[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,061 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,088 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,332

    Overall
    1,474,061

ตอนที่ 287 : บทที่ 126 ฉันมาเจรจา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    14 ส.ค. 58

บทที่ 126 ฉันมาเจรจา

 

        อารินดูจะติดใจสภาพร่างของผีเสื้อไม่น้อย ตั้งแต่กลับมาถึงห้องก็เอาแต่อยู่ในร่างนั้นและดื่มน้ำยาฟื้น MP อยู่ตลอด พยายามที่จะฝึกบินแต่การตั้งสมาธิควบคุมปีกมันยากเกินไป พอเจออารินทำหน้าเศร้าคนเป็นพี่ชายอย่างอาคมจึงต้องทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองหันไปถามเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆ แทน

        “โทษที แต่ฉันเผ่าแมว” คำตอบเรียบง่ายใช้ปฏิเสธได้อย่างดี

        จะว่าไปความสัมพันธ์ในกลุ่มนี้ก็นับได้ว่าค่อนข้างแปลกมากทีเดียว เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะจ้องจะฆ่ากันอยู่เลย แต่หลังจากเคลียร์ปัญหาเสร็จก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

        “จะว่าไปนายเองก็มีปีก น่าจะรู้วิธีดีกว่าฉันไม่ใช่หรือยังไง”

        “ไม่เหมือนกันโว้ย ชุดเกราะของฉันแค่คิดมันก็ขยับตามใจนึกแล้ว”

        ชุดเกราะของอาคมควบคุมด้วยจิต เพียงแค่นึกคิดอยากจะทำอะไรมันก็จะทำให้โดยอัตโนมัติ

        ราล์ฟคิดอยู่พักหนึ่งก็บอกว่า “งั้นรูปแบบปีกของอารินคงเป็นการเพิ่มเติมอวัยวะ ลักษณะพิเศษที่เหมือนกับฉันและนาย คงต้องให้ฝึกด้านสัมผัสและควบคุมน่ะ”

        สุดท้ายราล์ฟก็ต้องช่วยเหลืออีกจนได้ ในการแข่งขันเมื่อตอนเช้านั้นอารินทำได้ไม่เลวเลยก็จริง แต่พอจบการแข่งขันก็มาบอกว่ายังบินได้ไม่คล่องสักเท่าไหร่นัก และต้องทำสมาธิเพื่อควบคุมมันอีกต่างหาก วิธีที่ราล์ฟใช้นั้นง่ายดายมากเพียงแค่บอกให้อารินรู้สึกถึงมันโดยใช้มือสัมผัสบนแผ่นหลังเพื่อให้รับรู้ถึงมัน ต้องใช้เวลามากทีเดียวกว่าอารินจะเริ่มฝึกขยับปีกได้ตามที่ต้องการ จนทำได้ในที่สุด

        “อารินทำได้แล้ว” เด็กหญิงยิ้มกว้าง บินไปมารอบๆ ห้อง ถึงความเร็วจะยังต่ำอยู่ก็ตามที

        “การบินนานๆ จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนล้าได้ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ถ้าฝึกให้ชินเมื่อไหร่ก็พอจะลดภาระในการเคลื่อนไหวได้ และช่วยให้ความเร็วในการบินเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ถ้าอยากบินให้คล่องก็ไปถามพี่ชายเธอดูก็แล้วกัน”

        ราล์ฟกลับมาที่ห้องพักของตัวเอง ตอนที่เขาทราบเรื่องที่ถูกโจมตีก็ไม่ได้แปลกใจอะไรสักเท่าไหร่ นับว่าเป็นความโชคดีที่อาคมนั้นมาคาดคั้นเอาความจริงจากปากจึงพอจะหลอกให้ออกไปข้างนอกได้บ้าง อารินเองก็ไม่รู้สถานการณ์ด้วย เท่ากับว่าเขาป้องกันสถานการณ์เลวร้ายเอาไว้ได้ การเสี่ยงทำอะไรบ้าๆ มันไม่ได้ช่วยให้เกิดผลดี แต่มันก็จะกลายเป็นการสร้างศัตรูในที่มืดได้

        “พรุ่งนี้นายจะทำอย่างไรต่อ เราเกรงว่าพวกนั้นคงไม่หยุดมือแน่” ไซเรนเอ่ยขึ้น

        “เรื่องแบบนี้มันค่อนข้างซับซ้อนอยู่เหมือนกัน แต่สาเหตุของปัญหานั้นมาจากความคับแค้นส่วนตัวซึ่งเรื่องนี้ปรับความเข้าใจได้ลำบาก ถ้าจะแก้ปัญหานี้เราควรแก้กันที่ต้นเหตุไม่ใช่ที่ปลายเหตุ”

        “งั้นก็ต้องเป็นอารินสินะ” เดฟอนพูดแทรก หยิบเอาหน้ากากขึ้นมาส่องทาบกับใบหน้าตัวเอง

        “อารินเป็นปลายเหตุไม่ใช่ต้นเหตุ พูดแบบนี้น่าจะเข้าใจได้ไม่ยากนะ”

        “ก็นะ แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกนั้นคิดแค้นเด็กตัวแค่นั้น” นักประดิษฐ์หนุ่มหัวเราะ เขาก็เป็นหนึ่งคนที่เคยโกรธอาคมเพราะสังหารตนเอง แต่หลังจากที่คิดได้ว่าพวกตนเป็นฝ่ายไประรานก่อนก็เข้าใจ แต่ละคนต่างก็มีเหตุผลเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น

        “ถ้าจะให้บอกเหตุผลคงเพราะความสมจริงและความขัดแย้งในสังคมปัจจุบัน หากนายเล่นเกมนายคิดว่าอยากชนะหรือแพ้ล่ะ” ราล์ฟโยนคำถามไปให้เดฟอน

        “ใครจะอยากแพ้ หลายคนต่างก็อยากเป็นผู้ชนะกันทั้งนั้น”

        “ถ้าเป็นคนส่วนมากคำตอบก็จะออกมาในรูปแบบนั้นนั่นแหละ ดังนั้นความคิดเหล่านี้จึงมีผลต่อความสมจริงของเกมกับความขัดแย้งในสังคมเชิงจิตวิทยา เพราะที่นี่เป็นโลกที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ ต่อให้ปล้นหรือฆ่าคนตายก็ไม่มีทางถูกจับเข้าคุกเพราะมันเป็นเพียงแค่เกม มันคือข้ออ้างที่ใช้ได้ดีเลยใช่ไหมล่ะ”

        “ดังนั้นแล้วคำว่า แค่เกม มันจึงกลายเป็นเส้นแบ่งกั้นระหว่างโลกเกมกับโลกแห่งความเป็นจริง จะทำร้ายใครก็ได้เพราะมันเป็นแค่เกม จะปล้นใครก็ได้เพราะว่ามันเป็นแค่เกม ถ้าเป็นแบบนั้นนายยังคิดว่ามันเป็นเกมอยู่อีกหรือเปล่า”

        มันไม่ผิดจากที่ราล์ฟพูดเลยสักนิดเดียว เดฟอนเองก็เห็นด้วยกับคำพูดนั้นเช่นกัน เขาเจอพบเจอกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน แม้จะมีคนกล่าวตักเตือนแต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นคำว่า มันเป็นแค่เกม เท่านั้น

        “นั่นมันก็ใช่น่ะนะ แต่ถ้าคิดจะแก้ไขกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้มันก็บ้าเอามากๆ เลยไม่ใช่หรือยังไง” เดฟอนย้อนแย้ง จนถึงตอนนี้จะไปปรับความเชื่อของคนเราก็ทำได้ยาก เพราะแต่ละคนเชื่อฝังใจไปแล้วว่านั่นคือความถูกต้อง

        “ใครว่าฉันจะแก้ไขกฎเกณฑ์นั่น” ราล์ฟขยับแว่นตาและเดินไปมองทิวทัศน์ของเมืองยามค่ำคืน ท่าทีที่ดูผ่อนคลายนั่นทำให้หูและหางขยับไปมาตามอารมณ์ในตอนนั้น และดูเหมือนว่าอารมณ์ของเขาในตอนนี้กำลังดีใจบางอย่างอยู่ “สำหรับฉันที่นี่มันก็ยังเป็นแค่เกมถ้าฉันยึดติดว่ามันคือโลกแห่งความเป็นจริงเมื่อไหร่ ฉันก็คงจะไม่ใช่ตัวฉันอีกต่อไป”

        “อืม...ก็จริงน่ะนะ ที่นี่ฉันคือเดฟอน ฉันอยากจะทำอะไรก็ไม่เห็นต้องสนใจคนอื่น ทำตัวบ้าๆ บอๆ สร้างแต่ของอันตราย แต่งตัวเจ๋งๆ แบบแฟนซี ไม่ใช่กางเกงยีนขาดๆ หรือเสื้อผ้าแบรนด์เนม แต่ถ้าเป็นที่โลกแห่งความเป็นจริง ฉันมันก็แค่คนขี้ขลาดที่ต้องทำตามกระแสสังคม ต้องมาคอยสนใจว่าใครจะคิดยังไงกับฉัน ต้องทำตัวให้ทุกคนเห็นคุณค่า ต้องโกหกตัวเองเพื่อให้มีที่ยืนอยู่ในสังคม มันไม่ใช่ตัวตนของฉันเลย”

        คนที่ฟังแล้วไม่เข้าใจคงมีเพียงแค่ไซเรนกับจันทราที่ได้แต่มองสลับไปมาระหว่างสองหนุ่ม ไม่รู้ว่าที่พูดนั่นหมายความว่ายังไงกันแน่ ส่วนสุริยันนั้นไม่เคยสนใจอะไรเลยนอกจากการกินอย่างเดียว

        “แล้วจะทำยังไงล่ะ ให้ไปสู้ไม่เอาแล้วนะกว่าจะเลื่อนเป็นคลาสทหารได้ฉันก็แทบแย่ แถมเลเวลฉันก็แค่สามสิบกว่าๆ เองด้วย” เดฟอนรีบพูดเพราะกลัวจะถูกชวนไปทำเรื่องเสี่ยงอันตราย หากเขามีพลังละก็เรื่องแบบนี้อาจจะน่าสนุก แต่ถ้าจะต้องไปเพื่อตายละก็ขอถอนตัว

        “ไม่ต้อง ครั้งนี้ฉันขอเป็นคนจัดการเอง การจัดการกับปัญหาที่ก่อกวนสมาชิกในกลุ่มก็เป็นหน้าที่ของหัวหน้าอย่างฉัน”

        “แล้วรู้หรือไม่ว่าพวกนั้นสังกัดฝ่ายใด” ไซเรนถาม เพราะตอนที่ปะทะกันนั้นพวกเธอก็ไม่ทราบที่มาของศัตรูด้วย

        “คนที่รู้น่ะมีอยู่ไม่กี่คนหรอกนะ”

 

ช่วงเวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนก็จริง แต่ซากุระก็ยังคงทำงานของตัวเองอยู่ในห้องส่วนตัวอยู่ตลอดเวลา ยิ่งกิลด์พัฒนาไปมากเท่าไหร่ค่าใช้จ่ายในการบริหารก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ไหนจะต้องส่งคนไปตรวจสอบการกำเนิดของบอสในดันเจี้ยนต่างๆ จัดสรรกำลังพลเพื่อหาทรัพยากรในหมุนเวียนภายในกิลด์ จัดทีมสนับสนุนสมาชิกในการเลื่อนคลาสหรือทำเควสต์สำคัญๆ ทั้งหมดนี้มันกลายเป็นหน้าที่ของเธอแต่เพียงผู้เดียวไปแล้ว ในขณะที่เหล่าผู้บริหารไม่เคยมีใครสนใจ วันๆ เดินไปเดินมาทำหน้าให้ดูขึงขัง พอมีปัญหาเกิดขึ้นนั้นแทบจะไม่ต้องลงแรงด้วยตัวเองเลยสักครั้งเดียว สิ้นเดือนก็รอรับเงินเดือน เพราะแบบนี้มันถึงทำให้ซากุระไม่เคยมีเวลาว่างส่วนตัวอยู่จริงๆ

        “รู้สึกเหนื่อยจัง” ซากุระบ่นเบาๆ วางแว่นตาที่มักจะใส่เป็นนิสัยเวลาทำงานเอกสารลง ตั้งแต่เกมที่ปรับค่าการออนไลน์ใหม่เป็น 3 ชั่วโมงเท่ากับ 1 วันในเกม เธอก็ต้องบริหารเวลาให้ดีที่สุดจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ดังนั้นแล้วช่วงเวลาพิเศษแบบนี้เธอจะต้องรีบสะสางงานทั้งหมดให้เสร็จโดยเร็วที่สุด

        เธอเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาดูเวลาถึงได้รู้ว่ามันดึกแล้ว งานที่ค้างคาบนโต๊ะก็เคลียร์เกือบจะเสร็จหมดแล้ว ถ้ามีเวลาอีกสักวันคงทำเสร็จหมด หลังจากที่จัดเอกสารให้เรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำ

        ปกติแล้วการสร้างอาคารกิลด์นั้นแทบจะไม่จำเป็นต้องมีห้องน้ำก็ได้ มันช่วยประหยัดงบได้พอสมควร เพียงแต่ซากุระชอบแช่น้ำหลังจากทำงานมาเหนื่อยๆ มิหนำซ้ำสมาชิกหญิงหลายคนก็ชอบที่จะอาบน้ำ มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ซากุระออกแบบอาคารที่มีห้องอาบน้ำด้วย

        ซากุระยืนมองตัวเองในกระจก ภาพของหญิงสาวลูกครึ่งญี่ปุ่น ไทย ผมยาวตรงถึงกลางหลัง หน้าตาธรรมดาไม่ได้สวยเด่นจนสร้างความอิจฉาให้กับใคร ความมั่นใจในตัวเองและความสามารถในการวิเคราะห์ของเธอทำให้ดูเป็นสาวมั่น ซากุระไม่เคยคิดว่าตัวเองสวยสักครั้ง หากบอกว่าไม่เคยมีคนมาจีบเลยมันก็คงเป็นเรื่องโกหก แน่นอนว่าเธอปฏิเสธคนที่เข้ามาในชีวิตของเธอ

        แต่คงต้องยกเว้นเอาไว้คนหนึ่งล่ะนะ

        “เราเองก็มั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองเหมือนกันแหละนะ” เธอพึมพำ ขณะมองดูสภาพของตัวเองผ่านกระจก

        การแช่น้ำร้อนนั้นช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจริงๆ มันช่วยให้เธอได้ใช้เวลานี้ครุ่นคิดอะไรหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของอาริน เด็กหญิงธรรมดาแต่ซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ ภายใต้ความไร้เดียงสานั่น เธอรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกหลอกอยู่เลย อย่างน้อยก็มั่นใจได้เลยว่าราล์ฟเป็นเด็กหนุ่มที่มีความอันตรายซ่อนเอาไว้ เพียงแต่ในความร้ายกาจนั่นเธอกลับรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยน

        พอคิดถึงเรื่องของผู้ชายคนนี้ทีไร หัวใจเธอกลับเต้นแรงทุกครั้ง ใบหน้าก็ร้อนผ่าว ยิ่งตอนได้อยู่ใกล้ๆ กันเธอต้องตั้งสติเอาไว้ให้มากเพื่อที่จะไม่แสดงสีหน้าออกมา การพูดคุยกันในเชิงวิเคราะห์ก็ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นที่สุด

        “น่าอายจังเลยเรา” ซากุระหน้าแดงทุกครั้งที่นึกภาพราล์ฟในตอนที่แสดงสีหน้าจริงจังออกมา

        ด้วยสถานะของเธอในตอนนี้มันยากที่จะผูกความสัมพันธ์ด้วย เธอมีกิลด์ที่จะต้องดูแลและพยายามไม่ให้ความช่วยเหลือแบบฟรีๆ ทั้งที่หากเป็นคำขอจากเขาคนนั้นเธอก็อยากจะช่วยเหลือทันทีเสียด้วยซ้ำ แต่มันก็ทำไม่ได้ แถมเขายังทำเหมือนจะเข้าใจความลำบากของเธออีกต่างหาก

        ขณะที่กำลังเขินอายกับความคิดของตัวเอง ซากุระก็ได้รับการติดต่อเข้ามา เธอตกใจมากเมื่อเห็นชื่อ ราล์ฟแสดงอยู่ ถึงจะอยากกดรับในทันที ต่อให้การสื่อสารมันไม่เห็นหน้าก็ตามที แต่เธอก็อยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมสักเท่าไหร่นัก สักพักก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เวลาแบบนี้ราล์ฟจะไม่ติดต่อมาเด็ดขาดถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะสามารถพูดคุยกันได้ในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นนี่น่าจะเป็นเรื่องด่วน

        แต่เรื่องด่วนแบบไหนที่รบกวนเวลาแบบนี้ด้วย พอมาลองคิดดูให้ดีก็พบว่าความลับของอารินนั้นได้เปิดเผยออกมาแล้ว คงมีศัตรูที่คับแค้นปรากฏตัวออกมาเล่นงานก็เป็นได้ ถ้าคิดแบบนั้นมันก็เริ่มเข้าเค้าบ้างล่ะ วันนี้ในช่วงเย็นเธอได้รับแจ้งเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทของเพลเยอร์กลุ่มหนึ่ง กลุ่มนั้นปกปิดหน้าตาเอาไว้ด้วยชวนให้น่าสงสัย ถ้าหากว่านั่นเกี่ยวข้องกับเด็กที่ชื่ออารินจริงๆ ล่ะก็

        “คุณนี่มีจุดอ่อนเหมือนกันนะคะ” เธอแอบยิ้ม ลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำและสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะกดยอมรับการติดต่อ

        “ขอโทษที่รบกวนเวลาส่วนตัว”

        “ไม่เป็นไรค่ะ” ซากุระตอบ น้ำเสียงของเธอไปคนละทางกับท่าทางเขินอาย “คุณคงติดต่อมาเกี่ยวกับเหตุการณ์วิวาทในช่วงเย็นสินะคะ ถ้าให้เดาคงมีความเกี่ยวพันกับตัวของน้องอาริน”

        “รู้ด้วยเหรอ” น้ำเสียงของราล์ฟไม่ได้แสดงถึงความแปลกใจสักเท่าไหร่ เหมือนจะเย้ยเธออีกต่างหาก

        “แค่คาดการณ์น่ะค่ะ แต่ทางคุณเป็นฝ่ายยอมรับเสียเองต่างหาก”

        “คิดไม่ถึงว่าเธอจะสนใจเรื่องเล็กน้อยอย่างการวิวาทของคนอื่นด้วยนะ ขี้ระแวงเกินเหตุ”

        “ปัญหาหรือความขัดแย้งเพียงเล็กน้อยจะนำมาซึ่งภัยพิบัติ ภายใต้เมืองที่ครึ่งหนึ่งดิฉันเป็นผู้ดูแลอยู่ย่อมต้องตรวจสอบเหตุการณ์อย่างชัดเจน”

        “ในเมื่อเธอยอมรับแบบนี้แสดงว่าเธอจะต้องมีข้อมูลที่ฉันต้องการอยู่”

       ซากุระยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า “แน่นอนว่ามีค่ะ แต่คุณคงไม่คิดจะทำอะไรที่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาหรอกนะคะ”

        “เป็นห่วงหรือยังไง”

        “ในฐานะหุ้นส่วน ดิฉันย่อมมีสิทธิ์ในการตัดสินใจแผนการของคุณเหมือนกันนะคะ”

        “ให้ตายสิ เธอนี่มันน่ารำคาญกว่าที่คิดอีกนะ”

       “กับคนแบบคุณก็ต้องแบบนี้นั่นแหละค่ะ จะอย่างไรก็ตามหากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับน้องอารินถือว่ายังอยู่ในสัญญาระหว่างเรานะคะ ดิฉันไม่ทราบว่าคุณคิดจะทำอะไรกันแน่ แต่ดิฉันจะบอกค่ะ กลุ่มคนที่ก่อเรื่องวิวาทในวันนี้คือกิลด์ฟินิกส์ค่ะ”

        “กิลด์ฟินิกส์อีกแล้วเหรอ”

        “อีกแล้ว? หรือคุณเคยมีปัญหากับคนกลุ่มนี้เหรอคะ ถ้าเช่นนั้นให้ดิฉันช่วยไกล่เกลี่ยปัญหานี้ดีหรือเปล่าคะ” ซากุระรีบเสนอ ไม่คิดว่าราล์ฟจะมีปัญหากับคนพวกนี้อยู่ก่อนแล้ว ถึงกิลด์ฟินิกส์จะมีกำลังพลไม่มากแต่ก็สร้างความวุ่นวายได้พอสมควร

        “ไม่จำเป็นหรอก ถ้าเธอออกตัวมาปกป้องเมื่อไหร่จะมีปัญหาตามมา ไม่ใช่กับฉันแต่เป็นเธอ ขอบคุณสำหรับข้อมูล”

        พูดจบราล์ฟก็ตัดสายไป ซากุระถอนหายใจรู้สึกเจ็บปวดใจแปลกๆ ประโยคที่เด็กหนุ่มเอ่ยมานั้นอาจจะเป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิดของเธอเองก็ได้ แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะดีใจกับความอ่อนโยนเล็กๆ นั่น

        “ถึงจะแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่คุณก็แอบปกป้องหน้าฉากของดิฉันอยู่สินะคะ”

 

        เพราะมั่นใจมากกว่าไม่เหลือหลักฐานอะไรให้สืบสาวมาถึงตัวได้ หัวหน้ากิลด์ฟินิกส์จึงคลายกังวลใจ ตอนที่ทราบข่าวเรื่องโฉมหน้าที่แท้จริงของนางฟ้าหายนะนั้น ความแค้นที่สะสมมาก็เพิ่มพูนขึ้น ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีทั้งหมดถูกทำลายลงด้วยฝีมือของเด็กหญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น ความจริงก็ตั้งใจว่าจะขู่ให้กลัวแค่นั้น คาดไม่ถึงเลยว่ารอบตัวของนางฟ้าหายนะจะมียอดฝีมืออยู่ด้วย

        แต่เขาเองก็ยังไม่คิดจะรามือเพียงเท่านี้ ยิ่งได้รู้ว่านางฟ้าหายนะมีกำหนดการที่จะเข้าประลองรอบชิงชนะเลิศในวันพรุ่งนี้ก็เกิดความคิดที่จะก่อกวนให้ไปร่วมงานแข่งไม่ทัน ตอนนี้เขาทราบที่อยู่ของนางฟ้าหายนะเป็นที่เรียบร้อย และน่าตกใจยิ่งกว่าก็คือพี่ชายของนางฟ้าหายนะก็คือ นักดาบอสูร ผู้โด่งดัง

        ขณะที่กำลังเตรียมแผนการอยู่นั้นเอง ก็ได้ยินเสียงเอะอะดังขึ้นที่ด้านนอก พร้อมกันนั้นก็มีสมาชิกกิลด์คนหนึ่งเดินเข้ามารายงานเหตุการณ์อย่างเร่งด่วน

        “ขออภัยครับท่านหัวหน้า ตอนนี้มีเพลเยอร์ปริศนาบุกโจมตีพวกเราครับ”

        “มากันกี่คน” เขาถาม ท่าทางไม่ค่อยทุกข์ร้อนสักเท่าไหร่นัก เพราะหลังๆ มานี้มีออกเยอะมาก โดยเฉพาะสาเหตุที่มาจากสมาชิกกิลด์ไปก่อเรื่องเอาไว้ สุดท้ายคนที่เคยตกเป็นเหยื่อก็พาพรรคพวกมาโจมตี และก็ต้องพ่ายแพ้กลับไป

        “คนเดียวครับ”

        “คนเดียว? แค่นี้ก็ยังจัดการไม่ได้อีกงั้นเหรอ”

        “ขออภัยด้วยครับ แต่หมอนี่ฝีมือร้ายกาจมาก”

        “จะแค่ไหนกันเชียว ติดต่อพวกยอดฝีมือในกิลด์ที่ว่างอยู่บอกให้จัดการมันให้เรียบร้อยซะ” เขาออกคำสั่ง แค่ศัตรูคนเดียวคงไม่มีทางบุกเข้ามาเล่นงานได้แน่ๆ หากเจอกับยอดฝีมือที่ได้ครอบครองอาวุธคลาส S ก็ยากที่จะเอาชนะได้

        “คือว่าเรื่องนั้น คุณแบล็กเฮดที่กลับมาถึงกิลด์อยู่ในตอนที่เกิดเรื่องพอดี และอาสาเป็นคนจัดการด้วยตัวเองครับ” ผู้รายงานอ้อมแอ้มเล็กน้อยท่าทางดูกังวลใจมาก

        “ก็ดีแล้วนี่ งั้นเสียงโวยวายนี่คงเป็นของไอ้หมอนั่นสินะ ให้ตายสิชอบก่อเรื่องวุ่นวายเสียจริงๆ คราวนี้มีอะไรเสียหายบ้างล่ะ จะได้เก็บไว้คิดบัญชีกับมันทีหลัง”

        “คือมันไม่ใช่แบบนั้นครับ คุณแบล็กเฮดอาสาเป็นคนจัดการก็จริง แต่กลับถูกผู้บุกรุกเล่นงานจนหมดสภาพไปเรียบร้อยแล้วครับ ทางนั้นยื่นข้อเสนอมาว่าขอเพียงท่านหัวหน้าลงไปพูดคุยด้วยก็จะไม่เกิดความเสียหายขึ้นครับ”

        “ว่าไงนะ” เขาร้องออกมาเสียงดัง “มันเป็นใคร บังอาจมายื่นข้อเสนอแบบนี้ เห็นทีคงต้องแสดงให้รู้ซะบ้างแล้วว่าความแตกต่างของฝีมือนั้นเป็นยังไง”

        แม้จะพูดออกมาด้วยอารมณ์โกรธแต่ก็ต้องระวังตัวไว้พอสมควร แบล็กเฮดถึงจะเป็นตัวปัญหาที่ก่อเรื่องได้ไม่เว้นแต่ละวัน แต่ก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งที่สามารถจัดการกับบอสมอนสเตอร์คลาสเดียวกันได้ด้วยตัวคนเดียว เป็นพวกบ้าพลังที่กระหายการต่อสู้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือในกิลด์เดียวกันก็พยายามหนีให้ห่างจากหมอนี่ ไม่อย่างนั้นคงต้องสู้กันนานหลายชั่วโมงแน่ๆ ถึงกระนั้นคนที่จัดการกับแบล็กเฮดได้ในระยะเวลาสั้นๆ ก็ประมาทไม่ได้

        “ฉันจะไปพบกับมันเอง นำทางไปได้แล้ว”

        แต่ทว่าในตอนนั้นเขาก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นร่างของชายคนนั้นชะงักไปวูบหนึ่ง ก่อนที่จะเปล่งเสียงขาดๆ หายๆ ออกมา ท่าทางทรมานเพราะอะไรบางอย่าง ดาเมจลอยขึ้นมารวดเร็วและรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตในทันที ร่างนั้นกลายเป็นแสงหายไปทิ้งเอาไว้เพียงรอยเลือดเท่านั้น

        “ขอโทษที่ลงมือรุนแรง แต่ฉันมาเพื่อเจรจา”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #11647 Σʍρeror_ɔr (@055440769) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 11:40
    โหดฝัดมาก
    #11647
    0
  2. #11372 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 13:40
    ตอนอ่านก็ยังไม่คิดอะไรมาก แต่พอมาดูภาพเท่านั้นละคิดมากเลย คิกๆ คักๆ
    #11372
    0
  3. #11286 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2558 / 11:48
    เจรจาหรือนั่น ฮ่าฮ่า
    #11286
    0
  4. วันที่ 19 สิงหาคม 2558 / 00:37
    รอมานานนนนนแล้วววววว~

    ราฟนายโหดร้ายมากกกกก แต่ก็สะใจมากด้วย!~

    มาต่อไวๆน่ะคัฟไรเตอร์
    #11285
    0
  5. #11284 จิ้งแว่น (@jinkwan) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 13:59
    เจรจาตามความหมายของราล์ฟ คือ...???
    #11284
    0
  6. #11283 นาคน้อยล่องลม (@drakula) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 11:39
    555 โหร้ายมาก
    #11283
    0
  7. #11282 [Aseej] (@songchien) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 11:17
    อ๊ากกกก ซากุระจิ้นหน้าแดง น่ารักๆ แต่สามช่องตอนก่อนนี้ มานอารายยยยย - -*
    #11282
    0
  8. #11280 BBMJ (@beerorbie) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 00:27
    ถ้ามาเทพแบบนี้ไม่ใช่ราล์ฟแน่นอน
    #11280
    0
  9. #11279 Bam Ma (@bam16122545) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 22:42
    สนุกมากค่ะ
    #11279
    0
  10. #11278 อาณา (@jungle-jkh) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 20:36
    ไมเฮียไม่ชวนแม่มาเล่นด้วยกัน
    #11278
    0
  11. #11277 ไวท์พิงค์ (@whitepinkgirl) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 20:25
    เจรจาฉบับของราฟ  น่ารักจริงๆ


    #11277
    0
  12. #11276 Shadow Ruby Accordion (@fujivara_sasaru) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 19:49
    เจรจาอาจทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทและอาญชยากรรมได้
    #11276
    0
  13. #11275 ปฐพีเร้นลับ (@ttoo1515) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 19:03
    ราล์ฟนี่เก่งขึ้นเรื่อยๆเลยแหะ ควักดาบมาบึ้มมันเลยถ้าไอนกไฟนี่ไม่ยอม
    #11275
    0
  14. #11274 MarsWell (@spit) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 17:11
    เห้ย นี่มันโหดขึ้นขาดนี้เลยเรอะ
    #11274
    0
  15. #11273 จันทร์สีโลหิต (@chaolun) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 16:12
    เจรจา?
    ใช่เรามาคุยด้วยกำปั้นกันดีกว่า
    #11273
    0
  16. #11272 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 14:48
    เป็นการเจรจาที่...เยี่ยม! 555+
    #11272
    0
  17. #11271 Comrade (@fuhrer) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 14:20
    มีหลายอย่างอยากจะเม้น แต่ที่อึ้งที่สุดคือ........สุริยัน เธอเปลี่ยนจากสายลุยเป็นสายกินตั้งแต่เมื่อไหร่กันห๊ะ!!!!!!!!!
    แต่ก่อนตบตีวิวาทแทนอาหารสามมื้อ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นกินไม่หยุดแทนแล้วนะ!!!!
    #11271
    0
  18. #11270 Nut'reeeee (@nutree) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 13:40
    เจรจาบ้านคุณทำกันแบบนี้สิ 555555555
    #11270
    0
  19. #11269 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 11:55
    แน่ใจรึ ว่ามาเจรจา
    #11269
    0
  20. #11268 BomS_Za (@dautoloot) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 11:52
    เจราจาพ่อง ฆ่าอล้วมาบอกเจราจา
    #11268
    0
  21. #11267 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 10:24
    เจรจาสินะ
    #11267
    0
  22. #11266 ~Friendship!~ (@damon38) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 07:34
    ราล์ฟแน่เลย หุหุ อยากอ่านต่อแล้วอ่าา ไรต์รีบๆอัพน้า
    #11266
    0
  23. #11265 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 06:49
    ใช่ ราล์ฟ รึป่าว
    #11265
    0
  24. #11264 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 05:13
    เจรจาสไตล์ ราล์ฟสินะ
    #11264
    0
  25. #11263 แฟนพันธ์อ่าน (@henrietta5) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 01:46
    ใครละนั้น
    #11263
    0