Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 16,428 Views

  • 196 Comments

  • 886 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,809

    Overall
    16,428

ตอนที่ 3 : บทที่ 3 แลกเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 238 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

บทที่ 3 แลกเปลี่ยน

 



การรอคอยเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก ตลอดทั้งวันการดักฟังวิทยุทางการทหารก็มีแต่การขอความช่วยเหลืออยู่ซ้ำๆ ทหารเหล่านี้แทบจะไม่เคยเผชิญหน้ากับความเครียดในสถานการณ์จริง ต่อให้มีทักษะแต่ก็ไม่เคยออกรบของจริงเลยสักครั้ง ผิดกับสองพี่น้องที่ซ่อนตัวอยู่ในรถบัสกลายพันธุ์ใช้ชีวิตประจำวันอย่างเรื่อยเปื่อย

พี่รู้หรือเปล่า มีคลิปโป๊อยู่ในมือถือที่มิ้นท์ค้นเจอจากโรงพยาบาลนั่นด้วยมิ้นท์บอกเล่าสิ่งที่ค้นพบมาให้ฟัง เธอเป็นคนที่ได้รับความทรงจำมาจากอนาคตเรื่องทำนองนี้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วแต่ว่ามันเป็นคลิประหว่างชายกับชาย มิ้นท์ว่าหนึ่งในซอมบี้ที่กลายเป็นเนื้ออัดกระป๋องนั่นจะต้องมีคนในคลิปอยู่แน่ๆ

เธอสนใจเรื่องแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ?”

ก็เปล่าหรอก สองมิติดีกว่าเยอะเลยนะพี่ อีกอย่างพี่จำไม่ได้เหรอว่าน้องสะใภ้พี่น่ารักแค่ไหน อ๊า! อยากเจอเร็วๆ จัง คราวนี้แหละจะปกป้องให้ได้

อย่าลืมนะว่าช่วงเวลานี้ พวกนั้นยังไม่รู้จักกับพวกเราด้วยซ้ำ

ควรเป็นพี่มากกว่าที่ต้องระวังตัวเอง เจอพี่สะใภ้อย่าร้องไห้เสียใจก็แล้วกัน

นรินทร์นั่งยิ้มและกำลังอ่านแผนที่การเดินทาง เขามีกำหนดการที่จะต้องไปตุนเสบียงและรวบรวมพรรคพวกที่เชื่อใจได้กลับมาเป็นทีมเพื่อกอบกู้อนาคต เขาจดจำบุคคลเหล่านั้นได้ขึ้นใจทั้งพวกที่ตายไปก่อนหน้าและอยู่เคียงข้างกันจนถึงช่วงเวลาก่อนจะส่งถ่ายความทรงจำ

นรินทร์ในอนาคตรู้ว่าการทำแบบนี้จะไม่สามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ให้ดีขึ้นได้ แต่ในทางทฤษฎีหากสำเร็จมันจะเปลี่ยนแปลงไม่ให้ตัวตนในอดีตต้องประสบเหตุการณ์แบบเดียวกับในอนาคต เขายอมเสียสละอนาคตเพื่อเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาให้ดียิ่งขึ้น

เกือบเที่ยงแล้วสัญญาณขอความช่วยเหลือดังขึ้นอีกครั้ง ทหารพวกนั้นเริ่มเผชิญหน้ากับความเครียด พวกเขาจะฆ่าซอมบี้ทั้งหมดทิ้งเพื่อหลบหนีไปก็ได้ แต่พวกเขาได้รับคำสั่งให้มาขนย้ายยุทโธปกรณ์กลับไปที่ค่ายอพยพ และด้วยตลอดเส้นทางที่มีแต่ซอมบี้รถบรรทุกคงไม่วายพลิกคว่ำ

เหลือทางเดียวคือการคุ้มกันยุทโธปกรณ์ไม่ให้ถูกบุคคลภายนอกบุกรุกเข้ามาแย่งชิงไป

พวกเขาแต่เดิมก็ไม่ได้มีเสบียงอะไรติดตัวอยู่แล้ว น่าจะมีแค่น้ำที่ตู้กดเท่านั้นส่วนเสบียงน่าจะบังเอิญเป็นพวกบะหมี่ซะมากกว่า ถ้าน้ำหมดพวกเขาคงไม่มีทางเลือกที่จะต้องกินบางอย่างนรินทร์วิเคราะห์อย่างใจเย็น มิ้นท์ทำหน้าเหยเกเข้าใจดีว่ามันหมายถึงอะไร

ไม่รู้ว่าในเหตุการณ์นั้นทหารรอดจากความตายหรือไม่ เขาทราบเพียงว่าอาวุธในคลังแสงทั้งหมดอยู่ในความครอบครองของกองทัพ ในทางเลวร้ายพวกเขาอาจจะมีบางคนออกไปหาเสบียงและไม่ชีวิตกลับมา และถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือเป็นโชคไม่ดีที่นรินทร์ได้ไปเก็บเกี่ยวมาทั้งหมดล่วงหน้าจนไม่เหลือให้พวกเขาอีก

แทรกสัญญาณวิทยุ พี่จะคุยกับพวกเขาเอง

ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปรับไมค์สื่อสารมาและให้น้องสาวจัดการแทรกสัญญาณติดต่อสื่อสาร มิ้นท์เชี่ยวชาญเรื่องการโมดิฟายเครื่องยนต์และสัญญาณวิทยุเพราะเธอคือหน่วยสำรวจหาทรัพยากรจึงต้องออกเดินทางไปทั่วเพื่อช่วยเหลือผู้อพยพให้อิ่มท้อง ระหว่างทางก็ต้องติดต่อสื่อสารกันเป็นธรรมดา

ที่นี่คือแวนการ์ด เราได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากคุณ เปลี่ยน!”

นี่คือหน่วย 62 เราใช้ช่องสื่อสารพิเศษของกองทัพ ขอทราบว่าเรากำลังติดต่อกับใคร เปลี่ยน!”

พวกเราคือแวนการ์ด องค์กรของเราเป็นอิสระไม่ขึ้นตรงกับหน่วยงานใด เรารับทราบตำแหน่งของคุณจากการแทรกแซงสัญญาณพบว่าคุณอาจจะอยู่ในพื้นที่เป้าหมายการสำรวจของพวกเรา พวกเราทราบสถานการณ์ของกองทัพที่ค่ายอพยพ พวกเขากำลังรับมือกับสถานการณ์คลื่นซอมบี้ทำให้ระบบสื่อสารใช้การไม่ได้ชั่วคราว การติดต่อของพวกคุณไปไม่ถึงอาจจะไม่ได้รับความช่วยเหลือใน 2-3 สัปดาห์นี้ เปลี่ยน!”

พวกเราหน่วย 62 ต้องการความช่วยเหลือ เปลี่ยน!”

สถานการณ์ในตอนนี้เลวร้ายมาก และอาจเลวร้ายขึ้นไปอีก พวกเราต้องการอาวุธจำนวนหนึ่งเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ เวลานี้พวกเรามีน้ำและอาหารสำรองสำหรับหนึ่งเดือน เราจะแบ่งทรัพยากรให้พวกคุณครึ่งหนึ่งแลกเปลี่ยนกับอาวุธและเครื่องกระสุน กรุณาไตร่ตรองให้ดีเพราะพวกเรามีความจำเป็นจะต้องใช้มันแม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม เปลี่ยน!”

นรินทร์กล่าวข่มขู่ทิ้งท้าย ในสถานการณ์เช่นนี้น้ำและอาหารล้วนเป็นสิ่งจำเป็นพอๆ กับอาวุธที่ใช้ปกป้องตัวเอง แต่อาวุธนั้นสามารถประดิษฐ์ขึ้นมาใช้เองได้ แต่อาหารไม่ นอกจากนี้ทหารพวกนั้นยังคงเป็นมือใหม่ของวันโลกาวินาศยังมีมโนธรรมอยู่ในใจ

พี่คิดว่าพวกเขาจะตกลงไหมมิ้นท์ตัดสัญญาณสื่อสารเพื่อไม่ให้เสียงส่งไปถึงอีกฝ่าย

พี่ตอบไม่ได้ แต่หวังว่าพวกเขาจะตกลง

นรินทร์รออยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีใครตอบกลับมา เขายังคงใจเย็นอยู่เพราะเรื่องเหล่านี้ยากจะตัดสินใจได้ พวกเขาอาจถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงเพื่อแลกกับการไม่ให้ตนเองหิวตาย

และคงกลัวว่าถ้าอีกฝ่ายตัดสินใจบุกจู่โจมจนพวกเขาตายหมด อาวุธทั้งหมดจะต้องถูกขนย้ายไปและกองทัพจะต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อไตร่ตรองให้ดีแล้วบางทีการยอมสละอาวุธบางส่วนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า พวกเขาเพียงแค่ต้องปกป้องที่นี่จนกว่าความช่วยเหลือจะมา แม้จะต้องถูกลงโทษทางวินัยก็ตามแต่มันก็ยังดีกว่าตายอย่างไร้ค่า

หลังจากนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงก็มีสัญญาณจากหน่วย 62 พวกเขาต้องการทราบเกี่ยวกับจำนวนอาวุธที่ต้องการเพื่อตัดสินใจ

พวกเราต้องการอาวุธปืนกลจำนวนสี่กระบอก ปืนช็อตกันสี่กระบอก ปืนไรเฟิลวิถีไกลหนึ่งกระบอก และกระสุนอย่างละสามร้อยนัด หากได้ครบตามนี้พวกเราจะส่งเสบียงและน้ำครึ่งหนึ่งให้ เปลี่ยน!”

คำขอของนรินทร์ไม่ได้มากเกินไป อาวุธในคลังแสงอย่างน้อยๆ ก็มีอยู่หลายพันกระบอก เครื่องกระสุนอีกจำนวนนับไม่ถ้วน พวกเขายังมีอาวุธหนักที่ร้ายแรงอยู่ด้วย สาเหตุที่นรินทร์ไม่ร้องขอเพราะเขามีสถานที่อยู่ในใจแล้ว เหลือแค่ไปให้ถึงก็จะสร้างโรงงานผลิตเองได้เท่าที่ต้องการ

พวกเขาเงียบไปอีกครึ่งชั่วโมงก่อนจะตกลงแลกเปลี่ยน นรินทร์แจ้งว่าจะให้รถมินิบัสเข้าไปรับและถ้าไม่เห็นว่ากลับออกมาจะให้ทุกคนบุกยึดในทันที

แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำให้พวกทหารไม่กล้าที่จะเล่นตุกติก

รถมินิบัสขับเข้าไปอีกครั้ง ซอมบี้จำนวนมากที่เดินอยู่ในสวนเปลี่ยนเป้าหมายไปที่รถมินิบัส นรินทร์แสร้งทำเป็นขับถอยแล้วจึงขับพุ่งชนอย่างแรง ทำให้หน้ารถเป็นรอยบุบและมีกระจกแตกร้าว ยังไงปล่อยทิ้งเอาไว้สักระยะรถมินิบัสกลายพันธุ์ก็จะซ่อมแซมตัวมันเอง เพียงแต่กระจกไม่กันกระสุน และถังก็ป้องกันระเบิดหรือห่ากระสุนไม่ได้

เคลียร์พวกซอมบี้จนหมดแล้วนรินทร์ก็หยิบหน้ากากกันแก๊สขึ้นมาสวม ใส่ชุดคอมแบทเดินลงมาจากรถพร้อมด้วยกระเป๋าหิ้วสองใบ

อาหารและน้ำครึ่งหนึ่งของพวกเรา แลกเปลี่ยนกับอาวุธที่ขอไป

ระยะห่างของพวกเขาขวางกั้นเอาไว้ด้วยลูกกรงเหล็ก นรินทร์ไม่ได้หวาดกลัวพวกทหารแม้แต่น้อย และยังโชว์ปืนพก กับแสดงให้เห็นว่ามีมือปืนหลบซ่อนอยู่ในมินิบัสด้วยเช่นกัน

นรินทร์ส่งกระเป๋าใบเปล่าให้พวกเขาไปรวบรวมอาวุธมาและส่งให้ผ่านเชือกจากชั้นสอง เมื่อได้มาแล้วเขาก็ตรวจสอบสภาพของมันรวมไปถึงเครื่องกระสุนเหมือนว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด ก็ส่งอาหารกับน้ำให้และรีบจากมา

โชคดีที่ไม่เกิดปัญหา นรินทร์รู้แค่ว่าจะต้องไม่ทำให้อนาคตเปลี่ยนแปลงไป ไม่เช่นนั้นโอกาสที่จะได้พบเจอกันจะยิ่งยากเข้าไปอีก เมื่อกลับมาถึงก็สั่งให้ซิดขับออกไป หลอกให้เชื่อว่ามากันสามคนน่าจะมีผลต่อข่าวกรองของทางทหารได้ไม่มากก็น้อย

อันที่จริงกลุ่มแวนการ์ดก็มีตัวตนอยู่จริงในอนาคต และนรินทร์คือผู้ก่อตั้งมันขึ้นมา ต่อให้เป็นอีโวลเวอร์ที่พลังด้อยค่าสักแค่ไหน นรินทร์จะจัดหางานที่เหมาะกับพลังพวกนั้นให้ ทำให้กลุ่มแวนการ์ดมีชื่อเสียงไม่น้อยจนมีคนอยากจะเข้าร่วม

ปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาวุธได้รับการชดเชยแล้ว คราวนี้ถือว่าพวกเขาเตรียมตัวล่วงหน้ามาดีมาก และมนุษย์ยังไม่มีการรวมกลุ่มอย่างชัดเจนจนกว่าจะหาฐานที่มั่นได้ ทว่าทุกคนล้วนคิดเหมือนกันถึงสถานที่ที่เหมาะสมที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง

รถมินิบัสขับเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อไปรวบรวมเสบียงและน้ำ นรินทร์ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดแต่ไม่ได้ตกใจ คนพวกนั้นไม่รู้หรอกว่าเสียงปืนจะเรียกให้พวกวอล์คเกอร์มารวมตัวกัน พอจะคาดเดาตำแหน่งคร่าวๆ ของอีกฝ่ายได้แล้วถึงอย่างนั้นชายหนุ่มกลับไม่เคลื่อนไหว ดับรถและรอดูสถานการณ์

อ่า มันเป็นเวลานี้นี่เอง พอไม่มีเราอยู่ก็ทำอะไรบุ่มบ่ามนรินทร์เอ่ยขึ้น

พี่หมายความว่ายังไง

นั่นคือจุดเปลี่ยนที่พี่เคยบอก ในอดีตพี่เคยอาศัยอยู่ในกลุ่มนั้นคอยตัดสินใจกำหนดทิศทางเพื่อความอยู่รอดของคนในกลุ่ม แต่ก็มีบางคนที่เห็นแย้งตัดสินใจพาคนไปขอความช่วยเหลือที่ศูนย์อพยพ ซึ่งก็คือ หมอนั่น

นรินทร์จำชายคนนั้นได้เพราะเขาต้องการเอาใจผู้หญิงโดยการบอกจะพาพวกเธอไปอยู่ในที่ปลอดภัย แต่ตอนนั้นนรินทร์อยู่ด้วยและตั้งใจจะตามหาน้องสาวก่อนจึงเกิดเป็นความเห็นสองฝ่าย เวลานี้ไม่มีเขาอยู่ในกลุ่มนั้นทุกคนจึงเลือกอยู่กับคนหมู่มากเพราะคิดว่ามันน่าจะปลอดภัยกว่า

งี่เง่า วอล์คเกอร์พวกนั้นจมูกดีจะตายดูกระเป๋าหรูนั่นก็น่าจะเดาได้เลย คงมีพวกน้ำหอมกลิ่นแปลกๆ ใส่ยั่วผู้ชายแหงแซะมิ้นท์แสดงท่าทีรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน แถมยังเป็นเวลาแบบนี้ด้วย ฆ่าตัวตายชัดๆ

ตอนนี้ศูนย์อพยพกำลังรับมือกับคลื่นซอมบี้นับหมื่นตัว การเดินทางไปที่นั่นไม่ต่างจากการฆ่าตัวตายเลย นรินทร์ไม่ได้คิดช่วยเหลือเพราะคนแบบนั้นนำมาร่วมทีมรังแต่จะทำให้เกิดปัญหา

นับตั้งแต่มีประสบการณ์เขาได้กำหนดมาตรฐานของสมาชิกแวนการ์ดเอาไว้ หนึ่งคือต้องมีความซื่อสัตย์และสองไม่สร้างปัญหา ส่วนคนที่เขาจำได้ว่าเป็นตัวก่อเรื่องปลุกปั่นให้แตกแยกต่อให้มาอ้อนวอนก็ไม่คิดจะรับเข้ากลุ่มเด็ดขาด

ว่าแต่พี่ ผู้หญิงคนนั้นถ้าจำไม่ผิดมิ้นท์เคยเจอด้วยใช่ไหม คนที่ดูเหมือนหนอนหนังสือคนนั้นน่ะ

นรินทร์มองตามไปเห็นฉากที่ทุกคนกำลังแยกย้ายวิ่งหนีพวกวอล์คเกอร์ไปคนละทิศละทาง เขาเห็นผู้หญิงท่าทางเหมือนหนอนหนังสือช่วยฉุดดึงคนที่ปีนข้ามแบร์ริเออร์มาไม่ทัน แต่สุดท้ายกลับถูกผลักออกไปให้รับมือกับซอมบี้จนข้อเท้าแพลง เธอคนนั้นรีบตะกายพาตัวเองปีนเข้าไปหลบในรถคันใกล้ๆ ที่ประตูเปิดอยู่

ยังเป็นคนใจดีเหมือนเดิมเลยสินะนรินทร์จำได้แล้วว่าเธอคือคนที่เคยช่วยเหลือเขาในอดีตตอนเริ่มตั้งกลุ่มใหม่ๆ หลังจากไปอยู่ที่ค่ายอพยพได้ไม่นานก็เข้าสู่เฟสสองกลายพันธุ์ ทำให้ซอมบี้บุกทำลายค่ายอพยพได้ เธอคนนั้นกลายเป็นหนึ่งในซอมบี้เพราะเข้าไปช่วยเด็กจนตัวเองถูกกัด

แวนการ์ดได้คนที่มีความสามารถมากแล้ว คงขาดแค่คนใจดีสินะ แถมเราไม่รู้ด้วยว่าในอนาคตเธอจะมีโอกาสวิวัฒนาการไปในทิศทางไหนด้วยนรินทร์ตัดสินใจจะให้ความช่วยเหลือ เพื่อตอบแทนบุญคุณในอดีต

ชายหนุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์มองดูจนแน่ใจแล้วว่าผู้รอดชีวิตแยกย้ายจนทิ้งห่างจากฝูงซอมบี้ก็รีบขับรถเข้าไปทันที มิ้นท์นั่งอยู่ข้างคนขับกำลังนับจำนวนซอมบี้ที่ล้อมรถ จากนั้นก็เปิดหน้าต่างยื่นตัวออกไปเล็งยิงตัวที่อยู่อีกฝั่ง

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนนี้ค่อนข้างเบามาก กระสุนทุกนัดเข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำ สองตัวที่อยู่ฝั่งขวาถูกชนจนกระเด็น มิ้นท์รีบกระโดดลงจากรถและใช้ดาบที่ดูแฟนตาซีตัดหัวพวกมันทิ้ง

ลงมา แล้วรีบขึ้นรถเด็กสาวสั่ง เหน็บปืนสั้นไว้ที่หน้าท้องแม้จะร้อนแต่ก็ต้องอดทน จากนั้นก็จับดาบในลักษณะเหมือนถือปืนและยิงมันออกไป

ปัง!

มันคือกระสุนลูกปรายที่รุนแรงมาก เพียงนัดเดียวร่างของซอมบี้สามตัวก็ขาดกระจุย เด็กสาวคัดปลอกกระสุนทิ้งอย่างไม่ลังเล และเปลี่ยนมาปืนสั้นพร้อมถอยไปที่รถ

อยากตายหรือไง บอกให้รีบออกมาได้แล้วมิ้นท์ตะคอกด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะหงุดหงิด เธอเห็นซอมบี้ตกลงบนบนหลังคารถก็ยัดกระสุนใส่ปากไปอีกหนึ่งนัด

หญิงสาวคนนั้นคล้ายจะรู้สึกตัวก็รีบเปิดประตูลงมาและวิ่งเขย่งไปขึ้นรถมินิบัสที่จอดรออยู่ มิ้นท์ดึงสลักปืนดาบอีกครั้งเพื่อเคลียร์ซอมบี้ก่อนจะตามขึ้นรถไปด้วย นรินทร์จึงรีบออกรถทันทีโดยไม่รีรอ

เมื่อขึ้นมาถึงก็ยังไม่วางใจ มิ้นท์สับเปลี่ยนแมกกาซีนปืนสั้นโยนส่งให้พี่ชายและคว้าปืนลูกซองมาใช้แทน

พี่ ในเมืองน่าจะมีวอล์คเกอร์อีกเพียบ แถมยังอาจจะไปเรียกผู้รอดชีวิตคนอื่นมาอีก มิ้นท์ว่าเราควรจะออกนอกเมืองก่อนรอจนกว่าเหตุการณ์จะเป็นปกติแล้วค่อยเดินทางต่อ

นรินทร์เห็นด้วยกับความคิดนั้นและเริ่มทบทวนเกี่ยวกับเส้นทาง จากนั้นก็ขับทะลุผ่านเกาะกลางถนนเปลี่ยนเส้นทางวิ่งออกไปนอกเมือง แม้จะมีวอล์คเกอร์วิ่งตามมาแต่ความเร็วของพวกมันมีจำกัดมาก เพียงยี่สิบนาทีก็วางใจผ่อนคลายลงได้เต็มที่

รถมินิบัสดับเครื่องยนต์เป็นที่เรียบร้อย สองพี่น้องก็ผ่อนคลายตัวเองลง มิ้นท์มองดูเสื้อผ้าที่เลอะเศษชิ้นเนื้อเน่าก็พ่นลมหายใจเซ็งๆ ออกมา รีบถอดเสื้อผ้านั่นโยนลงในตะกร้าซักผ้า หญิงสาวหนอนหนังสือที่ได้รับความช่วยเหลือร้องเสียงเบาและมองไปทางชายหนุ่มคนขับรถ

แบบนี้จะดีเหรอ แก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นเนี่ยหญิงสาวห้ามปราม มิ้นท์ทำสีหน้าไม่พอใจแล้วตอบ

ก็ถ้าเธอให้ความร่วมมืออย่างว่าง่ายตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องเละแบบนี้หรอกบ่นพลางรื้อค้นตู้เก็บยาและนำยาออกมาทาบริเวณหน้าท้องที่กลายเป็นรอยไหม้

เพราะเธอดื้อไม่ยอมใส่เสื้อป้องกันตามที่พี่บอกนั่นแหละ

มิ้นท์ไม่คิดว่าพวกเราจะต้องมาช่วยเหลือคนอื่นในตอนนี้น่ะสิ พี่น่าจะรู้ว่าไอ้ชุดพรรค์นั้นระบายอากาศได้แย่แค่ไหน ยังดีที่พวกมันเป็นแค่วอล์คเกอร์ ถ้าเป็นรันเนอร์หรือแฟตเตอร์คงไม่ได้จบแค่เนื้อไหม้หรอก

มิ้นท์เดินไปที่ห้องน้ำในรถและเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างคราบเลือดดำออก เธอยังใส่สปอร์ตบราอยู่ก็เลยไม่รู้สึกเขินอายอะไร แล้วหยิบเสื้อผ้าสำรองมาสวมทับ ในเวลาแบบนี้คนที่มีสติพอจะหยิบพวกเสื้อสำรองมาด้วยมีอยู่น้อยมากเลยจริงๆ

เด็กสาวปรายตามองหญิงสาวครู่หนึ่งแล้วหยิบเอาแผนที่ขึ้นมาเปิดดู

ใกล้ๆ นี้พอจะยังมีปั้มน้ำมันอยู่ เดี๋ยวมิ้นท์บอกทางให้

รถมันต้องใช้น้ำมัน ถึงนรินทร์จะบอกว่ามันเปลี่ยนไปใช้พลังงานใหม่ได้ในอนาคตก็จริง แต่เวลานี้การมีน้ำมันค่อนข้างจำเป็นมาก ยิ่งมีเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี นรินทร์ไม่เห็นแย้งในเรื่องนี้เพราะมิ้นท์มีประสบการณ์ด้านการสำรวจจึงมักจะมีวิธีคิดที่แตกต่างจากพี่ชายที่คอยนำทางกลุ่ม

บรรยากาศในรถกลายเป็นเงียบและจริงจังมาก หญิงสาวหนอนหนังสืออยากจะพูดบางอย่างแต่มิ้นท์ก็จะพูดขัดขึ้นมาเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง เรื่องนี้เท่านั้นที่ช่วยไม่ได้ มิ้นท์เคยเป็นถึงนักสำรวจและฆ่าซอมบี้หลายชนิดรวมแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนตัว สัตว์กลายพันธุ์อีกนับพัน และมนุษย์ชั่วร้ายอีกเป็นร้อยๆ คน เธอจึงเกลียดคนที่เป็นตัวถ่วงของทีมเพราะคนเหล่านั้นมักจะพาคนอื่นไปตายด้วย

และคนใจดีแบบไม่ลืมหูลืมตามักจะใจอ่อนกับศัตรูเสมอ

รถมินิบัสเข้ามาจอดที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง มีร่องรอยของกระจกที่แตกและศพที่นอนอยู่บนพื้น นรินทร์ชะลอความเร็วลงและมิ้นท์เดินเข้ามาเปลี่ยนเสื้อเป็นชุดป้องกัน นรินทร์ตรวจสอบอาวุธปืนเพื่อให้มั่นใจว่าใช้งานได้ทันทีพร้อมด้วยมีดและกระสุนสำรองอีกสองแมกกาซีน

ให้อยู่บนรถจะดีเหรอพี่ เกิดสติแตกขึ้นมาไม่ขับมินิบัสเราหนีไปหรือยังไง

ไม่ต้องกังวลหรอก เธอขับซิดหนีพวกเราไม่ได้อยู่แล้วนรินทร์เปิดตู้เย็นแล้วโยนขวดน้ำขวดเล็กให้ดื่มมันซะแล้วรออยู่บนรถเงียบๆ พวกวอล์คเกอร์มันไวต่อเสียง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามอย่าลงมาเป็นตัวถ่วงพวกเราเด็ดขาด

หญิงสาวพยักหน้าตอบรับ นรินทร์และมิ้นท์ติดตั้งอาวุธจนเป็นเหมือนทหารหน่วยพิเศษจากนั้นจึงเดินลงจากรถอย่างระมัดระวัง

เห็นมิ้นท์เดินไปที่ศพคนตายก่อนที่เธอจะแทงดาบลงไป แปลกมากที่ศพนั่นสั่นกระตุกขึ้นมาได้ด้วย ส่วนนรินทร์เดินไปที่ทางห้องน้ำซึ่งมีซอมบี้กำลังเดินออกมา มันถูกมีดเฉาะที่หัวจนล้มลง ทั้งสองทำงานกันอย่างชำนาญจนเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อจู่ก็มีซอมบี้วิ่งออกมาจากร้านค้าเป็นคนอื่นคงตกใจและวิ่งหนีไม่ก็ยิงปืนออกไป แต่ที่เธอทำคือรอให้มันเข้ามาใกล้และฟันมันจนขาดครึ่ง ดาบนั่นดูเหมือนพร็อบคอสเพลย์แต่กลับคมมาก

ยังมีซอมบี้อีกเกือบร้อยตัวทั้งหมดล้วนเป็นคนที่เคยมาใช้บริการในช่วงนั้นและเด็กปั้ม พวกเขาพยายามฆ่าโดยให้เกิดเสียงน้อยที่สุด มันต้องอาศัยความกล้าอย่างมาก

น่าจะฆ่าไปได้เกือบห้าสิบตัว ทั้งสองคนก็ย้อนกลับขึ้นมาบนรถ

ของในมินิมาร์ทยังไม่ถูกยึด

ทางพี่เจอร้านอเมซอน อุปกรณ์ครบครันกับเมล็ดกาแฟ

บนรถที่ถูกทิ้งพวกนี้น่าจะยังมีน้ำมัน ข้าวของบนรถมีหลายอย่างที่ใช้ได้ด้วย

บทสนทนาของสองพี่น้องฟังแล้วยากที่จะเข้าใจได้ หญิงสาวหนอนหนังสือคิดจะพูดบางอย่างแต่ดันถูกเด็กสาวจ้องมองตอบกลับมาจึงต้องเงียบไป แต่ไหนแต่ไรมาก็ใช้ชีวิตจืดชืดเป็นตัวประกอบในห้องเรียนจึงไม่กล้าที่จะมีปากมีเสียงกับใครด้วย นานวันเข้าก็เกิดเป็นนิสัยไม่กล้าสู้คน แถมยังยึดมั่นในการทำดีอีกต่างหาก

สาเหตุที่กลับมาที่รถมินิบัสก็เพื่อที่จะคิดหาวิธีรับมือ ยังไงก็อยากจะกักตุนเสบียงอาหารกับข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกทิ้งเอาไว้ซึ่งมันกินเวลาทั้งวันแน่ๆ วิธีที่พอจะคิดได้และเร็วที่สุดคือเรียกไปบนถนนแล้วไล่บี้พวกมัน

เมื่อตัดสินใจกันเรียบร้อยแล้ว นรินทร์ก็เดินเครื่องจากนั้นก็บีบแตรเรียกให้ตัวที่หลบซ่อนอยู่ออกมา เขาขับรถออกไปบนถนนอย่างเชื่องช้าโดยมีน้องสาวดูให้จากทางด้านหลัง

พอมันออกมาบนถนนก็ถึงเวลาขับรถไล่บี้พวกมันทำให้รถได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง คงต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกนานเลย

ยังไงก็แล้วแต่พวกซอมบี้ล้วนตกตายหมดแล้ว ให้ซิดตรวจสอบดูก็ไม่พบว่ามีซอมบี้อยู่ใกล้ๆ ทั้งสองคนก็นำรถไปจอดใกล้ๆ กับมินิมาร์ท

รู้ใช้ไหมว่าเธอไม่ควรอยู่เฉยๆ ลงมาช่วยพวกเราเก็บกวาดพวกเสบียงอาหารทั้งหมด ตอนนี้เธอต้องวางศีลธรรมดีงามนั่นทิ้งไปและปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่นี้ซะ เพราะถ้าเธอไม่อยากตาย หรือต้องกลายเป็นนางบำเรอกามก็ขยับตูดลุกขึ้นมาช่วยกันซะดีๆ

มิ้นท์สมกับที่เป็นหัวหน้าหน่วยสำรวจ คำพูดเกรี้ยวกราดดูหยาบคายของเธอตรงประเด็นและไม่พูดอ้อมค้อมให้เสียเวลา ถ้าไม่ยอมทำตามก็แค่ปล่อยทิ้งไปซะ

นรินทร์โยนกระเป๋าเดินทางให้คนละสองใบขนมทุกอย่าง อาหารแห้ง อาหารแช่แข็ง เครื่องดื่ม ผมต้องการให้คุณเก็บมาทั้งหมด อย่างที่น้องสาวผมพึ่งพูดไปโลกนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

ไม่รอให้หญิงสาวหนอนหนังสือได้แสดงความคิดเห็นสองพี่น้องก็เดินลงไปในมินิมาร์ท เริ่มต้นจากพวกขนมขบเคี้ยวไล่ไปจนเต็มและนำกลับมาวางไว้บนรถ เวลานี้หญิงสาวหนอนหนังสือเดินเขย่งลงมาช่วยขนขนมไปเก็บ นรินทร์จึงย้ายไปขนพวกของที่อยู่หลังเคาท์เตอร์แทน มันมีทั้งเหล้าและบุหรี่ยี่ห้อชั้นดี

การเก็บเกี่ยวเสบียงอาหารยิ่งเริ่มต้นเร็วกว่าเท่าไหร่ก็ยิ่งได้รับผลดีมากขึ้นเท่านั้น มิ้นท์ที่เริ่มคอแห้งก็เปิดกระป๋องโค้กดื่มดับกระหาย หยิบเอาพวกไส้กรอกที่ยังได้รับความเย็นขึ้นมากินทั้งอย่างนั้น การกระทำของเด็กสาวดูไร้มารยาทอย่างมาก

พี่ ไอ้นี่น่าจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้นะมิ้นท์หยิบของเล่นแถมขนโยนให้

แบบ วิงกาเดียม เลวิโอซา น่ะเหรอนรินทร์แกล้งโบกไม้เท้ารูปกับหันลมไปมา

มันเป็นเวลาตลอดทั้งวันที่ทั้งสามช่วยกันเก็บอาหารขึ้นรถ ยังมีของที่สต๊อกเอาไว้ด้านหลังอีกเป็นลัง ไม่รู้ว่ามิ้นท์คิดอะไรยังไงถึงได้ยกอุปกรณ์เสริมพวกมือถือกับคอมพิวเตอร์มาทั้งหมด แต่ยังไงก็ตามเวลานี้มินิมาร์ทแห่งนี้ถูกยกเคาท์แล้วเรียบร้อย

ตกเย็นก็เริ่มมืด จึงย้ายกลับขึ้นมาอยู่บนมินิบัส มิ้นท์รื้อถ้วยออกมาสามใบและใส่ไส้กรอกและมาม่าคนละหนึ่งซอง รอสามนาทีแล้วค่อยนำมาส่งให้

ขอบคุณ

ไม่เป็นไร แค่มาม่าซองเดียวกับไส้กรอกเท่านั้น

นรินทร์ที่ไม่ยอมพูดคุยก่อนหน้านี้ก็เพราะไม่ต้องการเสียเวลาช่วงกลางวันไปกับการอธิบายและแนะนำตัว หากความมืดมาเยือนพวกซอมบี้จะได้เปรียบมากเพราะพวกเขายังเป็นมนุษย์ธรรมดา

เอาล่ะ มาแนะนำตัวกัน ผมชื่อนรินทร์ นั่นมิ้นท์น้องสาวของผม

ฉันชื่อ น้ำทิพย์ ค่ะ พวกคุณกำลังจะมุ่งหน้าไปที่ค่ายอพยพตามที่วิทยุประกาศใช่หรือเปล่าคะ?”

ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วพากันส่ายหน้า

ถ้าเธออยากจะไปฆ่าตัวตายล่ะก็บอกฉันคนนี้ได้เลย ฉันยอมเสียสละกระสุนหนึ่งนัดดีกว่าเพิ่มจำนวนซอมบี้ขึ้นอีกหนึ่งตัวมิ้นท์ดูดเส้นมาม่าไปหนึ่งคำและกินไส้กรอกอย่างละเมียดละไม

ค่ายอพยพที่คุณพูดถึงเผชิญหน้ากับคลื่นซอมบี้ ประกาศที่คุณได้ยินนั่นถูกส่งมาจากหอบังคับการณ์ของเกาะเชลเตอร์หลบภัย ผมจะบอกความจริงอย่างหนึ่งให้คุณได้รู้ ถ้าคุณติดตามข่าวสารบ้านเมืองจะต้องได้ยินข่าวทริปท่องเที่ยวของมหาเศรษฐีอย่างแน่นอน

ฉันเคยได้ยินค่ะน้ำทิพย์ยอมรับ

งั้นก็ง่ายขึ้นเยอะ ความจริงแล้วทริปพวกนั้นคือการอพยพไปเกาะเชลเตอร์เพื่อหนีจากหายนะนี้ คนพวกนั้นรู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้หลังเหตุการณ์อุกกาบาตตกเมื่อสามเดือนก่อน โดยยอมสละพวกเราที่เสียภาษีให้พวกเขาเอาไปสร้างที่หลบภัยนั่นแหละ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 238 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #152 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:16
    ไม่เร็มนะไรท์

    ขอบคุณมากๆค่ะ
    #152
    0
  2. #104 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 07:01
    สาวใจดีนั้นต้องมี~
    #104
    0
  3. #70 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:04

    ตามๆๆๆๆ

    #70
    0
  4. #63 ท่านข้าพเจ้า (@oat456258) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 11:00
    เจนภพอยู่จักรวาลนี้รึเปล่าน้ออ
    #63
    0
  5. #56 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 07:11

    ได้เพื่อนร่วมทีมเพิ่ม

    #56
    0
  6. #27 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 16:10
    ร่วมทีมกู้โลกมีแค่สามตอนนี้
    #27
    0
  7. #18 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 20:32
    ชอบๆ แต่ก็ยังรออีก2 เรื่องที่ทิ้งไว้อยู่ดี
    #18
    0
  8. #3 -0--DreamEND--0- (@dreamend) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 20:01

    ชอบแนวนี้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีให้อ่านเลย ถ้าแต่งต่อจะติดตามครับ ตัวเอกใช้หัว แนวเรื่องมีเหตุผล ไม่ค่อยมีให้อ่าน เบื่อแล้วกับอ่านแนวที่อยู่ๆก็มีสิ่งนึงโผล่มาปุปปับแบบไม่มีสาเหตุที่มันโผล่มาได้ไง

    #3
    0
  9. #1 Doraemontv rit (@ritzaz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 13:35
    สนุกมากครับรอตอนต่อ. สู่ๆ
    #1
    0