Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 20,969 Views

  • 218 Comments

  • 1,063 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    790

    Overall
    20,969

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 บุกยึดห้างสรรพสินค้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 268 ครั้ง
    9 ธ.ค. 61

บทที่ 5 บุกยึดห้างสรรพสินค้า

                                               



ห้างสรรพสินค้ามีพื้นที่ขนาดใหญ่ มันเคยเป็นสถานที่คึกคัก แต่เวลานี้มันไม่ต่างอะไรกับห้างสรรพสินค้าร้าง บนพื้นมีร่องรอยของเลือดที่แห้งกรัง รอยเท้ามากมายตลอดทั้งทางเดินจวบจนถึงทางหนีไฟที่มีคนใช้เพื่อหนีตาย

นรินทร์ยังคงจดจำที่นี่ได้เพราะเขาเองก็เคยมาเดินเล่นพักผ่อนช่วงวันหยุด บางครั้งก็แวะมาดูภาพยนตร์ใหม่ๆ ส่วนสำหรับมิ้นท์น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมได้ลง เนื่องจากมันเป็นที่ที่เธอซ่อนตัวเพื่อเอาชีวิตรอด

ฟังเสียงร้องครางของซอมบี้ทั้งสองรีบหมอบต่ำและเดินไปเกาะที่รั้วมองลงไปด้านล่าง ที่นั่นเหมือนกับขุมนรกที่เต็มไปด้วยซอมบี้ พวกมันเดินชนรั้วและตกลงไป ก่อนจะลุกขึ้นมาลากร่างที่เสียหายไปต่อไปเรื่อยๆ

สาม ไม่สิ มากกว่าสี่ร้อยตัวแน่ๆ

ยังมีอยู่ตามชั้นประปราย แล้วก็ในโรงภาพยนตร์ด้วยนรินทร์ปลดเครื่องตัดหญ้าลง มันหนักมากและเขาคิดว่ามันน่าจะยังไม่จำเป็นตอนนี้

มิ้นท์ส่งกระเป๋าเป้ลายเจ้าหญิงให้พี่ชายแล้วพูดมิ้นท์ว่าพวกเราควรแยกกันไปเคลียร์ไล่ทีละชั้น ห้างนี้มันกว้างกว่าที่คิดมาก

ไม่ ถ้าเราแบบนั้นคนที่ซ่อนตัวอยู่ในร้านอื่นๆ จะเห็นพวกเราแล้วแห่กันออกมาดึงดูดพวกมัน เราควรไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยและประกาศขอความร่วมมือ ทั้งนี้เราสามารถใช้เสียงตามสายดึงความสนใจของพวกซอมบี้ได้ด้วย

ใช้นั่นไม่ได้เหรอ?” มิ้นท์มองไปยังสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้

ชายหนุ่มส่ายหน้าแล้วตอบไม่ได้หรอก เสียงนั่นมันดังเกินไปจะกลายเป็นเรียกตัวที่อยู่บนถนนมาได้

ตัดสินใจเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็รีบเคลื่อนไหว นำเครื่องตัดหญ้าไปซ่อนไว้ในร้านแดลี่ควีน พอเจอกับซอมบี้ที่เดินหลงเข้ามาทั้งสองก็กระจายตัวหลบสองข้างทาง มันไม่ได้มาแค่ตัวเดียวแต่เป็นสามตัว ถึงจะอำพรางกลิ่นแต่ถ้าเผลอไปโจมตีมันเข้าตัวอื่นก็จะโต้ตอบทันที

นรินทร์คว้าเอากรวยโลหะแล้วกลิ้งมันออกไปดึงความสนใจ มีซอมบี้สองตัวขยับตัวอย่างคล่องแคล่ววิ่งมายังจุดที่มีเสียง มันส่งเสียงครางเหมือนกำลังออกล่าเหยื่อส่วนนรินทร์อ้อมหลบไปอีกทางแล้วส่งสัญญาณมือบอกว่าจะรับมือกับอีกสองตัวเอง

มิ้นท์พยักหน้าแล้วเดินอ้อมไปอีกทาง มีดคอมแบทในมือเตรียมพร้อม เมื่อเข้าถึงตัวก็แทงมีดลงไปที่หัว การกระทำของเธอเรียกความสนใจจากอีกสองตัว แต่นรินทร์โผล่ออกมาแทงมีดลงไปที่คอในมุมแหงน เตะตัดขาอีกตัวให้ล้มดึงมีดออกมาแทงเข้าที่ลูกตา

ตัดสินใจถูกที่ไม่ได้กินมื้อเช้ามา

ถ้าพี่หิวล่ะก็ ย่างลูกตานั่นกินได้นะน้องสาวเอ่ยแซ็ว คว้าผ้าเช็ดโต๊ะมาทำความสะอาดมีดแล้วโยนส่งให้

มีวอล์คเกอร์อยู่เยอะเกินไปในชั้นนี้ ตลอดทางนั้นพบเจอทั้งซอมบี้ชายและหญิง มีทั้งแบบที่เป็นเด็กนั่งตกเหยื่อเรียกความเห็นใจอยู่แต่พอมันเตรียมจะเข้ามากัด มิ้นท์ก็ถีบออกและใช้ดาบตัดหัวเด็กทิ้ง ทริคพวกนี้เจอมาจนชินเพราะมันเป็นไม่ได้ที่จะมีเด็กมาอยู่ในสถานการณ์ที่รายล้อมไปด้วยซอมบี้เป็นอันขาด

สองพี่น้องได้ยินเสียงฝีเท้าดังก้องเบาๆ แล้วเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองมองหน้ากันแล้วรีบซ่อนตัว ฟังจากเสียงเป็นรองเท้าผ้าใบและยังเห็นเงาตะคุ่มวิ่งไปซ่อนตามหลังเสา มันยังคงเป็นเวลาเช้ามืดแต่ห้างนี้ไฟฟ้ายังคงทำงานอยู่ก็เลยเห็นได้ชัดเจน

เด็กวัยรุ่น?’

ด้วยรูปร่างที่ดูปราดเปรียวมองยังไงก็น่าจะเป็นผู้ชาย ซึ่งทั้งคู่นั้นถือไม้กอล์ฟเป็นอาวุธ และสะพายเป้ไว้ด้านหลัง จากทิศทางที่กำลังมุ่งหน้าไปนั้นน่าจะเป็นบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ที่มีตู้ขนมขายอยู่

เจ้าพวกนั้นทำอะไรไม่เข้าเรื่องมิ้นท์พึมพำ

ใช่ ถ้าโชคดีก็อาจจะรอดได้อยู่หรอก แต่ถ้าพลาดซอมบี้จะกระจายตัวไปทั่ว

สถานการณ์เช่นนี้ถ้าหากพวกนรินทร์มีเป้าหมายเป็นการเอาชีวิตรอด นี่แหละคือโอกาสฟ้าประทาน ทว่าเขาต้องการจะเปลี่ยนห้างนี้ให้กลายเป็นค่ายหลบภัย การกระทำของสองคนนั้นทำให้เกิดความยุ่งยากมากขึ้นไปอีก

ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจเรื่องที่พวกเขาอาจจะหิวมากจนยอมเสี่ยงวัดดวงกับมัน แต่ทำไมถึงต้องเป็นตอนนี้ด้วยก็ไม่รู้

มีคนมาช่วยก็ดีเหมือนกันนรินทร์ตัดสินใจจะให้สองคนนั้นมาช่วย ยังไงซะการจะยึดห้างสรรพสินค้าเป็นฐานผู้รอดชีวิตด้วยคนเพียงสองคนนับว่าบ้ามาก

มิ้นท์คล่องแคล่วและรวดเร็วกว่าอาจจะต้องเดินอ้อมไกลหน่อยเพื่อเข้าประชิดตัวจากอีกทางหนึ่ง นรินทร์จะรับหน้าที่หยุดอีกคนหนึ่ง ความแตกต่างในการเคลื่อนตัวแสดงออกได้เด่นชัดมากเพราะพวกนรินทร์แทบจะไม่จำเป็นต้องชะโงกหัวออกมาดูลาดเลา แต่ใช้จะกระจกหรือวัตถุสะท้อนเงาช่วยสอดส่องมากกว่าเพราะซอมบี้เหล่านั้นไม่สนใจการเคลื่อนไหวเล็กๆ หรือแสงที่สะท้อนเข้าดวงตา

 

วัยรุ่นสองคนนั้นดูหนุ่มมากน่าจะเป็นนักศึกษาเพราะใส่เสื้อเชิ้ตขาวรูปแบบที่อนุญาตให้ใช้ใส่ในมหาวิทยาลัยได้ แต่กลับใส่กางเกงยีนแทน หน้าตาของทั้งสองคนนั้นแทบจะเรียกได้ว่าไปคนละทิศละทาง เพราะคนหนึ่งออกไปในทางหล่อติ๋ม ส่วนอีกคนก็มีใบหน้าเต็มไปด้วยสิว

เจอไหมวะ

ไม่มี ทางโล่งมาก

ทั้งสองช่วยกันสอดส่องดูลาดเลาอย่างระแวดระวัง หากวันนี้พวกเขาไม่สามารถหาของกินได้ก็อาจจะต้องทรมานอย่างมาก ลำพังตอนนี้พวกเขามีชีวิตอยู่ได้ด้วยการดื่มเพียงน้ำประปาในห้องน้ำ

ดูเหมือนว่าระบบน้ำประปาของที่ห้างนี้จะยังปลอดภัยดีอยู่

ข้างล่างนั้นมีแต่พวกซอมบี้ ใครมันคิดให้เอาร้านขายของไปไว้ที่นั่นวะชายหน้าเป็นสิวสบถ เขาชี้มือไปที่ร้านปิ้งย่างที่เคยมีซอมบี้อาละวาดแต่ตอนนี้เป็นแหล่งรวมอาหารชั้นดีหวังว่าร้านนั่นน่าจะยังมีพวกไส้กรอกเหลืออยู่นะ

ลองดูก่อนก็ไม่เสียหาย

ตัดสินใจอย่างรวดเร็วทั้งสองก็รีบวิ่งหมอบไปที่ร้านปิ้งย่าง สถานที่ที่มีข้าวของกระจัดกระจายและมีคราบเลือดอยู่บนพื้นทั่วร้าน ชายหนุ่มทั้งสองคนพยายามทำเสียงให้เบาที่สุดและเปิดดูตามตู้อาหารที่มีแต่ของเน่าอยู่เต็มไปหมด แต่น้ำดื่มในตู้ที่ตลอดชีวิตมาแทบจะไม่เคยแตะเป็นเหมือนน้ำจากสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมาให้

นั่นน้ำชายหน้าติ๋มบอกและวิ่งไปเปิดน้ำดื่มโดยตรง มันเป็นน้ำที่มีรสชาติดีที่สุดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ขอฉันกินบ้างสิวะชายหน้าสิวเลียริมฝีปาก และยื้อแย่งที่จะดื่มน้ำนั่น

พวกเขาเกือบจะทะเลาะกันแล้วถ้าไม่ใช่ว่าจู่ๆ ทั้งสองคนก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างจ่อศีรษะพวกเขาเอาไว้ ภาพสะท้อนจากฝาถังเผยให้เห็นว่ามีคนสองคนยืนอยู่ และเมื่อใช้หางตาเหลือบไปมองก็พบว่าที่กำลังจ่อพวกเขาอยู่คือปืน ตอนนั้นเองที่ร่างกายของชายหน้าติ๋มพลันไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าร้อนชาด้วยความกลัว

ชู่ว์! มันจะดีกว่าถ้าพวกนายไม่ส่งเสียงดังนรินทร์เอ่ยเสียงเบาเอาล่ะคราวนี้วางของในมือลงและค่อยๆ หันมา ช้าๆ ด้วย

นรินทร์เดาได้ว่าทั้งสองน่าจะมีอายุไล่เลี่ยกับตนเองที่ศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยปีสอง แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันสิ่งเหล่านั้นไม่ได้มีค่าอะไร

ชายหนุ่มสองคนค่อยๆ หันกลับมาตามคำสั่งและพบว่าเป็นเพียงชายหญิงคู่หนึ่ง โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงน่าจะกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย แต่ทั้งสองนั้นแต่งกายประหลาดด้วยชุดแนบเนื้อสีดำทั้งตัว สวมทับด้วยชุดรบที่ป้ายด้วยเลือดและมีชิ้นเนื้อติดตามตัว เพียงแค่ได้กลิ่นก็แทบจะสำรอกออกมาแล้ว

ใจเย็นๆ เราคุยกันได้น่าชายหนุ่มหน้าสิวพยายามเจรจา

ผู้รอดชีวิตยังมีกันอีกกี่คนนรินทร์ถาม

แค่พวกเราสองคนชายหน้าสิวตอบ

ดีมาก ไม่ยอมขายเพื่อนนับว่าเป็นคนที่ใจกล้าน่าดู

นรินทร์ดูออกว่าสองคนนี้น่าจะอาศัยอยู่กับผู้รอดชีวิตคนอื่น มิ้นท์ตรวจสอบสภาพหน้าผมแล้วพูดแทรกขึ้น

ผมและเสื้อผ้าของพวกเขายังไม่แห้งดี น่าจะซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ

พอถูกเปิดเผยสีหน้าของชายหนุ่มหน้าสิวก็เครียดมาก แต่พวกเขาไม่กล้าขยับเพราะอีกฝ่ายมีปืนด้วยกันทั้งคู่ แถมยังเว้นระยะทางจนยากจะเข้าถึงได้

เอาล่ะ คราวนี้ฉันจะขอถามใหม่ ผู้รอดชีวิตกลุ่มของนายมีอีกกี่คนถามจบนรินทร์เบนปากกระบอกปืนไปที่ชายหน้าติ๋ม ใบหน้าของเขาเครียดมากและพอถูกนรินทร์ทำท่าจะยิงก็เปิดปากบอกทุกอย่าง

เจ็ดคน รวมพวกเราสองคนแล้วมีเจ็ดคน พวกเรามีผู้หญิงอีกสามคนด้วยหน้าตาดีๆ ทั้งนั้น

เมื่อคนเราเผชิญหน้ากับความตายเป็นธรรมดาที่จะต้องทำอะไรสักทางเพื่อที่จะมีชีวิตรอด คนคนนี้ยอมที่จะขายเพื่อนผู้หญิงเพราะคิดว่าถ้านรินทร์เป็นคนประเภทนั้นก็อาจจะสร้างความสัมพันธ์แล้วขอเข้าร่วมกลุ่มได้ มาคิดๆ ดูแล้วเขารู้สึกชื่นชมชายหน้าสิวมากกว่า

รวมแล้วมีเจ็ดสินะนรินทร์พึมพำ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนแต่เป็นคุณภาพ ถ้ามีจิตใจกล้าหาญได้สักครึ่งหนึ่งของมิ้นท์ก็น่าจะช่วยงานในคราวนี้ได้

มิ้นท์ออกไปดูลาดเลาตั้งแต่ที่ชายหน้าติ๋มเปิดเผยความลับด้วยความกลัว รีบกลับมาบอกข่าวร้ายเพราะเสียงร้องนั่นดึงความสนใจให้มีซอมบี้เดินมาตัวหนึ่ง

เงียบๆ เข้าไว้ล่ะนรินทร์แจ้งแล้วปีนไปหลบหลังเก้าอีกให้ทั้งสองคนหลบตาม

มิ้นท์ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเคาท์เตอร์รอให้ซอมบี้เดินเข้ามาภายในร้าน มันได้กลิ่นบางอย่างซึ่งก็น่าจะมาจากสองคนตรงนั้น แต่แล้วจู่ๆ ท่าทางของมันก็เปลี่ยนไปจ้องเขม็งไปที่หลังเก้าอี้ตัวหนึ่งและพยายามจะแผดเสียงร้อง มิ้นท์เห็นท่าไม่ดีก็กระโดดออกมาและฟันด้วยดาบ หัวของมันกลิ้งกระดอนไปบนพื้น

คงมีใครสักคนกลัวจนฉี่ราดมิ้นท์พึมพำ

ทั้งสองหนุ่มยังไม่เคยมีประสบการณ์ต่อสู้กับซอมบี้ถึงกับหวาดกลัวเมื่อได้เห็นการฆ่าตัดคออย่างเหี้ยมโหด มันต้องอาศัยความกล้าหาญไม่น้อยถึงจะทำอะไรแบบนั้นได้ เป็นที่รู้กันดีว่าหากถูกกัดหรือถูกข่วนแม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่มีทางรอดไปได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะหนีแทนการสู้ที่เสี่ยงเอามากๆ

แต่มีเรื่องหนึ่งที่พวกเขายังคงเข้าใจผิด ร่างกายของมนุษย์แม้ในตอนนี้ก็มีเชื้อไวรัสนั่นอยู่เพียงแต่พวกเขามีความต้านทานที่สูงกว่า รอจนกระทั่งกลายเป็นอีโวลเวอร์ก็จะมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงขึ้น ต่อให้ถูกข่วนก็ไม่เป็นไรมาก กว่าจะถึงตอนนั้นมนุษยชาติก็เหลือน้อยจนน่าใจหาย

นรินทร์เล็งปืนไปที่สองหนุ่มแล้วพูดดูจากสภาพของพวกนายคงจะหิวกันจนไม่มีแรง ฉันเองก็ต้องการใช้คนเพราะลำพังแค่พวกเราสองคนถึงจะไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยแต่มันก็เป็นงานหนักเอาเรื่อง ถ้ามีพวกนายมาช่วยภาระที่แบกรับก็จะลดลง แต่งานนี้มันเสี่ยงอยู่พวกนายจะเอาด้วยไหม

ชายหน้าสิวลังเลไม่กล้าตอบรับเพราะยังไม่รู้ว่าจะให้ทำอะไร

ต้องดูก่อนว่าจะให้พวกเราทำอะไร

พวกเราจะกำจัดซอมบี้ทุกตัวและเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นค่ายผู้รอดชีวิต แน่นอนว่าฉันไม่ได้จะขอให้พวกนายเชื่อ ยังไงซะถ้ามันสำเร็จพวกเราสองคนจะแบ่งน้ำและอาหารไปประมาณหนึ่งส่วนสี่ของทั้งหมด เทคโนโลยี และเสื้อผ้าจำนวนหนึ่ง

หนุ่มหน้าสิวฟังแล้วก็ค่อนข้างจะสนใจมาก ถ้าสามารถกำจัดซอมบี้ได้ทั้งหมดพวกเขาก็จะได้มีสถานที่ปลอดภัยที่มีทั้งน้ำและอาหาร เขารู้ว่ายังมีคนติดอยู่ที่นี่ไม่น้อยเพียงแต่พวกเขาเหล่านั้นใจไม่กล้าพอจะออกมาหาอาหาร

แล้วพวกเราจะได้อะไรแลกเปลี่ยน?”

เพื่อให้พวกนายมีเรี่ยวแรงพอจะช่วยงาน พวกเราสองคนจะคุ้มกันพวกนายไปรับเอาน้ำและเสบียงอาหารที่โรงหนัง มันอาจจะได้ไม่มากแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรกินเลย จะไม่ช่วยก็ได้เพียงแต่ถ้าเห็นว่ามันเกินเวลาที่กำหนดพวกเราจะถอนตัวออกจากที่นี่ในทันที จำเอาไว้ด้วยว่าพวกเรายังสามารถหาเสบียงจากที่อื่นได้และน่าจะได้มากกว่าการแบ่งให้พวกนายมีชีวิตรอดด้วย”

ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ว่าใครต่างก็อยากได้สถานที่ปลอดภัยพอจะหลับนอนได้เต็มอิ่ม ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากและถ้าสามารถปิดทางเข้าออกได้ทั้งหมดก็จะสามารถอาศัยอยู่กันได้ไปอีกนาน มีอาหารมากพอจะเติมเต็มความหิวโหยได้ไปอีกหลายเดือน แต่การจะทำอะไรแบบนั้นได้จำเป็นต้องมีอาวุธ พยายามหาจากในห้างนี้แล้วก็มีเพียงอุปกรณ์กีฬาที่พอจะใช้แทนอาวุธชั่วคราวได้

นรินทร์ไม่ต้องการอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้นาน เพราะยิ่งชักช้าเขาก็จะถูกคนอื่นแซงหน้าสะสมเสบียงและอาวุธไปจนหมด ผลกระทบที่ตามมานั้นทำให้เผชิญหน้ากับความยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นซอมบี้กลายพันธุ์ที่จะมีรูปแบบพิเศษมากขึ้น สัตว์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งและยากจะต่อกรได้ อีโวลเวอร์ที่เหี้ยมโหดและต้องการปกครองผู้คน และความพยายามจะยึดครองทรัพยากรของประเทศจากบุคคลภายนอก เวลานี้นรินทร์ยังถือว่าตนเองได้เปรียบอยู่มากในด้านประสบการณ์ทำให้เตรียมพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไตร่ตรอง ชายหน้าสิวตอบตกลงในทันทีไม่ว่าจะเป็นทางไหนตนเองก็ล้วนได้ประโยชน์ทั้งสิ้น

“ดี! พวกนายสองคนควรทำตามที่พวกเราสองคนบอกถ้าไม่อยากตาย ก่อนอื่นก็ทาซะ” เขาชี้ไปที่ร่างของซอมบี้ที่พึ่งจะถูกฆ่าไป

ทั้งสองคนทำหน้าเหยเกเหมือนขยะแขยง ใช้มือล้วงควักลงไปในตัวของซอมบี้เพื่อเอาเลือดและเนื้อเน่าของมันขึ้นมาทา ชายหนุ่มหน้าติ๋มหันไปอาเจียนเอาน้ำที่พึ่งดื่มไปเมื่อสักครู่ออกมาจนหมด เสื้อผ้าหน้าผมทั้งหมดโดยเฉพาะจุดซ่อนเร้นก็ต้องทาเพื่อลบกลิ่น

“ต้องทาหมดนี่เลย?”

“วิธีนี้ดีและปลอดภัยที่สุด วอล์คเกอร์พวกนั้นจับทิศทางด้วยเสียง แยกแยะด้วยกลิ่น และมีพฤติกรรมเรียนรู้ร่วมกัน”

มิ้นท์ออกไปดูลาดเลาข้างนอกและกลับมาบอกสถานการณ์ให้ฟัง มันมีซอมบี้อยู่หลายจุดเป็นไปได้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับมันด้วยความบังเอิญ เธออาสาจะเป็นคนไปเคลียร์เส้นทางให้ก่อนเพื่อความปลอดภัยอาจจะฆ่าได้ไม่หมดแต่จะพยายามล่อพวกมันออกให้ห่างจากเส้นทางให้มากที่สุด สองสุภาพบุรุษที่พยายามคัดค้านเรื่องที่จะให้เด็กผู้หญิงออกไปเสี่ยงอันตรายพอถูกถามกลับมาว่า จะไปแทนไหม ก็กลายเป็นใบ้ขึ้นมา จากนั้นเธอจึงล่วงหน้าไปก่อนและให้ตามมาหลังจากนั้นอีกสิบนาที

มันยากที่จะทำใจยอมรับได้ว่าพวกเขาจะต้องให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาปกป้อง ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติพวกเขายอมเสี่ยงที่จะแสดงความเป็นลูกผู้ชายออกมา แต่กับพวกซอมบี้ที่แค่กัดหรือข่วนก็ทำให้ติดเชื้อได้ต่อให้ตีลังกาคิดกี่ตลบก็เข้าใจดีว่ามันเป็นการฆ่าตัวตาย พวกเขาไม่มีความกล้าพอจะออกไปสู้กับพวกมันเด็ดขาดทำได้เพียงแค่หลบหนีให้ไกลที่สุด

สิบนาทีผ่านไป นรินทร์ก็เริ่มเคลื่อนไหวและให้ทั้งสองคนตามมาอย่างเงียบที่สุด อาศัยรั้วกั้นเป็นที่กำบังตนและเดินไปเป็นระเบียบ มีสัญลักษณ์ที่ถ้าไม่สังเกตจะมองข้ามไปเป็นวิธีการส่งข้อความบอกใบ้ในกลุ่มแวนการ์ดใช้วัตถุแข็งจำนวนหนึ่งกับใบไม้หรือเศษกระดาษวางในจุดทางแยกเพื่อบอกว่ามีอะไรอยู่ทางไหนและควรไปทิศทางไหน เมื่อเดินไปตามเส้นทางที่มิ้นท์ทิ้งเอาไว้ให้ก็เจอกับศพซอมบี้สองตัวถูกฆ่าเรียบร้อย สองหนุ่มลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นปากแผลบนหัวบ่งบอกว่าเธอเข้าใกล้ตัวมันเพื่อฆ่า

เทียบกันแล้วนรินทร์มีทักษะการฆ่าด้อยกว่ามิ้นท์ที่เป็นนักสำรวจของกลุ่มแวนการ์ด ยิ่งเมื่อเธอกลายเป็นอีโวลเวอร์ระยะห่างก็ยิ่งเห็นได้ชัดเจน ดังนั้นเขาจึงวางใจที่จะให้มิ้นท์เคลื่อนไหวอย่างอิสระ ยิ่งมีชุดป้องกันด้วยแล้ววอล์คเกอร์หรือรันเนอร์ในช่วงแรกๆ ไม่มีทางทำอันตรายเธอได้อย่างแน่นอน

ทั้งที่ระยะทางจากร้านปิ้งย่างไปยังโรงภาพยนตร์ไม่ได้ไกลอะไรมากแต่พวกเขาก็ต้องใช้เวลากว่าสิบนาทีจนไล่ตามมิ้นท์ที่ล่วงหน้ามาก่อนได้ในที่สุด ที่นั่นเด็กสาวในชุดรบกึ่งทหารพึ่งจะจัดการเคลียร์ซอมบี้ไปจนหมดโถง

เธอหันกลับมาพร้อมกับขว้างมีดไปที่มุมหนึ่งซึ่งมีซอมบี้เดินออกมาจนปักเข้าที่กลางหน้าผาก

“ถ้าอยากจะดูหนังขอบอกก่อนเลยว่ารอบนี้เต็มแล้ว”

เหลือบสายตามองไปที่ประตูโรงหนังที่ปิดสนิทมันถูกท่อนเหล็กขัดเอาไว้และมัดด้วยเชือกป้องกันไม่ให้หลุดออกมา มิ้นท์ไม่โง่พอจะเข้าไปเผชิญหน้ากับพวกมันเพียงลำพังและถ้าเป็นพี่ชายของเธอจะต้องคิดหาวิธีรับมือที่ดีกว่านี้ได้

       เคลียร์พวกซอมบี้ไปจนหมดแล้วก็ว่างพอจะให้พวกเขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากมัน ตู้เย็นและชั้นขนมมีของกินวางเรียงรายอยู่ราวกับเป็นสรวงสวรรค์ หากเป็นเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนพวกเขาแทบจะไม่เหลือบสายตามองมันเลยด้วยซ้ำ กระเป๋าทั้งสองใบนั้นอัดแน่นไปด้วยถุงขนมจำนวนมากและมันยังเหลืออยู่บนชั้นอีกไม่น้อย ทั้งสองไม่รอช้าที่จะแกะกินก่อนใครเพื่อนลิ้มลองรสชาติของขนมขบเคี้ยวที่แสนวิเศษ มันไม่เหมือนข้าวหรือขนมปังที่กินแล้วรู้สึกอยู่ท้องสักนิด ถึงอย่างนั้นก็ช่วยระงับความหิวที่ไม่ได้กินอะไรมาหลายวันได้

       ความสุขของพวกเขาถูกขัดขวางโดยนรินทร์ที่ไม่ได้มีเวลาว่างทั้งวัน ยังมีซอมบี้อีกเป็นจำนวนมากที่อยู่ที่นี่และโชคดีที่มันโง่เกินกว่าจะรู้วิธียกขาเดินขึ้นบันได ยกเว้นในกรณีที่พวกมันไล่ล่าบางสิ่งทำให้พวกมันขยับร่างกายตามสัญชาตญาณเดิมของร่างกาย แต่ถ้ามันพัฒนาขึ้นเป็นรันเนอร์เมื่อไหร่มันจะมีความคล่องตัวที่สูงสามารถปีนป่าย การปล่อยพวกมันที่ไม่ต่างจากระเบิดเวลาทิ้งเอาไว้ไม่นานทุกคนก็จะต้องตายอย่างแน่นอน

       ได้อาหารมาแล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ต่อ สองหนุ่มกินขนมและดื่มน้ำเรียบร้อยแล้วจึงมุ่งหน้ากลับไปยังสถานที่ซ่อนตัวของพวกเขา สองพี่น้องคอยดูแลความปลอดภัยให้แต่ก่อนที่จะไปนั้นได้แวะไปที่ร้านแดลี่ควีนเพื่อนำเครื่องตัดหญ้าไปด้วย ที่ที่สองหนุ่มอาศัยอยู่นั้นเป็นห้องน้ำอย่างที่มิ้นท์คาดไว้ แต่มีเสียงซอมบี้ดังมาจากทางห้องน้ำหญิงที่ประตูถูกปิด คงเพราะประตูเป็นแบบผลักเข้าไปพวกซอมบี้เลยเปิดประตูออกมาไม่ได้ การที่มิ้นท์กับนรินทร์ไม่ได้ตกใจกับซอมบี้ที่ด้านหลังประตูเป็นเรื่องที่ผิดคาดเหมือนกัน

       ลองเป็นพวกเขาสองคนไม่ว่าใครต่างก็ต้องสติแตกไม่น้อย

       “คิดว่ายังไง”

       “เข้าไปตรงๆ คงลำบาก แต่เราสามารถยื่นส่วนใบมีดของเครื่องตัดหญ้าเข้าไปได้”

       “แบบนั้นท่าจะปลอดภัยกว่า แต่คงต้องทำหลังเสร็จแล้วเท่านั้น”

       ประตูห้องน้ำฝั่งชายถูกล็อกจากภายใน สองหนุ่มจึงติดต่อกับคนข้างในให้เปิดประตูให้ นรินทร์สังเกตได้ถึงสภาพของพวกเขาทั้งหมดที่เป็นชายสองคนและผู้หญิงอีกสาม ดูเหมือนว่าทั้งเจ็ดคนนี้แค่บังเอิญมาอยู่ในสถานการณ์เดียวกันแต่ไม่ใช่เพื่อนกัน มีบางคนเป็นคนวัยทำงานที่ทำงานอยู่ในห้างแห่งนี้

       “ได้อาหารมาไหม พวกเราหิวกันจวนจะเป็นลมตายอยู่แล้ว ว่าแต่สองคนนั้นเป็นใคร” ดวงตาฉายแววมุ่งร้ายถูกส่งมาจากชายคนที่เปิดประตูให้ “ถ้าจะมาหลบซ่อนด้วยบอกไว้ก่อนว่าลำพังแค่พวกเราก็เต็มกลืนแล้ว พวกนาย

       เขาเริ่มคาดหวังขึ้นเมื่อได้เห็นว่าทั้งสองคนที่มาใหม่นั้นพกอาวุธมากันด้วย เป็นปืนลูกซอง ปืนพก และดาบสะพายหลัง

       “ให้พวกเราเข้าไปก่อนแล้วค่อยคุยกัน” ชายหน้าสิวบอก

       “ได้ๆ เข้ามาสิ”

       เมื่อเข้าสู่ภายในห้องน้ำก็ได้กลิ่นแปลกพิกล ห้องน้ำส่วนที่อยู่ลึกที่สุดส่งกลิ่นเหม็นจากอุจจาระและปัสสาวะที่ไม่ได้ล้างบ่อยนัก มุมหนึ่งของห้องน้ำถูกใช้เพื่อทิ้งเศษอาหาร ผู้รอดชีวิตทั้งเจ็ดคนอาศัยนอนกันอยู่บนพื้นห้องน้ำที่เย็นเฉียบ ท่าทางของพวกเขาทั้งหมดดูระแวดระวังกับผู้มาใหม่แต่ก็เปลี่ยนเป็นมีความสุขยิ่งขึ้นเมื่อเห็นอาวุธที่นำมาด้วย

       “พวกคุณมาเพื่อช่วยพวกเราสินะ” หญิงสาวร้อง รีบวิ่งเข้ามาหวังจะจับมือด้วย

       นรินทร์ชี้ปืนไปจ่อเพื่อหยุดความเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนั้น

       “ไม่มีใครที่นี่ติดเชื้อใช่ไหม ฉันต้องทำให้แน่ใจว่าไม่มีใครถูกซอมบี้กัดหรือข่วนจนเป็นแผล ถ้ากัดเชื้อพวกนั้นจะรุนแรงมากทำให้เปลี่ยนเป็นพวกมันได้ในระยะเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ถ้าถูกข่วนมันจำเป็นจะต้องมีการเพาะเชื้อในระยะเวลาหนึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนอาจจะไม่เป็นไร แต่บางคนอาจจะกลายเป็นพวกมันไปเลยก็ได้”

       “พวกเราไม่มีใครถูกมันกัดหรือข่วน” หญิงสาวคนที่ถูกปืนชี้หน้ารีบตอบ

       “แล้วรอยแผลที่ขานั่นล่ะ?”

       “นี่มัน เกิดขึ้นตอนที่วิ่งหนี ขาฉันครูดกับขอบบันไดเลื่อนต่างหาก”

       ขบคิดอยู่สักพักหนึ่งนรินทร์ก็ลดปืนลง เวลานี้ผู้คนยังอ่อนแอต่อเชื้อไวรัสอย่างมากจนเขาไม่กล้าจะเชื่อใจ

       อย่างไรก็ตามบรรยากาศที่น่าอึดอัดนั้นจบลงเมื่อสองหนุ่มบอกข่าวดีที่ได้รับอาหารกับน้ำดื่มมาแล้ว ผู้รอดชีวิตทุกคนดีใจมากและตรงเข้ามายื้อแย่งขนมกับน้ำดื่มไปนั่งกินกันอย่างหิวโหย พวกผู้หญิงกล่าวขอบคุณสองหนุ่มแต่คนที่ยอมรับความดีความชอบมีแค่หนุ่มหน้าติ๋มคนเดียว ส่วนหนุ่มหน้าสิวคนนั้นไม่กล้าที่จะรับความชอบและบอกความจริงที่ว่าพวกนรินทร์เป็นคนพาไปหาอาหารมาแทน ต่อมาก็เล่าเรื่องที่นรินทร์จะขอความช่วยเหลือโดยการกำจัดพวกซอมบี้ทั้งหมดและเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นค่ายหลบภัยของผู้รอดชีวิต

       “ไม่ไหวหรอก พวกมันมีตั้งมากมายทำไมต้องเอาพวกเราไปเสี่ยงด้วย”

       “นั่นสิ นายเป็นทหารก็น่าจะมีหน้าที่ช่วยเหลือพวกเรา ในเมื่อพวกเราจ่ายภาษีให้พวกนายไม่ใช่เหรอ?”

       มีบางคนไม่ยอมรับเรื่องที่จะต้องไปเสี่ยงอันตราย และมีบางคนที่เข้าใจผิดคิดว่าสองพี่น้องเป็นทหารด้วยโดยดูจากชุดคอมแบทและอาวุธปืนที่ใช้

       “ขอฉันพูดก่อนเลยนะว่า ข้อแรกพวกเราสองคนไม่ใช่ทหาร เมื่อเดือนที่แล้วฉันยังเป็นแค่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดา ส่วนน้องสาวของฉันก็เป็นเพียงเด็กมัธยมปลาย และข้อที่สองซอมบี้พวกนี้ไม่ต่างอะไรจากระเบิดเวลาเมื่อถึงตอนนั้นพวกเธอจะไม่มีใครรอดสักคน หรือต่อให้รอดไปได้ก็อาจจะต้องตายเพราะความหิวโหย กว่าความช่วยเหลือของกองทัพจะมาก็อีกตั้งสองเดือนเพราะพวกเขาเผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้ที่ค่ายอพยพเช่นกัน เลือกเอาเองว่าจะช่วยพวกเราในการยึดห้างสรรพสินค้าเป็นฐานที่มั่น หรือจะรอความช่วยเหลือที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมาถึง หลังจากวันนี้ไปพวกเราพี่น้องจะออกเดินทางกันต่อ”

       “พวกนายก็พาพวกเราไปด้วยก็ได้นี่นา” ผู้หญิงคนหนึ่งพูดอย่างเห็นแก่ตัว เธอสวมชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอ เข็มกลัดบ่งบอกชื่อสถาบันที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง

       “พาไปด้วย?” เด็กสาวทวนถาม “ดูเหมือนจะมีคนไม่เข้าใจสถานการณ์อยู่ด้วยนะเนี่ย พี่สาวคาดหวังอะไรต่อจากนี้ล่ะ ชีวิตวัยใสที่สามารถเที่ยวกลางคืนได้? หาผู้ชายหล่อๆ รวยๆ มาเป็นสามี? มีหน้าที่การงานเชิดหน้าชูตาเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล? ขอร้องล่ะแหกตามองดูความเป็นจริงซะบ้าง เวลานี้ทั่วทั้งโลกเผชิญหน้ากับเหตุการณ์แบบนี้กันทั้งนั้น รู้หรือเปล่าว่ามันหมายความว่ายังไง มันหมายความว่าถ้าไม่อยากตายกลายเป็นทาสบำเรอกามให้กับคนแข็งแกร่งมีแต่ต้องจับอาวุธเข้าสู้ เลือกเอาว่าจะสู้และตายอย่างมีเกียรติ หรือจะใช้ชีวิตเป็นแค่สัตว์เลี้ยงบำเรอกามไปจนตาย”

       สิ่งที่มิ้นท์กล่าวออกมานั้นไม่ได้ผิดพลาด ประเทศไทยอาจจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแต่ไม่มากเท่ากับในหลายๆ ประเทศที่เห็นผู้หญิงไร้ความสามารถเป็นสินค้าและทาสบำเรอกาม พวกเธอเกือบร้อยละแปดสิบไม่ได้เป็นอีโวลเวอร์จึงต้องใช้ชีวิตเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงแก่ผู้แข็งแกร่ง สูญเสียเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองเพียงเพื่อที่จะมีชีวิตรอด แต่บางคนก็อาจโชคไม่ดีที่พบเจอกับคนเลวทรามที่ย้ำยีจนตาย แม้ว่าเธอกับพี่ชายจะพยายามช่วยเหลือเท่าที่ทำได้แล้ว แต่ลำพังคนกลุ่มน้อยไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมด

       “ถ้ามีค่ายผู้รอดชีวิตโอกาสรอดของพวกคุณจะเพิ่มมากขึ้น อย่างน้อยก็จนกว่าทางกองทัพจะจัดการกับคลื่นซอมบี้สำเร็จและเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ มันมีน้ำและอาหารมากพอสำหรับสองเดือนนี้ที่นี่ และยังพอจะรวบรวมทรัพยากรได้จากสถานที่ใกล้เคียง เลือกเอาว่าจะอยู่ที่ปลอดภัยรอความช่วยเหลือหรือจะออกไปแล้วต้องหาทางรอดด้วยตัวเอง” นรินทร์ค่อนข้างใจเย็นเมื่อต้องรับมือกับคนไร้เหตุผลพวกนี้ คนพวกนี้มองเพียงผลประโยชน์และความสุขของตนเองเท่านั้น มันง่ายที่จะควบคุมขอเพียงชี้แจงให้เห็นถึงความสะดวกสบายที่จะได้รับกลับมา

       “แต่พวกนาย

       “พวกเราคือแวนการ์ด เป็นกลุ่มแนวหน้าที่อาสาในการรับมือกับภัยพิบัติซอมบี้ ถ้าคิดจะมากับพวกเราล่ะก็สุดปลายทางของพวกคุณคือความตาย ส่วนเหตุผลที่พวกเราต้องทำ ถ้าพวกคุณฉลาดพอก็ลองคิดดูเอาเองสิ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 268 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #213 Kumy (@febru2102) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:25
    แต่ละตอนโคตรยาว จุใจมาก
    #213
    0
  2. #106 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 08:01
    บางทีก็คิดนะว่ารินมันจะเท่ไปไหน ฮ่าๆๆๆ
    #106
    0
  3. #72 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:42

    มันพะยะค่ะ

    #72
    0
  4. #24 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 15:02
    เห็นด้วยกับ ค.ห. #8 หน้าสิวคุงนายหล่อมาก
    #24
    0
  5. #20 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 21:16
    แม่เจ้ากดดันดีแท้ เป็นผมนะถ้าเจออะไรแบบนี้อะรับรอง! จะฟังทุกคำสั่งเลยยกเว้นให้ไปตาย แต่คงไม่มีวันนั้น(เชี่ยเอ้ยธงหายนะแท้ๆคำพูดนี้)เพราะผมกลายเป็นพวกมันตั้งแต่วันแรก ผ่าม
    #20
    0
  6. #13 Hanaoka (@vandoza2009) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 14:48

    ตอนต่อไปเมื่อไหร่มา

    #13
    1
    • #13-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 5)
      13 ธันวาคม 2561 / 14:49
      ใจเย็นๆ พวก
      #13-1
  7. #8 LuminousBlue (@Vertrateness) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 21:13

    รู้สึกชอบเจ้าหน้าสิวแฮะ ขอให้เป็นตัวหลักแบบเท่ๆได้ไหมหน้อ

    #8
    0