[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,473,872 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,143

    Overall
    1,473,872

ตอนที่ 169 : บทที่ 14 น้องเหมียวสี่ขา (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    20 เม.ย. 57

บทที่ 14 น้องเหมียวสี่ขา

 

          เป็นเวลาสายพอสมควรที่ต้องถ่อมาให้ถึงอาคารระบบในตอนเช้าเพื่อยื่นเรื่องของการเปิดร้านเล็กๆ ปัจจุบันตอนนี้ก็มีเยอะมากเหมือนกันที่คิดจะเปิดร้านเพื่อหาเงิน ส่วนใหญ่จะไปไม่รอดเพราะมันต้องอาศัยการบริหารและตลาดสินค้าอีกด้วย ร้านที่เปิดแล้วสามารถอยู่รอดได้นั้นถ้าไม่ใช่ร้านอาหารก็เป็นร้านที่มีสมาคมคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง แต่นี่คำโฆษณาอะไรก็ไม่มีเลยแล้วร้านจะไปรอดหรือเปล่านั่นเป็นเรื่องที่สตรีทเมจิกกำลังกังวลอยู่ เพราะมันไม่ใช่แค่เปิดร้านแล้วจะรวยขึ้นมาได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่สามารถบริหารงานได้ร้านก็จะต้องถูกปิดลงเช่นกัน ถึงอย่างงั้นเขาก็มั่นใจมากว่าเจ้าคนคิดเรื่องนี้จะไม่ทำให้มันสูญเปล่าแน่

          ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้อารินเคยไปผลิตน้ำยาชนิดหนึ่งที่คุณสมบัติเกือบจะโกง ป่านนี้มันคงจะเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว คงเพราะว่าต้องประเมินผลลัพธ์ในอนาคตทำให้ต้องมีการเซ็นสัญญาฉบับพิเศษขึ้น ราล์ฟที่เห็นว่าวิธีนี้ช่วยให้อารินได้ประโยชน์มากกว่า แม้จะถูกจำกัดสิทธิ์บางอย่างไปบ้างก็ตาม แต่สุดท้ายได้ผลประโยชน์ที่เป็นที่ยอมรับได้

1.     น้ำยาที่ผลิตขึ้นมานั้นจะต้องให้ทางระบบประเมินความสามารถและกำหนดราคามาตรฐาน รวมไปถึงกำหนดโควต้าของการขายผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นต่อเดือน ในส่วนนี้ผู้ผลิตสามารถกำหนดราคาเพิ่มขึ้นได้หรือจำกัดโควต้าของการขายเองได้ตามความต้องการของตัวเอง แต่ไม่ควรเกินกว่าที่ระบุเอาไว้ในสัญญา

2.     สินค้าจำพวกน้ำยาทางระบบสามารถซื้อในราคาที่ถูกกว่าราคามาตรฐาน 60% ทั้งนี้เพื่อนำไปเป็นสินค้าขายต่อและรางวัลพิเศษสำหรับกิจกรรม หรือไอเทมที่ใช้ในกิจกรรมเท่านั้น

3.     ผู้ที่เป็นเจ้าของร้านสามารถจำกัดการค้าขายสินค้าต่อระบบด้วยเหตุผลบางประการได้ อาทิเช่น ไม่สามารถผลิตได้ตามจำนวนที่ต้องการอันเนื่องมาจากวัตถุดิบไม่เพียงพอ หรือประสบปัญหาไม่สามารถออนไลน์เพื่อผลิตน้ำยาได้ หรือสาเหตุอื่นๆที่มีผลมาจากความผิดพลาดของระบบหรือความผิดพลาดของกลไกตลาด ทั้งนี้ราคาของผลิตภัณฑ์อาจจะมีราคาผกผันได้

มันเป็นเพียงเงื่อนไขสามข้อเท่านั้นที่กว่าจะตกลงกันได้ก็ทำเอาเหนื่อยกันเลยทีเดียว หน้าที่ของราล์ฟคือการปกป้องสิทธิของอารินที่มีต่อร้านน้ำยา ปกติแล้วคนที่ต้องการเปิดร้านไม่จำเป็นต้องมาร่างสัญญาพวกนี้ได้เลย ต้องบอกว่าระบบของเกมนี้ยังคงคิดจะเอาเปรียบอยู่มาก อย่างเช่นในข้อหนึ่งและข้อสองนั้นเห็นได้ชัดว่าต้องการให้เพลเยอร์เติมเงินซื้อน้ำยาจากระบบที่จะขายในราคาที่ถูกกว่ามาซื้อในร้านแบบนี้เรียกว่าพยายามขายตัดราคาเพื่อไม่ให้น้ำยานี้หลุดไปในตลาดได้ อารินที่ไม่รู้เรื่องนี้ก็เซ็นตอบรับไปโดยไม่ติดใจสงสัย แน่นอนว่ากว่าราล์ฟจะยอมลงชื่อในฐานะหุ้นส่วนของร้านก็ต้องพิจารณาจนพอจะมองเงื่อนไขของมันออกเท่านั้น เพราะถ้าไม่ทำข้อตกลงนี้ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการจ้าง NPC พิเศษที่ยังไม่มีวางจำหน่ายและอุปกรณ์ที่จะใช้ในร้านฟรีแบบไม่เสียเงินสักเหรียญ

NPC พิเศษนี้ก็มีความพิเศษจริงๆ นอกจากความสามารถในการค้าขายทั่วไปแล้ว ยังสามารถช่วยเหลือในเรื่องของการผลิตได้เช่นกัน ซึ่งวิธีการผลิตนี้จะถูกลงโพรเทคเอาไว้ป้องกันไม่ให้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์จากทางระบบเองด้วย มันเป็นการออกแบบของ CEO คนหนึ่งที่พูดได้ว่าคนคนนี้แก้จุดบอดของเกมได้ทั้งหมดในระยะเวลาสั้นๆ นอกจากนี้ยังสามารถทำธุรกิจแทนได้โดยสามารถกำหนดตารางให้ทำ ซึ่งจะมีจุดอ่อนตรงที่ไม่สามารถตัดสินใจในการทำธุรกิจเองได้นอกจากจะได้รับคำสั่งเท่านั้น ถือว่าเป็นข้อดีที่ป้องกันไม่ให้รับงานมากเกินไป

พอเสร็จสิ้นจากการทำสัญญาแล้วก็ถึงเวลาเลือกการออกแบบของร้าน มีทั้งแบบสไตล์โบราณ แนวน่ารักๆ ไปจนถึงแนวเถื่อนๆ แน่นอนว่าอารินเลือกแบบร้านด้วยตัวเอง มันเป็นร้านสีชมพูขาวที่ตัดกันดูสดใส ขนาดของร้านที่ได้จากการทำสัญญาก็กว้างมาก เป็นร้านสองชั้นที่จะแบ่งโซนออกอย่างชัดเจน มาถึงตอนที่ต้องออกแบบหน้าร้านไม่ว่าจะมองอย่างไงอารินก็ไม่รู้สึกถูกใจเพราะหน้าร้านแบบนี้มันจำเจมาก ราล์ฟเลยบอกให้อารินนั่งวาดแบบร้านในอุดมคติของตัวเองออกมา จุดประสงค์หลักก็คือการเปิดโอกาสให้เธอได้รู้จักคิดและวิเคราะห์ด้วย

สักพักหนึ่งก็ออกแบบหน้าร้านเสร็จ มันเป็นร้านที่ราล์ฟคิดว่าไม่เหมาะกับตัวเองเลยสักนิด แต่ถ้าเป็นตำแหน่งของที่ตั้งร้านแล้วร้านนี้ก็คงเป็นจุดเด่นได้ไม่ยาก การออกแบบร้านนี้จะถูกตีลิขสิทธิ์เป็นชื่อของอารินเมื่อเธออนุญาตให้สามารถคนอื่นเลือกแบบร้านนี้ และเมื่อมีคนเลือกใช้เงินจำนวนหนึ่งก็จะถูกโอนเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติ

ในที่สุดร้าน น้องเหมียวสี่ขา ก็ได้รับการอนุมัติให้เริ่มสร้างได้ ต้องรอประมาณสามวันถึงจะสามารถใช้บริการในร้านได้เต็มรูปแบบ บรรดาผู้ที่เซ็นสัญญาจะได้รับระบบวาปพิเศษที่จะสามารถวาปไปที่ร้านได้ฟรีแต่มีข้อจำกัดในการใช้งานคือใช้ได้เพียงวันละ 1 ครั้งเท่านั้นสำหรับจัดการธุรกิจบางอย่าง

“สี่ล้านบ้านแกดิ หมดไปตั้งหกล้านสี่แสนเหรียญทอง” อาคมบ่นอุบ ถึงจะบอกว่าใช้มันเพื่อน้องก็ตามที่แต่เจ้านักบวชแว่นนี่กลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย เอาเข้าจริงๆถ้าไม่ได้หมอนี่มาช่วยเขาเองก็คงไม่รู้ว่าจะต้องต่อรองอะไรอย่างไงถึงจะได้ประโยชน์มากที่สุด หลังจากที่ได้เห็น GM ที่มาทำสัญญาด้วยแก้สัญญาเป็นว่าเล่นจนยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย

“มันผิดไปเลย ตอนทำการตรวจสอบข้อมูลของอารินพวกนั้นบอกว่าน่าจะเปิดร้านรับปลดผนึกไอเทมด้วย ฉันเองก็พึ่งรู้เหมือนกันว่าไอเทมที่สร้างใหม่นี้ถึงจะใช้ได้แต่ก็ไม่แสดงความสามารถที่แท้จริง ต้องเอาไปปลดผนึกซะก่อน ความสามารถของอารินตอนนี้คงปลดผนึกคลาส F-C ได้สบายๆเลย ถึงปัจจุบันจะมียันต์ปลดผนึกขายแต่ก็จำกัดเอาไว้แค่ระดับ D เท่านั้น ราคาต่อยันต์หนึ่งแผ่นก็คือ 5 เหรียญทองสำหรับคลาส D แถมยังมีโอกาสผิดพลาดคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จอยู่ที่ 25-30% ดังนั้นอาวุธที่ปลดผนึกแล้วราคาจึงจะแพงกว่าชิ้นที่ยังไม่ได้ปลดผนึกอีก” ราล์ฟพูดขณะที่เปิดหน้าต่างข่าวสารเพื่อเช็คข้อมูลราคาตลาด ก่อนจะเปิดหน้าต่างสองบานที่เปรียบเทียบราคาส่งให้อาคมดูความแตกต่างของมัน

“งี้อารินก็รวยเลยน่ะสิ แต่เดี๋ยวสิถ้างั้นก็หมายความว่าน้องฉันก็จะเด่นมากเลยไม่ใช่หรือยังไง”

“ไม่ต้องห่วงเพราะแบบนี้ถึงได้จ้าง NPC พิเศษมา NPC ตัวนี้ก็เป็นเหมือน AI รูปแบบหนึ่งที่จะสามารถใช้สกิลสองอย่างของผู้เป็นเจ้านายได้ตามระบบที่ได้ตั้งค่าเอาไว้ แค่บันทึกสกิลตรวจสอบกับสกิลปลดผนึกให้และเก็บอัตราค่าบริการตามเกณฑ์ที่กำหนดเอาไว้ แต่ก็ต้องจ่ายค่าพลังให้ทุกๆวันจึงจำกัดในการใช้สำหรับ NPC ดังนั้นคนที่จะออกหน้าร้านคือ NPC ไม่ใช่อาริน ต่อให้พวกนั้นส่งคนมาตรวจสอบก็จะเปล่าประโยชน์เมื่อเรามีระบบวาปในการเข้าไปถึงส่วนพักอาศัยของร้าน”

เพียงแค่เพิ่มเงินเล็กน้อยก็จะได้ประโยชน์มากมาย ราล์ฟเห็นความสามารถของมันก็ต้องยอมอ่อนข้อให้บ้าง อย่างไงซะอารินก็ได้ค่าสัญญามามากพอสมควรแล้ว เหลือแค่เริ่มดำเนินงานเท่านั้นตลาดน้ำยาจะต้องเปลี่ยนไปแน่ๆ เท่านี้ก็จะมีเงินหมุนเวียนที่สามารถนำออกมาใช้เวลาฉุกเฉินได้แล้ว

จากนั้นกลุ่มอีฟก็เดินทางไปเก็บเลเวลกันที่ดันเจี้ยนทางตอนเหนือของอัลเทเซียร์ สังเกตได้ชัดเจนว่าแต่ละคนเริ่มมีเผ่าพันธุ์กันแล้ว และสามารถแยกออกได้จากรูปลักษณ์ภายนอก บางคนก็เป็นหมาป่า บางคนก็เป็นแมว จะมีที่เป็นรูปร่างของเผ่าพันธุ์พิเศษก็มีแต่คนคนนั้นก็จะมาพร้อมกับคนกลุ่มใหญ่ๆ เท่าที่เห็นก็จะมีเผ่าที่เป็นพวกหูแหลมๆ ทายได้เลยว่าน่าจะเป็นเผ่าเอลฟ์ หรือบางคนก็มีลวดลายตามร่างที่บอกว่าเป็นเผ่าปิศาจ คนพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นพิเศษที่รู้เงื่อนไขการเปลี่ยนเผ่าแต่อุบเอาไว้ไม่บอกใครทั้งสิ้น

ราล์ฟเคยแยกแยะเผ่าพันธุ์พวกนี้ออกเป็นสามประเภท ประเภทแรกคือ บีสต์หรือเผ่าพันธุ์ที่มีรูปร่างของสัตว์ พวกนี้จะมีความโดดเด่นคล้ายกับสัตว์ในเผ่านั้นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นสกิลติดตัวมากกว่า ประเภทที่สองคือ ฮิวน์ เป็นเผ่าที่มีสติปัญญาที่สูงและมีความสามารถทางด้านเวทย์มนต์เป็นเอกลักษณ์ และประเภทที่สามคือ ลอสต์ เป็นเผ่าพันธุ์ลับที่ปัจจุบันยังไม่มีใครได้หรือได้แล้วแต่ไม่มีใครล่วงรู้

“พี่ชายคะพี่สาวคนนั้นมีหูเป็นแมวด้วย”

“อารินอยากเป็นแมวงั้นเหรอ เดี๋ยวพี่พาไปเปลี่ยนนะ”

          เท่าที่สังเกตดูส่วนใหญ่จะเป็นบีสต์และฮิวน์ที่มาที่นี่ เผ่าคนแคระที่สูงเพียงแค่ระดับไหล่ของอารินแต่กลับเก่งเอาเรื่อง คนพวกนี้ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นสายคราฟไอเทมที่มีอาชีพเป็นช่างตีเหล็ก เมื่อมีเผ่าพันธุ์คนแคระอาวุธก็จะมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมเท่าตัว แค่ของห่วยๆตอนนี้มีราคาหลายหมื่นเหรียญทองแล้ว

          ราล์ฟเดินนำทุกๆคนไปโดยใช้แผนที่ดั่งเดิมของอาริน เพราะมันไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมสักเท่าไหร่ ปกติแล้วจะมีตะไคร่น้ำเกาะอยู่เต็มแต่บัดนี้มันเหมือนกับมีคนมาทำความสะอาดใหม่ทำให้เห็นพวกกลไกได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิมอีก แต่จะว่าไปแล้วมันก็ยังคงซับซ้อนอยู่ดี มอนสเตอร์ที่เจอระหว่างทางก็มีรูปร่างแปลกตาไปมากอย่างเจ้าหอยอัศวินที่ตอนอยู่เฉยๆจะไม่มีพิษมีภัย แต่ถ้ามันเข้าสู่สถานะต่อสู้เมื่อไหร่ก็จะมีรูปร่างโผล่ออกมาจากเปลือกหอยและมีความสูงพอๆกับพวกเขา เลเวลของมันแค่ 30 แต่ก็เป็นชั้นทหาร

          อาคมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับข้อดีมันทำให้เขาป้องกันพิษและคำสาปได้ เป็นคนที่สามารถรับบัฟได้หมดแต่จะไม่รับดีบัฟประเภทคำสาปที่ลดความแข็งแกร่ง ส่วนข้อเสียคือหมอนี่ได้ใจเกินไปและคิดว่าโจมตีแค่นั้นไม่ทำให้ถึงกับตาย ท่าทางจะไม่รู้ว่าระบบใหม่นี้ไม่ได้ใช้ระบบความอดทนเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นระบบที่มีค่าพลังตายตัว หากหมดก็เท่ากับว่าตายนั่นเอง

          ในหน้าต่างของราล์ฟนั้นจะแบ่งออกเป็นทีมและภูตกับสัตว์เลี้ยง นั่นก็เพื่อให้เขารู้ข้อมูลของกลุ่มตัวเองได้เพื่อจะได้สนับสนุนให้ถูกต้องตามเห็นสมควร แม้จะเป็นสายสนับสนุนที่สู้ระยะประชิดยังไม่ได้  แต่ราล์ฟมีสกิลสายคำสาปอยู่ด้วยจึงเป็นการสู้สายถ่วงเวลามากกว่า แต่ยังดีที่ไซเรนและคิริเก่งพอดูจึงเป็นกำลังเสริมได้ นอกจากนี้ราล์ฟยังใช้สกอร์เวทย์มนต์เข้าต่อสู้อีกต่างหาก หลังจากทดสอบดูดซับพลังเวทย์ที่มีอยู่เบาบางที่นี่เลเวลของสกิลนี้ก็เลื่อนขึ้นเป็นสอง เขาจึงให้อารินฝึกเอาไว้ด้วย

          Heal!

          +1,220

          เมื่อเห็นว่าอาคมที่กำลังรับมือกับหอยอัศวินจน HP ลดมากกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ก็รีบใช้สกิลให้ ซึ่งในขณะนั้นก็กดใช้สกอร์เวทย์ออกไปพร้อมกันด้วย พูดให้ถูกคือราล์ฟไม่จำเป็นต้องขยับก็ไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนฝ่าเข้ามาระยะโจมตีได้สักตัว เพราะทันทีที่พวกมันวิ่งเข้ามาก็จะถูกคำสาปสับสนทำให้ทิศทางการเดินของมันเปลี่ยนไปจากที่จะวิ่งเข้ามากลายเป็นวิ่งถอยแทน

          “คำสาปเยอะดีนี่หว่า”

          “สกิลหากินทำไงได้ นักบวชไม่ได้มีสกิลโจมตีรุนแรงนี่นา”

          แต่เอาเข้าจริงๆราล์ฟก็ไม่ใช่กระจอก ถึงระบบจะมีเงื่อนไขว่าถ้าไม่ใช้อาวุธประจำอาชีพก็จะไม่สามารถใช้สกิลบางสกิลได้ ทว่าราล์ฟกลับใช้ไม้เท้าสู้กับหอยอัศวินสามตัว นั่นรวมไปถึงการรู้จักใช้อัญมณีธาตุและสกิลประดิษฐ์ไปด้วย

          ไซเรนเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน ถึงจะเป็นธาตุน้ำเหมือนกันแต่เมื่อได้ใช้เวทย์กลับมีความรุนแรงพอสมควร ในขณะที่พวกสัตว์เลี้ยงที่รวมมือกันสู้ แต่การเจอกันในครั้งนี้ฝีมือของนัคกี้และหงอคงพัฒนามากขึ้นกว่าเดิมอีก พวกมันรู้จักการโจมตีแบบ Hit & Away คือสู้แล้วหนี นัคกี้เสียเปรียบตัวอื่นๆตรงที่มันไม่มีเวทย์มนต์ที่แสนจะสะดวกสบาย แต่ในการต่อสู้ที่อาศัยอะไรหลายๆอย่างมันก็ไม่แพ้ตัวอื่นๆเช่นกัน

          ไม่น่าเชื่อว่าแค่หอยอัศวินสี่สิบกว่าตัวจะทำให้สภาพของพวกเขาเหนื่อยมาก ที่เหนื่อยที่สุดคือราล์ฟที่ต้องคอยใช้สกิลบัฟให้กับทุกคนไหนจะต้องคอยฮีลให้อีกด้วย อาคมก็เป็นสายบ้าเลือดกว่าที่คิดเสียอีก ถึงจะเอาชนะมาได้อย่างง่ายดายแต่การที่เหลือ HP เพียงครึ่งหลอดเป็นอะไรที่เสี่ยงมาก ด้วยเหตุนี้เองราล์ฟจึงต้องบอกกฎการฝึกให้แต่ละคนเพื่อให้รู้จักพัฒนาในการต่อสู้

          จะบอกว่าเพราะยังไม่มีเผ่าพันธุ์ทำให้อ่อนแอก็ไม่ถูก หรือคลาสชาวบ้านก็ไม่ใช่ ปัญหาที่ราล์ฟพบก็คือทุกคนประมาทกันเกินไปมากกว่า อาคมอาจจะถือดีว่าตนมีชุดเกราะในตำนานทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการโจมตี แต่ HP มันก็มีจำกัดเช่นกัน ไซเรนก็ใจร้อนเกินไปใช้เวทย์พร่ำเพรื่อทั้งๆที่จุดสำคัญของเวทย์มนต์คือจังหวะ พวกสัตว์เลี้ยงนั้นทำได้ดีแต่คิริตามสองตัวนั้นไม่ทัน เห็นทีจะต้องฝึกกันใหม่ซะแล้วล่ะ

          ราล์ฟตรวจสอบข้อมูลตัวเองพบว่าเลเวลเลื่อนขึ้นมา 1 เลเวล เป้าหมายก็คือการทำให้ทุกคนเลื่อนเป็นเลเวล 100 ให้เสร็จก่อนจะไปทำเควสเลื่อนคลาสเพื่อให้สามารถรับเผ่าพันธุ์ได้ตามแผนที่กำหนดเอาไว้ แต่ถ้ามีฝีมือแค่นี้คงเอาชนะคนอื่นได้ยากจริงๆนั่นแหละ

          “คงต้องนับหนึ่งใหม่อีกครั้งสิเนี่ย” ราล์ฟถอนหายใจ

          จากนั้นตลอดทั้งวันก่อนจะออฟไลน์ ราล์ฟก็ทำหน้าที่ติวเข้มให้ถ้าในเรื่องของการต่อสู้เชิงทฤษฏีเขามั่นใจว่าเหนือกว่าทุกคนในกลุ่มอีฟ แต่ละคนก็มีวิธีการพัฒนาที่แตกต่างกันออกไปตามสาย อย่างอาคมเป็นสายปราณและสายจิตก็ต้องสอนให้รู้จักการใช้พลังตามสัดส่วนไม่ใช่เลือกใช้พลังเพียงสายเดียวเพราะแบบนั้นมันจะเป็นการสูญเปล่าของพลัง สายปราณคือสายสถานะทำให้มีร่างกายที่เหนือกว่าทั้งสองสาย ส่วนสายจิตเป็นสายเสริมที่เหมาะจะใช้ในการโจมตีที่สุด อาคมจะต้องเรียนรู้การใช้พลังสองสายพร้อมๆกัน ซึ่งในเรื่องนี้ราล์ฟได้แสดงให้เห็นวิธีการใช้พลังทั้งสามสายด้วยการประลองสั้นๆ ผลลัพธ์คืออาคมถูกลด HP ไปมากกว่า 5000 จุดในเวลาเพียงสามนาทีเท่านั้นเอง

          ส่วนไซเรนก็เป็นสายเวทย์จึงต้องปูพื้นให้ใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ไซเรนนั้นมีค่า MP ที่เหนือกว่าปัจจุบันหลายเท่าทำให้สามารถใช้ได้เรื่อยๆ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เธอถูกทำให้มีสถานะเป็น ภูตกึ่งเพลเยอร์ จึงต้องสอนให้รู้จักการโจมตีแบบแม่นยำที่สุด ไซเรนนั้นมีพื้นฐานทุกอย่างดีอยู่แล้วติดอยู่แค่เธอใจร้อนก็เท่านั้น สิ่งที่เขาสอนให้ไซเรนทดลองทำก็คือการฝึกนับเลข เงือกสาวจะต้องนับหนึ่งถึงยี่สิบก่อนถึงจะเริ่มร่ายเวทย์ได้ ถ้าพลาดก็เท่ากับว่าจะต้องรอจนกว่าจะนับเสร็จใหม่ โดยมีกฎว่าห้ามโกงนับเร็วมากเกินไปด้วยนั่นเอง

          สัตว์เลี้ยงทั้งสามตัวก็ถูกฝึกเหมือนกัน แต่ที่หนักที่สุดก็คือคิริ อาจจะเพราะตอนนี้มันอ่อนแอกว่านัคกี้และหงอคง ต่อให้มันตัวใหญ่ขึ้นแค่ไหนแต่สองตัวนั้นก็ได้รับการฝึกพิเศษมาจากเซเรย์ น่าจะพัฒนาไปไม่มากก็น้อย แต่ราล์ฟก็ไม่เคยฝึกสัตว์เลี้ยงมาก่อนจึงไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงจุดไหนดี จึงได้แต่บอกให้พยายามตามทั้งสองตัวให้ทันโดยสัญชาตญาณของมันเอง

          สุดท้ายก็หมดวันโดยที่เริ่มไปได้เพียงไม่เท่าไหร่ จึงวางแผนเอาไว้ว่าออนไลน์ครั้งต่อไปจะต้องเสร็จสิ้นทุกอย่าง ระหว่างนี้ก่อนที่จะออฟไลน์ก็ให้ไปจัดการฝึกสายพลังให้เรียบร้อยซะก่อนเพื่อเพิ่มขีดจำกัดของค่าพลัง ส่วนราล์ฟก็นั่งทำอาหารให้กินกันก่อนจะออฟไลน์ออกไปจัดการธุระข้างนอกต่อ

 

          พอกลับมาจากการวิ่งในตอนเช้าก็เริ่มจัดการกับงานบ้าน ถุงขยะที่เต็มแล้วก็นำไปทิ้งไว้ยังจุดทิ้งขยะของหมู่บ้าน จะว่าไปแล้ววันอาทิตย์ของเดือนนี้เป็นวันที่อากาศร้อนเอาเรื่อง ขนาดเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมในตอนเช้าก็ยังไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด ต้นไม้ในสวนก็แห้งมากจนต้องรดน้ำต้นไม้ให้พวกมัน กว่าคุณแม่จะตื่นก็คงจะเป็นเวลาแปดโมงครึ่ง ถึงจะบอกว่านอนมากไม่ดีแต่วันนี้คงต้องยกให้สักวันนั่นแหละ

          “สวัสดีตอนเช้าครับ จะออกไปไหนเหรอครับเนี่ย”

          เจนภพกล่าวทักทายคนข้างบ้านที่เตรียมจะออกไปในตลาด เพราะปกติเวลามีเรื่องเดือนร้อนอะไรเจนภพจะถูกขอให้ไปช่วยอยู่แล้ว สาเหตุมาจากที่เจนภพมักจะทำอาหารแบ่งให้คนบ้านข้างๆที่ย้ายมาอยู่ใหม่แต่ไม่มีเวลาทำอาหารเช้าก่อนไปทำงาน ซึ่งอันที่จริงคนที่แนะนำให้ทำแบบนี้ก็คือคุณแม่ของเขาที่มักจะพูดกรอกหูเสมอว่า คนบ้านใกล้เรือนเคียงมีอะไรก็ควรจะช่วยเหลือกัน ซึ่งเจนภพก็จำและนำมาปฏิบัติใช้ทุกวัน

          “อ๋อ ไปตลาดครับ ไม่รู้ป่านนี้จะยังมีอะไรเหลือบ้าง”

          “เยอะครับ นี่พึ่งจะเจ็ดโมงเองตลาดปิดแปดโมงครึ่ง ถ้าจะซื้อเนื้อหมูผมแนะนำให้ไปซื้อที่ร้านแป๊ะโก่ว ที่อยู่ถัดไปสามซอยก่อนถึงตลาดนะครับ เนื้อหมูคุณภาพดีขายถูกแถมสะอาดด้วย”

          “เหรอครับ ขอบคุณมากครับ”

          “ไม่เป็นไรครับ” เจนภพตอบ อย่างไงก็เพื่อนบ้านกัน เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีคนจะพยายามงัดเข้ามาขโมยรถที่บ้าน แต่เพื่อนบ้านกลับมาเห็นเสียก่อน ทำให้หลังจากนั้นเจนภพก็ต้องไปโวยเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านนี้กับทางเจ้าของโครงการที่ปล่อยให้มีคนนอกเข้ามาได้

          ทั้งวันเจนภพก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำความสะอาดบ้านและล้างห้องน้ำประจำสัปดาห์ จากนั้นเวลาที่เหลือก็นั่งทำงานอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ส่วนคุณแม่นั้นก็ใช้เวลาส่วนใหญ่นอนหลับอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นเหมือนกัน เจนภพที่ทำงานเสร็จก็ส่งงานไปทางอีเมล์ก่อนจะปิดโน้ตบุ๊กเพื่อพักสายตาหลังจากที่ต้องเพ่งมองมันมาเป็นชั่วโมง

          “เหนื่อยชะมัด” เขาบ่นเบาๆ ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ

          “วันนี้ขอออนไลน์เร็วก่อนเวลาสักหน่อยดีกว่า คงต้องปรับแต่งเครื่องเล่นเกมสักนิดแล้วสินะ”

 



พอดีแว๊บกลับมาอ่านเพื่อดูความผิดพลาดเกี่ยวกับความสามารถของอาคมน่ะ ฮ่ะๆ... ลืมไปว่าหมอนี่มันรับบัฟได้หมด แต่ดีบัฟจะไม่เป็นผล...เลยเข้าใจสกิลผิด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #11414 Σʍρeror_ɔr (@055440769) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 16:45
    รู้สึกว่า อิสระในการเล่นจะน้อยลงเยอะเลย //แล้วนิมป์หล่ะ
    #11414
    0
  2. วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 09:31
    ขอบคุณครับ
    #10949
    0
  3. #9690 [Aseej] (@songchien) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:58
    อ่าวววววว ราล์ฟลืมนิมป์ไว้ที่กระท่อมแล้วมั้งนะ
    #9690
    0
  4. #7627 Prawan (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 22:22
    ไรเตอร์ๆๆๆๆๆๆนิมป์ ไปไหนนน
    #7627
    0
  5. #7467 MinZ@ (@min-min-za) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 19:44
    เก่งกันไวๆน้า
    #7467
    0
  6. #7207 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 13:43
    ชื่อร้านยังกะร้านขนมหวาน
    #7207
    0
  7. #5106 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 16:25
    จะว่าไปนิมป์จะยังคงรออยู่มั้ยน้อ...
    #5106
    0
  8. #4948 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 20:23
    ตอนสบายๆไม่มีอะไรมาก
    #4948
    0
  9. วันที่ 21 เมษายน 2557 / 19:49
    สนุกมากๆคับ ^ ^
    #4766
    0
  10. #4764 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 18:27
    สุ้ๆน่ะค่ะ
    #4764
    0
  11. #4763 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 20:13
    อืม ชื่อร้านมาจากอะไรเนี่ย ยากับแมวเกี่ยวกันยังไงเอ่ย หรือเพราะอารินอยากได้เผ่าแมว
    #4763
    0
  12. วันที่ 20 เมษายน 2557 / 18:32
    ชื่อร้านอารินน่ารักอ่ะ ถ้าเป็นร้านขนมนี่คงจะดึงดูดสาวๆเพียบแน่
    #4762
    0
  13. #4761 สมุดสีคราม (@oomsinly) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 18:01
    น่าจะมีอาชีพครูนะค ราล์ฟจะได้เป็น

    ชื่อร้านของอารินน่ารักมากค่ะ
    #4761
    0
  14. #4760 tpnd02 (@tpnd02) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 16:48
    รับเป็นครูดีกว่า เหอๆ
    ท่าจะรุ่งนะเนี้ย
    สอนหมดทุกคนทุกตัวเลย
    #4760
    0
  15. วันที่ 20 เมษายน 2557 / 14:54
    0.0 เมื่อไหร่จะเจอยัยหนูจอมขอโทษ~
    #4758
    0
  16. #4757 Dino and Dianna (@nuttidaza) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 12:49
    เมื่อไหร่จะเจอ ยัยหนูจอมขอโทษอ่า อย่าบอกนะว่าราล์ฟลืม - -;
    #4757
    0
  17. #4756 幸男。 (@yukio-omine) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 11:56
    ขอบคุณครับ
    จะรออ่านต่อนะครับ
    By 幸男。
    #4756
    0
  18. #4755 ยามฝัน (@mashimarujang) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 10:56
    เหมือนราล์ฟจะลืมนัดนะหริอว่าตั้งใจหว่าเพราะอย่างราล์ฟนี่ไม่น่าจะลืม
    #4755
    0
  19. #4753 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 09:34
    ขอบคุณครับ
    #4753
    0
  20. #4752 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 09:30
    อาคมมันอ่อนจริงๆ
    #4752
    0
  21. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. #4748 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 01:42
    ถ้าไม่บอกก่อน ในเกมส์กับนอกเกมส์บอกว่าเป็นคนเดียวกันใครมันจะเชื่อ
    #4748
    0
  23. #4747 พี (@gamhunter) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 00:38
    เพิ่งได้มาอ่านรวดเดียวจบฮะ สนุกมาก น่าติดตามสุดๆ

    รออ่านต่อนะครับ ^^
    #4747
    0
  24. #4746 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 00:11
    ไม่ไปเจอยัยหนูขอโทษเลยหรอ
    #4746
    0
  25. #4745 FREEK (@hidefreek) (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 23:32
    นอกเกมส์กับในเกมส์นี้อย่างกับคนละคนเลย
    #4745
    0