[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,473,997 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,268

    Overall
    1,473,997

ตอนที่ 229 : บทที่ 68 เส้นทางลับที่แท้จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4791
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    2 ธ.ค. 57

บทที่ 68 เส้นทางลับที่แท้จริง

 

        ในที่สุดก็มาถึงอีกฝั่งหนึ่งจนได้ โบราณสถานแห่งนี้มีร่องรอยของคนเดินผ่านมาก่อนเนื่องจากระบบของเกมไม่ได้ฟื้นฟูทุกอย่าง ดังนั้นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการกระทำบางอย่างจะไม่ถูกแก้ไขหรือเขียนข้อมูลเก่าทับลงไป ลอนดอนเป็นนักฝึกสัตว์ย่อมต้องมีทักษะประเภทแกะรอยอยู่บ้าง เขามองดูร่องรอยพวกนั้นแล้วพ่นลมหายใจออกมา

        “รู้สึกเหมือนโดนตัดหน้าหรือยังไง” นักบวชเผ่าแมวถาม หันไปมองดูสะพานที่ตอนนี้กลไกของมันกลับมาทำงานอีกครั้งหนึ่ง เขาทดลองโยนก้อนหินไปปรากฏว่าหินก้อนนั้นร่วงทะลุตกน้ำไป ก่อนจะมีพวกมอนสเตอร์ในน้ำรุมทึ้งสิ่งที่ตกลงไป

        “เข้าใจแดกดันฉันดีเหลือเกินนะ”

        ราล์ฟหัวเราะ ไซเรนที่ยืนอยู่ข้างๆ กันรู้สึกแปลกใจที่เห็นเด็กหนุ่มแว่นเผ่าแมวคนนี้หัวเราะ เพราะเธอไม่เคยเห็นเขาหัวเราะโดยไม่มีอะไรแอบแฝงแบบนี้เลยสักครั้งเดียว

        แล้วพวกเขาก็เดินเข้าสู่โบราณสถานกัน ตลอดทางเดินนั้นมีภาพวาดบนฝาผนังที่มีตะไคร่น้ำและเชื้อราเกาะ กลิ่นอับชื้นนั้นชวนให้ลอนดอนแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา ท่าทางจะเป็นพวกติดสบายจนเกลียดความลำบากแบบนี้ไปแล้ว

        “เกลียดที่แบบนี้ชะมัด จะทำออกมาให้สมจริงเพื่ออะไรก็ไม่รู้” ลอนดอนบ่นเซ็งๆ เนื่องจากมันเป็นพื้นที่แคบจึงไม่สามารถนั่งอยู่บนหลังของเนเมียนได้ แถมการต้องมาเดินอะไรแบบนี้ในสถานที่แคบๆ เป็นอะไรที่เขาไม่ชอบที่สุด

        “จะว่าไปแล้ว ฉันยังคาใจข้อความที่สองที่บอกว่า จันทราที่สาดส่องเผยทางลับที่มองไม่เห็น ถ้าเป็นกรณีที่อยู่ข้างนอกฉันยังพอเข้าใจอยู่ เพราะถ้าเป็นที่นั่นแสงจากพระจันทร์จะสามารถส่องลงมาถึงได้” เด็กหนุ่มเผ่าแมวพูดขึ้นท่าทางสงสัยมาก

        “เกมนี้น่ะอย่าใช้ความเป็นจริงมองทั้งหมด จริงอยู่ที่ข้อความแรกกับข้อความที่สองสัมพันธ์กันอยู่ในส่วนหนึ่งตรงที่ระบุเกี่ยวกับช่วงเวลาในการเข้าสู่โบราณสถาน แต่นั่นก็อาจจะเป็นการสร้างภาพลวงตาให้พวกเราคิดว่าทางลับอาจจะอยู่ข้างนอกหรืออยู่ข้างในก็ได้ นายฉลาดน่าจะเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดดีไม่ใช่หรือยังไง” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อๆ หยิบคบไฟขึ้นมาจุดส่องไปรอบๆ

        “ทำไมเกมนี้ถึงไม่มีไฟฉายให้นะ”

        “ก็พอจะรู้อยู่หรอก” ราล์ฟตอบนิ่งๆ รู้สึกไม่ชอบที่ถูกลอนดอนจิกกัดเบาๆ “ความเป็นไปได้ที่ฉันคิดอยู่ในตอนนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามข้อ ข้อแรกมีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีทางลับจริงๆอยู่ภายนอกตัวโบราณสถานซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงพวกเราก็จะคาดการณ์ผิด ข้อที่สอง อาจจะมีกลไกบางอย่างที่ใช้ในการรับแสงจันทร์จากภายนอกเพื่อใช้ในการเปิดประตูลับแบบพิเศษที่มีการระบุช่วงเวลาที่แน่นอน และข้อสุดท้าย...มันเป็นคำใบ้ของปริศนาที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับพระจันทร์จริงๆ”

        ลอนดอนคิดตาม ซึ่งมันก็จริงอย่างที่ราล์ฟพูดมา การลวงความหมายก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรค ยิ่งคิดมากยิ่งหลงทาง แต่หากคิดอะไรง่ายเกินไปก็อาจจะติดกับดักก็ได้

        พวกเขาเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนพบกับห้องห้องหนึ่งที่มีเส้นทางแยกออกไปสามเส้นทาง ที่กลางห้องมีแท่นประหลาดตั้งอยู่ และที่บนแท่นนั้นมีรูปสลักนูนสูงของพระอาทิตย์ พระจันทร์ และวงกลมบางอย่างคล้ายกับโลก ราล์ฟยืนสำรวจดูมันด้วยความสนใจ ส่วนลอนดอนนั้นไม่สนใจเนื่องจากมีผู้ช่วยในการถอดความให้อยู่แล้ว การชวนราล์ฟมาด้วยนั้นก็เพื่อประหยัดเวลาในส่วนนี้ก็แค่นั้นเอง

        ที่กลางห้องนั้นมีบางสิ่งบางอย่างลอยอยู่ มันมีลักษณะเดียวกันกับสิ่งที่อยู่บนแท่นนั่น ราล์ฟทดลองโดยการดึงรูปสลักนั้นออกมาจากแท่น ผลก็คือพระอาทิตย์ที่หายขึ้นไปบนเพดาน พร้อมกับเส้นทางหนึ่งทางที่หายไปเพราะประตูหินปิดลง ลอนดอนจึงสะบัดแส้ออกไปเพื่อทำลายประตูหิน แต่มันไม่มีริ้วรอยใดๆ นั่นหมายความว่าเป็นสิ่งของที่มีการป้องกันความเสียหายเอาไว้

        “ทำลายไม่ได้จริงๆ ด้วย” ลอนดอนพึมพำ

        “ไม่แปลก ถ้ามันทำลายได้ฉันคิดว่าคงมีคนเดินไล่เคาะตามกำแพงเพื่อหาเส้นทางที่แท้จริง” ราล์ฟบอก มองดูสิ่งที่อยู่บนแท่นอีกครั้งหนึ่ง “เชื่อเถอะว่าต้องมีคนเคยเข้ามาที่นี่แน่ๆ เพราะรูปสลักนี่ไม่ใช่ของที่เคยมีอยู่บนแท่น แต่มันถูกนำมาใส่ไว้ในภายหลัง สองชิ้นทำมาจากหิน ส่วนอีกหนึ่งชิ้นนั้นทำมาจากไม้ น่าจะเป็นเควสต์ที่มีคนรับมาทำก็ได้ แถมนายดูสภาพของห้องนี้ให้ดีๆ จะพบว่ามีตะไคร่น้ำกับต้นมอสส์ขึ้นอยู่ และมีรอยเท้าขนาดที่แตกต่างกันจำนวนไม่น้อยเดินย้ำสำรวจพื้นที่แห่งหนึ่งก่อนจะแยกกันเดินไปตามเส้นทางที่มี”

        ราล์ฟวิเคราะห์เหตุการณ์ออกมาจากสภาพแวดล้อมที่เห็น ดูเหมือนว่าผู้ที่เคยมาที่นี่ก่อนจะใช้วิธีการเสี่ยงดวงจากการเดินไปตามเส้นทางทั้งหมดที่มี เพราะมันอาจจะต้องมีเส้นทางที่ถูกต้องอยู่บ้าง การที่ไม่ยอมมาเอารูปสลักนี่กลับไปด้วยโดยไม่กลัวว่าจะมีผู้ที่บังเอิญหลงเข้ามาแสดงว่าพวกนั้นได้บรรลุวัตถุประสงค์ของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง

        “แล้วยังไง ฉันยังไม่เห็น จันทราที่สาดส่องเผยทางลับที่มองไม่เห็น เลย นายจะมั่นใจได้อย่างไงว่าพวกนั้นได้สิ่งที่น่าจะเป็นรางวัลที่แท้จริงจากการเข้ามาในครั้งนั้น” ลอนดอนถามอีก เขาไม่มีทางล้มเลิกแค่นี้แน่ๆ อุตส่าห์วาดฝันเอาไว้ว่าจะต้องได้เจอกับมอนสเตอร์โบราณที่น่าจะแข็งแกร่งได้แล้วแท้ๆ

        “ไม่มี” ราล์ฟตอบโดยไม่ต้องคิด ทั้งหมดนั่นเป็นเพียงแค่การคาดเดาเท่านั้น แถมเขาก็ยังไม่เข้าใจด้วยว่าข้อความปริศนาในท่อนที่สองนั้นหมายถึงอะไรกันแน่

        หากลองคิดๆ ดูถ้าหากเขาใช้รูปสลักพระจันทร์เพียงชิ้นเดียวก็จะมีเส้นทางลับถูกเปิดออก ซึ่งดูจากความสัมพันธ์มันอาจจะเป็นเส้นทางนี้อยู่ก็ได้ แต่เขาก็ยังมองไม่เห็นแสงที่สาดส่องมาเลยด้วยซ้ำไป ราล์ฟทดลองดึงรูปสลักเข้าออกหลายๆ ครั้ง วิเคราะห์ความเป็นไปได้ทั้งหมด สิ่งที่อยู่ระหว่างกลางพระอาทิตย์และพระจันทร์น่าจะเป็นโลกแน่ๆ ดูจากขนาดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และเมื่อมองไปที่พระอาทิตย์เขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

        หรือว่าบางที...’

        ราล์ฟสำรวจมันดูและก็พบกับสิ่งที่คาดเอาไว้จริงๆ ลอนดอนพูดถูก เขาไม่ควรคิดว่าพวกนั้นได้ของรางวัลที่แท้จริงไป  เส้นทางทั้งหมดที่ถูกเปิดเผยนั้นเป็นเพียงแค่ตัวล่อเท่านั้น ที่ดวงอาทิตย์นั้นมีกระจกเล็กๆ พอจะช่วยให้มองเห็นภายในได้ ที่ตรงกลางนั้นมีสิ่งที่คล้ายกับตะเกียงอยู่ ยื่นมือเข้าไปภายในและรวบรวมองค์ประกอบของเวทมนตร์เพื่อสร้างเวทมนตร์ไฟขึ้นมา ทันทีที่วงเวทถูกสร้างขึ้นก็มีเปลวไฟถูกจุดติดขึ้นที่ตะเกียงนั้น ตามมาด้วยกลไกของเวทมนตร์ที่ถูกกระตุ้นจนราล์ฟต้องทิ้งตัวลงมาแล้วมองดู

        “อะไรน่ะ?”

        “แสงจากพระจันทร์อย่างไงล่ะ” ว่าแล้วราล์ฟก็เดินไปดึงรูปสลักของโลกออกมาจากแท่น ทำให้พระจันทร์นั้นได้รับแสงจากพระอาทิตย์จนสว่างจ้า ตามมาด้วยเส้นทางลับที่เลื่อนเปิดขึ้นจากพื้นดินเผยให้เห็นบันไดยาว เพียงแต่มันไม่ได้มีแต่ทางเดียวแต่มีถึงสองทาง นั่นหมายความว่าจากนี้ไปจะเป็นการเสี่ยงดวงดูแล้วว่าใครจะได้ลงไปทางไหน

        “ฉันขอทางซ้ายละกัน” แล้วลอนดอนก็เดินไปที่บันไดทางซ้ายซึ่งอยู่ใต้พระอาทิตย์

        “เหตุผลล่ะ” ราล์ฟถาม เพราะจากที่ดูแล้วลอนดอนแทบจะไม่ได้คิดอะไรเลยสักนิดก็เลือกแล้ว

        “ง่ายๆ ขวาร้าย ซ้ายดี” ตอบเสร็จก็พาเดินบันไดลงไป ก่อนที่เส้นทางนั้นจะปิดลงเหมือนมีกลไกบางอย่างทำให้พื้นเลื่อนปิดเมื่อมีคนเดินลงไปแล้วได้พักหนึ่ง

        ราล์ฟโคลงศีรษะ ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าลอนดอนเป็นผู้ชายที่คิดอะไรง่ายๆ แต่คิดไม่ถึงว่าจะง่ายขนาดนี้ ในเมื่อลอนดอนนั้นรับผิดชอบเส้นทางหนึ่งแล้ว อีกเส้นทางหนึ่งก็เป็นความรับผิดชอบของเขา หลังที่พวกราล์ฟเดินลงทางลับนั่นไปแล้ว พื้นก็เลื่อนปิดลงพร้อมกับแสงสว่างที่ค่อยๆ ดับมอดลง

 

        คนกลุ่มหนึ่งในชุดคลุมที่ปกปิดหน้าตาของตัวเองจำนวนห้าคนเดินเข้ามาในโบราณสถานกลางป่าวงกต คนคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้นำของกลุ่มนี้ใช้มือสัมผัสกับตัวโบราณสถานแห่งนี้ก่อนจะยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นพวกเขาก็พากันเดินเข้าไปภายในนั้นจนมาหยุดที่ห้องโถงกว้าง มีแท่นประหลาดตั้งอยู่ คนคนนั้นแกะเอาสิ่งของเหล่านั้นออกมาและใช้เวทมนตร์ทำลายมันทิ้ง จากนั้นคนคนนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ

        “มีอะไรน่าขำหรือ ท่านซีกเกอร์” หนึ่งในผู้ติดตามนั้นเอ่ยถาม

        “ข้าแค่รู้สึกว่าพวกเราคงไม่มีธุระอะไรกับที่นี่แล้ว โชคชะตานี่ช่างเป็นอะไรที่น่ากลัวเสียจริงๆ” เจ้าของนาม ซีกเกอร์ เอ่ย หลังจากที่ใช้มือสัมผัสกับแท่นแห่งนั้น

        “หรือว่าท่านจะมอบสิ่งที่อยู่ในนี้ให้แก่ผู้ที่สามารถลงไปได้” คราวนี้เป็นเสียงของชายหนุ่มผู้เหน็บดาบไว้ที่ตัวถึงห้าเล่ม เขาคือฮันเนียบัล อดีตนินจาพิทักษ์ของกิลด์พยัคฆ์ทมิฬ

        ไม่สิ...

        เขาไม่เคยเป็นนินจาพิทักษ์ของใครทั้งสิ้น นอกเสียจากคนคนนี้คนเดียวเท่านั้น

        “ไม่ใช่ผู้ที่สามารถ หากแต่เป็นผู้ที่คู่ควร”

        ทุกคนมีท่าทางงุนงงมาก แต่ก็ไม่ได้สอบถามอะไร เพราะพวกเขาทุกคนล้วนแล้วแต่เชื่อมั่นใจการตัดสินใจของคนผู้นี้

        “จากนี้ไปท่านคิดจะไปที่ไหนต่อ” คราวนี้เป็นเสียงของผู้หญิงถามขึ้นบ้าง

        “งานประลองยุทธ์” คำตอบนั้นสั้นมาก ก่อนที่คนคนนั้นจะใช้มือกรีดช่องว่างในอากาศจนเกิดห้วงอากาศอันดำมืด และกลืนร่างของทั้งห้าคนให้หายไปราวกับไม่เคยอยู่ที่นั่นมาก่อน

 

        หนึ่งเส้นทางมีจุดหมายที่ความตาย ส่วนอีกหนึ่งเป็นปลายทางสู่ขุมทรัพย์...

       ข้อความนี้เป็นอะไรที่ชวนให้ราล์ฟรู้สึกสงสัยมาก เพราะมันดูไม่ค่อยสัมพันธ์กันสักเท่าไหร่ เพราะไม่รู้ว่าเส้นทางที่เขามานั้นจะต้องพบเจอกับอะไรบ้างจึงไม่ยอมประมาทแม้แต่เรื่องเล็กน้อย ยิ่งลงมาลึกก็รู้สึกเหมือนกับว่ามาอยู่ในสถานที่อื่นที่ไม่น่าจะใช่โบราณสถานเลย เพราะเขาต้องพบกับทางเดินมหาโหดที่เบื้องล่างนั้นมีหนามแหลม และพื้นที่นั่นก็เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย ทั้งเปลวไฟที่พุ่งออกมาจากข้างกำแพง แม้กระทั่งพื้นหลอกที่ไม่รับน้ำหนัก น่าเสียดายที่ราล์ฟเป็นพวกเล่นนอกกฎ เขาผนึกไซเรนและคิริ ก่อนจะใช้สติ๊กกี้ กัมม์ไต่กำแพงเดินฝ่าไปโดยไม่เสียเหงื่อสักหยด

        เมื่อมาถึงอีกฝั่งหนึ่งได้ประตูนั่นก็ปิดลง คราวนี้ราล์ฟรู้สึกได้ถึงจิตสังหารหลายจุด จะเรียกไซเรนออกมาช่วยก็ทำไม่ได้เพราะยังติดดีเลย์ในการเรียกอยู่ ยอมรับว่าประมาทไปจริงๆ เพราะสติ๊กกี้ กัมม์นั้นใช้ได้เฉพาะเจ้าของเท่านั้น

        เพลเยอร์พบ โจรสุสาน คลาสทหาร เลเวล 774 จำนวน 5 ตัว

        ช่วยไม่ได้สินะ ราล์ฟถอนหายใจ ในเมื่อสถานการณ์มันเป็นแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้

        เด็กหนุ่มเผ่าแมวไล่นิ้วกดไปบนอากาศ ตำแหน่งนั้นคือช่องบรรจุสกอร์เวทมนตร์ พร้อมร่ายเวทมนตร์สนับสนุนให้ตัวเอง เสร็จแล้วจึงเดินเข้าไปหาโจรสุสาน พวกมันให้มีดสั้นหรูมากเป็นอาวุธ มีความคล่องตัวสูงมาก การโจมตีของมันแฝงไปด้วยจิต แม้ว่าจะหลบได้ฉิวเฉียดก็ตามแต่ก็สร้างบาดแผลให้ตามร่างกาย ราล์ฟมองดูดาเมจที่ลอยขึ้นมาและค่อยๆ ลดลงทีละนิด

        “ผลเอฟเฟคประเภททักษะติดตัวสินะ” ราล์ฟวิเคราะห์ และหลบอีกเพียงไม่กี่ครั้งก็ทราบถึงระยะที่ชัดเจนของการโจมตีนั้น ความยาวของมันประมาณ 50 เซนติเมตร ทำให้การโจมตีครั้งต่อไปของพวกมันสร้างความเสียหายให้กับเขาไม่ได้แล้ว

        ราล์ฟงอกกงเล็บของแมวออกมาเพื่อเสริมโบนัสในการโจมตีให้กับตัวเอง จากนั้นก็ตรงเข้าไปเล่นงานพวกโจรสุสาน HP ของมันมีเยอะมาก ลำพังแค่การโจมตีทั่วไปทำได้เพียงแค่ตอดเล็กตอดน้อยเท่านั้น แต่เมื่อมันโจมตีไม่โดนแล้วก็ไม่มีอะไรต้องกลัว แถมเขายังสามารถรักษาตัวเองได้เรื่อยๆ ด้วยร่างของมนุษย์เผ่าแมวราล์ฟต้องใช้เวลาเกือบสิบห้านาทีในการจัดการกับพวกนั้นจนหมด เด็กหนุ่มมองดูเวลาจนพบว่าสามารถปลดผนึกไซเรนและคิริได้แล้วก็เรียกออกมา

        “ที่นี่มันที่ไหน” เงือกสาวถามเมื่อพบว่าเธอปรากฏตัวขึ้นมาในที่ที่ต่างจากก่อนหน้านี้

        “ถัดจากห้องกลไกกับดักนั่น” ราล์ฟตอบ และเดินไปที่ประตูบานนั้นและมองดูช่องตัวเลขปริศนาที่ปรากฏตัวเลข ‘0’ ‘1’ ‘2’ และ ‘3’ บนผนัง และมีกรอบสี่เหลี่ยมพร้อมช่องตารางให้

        “สลิเทอร์ลิงก์สินะ”

        “สลิเทอร์...หมายถึงสิ่งใดกัน”

        “สลิเทอร์ลิงก์ เป็นปริศนาเชิงตรรกะรูปแบบหนึ่งของญี่ปุ่น การแก้ปริศนานี้จะให้เราสร้างรูปปิดโดยมีตัวเลขเป็นการบอกใบ้ให้ ซึ่งคำตอบนั้นจะมีเพียงรูปเดียวไม่สามารถวาดรูปอื่นขึ้นมาได้” ราล์ฟอธิบาย แล้วเริ่มไล่นิ้วลงไปบนผนังจนเกิดเป็นแสงเรืองขึ้นมา เด็กหนุ่มใช้เวลาเพียงแค่ห้าวินาทีเท่านั้นก็ไขปริศนาจนเปิดประตูบานนั้นได้สำเร็จ

        “ระวังตัวเอาไว้ด้วยล่ะ” นักบวชเผ่าแมวเตือน

 

        ที่อีกเส้นทางหนึ่ง ชายหนุ่มเจ้าของฉายาอสูรสัตว์ร้ายกำลังยืนมองดูเส้นทางที่ดูเหมือนจะโล่ง แต่ถ้าหากมองไปที่ด้านหลังของเขาจะพบกับซากของมอนสเตอร์นับร้อยๆ ตัวนอนตายอยู่ หลายตัวที่ถูกจับพันธนาการเอาไว้ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนของซากศพที่นอนเกลื่อนพื้นเรียกว่ามันมีอยู่น้อยมากจริงๆ และเพราะไม่สามารถเรียกสัตว์เลี้ยงอสูรคู่ใจออกมาได้ จึงทำได้แค่เรียกเวิร์ลวินด์ออกมาช่วยต่อสู้

        อสูรสัตว์ร้ายนับจำนวนของมอนสเตอร์ที่จับได้ก็คำนวณรายได้ที่กำลังจะได้รับของตัวเอง คิดแล้วไม่ผิดที่เลือกทางซ้ายที่น่าจะเป็นโชคดีของตนเอง อย่างน้อยเจ้ามอนสเตอร์แปลกๆ พวกนี้มีความสามารถในการต่อสู้สูงไม่เบา ยิ่งเป็นมอนสเตอร์ที่หาพบยากแบบนี้ราคามันยิ่งสูงด้วย

        เพลเยอร์พบ ราชันย์โจรสุสานวิญญาณแค้น [บอส] คลาส ขุนนาง เลเวล 120

       ลอนดอนหันไปมองเจ้ามอนสเตอร์ที่ระบบแจ้งให้ทราบว่ามันเป็นบอส รูปร่างของมันเหมือนกับมนุษย์ล่องหนที่สวมชุดของโจรสุสาน สิ่งที่อยู่ภายในเหมือนกับก้อนพลังงานความร้อน และมีดวงตาเป็นเปลวไฟ มีอาวุธลอยอยู่รอบตัวของมันซึ่งสามารถควบคุมอาวุธนั่นได้หมด

        “วันนี้เป็นวันดีของฉันเสียจริง เจอมอนสเตอร์เจ๋งๆ เข้ามาเป็นคอลเลคชั่นขบวนร้อยอสูรของฉันด้วย” ลอนดอนเผยยิ้ม เรียกเจ้าเวิร์ลวินด์กลับมาแล้วเปลี่ยนไปเรียกสัตว์เลี้ยงอสูรแฟรี่ที่อยู่ในขบวนร้อยอสูรของตนเองออกมา ชื่อของมันก็คือ แฟรี่รัตติกาล เฟเรียส

        “ชำระบาป” เขาออกคำสั่งกับเฟเรียสเพื่อใช้ทักษะของมอนสเตอร์

        แล้วเฟเรียสก็ประสานมือของตัวเองก่อนจะส่งเสียงร้องออกมา นั่นคือบทเพลงชำระบาปของเผ่าแฟรี่ สาเหตุที่ต้องมีความสามารถนี้เพราะเดิมดีแล้วแฟรี่รัตติกาลนั้นมีความดุร้ายมาก การฆ่านั้นจะทำให้ตบะของแฟรี่ลดลงเรื่อยๆ จนเมื่อถึงขีดจำกัดมันจะกลายเป็นแฟรี่ที่ควบคุมไม่ได้และสูญเสียอำนาจเวทมนตร์ ทักษะชำระบาปนั้นจะทำให้ความดุร้ายลดลงและเพิ่มอำนาจเวทมนตร์ ในขณะเดียวกันผู้ที่ทำการรับบาปนั้นจะได้รับความดุร้ายไปแทน หรือก็คือการรับบาปจะทำให้คนคนนั้นติดสถานะคลั่ง

        ท่าทางของลอนดอนเปลี่ยนไปเหมือนกับคนที่กำลังคุ้มคลั่ง เพียงแต่เขาสามารถประคองสติของตัวเองเอาไว้ได้แล้ว ก่อนหน้านี้เคยใช้ทักษะนี้มาแล้วครั้งหนึ่งผลก็คือการฆ่าสัตว์เลี้ยงอสูรของตัวเองจนตายเกือบหมด ทำให้ต้องมองหามอนสเตอร์ตัวใหม่ๆ มาเข้าขบวนร้อยอสูรแทน

        นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ลอนดอนให้เฟเรียสฆ่ามอนสเตอร์มาก่อนเพื่อสะลมบาปของตัวเอง มันมักจะเป็นไพ่ตายใบสุดท้ายที่เขาจะใช้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบอส การคุ้มคลั่งจะทำให้ค่าสถานะเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่า

        ชายหนุ่มพุ่งเข้าไปประชิดตัวแล้วเหวี่ยงแส้อ้อมไปพันแขนข้างหนึ่งของบอสราชันย์โจรสุสานวิญญาณแค้น และดึงให้มันหันกลับไป ก่อนจะใช้ทักษะโจมตี แส้สะบั้นวิญญาณ สร้างดาเมจที่เกือบจะเรียกว่ารุนแรงได้เหมือนกัน แม้ว่าจะมีท่าไม้ตายที่รุนแรงอย่าง ขบวนร้อยอสูร ที่สามารถเรียกสัตว์เลี้ยงอสูรที่แข็งแกร่งที่ทำพันธะสัญญามาช่วยได้ แต่มันกลับมีจุดอ่อนเกี่ยวกับพื้นที่ที่คับแคบมาก

        เฟเรียสบินไปก่อกวนบอสตัวนั้นสร้างโอกาสให้กับผู้เป็นนายของมัน ลอนดอนสะบัดแส้งูขาวทีหนึ่งก่อนที่มันจะแข็งตัวเป็นเสมือนกับดาบ และใช้มันเป็นอาวุธโจมตีในระยะประชิด

        “ถ้าวันนี้แกไม่ทำสัญญาเป็นหนึ่งในขบวนร้อยอสูรของฉัน อย่ามาเรียกฉันว่าลอนดอน”

 

        ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาทั้งหมด ราล์ฟเจอกับปริศนามากมาย แต่เจอมอนสเตอร์เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ยอมรับว่ามันเป็นปริศนาที่ง่ายมากเพราะใช้แค่ตรรกะทางคณิตศาสตร์เท่านั้น อย่างเช่นด้านที่เป็นตารางซูโดกุ 9 ช่อง มีเวลาให้เพียงห้านาทีในการแก้โจทย์ปัญหานี้ แต่ราล์ฟกลับใช้เวลาเพียงแค่สี่สิบวินาทีในการกรอกคำตอบทั้งหมดลงไป แม้แต่ไซเรนที่ลองดูยังหาช่องแรกไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป

        “นายเป็นสัตว์ประหลาดหรือเปล่า” ไซเรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดๆ หลังจากเห็นเด็กหนุ่มแก้ปริศนาทั้งหมดได้ในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

        “ก็แค่เรื่องง่ายๆ” เด็กหนุ่มตอบ

        “ไม่หรอก เรามั่นใจว่าต่อให้เป็นผู้ทรงภูมิก็มิอาจตอบคำถามเหล่านั้นได้ภายในเวลาที่กำหนดเด็ดขาด”

        “แล้วแต่เธอจะคิดก็แล้วกัน” ราล์ฟตอบนิ่งๆ เขามองดูปริศนาสุดท้ายที่เป็นการคูณเลขหกหลักธรรมดา ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรให้คิดวุ่นวายเลยสักนิดเดียว

        839,145 x 913,581 = ?

        จากนั้นก็หันไปมองดูนาฬิกาทรายที่กำลังลดลงมาเรื่อยๆ คาดว่าน่าจะให้เวลาเพียงสามนาทีเท่านั้นในการแก้โจทย์ในครั้งนี้ การตอบคำถามนั้นจะต้องเดินไปหยิบแผ่นป้ายเหล่านั้นขึ้นมาแขวนเอาไว้ให้ถูกต้อง มันเป็นแผ่นป้ายตัวเลขที่ทำจากหิน

        ให้ตายสิ คิดโจทย์ที่ยากกว่านี้ไม่เป็นหรือยังไงนะ

        ว่าแล้วราล์ฟก็ใช้พลังจิตยกป้ายทั้งหมดขึ้นมาไล่สายตามองดูตัวเลขทั้งหมดก่อนจะเลือกนำไปแขวนเป็นคำตอบ

        766,626,928,245 นี่คือคำตอบที่ถูกต้องของมัน

        ทันทีที่แขวนตัวเลขครบแล้วก็ได้ยินเสียงกลไกดังขึ้น พร้อมกับแผ่นหินที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก

        ทว่ามันไม่ได้มีแค่ทางเดียว หากแต่มีถึงสองทาง ซึ่งเส้นทางนั้นหนึ่งเส้นทางมีแสงสว่างส่องลอดออกมา และเผยให้เห็นเหรียญทองจำนวนมากท่าทางจะเป็นห้องสมบัติ ส่วนอีกหนึ่งทางนั้นมืดมากและมีความรู้สึกประหลาดชวนให้อยากลองเดินไปดูเหมือนกัน

        ไซเรนมองหน้าราล์ฟเพื่อขอคำตัดสินใจ แต่เด็กหนุ่มนั้นมองดูพื้นที่ตนเองเหยียบอยู่มันจบลึกอยู่ นั่นหมายความว่าพวกเขาจะสามารถเลือกได้เส้นทางเดียวเท่านั้น หากเลือกไปทางห้องสมบัติก็จะไม่สามารถเข้าไปที่อีกเส้นทางหนึ่งได้

        เลือกเพียงหนึ่งจักต้องสละหนึ่ง

        มันอาจจะเป็นบททดสอบความโลภก็ได้

        แล้วถ้าหากว่ามันไม่ใช่ล่ะ

        ราล์ฟสองจิตสองใจอยู่เหมือนกัน เพราะอย่างไงเขาก็จำเป็นจะต้องใช้เงินจำนวนมาก

        “งั้นก็เลือกมันซะทั้งสองเลยสิ” ราล์ฟตัดสินใจ

        “ทำไม่ได้หรอก”

        “หึ! ถ้าเป็นคนอื่นละก็ไม่ แต่ถ้าเป็นฉันที่มีทักษะนี้อยู่ในมือละก็ มันก็เป็นอีกเรื่อง...” ราล์ฟยิ้มให้เล็กน้อย แล้วเรียกใช้ทักษะสติ๊กกี้ กัมม์ ยืดออกไปยึดจับสิ่งที่ซ่อนอยู่ในห้องนั้นและดึงมันกลับมาและพบว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นมันเป็นของแท้

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #11606 Σʍρeror_ɔr (@055440769) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 00:46
    โอ้แม่เจ้า 555555 สมกับเป็นราล์ฟ 555555555 เก็บทุกเม็ด
    #11606
    0
  2. #10661 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 22:11
    โกงงงงงงงงงงงง
    #10661
    0
  3. #9604 1Bishop1 (@vbfip6db2010) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:38
    อ่านตอนนี้แล้วเล่นซะสำลักน้ำลายเลยทีเดียว 555+
    #9604
    0
  4. #8681 my-kimberly (@my-kimberly) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 12:07
    ขี้โกง.....
    #8681
    0
  5. #8594 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 20:13
    จิ๊กกันหน้าตาเฉยเลยเว้ยเฮ้ย!!!
    #8594
    0
  6. วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 17:29
    ตั้งแต่มันได้สกิลสติ๊กกี้ กัมม์มา รู้สึกราล์ฟจะแสบขึ้นเรื่อยๆ ถ้าได้เปิดมิติมาสงสัยของจะหายหมดแน่ๆ



    รออยู่น่ัคราบบบบ มาต่อไวๆน่ะ
    #8593
    0
  7. #8592 Nunnally (@kuroyuri) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 15:51
    อื่ม...ถ้ามีพลังจิตหรือทักษะเปิดมิตินี้คง..............

    #8592
    0
  8. #8591 anecha35 (@anecha35) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 12:59
    คือตั้งแต่ได้สกิลนี้มา หมอนี่ก็โกงขั้นเทพแบบที่ระบบเอาผิดด้วยไม่ได้เลย เหอะๆๆๆ ก็สมกับเป็นราล์ฟ
    #8591
    0
  9. #8590 rookies_jr (@rookies_jr) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 12:46
    ^______^
    #8590
    0
  10. #8589 tpnd02 (@tpnd02) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 11:45
    เหอๆ มีให้เลือกแล้วทำไม จริงมะ
    ก็เลือกมันทั้งสองอย่างเลย อิอิ
    สมเป็นพระเอกจริงๆ
    แหวกแนวได้อีก
    #8589
    0
  11. #8588 พี (@gamhunter) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 09:18
    ไร้ซึ่งคำบรรยายจริงๆนะราล์ฟ =_=;;
    #8588
    0
  12. #8587 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 09:03
    ขี้โกงจริงๆ555 ต้องงี้สิ ถึงจะเป็นราล์ฟ
    #8587
    0
  13. #8586 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 08:37
    ขอบคุณมากค่ะ
    #8586
    0
  14. #8585 tainies (@tainies) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 08:05
    โกงง่ะ
    #8585
    0
  15. #8584 enum (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 04:19
    ใช้สติกเกอร์กัมไปหยิบมาให้หมดแล้วเข้าไปอีกเส้นทางเหรอ
    #8584
    0
  16. #8583 * MEEN * (@NAT-MEEN) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 03:05
    นี่สิสมกับเป็นราล์ฟ คุๆๆ
    #8583
    0
  17. #8582 YosHino (@yoshkub) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 02:21
    กับดักสุดท้ายนี้ง่ายไปไหม ...
    แค่มาเอาอะไรมาวางแทนน้ำหนักตัวก็ไปเข้าไปหยิบได้ละ -*-
    #8582
    0
  18. #8581 thalian (@thalian) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 00:19
    ถ้าสายพลังจิตอาจจะยกออกมาได้ไม่หมด  ัทักษะฮิโซกะนี่มันดีจิงๆ
    #8581
    0
  19. #8580 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 22:56
    เอิ่ม จะเอาอะไรกับเจ้าราร์ฟ มันแสบขนาดไหน
    #8580
    0
  20. #8579 |aTtePops (@lattepops) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 22:53
    โชคดีจริงๆนะ ถ้าเกิดไปทางสลับกันจะเกิดอะไรขึ้น?
    #8579
    0
  21. #8578 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 22:46
    เฮียโกงได้เทพมาก
    #8578
    0
  22. วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 22:28
    ค้างเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #8577
    0
  23. #8576 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 22:13
    พี่แกทั้งสองคนสัตว์ประหลาดทั้งนั้น
    #8576
    0
  24. #8575 Comrade (@fuhrer) (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 22:12
    ชาบูสติกกี้กัม เหมาหมดเลยฮ่าฮ่าฮ่า
    งานนี้ Win กันถ้วนหน้า ราล์ฟได้ทั้งสองทาง ลอนดอนได้สัตว์อสูร

    ถ้าสองคนนี้สลับทางกัน ราล์ฟเจอสัตว์อสูร ลอนดอนเจอทางลับกับดักและปริศนา คงไปไหนไม่ได้ไกลแน่ๆ
    #8575
    0