ตอนที่ 293 : บทที่ 132 ประลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    14 ก.ย. 58

บทที่ 132 ประลอง

 

        ตามกำหนดการณ์เมื่อทำเควสต์เสร็จแล้วก็จะเปลี่ยนพื้นที่ทันที แต่สิ่งที่ผิดคาดคือการเข้ามาทักทายของคนรู้จักอย่างพวกไรอันที่มาเก็บเลเวลแถวๆ นี้ จะบอกว่าบังเอิญเรื่องแบบนี้มันไม่มีอยู่จริงซะด้วย เพราะที่นี่คือเซนท์โครวสถานที่จัดกิจกรรมประลองยุทธ์ ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่ตรงนี้ก็เหมาะจะใช้ฝึกการประสานงานกับเก็บเลเวลอีกด้วย ราล์ฟตั้งใจว่าจะไปจึงอยู่พูดคุยด้วย ถึงคนพวกนี้จะไม่ได้เก่งกาจอะไรมากนักแต่ถ้าคุยกันดีๆ ก็พอจะใช้เป็นกำลังสำคัญได้

        “ปัญหาเรื่องการประสานงาน?” ราล์ฟถาม ใบหูที่ขยับกับหางที่โบกไปมาทำให้หงส์คันไม้คันมืออยากจะจับดูสักครั้ง “ก็เลยมาขอคำปรึกษาจากฉันสินะ”

        “ครับ” ไรอันตอบจริงจัง มองดูกลุ่มของราล์ฟที่ดูเหมือนว่าจะเพิ่มสมาชิกใหม่เป็นผู้หญิงมาอีกสองคน แต่ละคนก็มีบุคลิกที่เข้าถึงได้ยากพอๆ กัน

        ราล์ฟปรายตามองดูแต่ละคนและประเมินขั้นต้น ดูจากปฏิกิริยาที่แสดงออกมานั้นเห็นได้ชัดว่ามีปัญหาในเรื่องของการสนับสนุนของนักบวชในกลุ่ม “พวกนายมีจุดเด่นกันอยู่แล้วแต่กลับเลือกจะพัฒนาจุดด้อยกันสินะ”

        “จุดด้อย?” ลิลลี่สงสัย

        “พวกนายคิดว่าความผิดพลาดมาจากฝีมือของลาเวนเดอร์ที่เป็นนักบวชใช่ไหมล่ะ” ราล์ฟแทงใจดำ จนถึงตอนนี้ก็มีเพลเยอร์หลายกลุ่มที่คิดโทษว่าเป็นความผิดของนักบวชที่ไม่ได้เรื่องเท่านั้น เพราะแบบนั้นพวกเขาเลยต้องหานักบวชที่เป็นงานมาร่วมทีม

        “มันก็...” ไรอันพูดไม่ออก เพราะถ้ายอมรับมันก็จะทำให้ลาเวนเดอร์เสียกำลังใจซะเปล่าๆ

        “พวกนายเลือกพัฒนาผิดทาง เอาความคิดของคนอื่นมาใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินรูปแบบการประสานงานจนกลายเป็นความผิดพลาด พูดเท่านี้น่าจะเข้าใจแล้วสินะ” ราล์ฟหันไปมองลิลลี่ เธอเป็นคนเดียวที่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดมา

        “จะต้องทำยังไง” ลิลลี่ถาม กระทั่งไรอันเองก็อยากรู้ด้วยเหมือนกัน

        “ถ้างั้นขอถามกลับ คุโระ...นายรู้ไหมว่าถ้าหงส์คิดจะใช้เวทมนตร์โจมตีในระหว่างที่นายกำลังดึงศัตรูอยู่ หงส์จะใช้เวทมนตร์อะไร และรุนแรงแค่ไหน” ราล์ฟยกตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นได้ชัดเจน คนถูกกล่าวพาดพิงถึงกับถลึงตามองใส่ เธอหันไปมองคุโระและส่งสายตาเชิงเตือนให้ตอบคำถามดีๆ

        “ตอนที่กำลังดึงศัตรูอยู่งั้นเหรอ” คุโระคิดตาม ในสถานการณ์แบบนั้นเขากลับรู้เลยว่าสิ่งที่จะตามมาคืออะไรกันแน่ “คงต้องเป็นเวทมนตร์ลูกไฟยักษ์ตามแบบฉบับนั่นแหละ ความรุนแรงก็ปานกลางเหมือนเอาเพื่อความสะใจซะมากกว่าล่ะนะ”

        “นายอยากตายรึไง”

        “อย่างนี้นี่เองสินะครับ เพราะพวกเรารู้จักกันดีจึงรู้ขีดความสามารถและนิสัย” ไรอันเริ่มจะเข้าใจบ้างแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เขาปรับรูปแบบการเคลื่อนไหวได้บ้าง ถ้ายึดเอารูปแบบนิสัยของทุกคนเป็นหลักก็จะคาดเดาสถานการณ์ได้โดยไม่ต้องสื่อสารกันมากนัก

        “นี่ก็คือจุดเด่นเฉพาะของพวกนาย การรับรู้นิสัยทำให้รู้ว่าควรเคลื่อนที่ไปไหนทิศทางไหนถึงจะดีที่สุด ทุกคนในกลุ่มรู้ว่าไรอันจะทำหน้าที่ดึงศัตรูเอาไว้ดังนั้นเขาจะเป็นคนที่รับดาเมจมากที่สุด ลิลลี่มีความสามารถในการประเมินสถานการณ์จึงสามารถอุดช่องว่างที่เกิดขึ้นได้ในทันที คุโระก็มีความคล่องแคล่วใช้เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวรายบุคคลได้ หงส์เองก็มีเวทมนตร์ที่รุนแรง ซึ่งแน่นอนว่ายังมีข้อเสียอยู่” พูดถึงตรงนี้คนถูกแขวะก็แยกเขี้ยวใส่ ท่าทางเธอจะยังไม่เปลี่ยนนิสัยของตัวเองเลยสักนิดเดียว

        “ส่วนในเรื่องการสนับสนุน แนะนำว่าควรปรึกษากันในเรื่องทักษะที่มีและขอบเขตของการสนับสนุน แล้วค่อยตกลงว่าในการเคลื่อนไหวแบบนี้ควรสนับสนุนด้านไหน วิธีนี้ถึงนักบวชจะไม่ใช่ตัวเด่นในทีม แต่ก็ถือว่าเป็นคนที่คอยเพิ่มโอกาสให้ แน่นอนว่าการแข่งเป็นทีม นักบวชจะเป็นตัวเลือกแรกในการจัดการต้องระวังในจุดนี้ด้วย”

        การวิเคราะห์ของราล์ฟมักจะถูกต้องเสมอ พวกไรอันเองก็ไม่พูดแย้งอะไร เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายมีความสามารถในการวางแผนและวิเคราะห์สถานการณ์มากแค่ไหน ครั้งล่าสุดที่เจอกันก็ช่วยให้พวกตนเอาชนะบอสคลาสขุนนางมาได้

        “จะว่าไปนายก็เข้าแข่งขันแบบทีมด้วยงั้นเหรอ” คุโระสงสัยกึ่งกังวลใจ เพราะถ้าหากเป็นศัตรูกันคงยากจะเอาชนะ

        “แค่มาทำเควสต์ก็เลยถือโอกาสนี้ฝึกการประสานงานเป็นทีมไปด้วย ที่สำคัญฉันลงแข่งประเภทเดี่ยวน่ะ” ราล์ฟตอบโดยปิดเรื่องการรับเควสต์เพิ่มค่าโชคเอาไว้ก่อน เพราะสิ่งนี้มันช่วยให้เขาได้เปรียบใครหลายๆ คน

        “โล่งอก นึกว่าจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มซะแล้ว” คุโระถอนหายใจ

        “มันก็ไม่แน่นักหรอก ถ้ายังใช้วิธีการต่อสู้แบบธรรมดาอยู่ เท่าที่สังเกตวิธีการต่อสู้ของพวกนายยังคงเหมือนเดิมคือเน้นรูปแบบการต่อสู้กับมอนสเตอร์ มันเป็นความเคยชินซะมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นรู้แล้วใช่ไหมว่ารูปแบบการต่อสู้มันเปลี่ยนใหม่น่ะ”

        “ครับ อาติแฟกสินะครับ แต่ผมไม่คิดว่ามัน...” ไรอันกำลังจะอธิบายแต่ราล์ฟก็พูดขัดเสียก่อน

        “นั่นแหละสาเหตุที่จะทำให้นายแพ้ไรอัน แค่หนึ่งวินาทีก็เปลี่ยนผลลัพธ์ทั้งหมดได้แล้ว แถมต่อให้คิดหาวิธีดิ้นรนแค่ไหนโอกาสชนะของพวกนายก็ต่ำมากจริงๆ ไม่สิ มองไม่เห็นทางชนะเลยด้วยซ้ำ”

        “นายนี่ปากเสียจริงๆ ” หงส์ขึ้นเสียง “ห่วงตัวเองดีกว่าเถอะ เป็นแค่นักบวชกลับเลือกจะไปลงแข่งขันประลองเดี่ยว”

        “งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามหน่อย พวกนายฝึกโคจรลมปราณ ผนึกมนตรา กับพลังจิตมา จนเต็มเปี่ยมแล้วมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างไหม” ราล์ฟย้อนถาม

        “สำหรับผมสายปราณมีพลังชีวิตเพิ่มมากขึ้นครับ” ไรอันตอบ ราล์ฟหันไปคุโระที่ฝึกสายจิตเป็นรายต่อไป

        “ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปมาก จะมีก็แค่ทักษะบอลพลังจิตแต่มันไม่แรงก็เลยไม่ได้ใช้สักเท่าไหร่”

        คราวนี้ราล์ฟหันไปมองหงส์บ้าง เธอแยกเขี้ยวใส่แล้วตอบว่า

        “พลังเวทมนตร์ของฉันเพิ่มสูงขึ้น แล้วก็เวทมนตร์แรงขึ้นด้วย อย่าคิดว่าฉันจะอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อนล่ะ”

        “แล้วเธอคิดว่ายังไง” ราล์ฟถามลิลลี่

        “ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป” เธอตอบ หลังจากตรวจสอบดูค่าสถานะของตัวเองและวิเคราะห์ดู

        “เดี๋ยวสิ หมายความว่ายังไง พวกเราพัฒนามันจนเลื่อนจากพื้นฐานเป็นขั้นพัฒนาแล้วนะครับ” ไรอันแย้ง เขาไม่เชื่อหรอกว่ามันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้

        “ถ้านายมั่นใจว่าพัฒนา งั้นฉันถามหน่อยว่านายเคยใช้งานลมปราณหรือยัง”

        “ก็ต้องเคยสินะครับ ถ้าใช้ขณะโจมตีก็จะเพิ่มพลังโจมตีได้หรือมันมีวิธีใช้แบบอื่นด้วย”

        “นายคงเป็นพวกเล่นตามเกมและเรียนรู้จากความรู้ครึ่งๆ กลางๆ สินะ” ราล์ฟส่ายหน้าเบาๆ ถ้าไม่ใช่เพราะไรอันมีความสามารถพอจะเป็นผู้นำได้เขาคงปล่อยเลยตามเลย “จะให้สู้กับสุริยันก็คงไม่ดี เพราะเธอออมมือให้ไม่ค่อยเป็น ฉันเองก็ไม่ใช่สายปราณโดยตรงแต่ก็เอาเถอะ พวกนายสี่คนมาประลองกับฉันก็ได้ จะได้ชี้แจงจุดอ่อนให้กันเลย”

        “ไม่ใช่สายปราณโดยตรง? หรือว่าเล่นสายอื่น” ลิลลี่พึมพำ

        “อันที่จริงฉันฝึกทั้งสามสายน่ะ แต่เน้นหนักไปที่สายจิต งั้นก็มาเริ่มกันเลยดีไหม”

        หงส์นิ่งเงียบ ประสบการณ์จากการประลองครั้งล่าสุดพวกเธอเป็นฝ่ายแพ้แบบไร้ทางสู้ ราล์ฟเก่งเกินไปเพราะมีทักษะต่อสู้เหนือกว่า แต่ครั้งนี้ที่ระบบเริ่มใหม่ทั้งหมดและพวกเธอเองก็เลเวลใกล้จะแตะ 1,000 แล้วคงเอาชนะได้ไม่ยาก

        “อย่าคิดว่าแค่มีเลเวลมากกว่าจะเอาชนะได้ เข้ามาแบบคิดจะฆ่าเลยก็ได้นะ” ราล์ฟพูด เปลี่ยนไปใช้คทาและถอยห่างไปอยู่ไกลเกือบยี่สิบเมตร สาเหตุที่ใช้คทาเพราะจำเป็นต้องฝึกเพื่อเอาทักษะสายคทามาใช้ด้วย

        เพราะเคยมีประสบการณ์มาก่อน พวกไรอันจึงสู้ได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ ในการประลองครั้งนี้ลาเวนเดอร์เข้าร่วมด้วยก็จริงแต่ราล์ฟจะไม่โจมตีเธอเด็ดขาด ยกเว้นการทำให้ทักษะหยุดชะงักไปเท่านั้น ไรอันวิ่งเข้าไปโจมตีเหวี่ยงดาบที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีใส่หลายสิบครั้ง แต่ราล์ฟก็ทำเพียงแค่โยกตัวหลบเท่านั้นพร้อมกับแนะนำไปด้วย

        “การโจมตีของนายทื่อเกินไปและไม่มีการคาดการณ์ล่วงหน้า ต้องอ่านการเคลื่อนไหวของศัตรูให้เด็ดขาดและใช้ลมปราณควบคู่ไปด้วย” พูดจบก็เอาคทาไปกระแทกเหนืออกส่งผลให้ไรอันล้มกลิ้ง

        “เมื่อกี้มันอะไรน่ะ ไม่รู้สึกเจ็บเลยแต่พลังชีวิตลด” ไรอันสงสัย

        “ระบบมองที่เจตจำนง เมื่อสักครู่นั้นคือการโจมตีประเภทหนึ่งที่ไม่เน้นให้ศัตรูบาดเจ็บ แต่เน้นการลดพลังชีวิตทีละน้อยๆ นอกจากนี้ถ้าหากกะจังหวะการใช้ปราณให้ดีจะสามารถสร้างความเสียหายได้มากขึ้นและหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูได้อีกด้วย” พูดจบร่างของไรอันก็ชะงักไปวูบหนึ่ง เหมือนร่างกายไม่ยอมรับคำสั่งตัวเอง แต่มันก็หายเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        ลิลลี่พุ่งตัวเข้ามาอย่างเร็วสวนกระบี่ถากเส้นผมไป ในกลุ่มของไรอันคนที่พัฒนาไปได้ไกลที่สุดก็คือลิลลี่ เพียงแต่เธอเป็นคนเงียบๆ และไม่ค่อยแสดงฝีมือในเชิงต่อสู้สักเท่าไหร่ เห็นได้ชัดว่าเป็นบุคลากรที่ต้องดึงตัวเข้ามาเป็นพรรคพวกให้ได้ ด้วยคำแนะนำที่ให้ไปเธอปรับรูปแบบของตัวเองและดึงเอาศักยภาพของตัวเองมาใช้ได้ถึงขีดสุด ถ้าหากเธอมีความชำนาญในการใช้ลมปราณและจิตเธอน่าจะประลองกับอาคมได้นานพอดู

        “เป็นการโจมตีที่ดีและเน้นที่จุดสังหารทั้งหมด แต่เธอกลับลืมพื้นฐานของการเคลื่อนไหวอย่างการวางเท้า” ราล์ฟเอนตัวหลบและก้าวเข้าไปเพื่อแทรกจังหวะการเคลื่อนไหวทำให้สถานะตอนนี้มันสลับกันทันที ลิลลี่ต้องคอยปัดการโจมตีของราล์ฟที่เน้นการกระแทกออกโดยไม่ให้ตัวเองบาดเจ็บ “นอกจากนี้ต้องประเมินการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้อีกด้วย”

        Light Fuzz

        เมื่อโดนการโจมตีนี้ลิลลี่ถึงกับต้องถอยไปตั้งหลัก ท่านี้ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นคริติคอล แต่เพราะแบบนั้นมันทำให้จังหวะของทีมเปลี่ยนไปหมด คุโระที่คิดจะลอบโจมตีจึงต้องถอนตัวออกมาก่อน

        “ขอโทษ”

        “กับคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่า ไม่เป็นไรหรอก” คุโระบอก

        ทว่าในตอนนั้นเองราล์ฟก็เคลื่อนตัวเข้ามาประชิดที่ด้านหลังคุโระ และกระแทกคทาใส่ตามจุดต่างๆ ทำให้ร่างกายขยับไม่ได้ กระทืบเท้าพร้อมซัดฝ่ามือออกไปจนร่างสูงกระเด็นเข้าไปหานักเวทสาวที่กำลังร่ายเวทมนตร์อยู่

        “อย่าละสายตาจากคู่ต่อสู้โดยเด็ดขาด นอกจากนี้จุดอ่อนของกลุ่มนายคือคนทำดาเมจมีเพียงคนเดียว ถ้าโดนเล่นงานที่จุดนั้นก็ปิดประตูชนะไปได้เลย”

        และมันก็เป็นเหมือนภาพฉายย้อนอดีต พวกไรอันแม้จะเอาจริงมากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ราล์ฟบาดเจ็บได้เลย ถ้าเป็นคนอื่นคงรู้สึกหมดกำลังใจที่จะสู้ต่อ แต่ไรอันเห็นว่าเป็นการฝึกที่ได้ผลดีจึงขอให้อยู่ช่วยฝึกอีกสักพัก ราล์ฟจึงยอมอยู่ช่วยฝึกให้อีกหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

        ผลสุดท้ายจะว่าไม่พัฒนาเลยก็ไม่ถูก ภายหลังรูปขบวนการโจมตีนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป มีประสิทธิภาพมากขึ้น คุโระเริ่มมองจังหวะที่เหมาะสมในการโจมตีได้ และใช้จิตเสริมการเคลื่อนไหวชั่วคราวได้แล้ว ลิลลี่เองก็เปลี่ยนรูปแบบการโจมตีใหม่หมดจนหาช่องว่างได้ยาก ที่สำคัญเธอผสานจิตไว้ที่คมดาบทำให้มีความเฉียบคมมากขึ้น ไรอันเป็นคนต่อมาที่พัฒนารูปแบบการเคลื่อนไหว เขากลายเป็นปราการเหล็กในการรับการโจมตีและทำดาเมจได้โดยใช้ลมปราณช่วยในการโจมตี

        แต่คนที่แทบจะไม่พัฒนาเลยก็มีเพียงคนเดียวที่ยังทิฐิ เชื่อมั่นในตัวเองอยู่นั่นแหละ ที่จริงแล้วพลังเวทมนตร์ของหงส์นั้นอยู่ในเกณฑ์ดีแล้ว ขาดเพียงแต่การใช้งานให้ถูกจังหวะ ถ้าไม่ใช่เพราะคุโระกับลิลลี่ช่วยป้องกันเอาไว้การประลองครั้งนี้คงจบไปนานแล้ว

        “พวกนายลดพลังชีวิตของฉันได้ตั้งสองหมื่นเชียวนะ” ราล์ฟบอก ถึงจะใช้ลมปราณรักษาบาดแผลแล้วก็เถอะ แต่เขาก็ปล่อยให้ร่างกายฟื้นตามธรรมชาติดีกว่า

        “ไม่เห็นน่าดีใจเลย ถ้าพวกเราไม่ได้การลาเวนเดอร์คอยฮีลให้คงตายไปแล้ว” คุโระบ่นยิ้มๆ ตอนนี้เขารู้เลยว่าตัวเองพัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ

        “พูดไปคงเสียกำลังใจ แต่ฉันจงใจปล่อยให้ลาเวนเดอร์คอยฮีลให้นาย และหาทางหยุดการใช้ทักษะของเธอเป็นบางครั้งเพื่อให้พวกนายตระหนักถึงการป้องกันนักบวชในกลุ่มน่ะ” ราล์ฟตอบนิ่งๆ ตอนนี้พอจะประเมินได้แล้วว่าพวกไรอันคงไม่แพ้แบบง่ายๆ แน่ อย่างน้อยน่าจะสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ถ้าหากมีประสบการณ์มากกว่านี้น่าจะเอาชนะได้อยู่หรอก

        “คุณราล์ฟครับ ผมต้องขอโทษที่รบกวนเวลาของคุณจริงๆ” ไรอันบอก เขาเป็นคนเดียวที่เหนื่อยที่สุดเพราะต้องรับดาเมจอยู่เสมอ “ถึงจะรู้ว่าคุณไม่ได้เอาจริง เพราะในการต่อสู้ไม่มีใครมาใช้การโจมตีที่ลดพลังชีวิตทีละน้อยๆ ก็ตามที”

        “หึ! ที่ฉันสู้กับพวกนายเพื่อให้พวกนายพัฒนารูปแบบการเคลื่อนไหว และการมองสถานการณ์ให้เป็นต่างหาก ลาเวนเดอร์เองก็ได้ประสบการณ์จากข้อจำกัดของสายสนับสนุน ในการแข่งขันก็พยายามเข้าล่ะ” ราล์ฟพูดจบก็แยกตัวออกไปรวมกลุ่มกับพวกสุริยันเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง

        “หมอนั่นน่ะ จะแข็งแกร่งไปถึงไหนนะ” คุโระพึมพำ

        “ฉันเองก็ไม่รู้ แต่ว่าอีกไม่นานพวกเราจะต้องไล่ตามให้ทัน” ไรอันบอก เขารู้ได้เลยว่าหลังจากนี้ความแข็งแกร่งที่พวกเขามีอยู่นั่นจะกลายเป็นความแข็งแกร่งดาษดื่นที่พบเห็นได้ทั่วไป

 

        ราล์ฟออกเดินทางไปยังสถานที่ต่อไป และพบว่าสมาชิกคนอื่นๆ ออนไลน์กันแล้ว เดฟอนติดต่อมาว่าขอตามไปทำเควสต์ด้วยหลังจากที่รู้ว่าจะไปที่ไหนกันต่อ นิมป์ติดต่อมาว่าขอไปเก็บเลเวลตามคำแนะนำ ส่วนอาคมนั้นบอกว่าจะพาน้องไปเก็บเลเวลที่อัลเทเซียร์และผลิตน้ำยาขายต่อ

        เดฟอนนั่งรถม้ามาลงที่หน้าดันเจี้ยน พร้อมกับอุปกรณ์แปลกๆ อย่างหน้ากากสีกับเครื่องแบบประหลาดที่เห็นแล้วก็ทำให้คนที่หอบมารู้สึกอายแทนที่ต้องมาหอบของพวกนี้ด้วย

        “ของพวกนั้นน่ะอะไร” ราล์ฟถาม

        “ของสั่งทำ พวกนั้นเห็นผลงานหน้ากากปลอมแปลงของฉันก็เลยขอให้ฉันช่วยทำให้น่ะ” เดฟอนตอบ เพราะมันเป็นงานเร่งด่วนจึงต้องเอามาทำให้เสร็จโดยเร็ว “แต่มันต้องใช้ทักษะงานฝีมือเข้าช่วย ถ้าต้องการให้ประสิทธิภาพของมันเหลืออยู่ เพราะงั้นก็เลยขอให้นายช่วยหน่อยไงล่ะ”

        “รับทำทั้งที่ยังไม่มีทักษะงานฝีมือ นายนี่มันจริงๆ เลยนะ”

        “หนวกหูน่า ทักษะงานฝีมือต้องเอาของจากบอสที่นี่ไปยืนยัน เคยตั้งร้านรับซื้อแล้วแต่ก็ไม่มีใครเอามาขายน่ะสิ สงสัยข่าวรั่วล่ะมั้ง” เดฟอนพูดกลั้วหัวเราะ ตอนนี้ทักษะงานฝีมือกำลังได้รับความนิยมด้วย เพราะมันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างและเพิ่มอัตราความสำเร็จ

        “ฉันคงช่วยนายได้แค่การสนับสนุน ที่เหลือนายต้องทำเอง”

        เดฟอนได้ยินแบบนั้นก็ตกใจ อุตส่าห์คิดว่าได้อยู่กลุ่มกับคนอื่นแล้วจะได้รับความช่วยเหลือในการล่ามอนสเตอร์เพื่อทำเควสต์ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ทำได้แค่พยักหน้ารับแบบไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เขาหยิบเอาประแจอันใหญ่ออกมาถือเอาไว้ เป็นอาวุธที่ดีที่สุดในตอนนี้

        “ทักษะการใช้ค้อนของนายอยู่ที่เลเวลเท่าไหร่”

        “29 น่ะ”

        “เพิ่มความรุนแรงในการโจมตีด้วยค้อน 29% สินะ”

        “แต่ฉันใช้ประแจเป็นอาวุธนะ”

        “วงศ์ของอาวุธคือค้อน สายอาวุธหนัก นายคงไม่เคยสำรวจทักษะของตัวเองก็เลยไม่รู้ว่าตอนนี้นายสามารถดวลเดี่ยวกับบอสได้แล้ว เพราะงั้นฉันถึงบอกว่าจะทำแค่สนับสนุนนายเท่านั้น” ราล์ฟบอก

        เดฟอนตอนที่ได้ยินก็ยังไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ เขายังจำการเก็บเลเวลครั้งล่าสุดได้ดี นักบวชแมวเหมียวที่ไม่ยอมปล่อยให้ตาย ชุบชีวิตขึ้นมาและยัดอาหารลดความเหนื่อยล้าให้กิน และสั่งให้ไปสู้นานหลายชั่วโมง ตอนนั้นเขาก็สู้ สู้ สู้ แล้วก็สู้ จนผ่านมันมาได้ในที่สุด โดยไม่รู้สึกถึงการพัฒนาของตัวเองเลยสักนิด

        ตั้งแต่ชั้นแรกขึ้นไปนั้นราล์ฟให้เดฟอนสู้กับมอนสเตอร์ตามทางที่พบ เพื่อเพิ่มค่าความเหนื่อยล้ากับทำให้หิวเร็วขึ้น จนเมื่อค่าความเหนื่อยล้าและความหิวมาถึงขีดสุดก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่เกิดของบอสที่มีคนสำรวจเอาไว้เรียบร้อย แต่ทุกอย่างมันไม่ง่ายเลยเพราะมีคนตั้งตัวยึดบอสเป็นของตัวเอง โดยใช้มันเพื่อฟาร์มไอเทมขาย พวกนั้นจะส่งคนเข้าไปเพื่อจัดการกับมอนสเตอร์โดยมีคนเฝ้าหน้าห้องเอาไว้

        เมื่อการเจรจาไม่เป็นผลจนเกิดเป็นการทะเลาะวิวาท ราล์ฟและสุริยันก็จัดการเชือดพวกนั้นทิ้งลงไปซะ แม้จะถูกคนพวกนั้นอ้างชื่อกิลด์แต่ในเมื่อเขาไม่ได้เปิดเผยตัวเองก็ไม่ต้องกลัวปัญหาตามมา และเดินเข้าไปในห้องบอส สภาพในห้องนั้นเละไม่มีชิ้นดี เพราะพวกนั้นตั้งใจจะให้พวกสมาชิกใหม่เลเวลน้อยๆ มาฟาร์มซึ่งจะได้ของดีกว่า แถมยังเพิ่มโอกาสดรอปไอเทมอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเอาชนะบอสตัวนี้ไม่ได้

        ราล์ฟส่งอาหารเพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกันให้เดฟอนทาน พร้อมกับเครื่องดื่มเพิ่มอัตราการฟื้นฟู HP และ SP จนค่าทุกอย่างเต็มร้อย ก็ใช้บัฟเพิ่มความสามารถให้อีกและให้เดฟอนเริ่มการโจมตี

        เดฟอนเองก็แปลกใจเหมือนกันที่เขาเชื่อใจราล์ฟมากขนาดนี้ อาจเป็นเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา การสนับสนุนของราล์ฟไม่เคยปล่อยให้เขาตายเว้นก็แต่จะจงใจเท่านั้น การดีบัฟมอนสเตอร์ก็รู้จังหวะและโอกาส จนแทบจะไม่ต้องมาพะวงกับการตายเลย นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในการเผชิญหน้ากับบอสตัวต่อตัว เขาทั้งวิ่งและหลบ และใช้ไอเทมทั้งหมดที่มีช่วย ไม่ว่าจะเป็นระเบิด หรือไอเทมไร้สาระเพื่อถ่วงเวลา การต่อสู้ดำเนินไปนานถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่งในที่สุดเขาก็จัดการบอสได้สำเร็จ

        เดฟอนหอบหายใจ เขารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่รู้มาโดยตลอดว่าฝีมือในการต่อสู้ของตัวเองห่วยแค่ไหน

        “ฉันทำได้ ฉันปราบบอสได้ด้วยตัวคนเดียว”

        “ก็ไม่อยากพูดให้เสียกำลังใจหรอกนะ แต่เพราะฉันช่วยสนับสนุนนาย ไม่อย่างนั้นคงตายไปตั้งแต่การโจมตีครั้งที่สองแล้ว” การขัดคอของราล์ฟทำเอาความรู้สึกดีใจของเดฟอนมลายหายไปจนหมดสิ้น

        “ไอ้บ้าเอ๊ย ให้ฉันดีใจสักห้านาทีไม่ได้หรือยังไง”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #11564 DarkSaylai (@meloly) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 13:35
    ราล์ฟนี่มันแบบ น่าเอ็นดูจริงๆ
    #11564
    0
  2. #11529 นาคน้อยล่องลม (@drakula) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 14:30
    ราฟโหดร้ายเหมือนเดิม
    #11529
    0
  3. #11507 MarsWell (@spit) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 22:16
    ราฟ นายเนี่ยน๊าาาา
    #11507
    0
  4. #11491 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 15:49
    ชอเดฟอนนะ  ตลกดี
    #11491
    0
  5. วันที่ 15 กันยายน 2558 / 15:46
    เกรียนเงียบกว่าแต่ก่อนเยอะเลยนะพ่อคู๊ณณ!
    #11490
    0
  6. #11489 อาณา (@jungle-jkh) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 15:06
    น่าจะให้สุริยันซัดไยหงสักหมัด
    #11489
    0
  7. #11488 อ่านการ์ตูน (@khimkhimza32) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 11:12
    ราฟนี่ มันจะเทพคนเดียวไปละ
    #11488
    2
    • #11488-1 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 293)
      15 กันยายน 2558 / 11:57
      อารินน่ะเก่งกว่าราล์ฟกับอาคมอีก เสียอย่างเดียว นางใสซื่อเกินไป
      #11488-1
    • #11488-2 นักอ่านจากสายลม (@pattee2544) (จากตอนที่ 293)
      15 กันยายน 2558 / 12:37
      แค่เรียกตุ๊กตาหมีออกมากับไปฝึกเพิ่มค่าสถานะก็ไร้เทียมทานแล้ว
      #11488-2
  8. #11487 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 10:41
    ราล์ฟไม่อยากให้เดฟอนเหลิงมั้ง หุหุ
    #11487
    0
  9. #11486 Feel Free (@wasant) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 07:16
    ขำตรงที่เดฟอนบอก "ขอดีใจซักห้านาทีไม่ได้" นี่ล่ะ อิอิ
    #11486
    0
  10. #11485 Game Min (@0844103510) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 06:58
    ท่านเมียวนี่บัพคนอื่นตลอดเลยเนาะ555+
    #11485
    0
  11. #11484 Game Min (@0844103510) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 06:57
    ท่านเมียวนี่บัพคนอื่นตลอดเลยเนาะ555+
    #11484
    0
  12. #11483 shikyu (@amp3211) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 05:39
    ก็ไม่ได้อยากให้เสียกำลังใจนะตลอดแหละเค้าน่ะ
    #11483
    0
  13. #11482 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 02:01
    มือบัพมันดีเกินไปหรอก555 เดฟอนเอ๋ยยย
    #11482
    0
  14. #11481 ปฐพีเร้นลับ (@ttoo1515) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 01:26
    หลังจากกลายเป็นแมวแล้ว เกรียนขึ้นเยอะจริงๆ
    #11481
    0
  15. #11480 บุรุษเที่ยงคืน (@midnightviii) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 23:52
    ไม่ได้ 555555+
    #11480
    0
  16. #11479 Ultimated (@jicky7) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 23:45
    มีเทพแมวคอยช่วย ไม่ตายหรอก ต้องอยู่ใช้แรงงานต่อไป
    #11479
    0
  17. #11478 patiphanpinkham (@patiphanpinkham) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 23:43
    ชาบูๆ 2 ตอนรวด
    #11478
    0
  18. #11477 americano (@ongasd) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 23:15
    เหอะๆ...เดฟอนนายต้องฝึกอีกเยอะ
    #11477
    0
  19. #11476 ~Friendship!~ (@damon38) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 23:09
    ขัดคอตลอดดด ให้ดีใจหน่อยก็ไม่ได้เลยนะท่านราล์ฟ สกัดดาวรุ่งฮ่าๆๆๆ
    #11476
    0
  20. #11474 อาคม มรณะ (@lovedog472) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 22:39
    . . . พึ่งอ่านจบไปมันมาอีกเเล้ว อัพเร็วมาก(หรือเราไม่เข้ามาดู)
    รู้สึกว่าราฟจะไม่นิ่งเเล้วน่ะ จะดูรั่วเเล้วก็วนส้นขึ้นเยอะ เเลวอาคมดูเป็นผู้ใหญ่
    เอ้ บุคลิคมันสลับกันรึเปล่าหว่า ไม่ค่อยได้เห็นราฟใช้สมองเลยเเหะช่วงนี้ เเปลก


    #11474
    0
  21. #11473 The Golden Fleece (@fnaklggewrwrweq) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 22:37
    ขอบคุณครับ  ^ ^
    #11473
    0
  22. #11472 Nut'reeeee (@nutree) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 22:36
    ราฟนี่มันคนนิสัยไม่ดีจริงๆเลย 55555555

    ชอบแกล้งคนอื่นอ่ะ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า ก็ไม่อยากพูดให้เสียกำลังใจหรอกนะเนี่ย น่าหมั่นไส้สุดๆ
    #11472
    0
  23. #11471 คุณแนน (@mikonia) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 22:01
    มาสองตอนในวันเดียว ชาบู ชาบู
    #11471
    0
  24. #11470 Comrade (@fuhrer) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 21:55
    มีมหาเมพแมวเหมียวคอยฮีลให้ยังกล้าพูดว่าตบบอสคว่ำคนเดียวอีกนะเดฟอน!!!
    #11470
    0
  25. #11469 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 293)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 21:35
    ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายสินะ
    #11469
    0