[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,008 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,279

    Overall
    1,474,008

ตอนที่ 164 : บทที่ 9 ข้อสรุป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    5 เม.ย. 57

บทที่ 9 ข้อสรุป

 

เมืองอัลเทเซียร์เปลี่ยนไปจากเดิมมาก ปกติแล้วจะมีเพลเยอร์เดินกันให้ทั่วแต่ตอนนี้กลับมีพวก NPC มากกว่าเดิม พวกเขาทำการค้าขายเหมือนกับว่าเป็นเหมืองหลวงเมืองหนึ่ง ทหารมากมายตรวจสอบการเข้าออกของชาวเมือง อารินเองก็ถูกตรวจสอบด้วยเช่นกันหลังจากที่มาถึง พวกเขาให้เธอไปลงทะเบียนเข้าเมืองอย่างถูกต้องซึ่งเธอก็ทำตามอย่างว่าง่าย และด้วยสภาพของเมืองที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความทรงจำของอารินก็ไม่สามารถใช้งานได้ดังเคย ยังดีที่ NPC เหล่านี้ยังพอจะรู้ทางไปร้านที่เด็กหญิงต้องการก็บอกให้พร้อมกับเตือนเธอด้วยว่ามันเป็นสถานที่ที่อันตรายมาก

อารินมาถึงที่ร้านขายสมุนไพรที่เก่าซอมซ่อ บรรยากาศที่นี่เปลี่ยนไปมากคล้ายกับว่าไม่ใช่สถานที่ที่เด็กหญิงเคยรู้จัก เธอเปิดประตูร้านเข้าไปก็พบกับกลิ่นสมุนไพรเดิมๆ แต่การจัดวางร้านนั้นแปลกไปจากที่จำได้

“สวัสดีค่ะ คุณยายเซเรย์ อารินเองค่ะ” เด็กหญิงบอกถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าไปในร้านด้วยความเคยชิน แต่กลับพบว่าเธอไม่สามารถเข้าไปได้เหมือนเมื่อก่อนเพราะมีข้อความแจ้งเตือนว่าเธอไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป

“เอ๊ะ? ทำไมอารินถึงเข้าไปไม่ได้ล่ะ”

“กี้” นัคกี้ลากเสียงยาวส่ายหน้าคล้ายจะบอกว่าไม่รู้

บรรยากาศแปลกๆที่แผ่ออกมาจากด้านหลังของประตูบานนี้ทำเอานัคกี้และหงอคงส่งเสียงขู่ ตั้งท่าป้องกันอารินเอาไว้เต็มที่ พวกมันคงจะรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่าสิ่งที่กำลังจะปรากฏตัวนั้นอันตรายเอาเรื่อง

“ใครกันที่บังอาจมายุ่งยามในบ้านของข้า”

น้ำเสียงคล้ายกับการตวาดทำเอาเด็กหญิงสะดุ้ง ประตูในร้านเปิดออกกว้าง หญิงสาววัยประมาณสามสิบเดินก้าวออกมา เธอกวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เด็กหญิงตรงหน้า ก่อนจะมองสัตว์เลี้ยงสองตัวที่ตั้งท่าขู่

“สวัสดีค่ะ พี่สาว” อารินทักทาย

“มีธุระกับข้าเช่นนั้นหรือเด็กน้อย”

“คุณยายเซเรย์อยู่หรือเปล่าคะ”

“ข้านี่แหละเซเรย์ แล้วเจ้าเรียกใครว่าเป็นคุณยายกัน”

อารินทำหน้างง เธอจำได้ว่าคุณยายเซเรย์เป็นคุณยายท่าทางใจดีมากๆ ไม่มีทางเป็นพี่สาวคนนี้ได้เด็ดขาด

“แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร” หญิงสาวที่อ้างตัวว่าชื่อเซเรย์สำรวจดูเด็กหญิงตรงหน้า ก่อนที่จะไปหยุดลงที่แหวนที่เด็กหญิงสวมใส่เอาไว้ที่นิ้ว มันเป็นแหวนที่มีลวดลายโบราณและมีอัญมณีเล็กๆประดับเอาไว้ จากนั้นก็มองดูเจ้าสัตว์เลี้ยงสองตัวนี้ก่อนจะถามต่อว่า

“เหตุใดเจ้าถึงมีแหวนวงนี้เด็กน้อย” เธอชี้ไปยังแหวนที่ว่า

“คุณยายเซเรย์ให้อารินมาค่ะ”

“ข้าน่ะหรือให้มันกับเจ้า ไม่น่าจะเป็นไปได้แหวนวงนั้นน่าจะหายสาบสูญไปแล้ว”

“พี่สาวไม่ได้เป็นคนให้แหวนกับอารินซะหน่อย คุณยายเซเรย์ให้แหวนวงนี้กับอารินแลกกับที่อารินแบ่งขนมปังให้ค่ะ แล้วก็พออารินมาเจอกับคุณยายอีกครั้ง คุณยายก็บอกว่าอารินได้อาชีพเป็นผู้พิทักษ์” คำตอบของเด็กหญิงทำให้หญิงสาวที่อ้างว่าตนเองชื่อเซเรย์รู้สึกแปลกใจมาก

“เหตุใดเจ้าถึงรู้เรื่องเกี่ยวกับผู้พิทักษ์”

“คุณยายเซเรย์บอกค่ะ”

หญิงสาวมองเข้าไปในดวงตาของเด็กหญิง เธอเชี่ยวชาญการอ่านจิตใจของคนย่อมรู้ดีกว่าใครมีจิตใจแบบไหน แต่อารินนั้นไม่ได้มีจิตใจหรือจุดประสงค์อื่นแอบแฝง แถมไม่มีทีท่าว่าจะเป็นคนที่โกหกคนเป็นด้วย

“เจ้าคงไม่ได้พูดโกหก ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ผู้พิทักษ์ถึงสองตนหรอก เข้ามาก่อนสิ”

เซเรย์เดินนำเด็กหญิงเข้าไปในร้าน ร้านนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเพียงแต่ว่าอุปกรณ์ภายในดูดีกว่าเดิม หนังสือบางเล่มที่นี่ก็ดูใหม่ อารินจำสภาพของไอเทมทั้งหมดในนี้ได้ โดยเฉพาะตำราเล่มใหญ่ที่กางอยู่นั่นเธอก็เคยอ่านและจับมันมากับมือ แต่เล่มที่เธอเคยอ่านมันเก่ามากแล้ว

“แล้วคุณยายเซเรย์อยู่ไหนเหรอคะ พี่สาวเป็นใครเหรอคะ”

“เจ้าช่างเป็นคนที่ขี้สงสัยเสียเหลือเกินนะ คำถามแรกเซเรย์คือชื่อของข้า คำถามที่สองข้าคือเซเรย์ ผู้พิทักษ์แห่งการฟื้นฟู” เธอแนะนำตัวเองเสร็จสับ อารินก็ยังแปลกใจอยู่เหมือนกันคล้ายกับว่าจะไม่ค่อยเชื่อใจสักเท่าไหร่ แน่ล่ะเซเรย์ที่เธอรู้จักอายุมากแล้วไม่มีทางเป็นหญิงสาวอายุสามสิบได้เด็ดขาด

“พี่สาวห้ามโกหกนะคะ อารินจำได้ว่าคุณยายเซเรย์อายุมากแล้ว แถมยังใจดีอีกด้วย”

“งั้นหรือ แสดงว่าคนที่เจ้ารู้จักอาจจะเป็นคนละคนกับข้าก็ได้” เซเรย์เริ่มชงชาให้เด็กหญิงดื่มตามมารยาทเมื่อมีแขกมาที่บ้าน “เด็กน้อยถ้าเจ้าบอกว่ารู้จักข้าจงพิสูจน์ให้ข้าเห็นสิว่าเจ้าไม่ได้พูดโกหก”

“อารินไม่ได้พูดโกหกนะ อารินรู้จักกับคุณยายเซเรย์จริงๆ แล้วคุณยายก็ยังสอนอารินทำน้ำยาเยอะแยะเลยด้วย” อารินบอก แต่สีหน้านั้นกลับทำเหมือนจะร้องไห้อยู่แล้ว

“ทำน้ำยางั้นหรือแบบนี้ก็ง่ายนิดเดียว ถ้าข้าสอนเรื่องนั้นให้กับเจ้าลองแสดงให้ข้าเห็น...อืม อยู่ไหนนะ” หญิงสาววัยสามสิบลุกเดินไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา เป็นหนังสือที่เธอเขียนมันขึ้นโดยที่ไม่ได้เพิ่มเติมอะไรลงไปเลย ก่อนจะส่งมันให้กับเด็กหญิง “จงทำน้ำยาชนิดใดก็ได้ในเล่มนี้ หากเจ้าทำไม่ได้ก็จงออกไปจากที่นี่ซะ แล้วจงมอบแหวนวงนั้นให้กับข้า เพราะข้าจะถือว่าเจ้าขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้พิทักษ์”

“แค่น้ำยาเองเหรอคะ อารินยังทำไม่เก่งซะด้วยสิ” เด็กหญิงทำหน้าเศร้า เพราะคุณยายเซเรย์เคยบอกเธออยู่หลายครั้งแล้วว่าฝีมือของอารินไม่สามารถทำน้ำยาให้มีคุณภาพที่ดีเท่าได้

“นั่นไม่ใช่ปัญหาของข้าเด็กน้อย เจ้ามีเวลาถึงหัวค่ำ ถ้ายังทำไม่สำเร็จข้าก็จะถือว่าเจ้าขาดคุณสมบัติ”

 

          ในขณะเดียวกัน

          เควสนี้จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย แค่ต้องไปทำเควสช่วยเหลือชาวบ้านในหมู่บ้านฝึกหัดซึ่งไม่รู้ว่าเพราะอะไรมันถึงได้มีครบหนึ่งร้อยหลัง ที่ว่าเควสเปลี่ยนอาชีพนักบวชนั้นมันโหดดูท่าว่าจะไม่ใช่การไปล่าบอสแล้วล่ะ แต่มันโหดเพราะต้องไปช่วยเหลือคนพวกนี้ต่างหาก ถ้าให้เลือกได้ตีบอสยังจะง่ายกว่าอีกเลย แต่จะว่าไปแล้วงานแบบนี้มันก็ง่ายเหมือนกัน เพราะมันก็แค่ส่วนหนึ่งในงานกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว

          เควสช่วยงานบ้าน : คุณยายที่ล้มป่วยจนเดินไปไหนมาไหนไม่ได้ แถมลูกชายก็ออกไปทำงานยังไม่กลับบ้าน ใครก็ได้มาช่วยที

          มันเป็นคำร้องขอที่วัยรุ่นสมัยนี้เห็นก็ต้องทำแบบไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ พวกเขาจึงสักแต่ว่าทำเพื่อให้ผ่านเควสก็เท่านั้น แต่ไม่ใช่กับราล์ฟ ทันทีที่เข้ามาเห็นสภาพของบ้านที่เรียกว่าเต็มไปด้วยฝุ่น ร่างกายก็พลันมีปฏิกิริยาแทบจะในทันที

          “ฝุ่นเยอะจังเลย” ไซเรนปิดปากปิดจมูกเพื่อไม่ให้หายใจเอาพวกฝุ่นเข้าไป แต่เมื่อมองดูเด็กหนุ่มคู่พันธะสัญญาก็เห็นว่าเขาเริ่มลงมือทำโดยไม่สนใจรายละเอียดเลย

          สิบห้านาทีทุกอย่างก็ดูเรียบร้อยขึ้น ของทุกอย่างถูกจัดเข้าที่ ฝุ่นและหยากไย่ถูกเก็บกวาดจนแทบจะไม่เหลือ ผ้าปูเตียง ผ้าห่ม ปลอกหมอนก็ถูกนำไปซักใหม่จนสะอาด หมอนก็นำมาตากแดด จากนั้นก็เริ่มไปทำงานที่ครัวและถือวิสาสะเปิดดูของในถังเก็บวัตถุดิบ แม้จะมีของอยู่เล็กน้อยแต่ก็มากพอที่จะให้เขาสามารถสร้างสรรค์มื้อเย็นได้ล่ะนะ

          “เราไม่คิดเลยนะว่า นายจะเก่งเรื่องงานจับฉ่ายมากขนาดนี้”

          “ฉันชอบความสะอาดน่ะ พอเห็นฝุ่นหรืออะไรพวกนี้แล้วมันหงุดหงิด ยิ่งพวกนี้ทำให้เป็นภูมิแพ้ได้ง่ายด้วยก็ยิ่งต้องระวังให้ดี” ราล์ฟตอบ ถึงจะรู้ว่ามันเป็นแค่เกมแต่ว่านิสัยนี้มันแก้ไม่หายคงเพราะเขาทำมันเป็นกิจวัตรประจำวันแล้วก็ได้

          มันเป็นเควสที่ง่ายมากจริงๆ ระบบแจ้งว่าเขาทำเสร็จแล้วหนึ่งเควส ยังเหลืออีกเก้าสิบเก้าเควสที่ต้องไปทำให้เรียบร้อย อย่างน้อยการเปลี่ยนอาชีพก็ไม่ได้ทำเสร็จในวันสองวันแน่ๆ หลายคนนั้นก็เจอประสบการณ์แบบเดียวกันส่วนใหญ่จะได้รับงานช่วยเหลือแค่ 20 คนเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเพียงไม่กี่คนที่ได้ช่วยคนมากขนาดนี้ เควสนั้นมีหลากหลายทั้งช่วยงานในร้าน หาของให้ ตามหาสัตว์หาย ซึ่งส่วนใหญ่จะได้ของรางวัลตอบแทนด้วย จากที่พิสูจน์ดูแล้วคาดว่าน่าจะเป็นการไปรับเควสให้ครบร้อยเควสเสียมากกว่า และทุกคนก็จะรับแต่เควสง่ายๆอย่างการหาของให้ที่สามารถหาซื้อได้ตามตลาด

          จบไปหนึ่งวันราล์ฟทำเควสได้เพียงแค่ 8 เควสเท่านั้น หนทางนั้นยังอีกยาวไกล ในขณะที่อาคมนั้นหาของได้เกือบจะครบแล้ว เหลือแค่ไปจัดการกับบอสนางพญาที่แอนด์ เฮลก็เท่านั้น

          “ถ้าจะไปแอนด์เฮลก็ระวังด้วย ตอนนี้มีพวกนักล่าบอสอยู่มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกชิงตัดหน้า หลังจากที่บอสมอนสเตอร์ชั้นทหารตายจะต้องใช้เวลา 72 ชั่วโมงในการเกิดใหม่ ดังนั้นของที่ได้มาจึงมีราคาแพง ไม่น่าแปลกใจที่ทำไมเควสของนายถึงดูเหมือนง่าย” ราล์ฟพูดขึ้นในช่วงมื้อค่ำของวัน มันเป็นวันที่อาคมดูหงอยที่สุดเพราะไม่มีน้องสาวอยู่ด้วยล่ะมั้ง

          “ก็แค่เชือดนางพญาก่อนใครก็พอ” คนอายุมากกว่าตอบ

          “มันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ พวกที่ล่าบอสได้ส่วนใหญ่จะฝึกสายพลังของตัวเองจนสูงพอแล้ว นายที่มีค่าพลังป้องกันสูงก็จริงไม่ได้หมายความว่าจะเก่งที่สุดในเกม อย่างน้อยในความคิดฉัน โคจรลมปราณของนายควรจะ 50 อัพ นี่แค่ในกรณีที่เห็นว่าพอจะสู้ได้เท่านั้นล่ะนะ ระหว่างที่พูดอยู่นี่โคจรลมปราณของฉันอยู่ที่ 28 ส่วนจิตก็อยู่ที่ 22 แล้วด้วย”

          “เออ ไม่ต้องอวดเดี๋ยวจะแซงให้ดู”

          “ยาก เพราะคนคนนี้โคจรตลอดเวลากระทั่งตอนที่กำลังหลับ” ไซเรนเปิดเผยเคล็ดลับในการฝึกของราล์ฟให้ฟัง มันไม่ใช่สิ่งที่ใครคิดจะทำเลียนแบบก็จะสามารถทำได้ในทันที มันต้องผ่านการฝึกฝนมาพอสมควร

          “เธอก็ควรไปฝึกการดูดซับพลังเวทย์ซะด้วยล่ะ ฉันสำรวจมาแล้วสถานที่ที่มีไอพลังเวทย์เอ่อล้นส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งแร่ที่มีอยู่ในธรรมชาติ ฉันจำข้อมูลที่เขียนเอาไว้ได้ไม่หมดก็จริงแต่คาดว่าประวัติศาสตร์ของที่นี่จะยังคงเหมือนเดิม” ราล์ฟหยิบแผนที่ออกมาซึ่งมีมีมาร์กจุดต่างๆเอาไว้มากมาย “ที่ทำสัญลักษณ์เอาไว้คือแหล่งพื้นที่ที่บริสุทธิ์ พวกสายเวทย์มักจะไปที่นั่นเพื่อดูดซับพลัง ใกล้ๆนี้ก็มีอยู่ แต่จะไปที่ไหนก็เลือกให้ดีล่ะเพราะตอนนี้มีพวกจับจองพื้นที่เอาไว้ เป็นกิลด์สร้างใหม่ที่เก่งเอาเรื่อง ถ้าวัดในเรื่องของการต่อสู้ไม่ใช่การวางแผนล่ะนะ”

          “มีอะไรที่แกไม่รู้บ้างวะ เห็นรู้ทุกเรื่องเลย” สตรีทเมจิกเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องนี้แต่หมอนี่มันรู้อะไรหลายๆอย่าง รวมถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ทั้งๆที่ไม่ควรมีใครรู้

          “ห้องสมุดเป็นศูนย์รวมความรู้ ถึงจะไม่ได้สกิลหรือทักษะ แต่สิ่งที่ได้รับมานั้นสามารถประยุกต์ใช้ได้ไม่รู้จบ สิ่งที่ฉันรู้หลายคนก็ไม่รู้ อย่างที่หมู่บ้านฝึกหัดนี้มีเควสที่ทำแล้วจะได้รับสกิลหรือทักษะอยู่ 16 เควส แล้วก็เควสพิเศษที่เป็นเนื้อเรื่องอยู่ 5 เควส ที่ฉันรู้ก็เพราะเควสช่วยเหลือที่ฉันทำมีการพูดถึงคนคนหนึ่งอยู่ 3 เควสด้วยกัน เป็นคนเดียวกันฉันก็เลยไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติม พบว่าเป็นเควสที่จะทำให้สามารถเลื่อนขั้นเป็นชั้นทหารได้ทันทีหากทำสำเร็จ แต่มันเป็นเควสยาวก็คงไม่ต่างอะไรจากการไปรับเควสเปลี่ยนจากระบบหรอกมั้ง” ราล์ฟบอก

          “ทำเป็นพูดดี ทั้งๆที่เป็นคนบอกให้เราไปสอบถามพวกชาวบ้านทั้งหมดเองแท้ๆ พูดยังกับว่าใช้เวลาค่อนวันเดินสอบถามด้วยตัวเองอย่างนั้นแหละ”

          “มีภูตให้ใช้งานก็ต้องใช้สิ ฉันไม่ได้เลือกจะทำสัญญากับเธอเพียงเพราะต้องการให้มาเป็นไม้ประดับหรอกนะ” เด็กหนุ่มตอบแบบไม่สนใจ ไม่สิ...เขาไม่เคยสนใจอะไรอยู่แล้วถ้าไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองได้ผลประโยชน์

          “เรื่องนั้นช่างหัวมันเถอะ แล้วแกจะทำอะไรต่อ เปลี่ยนอาชีพแล้วเลื่อนคลาสเลยหรือยังไง” คนอายุมากกว่าถาม

          “ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น แต่ต้องหลังจากไปรับอารินที่อัลเทเซียร์ก่อน เชื่อเถอะ...ถ้าฉันบอกว่ารับก่อนนายคงไม่ยอมแน่นอน” ราล์ฟดักทางเอาไว้ เขารู้ดีอาคมจะไม่มีทางทิ้งน้องไปไกลแน่นอน

          “รู้ก็ดี”

          ติ้ดๆ

          หน้าต่างโฮโลแกรมเด้งขึ้นมา มันคือคำขอติดต่อสื่อสารจากเด็กหญิงที่อยู่ห่างไกล พอบอกว่าเป็นใครเจ้าคนติดน้องสาวก็พลันเลื่อนเก้าอี้เข้ามาซะใกล้ ทั้งๆที่มันไม่สามารถเห็นหรือได้ยินอะไรหากเขาไม่อนุญาต

 

          ท่าทางอารินจะไม่ได้โกหกเสียแล้ว เซเรย์ที่มองดูขั้นตอนการทำน้ำยาของเด็กหญิงถึงจะไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อเธอสามารถผลิตน้ำยาได้โดยใช้อุปกรณ์แบบเก่า การเตรียมวัตถุดิบก็มีเทคนิคชัดเจน อย่างดีค้างคาวที่จะเอามาใช้นั้นต้องนำไปคั้นเอาแต่น้ำออกมาแล้วค่อยนำไปต้มในหลอดตะเกียง มันเป็นเทคนิคที่เซเรย์ไม่เคยคิดจะบอกใครหรือสั่งสอนใคร และที่สำคัญกว่าคือเด็กหญิงคนนี้รู้แม้กระทั่งศัพท์ที่เธอเป็นผู้บัญญัติขึ้นเองอีกด้วย

          “หนูน้อยเจ้าชื่ออะไร”

          “อารินค่ะ”

          “เจ้าบอกกับข้าสินะว่าข้า...ไม่ใช่สิ เซเรย์สูงอายุเป็นผู้มอบแหวนวงนั้นให้กับเจ้า” เด็กหญิงพยักหน้าซื่อๆ ไม่ได้โกหกแม้แต่นิดเดียว เซเรย์วัยสามสิบจึงยิ้มให้บางๆ “ข้าเชื่อแล้วล่ะว่าเจ้าพูดความจริงหนูน้อย แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเหตุใดสิ่งนั้นถึงมาอยู่กับเจ้า แต่ข้ามั่นใจว่านี่คือโชคชะตา”

          “ก่อนอื่นหนูน้อยอาจจะไม่เชื่อ แต่ข้าคือเซเรย์เป็นผู้พิทักษ์แห่งการฟื้นฟู”

          เด็กหญิงพยายามครุ่นคิดถึงเหตุผลแต่คิดอย่างไงก็คิดไม่ออก เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่สาวตรงหน้าเธอนั้นพูดจริงหรือว่าโกหก ทางเดียวที่จะรู้ได้คือต้องสอบถามผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญที่เธอนึกออกได้มีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น พอกดติดต่อไปอีกฝ่ายก็รับแทบจะในทันที

          “มีอะไรอย่างงั้นหรือ”

          “พี่ราล์ฟคะ อารินเจอคนที่บอกว่าเป็นคุณยายเซเรย์ แต่เป็นพี่สาวคนสวยด้วยค่ะ”

          ปลายทางที่ได้ยินคงจะต้องเรียบเรียงข้อความใหม่เล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า

          “อย่างงั้นเหรอ งั้นก็แสดงว่าใช่จริงๆด้วยสินะ”

          “เอ๊ะ พี่สาวคนนี้คือคุณยายเซเรย์เหรอคะ”

          “ถูกต้อง เอาไว้พี่จะค่อยบอกเรื่องราวให้ฟังทีหลัง อีกสักพักกว่าพวกพี่จะเปลี่ยนอาชีพเสร็จอารินก็ทำเควสเปลี่ยนอาชีพให้เรียบร้อย แล้วเดี๋ยวพวกพี่จะไปรับกลับมาเริ่มใหม่ที่นี่อีกครั้ง เข้าใจนะ”

        “เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะพี่ราล์ฟ” เด็กหญิงปิดการสื่อสารไปทันที แล้วมองหน้าพี่สาวที่เรียกตัวเองว่าเซเรย์และยิ้มให้บางๆ มันเป็นรอยยิ้มที่ใสซื่อมากเสียจนคนที่เห็นแทบจะวิ่งเข้ามากอดเลย

          “เชื่อแล้วสินะว่าข้าคือเซเรย์”

          “เชื่อแล้วค่ะ”

          “ดีมาก เป็นหนูน้อยที่น่ารักจริงๆ แล้วมาหาข้ามีธุระอะไรกันแน่”

          “อารินมาเปลี่ยนอาชีพค่ะ”

          “เข้าใจล่ะ หนูน้อย...ไม่สิข้าต้องเรียกเจ้าว่า อาริน สิถึงจะถูก” เซเรย์แก้ไขใหม่ แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมาก “อาริน ในนามแห่งข้า เซเรย์ ผู้พิทักษ์แห่งการฟื้นฟู ข้ายอมรับในความมีจิตใจโอบอ้อมอารีของเจ้า เจ้าพร้อมแล้วใช้ใหม่ที่จะรับหน้าที่การเป็นผู้พิทักษ์เฉกเช่นข้า เจ้าพร้อมที่จะปกป้องสรรพชีวิตในโลกแห่งนี้ด้วยความสามารถที่เจ้ามี เจ้าพร้อมหรือไม่”

          “เออ...อารินต้องตอบแบบไหนคะ” เด็กหญิงถามซื่อๆ

          “เจ้าพร้อมหรือไม่”

          “พร้อม...ก็ได้ค่ะ” อารินตอบแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

          เพลเยอร์ อาริน เปลี่ยนอาชีพ ผู้พิทักษ์ สำเร็จ ได้รับฉายาอาชีพ ผู้พิทักษ์ฝึกหัด

          “เอาล่ะจากนี้ไปข้าจะสอนเจ้าเอง อาริน...ในฐานะของผู้พิทักษ์”

          “ได้ค่ะพี่สาว แต่ว่า...

          “แต่อะไร?”

          “อารินหิวแล้วค่ะ”

          เซเรย์มองหน้าเด็กหญิงแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

          “ข้าก็เหมือนกัน”

 

          หลังจากที่อารินวางสายไปแล้ว อาคมก็กำลังแสดงท่าทางโวยวายใส่ เพราะไม่รู้ว่าอารินนึกอย่างไงถึงติดต่อเจ้าบ้านั่นแทนที่จะเป็นพี่ชายอย่างเขา แต่บางทีอารินอาจจะคิดถูกก็ได้ที่เลือกติดต่อได้ถูกคน

          “เป็นอะไร” หนุ่มแว่นถามทันทีที่ได้เห็นท่าทางหงุดหงิดของอาคม

          “ทำไมน้องฉันถึงติดต่อกับแกแทนที่จะเป็นฉันวะ”

          “เพราะเธอรู้น่ะสิว่าติดต่อใครถึงจะได้คำตอบ”

          “ช่างเถอะ ว่าแต่น้องฉันพูดว่ายังไงบ้าง พูดถึงฉันบ้างไหม” คนเป็นพี่ชายถามรัวเร็ว ทั้งๆที่พึ่งแยกจากน้องสาวได้ไม่กี่ชั่วโมงกลับทำเหมือนว่าแยกจากกันไปเป็นปีๆอย่างไงอย่างงั้น

          “ไม่เลยสักนิด” พอราล์ฟพูดจบเจ้าคนหวงน้องก็หันไปทำท่าหมดอาลัยตายอยาก เอาหน้าแนบกับโต๊ะแล้วหมุนจานเล่น “เธอแค่บอกฉันว่ามีคนอ้างชื่อว่าเป็นเซเรย์ ก็เลยไม่ค่อยแน่ใจ ซึ่งเรื่องนี้ฉันก็สงสัยเหมือนกัน บางทีนี่อาจจะเป็นผลจากการเปลี่ยนแพทซ์ เลยทำให้ไอเทมชิ้นหนึ่งที่ฉันมีมันเป็นบัคน่ะสิ”

          พูดพร้อมกับกดหน้าต่างไอเทมเลื่อนไปยังไอเทมที่ว่า แล้วกดให้ดูข้อมูล แต่มันกลับเป็นเครื่องหมายปริศนาทั้งหมดเลย นั่นทำให้ราล์ฟรู้สึกสงสัยมาก แต่เมื่อได้ยินจากอารินเขาก็ได้คำตอบของเรื่องทั้งหมด

          “สิ่งนั้นคือเข็มกลัดที่ฉันได้มาจากการทำเควสที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งบนเกาะเริ่มต้นของแพทซ์ที่แล้ว ฉันคิดว่าอาจจะเป็นเพราะการเปลี่ยนแพทซ์ก็ได้ แต่หลังจากตรวจสอบข้อมูลต่างๆดูแล้วข้อสรุปที่ฉันได้ก็คือ นั่นไม่ใช่บัคที่เกิดจากการเปลี่ยนแพทซ์ แต่เป็นเพราะมันไม่มีข้อมูลของไอเทมชิ้นนี้อยู่ต่างหาก และยิ่งได้รับการยืนยันจากอารินก็เข้าใจได้ในทันที”

          ราล์ฟเว้นช่วงจังหวะเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกลุ้นตาม

“แพทซ์ใหม่ของเกมนี้ถูกย้อนเวลาให้กลับไปเริ่มต้นใหม่ต่างหาก”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #11409 Σʍρeror_ɔr (@055440769) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 13:01
    อ่าวงี้หมู่บ้านนั้นก็ยังไม่มีหรอ ;--; เสียดายจัง เหมือนอะไรๆมันหายไปเยอะเลย
    #11409
    0
  2. #7839 ใบไม้ของหวาน (@ohwowww) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 20:41
    แล้วลูลู่ จะเป็นยังไงหละเนี้ยย 555
    #7839
    0
  3. #7564 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 17:26
    ประมวลผลเก่งมาก
    #7564
    0
  4. #7462 MinZ@ (@min-min-za) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 19:24
    โอ้ ชักน่าตื่นเต้นแฮะ
    #7462
    0
  5. #7202 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 13:11
    เอาคุรยายคืนมาาาาาา
    #7202
    0
  6. #7177 เฉาก๊วย (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 00:50
    งี้ความสัมพันธ์กับ npc ก็หายหมดเลยน่ะเส่
    #7177
    0
  7. #5506 Highzaba (@highzaba) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 23:05
    #5478 นั่นสิคะ !
    อาคมกับลูเจอกัน ต้องเกิดปะทะกันและบ้าบอยิ่งกว่าเดิมแน่ๆ
    อีกอย่าง... ลูคงจะหล่อเหลามากกว่าเดิมสินะ (?)
    #5506
    0
  8. #5433 ออมทรัพย์ (@swallofly) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 16:14
    เดี๋ยวอาคมไปเจอกับลูซี จะเป็นอย่างไงหว่า???
    #5433
    0
  9. #5082 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 12:02
    หญิงสาวผู้มาจากอนาคต ฮะๆ
    #5082
    0
  10. #4616 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 10 เมษายน 2557 / 19:33
    ย้อนเวลานี่เอง รอดูนักบวชฝึกหัดครับ ฮิฮิ
    #4616
    0
  11. #4562 -.- (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 18:34
    หือ งี้ราฟก็รู้เหตุการณืที่กำลังจะเกิดขึ้นที่อาจถูกบันทึกไว้ในห้องสมุดทั้งหมดเลยน่ะสิ นายจะโหดเกินไปแล้ว
    #4562
    0
  12. วันที่ 6 เมษายน 2557 / 22:04
    ราล์ฟนี้หัวไวสุดๆ แต่ว่า เป็นนักบวชเหรอเริ่มไม่ดีสะแล้วสิ หึหึหึ
    #4509
    0
  13. วันที่ 6 เมษายน 2557 / 20:49
    ราล์ฟหัวไวมากเลยจ้า ><
    #4507
    0
  14. #4504 Al๏n.Evil.NighT (@mitniyaya) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 14:15
    ราล์ฟแม่งฉลาดเกินไปแล้ว
    #4504
    0
  15. #4503 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 13:59
    สนุกมากๆๆค่ะ ^^
    #4503
    0
  16. #4502 wollier (@thawatchai-35) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 13:37
    ขอบคุณครับ
    #4502
    0
  17. #4501 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 13:37
    เจอ Roll Back ซิน่ะ เหอะๆๆ เป็นที่นิยมกันทั่วไปในกรณีแก้อะไรไม่ได้
    #4501
    0
  18. #4499 YosHino (@yoshkub) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 11:12
    ศัพท์ที่เกมเมอร์ไม่อยากจะเจอ Roll back !!
    #4499
    0
  19. #4498 YosHino (@yoshkub) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 11:12
    ศัพท์ที่เกมเมอร์ไม่อยากจะเจอ Roll back !!
    #4498
    0
  20. #4497 Krone;Syrphix (@shinkyoku) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 11:06
    เรื่องนี้ก็ทำขนลุกเหมือนกันนนนน วู้วว
    #4497
    0
  21. #4496 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 09:24
    ขอบคุณครับ
    #4496
    0
  22. #4495 Undernetwork (@undernetwork) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 08:14
    ย้อนเวลามาในจุดที่เพลย์เยอร์ยังไม่ได้สร้างผลกระทบกับเกมสินะ
    #4495
    0
  23. #4494 รักษ์คุณ (@kingbox) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 07:56
    โอ้วววววววววว
    นี่มันสุดยอดไปเลย
    #4494
    0
  24. #4492 ๏kurei๏ (@kittipat159) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 03:52
    ปัจจุบันสู่อดีต ก้าวเดินออกไปสู่อนาคตที่แปลกใหม่ *-*//อยากเห็นภาพคุณ(ยาย)เซเรย์ตอนสาวจัง *Q*
    #4492
    0
  25. #4491 Noonnie.CLS (@pa-pa-ya) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 00:27
    สุดยอด สนุกมากๆเลยค่ะ :)
    #4491
    0