[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,407 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,090 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,678

    Overall
    1,474,407

ตอนที่ 126 : ตอนพิเศษ หนึ่งชีวิต เพื่อใคร? (ไม่อ่านข้ามไปก็ได้)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4902
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    10 ม.ค. 57

 

ตอนพิเศษ หนึ่งชีวิต เพื่อใคร?

 

          ชีวิตของคนเรามันสั้นนัก...

        ทั้งๆที่มีเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงเท่ากัน แต่เราใช้เวลาที่มีค่านี้ไปเพื่ออะไร...

        หาความสุขใส่ตัวงั้นหรือ?

        หรือว่าปล่อยให้มันผ่านเลยไปเพื่อรอต้อนรับวันต่อไปที่กำลังจะมาถึง?

        ใช้มันเพื่อคนที่เรารัก...

        หรือใช้มันเพื่อคนที่รักเรา..

          หรือบางทีมันอาจจะไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับใครคนใดคนหนึ่งก็ได้...

 

          เกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วที่ผู้คนนับร้อยเห่กันมายืนมุงจนร้อนอบอ้าว แม้ว่าอากาศในตอนนี้มันจะร้องเปรี้ยงแต่พวกเขาก็ยังคงยืนรวมตัวกันที่หน้าอาคารแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็พยายามควบคุมเพื่อไม่ให้มีใครเข้ามารบกวนการปฏิบัติงาน เหตุผลนั้นก็เพราะเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนขาสั่นกอดเสาอยู่พับๆ ปากก็ตะโกนห้ามไม่ให้ทุกคนเข้าไปใกล้ๆตัวเอง มิฉะนั้นเขาก็จะกระโดดลงไปให้รู้แล้วรู้รอด

          นี่มันก็บ่ายโมงกว่าแล้วที่การเรียนต่างก็ต้องหยุดชะงักพวกอาจารย์ต่างพากันลงไปดูสถานการณ์ จับกลุ่มพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น มีหลายครั้งที่บรรดาเหล่าไทยมุงทั้งหลายต่างก็ตั้งส่งเสียงร้องหวาดเสียวเมื่อเด็กหนุ่มคนนั้นทำท่าทางจะกระโดดลงมา และเพราะอากาศที่ร้อนบวกกับยืนตากแดดมาเป็นเวลานาน ก็ทำเอาเด็กหนุ่มเริ่มไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

          “ถอยไปเลย คุณตำรวจเรื่องนี้คุณไม่เกี่ยว ผมอยากตาย!!

          “ใจเย็นๆไอ้หนู มีอะไรค่อยๆพูดค่อยๆจา ตอนนี้พ่อกับแม่ของเธอกำลังจะมาอย่าพึ่งคิดสั้น” ตำรวจเองก็พยายามเกลี้ยกล่อมด้วยวิธีต่างๆนานา ทั้งพยายามจะเอาน้ำหรืออาหารไปส่งให้กินเพื่อหาโอกาสเข้าใกล้ แต่เด็กหนุ่มกลับรู้ทันไม่ยอมรับของเหล่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นตำแหน่งที่เด็กหนุ่มสิ้นคิดคนนั้นอยู่ก็โล่งมากจนใช้วิธีการลอบไปจับตัวไม่ได้เลย

          “ต่อให้เอาพ่อกับแม่มามันก็ไม่มีประโยชน์หรอก ‘แยม บอกเลิกผม ผมจะแสดงให้เห็นว่าผมรักแยมมากแค่ไหน”

ชัดเจนแล้วว่าเหตุผลที่ทำให้เด็กหนุ่มคนนี้ต้องมาอยู่ตรงนี้ เพราะแค่ถูกสาวที่ตัวเองรักบอกเลิก

          “ไอ้หนู การตายมันไม่ได้ช่วยให้อะไรมันดีขึ้นมาเลยนะ” เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดต่อ พอรู้เหตุผลมันก็ง่ายนิดเดียว

          “ถ้าจะห้ามผมก็ไปเรียกตัวแยมมา ให้มาพูดกับผมด้วยตัวเองสิ เธอชื่อ วิชุดา กลิ่นแก้ว”

          “ได้ๆ ใจเย็นๆ เดี๋ยวลุงจะไปเรียกแยมมาให้เดี๋ยวนี้แหละ” พูดจบก็หันไปพูดกับตำรวจที่ยศน้อยกว่าตัวเองให้ติดต่อไปยังอาจารย์เพื่อให้ประกาศเรียกตัวแฟนสาวของเด็กหนุ่มคนนี้

          สถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่สามารถบอกอะไรได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันกลับทำให้อารมณ์ของคนคนหนึ่งขุ่นมัว เด็กหนุ่มเจ้าของใบหน้าไร้อารมณ์ที่นั่งมองเหตุการณ์เบื้องล่างผ่านกระจกหน้าต่าง ตรงกันข้ามหากมองไปที่ด้านหลังของเขาจะเห็นว่าเด็กนักเรียนอีกหลายคนกำลังหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกม บ้างก็จับกลุ่มคุยกัน เนื่องจากคำสั่งที่ครูทิ้งเอาไว้ให้คือหากพบว่าใครออกไปข้างนอก จะถูกหักคะแนนสิบคะแนน แค่นั้นก็ทำให้ทุกคนกลัวได้แล้ว บางคนหัวหมอบอกขอไปเข้าห้องน้ำ แต่ก็แอบไปถ่ายวีดีโอเพื่อเอามานั่งดูกับพวกเพื่อนๆ

          “วิชุดา กลิ่นแก้วมีผู้ปกครองมารอพบที่หน้าห้องประชาสัมพันธ์ค่ะ วิชุดา กลิ่นแก้วมีผู้ปกครองมารอพบที่หน้าห้องประชาสัมพันธ์ค่ะ”

          เสียงประกาศจากห้องประชาสัมพันธ์ทำให้เด็กหนุ่มใบหน้าไร้อารมณ์ถอนหายใจออกมา ก่อนจะวางปากกาลง ปิดสมุดงานที่ตนเองพึ่งทำเสร็จไปตั้งแต่ห้านาทีก่อน เขาผุดลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตู ซึ่งการกระทำของเขาทำให้ทุกคนในห้องจ้องมอง เช่นเดียวกันกับนักเรียนชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าคมเข้มลุกขึ้นมาพูด

          “ถ้าแกออกไปฉันจดชื่อแกแน่” นรงค์ฤทธิ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าห้องกล่าวออกมาอย่างวางอำนาจ แต่เดิมเขาก็ไม่ชอบนิสัยที่แสดงออกมาของเด็กหนุ่มคนนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะไอ้ท่าทางที่คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าใครนั่นแหละ

          คนถูกเรียกหันกลับไปมองแค่นั้น ก่อนจะเดินออกจากห้องเรียนไปทันที

          “ไอ้บ้านั่น” นรงค์ฤทธิ์ได้แต่กัดฟันกรอด

          “เอาไงดีฤทธิ์ จดชื่อมันเลยดีไหม” เพื่อนข้างโต๊ะแนะนำด้วยความหมันไส้

          “ปล่อยมันไป ถ้าแค่จดชื่อแล้วชนะมันได้ฉันทำไปนานแล้ว” นรงค์ฤทธิ์พูดพลางฉีกกระดาษที่ตนเขียนชื่ออีกฝ่ายลงไป ชื่อของ เจนภพ กิตตินนท์

 

          เจนภพ กิตตินนท์เด็กหนุ่มมัธยมปลายวัยสิบห้าปี ในสายตาของคนอื่นๆเป็นคนที่พูดน้อยมากจนเกือบจะเรียกได้ว่าเงียบขรึม นอกจากนี้ยังมีความฉลาดและเชี่ยวชาญเรื่องต่างๆมากมาย บางคนถึงกับพูดว่าเขาเป็นอัจฉริยะบ้างล่ะ พวกเสแร้งบ้างล่ะ ถึงกระนั้นเจ้าตัวเองยังไม่เคยยอมรับเลยว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะเลยสักครั้ง

          เด็กหนุ่มเดินขึ้นบันไดเพื่อขึ้นไปยังดาดฟ้า ซึ่งที่นั่นตอนนี้มีพวกเจ้าหน้าที่คอยกันเอาไว้ไม่ให้ใครขึ้นไปรบกวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พวกเขาต่างพูดคุยกันเกี่ยวกับเด็กที่กำลังคิดสั้นอยู่ ณ ขณะนี้ บ้างก็พูดทำนองเชิงท้าทาย หรือไม่ก็บ่นเรื่องเหตุผลบ้าๆบอๆของเด็ก จนเมื่อเห็นเด็กหนุ่มสวมแว่นเดินเข้ามาจึงรีบห้ามทันที

          “นี่ๆเธอขึ้นไปข้างบนไม่ได้นะ ตำรวจกำลังทำงานอยู่ มันจะเกะกะซะเปล่าๆ”

          ราวกับจะรู้ว่าพวกเขาต้องพูดแบบนี้ เจนภพจึงได้เตรียมข้อแก้ตัวเอาไว้พร้อมแล้ว เขาแสร้งทำสีหน้าตื่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

          “ผมเป็นน้องชายครับ ผมจะต้องไปห้ามพี่ไม่ให้คิดสั้น”

          แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว เพราะถ้าเป็นญาติล่ะก็สามารถให้ขึ้นไปเพื่อช่วยเกลี้ยกล่อมได้ เจ้าหน้าที่เปิดทางให้พร้อมกับแนะนำวิธีการพูดเกลี้ยกล่อมให้อีกด้วย

          “บอกพี่ชายเธอด้วยนะว่า ความตายมันไม่ได้ช่วยให้ผู้หญิงกลับมารักเราได้หรอก เพราะตายแล้วก็คือตายเลย”

          เด็กหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะเดินขึ้นไป และไม่ลืมหันมาพูดขอบคุณกับเจ้าหน้าที่ที่สอนเมื่อครู่

          “ผมจะไปบอกพี่ผมตามนี้นะครับ”

          ถ้าหากว่าผมเป็นน้องชายจริงๆล่ะก็นะ

          เขาเดินขึ้นมาบนดาดฟ้า ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้าไปกระซิบอะไรกับผู้ที่กำลังเกลี้ยกล่อมอยู่ ก่อนจะหันมามองเด็กหนุ่มสวมแว่นตาที่พึ่งเดินเข้ามา ตำรวจนายนั้นนิ่งคิดอยู่พักหนึ่งแล้วจึงกวักมือเรียกให้เข้าไปหา และหันไปพูดกับเด็กที่กำลังจะกระโดดตึก

          “ใจเย็นๆนะไอ้หนู ตอนนี้ลุงพาน้องชายของเธอมาแล้ว น้องเธอมีเรื่องอยากจะคุยน่ะ”

          “น้องชาย? ลุงพูดอะไรผมมีน้องสาวต่างหาก แถมเธอก็ยังแค่หกขวบเท่านั้น อย่ามาหาเรื่องหลอกผมดีกว่าน่า”

          คำตอบของเด็กหนุ่มที่กำลังคิดสั้นทำเอาพวกตำรวจงงไปพักใหญ่เลยทีเดียว เพราะถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงๆผู้ที่มาสมอ้างว่าเป็นน้องชายคนนี้เป็นใครกัน เมื่อคิดจะหันไปถามให้รู้เรื่องก็พบกับความว่างเปล่า เพราะตัวของเจนภพเดินฝ่าตำรวจตรงเข้าไปหาเด็กหนุ่มสิ้นคิดคนนั้น โดยมีพวกตำรวจส่งเสียงร้องห้ามดังอย่างต่อเนื่อง

          “แกเป็นใคร? อย่าเข้ามานะ ถ้าแกเข้ามาฉันจะกระโดดจริงๆด้วย” เด็กหนุ่มคนนั้นพูดขู่ ทำท่าจะกระโดดลงไปจริงๆ แต่กลับต้องอึ้งเมื่อเห็นแววตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองตอบกลับมา

          “อยากจะกระโดดก็กระโดดลงไปเลยสิ คิดว่าฉันมาที่นี่เพื่อที่จะห้ามอย่างงั้นเหรอ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย” เจนภพกล่าว เดินอาดๆไปยังริมขอบดาดฟ้าแล้วมองลงไปด้านล่าง “เข้าใจคิดหาที่กระโดดดีนี่นา ถ้าเป็นบริเวณนี้การกางเบาะลมเพื่อช่วยเหลือคงทำไม่ได้แน่ๆ แถมพื้นตรงนี้ถ้าตกลงไปไม่พิการก็สมองไหล อยากเห็นจริงๆ”

          คำพูดของราล์ฟทำเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าเลิกลัก เพราะมันผิดวิธีการเจรจาเกลี้ยกล่อมไปมากโขทีเดียว จึงพยายามเรียกให้หนุ่มแว่นผู้สมอ้างเป็นน้องชายกลับเข้าไป แต่มีหรือที่เขาจะยอมน่ะ

          “ให้ฉันช่วยไหมล่ะ แบบว่าผลักลงไปน่ะ” พูดพร้อมเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มสิ้นคิดคนนั้นที่ตอนนี้ร้องห้ามไม่ให้เขาเข้าไปหา แม้จะขู่ว่าตัวเองจะกระโดดลงไปจริงๆก็ตาม หนุ่มแว่นจึงหยุดแล้วพูดต่อว่า

          “อย่างที่คิดจริงๆ แกน่ะมันไม่กล้าหรอก เพราะถ้าแกคิดจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายจริงๆ ก็น่าจะทำตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวขึ้นมายืนอยู่บนนี้แล้ว ไม่เห็นมีความจำเป็นที่จะต้องยืนรอให้ตำรวจไปเรียกผู้หญิงคนนั้นมาเลย ที่แกทำตอนนี้มันไม่ใช่การคิดสั้น แต่มันก็แค่การเรียกร้องความสนใจ แกน่ะมันน่าเบื่อกว่าที่คิดอีกนะ”

          “อย่างแกจะไปรู้อะไร ฉันน่ะทุ่มเทให้กับแยมมากแค่ไหนรู้ไหม แต่ยัยนั่นกลับบอกเลิกฉันทั้งๆที่คบกันมาตั้งสี่ปี แกไม่เป็นฉันแกไม่รู้หรอก” เด็กหนุ่มสิ้นคิดพูด

          “แกพูดถูกฉันไม่รู้ และฉันก็ไม่อยากจะรู้เรื่องไร้สาระพรรค์นั้นของแกด้วย อะไรก็ตามที่แกบอกว่ามันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับฉันมันก็แค่ข้ออ้างที่ใช้เพื่อปฏิเสธความจริงก็เท่านั้น ดังนั้นแล้วเพื่อให้เรื่องนี้มันง่ายขึ้นฉันก็เลยมาที่นี่เพื่อแนะนำให้แกกระโดดลงไปซะ เพราะสิ่งที่แกกำลังทำอยู่ในตอนนี้...มันรบกวนเวลาอันมีค่าของฉัน”

          มันเป็นการพูดเหมือนกับกระตุ้นให้เด็กหนุ่มสิ้นคิดฆ่าตัวตาย แต่นั่นก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งให้คนไปพาตัวของหนุ่มแว่นคนนั้นกลับมาเพราะถ้าหากว่าตัวเองไม่สามารถหยุดการฆ่าตัวตายนี้ได้อาจจะมีผลต่อหน้าที่การงานของตัวเองก็เป็นได้

          “ไอ้หนุ่มเธอกลับเข้ามาได้แล้ว เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของลุงเอง เธอทำได้ดีแล้ว”

          “คุณตำรวจน่ะอยู่เฉยๆเถอะครับ ผมรู้ดีว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ กับคนที่เห็นว่าหนึ่งชีวิตของตัวเองไม่มีค่าที่จะอยู่บนโลกนี้แล้วไม่ต้องไปสนใจมันหรอก” เจนภพขยับกรอบแว่นตัวเองให้เข้าที่ มันเป็นนิสัยที่เขาชอบทำเวลาที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

          “ฉันจะคำนวณให้ฟังดีไหมเผื่อจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะเห็นว่าแกคงไม่ยอมฟังใครง่ายๆ แกเริ่มมายืนอยู่ที่ตรงนี้ตั้งแต่ตอน 11.42. ที่รู้เพราะตำแหน่งโต๊ะเรียนของฉันมองขึ้นมาเห็นได้พอดี ฉันเห็นสถานการณ์ทุกอย่างตั้งแต่แรกเลย ถ้านับรวมเวลานี้ก็เป็นเวลา 13.35. ก็ประมาณสองชั่วโมง รู้ไหมว่าสองชั่วโมงนี้มันถูกใช้ไปกับความงี่เง่าของแก สมมติว่าถ้าเกิดตอนนี้แกบังเอิญพลัดตกลงไปตายก็จะทำให้เสียเวลาไปอีกประมาณ 40-50 นาที เท่ากับว่าปัญหาของแกทำให้ฉันสูญเสียเวลาอันมีค่าไปถึงสามชั่วโมงเต็มๆ เพราะฉะนั้นแล้วฉันมาที่นี่เพื่อทำให้เรื่องมันจบลงโดยเร็วที่สุด เอาล่ะตอนนี้...กระโดดลงไปได้แล้ว”

          หลายคนที่อยู่บริเวณโดยรอบต่างอ้าปากค้าง เพราะคำอธิบายที่ว่านั้นแทบจะไม่มีประโยคไหนใช้เกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายหยุดคิดฆ่าตัวตายได้เลย มันกลับเป็นตรงกันข้ามต่างหาก แถมฟังไปฟังมามันก็พูดเกี่ยวกับตัวเองชัดๆ

          “มัวรออะไรอยู่ล่ะ กระโดดลงไปสิ อ๊ะ...หรือว่าจะให้ฉันช่วยผลักลงไปให้ ก็ได้นะฉันไม่ได้ลำบากใจอะไรอยู่แล้ว” หนุ่มแว่นเดินเข้าไปหาช้าๆ

          “แกอย่าเข้ามานะ ฉันรู้นะว่าแกจะพูดหลอกให้ฉันเลิกคิดสั้น ถ้าแกเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียวฉันกระโดดจริงๆด้วย”

          “พูดหลอก? อย่าสำคัญตัวผิดไปเลย ชีวิตของแกมันเทียบกับเวลาที่ฉันต้องสูญเสียไปไม่ได้หรอก อย่างน้อยถ้าแกตายในตอนนี้ก็จะเหลือแค่เวลาเก็บศพแค่ไม่กี่นาที ถ้านับช่วงเวลาที่แม่ของแกมาร่ำร้องไห้เสียใจก็ประมาณ 20 นาที จากนั้นก็จะไปร้องต่อที่หน้าห้องดับจิต ส่วนเรื่องของแกในโรงเรียนนี้จะอยู่อย่างมากก็แค่หนึ่งอาทิตย์เดี๋ยวก็มีคนลืม โลกนี้มันไม่มีที่ให้สำหรับคนที่ตายอย่างไร้ค่าอยู่หรอก”

          เจนภพเดินเข้ามาถึงตัวของเด็กหนุ่มสิ้นคิด หลายคนที่อยู่ด้านล่างต่างดีใจเพราะคิดว่าสามารถพูดกล่อมได้แล้ว แต่ภาพที่เห็นต่อมาทำให้หลายคนต่างต้องหวาดเสียว เมื่อหนุ่มแว่นพยายามใช้มือผลักเด็กหนุ่มสิ้นคิดคนนั้นให้ตกลงมา มันไม่เหมือนกับการช่วยชีวิตเลยสักนิด

          “เอ้า! เห็นพูดว่าจะกระโดดไม่ใช่เหรอ กระโดดลงไปเลยสิ ถ้าเป็นตรงนี้ฉันคงได้เห็นภาพแกอย่างชัดเจน ก่อนจะกระโดดก็ยิ้มให้กล้องสักหน่อย ที่ด้านหลังต้นไม้นั่นมีนักเรียนของห้องฉันแอบถ่ายวีดีโอเอาไว้ คิดว่าจบนี่คงเอาไปโพสลงในเฟสบุ๊กล่ะนะ แกจะได้เป็นคนดังชั่วข้ามคืน ไม่น่าจะมีอะไรติดค้างบนโลกนี้แล้วไม่ใช่เหรอ”

          “อย่าผลักสิ เฮ้ย! คุณตำรวจช่วยผมด้วย มันจะฆ่าผม” เด็กหนุ่มสิ้นคิดร้องลั่น

บางทีมันอาจจะเป็นอย่างที่เจนภพว่ามาก็ได้ เขาก็แค่อยากเรียกร้องความสนใจก็เท่านั้น เพราะมันน่าเจ็บใจที่คนที่เคยคบกันบอกเลิกด้วยเหตุผลที่ว่าไปกันไม่ได้ เรียกได้ว่าเป็นเหตุผลงี่เง่าสิ้นดี

“อ้าว...ไม่อยากตายแล้วเหรอ เอาน่าแค่กระโดดไปไกลๆครั้งเดียว ก็ได้บอกลาโลกนี้แล้ว อยากได้แบบนี้ไม่ใช่เหรอ เห็นไหมสายตาที่ทุกคนมอง เขาไม่ได้มองแกด้วยความสงสารหรอก พวกเขาก็แค่อยากเห็นจุดจบของใครสักคนหนึ่ง ถ้าหากพวกเขาสงสารแกจริงๆล่ะก็ แกคงไม่เห็นพวกเขายืนถ่ายภาพของแกหรอกนะ น่าสมเพสดีนะว่าไหม หึหึ...

“แกอย่าเล่นบ้าๆนะเฮ้ย! คุณตำรวจช่วยผมด้วย... ผมยังไม่อยากตาย โฮ่!!!!” เด็กหนุ่มสิ้นคิดถึงกับร้องไห้โฮ ส่งเสียงร้องให้ช่วยไม่ขาดปาก ตำรวจสามนายวิ่งเข้ามาช่วยกันจับตัวของหนุ่มแว่นเอาไว้ ส่วนอีกหนึ่งก็วิ่งเข้าไปช่วยดึงตัวของเด็กหนุ่มอีกคนให้กลับเข้ามา

เจนภพหยุดดิ้นรนในที่สุดแต่พวกตำรวจก็ยังไม่ยอมปล่อยตัว เขายืนมองดูสภาพของเด็กหนุ่มสิ้นที่ตอนนี้ได้แต่ร้องไห้ฟูมฟาย เจนภพขยับตัวสองสามครั้งก็หลุดจากการจับกุมตัวของพวกตำรวจได้จากนั้นก็พูดขึ้นว่า

“จำเอาไว้แกจะไปตายที่ไหนก็ไป แต่ต้องไม่ใช่ต่อหน้าฉัน ไม่ใช่ที่โรงเรียนแห่งนี้ เพราะเวลาของฉันมันมีค่ามากกว่าความตายไร้สาระของแก”

“นี่เธอทำไมพูดแบบนี้” ตำรวจเอ็ดใส่กับนิสัยที่รับไม่ได้ของเจนภพ เพราะการพูดแบบนี้มันบ่งบอกว่าไม่ได้รับการสั่งสอนเรื่องมารยาทจากผู้ปกครอง

“ผมพูดความจริงครับ หรือคุณตำรวจไม่ได้คิดว่าสิ่งที่คนคนนี้ทำคือการเรียกร้องความสนใจ การประกาศว่าจะกระโดดตึก ผมขอถามหน่อยว่าถ้าอยากจะตายจริงๆทำไมต้องรอให้พวกคุณตำรวจมาด้วย แถมยังขู่สารพัดแต่ก็ไม่ยอมทำจริงๆซะที แน่นอนว่าเขาไม่คิดหรอกสิ่งที่ตัวเองทำอยู่มันคือการประชดเพื่อเรียกร้องความสนใจ”

“แต่เธอก็ไม่ควรจะพูดแบบนี้ ชีวิตคนเรามีค่านะไอ้หนูจำเอาไว้”

“ใช่ครับ ชีวิตคนเรามันมีค่าจริงๆ แต่คนที่จะทำให้มันมีคุณค่ามากแค่ไหนก็คือตัวของเราเอง ไม่ใช่จากคนอื่น เพราะแบบนั้นค่าของชีวิตของคนเรามันถึงไม่เท่ากันอย่างไงล่ะ” เจนภพตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เขาหันหลังกลับเพื่อที่จะกลับไปยังห้องเรียนของตัวเอง

“ฉันขอแนะนำอะไรให้อย่างหนึ่ง กับผู้หญิงคนนั้นจะเป็นอย่างไงก็ช่าง แต่หนึ่งชีวิตของแกมีไว้เพื่อใครกันแน่... ถ้าแค่นี้ยังหาคำตอบไม่ได้ ก็จงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ไปกับการค้นหาคำตอบของมันเถอะ”

 

เหตุการณ์ทั้งหมดจบลงไปแทบจะด้วยดี ถ้าไม่ใช่เจนภพถูกตำรวจเรียกไปตำหนิเรื่องที่ทำลงไป เพียงแค่เหตุผลเดียวที่ว่า ถ้าพลาดจะเป็นอย่างไง ซึ่งเจนภพก็นั่งฟังไม่ยอมเถียงอะไรสักคำ

ตอนนี้โรงเรียนเลิกแล้ว เด็กนักเรียนทุกคนต่างพากันทยอยเดินออกจากโรงเรียน เป้าหมายของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บ้างก็ตรงกลับบ้าน บ้างก็ไปเที่ยวห้าง ไม่ก็ร้านเกม บ้างก็ไปยังโรงเรียนสอนพิเศษเพื่อติวเข้มก่อนจะสอบในอีกไม่กี่เดือน เช่นเดียวกับเจนภพที่เดินกลับมาเอากระเป๋าในห้อง มือถือที่ปิดเสียงเอาไว้ถูกนำขึ้นมาดูก็พบว่ามีคนโทรเข้ามาถึงสิบเจ็ดสาย แถมชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้นทำเอาเขายิ้มออกมาเล็กน้อย

          ‘ท่าทางจะบังเอิญได้ยินข่าวภาคเที่ยงสินะ เด็กหนุ่มคิดในใจ ตัดสินใจโทรศัพท์กลับไปหาเพื่อไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเป็นห่วง แต่รอไม่ถึงสิบห้าวินาทีปลายสายก็รับแทบจะในทันที

          “ภพ...ลูกไม่เป็นอะไรนะ”

          “แม่พูดแบบนี้แสดงว่าเห็นข่าวตอนที่ผมไปช่วยเด็กสิ้นคิดคนนั้นสินะครับ”

          “ทำไมลูกต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงทำเรื่องอะไรแบบนั้นด้วย มันไม่ใช่หน้าที่ของลูกเลยนะ” ปลายสายเอ็ดกลับมา มีไม่กี่ครั้งที่เธอจะโกรธแบบนี้

          “ใช่หรือไม่ใช่ภพก็ทำไปแล้วล่ะครับแม่ แล้วภพก็ต้องขอโทษแม่ด้วยนะครับที่ทำอะไรเสี่ยงๆ”

          “ดีแล้วล่ะที่ลูกไม่เป็นอะไร แม่อดเป็นห่วงไม่ได้รู้ไหมที่โทรไปแล้วลูกไม่รับสาย”

          “โทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าน่ะครับ แล้วแม่ล่ะหวังว่าคงไม่ได้โดดงานแล้วมาดักรอภพที่หน้าประตูหรอกสินะครับ” พูดพลางมองไปยังหน้าประตูโรงเรียนที่เห็นว่ามีรถยนต์ที่คุ้นตา กับสาวร่างเล็กที่หน้าตาดูเด็กเกินอายุจริงยืนคุยโทรศัพท์อยู่

          “ลูกรู้?”

          “เห็นน่ะครับ”

 

        อย่างน้อยๆฉันก็หาคำตอบให้ชีวิตตัวเองได้แล้วล่ะ...

ว่าชีวิตของฉันมีไว้เพื่อตัวฉันเอง...

 




 

ตอนพิเศษนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แค่รู้สึกโกรธนิดหน่อยที่มีคนใช้คำว่า รัก ในการฆ่าคนอื่น สำหรับใครจะอย่างไงผมไม่รู้ แต่คำว่ารัก ที่ทำได้แม้กระทั่งฆ่าคนที่ตัวเองรัก มันก็เป็นได้แค่ความเห็นแก่ตัวเท่านั้น

บทบาทของเจนภพ ไรเตอร์ชอบมากเลยนะรู้ไหม เขาเป็นคนที่มีบุคลิกที่หลากหลายเอามากๆ โดยเฉพาะตอนที่อยู่กับแม่ จะเห็นได้ว่าเจนภพดูมีชีวิตชีวามากทีเดียว (ก็แค่เด็กติดแม่น่ะ) แต่กับคนอื่นเขาไม่สนใจใยดีอะไรเลย...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #9772 blooddy (@blooddoll) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 18:18
    ชอบ สนุกมากค่ะ
    #9772
    0
  2. #9237 นาคน้อยล่องลม (@drakula) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 14:47
    ใช่เลย พวกที่ไม่เห็นค่าชีวิตตัวเองน่ะ ช่วยๆ ฆ่าไปเลยอาจจะดีกว่า
    #9237
    0
  3. #7525 opoceleste (@opoceleste) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 18:19
    ชอบคำพูดของเจนภพมาก นี่แหละของจริงเลน คิดจะโดดแม่งโดดนานแล้วไม่ต้องรอให้ใครมาหรอก
    #7525
    0
  4. #7155 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 22:25
    รราร์ฟแกไขปัญหาได้ถูกนะ พูดให้เขว้ ให้ความร้ายของโลกเข้าประดัง วัดกันไป
    #7155
    0
  5. #5006 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 14:47
    ช่ายๆ จะโดดตึกจริงน่ะ มันต้องเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษสำคัญๆ สักสองสามคน พร้อมเครื่องบินและน้ำมันเต็มถัง บวกเงินอีกนิดหน่อย แบบนี้สิถึงจะเจ๋งจริง // ถุยยยย ฮ่าๆๆ กับคนที่ต้องการเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อใครก็ไม่รู้ แต่ไม่เคยคิดถึงหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่ต้องลำบากอุ้มท้อง เลี้ยงดู ทุ่มเทชีวิต เอาใจใส่สาระพัด เกินกว่าที่ทั้งชีวิตจะสามารถตอบแทนท่านได้หมดพรรค์นี้น่ะ...ไม่มีคนสงสารหรอก มีแต่จะนึกอวยพรส่งเสริมให้รีบไปเกิดใหม่ซะทีเถอะมากกว่า - - 'ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ' พี่ตูนได้กล่าวเอาไว้โว้ยยย ปล.รู้สึกอิน
    #5006
    0
  6. #4734 Garoyasa (@devil555777) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 21:00
    ไร้สาระ
    #4734
    0
  7. #4314 [L]aY_LaA-i (@laaylay) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 1 เมษายน 2557 / 08:44
    นึกว่าเป็น เจ้าภพมันวางแผนโดนดึก เพื่อดึงความสนใจตอนวางแผนอะไรซะอีก











    ปล.ดูหนังมากไปละ 555
    #4314
    0
  8. #4040 Undernetwork (@undernetwork) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 00:41
    ปากร้าย ใจดี ไอแว่นบ้า =w=
    #4040
    0
  9. #3833 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 20:21
    ไม่แน่เสมอไปหรอกนะ มีหลายข่าว ที่กว่าจะโดดหน่ะนานมาก แต่ก็โดดลงมาจนได้
    ทำแบบนี้ใช่ว่าจะดีนะ
    หนุกหนานๆ
    #3833
    0
  10. #3597 Pha - Far (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 13:46
    คงไม่ใช่ว่าคนที่กำลังจะกระโดดตึกน่ะ คือ อาคม หรอกน่ะ เห็นว่ามีน้องสาวอายุ 6 ขวบด้วยเนี่ย 55555555+
    #3597
    0
  11. #3102 คนเคยผ่าน (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 01:39
    ผมเคยนะตอนนั้นมันช็อคอะไม่ใช่เรื่องหญฺงแต่เรื่องครอบครัวเพราะผมทำตัวไร้สาระเกเรวันๆพอที่บ้านมีปัญหาผมแค่คิดว่าเงินที่เค้าให้เราไปเรียนเรากลับไม่เรียนความรู้สึกเหมือนคนจิตตกอะเลยขับรถออกไปที่มืดๆให้พวกรถใหญ่ที่คิดว่าทางนี้คงไม่มีใครผ่านขับแบบผิดกฏหมายชนจากนั้นกะตายเอาเงินประกันชีวิตให้ครอบครัวสุดท้ายไม่ตาย แล้วค่อยมาคิด

    แต่อย่างน้อยผมก็ภูมิใจนะตายแล้วเอาเงินให้แม่ไม่รุโตมาจะหาเงินให้ท่านเท่าที่ตายรึเปล่า5555

    ไอพวกตายเพราะพวกผู้หญิงอะก็แค่ สวะ ชั้นต่ำ ไม่รู้จักชีวิต ถ้าผู้หญิงฆ่าตัวตายยังค่อยเข้าท่าหน่อยแต่ผู้ชายอะมีอะไรเสื่อมเสียวะ แค่ปรับปรุงให้ตัวเองดูดีกว่าตอนคบอีนี่แล้วหาใหม่ก็จบ หรือถ้ารักมันจริงๆนะก่อนมันจะบอกเลิกอะก็ชิงบอกก่อนเลยเชื่อดิ อย่างน้อยความรู้สึกของเราก็เป็นของจริงถ้าจะให้มันมาบอกด้วยเหตุผลแย่ๆแบบนั้นสู้เราไม่บอกไปเลยหละ



    ขอโทษนะเราเลิกกันเถอะ หน้าเทอไม่สวยหุ่นเทอไม่เด็ด ลีลาเทอไม่ได้ พอดีเราเจอคนที่ใช่แล้วอะ ขอโทษนะที่เทอเป็นแค่ที่ระบายของเรา แค่เนี้ยทำได้ป่ะ



    โทษทีนะที่ใช้คำพูดไม่สุภาพแต่เราเคยทำนะ 555 เชื่อปะสุดท้าย4ปีผ่านไปยังคิดถึงมันยุเลย555 แต่ตอนบอกนั่นลืมได้จิงนะ แต่คนเรายังมีชีวิตอยู่ก็ต้องดิ้นต่อไป คนที่ใช่สักวันก็ต้องมา บางทีอยู่คนเดียวก็สบายใจกว่าไม่มีภาระ
    #3102
    0
  12. #3101 rookies_jr (@rookies_jr) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 00:45
    ^_______^ รอตอนต่อไป
    #3101
    0
  13. #3100 The Memorial (@golflovenaru) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 00:20
    จริงครับ ผมเคยเห็ยคนที่อยากฆ่าตัวตายจริงๆ พวกนี้ โดดเลยครับ ไม่มารอหรอกครับ จริงพวกนี้เค้าคิดสั้น

    ถ้าบอกตามรัฐศาสตร์คือ คนเป็นทรัพยากรของรัฐยังไปทำอะไรให้ได้อีกมากมายดังนั้นจึงต้องพยายามไม่ให้ฆ่าตัวตาย

    ถ้าพูดตามหลักจริยธรรม ผมว่าชีวิตคนไม่ว่าจะดีจะร้ายย่อมมีคุณค่าของตนเอง การฆ่าตวตายก็คือการไม่เห็นคุณค่าของตัวเองดีนั่นเอง
    #3100
    0
  14. #3098 สาคูปากหม้อ (@yuyu35) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 23:04
    ชอบอ่ะ. อยากให้มีตอนสไตล์แบบนี้อีก
    #3098
    0
  15. #3097 Yui Porramaporn (@yuiloveminho) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 22:07
    นิยายเรื่องนี้สอนอะไรหลายๆอย่างดีนะ
    #3097
    0
  16. #3096 Shade shadow (@shinshade) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 19:37
    เป็นนักจิตวิทยาเหอะ หุๆ
    #3096
    0
  17. #3095 SEA (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 19:24
    สุดยอด ชอบมากค่ะ
    #3095
    0
  18. #3094 phongphatr (@phongphatr) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 18:45
    โอ้ว สุดยอด  เจอคนแบบนั้น ทำแบบเจนภพถูกต้องแล้ว  รออ่านต่อจ้า
    #3094
    0
  19. #3091 - - (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 18:04
    ว๊าววววว 

    ขอบคุณค่ะ ^^
    #3091
    0