[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,515 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,092 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,786

    Overall
    1,474,515

ตอนที่ 345 : บทที่ 2 สโนว์ บริดจ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    8 มิ.ย. 59

บทที่ 2 สโนว์ บริดจ์

       

        การทำเควสต์ต่อเนื่องมักจะมีสัญญาณที่คอยบ่งบอก จากการที่พยายามสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเควสต์ คำร้องสุดท้าย ซึ่งเป็นเควสต์ที่ต้องส่งมอบสร้อยคอให้กับนายทหารวิลสัน ในที่สุดเบาะแสนั่นก็ทำให้พวกราล์ฟต้องมาที่สโนว์ บริดจ์ เมืองแห่งน้ำแข็งที่หนาวที่สุดในเกม ขณะที่รถม้ากำลังขับผ่านทุ่งหิมะไปอย่างช้าๆ ราล์ฟก็นั่งจดคู่มือการทำเควสต์เลื่อนคลาสแบบพิเศษ ตั้งใจว่าจะส่งมอบให้กับอาคมและอารินซึ่งมันก็คงเปล่าประโยชน์

        พวกเขาเดินทางกันตั้งแต่ก่อนการออนไลน์ครั้งที่แล้ว ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าระบบวาปใช้ไม่ได้หากไม่เคยเดินทางไปบันทึกที่เมืองนั้นก่อน ก็เลยต้องหาทางนั่งรถม้าซึ่งก็ต้องเจอกับการโจมตีของมอนสเตอร์เข้ามาโจมตีทำให้การเดินทางมันช้า แต่เป็นโชคดีที่ค่ายกลดาบที่ลอยวนเคลื่อนที่ไปพร้อมกับรถม้าคอยทำหน้าที่ป้องกันเอาไว้ได้ การเดินทางก็เลยเร็วขึ้นมาก

        นมร้อน เป็นเครื่องดื่มที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับสองในสโนว์ บริดจ์ มันช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและต้านทานอากาศที่หนาวเย็นนี่ได้ แต่ว่ามันเหมาะจะใช้เวลาต้องไปออกล่าเท่านั้น อุณหภูมิในเมืองมันแค่ไม่กี่องศา แต่นอกเมืองนั้นมีพายุหิมะที่อุณหภูมิติดลบอาจจะอยู่ที่ -30 องศาหรือต่ำกว่านั้นอีก ด้วยเหตุนี้เองค่ายกลดาบที่อยู่รอบรถม้าจึงช่วยให้พวกเขาไม่ต้องออกมาเผชิญความโหดร้ายนี้

        ในที่สุดก็มาถึงเมืองสโนว์ บริดจ์จนได้ ระหว่างทางเข้าเมืองจะมีสะพานน้ำแข็งทอดยาว เป็นเมืองที่สวยงามมาก โดยเฉพาะปราสาทที่อยู่เหนือสุดของเมืองนั้นเหมือนจะทำมาจากคริสตัลที่สะท้อนแสงวาววับ ที่นี่มีผู้คนอาศัยอยู่มากจริงๆ โดยเฉพาะเพลเยอร์เนื่องจากเป็นเมืองที่สภาพอากาศโหดร้ายสุดๆ คนที่จะอยู่ในเมืองนี้ได้จึงมีแค่พวกที่มั่นใจในฝีมือของตัวเอง พวกเขาหากินโดยการรับเควสต์ปกป้องเมือง ซึ่งวันดีคืนดีจะมีมอนสเตอร์บุกเข้ามาที่เมือง

        เหมือนในตอนนี้...

        เสียงระฆังดังเตือนเมื่อพบเห็นความเคลื่อนไหวผิดปกติ ทุกคนที่รู้หน้าที่จะหยุดสิ่งที่ทำอยู่และมุ่งหน้าไปที่บริเวณประตูเมือง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเยติเหมันต์จำนวนหลายร้อยตัว แต่นั่นไม่ใช่หน้าที่และเป้าหมายของราล์ฟ

        "ที่นั่นแหละเป้าหมาย" เขามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์เดียวคือการทำเควสต์

        แต่ปัญหาก็คือเพลเยอร์ที่นี่จะได้รับเควสต์ผู้ตรวจการณ์เมืองโดยอัตโนมัติ สามารถลงมือได้เมื่อพบเห็นการกระทำความผิด เพลเยอร์ทุกคนหวังจะทำความดีเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับเมือง เชื่อว่าจะมีเควสต์ที่จะช่วยให้พวกเขาบรรลุเป็นคลาสอัศวินได้จากเมืองทุกแห่งที่มีปราสาท ปกติแล้วมันอาจจะต้องใช้เวลาเพื่อสำรวจและวางแผนให้รอบคอบ แต่ราล์ฟไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ที่นี่นานนัก

        "เธอเอาโพชั่นนิทรามาด้วยหรือเปล่า"

        "มีอยู่สองขวดค่ะ"

        "ดีล่ะ เราจะใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจกับการทำสงครามกับมอนสเตอร์ให้เป็นประโยชน์"

        ราล์ฟเปลี่ยนไปมากตั้งแต่แพ้ให้กับแผนการของซีกเกอร์ เขากลายเป็นคนที่คิดอะไรและทำทันทีโดยเน้นการพลิกแพลงไปตามสถานการณ์ เพราะยิ่งรอเวลาก็จะยิ่งเป็นผลเสียกับตัวเองทั้งสิ้น การลอบเข้าปราสาทโดยที่ค่าความสัมพันธ์มีไม่มากพอ ก็ไม่ต่างอะไรกับอาชญากร ถ้าเป็นราล์ฟเมื่อก่อนเขาเลือกจะทำอะไรที่ปลอดภัยอย่างรอให้ค่าความสัมพันธ์เพียงพอแล้วค่อยเริ่มทำเควสต์อย่างจริงจัง ครั้งนี้เขาตั้งใจจะปฏิบัติการคนเดียว ส่วนนิมป์ไปเตรียมรถม้าสำหรับพาหนีตามเควสต์ที่ระบุ

        การบินได้ช่วยให้ลอบเข้าปราสาทได้อย่างง่ายดาย และตอนนี้ราล์ฟสามารถสร้างขอบเขตรับรู้ขึ้นมาได้แล้ว มีทหารยามที่แต่งชุดเครื่องแบบเมืองหนาวเดินอย่างเป็นระบบ มีเวลาการเคลื่อนไหวที่แน่นอนมาก ประเมินจากสายตาคงเป็นคลาสทหารและมีความชำนาญในการต่อสู้พอสมควร ไม่ใช่เรื่องดีแน่ถ้าโดนจับได้ ตอนนี้เขาจะต้องมองหาตำแหน่งที่น่าจะเป็นคุกและลอบเข้าไปให้ได้

        มันง่ายมากที่จะมองหาสถานที่สำคัญ ขอเพียงมองหาทหารที่ไม่เคลื่อนที่ไปไหนเป็นเวลานานหรือมีการสับเปลี่ยนตัวคนเฝ้าแทน มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะเป็นคุกขังนักโทษ

        "บิงโก" ราล์ฟเจอสถานที่แล้ว และกำลังลอบเคลื่อนที่ไปให้ใกล้ที่สุด

        ไม่มีช่องว่างให้ฉวยโอกาสบุกเข้าไปได้เลย ทหารที่เฝ้าประตูอยู่ก็ไม่คิดจะเดินไปไหน ลองเรียกความสนใจดูก็ไม่ได้ผล มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เดินไปดูและกลับมาเมื่อไม่เห็นสิ่งที่ผิดปกติ เขาคิดว่าจะลองใช้โพชั่นนิทราและลอบเข้าไป

        โพชั่นนิทรา เป็นของที่นิมป์ลองปรุงขึ้นมาเพื่อเอาไว้ใช้เวลาเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่มีจำนวนมาก ถ้าวางขายออกไปมันจะต้องได้รับความนิยมมากแน่ แต่ก็ไม่ทำเนื่องจากไม่ต้องการให้มันกลับมาเป็นอาวุธที่ทำร้ายตัวเอง อย่างน้อยก็ต้องรอจนกว่าจะหาวิธีรับมือกับมันได้ซะก่อน

        ราล์ฟขว้างขวดโพชั่นนิทราให้แตกเหนือหัวของพวกทหาร ละอองจากยาก็จะตกลงมาใส่คนพวกนั้น เขานับเวลาในใจและมองดูผลลัพธ์ มันได้ผล โพชั่นนิทราใช้ได้ดีมากทหารพวกนั้นหลับใหลเป็นที่เรียบร้อย เขาเหลือเวลาอยู่ไม่มากนักเพราะมันมีฤทธิ์แค่ห้านาทีเท่านั้น ก็รีบแอบเข้าไปในคุกใต้ดินทันทีโดยไม่ลืมหยิบกุญแจติดมือมาด้วย

        เขาคงไม่หวังว่าคุกจะมีบรรยากาศที่สดชื่นนักหรอก โดยเฉพาะสำหรับเผ่าสัตว์บางประเภทที่จมูกไวเป็นพิเศษ ห้องขังที่นี่สร้างเป็นลูกกรงขนาดเล็กติดๆ กัน มีนักโทษอยู่หลายสิบคนพวกเขาจ้องมองผู้มาเยือนที่ไม่คุ้นหน้า ราล์ฟจำเป็นจะต้องมองหาวิลสันที่เป็นหนึ่งในนักโทษของที่นี่ให้เจอเพื่อพาหนีเพียงคนเดียวเท่านั้น ถ้าหากเขาถามหาคนที่ชื่อ วิลสัน ทุกคนก็อาจจะแสดงตัวว่าตนเองเป็นวิลสันแน่ๆ

        แต่เขามีวิธีที่ง่ายกว่านั้น...

        "ใครพอจะบอกได้บ้างว่าสิ่งนี้คืออะไร" ราล์ฟชูสร้อยคอให้เห็น และเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ บางคนก็เสี่ยงดวงและบอกว่ามันเป็นของดูต่างหน้าของคนที่ตาย บางคนก็บอกว่าเป็นของคนรัก ซึ่งไม่มีใครพูดถึงมันได้ถูกต้องเลย

        "นั่นมันเป็นของแม่ข้า เหตุใดเจ้าถึงมีมัน" นักโทษคนหนึ่งวิ่งพรวดเข้ามาเกาะลูกกรง สภาพของเขาดูผอมแห้งและสกปรกมาก ราล์ฟเลยลองสอบถามข้อมูลที่น่าจะมีแค่วิลสันตัวจริงที่รู้ นั่นคือบ้านของคุณแม่อยู่ที่ไหน และนักโทษคนนี้ก็สามารถให้คำตอบที่ถูกต้องได้

        "นายคือวิลสันตัวจริง" ราล์ฟไขกุญแจเปิดห้องขังให้ก่อนจะโยนกุญแจไปที่นักโทษอีกคนหนึ่ง เขาต้องการสร้างความปั่นป่วนให้มากที่สุด "รีบไปกันได้แล้ว"

        แต่เมื่อมาถึงบริเวณประตูห้องขังก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเป็นจำนวนมาก ก็คิดเอาไว้อยู่แล้วล่ะว่ามันคงไม่ง่ายแน่และอาจจะต้องปะทะ วิลสันเป็นทหารแต่ร่างกายก็อ่อนแอเกินกว่าจะต่อสู้ไหว อย่างไรก็ตามราล์ฟไม่อยากให้เพลเยอร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเด็ดขาด แต่ถ้าเลี่ยงการปะทะไม่ได้ก็ต้องมอบหน้าที่ให้กับนิมป์และไปเจอกันที่สุดทางของเควสต์ โดยเขาจะหยุดคนที่คิดจะเข้ามาขัดขวาง

        พอเปิดประตูก็ขว้างระเบิดควันออกไป ตามด้วยโพชั่นนิทราทำให้หลับไปได้ถึงหนึ่งในสาม จากนั้นก็พาวิลสันไปยังทิศทางที่ได้ตกลงกับนิมป์เอาไว้แล้วว่าจะเตรียมทางหนีไว้ให้ ซึ่งที่ปลายทางจะมีรถเทียมม้ารออยู่ ตอนนี้เพลเยอร์ยังคงวุ่นอยู่กับการสู้กับเยติเหมันต์ ดังนั้นแล้วศัตรูจึงมีแค่พวก NPC ทหารเท่านั้น แต่ทว่าขณะที่กำลังหนีอยู่นั้นราล์ฟก็หันขวับไปคว้าลูกธนูที่มีเป้าหมายอยู่ที่หัวของเขา

        "ไปซะ ตรงนี้ฉันจัดการเอง" ราล์ฟมองออกไปเขาเห็นศัตรูที่ว่านั่นชัดเจน อีกฝ่ายเตรียมโจมตีอีกครั้งแต่ราล์ฟไม่เปิดโอกาส ปล่อยดาบให้เข้าไปโจมตีจากระยะไกล ทหารคนนั้นมีฝีมือมากสามารถยิงธนูดีดอาวุธของเขาที่เคลื่อนไหวอิสระได้อย่างแม่นยำ

        นอกจากนั้นราล์ฟยังต้องเผชิญหน้ากับทหารหลายสิบนายที่พร้อมกันบุกเข้ามาด้วยหอก พวกนี้ฝีมือไม่ใช่เล่นๆ เทียบกับเพลเยอร์แล้วน่าจะเก่งกว่ามาก ก็อย่างที่รู้เพลเยอร์ก็แค่เด็กที่มาเล่นเกมจะให้มีความสามารถในการต่อสู้ทุกคนมันคงเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายเขาก็ต้องงัดเอาระบำดาบที่ฝึกได้เพียงขั้นแรกขึ้นมาใช้ เขายอมรับว่าเทียบกับเทพสงครามที่ฝึกจนบรรลุแล้วไม่ได้ แต่เพียงขั้นแรกก็มากพอจะสู้กับคนจำนวนมากได้แล้ว

        มีการติดต่อมาจากนิมป์ ดูเหมือนว่าพวกออนไลน์เข้ามาใหม่จะรับเควสต์ช่วยจับนักโทษที่หลบหนี และตอนนี้กำลังมุ่งหน้ามาที่ปราสาท ราล์ฟเห็นท่าไม่ดีก็เลยใช้สติ๊กกี้ กัมม์หยุดการเคลื่อนไหวของทหารพวกนั้นเอาไว้และรีบหนี เฉลี่ยดูแล้วเพลเยอร์ที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นคลาสขุนทางกันทั้งสิ้น ต่อให้ฝึกวิชาต่อสู้เพิ่มเติมมาแล้วก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่

        ราล์ฟรู้ได้เลยว่ามีกลุ่มคนตรงมาที่นี่ด้วยความเร็วสูง ต่อให้เขามั่นใจว่ามีความเร็วมากแค่ไหนก็ยังรู้สึกว่าตัวเองช้าเกินไปอยู่ดี ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ทหารแต่ยังต้องเผชิญหน้ากับเพลเยอร์ที่มากฝีมืออยู่อีก ซึ่งหลายคนก็มีเผ่าพันธุ์หายากและท่าทางแข็งแกร่งเอาเรื่อง ทุกคนรู้จักกันเพราะอยู่เมืองเดียวกันจึงยากที่จะทำให้แตกคอ เพียงแต่ว่าการฆ่าเพลเยอร์มันง่ายกว่าเยอะ

        ต่อให้คนพวกนั้นมีคลาสที่สูงกว่า แต่มันก็แค่การปลดขีดจำกัดด้านพลังและเพิ่มสิทธิพิเศษ หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าคลาสที่สูงขึ้นหมายถึงความแข็งแกร่ง ดังนั้นหากพวกเขาเห็นว่าคนที่คลาสต่ำกว่าสามารถเอาชนะตัวเองได้ ก็จะเกิดความคิดที่ว่า โกง ขึ้นมาและพยายามส่งเรื่องให้ทาง GM จัดการ ภายหลังมีบ่อยขึ้นจนทาง GM ออกมาแจ้งว่าหากตรวจสอบแล้วและไม่สามารถยืนยันความผิดได้ ผู้แจ้งปัญหานี้จะต้องรับผิดชอบความเสียหายของผู้ถูกกล่าวหา เพราะไม่อย่างนั้นจะมีผู้บริสุทธิ์ถูกแบนเพราะเก่งกว่าคนอื่นอีกหลายคน

        พวกเขาประเมินราล์ฟผิดพลาดหลังจากได้เห็นฝีมือตอนที่สู้กับทหารแล้วจึงคิดว่าฝีมือไม่เท่าไหร่ จึงตั้งใจว่าจะจัดการให้เสร็จโดยเร็ว แต่กลายเป็นว่าวินาทีทีเข้าไปอยู่ในระยะโจมตีกลับโดนเล่นงานหนักกว่าที่พวกทหารโดน และจู่โจมแบบไม่ทันได้หายใจ ทว่าในที่สุดก็มีคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า

        "หมอนั่นคือร้อยศาสตรา ราล์ฟ ผู้ครอบครองอาวุธในตำนาน"

        แม้ว่าราล์ฟจะเป็นยอดฝีมือลำดับสอง แต่ความลับเกี่ยวกับอาชีพของเขาก็กลายเป็นที่รู้จักไปแล้ว นั่นทำให้คนอื่นๆ ทราบว่านอกจากทักษะสนับสนุนแล้วก็ไม่มีทักษะโจมตีใดๆ อีก ก็เลยไม่รู้สึกกังวล และราล์ฟอยากจะบอกว่าพวกเขากำลังคิดผิดมหันต์ที่มองทักษะโจมตีเป็นหลัก

        วิชาระบำดาบวารี กระบวนท่าที่ 1 ร่ายรำใต้แสงจันทร์

        ไม่จำเป็นต้องมีทักษะโจมตีที่หวือหวา ขอแค่การโจมตีนั้นทำดาเมจได้ก็เพียงพอ แค่กระบวนท่าเดียวเขาก็สังหารคนไปแล้วสามคน พวกนั้นอาจจะคิดว่าเป็นกระบวนท่าที่ร้ายกาจ แต่ในความเป็นจริงมันก็คือการใช้คำสาปทำให้เป็นการโจมตีรุนแรงก็เท่านั้น

        "เฮอะ ถ้าคิดว่าจะฟันกายาเพชรของข้าได้ก็ลองดู"

        "อ๋อ ไม่จำเป็นหรอก...วารีสะท้อนจันทร์" ราล์ฟเผยยิ้มกว้าง ซัดฝ่ามือไปที่ท้องพออีกฝ่ายตัวงอก็ใช้เข่าลอยอัดใบหน้า เตะเสยคาง และพุ่งเข้าไปประชิดตัว "...ฝ่ามือทะลวงหน้า กงเล็บแมวเหมียว"

        จบลงในพริบตา ถ้าให้เทียบกันแล้วเทพสงครามเหนือกว่าคนพวกนี้อย่างมาก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะจัดการได้ง่ายๆ เมื่อเห็นว่ามีช่องว่างตั้งมากมาย ซึ่งการที่สามารถจัดการคนที่แข็งแกร่งไปได้แล้วพวกเขาก็เริ่มเกิดความไม่มั่นใจขึ้น

        ราล์ฟเอาอาร์ติแฟกช้อนออกมาตักพื้นขว้างใส่ศัตรู และยังใช้เป็นอาวุธระยะประชิดได้อย่างชำนาญ มีหลายคนถูกพื้นทับจนขยับตัวไม่ได้ ราล์ฟวิ่งไปที่กำแพงเมืองและตักกำแพงสร้างช่องทางสำหรับหนี ป่านนี้นิมป์คงควบรถม้าออกจากเมืองแล้วแน่ๆ อย่างไรก็ตามเขายังต้องสร้างความวุ่นวายเพิ่มขึ้นไปอีกเพื่อไม่ให้รู้ตัวว่าตอนนี้มีนักโทษคนหนึ่งหลุดหนีออกไปได้

 

        นิมป์อาศัยช่วงชุลมุนพาวิลสันหนีออกมา เธอไม่คิดหรอกว่าจะได้ผลเพราะเยลลี่ AI พิเศษของเธอคำนวณความผิดพลาดของแผนการเอาไว้ซะสูงลิบ บอกว่าความสามารถพื้นฐานของเพลเยอร์ไม่สูงพอจะยับยั้ง NPC สายต่อสู้ที่มีเป็นจำนวนมากได้ แต่กลายเป็นว่าราล์ฟทำลายสิ่งที่เยลลี่พูดมาทั้งหมด ลอบเข้าไปและชิงตัวนักโทษออกมาได้สำเร็จและตอนนี้เธอเชื่อมั่นว่าราล์ฟจะต้องหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย

        ตั้งแต่ที่ออกมามันก็กินเวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ตอนนี้พายุหิมะเริ่มก่อตัวจนบดบังทัศนวิสัย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหนีออกจากเมืองมาในสภาพอากาศแบบนี้ หากราล์ฟเสียชีวิตเควสต์นี้ก็จะจบลง หรือถ้าถูกจับได้ก็จบลงเช่นกัน ตอนนี้เธอได้แต่ภาวนาขอให้เขาผ่านมันไปได้ ซึ่งหากมันสำเร็จพวกเขาจะมีค่าความสัมพันธ์ที่ติดลบอย่างแน่นอนในฐานะคนที่พาอาชญากรหนี ซึ่งมันควรจะเป็นการลอบเข้าไปอย่างเงียบๆ มากกว่า

        จนกระทั่งพายุหิมะหนักขึ้น อุณหภูมิข้างนอกอยู่ที่ -35 องศา ยังดีที่ม้าเป็นมอนสเตอร์หิมะที่อยู่ได้แม้อุณหภูมิจะติดลบมาก เธอกลัวว่าเควสต์จะล้มเหลวแต่การที่ระบบยังไม่แจ้งเตือนก็แปลว่ายังมีความเป็นไปได้อยู่ หลังจากที่รอเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงก็มีเสียงเคาะประตูรถดังขึ้น นิมป์รีบเปิดก็เห็นราล์ฟกระโจนขึ้นมาในสภาพหนาวสั่น

        "นิมป์เธอยังมีนมร้อนเหลืออยู่ไหม"

        นิมป์ส่งนมร้อนให้ ราล์ฟดื่มและรอให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติก็เล่าให้ฟังว่าตัวเขาจงใจหนีออกมาตอนสภาพอากาศแย่ที่สุด นั่นก็เพื่อลดจำนวนคนที่จะตามล่าให้ได้มากที่สุด ไม่มีใครอยากเอาชีวิตมาทิ้งในสภาพอากาศที่ทรมานเช่นนี้ และมันได้ผล พอร่างกายกลับมาขยับได้แล้วราล์ฟก็ทำเควสต์ต่อ เขาส่งมอบสร้อยคอของคุณนายให้กับวิลสันเมื่อเขาได้เห็นก็ถึงกับร่ำไห้ออกมา

        หน้าต่างเควสต์ที่ค้างคาเอาไว้เสร็จเป็นที่เรียบร้อย เป้าหมายต่อไปเป็นการพาวิลสันกลับสู่ดินแดนบ้านเกิด แต่ต้องนำตัวไปส่งให้ที่คลาเซียร์ซะก่อน เนื่องจากว่าวิลสันเป็นสายข่าวและมีข้อมูลที่อยากจะนำไปส่งมอบให้กับพระราชาแห่งคลาเซียร์ แต่การเดินทางก็คงไม่จบในระยะเวลาสั้นๆ แน่ เพราะนี่เป็นเควสต์ที่หากทำสำเร็จพวกเขาจะเลื่อนขั้นไปเป็นอัศวินได้ในทันที

 

        ที่นี่คือป่าโหยหวน ที่ได้ชื่อนี้ก็เป็นเพราะลมจากทางเหนือพัดผ่านหุบเขาจนเกิดเสียงร้องโหยหวนอยู่ตลอดเวลา อาคมได้ถูกพาตัวและกำลังฝึกฝนตัวเองเพื่อรับพลังของเผ่าซิลเวอร์ วูล์ฟ ป่าแห่งนี้อันตรายมากมีแต่มอนสเตอร์นักล่าโหดๆ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าดาบภูตมายาหมดสภาพจนใช้งานไม่ได้ ป่านนี้เขาคงไม่ต้องลำบากฝึกสัญชาตญาณสัตว์ป่าแล้วล่ะ

        เบื้องหน้าของอาคมตอนนี้มีสัตว์ป่าอยู่ตัวหนึ่งเป็นกระต่ายที่มีเขาแหลมชื่อว่า แรบบิทฮอร์น และมันจะต้องเป็นอาหารของเขา เมื่อมันเผลอก็รีบกระโจนเข้าไปขย้ำคอปลิดชีพมันในคราวเดียว ตอนนั้นเองที่มีหมาป่าสีเงินตัวอื่นๆ ก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า หนึ่งในพวกมันกลายร่างมาเป็นมนุษย์และปรบมือให้กับความพยายามที่จะล่าสัตว์

        "ถือว่าไม่เลวที่ล่าแรบบิท ฮอร์นได้ สำหรับพวกเราบางตัวนั้นเวลาจะจับมันทีไรสุดท้ายก็เป็นการประลองความเร็วไปซะทุกที ทั้งที่ไม่มีผู้ใดบอกถึงการอำพรางสัญชาตญาณการล่าแต่เจ้ากลับทำได้ในเวลาสั้นๆ ก็พอจะพูดได้ว่ามีพรสวรรค์ล่ะนะ"

        "ฉันทำเพราะอยากจะออกจากป่านี่ให้ได้ต่างหาก" อาคมบอก ที่นี่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์คลาสขุนนางที่อาศัยอยู่รอบๆ หากอยากจะออกไปให้ได้ก็ต้องพยายามให้เก่งขึ้น เขาเคยทดสอบบินดูแล้วเหมือนจะมีกระแสลมแรงทำให้บินไม่ไหว และเมื่อข้ามระดับความสูงพ้นยอดไม้ก็จะเป็นอาณาเขตของวิหคสายฟ้าที่แข็งแกร่ง

        เผ่าซิลเวอร์ วูล์ฟถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์มายาที่พบเจอได้ยากมาก ตัวที่จะสามารถออกไปได้นั้นต้องมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง หรือถ้าโชคดีมากๆ ก็หลบเลี่ยงการต่อสู้จนมีชีวิตที่เป็นอิสระ ถ้าจะให้พูดก็คือป่าแห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับบททดสอบการเอาชีวิตรอดด้วยการต่อสู้ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขาเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งตั้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกอริล่า หรือกระทั่งช้างป่าตัวใหญ่ที่เหยียบสิ่งมีชีวิตให้ตายได้ในครั้งเดียว

        มอนสเตอร์ในป่าโหยหวนแห่งนี้แข็งแกร่งกว่าหลายสิบเท่า เผ่าซิลเวอร์วูล์ฟจึงให้ทางเลือกนั่นคือจะสอนการต่อสู้ในร่างบีสต์ให้รวมไปถึงมอบทักษะประจำเผ่าพันธุ์ แลกกับการที่เขาจะต้องกำจัดเจ้าตัวการใหญ่ของที่นี่ มันเป็นมอนสเตอร์ลึกลับที่เก่งมากจนพวกเผ่าพันธุ์อื่นๆ ต่างรู้สึกกลัวเกรง เจ้าตัวนั้นมีมอนสเตอร์ที่อยู่ใต้อาณัติหลายเผ่าพันธุ์ ส่วนใหญ่ยอมจงรักภักดีเพื่อแลกกับความปลอดภัยของเผ่าพันธุ์ ไม่เพียงแค่นั้นมันยังใช้ความสามารถบางอย่างช่วงชิงเอาทักษะประจำเผ่าพันธุ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแข็งข้อ

        "ประกาศิตแห่งการช่วงชิง ไอเทมในตำนาน?"

        อาคมรู้จักไอเทมในตำนาน เขามีมันอยู่กับตัวนั่นคือเกราะอสูร ความสามารถของมันก็ประเมินแทบจะไม่ได้ แต่ละชิ้นก็จะมีพลังอำนาจที่แตกต่างกันออกไป และมันขึ้นอยู่กับผู้ใช้ด้วยว่าจะใช้มันอย่างไร

        "ใช่ เจ้านั่นครอบครองประกาศิตแห่งการช่วงชิง สามารถช่วงชิงทุกสิ่งทุกอย่างได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นนามธรรมหรือรูปธรรม นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมทักษะประจำเผ่าพันธุ์ถึงถูกช่วงชิงไปได้...เจ้าสิ่งนั่นไม่สมควรมีอยู่เสียด้วยซ้ำ"

        สุดท้ายอาคมก็ทำแค่รับฟัง ประกาศิตแห่งการช่วงชิงคงเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ตราบใดก็ตามที่มันช่วงชิงได้ทุกอย่างและตกไปอยู่ในมือของเพลเยอร์ล่ะก็ความวุ่นวายก็จะตามมา อย่างไรก็ตามถ้าเขาอยากจะออกไปจากที่นี่ ไม่เพียงแค่ต้องผ่านบททดสอบประจำเผ่าพันธุ์ ยังต้องจัดการไอ้ตัวที่ถือครองไอเทมในตำนานนี่อีกหนึ่งตัวด้วย

        "เวลามีน้อยแล้ว บทเรียนต่อไปของการเป็นหมาคืออะไร แต่ขอบอกไว้อย่างหนึ่งนะ หัวเด็ดตีนขาดยังไงฉันก็จะไม่ทำอาณาเขตเหมือนหมาแน่"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #13501 _wdis? (@055440769) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 02:28
    น่าเกลียดอะ 5555
    #13501
    0
  2. #13449 sunny chic (@0442172) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 21:15
    สร้างอนาเขตเถอะจะไปแอบดู55555

    #13449
    0
  3. วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 13:50
    บทเรียนของการเป็นหมา อาณาเขตของหมา 555555+

    เอาสะเสียชื่อหมาป่าหมด อาคม 555+

    มาต่อไวๆน่ะครับไรเตอร์
    #13210
    0
  4. #13208 โอมมณี (@akkabong) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 19:03
    เลิสสสสสอีกแล้ว
    #13208
    0
  5. #13206 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 13:05
    ทำอาณาเขตเหมือนหมา ฉี่สินะ555
    #13206
    0
  6. #13205 bonne nuit (@bugsbunne) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 19:43
    อย่าไปยึดอาณาเขตใครเค้าละ อาคม 
    #13205
    0
  7. #13204 bonne nuit (@bugsbunne) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 19:43
    อย่าไปยึดอาณาเขตใครเค้าละ อาคม 
    #13204
    0
  8. #13203 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 14:45
    ฮ่าฮ่า บทเรียนของการเป็นหมา เรียกซะเสียเลย
    #13203
    0
  9. #13202 Mayu390 (@namanay) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 11:17
    สร้างอาณาเขตเลยอาคม 5555+
    #13202
    0
  10. #13201 deknoomza (@deknoomza) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 09:07
    เดียวอารินขอก้อยอมทำเองอะ
    #13201
    0
  11. #13200 Bam Ma (@bam16122545) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 07:01
    อาคมเอ้ยยย สร้างอาณาเขต มันคงไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอก! 55
    #13200
    0
  12. #13199 ~Friendship!~ (@damon38) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 06:32
    มาแล้วๆๆ ขอบคุณค่า
    #13199
    0
  13. #13197 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 00:45
    ทำอาณาเขตคือฉิ่งฉ่องสินะ... อาคมนายน่าจะไปเป็นนักแสดงตลก ชอบทิ้งท้ายฮาๆทุกที 5555
    #13197
    0
  14. #13196 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 00:23
    อิ อิ สร้างอาณาเขต...
    #13196
    0
  15. #13195 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 00:09
    555555+
    อาคมน่ารักอ่ะ
    #13195
    0
  16. #13192 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 345)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 23:38
    ยกขาด้วยนะ 55555

    #13192
    0