าหลอมรวมลมปราณกับจิตเพื่อสร้างลมปราณที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา เป็นลมปราณสัตตโลหะที่มีความแข็งและเฉียบคมสูง ราล์ฟเปลี่ยนลมปราณพื้นฐานของตัวเองเป็นลมปราณจันทรวารีเพื่อลดภาระอาการบาดเจ็บภายในจากการต่อสู้ และยังช่วยให้ฟื้นฟูกำลังในขณะต่อสู้ได้ นอกจากนี้ยังมีลมปราณอีกหลายประเภทอย่างลมปราณอมตะของผู้หญิงเผ่าอันเดธ ที่เน้นการข้ามขีดจำกัดพื้นฐานจนส่งผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งด้วยความสามารถของเผ่าพันธุ์ทำให้ข้อเสียนั่นถูกลบล้าง"

        "เหรอคะ?" อารินทำหน้าสงสัย มันไม่มีเหตุผลที่อารินจะต้องไขว่คว้าพลังด้วยซ้ำ แค่ทำในสิ่งที่คนอื่นแนะนำอย่างเดียว กลายเป็นว่าเก่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว

        "ถ้าใช้พลังจิตพื้นฐานอารินจะทำบอลรูปแมวเหมือนพี่ราล์ฟได้ไหมคะ"

        "สิ่งสำคัญอยู่ที่จินตนาการ เหมือนกับการควบคุมเวทมนตร์สร้างรูปสัตว์ เป็นเรื่องง่ายดายนัก น่าเสียดายที่พลังจิตของเจ้ายังต่ำมากจงพัฒนามันต่อไป"

        จุดประสงค์ของซีกเกอร์คือการให้อารินพัฒนาความสามารถพื้นฐานไปถึงจุดสูงสุด ไม่มีใครเลยที่คิดจะทำอะไรแบบนี้ เส้นทางนั้นยากลำบากมากเพราะมันไม่ได้ทำให้พวกเขาเก่งขึ้น เพราะมันจะแสดงผลตรงกันข้ามในการต่อสู้ ลมปราณ เวทมนตร์ และพลังจิต พื้นฐานเหล่านี้จะฉุดรั้งความสามารถในการต่อสู้ทำให้พวกเขาอ่อนแอขึ้นกว่าเดิม แต่อารินไม่จำเป็นต้องต่อสู้การถ่วงความสามารถจึงเป็นเหมือนกับอุปสรรคเล็กๆ ที่สามารถผ่านมันไปได้โดยง่าย

        เมื่อใดก็ตามที่สามารถเข้าใจถึงมันได้ ทักษะเหล่านี้จะเป็นที่สุดของทุกอย่าง

        เป็นทักษะลับที่ทุกคนมีสิทธิ์เรียนรู้ แต่ก็ยากจะเข้าถึง

        อารินมีสมาธิสูงมาก แค่ไม่นานก็สามารถเลื่อนขั้นลมปราณได้อย่างง่ายดาย ระหว่างนั้นซีกเกอร์ก็มีเรื่องที่ต้องไปทำเลยปล่อยให้อารินฝึกโคจรลมปราณต่อไป

 

        เดฟอนกำลังกุมบังเหียนควบคุมเส้นทางเดินเกวียน เขาไม่อยากเดินทางไปที่โมเรสเลยถ้าไม่ใช่เพราะมันเป็นจุดหมายต่อไป แม้จะเป็นเพียงแค่ทางผ่านก็ตาม ทั้งหมดนี้เพื่อการได้มาซึ่งเผ่าพันธุ์จักรกล แถมยังมีสุดยอดองครักษ์มากฝีมือเป็นนินจาสุดโหดที่ฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา มีคนโง่บางกลุ่มตั้งใจจะรีดไถ่กลับกลายเป็นไม่เพียงจะโดนฆ่า แต่ยังถูกปล้นชิงสิ่งของไปเป็นจำนวนมาก

        มันค่อนข้างจะรู้สึกอึดอัดเวลาถูกจ้องมอง ปกติแล้วเดฟอนค่อนข้างจะเป็นคนเฮฮามาก ตั้งแต่ฮันเนียบัลมาเป็นองครักษ์คอยช่วยเหลือในการทำเควสต์ เขาไม่กล้าที่จะพูดเล่นด้วย ล่าสุดเขายังเห็นนินจาสุดโหดคนนี้ฆ่ามอนสเตอร์ที่มารบกวนการเข้าฌานในชั่วพริบตา

        "คุณพี่ท่านจะเสวยผลไม้หรือเปล่า"

        พอเจอสายตาอำมหิตก็ทำเอาเดฟอนสะดุ้งโหยง เขาทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่จะร้องเพลงฆ่าเวลา

        "ข้าไม่ใช่เพื่อนเล่น"

        "รู้หรอกว่าไม่ใช่ แต่นายก็เลิกจ้องจะฆ่าฉันทุกครั้งที่ฉันร้องเพลงได้ไหม"

        "เสียงเจ้าน่ารำคาญ เหมือนหมาหอนยามค่ำคืน"

        "ไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่านี้แล้ว คอยดูเถอะสักวันฉันจะทำให้คนทั้งโลกตะลึงในเสียงร้องอันแสนวิเศษนี้"

        "เมื่อถึงเวลานั้นคงมีคนครึ่งโลกยอมตายเพื่อที่จะไม่ต้องทนฟังเสียงของเจ้า" ฮันเนียบัลไม่พูดเปล่า คว้าเอาแอปเปิ้ลขึ้นมากิน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากทำหน้าที่คอยดูแลเจ้าคนที่ขี้โวยวายแต่ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อมันเป็นคำสั่ง

        "พูดจาโหดร้ายจริงๆ" เดฟอนหยุดรถม้าและมองดูบนแผนที่ "แล้วจุดหมายที่ต้องไปต่อมันอยู่ที่ไหนล่ะเนี่ย"

        หากมองไปเบื้องหน้าจะเห็นจุดเล็กๆ ที่คล้ายกับเป็นเสาโดดเด่น ที่นั่นคือตำแหน่งที่มีบอสมอนสเตอร์ คลาสจักรพรรดิ โมร็อก ยืนอยู่และพื้นที่ตรงนั้นก็คือเมืองโมเรส ยิ่งเวลาผ่านไปนานเข้าเหมือนว่าจะเริ่มมีเมฆดำเพิ่มมากขึ้น และมีประกายสายฟ้าสีแดงแลบให้เห็นอยู่เป็นครั้งคราว ตอนนี้มันกลายเป็นพื้นที่ที่หลายคนอยากจะมาเพื่อดูบอสมอนสเตอร์ คลาสจักรพรรดิให้เห็นกับตา

        "ฉันว่าพวกเราแวะพักนั่งดูบอสมอนสเตอร์สักหน่อยไหม พูดแล้วคิดถึงวันวาน บ้องพิฆาต ของฉันเนี่ยนะ..."

        "หยุดการโจมตีของบอสจักรพรรดิได้ ขอทีเถอะเจ้าพูดเรื่องนี้มาแปดรอบแล้ว" ฮันเนียบัลเริ่มรำคาญ พูดตามตรงแล้วคนที่เขาเคยทำงานด้วยมักจะเป็นพวกผู้นำกิลด์ที่มีความเก่งกาจและสุขุม บางคนอารมณ์ร้อนและเชื่อมั่นในตัวเองสูง มันช่วยให้งานง่ายขึ้นเพราะมีหน้าที่ทำตามคำสั่งเท่านั้น

        แต่สำหรับเดฟอนแล้วมันตรงกันข้าม หมอนี่ไม่มีความเก่งกาจ ไม่มีความสุขุม ขี้โวยวาย ขี้คุย ขี้เบื่อ และขี้เกียจ มิหนำซ้ำยังเป็นตัวน่ารำคาญ ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าที่ฮันเนียบัลพยายามหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้คนประเภทนี้

        ฮันเนียบัลมองแผนที่และชี้จุดต่อไปให้ เป็นตำแหน่งว่างเปล่าที่เป็นเพียงซากปรักหักพัง ซึ่งไม่ค่อยมีใครไปเนื่องจากมันเป็นอะไรที่เสียเวลามาก เดฟอนไม่ได้รู้เบื้องลึกอะไรมากก็แค่ทำตามคำแนะนำที่ช่วยให้ตนเองได้เผ่าพันธุ์จักรกล อันที่จริงมันก็หลายวันแล้วแต่ก็ยังไม่พบเบาะแสของมันสักนิดเดียว

        ใช้เวลานานมากกว่าจะมาถึง พวกม้าเองก็เริ่มหมดแรงเขาจึงจัดเตรียมน้ำกับหญ้าสดไว้ให้พวกมัน และเดินตามฮันเนียบัลไป มันเป็นซากปรักหักพัง เหมือนกับว่าเคยมีสิ่งปลูกสร้างอยู่แถวนี้ ไม่น่าจะใช่บ้านคนแน่นอน เดฟอนเห็นฮันเนียบัลหยุดสำรวจกำแพง จากนั้นก็มองซ้ายมองขวาและไปหยุดอยู่ที่ตำแหน่งหนึ่งจากนั้นก็บอกให้เดฟอนขุดลงไป

        "ถามหน่อยสิว่าข้างล่างมันมีอะไร" เดฟอนอาจจะไม่ฉลาดถึงกับรู้ทุกอย่าง แต่การขุดลงไปมีเพียงอย่างเดียวนั่นคือข้างล่างนี้จะต้องมีพื้นอย่างแน่นอน

        "แล้วพวกเรามาเพื่อเหตุใดกันล่ะ" เขาถามกลับ

        เดฟอนถึงกับตาลุกวาวและออกแรงขุดทรายอย่างบ้าคลั่ง พอเหนื่อยก็จะดื่มน้ำยาและขุดต่อไปนานกว่าชั่วโมงจนมันลึกหลายสิบเมตรแต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรอยู่ข้างล่าง เขาคิดว่าอาจจะโดนหลอกก็ได้จึงถามย้ำ แต่พอโดนตอบกลับมาว่า 'งั้นจะเลิกก็ได้' เดฟอนก็กัดฟันขุดต่อไปจนเริ่มหมดแรง

        "ถามหน่อยสิ ไอ้ที่ต้องขุดเนี่ยมันลึกแค่ไหน"

        "ยังอีกไกล"

        "มาช่วยกันหน่อยสิ ฉันไม่ไหวแล้ว"

        "ไม่ใช่หน้าที่ของข้า"

        "ไอ้คนใจร้าย"

        "ซึ่งอันที่จริงข้าจงใจบอกตำแหน่งที่ต้องขุดผิด มันควรจะเป็นอีกฝั่งหนึ่งไม่ใช่ตรงนี้"

        "หา..."

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #13502 _wdis? (@055440769) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 02:39
    ฮันเนียบัลแกล้งเดฟไม 55555
    #13502
    0
  2. #13450 sunny chic (@0442172) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 21:51
    อาคมเคยใช้ตุ๊กตายางหรอทำไมรุ้555

    คู่จิ้นมาอีก1แล้ว
    #13450
    0
  3. #13302 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 01:26
    ฮันเนียบัลขรึมได้น่าให้ราล์ฟแกล้งจังค่ะ แต่มากวนหน้าตายใส่เดฟอนก็ตลกเหมือนกัน55555555 จะว่าไปเดฟอนนี่บุคลิกน่าแกล้งที่สุดแล้วมั้งคะ
    #13302
    0
  4. วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 19:38
    แน่ใจว่าแกล้งนี้มันลืมน่ะเนี่ย 

    มาต่อไวๆน่ะคร้าบบบ รออยู่ครับ สนุกมากเลย
    #13232
    0
  5. #13231 SlayerREADERx (@SlayerREADERx) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 09:31
    ฮันเนียบัล กวนตี* มาก 55555555
    #13231
    0
  6. #13230 HickeyValen (@lusifer1) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 21:25
    ตุ๊กตายาง???
    กำเนิดคู่จิ้นใหม่
    #13230
    0
  7. #13228 อ่านการ์ตูน (@khimkhimza32) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 07:49
    อารินพัฒนาขึ้นเยอะ ใสๆเหมือนเดิม
    #13228
    0
  8. #13227 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 00:45
    อิ อิ อุตส่าห์ขุดอยู่ตั้งนาน
    #13227
    0
  9. #13226 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:20
    หาาาาาาา ^^
    #13226
    0
  10. #13225 nar near (@nar-near) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:10
    GG ขุดผิดที่ 555
    #13225
    0
  11. #13224 Kuroshio (@mooky-1234) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 21:17
    คู้จิ้นใหม่กับการเอาคืนเล็กๆ น่าสนๆ //โบกป้ายฮันเดฟ
    #13224
    0
  12. #13223 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 14:53
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #13223
    0
  13. #13222 Lady-Victoria (@1100400814037) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 14:01
    อร๊อยยย นายเย็นชากับนายปากมาก
    #13222
    0
  14. #13221 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 13:44
    คู่จิ้นใหม่????
    #13221
    0
  15. #13220 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 12:07
    ฮันเนียบัลนี่กวนจริง ๆ หุหุ
    #13220
    0
  16. #13219 Mist MSFS (@sunshineka) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 11:30
    ฮันนี่เดฟนี่ก็ดีอยู่นะ 555
    #13219
    0
  17. #13218 Mayu390 (@namanay) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 11:19
    แกล้งหรือลืมกันแน่เนี่ย
    #13218
    0
  18. #13217 Maizas Dragonil (@goldcremer) (จากตอนที่ 346)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 10:58
    รออ่านต่อนะครับ
    #13217
    0