[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,406 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,090 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,677

    Overall
    1,474,406

ตอนที่ 344 : บทที่ 1 วันวุ่นวาย (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    8 มิ.ย. 59

บทที่ 1 วันวุ่นวาย

 

        ที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

        วันนี้เจนภพ กิตตินนท์มาตามกำหนดการสอบสัมภาษณ์ เอกสารใบสมัครสอบกับประวัติผลการเรียนจากโรงเรียนเก่า ผลงานการแข่งประกวดภาควิชาต่างๆ ที่เคยลงแข่ง อันที่จริงเจนภพคิดว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งของแบบนี้ก็ได้ แค่มีไว้เพื่อให้ประกอบการตัดสินใจเท่านั้น

        นักศึกษาหลายคนใส่ชุดนักเรียนมัธยมจากโรงเรียนเก่าเพื่อมาสอบสัมภาษณ์ บางคนก็แต่งกายชุดสุภาพมาแทนเพราะไม่ได้เรียนจบหลักสูตรปกติ เหมือนกับเจนภพที่ใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลาย ยังมีเวลาอยู่อีกตั้งนานกว่าจะเริ่มการสอบสัมภาษณ์ก็เลยตั้งใจว่าจะไปนั่งรออยู่ที่อาคารสอบ แต่ดูเหมือนว่าคนที่คิดแบบนั้นจะไม่ได้มีแค่เขา เพราะที่บริเวณหน้าอาคารเรียนมีทั้งผู้ปกครองและนักศึกษาที่มีรอการสัมภาษณ์จับจองที่นั่งจนเต็มไปหมด เท่าที่รู้ดูเหมือนจะมีการให้วัดตัวและชำระเงินค่าเครื่องแบบนักศึกษา

        หมายความว่านักศึกษาที่ได้เข้ารับการสัมภาษณ์คือผู้ที่มีสิทธิ์เข้ารับการศึกษาแน่นอน

        เจนภพได้ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสัมภาษณ์มาแล้ว ชื่อของเขาอยู่อันดับแรกสุดเพราะทำได้คะแนนเต็มทุกวิชา ซึ่งมันก็น่าสงสัยอยู่แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นการโกงข้อสอบซะทีเดียว บางทีผู้สอบเองก็มีความสามารถเหมือนกัน การสอบสัมภาษณ์นั้นให้สิทธิ์ผู้ที่มาก่อนมากกว่าลำดับบนรายชื่อ และเขาก็ไม่ค่อยอยากจะเสียเวลาอยู่ที่นี่นานนัก

        ด้วยตัวบุคลิกของเจนภพเองเป็นคนเงียบขรึม นั่นทำให้เขามีบรรยากาศรอบตัวที่ชวนอึดอัด และเขาไม่ค่อยจะชอบที่จะทำตัวสนิทสนมกับคนอื่นมากนัก จากที่เห็นตอนนี้เริ่มมีนักศึกษาบางคนหาเพื่อนกันแล้ว อาจเพราะรู้ว่าเรียนอยู่คณะและสาขาเดียวกันก็เลยคุยกันได้ง่ายหน่อย

        อย่างไรก็ตามถ้าเทียบกับนักศึกษารุ่นเดียวกันในตอนนี้ เจนภพค่อนข้างจะดูโดดเด่น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้หล่อชนิดที่สามารถไปเป็นพระเอกละครได้ แต่ก็จัดว่าไม่เลวนัก ไม่เพียงแค่นั้นรูปร่างสูงโปร่งและดูผอมแห้ง เขาจึงกลายเป็นเด็กหนุ่มที่รูปร่างดีมาก แน่นอนว่ายากที่จะมีคนรู้ว่าภายใต้ชุดนักเรียนบางๆ นั่นมีกล้ามท้องที่แข็งปั๋งอยู่ด้วย

        "สวัสดี นาย...เอ่อ..."

        "เจนภพ" เขาแนะนำตัวเองสั้นๆ "และใช่ ถ้าเอกสารแสดงตัวตนที่เอามาด้วยระบุว่าเป็น สาขาภาษาอังกฤษ - ธุรกิจ"

        นี่แหละนิสัยเสียของเจนภพล่ะ

        นั่นทำให้เขาค่อนข้างจะเข้ากับคนอื่นได้ยาก เพราะรู้ทันคนอื่นมากเกินไปจนเหมือนกับไปสอดเรื่องชาวบ้าน แถมเขาไม่ใช่คนที่มีอารมณ์ขันที่จะต้องทำตัวตลกโปกฮาเหมือนคนบ้าด้วย

        "ผมชื่อ บดินทร์ ชื่อเล่นชื่อ กล้า" อีกฝ่ายแนะนำตัว เจนภพสังเกตดูแล้วน่าจะเป็นคนที่มาจากต่างจังหวัด ดูจากรอยยับบนเสื้อผ้า และอาหารที่กินอยู่เมื่อสักครู่ "ผมมาจากร้อยเอ็ดน่ะ"

        "ถึงแม้ว่าฉันจะเกิดที่เชียงใหม่แต่ก็เรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมปลาย และมีแนวโน้มว่าจะเรียนต่อไปจนจบมหาวิทยาลัยรวมถึงหน้าที่การงานในอนาคต"

        อีกฝ่ายดูจะตามคำพูดของเจนภพไม่ค่อยทัน สุดท้ายเจนภพก็ทำได้แค่บอกให้ลืมมันไปซะ พวกเขาพูดคุยกันอยู่สักพักหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่กล้าจะเป็นฝ่ายชวนคุยซะมากกว่า และเจนภพก็แค่ตอบคำถามเหล่านั้น ซึ่งคำถามนั้นก็มักจะเกี่ยวข้องกับคำถามสำหรับการสอบสัมภาษณ์ ไม่ได้มีแค่กล้าที่กังวลแต่คนอื่นก็เป็นกังวลถึงขนาดมีการหยิบโพยที่เคยจดเอาไว้ออกมาซ้อมท่องกันเลยทีเดียว คนที่ดูมั่นใจก็มีอยู่มากพอตัว

        "นายได้เจอรุ่นพี่ปีสองหรือยัง"

        "ทำไมฉันต้องไปเจอด้วย" เจนภพสงสัย ในกำหนดการไม่เห็นมีเขียนระบุเอาไว้เลยว่าต้องไปพบกับรุ่นพี่ด้วย

        เจนภพไม่ค่อยสนใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องสักเท่าไหร่ มันค่อนข้างจะไร้สาระสำหรับเขาที่พยายามตัวคนเดียวมาโดยตลอด รุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาที่แบ่งแยกความอาวุโสเท่านั้น มันแทบจะไม่ได้ช่วยอะไรในการเรียนเลยสักนิด ยิ่งไปกว่านั้นก็มีข่าวออกมาทุกปีทำให้ภาพลักษณ์ของรุ่นพี่ในมุมมองของเจนภพมันติดลบไปแล้ว

        "ไม่รู้สิ เห็นถือป้ายสาขาอยู่ที่ทางเดินน่ะ คงอยากเห็นหน้ารุ่นน้องมั้ง"

        "ถ้านั่นเป็นความต้องการของปีสองมันก็ไม่เกี่ยวกับฉันไม่ใช่เหรอ"

        กล้ายิ้มฝืน จากการพูดคุยกับเจนภพก็พอจะเดาได้ว่าเป็นคนที่พยายามรักษาระยะห่าง ทั้งคำพูดค่อนข้างจะนิ่งเหมือนคนที่มั่นใจในตัวเองสูง จะว่าไปก็ดูจะมีอคติต่อภาพลักษณ์เหมือนกัน เขามาจากต่างจังหวัดเพื่อเรียนต่อก็เลยตั้งใจว่าจะหาเพื่อนจากสาขาเดียวกันไปก่อน เพื่อนคนแรกที่มาคุยด้วยเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่ายก็จริง แต่ก็คงจะสนิทด้วยยาก

        "ฉันไม่สนสายสัมพันธ์รุ่นพี่กับรุ่นน้องหรอกนะ เว้นแต่ถ้าพวกเขาทำตัวให้น่านับถืออันนั้นก็เป็นอีกเรื่อง"

        "เอ่อ...ผมว่าแม่เรียกแล้วน่ะ ขอตัวก่อนนะ" แล้วกล้าก็เดินไปนั่งที่อีกโต๊ะร่วมกับผู้ปกครองที่มาด้วยกัน

        เจนภพจึงหันมาฝึกกำหนดลมหายใจเพื่อฆ่าเวลาแทน ตั้งแต่ที่ไปขอให้คุณแม่ช่วยฝึกวิชาการต่อสู้ให้ก็ได้รับคำสั่งให้ฝึกการโคจรลมปราณจันทรวารีให้ชิน ถ้าอยากจะพัฒนาในเกมในเร็วก็จำเป็นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงความสามารถในโลกจริงซะก่อน เขาไม่คิดหรอกว่าในโลกจริงจะทำอะไรได้เหมือนในเกม แต่หลังจากที่ได้ฝึกอยู่สองวันก็เริ่มรับรู้ได้พลังงานลึกลับในร่างกาย มันไม่เหมือนกับการปรับลมหายใจซึ่งเป็นพื้นฐาน แต่มันทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนทำงานได้ดียิ่งขึ้นไปอีก มีสมาธิมากขึ้น เพียงแต่มองภายนอกคงไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง

        "เฮ้ย! แกได้เห็นน้องผู้หญิงคนนั้นหรือยังที่มากับพี่ผู้ชายน่ะ น่ารักสุดยอดเหมือนตุ๊กตายางเดินได้เลย"

        "เห็นแล้วว่ะ โคตรน่ารักเลย ข้าอยากเป็นพี่ชายของน้องคนนั้นจริงๆ"

        "เห็นที่ไหนวะ"

        "ที่ห้องอาหารไง มีคนมุงกันตั้งเยอะ ก็สงสัยอยู่หรอกว่ามุงดูอะไรกันพอไปดูเท่านั้นแหละเอ็งเอ๊ย! นางฟ้าชัดๆ คือแบบกล้าสาบานเลยว่าไม่เคยเจอเด็กผู้หญิงคนไหนน่ารักขนาดนี้มาก่อน"

        "แต่ไอ้คนพี่ก็หน้าตาดีสุดๆ ดาวคณะนิเทศฯ เดินไปขอเบอร์มันเฉยเลย"

        "ดีแค่ไหน"

        "ทั้งหล่อ มาดเข้ม เอาใจเก่ง พูดง่ายๆ คือโคตรเพอร์เฟ็คเลย แถมน้องสาวนี่สุดยอดอย่าบอกใคร ถ้าโตกว่านี้สักหน่อยข้ากล้าสาบานให้ฟ้าผ่าตายเลยว่ามีคนเข้าคิวจีบยาวเป็นกิโล"

        เจนภพได้ยินบทสนทนานั่นชัดเจน เขาพอจะเดาได้แล้วล่ะว่าพี่น้องคู่ที่ว่านั่นเป็นใคร อันที่จริงตั้งแต่เกิดเรื่องภายในเกมก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ร้านน้องเหมียวสี่ขาถึงจะยังเปิดต่อไปได้ก็เพราะได้นิมป์มาช่วยในการผลิตยา อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ในตอนนั้นมันเกิดขึ้นจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเขาเอง ก็เลยรู้สึกผิดมาโดยตลอด ขณะที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั่นเองก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้น

        "พี่ราล์ฟไม่ใช่เหรอคะ"

        เป็นอารินจริงๆ ด้วย เธอชี้มือไปที่เด็กหนุ่มสวมแว่นซึ่งกำลังนั่งหลับตาพริ้มอยู่ อาคมจ้องมองเขาตาเขียวปัด อารมณ์ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าหงุดหงิดสุดๆ แต่ก็เลือกที่จะเผชิญหน้ามากกว่าจะเดินหนีไป ตอนนี้ตรงที่เจนภพนั่งอยู่เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะได้อาคมกับอารินเข้ามาเสริม อารินใส่เสื้อตัวไหนก็ขึ้นไปซะหมดทำให้เธอดูน่ารัก ที่สำคัญยังมัดผมทวินเทลซะอีกต่างหาก ส่วนอาคมก็ใส่ชุดสุภาพคล้ายกับกำลังจะไปสมัครงาน

        "ว่าไง" เจนภพเอ่ยทักทาย

        "ไปตายซะ"

        "มาถึงก็แช่งกันเลยงั้นเหรอ"

        "ฉันอวยพรให้แกมีชีวิตยืนยาวต่างหาก"

        "สวัสดีค่ะพี่ราล์ฟ" อารินยกมือไหว้ทักทายตามมารยาท "ว่าแต่พี่ราล์ฟก็มาสอบสัมภาษณ์เหมือนพี่ชายเหรอคะ"

        "ใช่ อารินยังไม่รู้สินะว่าพี่กับพี่ชายของเธออยู่คณะกับสาขาเดียวกัน"

        "เฮ้ย! พูดจริงดิ" อาคมทำหน้าเหวอ นึกถึงรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์เข้าสอบซึ่งชื่อของเขาอยู่อันดับท้ายๆ  "ชาติที่แล้วฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรกับแกมาเนี่ย ถึงได้หนีไม่พ้นแกสักที"

        อารินนั่งมองทั้งสองคนถกเถียงกันโดยไม่ได้รู้สึกติดใจสงสัย คงจะชินแล้วที่เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องทะเลาะกันทุกที มันบ่อยจนไม่รู้สึกแปลกอะไรมากนักผิดกับคนอื่นที่เห็นว่าพวกเขามีปากเสียงกันและใช้ถ้อยคำที่ดูรุนแรง อาคมเหมือนคนโมโหร้ายที่ปากจัดด่าคนอื่นไปทั่ว ในขณะที่เจนภพเป็นคนที่ไม่ได้ถือสาถ้อยคำรุนแรงพวกนั้น ซึ่งมันแปลกที่พวกเขากลับให้ความรู้สึกว่าสนิทสนมกันจริงๆ

        "แล้วนี่จะพาอารินไปเดินเที่ยวสินะ"

        "เออ แล้วก็ไม่ต้องสะเออะตามมาด้วย ฉันไม่อยากเอาชีวิตไปทิ้งกับแก" อาคมยังคงเข็ดหลาบกับการไปไหนมาไหนด้วยกันกับเจนภพ ทุกครั้งที่ไปด้วยก็มักจะมีอันตรายเกิดขึ้นเสมอ เขาไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องที่ควรเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของคนปกติด้วยซ้ำ

        "ทำไมพี่ชายถึงไม่อยากให้พี่ราล์ฟไปด้วยล่ะคะ"

        "เพราะ...เอ่อ...นั่นไงล่ะ ไอ้แมวผีมันต้องไปทำอย่างอื่น"

        "โทษที แต่วันนี้ฉันว่าง"

        "ไอ้!@#$%^"

        อย่างไรก็เจนภพรู้สึกได้ถึงการตกเป็นเป้าสายตา ซึ่งเป็นอะไรที่เขาเกลียดมากในโลกแห่งความเป็นจริง ระหว่างที่กำลังรอเวลาสัมภาษณ์ก็เห็นอาคมเอาไพ่ขึ้นมาเล่นกับอารินฆ่าเวลา จนกระทั่งในที่สุดก็ถึงเวลาเริ่มสัมภาษณ์ มีนักศึกษาหลายคนเริ่มทยอยกันเดินขึ้นไปที่ห้อง บางคนรีบซักซ้อมบทเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง ส่วนพวกเจนภพก็เดินขึ้นบันไดไปที่ห้องสอบสัมภาษณ์

        "จะให้อารินรออยู่ข้างนอกคนเดียว?"

        "นั่งรออยู่หน้าห้องก็ไม่มีปัญหาหรอก" แล้วก็หันไปพูดกับอาริน บอกให้เธอนั่งรออยู่ที่ชั้นเดียวกันและกำชับว่าห้ามพูดคุยกับผู้ชายที่พยายามจะเข้ามาทำดีด้วยเด็ดขาด พร้อมกันนั้นก็ยัดสัญญาณเตือนภัยให้ "อาริน ถ้ามีผู้ชายไหนมาจับมือก็ดึงได้เลยนะ"

        แล้วทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในห้องเตรียมสัมภาษณ์ ภายในห้องนั้นมีคณะครูอาจารย์อยู่สี่ท่านนั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าห้อง มีคนเริ่มสัมภาษณ์กันไปแล้วแต่ละคนใช้เวลาประมาณห้านาทีเท่านั้นก็เสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ เมื่อถึงรอบของเจนภพก็เดินไปนั่งด้วยท่าทีสงบนิ่ง ไม่ได้รู้สึกประหม่าเลย การสัมภาษณ์นั้นใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักซึ่งสำหรับเจนภพเคยช่วยเป็นคนกลางในการสื่อสารมันเป็นของง่ายๆ สำเนียงของเขาอยู่ในเกณฑ์ดีมากและการตอบก็ใช้ภาษาสำเนียงอังกฤษที่ฟังแล้วรื่นหูมากกว่า

        การถามตอบของเจนภพนั้นไม่ได้รู้สึกว่ากินเวลานานสักเท่าไหร่ การพูดคุยเพียงห้านาทีก็ได้รู้อะไรมากกว่าการแนะนำตัวเอง พวกเขาทราบว่าเจนภพพูดได้หลายภาษาและทั้งหมดเกิดจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น ทราบอีกว่าเคยทำหน้าที่เป็นคนกลางในการสื่อสารกับชาวต่างชาติ ประวัตินั้นอาจจะดูเหมือนการคุยโวแต่เมื่อลองทดสอบโดยให้คณะครูที่เชี่ยวชาญภาษาอื่นแกล้งถามเป็นภาษาของประเทศจีน เจนภพก็ยังตอบได้โดยไม่จำเป็นต้องอิงคำตอบพื้นฐาน นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาใช้มันอยู่ในปัจจุบัน

        เสร็จจากการสัมภาษณ์ของเจนภพคราวนี้ก็เป็นทีของอาคมบ้าง อาคมไม่ได้ประหม่าเช่นเดียวกับเจนภพ นิสัยที่แสดงออกนั้นเปลี่ยนไปเป็นนอบน้อมขึ้นเยอะและคล้ายกับเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี แม้ผลการเรียนของอาคมจะผ่านครึ่งแบบขอไปทีซึ่งดูไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่พอได้สัมภาษณ์ถึงได้รู้ว่าอาคมสามารถพูดได้อีกสามภาษาในระดับชำนาญทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส และสเปน แต่เขาก็ได้บอกจุดอ่อนไปว่าอ่อนเรื่องแกรมม่าเพราะว่าใช้แค่การสื่อสารเท่านั้น นอกจากนี้พอมีคณะครูถามถึงความสามารถพิเศษอาคมก็ตอบเรื่องที่เป็นนักมายากลออกไป

        พอออกมาข้างนอกเจอกับรุ่นพี่ปีสองซึ่งเป็นผู้หญิงยืนรออยู่เพื่อบอกทางไปต่อให้ เธอมองอาคมอยู่พักหนึ่งแถมยังถามชื่อโดยกรอกชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ลงไปด้วย เพื่อใช้ติดต่อเรื่องกำหนดการต่างๆ อย่างการรับน้องหรือเรื่องอื่นๆ แน่นอนว่าอาคมไม่ค่อยชอบให้เบอร์โทรศัพท์ใครพร่ำเพรื่อ ปกติมันมีไว้สำหรับติดต่องานหรือมีคนจ้างไปแสดงมายากลในงานต่างๆ อย่างไรก็ตามอาคมลงชื่อตัวเองแต่ไม่ให้เบอร์โทรศัพท์ เขาเห็นชื่อเจนภพอยู่ข้างบนก็เลยลงท้ายที่ชื่อตัวเองว่า 'ติดต่อคนข้างบน' แทน เพราะเจนภพมีเบอร์ของเขาและของอารินอยู่ด้วย เดี๋ยวคงต้องหาทางติดต่อมาแน่

        "ไอ้แมวผี เลิกยุ่งกับน้องสาวฉันได้แล้ว"

        "พี่ชายคะ พี่ราล์ฟบอกว่าจะพาไปกิน MK ด้วยค่ะ ไปกันนะคะ"

        "เพราะแบบนี้ฉันถึงได้เกลียดแกยังไงไอ้กร๊วกเอ๊ย"

        "ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา ฉันเองก็อยากกินอยู่พอดี"

        "ไอ้ตอแหล"

        เพราะมีคนจากสาขาอื่นมารวมด้วยเลยกินเวลานานเอาเรื่อง กว่าจะวัดตัวและชำระเงินค่าเครื่องแบบที่ต้องซื้อของทางมหาวิทยาลัยเสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี อารินก็หิวมากจนต้องซื้อชานมไข่มุกมานั่งดื่มรอ อาคมคิดถูกแล้วที่พาอารินมาด้วยเพราะกว่าจะเดินทางไปกลับในเวลาแบบนี้คงกินเวลานานน่าดู ไหนจะต้องไปซื้อของใช้ส่วนตัวกว่าจะกลับบ้านก็มืดพอดี

        "ให้ตายสิ แค่ค่าชุดนักศึกษาก็เล่นซะกระเป๋าแฟบเลย" อาคมบ่นอุบเซ็งๆ คนอื่นคงไม่รู้สึกอะไรกับค่าใช้จ่ายไม่กี่พัน แต่สำหรับอาคมแล้วเงินหนึ่งพันบาทไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ เลย "ไหนจะค่าใช้จ่ายของอารินอีก เดือนนี้ถ้ายังหางานเป็นหลักเป็นแหล่งไม่ได้มีหวังลำบากแน่"

        ถึงจะเป็นแค่คำบ่นไร้สาระของอาคม แต่เจนภพกลับคิดว่าเขาน่าจะพอช่วยเรื่องนี้ได้อยู่ ได้ยินคุณแม่พูดอยู่ว่าอยากจะได้เบอร์ติดต่อพวกงานบันเทิงอยู่บ้าง เพราะว่ามีเจ้าภาพงานแต่งหลายคนอยากจะให้ช่วยจัดหาพวกนักดนตรีหรือพวกนักแสดงตลกมาสร้างความครื้นเครงให้ในงานของพวกเขา อาคมก็เป็นนักมายากลซึ่งถ้าไปได้สวยมันได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย

        "เอานามบัตรของนายมาสิ แม่ฉันอยากได้เบอร์ติดต่อพวกสายงานบันเทิงตั้งใจจะใช้เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าน่ะ ประมาณว่าจะช่วยจัดหาความต้องการให้ เห็นแบบนี้แม่ฉันค่อนข้างจะกว้างขวางเอาเรื่องอยู่นะ"

        อาคมส่งนามบัตรให้ทันที ถึงจะไม่ชอบใจนักแต่มันก็เป็นเรื่องปากท้อง ถ้าช่วยให้เขามีงานมากขึ้นมันก็ดีกว่ามาก

       

        ที่ตึกคณะบริหารธุรกิจก็อัดแน่นไปด้วยนักศึกษาและผู้ปกครองจนแทบจะไม่เหลือที่ให้ยืนหายใจ ไหนจะพวกรุ่นพี่ปีสองที่สักแต่จะตามหาตัวน้องปีหนึ่งที่เข้าใหม่เพื่อขอชื่อกับเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อให้ทราบเรื่องการรับน้อง ทั้งที่ในความจริงแล้วหน้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยก็มีประกาศเกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษาอยู่ด้วย

        "รู้ไหมว่าฉันอายมากเลยที่ต้องมาเรียนมหาวิทยาลัยนี้น่ะ อุตส่าห์คุยไปทั่วแล้วว่าจะเข้าเรียนของเอกชน แต่ป๊ากลับทำลายความฝันของฉันไปซะหมดเลย นี่อะไรกันถ้าเลือกเอกชนจะให้นั่งรถเมล์ไปเรียนเองแถมจำกัดค่าใช้จ่ายอีกต่างหาก แบบนี้ฉันยอมไม่ได้หรอกนะ" น้ำบ่นเซ็งๆ ที่ต้องมาเรียนมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทั้งที่อุตส่าห์วาดฝันเอาไว้ถึงอนาคตตัวเองอย่างสวยหรู และได้กินข้าวในห้องอาหารเหมือนในละครหรือในมิวสิกวีดีโอ

        มิวกับหลินที่มาด้วยกันนั้นทำได้แค่ยิ้มฝืน พวกเธอไม่ได้มีปัญหาอะไรกับทางบ้านอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยแห่งไหนก็เหมือนกัน ทางครอบครัวของพวกเธอนั้นมองที่ค่าเทอมมากกว่าและยังสนับสนุนทุกอย่างที่ต้องการขอเพียงไม่ใช่อะไรที่เกินเหตุ แต่กับน้ำแล้วมันตรงกันข้าม เพราะถูกเลี้ยงดูมาแบบตามใจทำให้เธอชอบที่จะแสดงตัวว่าดูดีเป็นอันดับต้นๆ อย่างพวกกระเป๋าก็ต้องใช้ของหรูๆ ที่ราคาแพง โทรศัพท์รุ่นใหม่ รถยนต์สวยๆ เอาไว้ขับไปไหนมาไหน

        ทั้งสามคนเลือกเรียนคณะเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดก็ได้รับคำแนะนำจากทางครอบครัวให้เลือกเรียนสายนี้ อย่างไรก็ตามจุดประสงค์ของทั้งสามคนก็ไม่น่าจะใช่การมาเพื่อศึกษาอย่างเดียว

        "แล้วนี่ต้องไปไหนต่อ" น้ำถามเสียงแข็ง

        "มัวแต่มองผู้ชายเลยไม่รู้สินะว่ารุ่นพี่อยากจะนัดไปพูดคุยเรื่องการรับน้อง"

        "ฉันไม่ค่อยอยากจะรับน้องเลย รู้ใช่ไหมว่าที่นี่ใช้ระบบโซตัส" หลินเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่พยายามต่อต้านระบบโซตัสนี้ เคยมีข่าวออกมาเกี่ยวกับการกระทำที่เกินเลยของนักศึกษารุ่นพี่ ก็ได้แต่หวังว่าเธอคงจะไม่ใช่เหยื่อของระบบที่ว่านั่น

        "ที่ไหนก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ" มิวพูดและลากแขนเพื่อนสาวทั้งสองคนให้เดินตามไปด้วยกัน

        "ไม่รู้สิ สงสัยฉันคงได้รับอิทธิพลมาจากในเกมล่ะมั้ง ตอนนี้เป็นถึงหัวหน้าหน่วยกลยุทธ์ในสหพันธ์ใหม่ด้วย รู้อะไรไหมฉันชอบสหพันธ์ในตอนนี้มากๆ เลยนะ ทั้งคุณซากุระ คุณธิดาแห่งศาสตรา คุณวาโย ทั้งสามคนเป็นเพลเยอร์หญิงที่มีอิทธิพลในเกมเลเจ้นด์ ออนไลน์เป็นอันดับต้นๆ เลยนะ"

        "ค่ะ คุณหัวหน้าหน่วยกลยุทธ์ที่ 57 ตอนนี้ได้เวลาเสด็จไปนั่งเป็นลูกน้องคนอื่นแล้วค่ะ" มิวกระแหนะกระแหน ลากทั้งสองคนไปนั่งรวมกันที่ใต้อาคาร ที่นั่นมีนักศึกษาใหม่นั่งรวมกันอยู่กับพื้น ส่วนรุ่นพี่ปีสองก็นั่งอยู่ที่โต๊ะนั่งมองนักศึกษาน้องใหม่แต่ละคน

        การเรียกรวมแทบจะไม่มีอะไรเลยนอกจากให้เขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และชื่อเล่น ดูเหมือนว่ารุ่นพี่บอกว่าจะทำป้ายชื่อแจกให้ในวันรับน้อง มีการอธิบายถึงสิ่งที่ต้องเตรียมโดยเฉพาะเรื่องการแต่งกาย พร้อมกันนั้นแม้จะบอกว่าไม่บังคับให้เข้าร่วม ถ้าใครไม่อยากมาก็ได้ แต่ก็เน้นย้ำว่ามันจะได้คะแนนของหน่วยกิต ก็เหมือนกับเป็นการบังคับให้มาเข้าร่วมนั่นแหละ อย่างไรก็ตามพวกรุ่นพี่เองก็ไม่ได้อยากจะดึงเวลาเอาไว้นานนัก แค่เรียกมาขอให้เขียนชื่อกับเบอร์โทรศัพท์และอาหารที่ทานไม่ได้เพื่อรวมจำนวนที่แน่ชัด เสร็จแล้วก็ปล่อยให้ทุกคนแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านได้

        "รับน้องงั้นเหรอ หวังว่าอาหารคงไม่ใช่ข้าวกล่องนะ ฉันเกลียดข้าวกล่อง" น้ำบ่นเซ็งๆ และก็นั่นแหละเธอรู้แล้วว่ามันจะต้องเป็น 'ข้าวกล่อง' อย่างแน่นอนซึ่งเรื่องนี้มันเลี่ยงไม่ได้

        "แหม งั้นเธอทำไมไม่สั่งพิซซ่ามากินล่ะ" มิวแกล้งถาม

        "นั่นสิ พวกเราหารสามกันไหมแล้วสั่งพิซซ่ามากิน ไม่งั้นก็ไก่ทอด"

        "กินกับพื้นน่ะนะ" หลินถามบ้าง เธอน่าจะเป็นคนเดียวที่กลายเป็นคนช่างสังเกตมากขึ้น เพราะในเกมเธอจะต้องตรวจสอบสถานการณ์เพื่อประเมินอยู่เสมอ ก็เลยรู้ว่าถึงจะสั่งมาก็ต้องนั่งกินกับพื้น "พี่ปีสองก็บอกแล้วว่ากิจกรรมรับน้องจะจัดกันตรงนี้"

        "ฉันเกลียดงานรับน้อง"

        "แต่ฉันไม่" มิวกล่าวยิ้มๆ

        พวกเธอลงชื่อเสร็จก็ตั้งใจจะว่าจะไปเดินเที่ยวช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้ากันต่อและหาอะไรกินด้วย แต่ในตอนนั้นก็เห็นพวกรุ่นพี่ปีสองเดินเข้าไปพูดคุยอะไรบางอย่างกับผู้หญิงคนหนึ่งที่นอนฟุบอยู่บนโต๊ะ พวกเธอสังเกตเห็นได้สักพักแล้วล่ะว่าอยู่ตรงนั้น ท่าทางจะเป็นคนที่รักสันโดษเอามากๆ หลินเห็นแบบนั้นก็เดาว่าน่าจะเป็นพี่ปีสองเหมือนกัน

        "...นะๆ ขอร้องล่ะ ถ้าเป็นนายคงทำได้สินะ..."

        นาย? ประโยคนั้นมีสรรพนามที่แปลกเอามากๆ แม้แต่หลินเองก็รู้สึกสับสน

        "...ข้าวกล่อง 140 กล่อง 3 วัน? เสียใจด้วย ฉันไม่ชอบทำงานที่ต้องขาดทุน พวกเธอหวังจะประหยัดเงินงบประมาณ แต่สำหรับฉันทำทุกอย่างเพื่อเงิน..."

        "แต่นี่มันเป็นหน้าที่ของพวกเรานะ ทุกคนเขาก็ช่วยงานกันหมด"

        "แล้วยังไง...สำหรับฉันไม่มีเงิน ก็ไม่มีงาน จะไล่ฉันออกจากกลุ่มก็ได้ซึ่งฉันไม่สนและไม่คิดจะแคร์ใครด้วย"

        "ต้นข้าว..."

        "ฉันเคยบอกไปแล้วนะว่าไม่ชอบให้ใครเรียกชื่อเล่นของฉัน...ข้าวกล่อง 420 กล่อง ถ้าคิดด้วยราคาปกติก็เป็นเงิน 16,800  บาท ฉันสามารถช่วยลดภาระนั่นได้โดยทำให้ราคาเหลือเพียงแค่ 7,000 บาท แต่ฉันจะคิดค่าแรง 1,000 บาท ถ้าพวกเธอไม่ตกลงก็ไปหาร้านรับจ้างทำข้าวกล่องเองก็แล้วกัน"

        "ตกลง แต่นายห้ามทำอาหารมักง่ายมาเด็ดขาด"

        "ข้อดีอย่างหนึ่งของฉันก็คือ จ่ายเงินมาเมื่อไหร่ รับประกันคุณภาพของผลงาน...ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน"

        หลินไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แค่บังเอิญได้ยินมาเท่านั้น แต่จากบทสนทนาดูเหมือนว่าคนที่เธอคิดว่าเป็นผู้หญิง แท้ที่จริงแล้วเป็นผู้ชายที่นิสัยค่อนข้างจะเฉื่อยชาเอามากๆ ทว่ากลับเป็นคนที่เหมือนจะถูกพึ่งพามากที่สุด และไม่น่าเชื่อว่านิสัยแบบนั้นจะไม่ถูกรังเกียจ ตอนแรกตั้งใจจะถามว่ารุ่นพี่คนนั้นเป็นใครแต่ก็คิดว่าเมื่อถึงวันรับน้องคงได้รู้เอง ได้ยินมาว่าเขาจะรับหน้าที่ทำข้าวกล่องให้ด้วย

 

        เพราะอารินอยากจะเข้าห้องน้ำก็เลยต้องมายืนรออยู่ที่ทางเดิน พวกผู้หญิงที่ผ่านไปมาแอบแวะหยุดมองที่อาคมซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เจนภพ ทั้งสองคนดูจะมีเสน่ห์กันคนละแบบแต่สายตาที่มองอาคมนั้นมีมากที่สุด คงเพราะบุคลิกในตอนนี้ที่ค่อนข้างจะดึงดูดให้ทุกคนเข้าหาได้ง่ายๆ ทว่ามันก็โดนหักล้างโดยบุคลิกของเจนภพที่ปฏิเสธการเข้าหาของทุกคน

        "เรื่องในเกมน่ะ นายโอเคนะ"

        "เออ แค่รู้จากอารินว่าไม่มีปัญหาอะไรก็พอแล้ว"

        อาคมทราบว่าอารินอยู่กับซีกเกอร์ ซึ่งตอนนี้รับหน้าที่สอนการใช้เมจิกการ์ดให้ ถึงเขาจะรู้สึกไม่ชอบใจแต่อารินบอกว่าซีกเกอร์เป็นคนดีเขาก็พร้อมจะเชื่อเสมอ

        ถึงการกระทำที่ผ่านมาจะไม่ชวนให้คิดแบบนั้นก็เถอะ

        "ส่วนแกถ้าอยากจะขอโทษล่ะก็ ไปให้พ้นหน้าฉันซะ"

        "ไม่มีทาง" เจนภพตอบ เขาถอดแว่นออกมาเช็ดให้สะอาด "ที่จริงแล้วแม่ฉันอยากจะพาอารินไปเที่ยวบ้านที่เชียงใหม่ คงเพราะรู้สึกถูกชะตาก็เลยให้ฉันมาชวนพวกนายสองคนไปด้วย แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางนั้นฟรี นายจะปฏิเสธก็ได้แต่ฉันเชื่อว่าอารินจะต้องตอบตกลง"

        อาคมกัดฟันกรอด แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับบังคับให้เขาตกลงเลยน่ะสิ อารินอยากไปเที่ยวอยู่แล้วและคงไม่ปฏิเสธคนรู้จักแน่ๆ แถมยังเป็นแม่ของเจนภพอีกต่างหาก สุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือกก็ต้องยอมตกลงที่จะไปด้วย เจนภพก็เลยบอกวันที่จะไปให้ทราบเพื่อให้ไปเตรียมตัวให้พร้อม แม้อาคมบอกว่าจะไปรอที่สนามบินแต่หลังจากที่เจนภพพูดไปถึงความไม่สะดวกสบายของอาริน ก็ได้ที่อยู่ของอาคมมาจนได้

        ขณะที่กำลังพูดคุยอยู่นั่นเอง เจนภพก็พลันไปเห็นคนรู้จักกำลังเดินตรงมา ที่เขารู้ก็เพราะลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์นั่นแหละ รูปร่างที่คล้ายกับผู้หญิงชนิดที่ว่าผู้หญิงตัวจริงยังอาย ท่าเดินที่ดูซึมๆ คล้ายกับคนที่ไม่มีแรงจะทำอะไร แต่ก็จะหันไปโชว์สัญลักษณ์มือใส่พวกคนที่มาผิวปากแซว...เขาคนนั้นคือ ต้นข้าว

        ต้นข้าวเป็นเพื่อนของเจนภพที่เคยเจอกันในการสอบวัดความรู้ระดับประเทศ เป็นการสอบที่จัดขึ้นปีละหนึ่งครั้งเพื่อตรวจสอบคุณสภาพผู้เรียน ทั้งด้าน IQ และ EQ รวมไปถึงความรู้พื้นฐาน มีผู้เข้าสอบเป็นจำนวนมากเหมือนกัน ต้นข้าวคนเดียวที่มาสอบแต่ส่งกระดาษเปล่าจนเกิดปัญหา ซึ่งในภายหลังก็ได้ทดสอบเพิ่มเติมถึงได้รู้ว่าเขาเป็นคนที่เก่งมากคนหนึ่ง แต่ท่าทางเฉื่อยชาและทำเพื่อเงินก็เลยถูกมองว่าเป็นคนแปลกๆ

        แม่ของเจนภพกับแม่ของต้นข้าว รู้จักกันที่นั่นคุยไปคุยมาก็สนิทกันซะงั้น จำได้ว่าทั้งสองคนปรึกษากันเรื่องรับมือกับลูกชายตัวเอง ต่างคนต่างก็พากันอิจฉาอีกฝ่าย แม่ของเจนภพอยากจะให้ลูกชายดื้อนิดๆ จนเธอต้องคอยบ่นคอยสอน ส่วนแม่ของต้นข้าวอยากได้ลูกชายที่เป็นคนเอาการเอางานมากกว่านี้ และนิสัยดีว่านอนสอนง่าย

        ครั้งหนึ่งที่ต้นข้าวต้องมาขออยู่ที่บ้าน เนื่องจากพ่อกับแม่ของเขาต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลาสองสัปดาห์ และไม่อยากให้อยู่บ้านคนเดียว กลัวว่าต้นข้าวจะไม่ยอมไปโรงเรียนหรือไม่ยอมกินข้าว สุดท้ายก็นั่นแหละ โดนคุณนายวิลาวรรณลากไปนู่นมานี่ จนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง หลังจากนั้นต้นข้าวก็กลัวจนไม่กล้าจะมาที่บ้านอีกเลย

        น่าตกใจมากที่ต้นข้าวเรียนมหาวิทยาลัยนี้ด้วย ได้ยินมาว่าหมอนี่พยายามจะเรียนให้จบหลักสูตรภาคบังคับและหางานทำ เป้าหมายในชีวิตของหมอนี่แตกต่างจากคนอื่น นั่นคือการหาคำตอบที่ว่าตลอดชีวิตถ้าคนเราทำงานโดยใช้เงินอย่างประหยัดที่สุด จะหาเงินได้มากที่สุดเท่าไหร่

        "ดูเหมือนว่าฉันจะเจอกับปัญหาแล้วสิ" เจนภพพึมพำ เขาเห็นสายตาของต้นข้าวตอนที่มองมาพอดี

        และเขาคิดถูก ต้นข้าวตรงปรี่มาหาเขาจริงๆ จะเดินหนีก็ได้อยู่หรอกแต่คงไม่มีใครโง่พอจะเดินหนีถ้ารู้ว่าตกเป็นเป้าหมายของต้นข้าว

        "นี่นาย...เอกภพ"

        "เจนภพ...แล้วนายมีธุระอะไรกับฉัน คงไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องงานรับน้องนี่หรอก ใช่ไหม ไม่สิ..." เจนภพครุ่นคิดอยู่ไม่กี่วินาที พยายามมองหาความเป็นไปได้ทั้งหมดและถ้าถึงขนาดที่ต้นข้าวเห็นคุณค่าของเขาก็น่าจะเป็นเรื่องเดียว "...หรือว่านายอาสาดูแลเรื่องอาหาร"

        "แบบนี้คุยกันง่าย เพราะงั้นช่วยบอกสถานที่ที่สามารถซื้อวัตถุดิบทำอาหารได้ในราคาถูกมาให้หมดเดี๋ยวนี้ ฉันต้องการวัตถุดิบที่สด สะอาด ได้ปริมาณเยอะ และที่สำคัญคือต้องถูกมาก ระยะทางต้องไม่ไกลจนถึงขนาดต้องมีค่าเดินทางที่เกินความจำเป็น ในกรณีนี้ถ้าเป็นไปได้ขอเป็นตลาดสดกับช่วงเวลาที่ซื้อได้ในราคาถูก หรือถ้าหากนายสามารถซื้อให้ได้ในราคาถูกฉันก็ยินดีจะฝากนายซื้อให้"

        ก็แบบนี้แหละ...

        ต้นข้าวในชีวิตจริง ค่อนข้างจะงกกว่าการเป็น ลอนดอน ในเกมออนไลน์

        ถ้าถามว่างกมากแค่ไหน...

        เรื่องนี้เจนภพเองก็ไม่สามารถให้คำตอบได้

        "แกนี่รู้จักคนแปลกๆ เยอะเหมือนกัน" อาคมมองต้นข้าวไม่วางตา ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกไม่ถูกชะตากับหมอนี่ตั้งแต่แรกเห็น หรือน่าจะเป็นเพราะว่าเป็นคนประเภทเดียวกับเจนภพที่จะเข้าหาคนที่ทำประโยชน์ให้ตัวเองได้

        "อันที่จริงนายก็มีความแค้นกับหมอนี่เหมือนกันนะ" เจนภพแกล้งแย่เล่น

        "ฉันไม่รู้จักมันสักหน่อย ทำไมต้องไปแค้นมันด้วย"

        หากอาคมทราบเรื่องที่ต้นข้าวในเกมเคยส่งคนมาเล่นงานซึ่งตอนนั้นอารินก็ตกเป็นเป้าหมายด้วย คงเข้าไปซัดหน้าทันทีโดยไม่พูดไม่จาละมั้ง แต่เจนภพก็ไม่คิดจะบอกเรื่องนี้ออกไป

        สุดท้ายเจนภพก็ต้องยอมช่วยต้นข้าว เพราะขืนไม่ช่วยวันนี้ทั้งวันคงไม่เป็นอันทำอะไรแน่ ต้นข้าวบอกเมนูอาหารที่จะทำเพื่อให้เจนภพจำแนกรายการวัตถุดิบ และจากนั้นก็ช่วยกันคำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องรวมค่าเดินทางจากงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด เป็นโชคดีที่เจนภพรู้จักร้านหลายร้านที่สามารถขายส่งได้ในราคาถูก จนเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็แยกตัวออกไปทันที พออารินออกมาจากห้องน้ำพวกเขาก็เรียกรถแท็กซี่และไปหาอะไรกินกันที่ห้างสรรพสินค้า

        เจนภพอาสาจะเป็นคนเลี้ยงอาหารแต่อาคมไม่ยอมสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการหารคนละครึ่ง เจนภพถามอารินเรื่องการไปเที่ยวก็ได้คำตอบว่าอยากไปด้วย พอตกลงกันได้แล้วอารินก็ดีใจมากเมื่อทราบว่าที่บ้านของเจนภพมีสระว่ายน้ำให้เล่นด้วย หลังจากที่ทานกันเสร็จและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว อาคมกับอารินก็ขอแยกไปซื้อของใช้ส่วนตัวกัน เจนภพก็เลยไม่ได้ว่าอะไรและเดินทางกลับบ้าน

 

        "เห หนูต้นข้าวอยู่มหาวิทยาลัยแล้วงั้นเหรอ คิดถึงจังเลยนะ อยากให้มาค้างที่บ้านอีก" วิลาวรรณกล่าวยิ้มๆ หลังจากที่ได้ฟังเจนภพเล่าถึงสิ่งที่เจอมาในวันนี้

        เรื่องที่เธอดีใจที่สุดก็คือ การที่อาคมกับอารินตกลงจะไปเที่ยวบ้านที่เชียงใหม่ด้วยกัน ซึ่งเธอรู้สึกว่าตัวเองถูกชะตากับอารินก็เลยคาดหวังเอาไว้ ถึงขนาดตั้งใจจะโทรไปบอกทางนั้นให้เตรียมห้องพักสำหรับแขกอีกสองที่เอาไว้ด้วย

        "จะว่าไปได้โคจรลมปราณอย่างที่แม่สั่งไปหรือเปล่า"

        เจนภพตักปลาทอดน้ำปลาใส่จานและราดด้วยแกงเขียวหวาน จัดจานให้ดูน่ากินมากขึ้นแล้วตอบว่า "ครับ มันแตกต่างจากการปรับจังหวะการหายใจมากครับ ไม่สิ อันที่จริงมันก็เป็นพื้นฐานขั้นเริ่มต้นของการฝึกลมปราณตั้งแต่แรก แต่หลังจากได้ลองดูถึงได้เข้าใจครับ ที่ภพใช้ในเกมเป็นแค่การใช้แบบผิวเผินจริงๆ"

        ตลอดทั้งวันเจนภพได้ลองฝึกฝนการใช้ลมปราณในโลกแห่งความเป็นจริง คนอื่นอาจจะมองว่าเป็นอะไรที่เพ้อฝัน แต่เจนภพก็เติบโตมาในครอบครัวที่ตั้งแต่รุ่นคุณตามาก็ฝึกฝนวิชาการต่อสู้จนรับรู้ได้ถึงสิ่งที่เรียกว่า ลมปราณ ในชีวิตจริง ถึงมันจะไม่ช่วยให้เหาะเหินเดินอากาศได้ดั่งในภาพยนตร์ แต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับยาอายุวัฒนะซึ่งช่วยทำให้ผู้ที่ฝึกตนจนบรรลุมีอายุที่ยืนขึ้นไม่พ่ายแพ้แต่โรคที่เกิดจากความชราภาพ

        "แม่ไม่เตือนลูกเพราะอยากให้เข้าใจด้วยตัวเองนั่นแหละ คืนนี้แม่เตรียมแบบฝึกสุดโหดเอาไว้ให้ด้วยนะ อยากให้ใช้สูงสุดคืนสู่สามัญได้เหมือนแม่ จะได้สู้กันได้สนุกมากขึ้น"

        อ่า...เจนภพเริ่มรู้สึกหนาวสะท้าน การฝึกของคุณแม่สำหรับเขาแล้วเป็นอะไรที่โหดมาก ฝึกพื้นฐานเสร็จก็ต้องไปซ้อมต่อสู้ แน่นอนว่ามันจบลงที่ความตายของเขา แต่อย่างน้อยทักษะที่นิ่งสงบมานานก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดมาตั้งเยอะ

        "ครับ" เจนภพได้แต่ตอบรับโดยไม่มีสิทธิ์ที่จะแย้งหรือเถียงสักคำ

        เพราะรู้ดีว่าเถียงไปสุดท้ายก็ลงอีหรอบเดิม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 19:18
    ......thanks ^^
    #14221
    0
  2. #13446 _wdis? (@055440769) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 20:21
    อ่านตั้งแต่ตอนเจนภพเป็นรุ่นพี่จนตอนนี้กลายเป็นรุ่นน้องเราละ 555555555555555 //โลกเรียล

    ไรท์เขียนแบบนี้เป็นการเชื้อเชิญให้อยากไปลูบหน้าท้องเจนภพมากค่ะ ;//;

    มีคนพูดเกริ่นมาก็รู้เลยว่าเป็นใคร 555555 น้องน่ารักขนาดนี้ไม่หวงได้ไง

    พอเห็นคนอื่นพูดแบบนี้แล้วก็รูเสึกได้เลยว่ามันห่างชั้นกันมาก *_* แลดูมีความยิ่งใหญ่

    อืมๆ เจนภพชวนอาคมไปเดทที่เชียงใหม่ ไปซะไกลเลยนะ

    ...... เชี่ยยนนนนนนนยยยยยย โคตรพ่อโคตรแม่แห่งความช็อค เนี่ยนะอสูรร้ายลอนดอน อมกกกกกกกกกกกกกกก แม่งงงง โคตรแบบบ ไม่เชื่อ เงิบมากสุดดด โคตรชอบลุคในเกมของนาง แต่แบบ โลกเรียลนี่รู้สึกรำคาญยังไงไม่รู้ tot

    //กลับไปเป็นราล์ฟอีกละ ยังไม่หายคิดถึงเจนภพเหล่ยยย
    #13446
    0
  3. #13258 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 07:23
    อ่านจากคอมเมนท์เพิ่งรู้ว่าก่อนรีไรท์มีคุยกับตัวเองด้วย?! อย่าทำแบบนั้นอีกนะคะ! มีแต่คนบ้านั่นแหละที่คุยกับตัวเอง มันแตกต่างต่างจากการเขียนลงสมุดบันทึกแล้ววิเคราะห์ตัวเองนะ ต่างกันมากจริงๆ ยิ่งภาพลักษณ์เจนภพเป็นคนเคร่งเครียดด้วย ยิ่งทำให้ดูบ้าไปเลยถ้าเป็นแบบนั้น ต้องรักษาแล้ว! อย่าทำอีกนะ!
    #13258
    0
  4. #13257 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 07:18
    ตอนนี้เป็นตอนที่ชอบตอนหนึ่งเลยค่ะ ตอนในโลกจริงก็มีเสน่ห์อีกแบบกับตอนที่อยู่ในเกมส์นะ หวังว่าจะได้เห็นอีกเยอะๆ อิอิ อยากรู้จังว่าจะโดนรับน้องออกมาอีท่าไหน นึกไม่ออกจริงๆ
    #13257
    0
  5. #13233 หนูมะเหมี่ยว (@ma-me-aw) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 23:11
    กลุ่มผู้หญิง 3 คนโผล่มาเพื่อ?? ตัวละครเอาแต่ใจโผล่มาอีกละ 
    #13233
    0
  6. #13211 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 00:52
    เด๋วนะ ลอนดอน!!!
    อิมเมจนายในโลกจริง
    ช่างแตกต่าง...
    แถมชื่อ...ต้นข้าว!!!
    รูปร่างหน้าตา...คล้ายผู้หญิง!!!
    ไหนจะอาการ
    ตอนเจอกับเจนภพอีก
    บทส่งขนาดนี้...
    สาววายไม่จิ้น...
    ก็เสียชาติวายแล้ว!!! 555+
    #13211
    0
  7. #13198 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 03:30
    ราล์ฟใส่ชุดม.ปลาย......นึกภาพไม่ค่อยออกแหะ
    //นึกภาพใส่เสื้อขาว กางเกงขาสั้นแล้วรูสึกแปลกๆ 5555555
    #13198
    0
  8. #13194 Nerd Neko (@pattee2544) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 23:55
    อา ชอบแบบเดิมอยู่นะ มันเฉลยความสามารถที่แท้จริงของเจนภพ และอย่างน้อยก็รู้ว่าเขายังมีภาคความรัก
    #13194
    0
  9. #13193 yiw_zA (@xawdsaa087) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 23:50
    ช่วงนี้จะเริ่มรับน้องพอดี
    #13193
    0
  10. #13191 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 14:34
    รีไรท์ใหม่ดีกว่าเดิม ตอนเก่าเจนภพคุยกับตรงเองแล้วกุมขมับ โถ่ นึกว่าบ้าไปแล้ว 555

    ชอบแบบนี้มากกว่า ว่าแต่เจนภพใส่ชุด ม.ปลาย ใช่ไหม?! จำไม่ได้แล้วว่าชุด ม.ปลายไทยใส่กางเกงขาสั้นรึเปล่า อ๊ากกกก ขาของเจนภพ #โดนตบ
    #13191
    0
  11. #13189 BomS_Za (@dautoloot) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 12:14
    ราฟจังคงเหงา. จนเกิดบุคลิกแปลกแยก. หน้าเศร้าใจ. ไม่เป็นไรนะราฟ. นายยังมีเราอย่าคุยกับตัวเองบ่อยนะ. เดียวจะแยกความจริงกับความฝันไม่ออก
    #13189
    0
  12. #13188 Zebastian Michaelis (@beerorbie) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 00:31
    เป็นคุณแม่ที่เอาแต่ใจ และยุ่งไปทุกเรื่องจริงๆ , ถ้าราล์ฟเปลี่ยนไปมันก็ไม่ใช่ราล์ฟอ่ะ เหมือนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพียงเพราะว่าคนรอบข้างเห็นว่าดีและอยากให้เป็น แต่เราคิดว่าแค่เปลี่ยนทัศนคติหรือความคิดก็เพียงพอแล้ว เป็นตัวของตัวเองน่ะดีที่สุดแล้ว เพราะถ้ากลายเป็นราล์ฟที่หัวเราะเอิ้กอ้ากเวลาตลก หรือ ร้องไห้จะเป็นจะตายเวลาเศร้า มันแปลกๆ
    #13188
    0
  13. #13187 พี่ตุลา (@Ghostwriter) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 21:36
    เข้าภาคสามเเล้วสิน่ะ

    เเต่คงไม่รอดจากการจิ้นวายอยู่ดี

    อ่า ใช่คำว่าเราเเทนตัวดูมุ้งมิ้งจัง!~~
    #13187
    0
  14. #13186 ลั้ลลาเกินเหตุ (@0854711211) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 20:42
    เจนภพคนใหม่จะมีเสน่ห์ขนาดไหนเนี่ยยยยยยย
    #13186
    0
  15. #13185 SirChiew (@SirChiew) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 17:55
    ... inside out ...
    #13185
    0
  16. #13184 ท้องฟ้าจำลอง (@Wan_4224) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 19:10
    เอาเว้ยๆๆ
    #13184
    0
  17. #13183 โอมมณี (@akkabong) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 19:43
    เหออออออ สนุกแล้วววว
    #13183
    0
  18. #13181 white-rabbit (@leesora) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 15:23
    เจนภพคนใหม่จะเป็นยังไงนะ อยากอ่านต่อแล้วว
    #13181
    0
  19. #13180 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 09:27
    เหยดดดด
    คุยกะตัวเองได้ด้วยยย
    นี่มัน Inside Out!!!

    Thank u kuff
    #13180
    0
  20. #13179 Game Min (@0844103510) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 09:08
    ใช่ เห็นด้วย นายภพน่าจะฝึกในโลกจริงไปด้วย
    #13179
    0
  21. #13178 ฟองดูว์ ชูครีม (@poji31) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 07:51
    เราว่าเราคุยกับตัวเอง 3 ตัวตน
    ว่าเยอะแล้วนะ นี่ของเจนภพ
    มีกี่ตัวตนกันเนี่ย เดี๋ยวก็เพิ่มขึ้นมาอีก
    ต้องเรียกว่าบ้า หรือคนคิดนอกกรอบ
    ดีเนี่ย ของเรามี เหตุผล อารมณ์
    และตัดสินใจ
    #13178
    0
  22. #13177 Lady-Victoria (@1100400814037) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 02:52
    personal unconscious สินะ
    #13177
    0
  23. #13176 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 02:11
    สนุกๆๆๆๆๆๆ
    #13176
    0
  24. #13175 0960430402 (@0960430402) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 00:30
    หาหมอบ้างนะเจนรพ
    #13175
    0
  25. #13174 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 344)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 23:15
    กำลังจะได้ดาบฟันวิญญาณแล้ว ฮ่าๆๆๆ บังไค
    #13174
    0