[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,160 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,088 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,431

    Overall
    1,474,160

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 เปลี่ยนอาชีพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    24 พ.ค. 56

บทที่ 2 เปลี่ยนอาชีพ

 

          แฮกๆๆ

          เสียงหอบหายใจถี่ของเด็กหนุ่มผมตั้งชี้ไม่เป็นทรงดังขึ้น ดาบในมือวาดลงเป็นเส้นตรงหมายจะตัดสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ขาดสะบั้น แต่สิ่งนั้นกลับเคลื่อนที่หลบอย่างเร็วมากทีเดียว

          “โธ่เว้ย มิน่าล่ะทำไมถึงไม่ค่อยมีคนอยากมาทำภารกิจนี้กัน” เด็กหนุ่มสบถ พุ่งตัวหลบไปด้านหน้าพอตั้งตัวได้ก็เหวี่ยงดาบเป็นแนวขว้างใส่ทันที

          แก๊ง!!

          สะเก็ดไฟที่กระเด็นออกมาบ่งบอกให้รู้ว่าสิ่งนั้นมีความแข็งดุจเหล็กกล้า แต่เขาก็ไม่ยอมเปิดช่องว่างนานนักเมื่อรู้ว่าการโจมตีไม่ได้ผลก็วิ่งไปที่ต้นไม้และวิ่งไต่ไปประมาณสี่ก้าวก่อนจะม้วนตัวกลับมาแล้วฟันใส่สัตว์อสูรนั่นทันที

          เขี้ยวอันแหลมคมที่พุ่งเข้ามานั้นทำให้เด็กหนุ่มเดาะลิ้นขัดใจแล้วเปลี่ยนจากท่าโจมตีกลางอากาศเป็นการหมุนตัวหลบแทน ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ใครๆจะทำก็ได้ มันต้องอาศัยโชคหรือการฝึกฝนมากที่เดียว และสิ่งที่เด็กหนุ่มอาศัยก็คือโชคนั่นแหละ

          “ความไวกับพลังไม่ใช่คู่ต่อสู้เลยแหะ”

          เพราะแค่เฉียดร่างกายของเด็กหนุ่มก็กระพริบเตือนว่าเลือดลดลงไปมากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ทำให้ต้องเปิดกระเป๋าแล้วหยิบของออกมาอย่างรวดเร็ว มันเป็นน้ำยาสีแดงแต่เขาก็ดื่มมันอย่างไม่ลังเล จนร่างกายกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

          เด็กหนุ่มเหงื่อซึม ดวงตาประกายกร้าวจ้องมองศัตรูที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่วางตา แม้ความแตกต่างจะเห็นได้ชัดจากภายนอกแต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้

          “อย่าโง่น่า คิดว่าฉันจะมาสู้กับแกโดยไม่ได้เตรียมความพร้อมเอาไว้อย่างงั้นเหรอ” เขาเผยยิ้มออกมา ก่อนจะใช้ดาบตัดเชือกที่อยู่ตรงหน้า

          ทันใดนั้นเองก็มีก้อนหินจำนวนมากตกลงมาในตำแหน่งที่ศัตรูของเด็กหนุ่มอยู่ แต่มันยังไม่หมดแค่นั้นเมื่อเด็กหนุ่มหมุนตัวแล้วฟันเชือกที่มัดกับต้นไม้จนขาดก็มีไม้แหลมถูกดีดออกมาแทงร่างของมันทันที

          ร่างของมันส่ายโอนเอนไปมา ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวดแต่เด็กหนุ่มรู้ดีว่ามันไม่มีทางเสร็จเพราะเรื่องแค่นี้แน่ๆ ด้วยเหตุนี้เขาจึงเหลือไพ่ตายสุดท้ายเอาไว้

          “กินนี่ซะ เจ้างูบ้า” แล้วเขาก็ยัดวัตถุสีดำด้านที่ถอดสลักแล้วยัดเข้าไปในปากของมัน ก่อนจะดีดตัวถอยออกมา

          ตูม!

          ร่างของมันพลันแหลกเละ เลือดสาดกระเด็นไปทั่วทิศทาง ขณะที่เด็กหนุ่มเดินออกมาจากหลังต้นไม้ที่ใช้บังเลือด

          “ผู้เล่นราล์ฟทำการสังหาร ราชางูยักษ์ ระดับ 25 ระดับพื้นฐานเลื่อนขึ้นเป็นระดับ 20

        “ทักษะฟัน เลื่อนขึ้นเป็นระดับ 3 ทักษะปีนไต่ เลื่อนขึ้นเป็นระดับ 2

        “ได้รับเงินจำนวน 400 เหรียญเงิน เสื้อเกราะหนังงู ระดับ C 1 ตัว เข็มขัดงู ระดับ D 1 เส้น สร้อยเขี้ยวงู ระดับ C 1 เส้น”

        เสียงของระบบที่ดังขึ้นทำให้ราล์ฟยิ้มออกมา ก่อนจะเดินไปที่ร่างของมันแล้วใช้ขวดรองเลือดของมันจนเต็ม แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะมาเสียเที่ยว หยิบขวดอีกหลายขวดออกมาเก็บเลือดของมันให้หมดจากนั้นก็ชำแหละเอาของที่น่าจะมีราคาใส่กระเป๋า

          หลังจากเริ่มเล่นเกมมานี่ก็เป็นวันที่หกแล้ว ตอนนี้เขาพอจะรู้แนวทางการเล่นเกมบ้างแล้วจึงไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไหร่ วนเวียนรับภารกิจและลุยเดี่ยวมาตลอดสี่วัน นี่ก็เป็นภารกิจหนึ่งที่เขารับมาจากร้านขายยาของป้าเดย์ซี่ โลหิตของราชางูยักษ์

          ราล์ฟเปิดกระเป๋าแล้วหยิบใบกลับเมืองจากกระเป๋าแล้วใช้มันวาปกลับเมืองทันที เพราะภารกิจนี้เป็นแบบจำกัดเวลาโดยกำหนดเพียงแค่สองวันเท่านั้น จนเมื่อกลับมาถึงเมืองเขาก็ตรงไปที่ร้านของป้าเดย์ซี่ทันที

          “ป้าครับ ผมมาส่งภารกิจครับ” แล้วราล์ฟก็หยิบของจากภารกิจมา มันไม่ได้มีแค่เลือดของราชางูยักษ์เท่านั้น แต่กลับมีกระสอบมากมายรวมไปถึงกล่องยา

          “มาอีกแล้วเหรอจ๊ะ หนูราล์ฟนี่ขยันจริงๆ ตายแล้วนั่นถ้าป้าตาไม่ฝาดคงเป็นเลือดของราชางูยักษ์ใช่ไหมเนี่ย” แล้วหญิงวัยกลางก็เดินเข้ามาหยิบขึ้นมาตรวจสอบ

          “ไปล่ามาได้ไงเนี่ย ราชางูยักษ์ถ้าไม่ใช้คนจำนวนมากคงทำอะไรมันไม่ได้หรอกนะ เกล็ดของมันก็แข็งมากผู้เล่นที่ยังไม่เปลี่ยนอาชีพไม่มีทางฆ่ามันได้เด็ดขาด”

          ที่ป้าเดย์ซี่พูดมาไม่ผิดซะทีเดียว ผู้เล่นใหม่ไม่มีทางฆ่ามันได้อย่างเด็ดขาดเพราะว่าเกล็ดของมันแข็งมาก แม้ว่าจะเปลี่ยนอาชีพและมีทักษะโจมตีแล้วก็ตามแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะจัดการกับมันได้ง่ายๆ วิธีเดียวที่ง่ายที่สุดคือการใช้คนจำนวนมากและระดับสูงๆรุมโจมตีเท่านั้น

          “แค่โชคดีเท่านั้นแหละครับ” ราล์ฟไหวไหล่วืด

          ราล์ฟรับเงินรางวัลทั้งหมดหนึ่งพันห้าร้อยเหรียญเงินมาเก็บใส่กระเป๋า แล้วก็หยิบเลือดที่เก็บมาออกมาขายแยกอีกที ทำให้เขาได้รับทรัพย์กองโต เพราะขวดหนึ่งขายได้ราคาสูงถึงขวดละ ห้าร้อยเหรียญเงินทีเดียว จากนั้นเขาก็ซื้อของที่จำเป็นมาเพิ่มเติมโดยเฉพาะน้ำยาฟื้นพลังและน้ำยาเลือดชนิดละสิบขวด

          “วันหลังก็เอาของมาขายป้าอีกได้นะ”

          เด็กหนุ่มได้แต่ยิ้มให้แล้วจึงเดินออกจากร้านไปทันที ตอนนี้เขามีเงินอยู่ในตัวมากถึงเก้าพันเหรียญเงิน เพราะสี่วันที่ผ่านมานี้เขาเอาแต่รับภารกิจที่ได้เงินดี แม้งานจะยากไปนิดแต่ค่าประสบการณ์ที่ได้รับมันก็คุ้ม เพราะคติของเขาก็คือจะทำทั้งทีมันต้องคุ้ม ด้วยเหตุนี้ภารกิจของเขาส่วนใหญ่จึงมีแต่ภารกิจยากๆที่ไม่สามารถทำได้คนเดียว ราชางูยักษ์ก็เป็นหนึ่งในภารกิจนั้นด้วย

          ตอนนี้ราล์ฟมีระดับยี่สิบจึงสามารถเปลี่ยนอาชีพได้แล้ว และอาชีพที่เขาอยากจะเป็นก็คือกุ๊ก แม้จะเป็นอาชีพที่ไม่ใช่สายต่อสู้ก็จริงแต่มันก็มีข้อดีอย่างหนึ่งที่เขาอยากได้มาก จึงใช้เวลาว่างในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเปลี่ยนอาชีพ ซึ่งวิธีการเปลี่ยนอาชีพนั้นง่ายมากแค่จ่ายเงินค่าสมัครหนึ่งพันเหรียญเงิน แล้วทำอาหารก็ผ่านแล้ว

          แม้จะไม่ใช่อาชีพสายต่อสู้ก็ตาม แต่ก็มีผู้เล่นเปลี่ยนเป็นกุ๊กจำนวนมาก เนื่องจากอาชีพกุ๊กเป็นที่ต้องการมากในกลุ่มของ กิลด์ สมาคม และสมาพันธ์ กุ๊กที่มีฝีมือก็จะถูกกิลด์ใหญ่ๆซื้อตัวไป

 

          อาคารเปลี่ยนอาชีพเป็นอาคารสูงห้าชั้น แต่ละชั้นจะแบ่งเป็นโซนสำหรับแต่ละอาชีพโดยมีหลายอาชีพให้เลือกเปลี่ยน โดยอาชีพที่มีผู้เปลี่ยนมากที่สุดก็จะมีประกาศบนบอร์ด แน่นอนว่าอาชีพกุ๊กก็เป็นหนึ่งในนั้น

          ราล์ฟเดินเข้ามาในอาคารก็เห็นผู้เล่นหลายคนกำลังยืนพูดคุยกับเพื่อนที่ยังใส่ชุดเริ่มต้น การเปลี่ยนอาชีพนั้นไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้เลย ไม่อย่างนั้นNPC คงไม่ได้พักแน่นอนเนื่องจากมีผู้เล่นมาเข้ารับการทดสอบแทบจะทุกสิบนาที ด้วยเหตุนี้การสอบเปลี่ยนอาชีพจึงมีเวลาที่แน่นอนและรับในจำนวนจำกัด

          เด็กหนุ่มเดินไปที่เคาท์เตอร์แล้วบอกจุดประสงค์ว่าต้องการจะเปลี่ยนอาชีพเป็นกุ๊ก เมื่อชำระค่าใช้จ่ายแล้วก็ได้รับบัตรหมายเลขของตัวเอง ซึ่งหมายเลขของเขาคือ 99 จากนั้นก็เดินไปดูว่าห้องสอบเปลี่ยนอาชีพอยู่ชั้นไหน จนเมื่อรู้แน่ชัดแล้วจึงเดินไปที่ห้องสอบทันที

          ที่ห้องสอบอาชีพกุ๊กเต็มไปด้วยโซนสำหรับทำครัวมากถึงห้าสิบโซน ราล์ฟจึงเดินมายืนยังโซนที่หมายเลขของเขากำกับเอาไว้ หากสังเกตรอบๆจะรู้ว่าแต่ละโซนจะมีผู้เล่นยืนด้วยกันเป็นคู่ทำให้พอจะเดาได้แล้วว่าการสอบเปลี่ยนอาชีพนั้นทำอย่างไรกันแน่ อย่างน้อยก็คงต้องรอคู่ของตัวเองก่อนสินะ

          ขณะที่รอราล์ฟก็สำรวจโซนของตัวเอง ทุกอย่างมันเหมือนกับฝันไปเลย เขาเคยฝันว่าสักวันจะได้ลองใช้เตาดินที่ต้องควบคุมความแรงของไฟด้วยการเป่าลม เพราะปัจจุบันมีเตาแก๊สที่สามารถปรับความแรงของไฟได้อย่างสบายๆ แถมเครื่องครัวที่จัดวางเอาไว้ให้ก็เป็นของที่เขาอยากได้มาตลอด

          ยืนสำรวจได้สักพักผู้เข้าสอบคนที่หนึ่งร้อยก็เดินเข้ามา ผู้เข้าสอบคนที่หนึ่งร้อยเป็นผู้หญิงแม้เธอจะไม่สวยเพราะกระที่อยู่บนแก้มทั้งสองข้าง ท่าทางของเธอดูเป็นคนขี้อายไม่ใช่น้อยอายุน่าจะมากกว่าเด็กหนุ่มประมาณหนึ่งปี แต่ราล์ฟก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่

          “ฉันชื่อราล์ฟ ฝากตัวด้วย”

          “เอ่อ...นิมป์ค่ะ ฝะ...ฝากตัวด้วยค่ะ”

          หลังจากที่ผู้เข้าสอบครบหนึ่งร้อยคนตามกำหนด ก็มีเจ้าหน้าที่ในการคุมสอบเปลี่ยนอาชีพเดินขึ้นมากลางเวที ด้านหลังของผู้คุมสอบมีคนอยู่ด้วยกันสามคนแต่ละคนดูต่างฐานะกันมาก ชายคนแรกใส่สูทมาดเหมือนนักธุรกิจ คนที่สองเป็นผู้หญิงใส่ชุดทำครัวเต็มยศ และคนสุดท้ายเป็นชายสูงอายุ ซึ่งจากหน้าตาที่เห็นทำให้ราล์ฟรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ เพราะพวกเขาต่างก็เป็นนักทำอาหารและนักชิมชื่อดังของประเทศทั้งนั้น

          แล้วชายคนหนึ่งที่เป็นเจ้าหน้าที่ก็เดินออกมาประกาศเสียงดังว่า

          “สวัสดีครับนักผจญภัยทุกท่าน และขอต้อนรับพวกคุณเข้าสู่การสอบเพื่อเปลี่ยนอาชีพกุ๊กเนื่องด้วยพวกเราได้รับเกียรติจากแม่ครัวระดับแนวหน้า เจ้าของธุรกิจส่งออกวัตถุดิบระดับโลก และนักชิมอาหารฝีมือเยี่ยม ซึ่งพวกเขาเหล่านี้จะมาทำหน้าที่เป็นกรรมการในการตัดสินว่าอาหารจะผ่านหรือไม่ผ่าน...

          “แต่ขอแจ้งให้ทราบอย่างหนึ่งนะครับ นี่เป็นการทดสอบความสามารถของผู้ที่ต้องการเป็นกุ๊ก โดยพวกเราจะให้โจทย์ในการทำอาหารและให้พวกคุณแต่ละคู่ช่วยกันทำอาหารตามโจทย์ที่พวกเราได้กำหนดขึ้นมา”

          ราล์ฟได้ยินแบบนั้นแล้วก็พยักหน้าช้าๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีคนเล่นเกมนี้เยอะ ดูเหมือนเกมนี้จะลงทุนสูงในการจ้างพวกนักชิมและกุ๊กระดับชั้นนำมาเป็น NPC สินะ แถมขนาดจะเปลี่ยนอาชีพยังต้องทำอะไรให้มันลุ้นอีก แบบนี้น่าสนุกไม่น้อยเลยล่ะ

          แต่ไม่ใช่กับราล์ฟคนเดียวที่รู้สึกตื่นเต้น มีผู้เล่นไม่น้อยทีเดียวรู้สึกแบบเดียวกัน แต่ส่วนใหญ่ก็เริ่มทำหน้านิ่วคล้ายกับไม่เป็นไปตามคาดเลยสักนิด คนที่คู่ของตัวเองสามารถทำอาหารได้ก็ดีไป ส่วนคนที่ได้คู่ที่ทำอาหารไม่ได้ก็แย่หน่อย เนื่องจากว่าปัจจุบันไม่ค่อยมีวัยรุ่นทำอาหารกันแล้ว เพราะมันทั้งเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

          ราล์ฟมองนิมป์คู่หูจำเป็นที่เอาแต่ยืนก้มหน้าไม่พูดอะไรออกมา เห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

          “เอาล่ะครับ โจทย์ของอาหารที่พวกเราจะกำหนดให้ก็คือ ข้าวผัดครับ และหัวข้อของมันก็คือ ของป่า วัตถุดิบที่อยู่ในห้องนี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมดนะครับ กำหนดเวลาจากนี้คือหนึ่งชั่วโมง จะทำแยกหรือทำเดี่ยวก็ได้ เมื่อผมให้สัญญาณก็ให้ทุกท่านเริ่มลงมือทำได้เลยนะครับ...สาม...สอง...หนึ่ง...เริ่มครับ”

          พูดจบนาฬิกาด้านบนก็เริ่มนับถอยหลังทันที ผู้เข้าสอบเปลี่ยนอาชีพก็รีบพูดคุยเพื่อปรึกษากันว่าจะทำอะไรดี บางคนก็ไม่สนใจเดินไปเลือกวัตถุดิบมาทำด้วยตัวเองโดยไม่สนใจว่าคู่ของตัวเองจะเห็นด้วยหรือไม่

          ราล์ฟยังไม่คิดจะเดินไปเลือกวัตถุดิบ แต่มองไปยังเจ้าหน้าที่ผู้คุมการสอบที่กำลังยืนมองผู้เข้าสอบด้วยสีหน้ายิ้มๆ ขณะเดียวกันสีหน้าของทั้งสามคนข้างหลังก็เช่นกัน

          แบบนี้นี่เองสินะ จุดประสงค์ของการทดสอบกุ๊ก

          ราล์ฟหันไปมองนิมป์แล้วพูดว่า “พวกเราจะทำข้าวผัดเห็ด ฝากเรื่องการใช้มีดด้วยล่ะกัน”

          “ตะ...แต่ว่า...ฉันไม่...

          “ฉันรู้ว่าเธอทำเป็น” ราล์ฟพูดจบก็เดินไปหยิบวัตถุดิบบ้าง

          วัตถุดิบที่ราล์ฟเห็นอยู่ตรงหน้านั้นทำให้เขารู้สึกอยากนำมันมาทำอาหารมากจริงๆ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นของที่มีราคาสูงในโลกจริงทำให้ไม่มีโอกาสทำ ไม่นานนักเขาก็เลือกวัตถุดิบได้แล้วนำมาวางเอาไว้ที่โต๊ะ

          “เอ่อ...อาหารมันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอคะ ถึงโจทย์จะบอกว่าเป็นข้าวผัดและมีเงื่อนไขว่าเป็นของป่าก็ตาม แต่ว่าข้าวผัดเห็ดที่คุณคิดจะทำมันเป็นไม่อะไรที่เรียบง่ายเกินไปหน่อยเหรอคะ” นิมป์ถามเสียงสั่นคล้ายจะไม่ค่อยมั่นใจในสิ่งที่เด็กหนุ่มเลือก

          ราล์ฟไหวไหล่แล้วตอบว่า “เรียบง่ายคือคำตอบ อาหารไม่จำเป็นต้องทำจากวัตถุดิบราคาแพงสักหน่อยนี่นา”

          จากนั้นราล์ฟก็เริ่มหุงข้าว เตาแบบเก่าเป็นอะไรที่เขาไม่เคยลองใช้มาก่อนพอได้ลองใช้จริงก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ส่วนทางด้านของนิมป์คู่ของเขาก็ไม่คิดอะไรมาก เริ่มทำการล้างเห็ดเพื่อเอาส่วนที่เป็นดินโคลนออกให้หมด จากนั้นก็ใช้มีดหั่นมันออกมา ฝีมือในการใช้มีดของเธอทำให้เด็กหนุ่มยิ้มออกมา

          ฝีมือใช้ได้นี่ อาจจะเหนือกว่าเราอีก

          แม้เขาจะใช้มีดได้คล่องมากก็ตามแต่ก็มีบ้างที่ต้องกะความยาวของมัน แต่นิมป์สามารถทำได้ดีกว่าเขามาก เธอหั่นผักให้มีขนาดเท่ากันโดยใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบวินาที

          “แล้วจะใช้เครื่องเทศอะไรบ้างคะ จะได้หยิบมาให้” นิมป์ถาม เมื่อเห็นว่าราล์ฟไม่ได้หยิบเครื่องเทศมาเลยสักอย่าง

          “ไม่จำเป็น  หัวข้อคือของป่า...เธอคิดว่าหากอยู่ในป่าจะสามารถหาเครื่องเทศได้ตลอดอย่างงั้นเหรอ” ราล์ฟถามกลับบ้าง

          นิมป์ได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้างุดๆ เพราะเธอไม่ได้คิดเลยว่านี่ก็เป็นการทดสอบด้วย เมื่อมองไปรอบๆก็เห็นว่ามีหลายคนเหมือนกันที่ไม่ได้เลือกใช้เครื่องเทศทำอาหาร ตอนนี้เธอรู้ได้อย่างหนึ่งว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าของเธอทำอาหารเก่งมากเลยทีเดียว

          “แล้วก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกนะ เธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” เขากล่าวดักคอ

          เมื่อข้าวสวยร้อนๆหุงเสร็จเรียบร้อยเขาก็เริ่มดำเนินการทันที เวลาผ่านไปมากกว่าครึ่งชั่วโมงก็จริงแต่เขากลับไม่มีความกังวลใจใดๆเลย และเริ่มทำข้าวผัดโดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติเป็นสิ่งช่วยแต่งกลิ่นให้หอมยิ่งขึ้น นิมป์เองได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลายก็อดที่จะลอบกลืนน้ำลายไม่ได้

          ราล์ฟจัดการในขั้นตอนสุดท้ายคือการจัดจานให้ดูน่าทาน จนในที่สุดก็หมดเวลาในการสอบ บางคู่ที่ทำไม่เสร็จก็ต้องส่งทั้งอย่างนั้น ส่วนคนที่มั่นใจว่าอาหารของตัวเองต้องผ่านแน่นอนก็มีไม่น้อย เพราะจากเท่าที่สังเกตอาหารแต่ละคนล้วนแต่ใช้วัตถุดิบที่ดูราคาแพงเสียส่วนใหญ่

          สมกับเป็นผู้มีชื่อเสียงในวงการอาหารและวงการนักชิม พวกเขาล้วนแล้วแต่วิจารณ์ออกมาตั้งแต่การจัดจาน และการเลือกใช้วัตถุดิบไปจนถึงรสชาติของอาหาร คนที่ทำออกมาได้อร่อยก็จะได้รับคำชม แต่ถ้าไม่อร่อยก็ต้องก้มหน้าร้องไห้รับคำวิจารณ์เหล่านั้น จนในที่สุดอาหารจานที่ห้าสิบก็ถูกนำมาเสิร์ฟให้กับทั้งสามคน

          “แหม เป็นอาหารที่ทำออกมาดูพื้นๆมากเลยนะเนี่ย ไม่มีการใช้เครื่องเทศในการปรุงรสเลยสักนิดเดียว สีสันก็ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ว่ารู้จักใช้วัตถุดิบที่กลิ่นไม่แรงมากเท่าไหร่ทำให้กลิ่นหอมของเห็ดเด่นขึ้นมามากจริงๆ” กุ๊กระดับแนวหน้ากล่าวติชมจากสิ่งที่เห็น

          “ครับ เป็นกลิ่นหอมที่ยั่วน้ำลายให้อยากกินมากเลยจริง” นักธุรกิจวงการอาหารพูดสั้นๆแบบรักษาหน้า หลังจากที่ต้องทานอาหารมามากถึง 49 จาน ซึ่งบางจานก็จัดว่าเป็นอาหารพิษเลยทีเดียว

          “โฮะๆ...เป็นกลิ่นหอมที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกเลยทีเดียว” ชายชรานักชิมพูดจบก็ตักข้าวผัดทาน

          นี่เป็นช่วงเวลาที่ลุ้นจริงๆแม้แต่ราล์ฟเองก็เช่นกัน แต่เขาก็ยังคงตีสีหน้าเฉยได้อย่างสบายไม่ทุกข์ร้อน ต่างจากนิมป์ที่ดึงเสื้อตัวเองแน่นลุ้นกับอาหารที่เธอแทบจะไม่ได้มีส่วนในการทำเลยนอกจากหั่นผักเท่านั้น

          “นี่มันอะไรกันเนี่ย ทั้งๆที่ไม่ได้ปรุงรสชาติด้วยเครื่องเทศ แต่กลับให้รสชาติหวานอมเปรี้ยวกระตุ้นลิ้นให้รู้สึกอยากทานอีก เดี๊ยนไม่เคยทานอาหารอะไรที่ทานแล้วหยุดไม่ได้แบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ”

          “ครับ จริงๆด้วยเป็นรสชาติที่ประหลาดมาก แถมเครื่องเคียงที่จัดมายังเข้ากับรสชาติของอาหารได้อย่างดีทีเดียว แต่รสชาติหวานอมเปรี้ยวนี่ไม่ใช่ทั้งน้ำตาลหรือมะนาวน่าจะเป็นสิ่งอื่น...ใช่แล้ว ลูกพลับนี่เองสินะถึงได้ให้รสชาติแบบนี้ได้”

          ราล์ฟแอบยิ้มเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายทายถูกและแอบชื่นชมอยู่ในใจเพราะว่าขนาดเขาใส่ลงไปแค่ปริมาณน้อยๆเท่านั้นยังสามารถทายได้ถูกต้อง

          “โฮะๆ อร่อยมากจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกเลยทีเดียว”

          “โอ้ ดูสีหน้าของกรรมการทั้งสามท่านสิครับ เหมือนกับเปี่ยมสุขเลยจริงๆ เรามาถามความเห็นของพวกเขากันเลยดีกว่า...ไม่ทราบว่ารู้สึกอย่างไรกับอาหารจานนี้ครับ มาดามเฌอมานย์”

          เธอกระแอมไอเบาๆก่อนจะตอบว่า “เป็นอาหารที่ทำออกมาเรียบง่ายตรงตามหัวข้ออาหาร เลือกใช้วัตถุดิบราคาปานกลาง แสดงว่าผู้ทำต้องเป็นคนที่เข้าใจเลือกวัตถุดิบมากทีเดียว สังเกตได้จากการใช้วัตถุดิบที่มีรสแตกต่างที่เด่นชัดซึ่งหาได้จากในป่าตามหัวข้ออาหารมาแต่งรสชาติ”

          “แล้วทางคุณแดเนียลล่ะครับ”

          “เท่าที่ผมเป็นกรรมการที่ได้รับเชิญมา นี่เป็นเพียงไม่กี่ครั้งที่ผมสามารถทานอาหารได้จนหมด เดิมแล้วผมเป็นคนที่โตมาในพื้นที่เย็นแถบยุโรปจนกระทั่งย้ายมาอยู่เมืองร้อนอย่างประเทศไทยทำให้ผมไม่ค่อยอยากอาหารสักเท่าไหร่ แต่เพราะความเปรี้ยวอมหวานที่กระตุ้นลิ้นทำให้ผมทานได้เรื่อยๆ เชื่อไหมครับว่าถ้ามีอีกสักสี่จานผมก็ยังทานได้ไหวอยู่เลย”

          “โห แสดงว่าอาหารนี้คุณเองก็ยอมรับเช่นกันใช่ไหมล่ะครับ...ถ้าอย่างนั้นมาทางคุณ โชติกาลกันบ้างดีกว่า ในฐานะของนักชิมแล้วคุณคิดอย่างไรกับอาหารนี้ครับ”

          “โฮะๆ อาหารที่ผู้เล่นคนนี้ทำมีความแตกต่างกับอาหารทั้ง 49 จานก่อนหน้านี้มาก จนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลยทีเดียว”

          ราล์ฟพยายามซ่อนใบหน้าดีใจของตัวเองเอาไว้ เพราะการที่ได้ทั้งสามคนที่มีชื่อเสียงในวงการอาหารมาเป็นผู้วิจารณ์ในอาหารที่เขาทำเป็นสิ่งที่คาดหวังเอาไว้มานาน แม้ว่าจะเป็นแค่โลกในเกมที่ทุกอย่างเป็นข้อมูลก็ตาม

          หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่คุมสอบก็ประกาศว่าทุกๆคนได้เปลี่ยนอาชีพกุ๊ก ให้ไปยืนเอกสารเพื่อเปลี่ยนอาชีพที่เคาท์เตอร์ได้เลย ทำให้ผู้ที่เข้าสอบเปลี่ยนอาชีพกุ๊กต่างทยอยกันเดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ เนื่องจากการเปลี่ยนอาชีพกุ๊กนั้นเป็นอะไรที่ง่ายมาก เงื่อนไขก็มีแค่ชำระเงินค่าเข้าทดสอบและทำอาหารออกมาเท่านั้นเอง...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #14436 Dragonmom (@Dragonmom) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 11:02
    ผมอ่านยังไงเห็นกุ๊กเป็นกุ้ย-.-
    #14436
    0
  2. #14409 Siriwimolzaza (@Siriwimolzaza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 19:31

    โซมะ นั้นนายใช่ไหม
    #14409
    0
  3. #14175 ⓒЯAẕY DO_G (@sayerena_68) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 17:47
    หน้าโซมะลอยมาเลย....
    #14175
    1
  4. #14152 top7308 (@top7308) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 08:12
    รู้สึกว่า การเปลี่ยนอาชีพจะยากไปหน่อยนะครับ การทำอาหารให้คนระดับนี้กินมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะครับ ยิ่งการเลือกวัตถุดิบยิ่งแล้วใหญ่ สามารถเปิดภัตตาคารได้เลยว่ามั้ย แล้วลองดูอาชีพอื่นๆ จะขนาดไหน ผมว่าเลเวล20คงไม่มีใครผ่านบ้างอาชีพหรอกครับ
    #14152
    1
    • #14152-1 ⓒЯAẕY DO_G (@sayerena_68) (จากตอนที่ 3)
      30 กันยายน 2560 / 17:52
      เราไม่คิดว่ามันยากไปนะ เห็นหลายคนเดินยิ้มออกไป แสดงว่าผู้คุมคงไม่ได้โหดขนาดนั้น อีกอย่าง การเลือกวัตถุดิบก็เป็นสิ่งที่กุ๊กต้องทีอยู่แล้ว กุ๊กน่ะกุ๊ก! ไม่ใช่แม่ครัวที่โรงเรียน!
      #14152-1
  5. #9674 mag 77 (@mag77) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:13
    ผัดข้าวเสร็จก็ลุยเวลต่อเลยราล์ฟ จะได้ใช้ดาบเทพได้ไวๆ
    #9674
    0
  6. #8057 fear in night (@alancear) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2557 / 10:35
    เด็กจกปลาจะว่าใสซื่อ หรือ ซื่อบื้อดีค่ะเนี้ย แต่ก้ทำให้เรื่องสนุกขี้นเยอะเลย
    #8057
    0
  7. #7678 RoZenKreuZ (@lulouch) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 14:56
    โอ้ยอยากกินอ่ะ ข้าวผัดเห็ด
    ทำไมอ่านแล้วอยากเล่น Harvest Moon
    นึกถึงตอนขึ้นเขาไปเก็บเห็ด นึกถึงตอนทำอาหาร (สงสัยอ่านนิสัยนิมป์้แล้วผมนึกถึงแมรี่)
    เพราะแมรี่ชอบเห็ด นึกถึงตอนขึ้นเขาไปเก็บเห็ดมาให้แมรี่ที่ห้องสมุดทุกๆวัน โอ้ววววว
    ..เรื่องทำอาหารไม่ขอวิจารณ์ใดๆ เพราะผมทำไม่เป็น 55555 (ตอนตอกไข่ได้นี่ตอกโชว์พ่อแม่พี่สาวอยู่เป็นเดือน) แหม่ แต่ก็ยังไม่กล้าทอดไข่เอง กลัวกินไม่ได้ ฮา
    #7678
    0
  8. #7317 MinZ@ (@min-min-za) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 08:29
    นึกถึงยอดกุ๊กแดนมังกรเลย ^^
    พระเอกทำอาหารเก่งก็ดีเนอะ มีเสน่ห์
    #7317
    0
  9. #7050 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 23:44
    #7084

    แหมพูดกันแบบนี้ผมก็ชักอยากจะเห็นความสมเหตุสมผลบ้างซะแล้วสิ แต่ก็นะครับ นิยายของผมมันไม่สมเหตุสมผลตั้งแต่มันเป็นโลกที่มีเวทย์มนต์ พลังจิต คนกระโดดได้เป็นสิบๆเมตร ซ่อนตัวได้ราวกับล่องหน แยกร่างได้ยิ่งกว่านินจา ถ้าคุณต้องการความสมเหตุสมผลก็ช่วยบอกผมด้วยนะครับว่า ทำไมจิ้งจอกฟ้ามายาถึงพ่นไฟได้ ทั้งๆที่มันเป็นแค่จิ้งจอก ไม่ใช่มังกร... ยังมีอะไรที่คุณและคนอื่นๆอาจจะต้องทราบเกี่ยวกับตัวละครที่ชื่อ เจนภพ กิตตินนท์

    คุณจะแสดงออกอย่างไงผมไม่ว่านะครับ แต่ว่าคุณคิดว่าแฟนตาซีมีขีดจำกัดของความสมเหตุสมผลมากน้อยเพียงใด เกมนี้อาจจะสมจริง หรือคุณจินตนาการว่าจะต้องทำแบบนั้นได้มีข้อจำกัดในเรื่องนี้ แต่ว่าคุณสามารถกำหนดขอบความคิดของคนอื่นได้หรือไม่ หากคุณมีตัวเลือกให้เพียงสองตัวคือ สู้ กับหนี คุณไม่รู้ว่าช่วงเวลาห้าวันที่ผ่านมาราล์ฟได้ผ่านอะไรมาบ้าง และห้าวันนั้นคุณไม่รู้ว่าเขาพัฒนาตัวเองในด้านไหนบ้าง เลเวลของเขาต่างกันแค่ 6 เลเวลเท่านั้น ถึงจะเป็นความจริงที่คุณบอกเกี่ยวกับความสามารถของงู โอเคมันอาจจะถูกอย่างที่คุณว่า

    แต่การที่คุณมาสรุปเอาว่า มันไม่สมเหตุสมผล แบบนี้คุณใช้อะไรเป็นตัววัดหรือครับว่าความสมเหตุสมผลของมันอยู่ที่ไหนกันแน่

    อีกอย่างคุณลืมอะไรไปหรือเปล่าว่า เกมนี้คุณสามารถคิด และวิเคราะห์สถานการณ์เองได้ ไม่ใช่เกมที่ต้องสู้แบบมีตัวเลือกและยึดหลักแค่ค่าสถานะ มันก็แค่ความแตกต่างในด้านความแข็งแกร่งเท่านั้น
    #7050
    0
  10. #7035 accerater (@mr-mkd) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 22:03
    งูเป็นสัตว์สามารถสัมผัสการเปลี่ยนของอุณหภูมิได้ตามผิวหนังทำให้มันสามารถรับรู้ถึงชีวิตอื่นได้(ถ้าเกมส์มันสมจริง)เหมือนเป็นการตรวจจับ ไม่ว่าจะเคลื่อนเร็วแค่ไหนแต่เกมส์ต้องอาศัยค่าสถานะ ไม่ว่าจะโจมตีแรงแค่ไหนแต่ต้องดูค่าป้องกันค่าโจมตี และเลเวล และอาวุธถึงแม้จะโดนจุดอ่อนแค่ไหน ก็ลดเลือดได้นิดหน่อย แล้วถ้าโดนโจมตีด้วยระดับชั้นที่ห่างก็ตายไปตั้งนานแล้ว สรุปไม่สมเหตุสมผล ถ้าหลบการเคลื่อนไหวสิ่งเดียวที่นำมาใช้ได้ไม่ใช่แค่การฝึกฝนมันรวมไปถึงความยืดหยุ่นของร่างกายบวกกับค่าสถานะจะทำให้ชนะศัตรูได้ สรุปไม่สมเหตุสมผล
    #7035
    0
  11. #7000 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 13:59
    ขอกินด้วยคนสิ 
    #7000
    0
  12. #5055 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 21:04
    น่าชิมจัง
    #5055
    0
  13. #4030 Amty (@korn38rb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 21:44
    เลือดงู+สารในระเบิด เอาไปทำยา 555
    #4030
    0
  14. #4022 Mr.LoL (@alizableth) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 19:42
    อ้าวไรเตอร์เรอะ โทดทีๆ ฮ่าๆ 
    #4022
    0
  15. #3955 ชิณณ์ (@hel-l) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 21:06
    #3978 เผาเบาๆนะคะ 5555

    สนุกจ้าาา เม้นๆ
    #3955
    0
  16. #3943 ้ขำๆ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 17:39
    ฮาตรงคอมเมนต์

    รีดเดอร์ 1 : เอาตามจริงเห็ดต้องใช้แบบ...บลาๆๆ ส่วนลูกพลับใส่แล้วจะเละนะครับ

    ไรท์เตอร์ : เรื่องเห็ดก็ไม่ทราบครับ แต่ลูกพลับถ้าเอาแต่เนื้อไปกวนให้เหลง ก็ไม่เละครับ

    รีดเดอร์ 2 : ท่านวิญญาณ และ เทเลครับ ผู้เขียนก็ไม่ได้บอกว่าใช้เท่าไีนิครับ แค่บอกเพราะขัดๆตานะ

    ไรท์เตอร์ : วิญญาณชื่อตรูเองครับ...

    หงายเงิบบบบบบบบบบ ขำๆนา
    #3943
    0
  17. #3767 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 22:51
    เอ่อ...คือไม่อยากจะบอกหรอกนะครับ แต่วิญญาณสีครามคือ ไรเตอร์น่ะ

    นามแฝงกับนามปากกาใช้คนละชื่อกัน
    #3767
    0
  18. #3766 Mr.LoL (@alizableth) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 22:45
    คุณวิญญาณสีครามและเทเลทับบี้ เรื่องการทำอาหารนั้นไม่เข้าใครออกใครครับ อย่างน้อยพวกคุณต้องดูก่อนว่าผู้เขียนเขาบอกกรรมวิธีทุกอย่างหมดหรือเปล่า อาจจะเลือกเป็นลูกพลับตาแห้งแต่เขียนเป็นลูพลับแล้วกรรมก็ไม่ได้บอกไม่ใช่เหรอว่าใช้ลูกพลับแบบใด?จริงไหม แต่ไม่ได้หมายความว่าที่พวกคุณกล่าวมามันผิดพลาดแต่ประการใด แค่อยากบอกว่าคุณควรแนะนำด้วยไม่ใช่ติอย่างเดียว(สำหรับที่แนะนำก็แล้วไป เพียงแต่ผมเห็นแล้วมันขัดตาหนะ ติอะไรนักหนาติมากแนะนำน้อย ไม่ต้องครับ เข้าใจตรงกันนะ?)
    #3766
    0
  19. #3694 ฮัดชิ่ววว~ (@-darkcatz-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 16:12
    อ่า....ข้าวผัดเห็ด
    #3694
    0
  20. #3531 by tam (@tam-wannporn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มีนาคม 2557 / 22:58
    เก่งงอ่ะ พระเอกเรา
    #3531
    0
  21. #3463 ChinSarLeon (@smith1739) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 13:15
    อยากลองกินอะ
    #3463
    0
  22. #3003 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 20:11
    เรื่องเห็ดอันนี้ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ แต่เรื่องลูกพลับ มันก็จริงอย่างที่บอกมาที่มันจะกลายเป็นข้าวต้มมากกว่า ทว่าในกรณีที่คว้านเอาเฉพาะเนื้อมันมากวนให้แหลกและปรุงแต่งรสชาติด้วยวัตถุดิบอื่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่ต้องการก็คือรสชาติแฝงเท่านั้น ทำให้ไม่ต้องใช้มันทั้งลูก ราล์ฟบอกแล้วว่าจะทำอาหารโดยไม่ใช้เครื่องปรุงพื้นฐาน แต่เลือกจะใช้วัตถุดิบมาแทนเครื่องปรุงมากกว่า
    #3003
    0
  23. #3002 TeLeToPbY (@teletopbies) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 19:49
    มันก้โอเคนะคับแต่อยากให้ไรเตอร์หาข้อมูลมากกว่านี้นะคับถ้าจะให้ทักษะการทำอาหารมีบทบาทยกตัวอย่างง่ายๆคือเห็ดเค้าไม่ล้างกันนะครับพ่อครัวมืออาชีพจะมีแปรงเฉพาะที่ไว้ขัดเห็ดหรือถ้าไม่ใช้แปรงก้ใช้ผ้าเช็ดครับเห็ดเป็นวัตถุดิบที่ไม่ตรวอย่างยื่งที่จะโดนน้ำ ส่วนลูกพลับถ้าจะให้มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวมันเป็นไปไม่ได้ครับเพราะจุดเด่นของลูกพลับคือหวานคับอย่างอย่างเดียวเลยแล้วลูกพลับสุกเป็นผลไม้ที่เละง่ายครับถ้านำมาผัดกับข้าวผัดผมว่ามันจะกลายเป็นข้าวต้มมากกว่า ส่วนลูกพลับดิบมันก้เฟื่อนแถมฝาดอีกถ้าให้เลือกผมว่สตามในการ์ตูนคือบ๊วยไปเลยหรือไม่ก็สับประรสก้ได้คับข้าวผัดสัปปะรสก้เป็นเมนูที่น่าจะยังอยู่ในกรอบของโจทย์
    #3002
    0
  24. #1988 Alangod (@alangod) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กันยายน 2556 / 20:36
    เล่นซะหิวเลย
    #1988
    0
  25. #1959 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 19:47
    อ่า สนุกกว่า
    #1959
    0