[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,473,997 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,268

    Overall
    1,473,997

ตอนที่ 109 : บทที่ 107 จัดงานเลี้ยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    20 พ.ย. 56

บทที่ 107 จัดงานเลี้ยง

 

หากพวกเรามีวันพรุ่งนี้ หากว่ามีอยู่แน่นอน

ฉันจะขอกุมมือ ของเธอเอาไว้แล้วเดินต่อไป

ต่อให้มันเจ็บปวดเหลือทน แค่มีเธอคอยเคียงข้างกาย

ตราบชีวิตสุดท้ายเธอกับฉัน บนเส้นทางนี้จะมีเพียงเราสอง

ตราบชีวิตสุดท้ายขอแค่หวัง โปรดอย่าทอดทิ้งฉันไป...ได้ไหมเธอ

           

            เสียงเพลงที่จบลงด้วยน้ำเสียงเศร้า เหล่าหญิงสาวผู้มีคู่ต่างก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลอาบแก้ม บางคนเห็นจังหวะดีๆสารภาพรักกันกลางตลาดจนฝ่ายหญิงตอบรับรัก แต่นั่นมันก็ไม่เท่ากับเงินเหรียญจำนวนมากที่ถูกนำใส่ในลังไม้ที่วางอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวเจ้าของบทเพลง หลายคนต่างก็เข้ามาขอบคุณที่ทำให้ความรักของพวกเขาสมหวังทำเอานักร้องสาวพูดอะไรไม่ออก อยากจะบอกว่าแค่ร้องเพลงตามความรู้สึกเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นเสียหน่อย

            แม้จะเป็นแค่การร้องเพลงเรียกลูกค้า แต่รายได้ที่เธอได้รับราล์ฟก็ไม่เอามารวม เพราะถือว่านั่นเป็นเงินที่ไซเรนหามาด้วยตัวเอง ปัจจุบันไซเรนมีเงินเก็บอยู่มากกว่าแปดสิบเหรียญทอง ซึ่งได้จากการทำงานทุกวัน มาคิดๆอยู่แล้วการอยู่แบบนี้เธอก็ได้เข้าใจแล้วว่า เงินมันไม่ใช่สิ่งที่คิดจะหาก็หาได้ในทันที บางคนก็ต้องทำงานทั้งวันเพื่อถอนทุนคืนบางทีก็ไม่ได้กำไรเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าราล์ฟทำได้อย่างไร ทั้งๆที่ขายอาหารราคาถูกให้ก็เยอะแต่กลับไม่เคยขาดทุนเลยสักครั้ง

            เหล่าสัตว์เลี้ยงทั้งสามตัวตอนนี้ต่างก็นั่งทานอาหารของตัวเองยังจุดที่ได้จัดเอาไว้ให้ หงอคงผู้ซึ่งเป็นน้องใหม่นั้นไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าตนเองจะต้องมาเล่นละครลิงเรียกลูกค้า แต่ไม่เพียงแค่นั้นนัคกี้และคิริเองก็ต้องทำงานเหมือนกัน โดยเฉพาะนัคกี้และคิรินั้นมีความน่ารักเป็นทุนเดิม พวกผู้หญิงก็เลยชอบ ผิดกับหงอคงจอมหยิ่ง แต่เมื่อเจอกับราล์ฟก็ต้องหงอเหมือนกัน เพราะเด็กหนุ่มเล่นพูดขู่ไปว่าถ้าวันนี้ไม่ช่วยทำงานก็ไม่ต้องกินข้าว

            วันนี้อารินพาพี่สาวทั้งห้าคนมาทานอาหารด้วยกันที่ร้าน พวกเธอไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มอายุน้อยคนนี้คือคนเดียวกันกับที่เจรจากับสัตว์อสูรระดับราชาสองตัวจนยอมทำสัญญากับเด็กหญิง ยิ่งไปกว่านั้นยังเลือกหาประโยชน์จากพวกมันได้อีก โดยเอารังผึ้งและน้ำผึ้งพวกนี้มาลองทำอาหาร ผลตอบรับก็ดีมากกว่าที่คิด เพราะเครื่องดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาวนั้นได้กระแสตอบรับที่ดีมาก

            พอปิดร้านเสร็จราล์ฟก็ทำธุระส่วนตัวเพียงเล็กน้อย แม้มันจะยังไม่ถึงกำหนดเวลาออฟไลน์แต่เขาก็คงต้องขอออฟไลน์ก่อน อารินนั้นบอกว่าวันนี้จะไปค้างที่บ้านคุณยายเซเรย์เพื่อเรียนรู้วิธีปรุงยาก่อนจะขอออฟไลน์ทีหลัง เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ผนึกคิริกับไซเรนแล้วจึงแยกทางไป อย่างน้อยอารินในตอนนี้ก็แข็งแกร่งพอจะปกป้องตัวเองได้แล้ว อีกทั้งยังได้รับความคุ้มครองลับๆจากซากุระอีกต่างหาก

 

            ประตูห้องน้ำเปิดออกเจนภพ กิตตินนท์หลังจากที่ออกไปวิ่งมาก็กลับมาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เสร็จจากนั้นก็ลงไปเริ่มต้นทำอาหารเช้าง่ายๆ กับข้าวที่ยังเหลืออยู่เมื่อคืนก็เอาออกมาอุ่นให้ร้อน แล้วจึงค่อยไปจัดการกับการตากผ้า งานบ้านทุกอย่างเป็นสิ่งเดียวที่เจนภพสามารถแบ่งเบาภาระให้แม่ได้บ้าง แต่ก็มีที่เขาช่วยแม่ทำงานบ้างแลกกับค่าจ้างเล็กๆน้อยๆ

            ข่าวในเช้าวันอาทิตย์นี้นอกจากเหตุการณ์ยิงกันกลางเมืองที่ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ก็มีแต่ข่าวการเมืองที่ยังคงเป็นประเด็นร้อน เจนภพจึงหยิบรีโมตกดเปลี่ยนช่องแทบจะในทันที วิลาวรรณมักจะตื่นสายในวันหยุดเรื่องนี้เขารู้ดี และไม่คิดจะปลุกด้วย อย่างน้อยนี่ก็เป็นวันหยุดสมควรจะได้พักผ่อนให้เต็มที่เท่านั้น เสร็จจากการเตรียมอาหารเช้าก็เริ่มทบทวนบทเรียน เนื่องจากว่าใกล้ถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนั่นเอง

             ในที่สุดแม่ก็ตื่น เธออยู่ในชุดนอน ผมเผ้ายุ่งเหยิงมากทีเดียว เขาหลุดขำออกมาเล็กน้อยแล้วกล่าวทักทาย

            “สวัสดีครับแม่ ภพว่าแม่ควรล้างหน้าล้างตาก่อนจะลงมาทานอาหารนะ ทางที่ดีอาบน้ำกับหวีผมด้วย เห็นสภาพของแม่ในตอนนี้แล้วอดขำไม่ได้จริงๆ”

            “ล้อเลียนแม่เหรอ” คุณแม่ยังสาวแยกเขี้ยว

            “ขอโทษครับ”

            แล้วเจนภพก็นั่งอ่านหนังสือต่อ แต่ก็นึกเรื่องบางเรื่องขึ้นได้จึงถามขึ้นว่า “จะว่าไปแล้ววันจันทร์นี้เจ้าของงานจะส่งตัวแทนมาทดลองชิมอาหารที่จะใช้จัดเลี้ยงในงานสินะครับ ต้องให้ภพไปช่วยหรือเปล่า”

            วิลาวรรณมีหมูทอดอยู่เต็มปาก เธอรีบเคี้ยวและกลืนก่อนจะตอบว่า

            “ลูกก็ต้องไปสิ เพราะว่าอย่างน้อยเราจะต้องให้พวกกุ๊กนั้นรู้ว่าจะต้องจัดอะไรอย่างไง แม่เองก็ต้องไปจัดงานด้วย งานนี้จะพลาดไม่ได้เลยเชียวล่ะ เพราะลูกค้าที่มาใช้บริการจัดเลี้ยงมีหน้ามีตาพอสมควร อย่างน้อยแม่ก็อยากให้ลูกช่วยดูแลคนงานใหม่ๆหน่อย พวกเขาพึ่งเข้ามาทำงาน ไหนจะมีเด็กฝึกงานอีก ลูกเองก็รู้ขั้นตอนการทำงานก็น่าจะช่วยๆดูได้เหมือนกัน”

            “แบบนี้ผมไม่โดนเขม่นแน่เหรอครับ ไปทำตัวเป็นเจ้านายพวกเขา ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นพนักงานของโรงแรม” เขากล่าวติดตลก แต่เอาเข้าจริงๆ เจนภพก็รู้ขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างดี คงเพราะเขาเคยช่วยเหลือในงานแบบนี้มาพอสมควรนั่นแหละถึงได้รู้ ที่สำคัญเขาเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อปีที่แล้ว เพียงแต่นักศึกษาฝึกงานพวกนั้นดูไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ คงเห็นว่าเขายังเด็กอยู่ล่ะมั้ง

            แต่ก็อีกนั่นแหละที่ทำให้เกณฑ์คะแนนที่สมควรจะได้รับถูกหักไป ในส่วนของความร่วมมือ ซึ่งก็มาโวยวายกันยกใหญ่ หลังจากวิลาวรรณที่เป็นคนดูแลพวกเธออธิบายเหตุผลก็ได้แต่จำใจยอม แม้ภายหลังจะแอบนินทาแต่เธอก็ไม่ได้สนใจ เพราะสำหรับองค์กรนั้นอายุไม่ใช่เรื่องสำคัญ มันอยู่ที่ความสามารถมากกว่า และเธอก็เลือกจะให้ลูกชายเธอเป็นผู้ทดสอบพวกนักศึกษาฝึกงานเหล่านี้โดยไม่บอกเหตุผล เพียงแค่บอกว่าเจนภพจะเป็นผู้ดูแลงานในส่วนนี้ให้ช่วยงานด้วย

            เจนภพเองก็ใช่ย่อยเหมือนกัน เมื่อมีคนให้ใช้ก็ใช้เต็มที่เพียงแต่ให้ทำในงานที่ไม่ได้ลำบากอะไรมาก และก็ต้องผิดหวังที่พวกเขานอกจากจะไม่ให้ความร่วมมือแล้วยังเอาแต่เล่นและเอาแต่พูดคุยจนเกือบจะเสียงาน นับว่าโชคดีที่เจนภพไม่เคยประมาท เขาจึงลงมือทำด้วยตัวเองล่วงหน้าแล้วจนงานสำเร็จไปได้ด้วยสี และก็ให้คะแนนต่ำกว่าครึ่งหนึ่งอีกทั้งยังระบุเหตุผลเสียละเอียดยิบ วิลาวรรณยังคงใจดีที่เพิ่มคะแนนให้พอผ่านเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดเอาไว้ให้

            “แต่คราวนี้แม่ไม่เอาเหมือนปีที่แล้วนะลูก แม่รู้ว่าลูกตั้งความหวังเอาไว้กับทุกคนสูงมาก แต่คนเราย่อมไม่เหมือนกัน ขนาดแม่เองก็ยังไม่เหมือนลูกเลย” วิลาวรรณบอก

            “มนุษย์เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์กลายเป็นศูนย์ได้ตลอดเวลา ภพเองก็หวังว่าพวกเขาจะไม่ทำตัวงี่เง่าเหมือนรุ่นก่อนที่แอบใช้เวลางานเข้าไปแต่งหน้าในห้องน้ำทั้งๆที่งานที่ภพมอบหมายให้เป็นงานสำคัญ คนที่เห็นหน้าตาตัวเองสำคัญกว่าภาพลักษณ์องค์กรภพคงให้ผ่านไมได้หรอกครับ” เจนภพตอบเรียบๆ

            วิลาวรรณก็เข้าใจความคิดของลูกชายดี เธอทราบถึงนิสัยของเขา เจนภพเป็นเด็กที่จริงจังกับทุกเรื่องมาก เขาสนใจภาพรวมมากกว่าเรื่องส่วนตัว ด้วยเหตุนี้คนที่โรงแรมถึงได้รู้สึกชอบในความเด็ดขาดถึงขนาดแนะนำว่าถ้าจะต้องฝึกงานจะรับเอาไว้ทำงานที่นี่เป็นกรณีพิเศษ

            “แต่ลูกไม่คิดบ้างเหรอว่า บางครั้งหน้าตาของตัวเองก็มีส่วนช่วยให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดีขึ้น”

            เจนภพเลิกคิ้วสูงก่อนจะตอบว่า

            “นั่นสินะครับบางครั้งภพอาจจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัวไปหน่อยก็ได้ เหตุผลที่แท้จริงบางครั้งมันก็อยู่ที่ปลายจมูก เพียงแต่พวกเราคิดว่าเหตุผลมันอยู่ไกลก็เลยมองกันไม่ค่อยจะเห็น ถ้าอย่างงั้นปีนี้จะทำให้ซอร์ฟลงหน่อยก็แล้วกันนะครับ”

            หนุ่มแว่นยิ้มแล้วก็นั่งอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนต่อ อย่างน้อยเธอก็เบาใจอย่างหนึ่งตรงที่ลูกชายเธอไม่เคยมีความคิดที่จะแกล้งคนโดยมีผลกระทบต่ออนาคตเด็ดขาด แต่ปัญหามันอยู่ที่นักศึกษาฝึกงานในปีนี้จะทนไหวไหมแค่นั้นเอง เพราะดูเหมือนว่าจะมีลูกคุณหนูมาฝึกงานที่นี่ด้วย เพราะฟังจากพี่เลี้ยงที่ดูแลอยู่บอกว่าแทบจะเอาแต่ใจมากที่เดียว และหากต้องมาเจอกับลูกชายเธอ มีหวังเป็นเรื่องแน่ๆ

            “อย่างไงก็อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่นะลูก แม่ไม่อยากมีปัญหา”

            “ไม่รับปากนะครับ แต่มั่นใจได้เลยว่าภพไม่ทำให้งานเสียเด็ดขาด”

 

            หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว เจนภพ กิตตินนท์ก็ได้รับโทรศัพท์จากน้านัทที่ขอให้เขามาที่โรงแรมสักหน่อย เพราะจะได้แนะนำตัวให้กับพนักงานใหม่ได้รู้ แถมยังขอให้วิลาวรรณมาด้วยกันเพราะจะได้ปรึกษาเรื่องงานที่จะจัดนิดหน่อย ทำเอาคุณแม่ยังสาวบ่นกระปอดกระแปดทำนองว่าวันหยุดกลับไม่ได้หยุดจริงๆ แต่มันก็เป็นงานเธอจะปฏิเสธที่จะไม่ไปก็ไม่ได้ด้วย จึงรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนเจนภพก็ไปเตรียมน้ำผลไม้ปั่นให้เนื่องจากว่าคุณแม่ชอบมาก

            วิลาวรรณโยนกุญแจรถยนต์ให้ลูกชายของเธอขับ ถึงเจนภพพึ่งทำใบขับขี่รถยนต์ได้ไม่นานแต่ก็ถือว่าสามารถขับรถในกรุงเทพฯได้สบายๆ และเพราะเป็นวันอาทิตย์รถจึงไม่ค่อยติดมาก ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงโรงแรม หลังจากเอารถเข้าไปจอดแล้วก็เดินเข้าโรงแรมพร้อมกับแม่ เขายังเห็นนักศึกษาฝึกงานกลุ่มหนึ่งนั่งคุยกันอยู่แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร การเข้างานของที่นี่นั้นจะมีตารางงานให้ทุกคนจะได้หยุดกันคนละสองวัน แต่จะเป็นวันไหนนั้นก็แล้วแต่คน นักศึกษาฝึกงานกลุ่มนั้นเห็นวิลาวรรณก็ยกมือไหว้

            “น้าวรรณพาแฟนมาเที่ยวเหรอคะ” นักศึกษาฝึกงานหญิงแซวอย่างเป็นกันเอง ตอนแรกที่เธอรู้จักกับวิลาวรรณก็คิดว่าอายุของเธอน่าจะไม่ห่างกันมากเท่าไหร่ เพราะเธอดูสาวมากจริงๆ แต่พอรู้ว่าเธออายุใกล้จะสี่สิบแล้วก็มาขอเคล็ดลับความสาวยกใหญ่ เธอจึงบอกแค่ว่าลูกชายจัดอาหารบำรุงสุขภาพให้ทุกวันเท่านั้น

            “แฟนเฟินอะไรกัน นี่ลูกชายน้าจ๊ะ”

            เจนภพพยักหน้าเป็นการทักทาย เพราะเขาไม่ค่อยชอบพูดกับคนอื่นที่ไม่รู้จักสักเท่าไหร่จึงสะกิดแม่แล้วพูดว่า

            “รีบไปเถอะครับ น้านัทรออยู่”

            “ให้ตายสิลูกคนนี้ ขอโทษนะน้องๆ พอดีลูกชายค่อนข้างขี้อาย ก็แหมเล่นสวยกันซะขนาดนี้ ว่ายังไงสนใจมาเป็นลูกสะใภ้น้าไหม” คุณแม่ยังสาวกล่าวทีเล่นทีจริง เล่นเอาพวกสาวๆตามน้ำเรียก คุณแม่ขา กันยกใหญ่ บางคนก็ใจกล้าถึงขนาดเอ่ยปากขอเบอร์ไม่ก็ขอไลน์ แต่เจนภพก็ปฏิเสธเย็นชา ยิ่งทำให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก

            น้านัทนัดกับวิลาวรรณเอาไว้ที่ห้องจัดเลี้ยง ซึ่งพึ่งถูกใช้ไปกับงานแต่งงานหมาดๆ สภาพของมันจึงยังรกอยู่ พนักงานก็กำลังช่วยกันเก็บกวาดให้ให้พร้อมใช้งานในวันถัดไป โดยมีน้าพรคอยคุมอยู่

            “สวัสดีครับน้านัท น้าพร” เจนภพยกมือไหว้

            “หนูภพมาพอดีเลย น้ามีเรื่องอยากให้ช่วยสักหน่อยพรุ่งนี้ความจริงมันก็จะมีตัวแทนมาที่นี่เพื่อทดลองชิมอาหารที่จะใช้ในงาน แถมยังมีงานเลี้ยงบายเนียร์ที่จะมาจัดพรุ่งนี้อีก ถ้าเป็นไปได้มาช่วยน้าหน่อยสิ แค่เรื่องอาหารอย่างเดียวก็พอ” น้านัทบอก ซึ่งเจนภพไม่มีทางปฏิเสธเงินอยู่แล้ว แถมแม่เขาก็เห็นดีด้วยว่าจะให้ทดลองทำงานไปด้วยในตัว เรียกว่าเจนภพอาศัยเส้นล้วนๆในการเข้าทำงาน ยิ่งมีฝีมือดีรอบด้านด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ถือเป็นบุคลากรชั้นเยี่ยม

            “ปฏิเสธได้ด้วยเหรอครับ”

            “ไม่มีทางซะล่ะ” น้านัทหัวเราะร่า

            น้าพรปรึกษาอะไรบางอย่างกับวิลาวรรณเกี่ยวกับงานเลี้ยงที่จะต้องจัด ก่อนจะได้ข้อสรุปกัน น้าพรยกหน้าที่นี้ให้กับหญิงร่างเล็กทำไปส่วนตัวเองก็ขอไปจัดการธุระเรื่องอื่นต่อ เรียกได้ว่าน้าพรเลือกใช้คนถูกจริงๆ วิลาวรรณมีพรสวรรค์ในการคุมคน ทั้งๆที่ใช้คำพูดธรรมดา พวกเขาก็พร้อมที่จะทำงานโดยไม่ปริปากบ่น ผิดกับบางคนที่ต่อให้ทำตัวน่าเกรงขามพวกเขาก็จะทำงานด้วยความกลัว

            น้านัทพาเจนภพไปที่ห้องครัวเพื่อแนะนำให้พนักงานทุกคนได้รู้จัก บางคนที่เคยร่วมงานกันแล้วก็เดินเข้ามาทักทายด้วยความคิดถึง บางคนไม่รู้ก็วางตัวไม่ถูกคงเพราะเห็นว่าเป็นเด็กก็ได้ แต่พอเห็นปฏิกิริยาของคนที่เคยทำงานมาก่อนก็พาลคิดกันว่าอาจจะเป็นเด็กเส้นของใครบางคนก็ได้ เจนภพกวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อดูปฏิกิริยาของกุ๊กทุกคนก็พบว่ามีอยู่เจ็ดคนที่เป็นพนักงานใหม่ ดังนั้นแล้วเพื่อให้งานดำเนินไปด้วยดี เขาจะต้องทำให้ทั้งเจ็ดคนนี้ไว้ใจให้ได้ซะก่อน

            น้านัทตกใจเล็กน้อยที่เห็นว่าเจนภพรู้ได้ว่าใครเป็นพนักงานใหม่จากการมองดูปฏิกิริยาแต่ไม่พูดอะไรเพราะอยากดูวิธีแก้ปัญหาของเจนภพว่าจะทำอย่างไรให้เจ็ดคนยอมรับได้ จึงยืนดูวิธีที่เจนภพเข้าไปผูกสัมพันธ์ จากเด็กที่มีท่าทีเย็นชากลายเป็นคนร่าเริงราวกับถอดหน้ากากออก จากคนเงียบๆเปลี่ยนเป็นคนช่างถาม แต่จะไม่แสดงความอวดรู้ของตัวเองออกมาเพื่อให้เกิดความหมันไส้ แต่ใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่เจนภพกำลังทำอยู่คือการแนะนำการทำอาหารทางอ้อม เพราะจากที่เห็นบางคนนั้นดูจะมั่นใจในการทำอาหารของตัวเองมากๆ จนทำผิดพลาด แต่เจนภพก็ไม่อยากทำให้เสียกำลังใจ จึงใช้การถามคำถามอื่นๆ เพื่อให้จิตใต้สำนึกนั้นตอบคำถามออกมาในรูปของการกระทำมากกว่า จะได้ไม่เป็นการหักหน้าของกุ๊ก

            เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเจนภพก็ได้รับความไว้วางใจ ทำเอาน้านัทอึ้งไปเลย หากไม่ได้เห็นกับตาย่อมไม่เชื่อแน่ว่าเด็กที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งคนนี้จะสามารถสวมหน้ากากเป็นอีกคนได้และสร้างความไว้วางใจให้กับทุกคนได้ ท่าทางจะได้ความสามารถนี้มาจากแม่ของตัวเองแน่ๆ

            “เป็นอย่างไงบ้าง พอจะวางใจให้ช่วยงานในครั้งนี้ได้บ้างไหม”

            “ครับ ถ้าเป็นเรื่องของความรู้ยอมรับเลยว่าดีเยี่ยมมาก แต่ปัญหาก็คือเทคนิคครับ น้านัทลองดูเนื้อปลาสองชิ้นนี้สิครับ”

            น้านัทมองดูสักพักก็เข้าใจแล้วว่าอยากจะสื่ออะไรกันแน่ เพราะความหนาของมันนั้นไม่เท่ากัน ดังนั้นการผ่านความร้อนในระยะเวลาที่เท่ากันอาจจะส่งผลให้ความร้อนไปได้ไม่ทั่วถึง หรืออาจจะตรงกันข้าม เห็นได้ชัดว่ากุ๊กที่เข้ามาใหม่มีเพียงแค่ความรู้ ขาดแต่เทคนิคและประสบการณ์

            “แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง แค่หั่นความหนาไม่เท่ากันไม่น่าจะส่งผลอะไรสักเท่าไหร่”

            “มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิครับ ผมสังเกตดูวิธีการประกอบอาหารของแต่ละคน ทำให้รู้ว่าบางคนก็มีปัญหาในเรื่องของการกะปริมาณด้วยสายตา บางคนมีประสาทรับรสชาติที่แย่มาก ดังนั้นถ้าจะให้สามารถช่วยงานได้ เราจะต้องปรับหน้าที่ให้ใหม่ชั่วคราว ผมพยายามจะดึงเอาจุดเด่นของแต่ละคนออกมาใช้งานให้ดีที่สุด นี่เป็นตำแหน่งหน้าที่คร่าวๆที่ผมอยากจะขอให้ช่วยปรับเปลี่ยนนิดหน่อยครับ” เจนภพพูดพร้อมกับส่งกระดาษรายชื่อ ที่บอกข้อดีและข้อด้อยเอาไว้ให้ และตำแหน่งงานที่เหมาะสมที่จะสามารถดึงเอาศักยภาพออกมาได้ดีที่สุด

            ฟังดูแล้วอาจจะเป็นการเอาใจแต่ไปสักหน่อย แต่น้านัทเองก็เข้าใจดีว่าเจนภพหวังดีอยากให้งานนี้ออกมาดีที่สุด เด็กคนนี้เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จึงรับปากว่าจะช่วยจัดให้ตามที่ขอ เพราะหากเป็นเขาเองก็คงต้องทำแบบเดียวกัน เพียงแต่เจนภพเป็นคนที่เด็ดขาดกว่ามาก แถมยังดูมีความเป็นผู้นำอีกด้วย

            “เป็นเด็กที่ยังคงพึ่งพาได้เหมือนเดิม” น้านัทพึมพำ

            และด้วยความเหลือของสองแม่ลูกตระกูลกิตตินนท์ งานในโรงแรมจึงเสร็จเร็วกว่าที่คาด วิลาวรรณจัดเตรียมห้องจัดเลี้ยงใหม่ตามความต้องการของเจ้าของงาน เพียงแค่สามโมงเย็นก็แทบจะเสร็จหมดทุกอย่างแล้ว เหลือแค่มาจัดการรายละเอียดเสริมในวันพรุ่งนี้ เธอก็ฝากหน้าที่คืนให้กับน้าพรก่อนจะขอตัวกลับบ้านไปพักผ่อน

           

            “ลูกลำบากหรือเปล่า” คนเป็นแม่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

            ตั้งแต่เด็กๆแล้วเธอไม่เคยเห็นเจนภพเล่นเหมือนเด็กปกติ เจ็ดขวบก็ขลุกตัวอยู่แต่กับหนังสือ แปดขวบก็เริ่มเข้าครัวและทำอยู่แบบนั้นเลยมา แม้จะเห็นลูกชายยิ้มแต่กลับรู้สึกได้ว่ามันเป็นการยิ้มแบบฝืนๆ ไม่ใช่ยิ้มด้วยความจริงใจเลยสักครั้ง ทั้งๆที่ลูกชายของเธอควรจะได้ไปเที่ยวเล่นเหมือนกับเด็กปกติทั่วไป แต่กลับต้องมาช่วยเธอทำงานทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าที่

            “อยากได้คำตอบแบบไหนล่ะครับแม่ ไอ้เรื่องลำบากมันก็ลำบากอยู่นะครับก็ภพพึ่งจะสิบแปดเองนี่นา แต่ก็ต้องมาทำงานสังคมใหญ่ๆแบบนี้มันก็ออกจะเกินตัวไปหน่อย แต่ทำไงได้ล่ะครับภพเป็นคนเลือกเอง แม่ไม่ต้องคิดมากหรอก อย่างไงจะช้าจะเร็วภพก็อาจจะต้องทำงานแบบนี้ ต้องบอกว่าโชคดีด้วยซ้ำที่ภพได้ทำงานแบบนี้ก่อนใครน่ะ โอกาสและประสบการณ์มันไม่ได้หาได้จากท้องถนนนะครับแม่ แต่มันอยู่ที่ว่าใครจะคว้ามันเอาไว้ได้มากกว่า” คนเป็นลูกชายตอบเรียบๆ ระหว่างที่กำลังรอสัญญาณไฟเขียว พลางมองดูมอเตอร์ไซที่ขับปาดเฉียดกระจกมองข้างไป

            “ลูกเนี่ยมองโลกในแง่ดีจังนะ”

            “บางทีภพอาจจะมองโลกตรงกันข้ามกับความเป็นจริงก็ได้นะครับแม่ ตราบใดก็ตามที่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน สิ่งเรียกว่าความจริงมันก็แค่ภาพลวงตาที่เราปฏิเสธมันไม่ลงนั่นแหละครับ”

            หลังจากนั้นสองแม่ลูกก็กลับมาถึงบ้าน เจนภพขอตัวไปอ่านหนังสือกับทำงานสักหน่อย ซึ่งคนเป็นแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะจะรอดูรายการทีวีที่เธอชอบ เด็กหนุ่มกลับขึ้นมาบนห้องก่อนจะปิดประตูและลงกลอนเอาไว้ทันที จากนั้นจึงไปเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อหาข้อมูล

            “ดูเหมือนเราจะวางแผนพลาด ไม่น่ากำหนดระยะเวลาในการประมูลนานเลยแฮะ แบบนี้มีหวังเรื่องใหญ่แน่”

            เจนภพพึมพำหลังจากดูกระทู้ในบอร์ดเกมออนไลน์ที่กำลังปั่นป่วน เนื่องจากว่ากิลด์ขนาดใหญ่เริ่มจะเคลื่อนไหวตามแหล่งทำเงินต่างๆ แถมยังเริ่มหาแนวร่วมมือเพื่อให้ได้มาซึ่งกล่องสมบัติสีรุ้ง ยิ่งหากมีการปรับปรุงระบบครั้งใหญ่ เขาจะกลายเป็นผู้เล่นเพียงไม่กี่คนที่มีเงินทุนมหาศาล เพราะหลังจากนี้เงินจะเป็นปัจจัยสำคัญในเกมนี้อย่างมากเลยทีเดียว

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #9723 mag 77 (@mag77) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:13
    จริงจังกับชีวิตทั้งชีวิตจริงทั้งในฝันเลยราล์ฟเนี่ย
    #9723
    0
  2. #7280 opoceleste (@opoceleste) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 14:37
    โลกจริงมันยังเก่งเลยยย ว้ากกก
    #7280
    0
  3. #7128 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 15:04
    ปัญหาน่ะ มีนานแล้ว พ่อคุณ
    #7128
    0
  4. #6109 โwไซดอน (@rozenkreuz) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 02:21
    ตรูว่าพระเอกเป็นเกย์ชัว  คอนเฟิร์ม!!!!!!!!!!!!
    #6109
    0
  5. #5892 top (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 00:08
    ตรงเพลงนะครับผมว่าถ้าเปลี่ยนประโยคที่ว่า

    บนเส้นทางนี้จะมีเพียงเราสอง

    เป็น

    บนเส้นทางนี้จะมีเพียงเราเสมอ

    มันให้ความรู้สึกลึกซึ้งขึ้น ให้นัยยะกว่า

    ปล.เป็นเีพียงแค่การแสดงความคิดเห็นนะครับ ในมุมมองของผม
    #5892
    0
  6. #4319 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 1 เมษายน 2557 / 10:14
    บอกว่าอาจจะมีปัญหา คงจะไม่มีปัญหาจริงๆหรอกนะ ฮะๆ
    #4319
    0
  7. #4027 Undernetwork (@undernetwork) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 20:40
    เป็นเด็กหนุ่มที่ขยันจังน้า โชคดีที่มีลูกชายแบบนี้
    #4027
    0
  8. #3774 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 00:48
    หนุกหนานๆ
    #3774
    0
  9. #3457 pogo28 (@pogo28) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 07:52
    อาคมมาเเล้ว!
    #3457
    0
  10. #2702 เฟมิลัน อองเตเลอบัวส์ (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 18:55
    สั้นไปหน่อยนะคะไรต์เตอร์ อ่านแล้วไม่จุใจเลยค่ะ T^T
    #2702
    0
  11. #2700 สมุดสีคราม (@oomsinly) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 16:26
    ชอบตอนเจนภพอยู่กับแม่อ่ะ...น่ารักดี^^
    #2700
    0
  12. #2698 The Memorial (@golflovenaru) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 12:01
    หนื่อยกับเด็กเส้นต่อแน่ๆเลย
    #2698
    0
  13. #2697 serfiros (@serfiros) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 10:28
    สนุกมากเลยครับ มาต่อไวๆนะครับ สู้ๆ ^^
    #2697
    0
  14. #2695 * MEEN * (@NAT-MEEN) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 23:44
    คุๆๆ กลับมาเป็นเจนภพก็สนุกไม่แพ้ราล์ฟเลย
    #2695
    0
  15. #2694 king-of-dark (@not3006) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 22:18
    สนุกมากครับ ขอบคุณครับ มาต่อไวๆนะครับ
    #2694
    0
  16. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 21:00
    ใหญ่แน่ แถมใหญ่มากด้วย 555+
    #2693
    0
  17. #2692 หมอกเงา (@lumpang) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 20:56
    ขอบคุณ รออ่านเสมอคับ
    #2692
    0
  18. #2690 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 20:37
    สุ้ๆน่ะคร่ะ
    #2690
    0
  19. #2689 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 19:26
    ตอนนอกเกมนี่มักจะสั้นหน่อยสินะ

    แต่ก็ไม่เป็นไร 

    แล้วเมื่อไหร่ตาภพจะมีโอกาศเจอสาวๆนอกเกมมั้งน้า
    #2689
    0
  20. #2688 โอมมณี (@akkabong) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 18:31
    ทราบไหมคะ พ่อของเจนภพ เปนอะไรยังไง
    เข้าเกมเถอะค่ะ
    #2688
    0
  21. #2687 Loscopz (@loscopol) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 18:24
    อ่านเพลินรึว่ามันจบไวหว่า 555
    #2687
    0
  22. #2649 NOS+ (@asuwannarat) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 19:19
    สนุกจัง ปมเยอะนะครับ
    #2649
    0
  23. #2648 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 19:01
    ทราบสิครับ ก็ผมเป็นคนเขียนเรื่องนี้นี่นา... เรื่องนี้จะมีปมอยู่มากมายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นปมของทางฝั่งแม่ที่ออกจะลึกลับนิดหน่อย ซึ่งถ้าทุกคนรู้ล่ะก็คิดว่านิยายเรื่องนี้ต้องออกทะเลแน่ๆ และอีกปมก็คือทางฝั่งของพ่อ ผมไม่เคยบอกว่าพ่อเจนภพเป็นตายร้ายดีอย่างไง นั่นหมายความว่าพ่อของเจนภพยังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่มันก็มีอยู่อีกหนึ่งปมล่ะนะ

    เพราะฉะนั้นแล้วการดำเนินเรื่องของนิยายเรื่องนี้ จะกล่าวถึงทางเลือกของเจนภพ เขาเลือกที่จะไปในเส้นทางไหน (แต่เชื่อเถอะ ราล์ฟมันเลือกทางที่สาม คือทางที่มันกำหนดเอง)

    ปล. เดี๋ยวจะเปิดตัวว่าที่นางเอกที่ผมอวยเอาไว้แล้วนะ หึหึ...
    #2648
    0