Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 49,361 Views

  • 432 Comments

  • 2,177 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26,705

    Overall
    49,361

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 แฟตเตอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 574 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

บทที่ 4 แฟตเตอร์

 



บนรถมินิบัสกลายพันธุ์มีความทันสมัยอย่างมาก น้ำทิพย์แทบจะลืมไปแล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้กินอาหารจานร้อนนั้นมันเมื่อไหร่ ด้วยสถานะทางบ้านการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่เคยมีอยู่ในความคิดเลย แต่มาตอนนี้มันคืออาหารที่เธอยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้ลิ้มลองมัน

ไม่เพียงแค่นั้นแต่บนรถมีห้องอาบน้ำและห้องสุขาให้ด้วย ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยว่ามีรถประเภทนี้มีขายในตลาด แถมการจัดวางตำแหน่งภายในก็ไม่คุ้นตาเหมือนมินิบัสที่ใช้กันในระบบขนส่งที่เน้นบรรทุกผู้โดยสาร แต่เป็นเพื่ออยู่อาศัยจึงเป็นไปได้ว่ามันจะถูกดัดแปลงภายใน

จะปิดไฟแล้วนะนรินทร์กล่าวเตือน

ไม่เปิดไว้จะดีเหรอคะ?”

มิ้นท์กรอกตารอบหนึ่ง เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมชุดชั้นในสปอร์ตบรากับกางเกงสั้นจู๋

ถ้าหากเป็นวอล์คเกอร์พวกนั้นน่ะจะเปิดไว้ก็ไม่มีปัญหาหรอก พวกมันแยกแยะระหว่างแสงไฟกับความมืดไม่ได้ ที่ต้องปิดเพราะป้องกันพวกผู้รอดชีวิตหรอก อยากจะมีชีวิตรอดก็ต้องเหี้ยมโหดเข้าไว้ กำลังของพวกเราในตอนนี้ช่วยเหลือได้ไม่ทุกคน

จะว่าไปน้ำทิพย์ก็รู้สึกว่าสองพี่น้องคู่นี้สามารถรับมือกับเรื่องแบบนี้ได้เป็นอย่างดี ซ้ำยังรู้เกี่ยวกับพวกซอมบี้คลั่งพวกนั้นด้วย แถมดูจากรถมินิบัสที่ดัดแปลงเพื่ออยู่อาศัยถ้าไม่ใช่ว่าทั้งสองใช้มันเป็นบ้านมาตลอดก็คงเป็นไปได้ว่ามีการเตรียมตัวล่วงหน้า

ก็ตามที่ได้ยินนั่นแหละ ในสถานการณ์แบบนี้เราไว้ใจใครไม่ได้ทั้งสิ้นนรินทร์กล่าวจบก็ค่อยๆ ดับไฟลง

ในคืนนั้นสถานการณ์ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตามความทรงจำของสองพี่น้องมันใช้เวลาหนึ่งเดือนกว่าสถานการณ์จะคงที่ ผู้คนจะเริ่มทอดทิ้งที่อยู่เดิมเพื่อเอาชีวิตรอด และบางส่วนก็ยึดฐานที่มั่นและออกสะสมอาวุธและอาหาร

การอาศัยอยู่ในเมืองนั้นมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่มันก็สามารถหาเสบียงอาหารได้ค่อนข้างง่าย แตกต่างจากการอยู่นอกเมืองที่มีสภาพเป็นป่า ถึงจะหาเสบียงได้ยากแต่มันก็ปลอดภัยจากฝูงซอมบี้ มีแค่ต้องระวังพวกสัตว์กลายพันธุ์ และนั่นคือเป้าหมายของนรินทร์หลังจากจัดการกับปัญหาที่จังหวัดนี้เสร็จ

เวลานี้พวกเขามีเสบียงอาหารมากพอมีชีวิตรอดอีกหลายเดือน แต่มันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต ช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้มนุษย์จะเห็นแก่ตัวมากหวังจะครอบครองทรัพยากรแต่เพียงผู้เดียว มีบางคนที่ต่อให้ต้องตายก็พร้อมจะเผาทำลายอาหารนับร้อยตันทิ้ง

การกลับมาของนรินทร์ไม่ใช่เพื่อสร้างกลุ่มอำนาจและขึ้นปกครอง แต่ต้องทำให้แน่ใจว่ามนุษยชาติจะอยู่รอดต่อไปได้ อนาคตที่เขาเคยอยู่นั้นเหลือประชากรทั่วโลกแค่สิบเปอร์เซ็นต์ และอยู่ในสภาวะวิกฤตจนบางประเทศออกนโยบายเพิ่มประชากรอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง มิ้นท์โชคดีที่เธอเป็นอีโวลเวอร์ เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าเกินกว่าจะให้เธอแบกรับภาระในการตั้งครรภ์

มนุษย์จำเป็นจะต้องสร้างฐานที่มั่น แต่เพื่อการนั้นใครจะรู้ว่าผู้นำจะเป็นคนที่มีนิสัยอย่างไร เพราะจากประสบการณ์ล้วนมีแต่ผู้นำที่วิปริตและทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตัวเองทั้งสิ้น

ไหนจะมีการรุกรานจากประเทศอื่นที่ฉวยโอกาสนี้สร้างอาณาจักรที่ตนเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว ถ้าเป็นในอนาคตก็เป็นศัตรูที่เผชิญหน้ากันบ่อยครั้ง และนรินทร์ล้วนเป็นฝ่ายสูญเสียมากที่สุด แต่คราวนี้มันจะไม่เป็นเช่นนั้นแน่

รถมินิบัสยังไม่ตอบโจทย์การทำงานของคอร์พาหนะกลายพันธุ์ คงต้องรอให้ยายมิ้นท์วิวัฒนาการก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนรูปแบบพาหนะที่ถูกต้อง

คิดถึงในส่วนของคริสตัลวิวัฒนาการที่วิทยาการปัจจุบันยังผลิตมันขึ้นมาไม่ได้ ขอเพียงมิ้นท์วิวัฒนาการถึงระดับสองก็จะสร้างชิ้นส่วนรถขึ้นมาได้ จากนั้นเขาก็จะเปิดการทำงานของพาหนะกลายพันธุ์ขึ้นได้อีก เมื่อถึงตอนนั้นเขาสามารถที่จะมีแล็ปวิจัยเคลื่อนที่ได้

คิดสะระตะอยู่นานจนเริ่มเพลีย มองดูนาฬิกาก็เห็นว่ามันผ่านไปห้าชั่วโมงได้แล้วก็ไปสะกิดเรียกน้องสาวให้ตื่นมาเปลี่ยนผลัดบ้าง มิ้นท์ยังนอนไม่เต็มอิ่มดีแต่ก็ต้องลุกมาเปลี่ยนหน้าที่กันอย่างช่วยไม่ได้ นรินทร์ไปดึงเตียงผ้าใบลงมาและฟุบหลับในทันที

 

มันเป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้า นรินทร์ตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดมันแยงตา มีกลิ่นหอมลอยฟุ้งไปทั่วคันรถ ครัวในรถมินิบัสเป็นเตาไฟฟ้าจึงใช้งานได้ง่ายและค่อนข้างปลอดภัย เขาเห็นน้ำทิพย์กำลังเตรียมมื้อเช้าเป็นข้าวผัดธรรมดา ส่วนมิ้นท์เดินกลับเข้ามาในรถพร้อมด้วยดาบที่เปื้อนเลือดกับกระเป๋าเดินทางที่มีพวกเมล็ดกาแฟจากร้านอเมซอน

ตื่นแล้วเหรอคะพี่ เห็นว่ากำลังหลับสบายเลยคิดว่าจะให้นอนต่ออีกหน่อย แล้วนะ มิ้นท์ไปกวาดพวกของในอเมซอนมาแล้ว แถมด้วยนี่…” มิ้นท์ชี้ไปบนเตียงนอนที่มีกระเป๋าใส่ของที่ผู้คนมักจะพกติดตัว

เก็บขยะมาอีกแล้วงั้นเหรอ?”

ขยะที่ไหน อุปกรณ์เอาตัวรอดทั้งนั้น พี่ดูนี่สิมีบุหรี่ไฟฟ้าด้วย พวกมือถือกับแท็บเล็ตก็ดองๆ เอาไว้ ยังไงพี่ก็คงคิดจะทำระเบิดแสวงเครื่องอยู่ดีนี่นา

นรินทร์ไม่ได้เกลียดน้องสาวที่รู้ดีไปซะหมด เนื่องจากว่าเขาเป็นเหมือนจุดอ่อนของทีมที่รังแต่จะมีคนจ้องเสียบตำแหน่ง รวมถึงสมอ้างว่าตนเป็นผู้นำ นรินทร์จึงต้องใช้ทรัพยากรที่ถูกมองว่าไร้คุณค่าในการรับมือกับอันตราย ดังนั้นเขาจึงชำนาญการยิงปืน และการใช้ระเบิดมากที่สุดในกลุ่ม

อ๊า! หิวๆๆๆมิ้นท์ปลดชุดป้องกันออก และไปรับข้าวผัดมาถึงสีจะดูจืดไปสักหน่อยเพราะไม่มีผักก็เถอะ แต่มันก็ดูน่ากินดี

ทานได้เต็มที่เลย เราทำเผื่อเอาไว้ด้วยน้ำทิพย์บอก เมื่ออยู่ในวันที่โลกล่มสลายไปแล้วเธอจำเป็นจะต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ที่สุด

นรินทร์จึงตอบกินมากไปไม่ใช่เรื่องดี ที่เหลือเอาใส่กล่องแช่ตู้เย็นไว้ เวลากินค่อยเอามาอุ่นในภายหลัง วอล์คเกอร์พวกนั้นจมูกดีมากเลี่ยงการทำอาหารที่ต้องใช้ไฟน่าจะเป็นการดีที่สุด

ใช่ๆ ถ้ากินมากจนจุกเวลาเจอพวกมันคงสู้ได้ไม่เต็มที่มิ้นท์พูดสนับสนุน ถึงแม้ใจจริงอยากจะได้กินอาหารอร่อยก็เถอะ แต่ถ้ามันต้องแลกมากับความเสี่ยง เสบียงแห้งๆ ที่กินง่ายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

กินมื้อเช้ากันเสร็จแล้วมิ้นท์ก็ให้น้ำทิพย์ไปเลือกพวกเสื้อผ้าที่เธอเก็บมาจากรถแต่ละคัน ซึ่งรถพวกนั้นก็มีพวกน้ำและของฝากที่จะซื้อส่งกลับไปหาญาติด้วย กลายเป็นว่ามิ้นท์ยึดของพวกนั้นมาเก็บเอาไว้บนรถแทน

นรินทร์เห็นด้วยกับมิ้นท์ว่าควรจะแวะไปที่ห้างสรรพสินค้า แต่มันอยู่ในเมืองและน่าจะมีผู้รอดชีวิตเก็บเกี่ยวพวกน้ำและอาหารไปไม่น้อยแล้ว มิ้นท์เคยเป็นหนึ่งในคนที่ติดอยู่ที่นั่นและพวกเขามีคนยอมเสี่ยงไปเอาอาหารกลับมาให้ทุกคนได้กินเพื่อมีชีวิตรอด

เสร็จจากที่นี้พี่คิดว่าเราควรไปที่ห้างสรรพสินค้า ที่นั่นมันสามารถใช้เป็นฐานที่มั่นได้ถ้าเคลียร์พวกวอล์คเกอร์ไปหมดแล้ว การจะให้พวกเขาไปค่ายอพยพก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย ในห้างนั่นมีของที่สามารถเอามาเป็นอาวุธได้อยู่ไม่น้อย

แต่ก็ใช่ว่าทุกคนในประเทศนี้จะทำงาน DIY ได้เหมือนนรินทร์ หรือในภาพยนตร์ซอมบี้ที่สามลูกเสือทำอาวุธจากร้านอุปกรณ์ แต่มันก็มีอาวุธมากพอจะใช้ป้องกันตัวเองได้

พอได้ยินแบบนั้นมิ้นท์ก็เปิดโน้ตบุ๊กที่ดาวน์โหลดแผนที่อาคารหลายแห่งจากในอินเตอร์เน็ตช่วงก่อนวันโลกาวินาศ ห้างสรรพสินค้าก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

ห้างนี้มีระบบรักษาความปลอดภัย ตอนเกิดเรื่องขึ้นทำให้ประตูนิรภัยถูกใช้งาน ทางเข้าออกเพียงทางเดียวจึงมีแค่บันไดหนีไฟของลานจอดรถ แต่มันน่าจะเต็มไปด้วยซอมบี้หลายร้อยตัวเหมือนกันมิ้นท์พยายามนึกถึงเรื่องราวในอดีตเท่าที่พอจะจำได้ให้ฟัง

จำนวนของพวกมันเป็นที่น่ากังวลอยู่บ้าง ด้วยกำลังคนที่มีอยู่ตอนนี้คงยากที่จะยึดมันมาเป็นฐานที่มั่นของมนุษย์ บางทีอาจจะต้องประยุกต์ทำอาวุธ DIY ขึ้นมาบ้างแล้ว

มิ้นท์ที่เหมือนว่าจะอ่านความคิดได้ก็พูดขึ้นมีเครื่องตัดหญ้าอยู่ด้วยนะพี่ เสียอย่างเดียวที่เสียงมันดังไปสักหน่อย

ความคิดนั้นก็ไม่ได้แย่ มันเป็นอาวุธที่ใช้รับมือกับพวกวอล์คเกอร์ได้ดีมาก ถ้าดัดแปลงติดใบจักรหรือใบมีดก็น่าจะมีอานุภาพเพิ่มขึ้น แต่นรินทร์ไม่มีทางไว้ใจอาวุธเพียงอย่างเดียวแน่ เขาไม่อยากจะใช้ปืนมากนักแต่เมื่อถึงคราวจำเป็นก็คงไม่มีทางเลือก

สายตาของนรินทร์หยุดอยู่ที่ถุงใบหนึ่งซึ่งจำได้ว่ามันไม่เคยมีอยู่บนรถ น่าจะเป็นมิ้นท์ที่เก็บกลับมาเพราะเธอรู้ดีว่าสิ่งนี้มีประโยชน์กับพี่ชายของเธอในอนาคต และมันยากที่จะหาวัสดุแบบนี้ได้

นี่มันไม่เลวเลยนรินทร์ลุกไปหยิบมันขึ้นมาและเทมันลงบนโต๊ะ

มันเป็นกระป๋องน้ำอัดลมที่ถูกทิ้งเอาไว้ในถังขยะ สำหรับคนอื่นคงมองไม่เห็นคุณค่า แต่ในสายตาของนรินทร์มันคือส่วนประกอบในการทำอาวุธ

กระป๋องเปล่า?” น้ำทิพย์ทำหน้าฉงน

เธอน่าจะเคยเรียนเคมีมาบ้างสินะ ถ้าอย่างนั้นรู้หรือเปล่า ระเบิดมันสามารถสร้างได้จากข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน

เกี่ยวกับเรื่องนี้แทบจะไม่มีสอนในประเทศเพราะไม่ต้องการให้เด็กรุ่นใหม่หัวรุนแรงเรียนรู้วิธีประกอบระเบิด แต่ความจริงแล้วมันก็มีสอนกันแพร่หลายในโลกอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะรายการโทรทัศน์จากทางฝั่งตะวันตก ส่วนของนรินทร์เรียนรู้จากประสบการณ์และลองผิดลองถูกเพื่อชดเชยความอ่อนแอ จนภายหลังที่เขากลายเป็นอีโวลเวอร์ก็รู้วิธีประกอบระเบิดชนิดต่างๆ อีกตั้งมากมาย

ในระหว่างนี้มิ้นท์ได้ออกไปเก็บเกี่ยวของที่น่าจะมีประโยชน์เพิ่มเติม โดยเฉพาะการขนย้ายพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าสภาพดีอย่างเครื่องบดเมล็ดกาแฟ ไมโครเวฟ และจากนั้นก็เป็นการดูดน้ำมันที่เธอทำมันอย่างชำนาญมาก

พูดได้เลยว่ามันเป็นการเก็บเกี่ยวที่คุ้มค่าเพราะรถมินิบัสคันนี้มีคลังเก็บของที่ขยายพื้นที่ได้

น้ำทิพย์ไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ถึงสิ่งผิดปกติว่าของที่เคยเก็บมามันหายไปไหนหมด แต่เธอไม่มีเหตุผลให้ต้องถามเพราะเมื่อถึงเวลามิ้นท์จะเป็นคนเอาของเข้ามาเติมเองทั้งสิ้น คราวนี้ก็เช่นเดียวกันที่เด็กสาวไปรวบรวมน้ำมันจากรถมาใส่รวมกันและขนมันขึ้นมาเก็บเอาไว้

นรินทร์ใช้เวลาจนถึงเที่ยงเพื่อทำระเบิดขึ้นมาใช้งานสิบลูก

เหนื่อยหน่อยนะนรินทร์พูดกับน้องสาว เธอโบกมือบอกไม่เป็นไร ในเวลาแบบนี้ทุกคนต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์

แล้วพี่มีแผนจะทำยังไง เกิดเข้าเมืองไปในตอนนี้คงมีคนไม่น้อยวิ่งมาขอความช่วยเหลือแน่นอน

คาดเดาถึงความเป็นไปได้นี้ก็เกิดเป็นความกังวลขึ้น มิ้นท์ไม่ใช่เด็กสาวปกติทั่วไปแต่มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจที่เด็ดขาด เธอไม่อยากสิ้นเปลืองกระสุนที่ยังคงหายากไปกับเรื่องไร้สาระแบบนี้สักเท่าไหร่

สำรองกระสุนเผื่อเอาไว้สิบนัดถ้าจำเป็น

ในกลุ่มแวนการ์ดจะเข้าใจความหมายนี้ดี มันคือคำสั่งอนุญาตให้ฆ่าได้

มิ้นท์พยักหน้าน้อยๆ และนำอาวุธปืนมาบรรจุกระสุนให้พร้อมใช้งาน

 

รถมินิบัสมุ่งหน้าเข้าไปในเมือง แต่ถนนสองข้างทางถูกขวางด้วยรถยนต์จนแถบจะไม่เหลือช่องทางให้รถวิ่งไปได้ มาถึงตรงนี้นรินทร์ได้แต่ทุบรถด้วยอารมณ์หงุดหงิด ยังดีที่มันไม่ใช่เมืองหลวงที่ปริมาณการใช้รถนั้นมากจนยึดครองไปอีกหลายเลน

พี่ว่าพวกเราคงมาได้ใกล้สุดเท่านี้ ไม่อย่างนั้นก็คงต้องช่วยกันเคลื่อนย้ายรถออกไป

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ นั่นแหละ มิ้นท์ไม่ค่อยอยากจะเสี่ยงทิ้งรถไว้ที่นี่ด้วยซ้ำ ถ้ามีตรอกว่างๆ ที่พอให้รถใหญ่ทะลุผ่านไปได้บ้างก็คงดี

คือว่า ถ้าเป็นทางนั้นล่ะก็เราพอรู้นะ เราพักอาศัยอยู่ใกล้ๆ นี้ก็เลยรู้ช่องทางลัดไปห้างสรรพสินค้า แต่มันเป็นป่าและต้องเลี้ยวเข้าบ้านคนอื่นด้วย พวกรถตู้มักจะใช้ทางนี้เป็นทางลัดแล้วเอารถไปจอดที่นั่น

ขอเพียงให้สามารถนำรถเข้าไปยังให้ทางเข้าห้างสรรพสินค้าและหลีกเลี่ยงการเป็นจุดเด่นบนถนนได้ก็เพียงพอ นรินทร์สอบถามเส้นทางและขับไปตามถนนที่บอก ดูเหมือนว่าน้ำทิพย์เองก็อยากจะไปที่หอพักเพื่อเก็บข้าวของส่วนตัวมาด้วย แต่คงต้องเป็นหลังจากยึดห้างสรรพสินค้ามาใช้เป็นค่ายอพยพชั่วคราว

นรินทร์ไม่ค่อยชำนาญเส้นทางตรงนี้มากนักเพราะเขาอาศัยอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเมือง ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เป็นที่แห่งเดียวในจังหวัดจึงมีคนยอมนั่งรถเป็นชั่วโมงเพื่อมาเที่ยว

ภายใต้การบอกนำทางที่ต้องผ่านถนนอันคับแคบและมีซอมบี้อยู่หลายสิบตัว นรินทร์ไม่อยากจะเสียเวลาจึงไล่บี้พวกมันทั้งหมด น้ำทิพย์กอดตัวเองแน่นด้วยความกลัว มันอาจจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจิตใจจะเข้มแข็งได้

ในที่สุดก็มาถึงจุดที่ที่น้ำทิพย์บอก มันเป็นช่องทางลัดจริงๆ เพราะเขาเห็นลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าอยู่เบื้องหน้า อาจจะต้องเดินเท้าไปอีกร้อยเมตรแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันใกล้กว่าจริงๆ มิ้นท์ส่องกล้องตรวจสอบบนลานจอดรถ

มีวอล์คเกอร์อยู่บนลานจอดรถด้วย จำนวนไม่แน่ชัด

นี่มันเย็นมากแล้ว เดินทางตอนกลางคืนมันอันตรายเกินไป อีกอย่างมิ้นท์…” นรินทร์หันไปบอกกับน้องสาว เธอตอบกลับมาว่าเข้าใจแล้วก่อนจะเดินลงจากรถเข้าไปในบ้าน จากนั้นก็มีเสียงสับเนื้อดังออกมาหลายครั้ง

มีพวกมันอยู่ในบ้าน?”

พวกมันมีอยู่ทุกที่ ถ้าเจอมันตัวสองตัวควรรีบกำจัด

สิ้นคำพูดของนรินทร์ก็มีเสียงปืนดังมาจากภายในบ้าน เขาที่ต้องการให้มันเงียบที่สุดก็ยังตกใจ ต่อมาก็มีกระสุนดังอีกนัดและเห็นน้องสาววิ่งออกมาจากภายในบ้าน เขารีบคว้าปืนลูกซองขึ้นมาและกระโดดลงจากรถ

แฟตเตอร์คำพูดที่สั้นห้วนแต่บอกถึงสถานการณ์ที่เลวร้าย นรินทร์เล็งปืนไปที่หน้าประตูบ้านก่อนจะเห็นร่างเงาสูงใหญ่ที่แขนมันหดสั้นเหลือเพียงครึ่งเดียว ท้องของมันใหญ่มากและมีใบหน้าแหลกเละ ปากขยายออกดูน่ากลัว

เฮ้ยๆ นี่ยังไม่ถึงเฟสสองเลยนะ ทำไมถึงมีแฟตเตอร์ได้

มีสองกรณีเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของซอมบี้ที่นรินทร์เคยศึกษา กรณีแรกคือการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ ซึ่งมันจะต้องใช้เวลาพอสมควร และกรณีที่สองคือปัจจัยภายนอก

เจอเข็มฉีดยากับห่อมัดยาเสพติดเต็มบ้านเลยน่ะสิ

แน่นอนว่ายาเสพติดนั้นเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการกลายพันธุ์ได้ แต่มันไม่สมบูรณ์ และเป็นกรณีพิเศษที่พบเจอได้ยากมาก

ความน่ากลัวของแฟตเตอร์นั้นคล้ายกับสัตว์กลายพันธุ์ที่ต้องใช้อาวุธหนักในการรับมือ มันมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งทนทานต่อกระสุนและมีดดาบ เนื่องจากการกลายพันธุ์ทำให้ปากของมันแหว่งขึ้นจนรวมเข้ากับจมูก มันจึงสูญเสียประสาทการรับกลิ่น แต่ชดเชยด้วยการรับฟังที่ยอดเยี่ยม

การโจมตีของมันมีเพียงสองแบบคือ การเอาตัวพุ่งชน และการปล่อยน้ำกรดชีวภาพออกมาจากปากของมัน

นรินทร์อยากจะชกตัวเองที่ไม่ยอมให้ซิดแสกนรอบๆ ก่อน ในความทรงจำของเขาไม่เคยปรากฏแฟตเตอร์ในช่วงหนึ่งเดือนแห่งความโกลาหล มันเลยเป็นความประมาทที่ไม่อาจยอมรับได้

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

นรินทร์กระหน่ำยิงไม่ยั้งลงไปที่ท้องของมัน แฟตเตอร์นั้นเมื่อมันตายลงโดยไม่เจาะท้องที่กักเก็บน้ำกรดชีวภาพ กระบวนการย้อนกลับจะทำให้เกิดก๊าซบางอย่างในท้อง และมันจะเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่ทำให้คนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงถูกน้ำกรดไปด้วย

ถึงจะไม่มีฤทธิ์ในการกัดกร่อนที่รุนแรงและป้องกันได้ถ้ามีโล่กำบัง แต่ถ้าโดนเข้าตรงๆ ก็บอกลาชีวิตได้เลย

นรินทร์และมิ้นท์ช่วยกันยิงเจาะหน้าท้องจนเกิดเป็นรูที่มีของเหลวไหลออกมา จากนั้นก็ช่วยกันกระหน่ำยิงเข้าไปที่ใบหน้า แฟตเตอร์นั้นอึดมากมันพยายามจะวิ่งไล่ชนนรินทร์แต่เขาก็รู้ตัวก่อนและหลบมันได้เสมอ

นรินทร์เปลี่ยนกระสุนใส่ลงไปและยิงต่ออีกหลายครั้งจนในที่สุดมันก็ทรุดลง หน้าท้องของมันขยายออกและมีเสียงฟู่ออกมาจากรูหน้าท้อง กลิ่นของก๊าซไข่เน่าลอยออกมาชวนคลื่นไส้ นรินทร์รู้สึกผ่อนคลายลงและให้มิ้นท์รีบขึ้นรถ

เสียงปืนนั้นอาจล่อให้พวกซอมบี้มาที่นี่ รวมไปถึงผู้รอดชีวิตที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงได้รู้ตัว และมันก็ดึกมากทำให้การเคลื่อนไหวตอนกลางคืนไม่ต่างกับการฆ่าตัวตาย ไม่นานนักก็มีความเคลื่อนไหวจากด้านนอกเป็นวอล์คเกอร์ที่อยู่ตามกรอกขยับเดินตามเสียงมาอย่างไร้ทิศทาง

เกือบไปแล้ว โชคดีที่พวกเราได้อาวุธมาก่อนมิ้นท์ลอบถอนหายใจ นึกเสียดายกระสุนที่ใช้ไปเมื่อสักครู่นี้อย่างมาก

ปืนมีให้ใช้ก็ต้องใช้ ดูท่าเราคงต้องหาเวลาไปที่ร้านขายปืนสักหน่อย

งั้นพี่คงต้องรีบลงมือ

นรินทร์ไม่ได้ล่วงรู้ในทุกเรื่อง สิ่งที่รู้ก็มีแค่เรื่องที่พบเจอมากับตัวเองทั้งนั้น แฟตเตอร์ตัวนี้เป็นหลักฐานยืนยันที่ดีว่าหลังจากนี้จะต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่ตรงกับความทรงจำในอดีต ขืนมัวทำอะไรชักช้าก็คงอดชิ้นปลามันไปแน่

พรุ่งนี้เราจะต้องยึดห้างสรรพสินค้าและทำเป็นค่ายรับมือกับพวกซอมบี้ ต้องทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะอยู่รอดได้จนกว่าความช่วยเหลือของกองทัพจะมาถึง

ก็ดีกว่าให้พวกเขาเร่ร่อนไปทั่ว อาหารที่นั่นน่าจะเพียงพอสำหรับคนพันคนได้ 4-5 เดือนมิ้นท์ค่อนข้างเห็นด้วยกับวิธีนี้ ยิ่งสามารถช่วยเหลือคนได้มากเท่าไหร่ความเข้มแข็งของค่ายอพยพก็จะยิ่งสูงขึ้น

ถึงจะไม่ค่อยชอบใจวิธีการของพวกทหารนั้นก็ตาม แต่ในอนาคตจะต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่เลวร้ายและมันจำเป็นจะต้องพึ่งพาคนจำนวนมาก นรินทร์เพียงแค่พยายามจะช่วยเท่าที่ช่วยได้แล้ว

เย็นวันนั้นทั้งสามกินข้าวผัดที่อุ่นด้วยไมโครเวฟ และนอนหลับเอาแรง ที่ด้านนอกมีวอล์คเกอร์เดินเพ่นพ่านถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้เฉียดเข้าใกล้มินิบัส เนื่องจากว่ามันถูกสร้างโดยคอร์กลายพันธุ์จึงมีกลิ่นอายที่้หลอกพวกซอมบี้ขนาดเล็กได้ทุกตัว ขอเพียงไม่ไปกระตุ้นพวกมันก็พอ

ตีห้าไฟสลัวบนรถถูกเปิดขึ้น น้ำทิพย์สะดุ้งตื่นขึ้นมากก็เห็นสองพี่น้องกำลังเตรียมอาวุธโดยเฉพาะเครื่องกระสุน และก่อนหน้านั้นนรินทร์ก็ได้ลงไปเชือดซอมบี้และคว้านเอาพวกเศษเนื้อเน่ากับเลือดมาทาตามตัว

มีเหตุผลให้ไม่อาบน้ำนั่นคือการรับกลิ่นของวอล์คเกอร์ค่อนข้างดีมาก แต่มันจะไม่ทำอะไรกับซอมบี้ด้วยกันเพราะมันจำแนกด้วยกลิ่น น้ำทิพย์ได้กลิ่นเน่าก็ทนไม่ไหววิ่งเข้าห้องน้ำไปอ้วกออกมา

มิ้นท์ยิ้มขำแล้วตอบบอกไว้ก่อนนะว่าแค่นอนด้วยกันไม่ทำให้ท้องหรอก

ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย แต่ว่านั่นน่ะ!”

พวกเราต้องฝ่าพวกมันเข้าไป ไม่มีทางเลือกมากนักหรอก

ต่อให้มันเป็นเรื่องที่ชวนแหวะ สองพี่น้องก็ไม่เปลี่ยนสีหน้า มิ้นท์ปาดเลือดและชิ้นเนื้อละเลงเหมือนการทำลายพรางทั้งบนเสื้อผ้า หน้า และผม นรินทร์ก็ต้องทำด้วยเหมือนกัน

ช่วยหยิบเอาเจลลี่มาให้หน่อย เปิดให้ด้วยก็ดี

ขอเผื่อด้วยหนึ่งถุง

เจลลี่เป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานเล็กน้อยพอกินได้อยู่ท้อง ทั้งสองสูบกินจนหมดจากนั้นจึงเริ่มแต่งชุดป้องกันการถูกกัดและข่วน มันเป็นชุดลาเท็กซ์สีดำ และมีชุดคอมแบทสวมทับเป็นกึ่งหน่วยรบ ข้อเสียของมันคือการระบายอากาศที่ทำได้แย่มาก

แต่งกายเสร็จแล้วมิ้นท์ก็แบกกระเป๋าเป้ลายการ์ตูนเจ้าหญิงสีชมพูขึ้นพาดบ่า มันเต็มไปด้วยระเบิดเคมีที่นรินทร์ทำขึ้น และนรินทร์เป็นคนแบกอุปกรณ์เครื่องตัดหญ้าที่ต่อเติมใบมีด ทั้งสองเปิดประตู เล็งปืนอย่างระมัดระวังเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย

เธอจะต้องอยู่บนรถคันนี้เท่านั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ห้ามทำอาหารที่ใช้ไฟโดยเด็ดขาด ถ้ามีคนมาขอความช่วยเหลืออย่าเปิดให้ไม่อย่างนั้นพวกมันจะเอารถคันนี้ไปทันที ถ้ามันฉุกเฉินจริงๆ ล่ะก็ ใช้ปืนนี่ป้องกันตัวเองซะ

นรินทร์สั่งกับน้ำทิพย์เสร็จก็ออกคำสั่งทางความคิดกับซิดเพื่อโต้ตอบในกรณีฉุกเฉิน เท่านี้ก็ปลอดภัยได้ระดับหนึ่งแล้ว

ปิดประตูรถมินิบัสสองพี่น้องก็มุ่งหน้าสู่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไกลเกือบหนึ่งร้อยเมตร พวกเขาสามารถเดินผ่านฝูงซอมบี้ได้โดยที่ไม่ถูกทำร้าย ตรงกันข้ามเมื่อเห็นว่ามันอยู่ตัวเดียวก็จะถูกมีดคอมแบทกำจัดทิ้งแทน ความกล้าหาญของทั้งสองคนนั้นน่านับถือเป็นอย่างยิ่ง

เราไม่สามารถกำจัดพวกมันได้หมดลานจอดรถ แบบนั้นเสียเวลาเกินไป

จัดการในห้างก่อน แล้วค่อยคิดหาวิธีเคลียร์พวกที่อยู่ในลานจอดรถนรินทร์ตอบ

ตกลง

ด้วยประสบการณ์จากอนาคตสองพี่น้องค่อยๆ มุ่งหน้ามาถึงทางบันไดหนีไฟ แม้จะเจอกับซอมบี้ระหว่างทางแต่มันถูกจัดการโดยทันที อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ที่แบกมานั้นหนักมาก อีกทั้งพวกเขายังไม่ได้ผ่านการฝึกร่างกายจึงเป็นธรรมดาที่จะหอบหายใจอย่างหนัก

ประตูทางหนีไฟถูกเปิดออก และพวกเขาก็ได้เข้ามาสู่ห้างสรรพสินค้าเป็นที่เรียบร้อย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 574 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #389 than1024 (@than1024) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 01:08
    สนุกจุใจ
    #389
    0
  2. #359 biskitezii (@biskitezii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 13:08
    นอกจากฉลาด พระเอกมีพลังอื่นอีกเปล่า
    #359
    0
  3. #347 Nalinrat-Kip (@Nalinrat-Kip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 13:43

    ลุ้นตามทุกตอนเลย *-*

    #347
    0
  4. #286 KIZUkinada (@Haruhi13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 15:01
    พระเอกฉลาดอย่างเดียวหรอไม่มีพลังอื่นมั้ง ง่อว พลังฉลาดมันเหมือนพิเศษแต่ก็ไม่พิเศษซะทีเดียว
    #286
    0
  5. #211 Clione (@nrhpee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:03
    สุดยอดดด
    #211
    0
  6. #153 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:18
    สนุกมากกกก
    #153
    0
  7. #105 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 07:20
    บางทีคราวนี้พระเอกอาจได้พลังใหม่ก็ได้
    #105
    0
  8. #71 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:22

    มันๆๆๆๆๆๆๆ

    #71
    0
  9. #28 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 16:55
    สงครามกลายพันธุ์ชัดๆๆๆ
    #28
    0
  10. #19 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 20:42
    อ่านไปอ่านมาภาพ ชอนแห่งความตายลอยเข้ามาในหัว.... อืมม...ถ้ามีคนคิดโง่ๆแบบนั้นในเรื่องนี้ก็น่าจะมีสีสันเพิ่มมานะ55555 คิดได้ไงแห่กันไปบาร์โอ้ยย
    #19
    0
  11. #4 eakaroon (@eakaroon-yay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 17:24

    พยายามต่อนะ จะรออ่านจ้าhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #4
    0