Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 16,339 Views

  • 195 Comments

  • 883 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,720

    Overall
    16,339

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 ค่ายทหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 253 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

บทที่ 2 ค่ายทหาร

 



บนรถมินิบัสกลายพันธุ์เป็นดั่งสวรรค์หลังวันโลกาวินาศ มันเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตั้งมากมาย ทั้งไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ น้ำ และอาหาร พวกเขาสามารถอาศัยอยู่ได้นานตราบเท่าที่ไม่มีผู้ใดมาสร้างความเดือดร้อนและอาหารยังมีเพียงพอให้ประทังชีวิตไปอีกสองเดือน

ตลอดสองข้างทางมีวอล์คเกอร์ทั้งชายและหญิง พวกมันมีเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยจนเผยของลับและจุดซ่อนเร้น มีแม้กระทั่งเด็กประถมที่เดินตามเสียงไปอย่างไร้จุดหมาย

พอได้มาเห็นแบบนี้แล้วรู้สึกว่าพวกมันน่ารักขึ้นเป็นกอง

สาเหตุที่มันน่ากลัวในช่วงแรกเป็นเพราะพวกเขายังตั้งตัวไม่ทัน และไม่รู้วิธีรับมือ พอเริ่มเข้าสู่เฟสสองกลายพันธุ์เมื่อไหร่ นั่นแหละที่น่ากลัวมากนรินทร์ตอบกลับอย่างใจเย็น

ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังมุ่งหน้าไปยังค่ายทหารที่อยู่ใกล้ที่สุด ที่นั่นมีการสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นเอาไว้จำนวนมาก หากพวกเขาไปถึงช้าก็เป็นไปได้ว่าจะมีกลุ่มอื่นมาชิงตัดหน้าไป

มิ้นท์เปิดตู้เย็นและโยนขวดน้ำส่งให้นรินทร์ ปีนขึ้นมานั่งที่ข้างคนขับพร้อมกับนำอาวุธจากอนาคตออกมาเตรียมพร้อม มันเป็นทั้งดาบและปืนยิงกระสุนแบบรีไซเคิลได้ ซึ่งกระสุนนั้นสร้างจากพลังหลังวิวัฒนาการแล้วมิ้นท์จึงเป็นคนเดียวที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องกระสุน นอกจากนี้มันยังสร้างจากวัสดุกลายพันธุ์ที่ค้นพบในอนาคต เลยไม่ต้องกลัวว่าในเวลานี้จะมีใครมีอาวุธชิ้นนี้

พกกระสุนกลับมาเท่าไหร่?”

หนึ่งลัง ถ้าใช้ประหยัดหน่อยก็น่าจะใช้ได้จนกว่าจะวิวัฒนาการไประดับสอง มิ้นท์ต้องพึ่งพาเนื้อกลายพันธุ์อีกเป็นตันๆ หวังว่ามินิบัสของพี่จะคำนึงเผื่อด้านนี้เอาไว้ด้วยมิ้นท์ตอบและยัดกระสุนลูกใหญ่ใส่ลงไปในรังเพลิงของตัวดาบ

พี่รวบรวมวัสดุกลายพันธุ์มาสร้างเป็นเจ้านี่ก็ต้องคิดเผื่อเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว มันมีคอร์ของวอยด์ อีทเตอร์อยู่ด้วย ความสามารถพื้นฐานของมันคือการสร้างมิติขยายตัว ขอเพียงพวกเราอัพเกรดคอร์ส่วนต่างๆ ความสามารถของมินิบัสก็จะเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าต้องพึ่งพาเธอด้วย

นรินทร์ในอนาคตจะกลายเป็นดั่งความหวังของมนุษยชาติ ผลลัพธ์จากการวิวัฒนาการทำให้เขากลายเป็นคนฉลาดที่สุดในโลก ซึ่งฉลาดในที่นี้หมายถึงการที่สามารถวิจัยและสร้างสิ่งประดิษฐ์จากการศึกษาพวกคอร์ที่มีลักษณะความสามารถที่แตกต่างกัน นำมารวมเข้ากับวัสดุกลายพันธุ์สร้างเป็นเทคโนโลยียุคสมัยใหม่ อาวุธของมิ้นท์ก็สร้างขึ้นด้วยมันสมองของเขาเช่นกัน

สถานการณ์ภายในเมืองค่อนข้างเลวร้าย จากการวิเคราะห์ของนรินทร์คลื่นซอมบี้ที่นั่นจะรุนแรงกว่านอกเมือง ถ้าบังเอิญพบเจอกับพวกซอมบี้ตามทางอาจมีเป็นกลุ่มย่อยไม่กี่สิบตัว นอกจากนี้มินิบัสกลายพันธุ์นี้ยังไม่แข็งแกร่งพอจะพุ่งชนหรือต้านรับกระสุน พยายามหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนให้มากที่สุดน่าจะดีกว่า

นรินทร์ขับรถมาจนถึงบริเวณหน้าทางเข้าค่ายทหาร มันค่อนข้างเงียบและมีการวางรั้วลวดหนามปิดทางเข้าเอาไว้พอจะให้มีรถผ่านเข้าออกได้ ยังพบอีกว่ามีศพของซอมบี้และปลอกกระสุนตกเกลื่อน

ซิด เก็บวัสดุพวกนั้นมาด้วยเอาใส่ไว้ในคลังวัสดุทั่วไป และถ้าเจอมันตกอยู่ในระยะแขนก็เก็บมาด้วยโดยคำนึงถึงการปกปิดความลับเป็นที่สุดนรินทร์ตั้งใจว่าถ้ามิ้นท์วิวัฒนาการขึ้นเมื่อไหร่ก็จะได้นำของพวกนั้นกลับมารีไซเคิลได้อีก

ความสามารถในการโมดิฟายของมิ้นท์ทำให้มันมีแขนกลเหล็กยื่นออกไป จากนั้นคอร์ที่ผลิตไฟฟ้าจะเปลี่ยนมันให้เป็นแม่เหล็กดูดพวกเศษเหล็กขนาดเล็กมาเก็บเอาไว้ มันค่อนข้างจะมีประโยชน์มากในการเก็บพวกเศษเหล็กหรือตะปูเรือใบที่อยู่บนพื้น

ไม่มีร่องรอยของการขนย้าย รถทางการทหารพวกนั้นยังอยู่น่าจะเป็นโชคดีของพวกเรานรินทร์วิเคราะห์อย่างใจเย็น เขาสังเกตเห็นศพซอมบี้อยู่ตลอดทางจึงมั่นใจได้ว่ามีคนคุ้มกันอยู่ที่นี่ด้วย

มิ้นท์มีประสบการณ์ไม่ค่อยดีนักกับพวกทหารที่มีอาวุธสงคราม ในอนาคตพวกเขาจะเริ่มกวาดต้อนชุมชนเล็กๆ และปล้นชิงเสบียง จับกุมพวกเขาไปเข้าร่วมฝ่ายเดียวกัน อาศัยอำนาจเพื่อปกครองเมืองด้วยระบบทหาร ความผิดพลาดของพวกเขาคือการคิดว่าอาวุธปืนคือทุกอย่าง จนกระทั้งหายนะเข้าสู่เฟสที่ห้า ปืนแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรกับซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์ มันต้องพึ่งพาอีโวลเวอร์เท่านั้นและด้วยกฎและระบบของพวกเขาทำให้อีโวลเวอร์เหล่านั้นแทบจะไม่ได้รับการพัฒนาใดๆ เลย

ร่องรอยไปจบที่อาคารนั่น

ถ้าพี่จำไม่ผิด ที่นั่นเป็นคลังอาวุธที่ใช้ฝึกทหารรักษาดินแดน มันใช้การได้แต่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก แต่ปืนยังไงก็ยังมีประโยชน์เราสามารถใช้แลกเปลี่ยนมันได้ ซิดตรวจสอบคลื่นจิตรอบตัวรถ

แจ้งเตือน ค้นพบรูปแบบคลื่นจิตจำนวนมาก ผลการวิเคราะห์ วอล์คเกอร์

ซิดเป็น AI ที่ผสานเข้ากับคอร์รูปแบบจิตวิญญาณ แต่เดิมมันมีความสามารถในการควบคุมซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์รวมไปถึงมนุษย์ด้วย แต่ถ้าใช้ในทางกลับกัน มันคือเรดาห์จิตวิญญาณที่ช่วยให้รับมือกับอันตรายได้

นอกจากนี้นรินทร์ได้ศึกษาเกี่ยวกับซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์มาเป็นเวลานาน จึงมีบันทึกข้อมูลของพวกมันตั้งแต่เฟสหนึ่งถึงเฟสสิบ ซึ่งแลกมาด้วยการสังเวยผู้คนไปเป็นหมื่นๆ หากรู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับตัวอะไรอยู่ก็สามารถวางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าเป็นวอล์คเกอร์เราสามารถใช้เสียงล่อมันไปที่อื่นได้

นรินทร์มักจะเอาตัวรอดด้วยไหวพริบปฏิภาณ ถึงแม้จะไม่วิวัฒนาการแต่ก็จะวิเคราะห์ความสามารถของศัตรูและหาทางสังหารจนได้ เขาเป็นต้นแบบให้กับผู้ที่ไม่สามารถวิวัฒนาการได้ลุกขึ้นต่อสู้กับซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์

พี่จะลงไปสินะ?” มิ้นท์เห็นเขาหยิบป้องกันที่เธอเป็นคนออกแบบในอนาคตขึ้นมาสวมจนเหมือนกับเป็นหน่วยรบพิเศษ พร้อมด้วยปืนสั้นที่สามารถใช้กระสุนรีไซเคิลกับกระสุนจริงได้ ความแตกต่างของมันคือมันแทบจะไม่มีเสียงและใช้งานได้เทียบเท่ากับปืนพกทั่วไป

“8 นัดกับอีก 2 แมกกาซีน?” นรินทร์ยืนทำใจอยู่พักหนึ่ง

ระวังตัวด้วย ชุดนั้นอาจจะป้องกันไม่ให้ถูกกัดหรือข่วนได้ แต่ถ้าพลาดพี่ก็อาจจะตายได้เหมือนกันมิ้นท์กล่าวเตือนและเปลี่ยนไปนั่งที่คนขับมิ้นท์จะไปรอที่หน้าอาคารนั่น

นรินทร์ลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู ถึงแม้ว่าเธอจะเปลี่ยนไปไม่เหลือเค้าของเด็กสาวจากประสบการณ์ในอนาคต แต่สำหรับเขาแล้วเธอคือน้องสาวที่เขาจะต้องปกป้อง

กระโดดลงจากรถและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว มิ้นท์ยังไม่รีบขับรถเพราะเสียงอาจล่อพวกมันให้เคลื่อนไหว รอจนกระทั่งนรินทร์วิ่งไปได้หนึ่งร้อยเมตรก็ขับรถออกไป มิ้นท์มีประสบการณ์ขับยานพาหนะหลายแบบ ถึงตอนนี้จะอายุเพียงสิบห้าก็ตามใครก็อย่าได้ประมาท เธอในตอนนี้สามารถฆ่าคนได้โดยไม่ต้องกระพริบตา

นรินทร์เลือกรถทหารคันหนึ่งที่ว่างเปล่าไม่มีอะไร กุญแจรถยังคงเสียบคาเอาไว้ มีสายไฟกับแท่งเหล็กอยู่ใกล้ๆ จึงนำมาขัดล็อกไว้กับพวงมาลัย นำอิฐหนักๆ มาวางไว้บนคันเร่งและยัดไว้กับแตรรถ เมื่อเดินเครื่องยนต์แตรรถก็ส่งเสียงดังเรียกความสนใจจากพวกวอล์คเกอร์ทั้งหมด นรินทร์สับเกียร์แล้วกระโดดลงจากรถอย่างรวดเร็ว

วอล์คเกอร์รับมือได้ง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง ช่วงนี้พวกมันยังไม่มีสติปัญญา เขาจำเป็นจะต้องประหยัดกระสุนปืนเอาไว้รับมือกับมนุษย์และสัตว์กลายพันธุ์

เสียงล่อพวกมันออกไปจากอาคาร นรินทร์ซ่อนตัวจนปลอดภัยก็ส่งสัญญาณมือปลอดภัยให้มิ้นท์นำรถไปจอดเทียบ สองพี่น้องรีบวิ่งขึ้นไปบนอาคารเพื่อรวบรวมของใช้ที่พอจะมีประโยชน์

เหม็นสาบมาก คิดดีแล้วเหรอคะที่จะเอาผ้าห่มพวกนี้ไปด้วยน่ะ

พวกเราไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์เมื่อไหร่ ตราบใดที่มันยังสภาพดีเราก็ต้องเก็บไปให้หมด คอร์ของวอยด์ อีทเตอร์พวกนั้นยัดสิ่งพวกนี้ได้เป็นโกดัง ถ้าพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ อาจกว้างถึงเมืองเมืองหนึ่งก็ได้” นรินทร์ยกผ้าห่มโยนลงไปที่มินิบัสและให้ซิดเก็บมันไปใส่ไว้ในช่องคลังเก็บของหมายเลขหนึ่งเห็นแบบนี้แต่คอร์ของวอยด์ อีทเตอร์ระดับพื้นฐานมีพื้นที่กว้างพอๆ โกดังเก็บของของห้างสรรพสินค้า

แจ็กพอตแล้วพี่ เราเจอถังน้ำดื่มเป็นร้อยเลย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการกักตุนของเหล่านี้เป็นงานที่หนักมาก สองพี่น้องช่วยกันขนย้ายทั้งหมดไปไว้ที่มินิบัส มิ้นท์ไปสำรวจด้านหลังซึ่งมันเปิดเป็นร้านขนมจึงเก็บมาตุนเป็นเสบียงยังชีพ ยารักษาโรคอยู่ในตู้ยาก็ถูกเก็บมาด้วยเช่นกัน

อุปกรณ์ยังชีพที่แสนสำคัญถูกเก็บจนหมดแล้วก็ถึงเวลาไปเปิดคลังอาวุธ ที่นั่นมีอาวุธและเครื่องกระสุนอยู่ไม่น้อย พอจะใช้สร้างกองกำลังขึ้นมาหนึ่งกองพล มิ้นท์เคยจับพวกมันมาหลายครั้งก็ตรวจสอบสภาพมันอย่างชำนาญ มีบางส่วนเสียหายแต่เนื่องจากมีไว้ฝึกซ้อมจึงไม่ได้รับการซ่อมแซม

เท่ากับว่าตอนนี้บนรถมินิบัสมีอาวุธเพียงพอจะตอบโต้กับสัตว์กลายพันธุ์แล้ว ต่อให้อยากตรวจสอบแค่ไหนแต่ก็มีเวลาไม่มากจำเป็นจะต้องไปที่คลังอาวุธทหารของจริงกับโรงพยาบาลของทหารเพื่อเก็บเกี่ยวมันทั้งหมด

คอร์ของวอยด์ อีทเตอร์ยอดเยี่ยมมาก มันกินทุกอย่างได้แถมไม่รู้สึกถึงน้ำหนัก จะว่าไปตัวมันเล็กเท่ากระเป๋าสะพายเท่านั้น มิ้นท์สงสัยว่าพี่พอจะทำกระเป๋าเก็บของได้หรือเปล่า มันคงสะดวกมากในอนาคต

แน่นอนว่ามันทำได้ แต่วอยด์ อีทเตอร์เป็นสัตว์กลายพันธุ์ระดับสี่ที่พบเจอได้ยาก พี่เอาคอร์ของพวกมันทั้งหมดในอนาคตที่หาได้มาปรับแต่งเป็นเจ้ารถคันนี้หมดแล้ว แน่นอนว่าทำเผื่อโครงการแวนการ์ดด้วย

นรินทร์เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องคอร์ในอนาคต เขาได้ใช้พวกคอร์สร้างอุปกรณ์ในการรับมือกับภัยพิบัติ มันเป็นเหตุผลที่หลายฝ่ายต้องการควบคุมตัวของเขาเพื่อสร้างอาณาจักรที่ตนเองเป็นผู้ปกครอง

พี่จะเอาพวกคอมกากๆ นี่ไปด้วยไหม

ล้อกันเล่นหรือเปล่า คอมพวกนั้นใช้เล่นเกมยังไม่ได้เลยนรินทร์มองคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบผ่านๆ กระดาษพวกนี้ยังมีประโยชน์ซะกว่าอีก

ช่วงโลกาวินาศนรินทร์ใช้พวกสมุดหนังสือมาทำเป็นปลอกแขน มันใช้งานได้ไม่เลวแต่ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกกัดหรือถูกข่วนได้อยู่

ทั้งสองกลับขึ้นบนรถมินิบัสกลายพันธุ์ ขนพวกลังกระดาษกลับมาด้วยเพราะในอนาคตสิ่งของพวกนี้จะหายากมาก ต่อให้เจอก็มีสภาพเละไม่มีชิ้นดี ถึงงานมันจะหนักแต่ทั้งสองก็ไม่ปริปากบ่น รู้ดีว่ามันเป็นการทำเพื่อเอาชีวิตรอด ต้องขอบคุณนรินทร์ในอนาคตที่ส่งคอร์สำหรับพาหนะนี้มาให้มันทำให้พวกเขามีคลังสินค้าเคลื่อนที่ได้เป็นของส่วนตัว

เป้าหมายต่อไปคือคลังอาวุธของกองทัพ มันถูกเก็บเอาไว้ที่อีกที่หนึ่ง นรินทร์สังเกตเห็นแล้วว่ามีวอล์คเกอร์เดินเพ่นพ่านอยู่ที่นั่น มีทั้งที่สวมชุดธรรมดาและชุดทหารเต็มยศ มีศพกับรถที่พลิกคว่ำและเกิดระเบิดขึ้น เขาพยายามไม่ขับเข้าไปไกลๆ เพื่อปกป้องตัวเอง

น่าจะมีคนอยู่นะคะมิ้นท์หยิบเอากล้องส่องทางไกลขึ้นมาดูประตูเหล็กถูกเลื่อนลง มีความเคลื่อนไหวภายในอาคารด้วย เป็นทหารจำนวนไม่น้อยกว่าสิบคน อาวุธครบมือ

ระบบไฟฟ้าบางแห่งล่มไปแล้วแต่ก็ยังมีบางแห่งที่ยังพอจะใช้งานได้ ค่ายทหารแห่งนี้ก็มีระบบไฟสำรองฉุกเฉินเป็นของส่วนตัว เนื่องจากมันเริ่มมืดแล้วจึงเห็นดวงไฟจากบนอาคารได้เป็นอย่างดี

มิ้นท์จำช่องสัญญาณกองทัพได้หมดใช่ไหม การที่พวกนี้ยังไม่เคลื่อนไหวเป็นไปได้ว่าจะมีการติดต่อสื่อสารกัน เท่าที่จำได้คลังอาวุธหลักที่นี่ตกอยู่ในความครอบครองของกองทัพ พวกนั้นจะต้องมีวิธีการขนย้ายที่ปลอดภัย

มิ้นท์ผละตัวออกจากที่นั่งไปยังส่วนห้องนอน มันมีโต๊ะวางของที่เป็นเครื่องมือสื่อสารของทางทหาร เด็กสาวสวมหูฟังและเริ่มหมุนหาช่องสัญญาณที่ทางกองทัพใช้โดยไม่ลืมเปิดลำโพงให้ได้ฟังด้วย

นี่คือหน่วย 62 เรากำลังถูกล้อม พาหนะของเราเสียหาย น้ำและเสบียงกำลังจะหมดขอกำลังสนับสนุนด้วย เปลี่ยน!’

สัญญาณที่ถูกส่งไปนั้นไม่มีทีท่าว่าจะถูกตอบกลับมา นรินทร์จำได้คร่าวๆ ว่ามีเฮลิคอร์ปเตอร์บินผ่านไปในช่วงหนึ่งเดือนหลังวันโลกาวินาศ ถ้ารูปแบบของอนาคตยังไม่เปลี่ยนแปลงเขาพอจะมีเวลาเหลือพอที่จะปล้นพวกยุทโธปกรณ์

เอายังไงดีคะพี่

รูปแบบของอนาคตยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก ขอเวลาให้พี่คิดก่อนนะ

แม้ว่านรินทร์ในอนาคตจะถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะ แต่ปัจจุบันเป็นได้เพียงคนฉลาดธรรมดาเท่านั้น ที่รูปแบบอนาคตยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมก็เพราะเขายังไม่ได้เคลื่อนไหวไปเหยียบเข้ากับจุดเปลี่ยน อาวุธที่กองทัพได้ไปนั้นจะถูกใช้เพื่อสร้างค่ายผู้อพยพ ประชาชนที่แข็งแรงจะถูกเกณฑ์เข้าเป็นทหารโดยทันที มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหากไม่ใช่ว่ามีคนแอบยักยอกเพื่อนำไปใช้สร้างขุมกำลังส่วนตัวค่ายอพยพน่าจะทนอยู่ได้นานถึงเฟสที่สาม

นับจากนี้ไปมันจะเป็นจุดเปลี่ยน เขาอาจจะไม่ได้พบกับผู้หญิงคนที่ยอมตายเพื่อให้เขามีชีวิตรอด อาจจะไม่ได้พบกับมิตรแท้ที่เชื่อมั่นในตัวเขา มันเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่

พวกเราจะต้องไปรวบรวมยารักษาโรค จากนั้นค่อยกลับมาแลกเปลี่ยนกับทหารพวกนั้น เราต้องการอาวุธปืนที่มีอานุภาพรุนแรงพอจะรับมือกับสัตว์กลายพันธุ์ระหว่างทาง คงแลกเปลี่ยนด้วยน้ำและอาหารสำหรับหนึ่งเดือน

มิ้นท์ยู่หน้าไม่พอใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ แต่เธอเชื่อมั่นในตัวของนรินทร์มาตลอดและพบว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง อาหารสำหรับหนึ่งเดือนเป็นอะไรที่เลวร้ายมากแต่ถ้าได้อาวุธเพื่อการล่าสัตว์กลายพันธุ์ก็คุ้มค่า หลังจากนี้เนื้อกลายพันธุ์จะถูกใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนในทุกๆ ที่

ตัดสินใจได้แล้วรถมินิบัสก็มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลทหาร ที่นั่นมีวอล์คเกอร์ชายหญิงอยู่เกือบร้อยตัว มันมียารักษาโรคและอุปกรณ์ทำแผลที่จำเป็นอยู่เยอะมาก พอมาถึงทั้งสองคนก็ให้ซิดคอยสนับสนุนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ชุดเครื่องป้องกันทำเอาไว้สำหรับทั้งสองคน มิ้นท์สะพายดาบและพกมีดคอมแบทไปด้วย มันมีซอมบี้อยู่เยอะมากการหลีกเลี่ยงจากพวกมันเป็นวิธีที่ดีที่สุด

พี่อาจต้องใช้มิ้นท์โยนโทรศัพท์มือถือมาให้ นอกจากถ่ายรูปและเล่นเกมแล้วตอนนี้มันไม่มีประโยชน์แต่ถ้าได้คืนกลับมามันจะดีมาก มิ้นท์ยังเล่นแคนดี้ค้างเอาไว้อยู่

บอกลาเซฟแคนดี้ของเธอเอาไว้ได้เลย

นรินทร์เปิดตู้นำรถบังคับวิทยุออกมา เขาซื้อมันเอาไว้ไม่ใช่เพื่อเล่นแต่เพื่อรับมือกับพวกวอล์คเกอร์ในตึกสูง ตอนติดอยู่ในมินิมาร์ทและมาช่วยมิ้นท์ที่ห้างสรรพสินค้าก็ใช้วิธีนี้ในการล่อหลอกพวกมัน

พี่จะขึ้นไปสำรวจก่อน ใช้ไอ้เจ้านี่สื่อสารกันเขาโยนวอล์คกี้ทอล์คกี้ของเล่นราคาไม่กี่ร้อยมาให้

ถามจริงเถอะพี่ ตอนซื้อมาไม่มีใครหาว่าหน่อมแหน้มบ้างเลยรึไง รถบังคับเอย วิทยุของเล่นเอย พี่ทำไมไม่ซื้อบ้านตุ๊กตามาด้วยเลยล่ะ

ก็ถ้ามีเงินพี่คงซื้อเจ้าเฟอร์บี้มาด้วยแล้ว ไม่ใช่ว่าชอบหรือไง

ชายหนุ่มหัวเราะและหยิบเอาปะทัดจีนติดมือไปด้วยสองชุด

ภายในโรงพยาบาลทหารซอมบี้เหล่านั้นกำลังเดินเพ่นพ่านไปอย่างไร้จุดหมาย เสียงของตกเพียงเล็กน้อยก็ทำให้พวกมันวิ่งกรูไปรวมกันเป็นกลุ่มได้ นรินทร์ลอบเร้นขึ้นมาบนชั้นสามทางบันไดหนีไฟ มองดูลิฟต์ที่ยังคงมีไฟอยู่ โถงทางเดินและในห้องมีวอล์คเกอร์ทหารเดินเอื่อยเฉื่อย แต่อาคารนี้มีเพียงสี่ชั้น เขารีบเดินย่องไปกดลิฟต์ที่ค้างเติ่งอยู่ชั้นสี่ลงมากลัวว่าจะมีซอมบี้อยู่ข้างใน และสัญชาตญาณของเขาไม่ผิดพลาด ซอมบี้เดินและคลานออกมาจากลิฟต์สามตัว

ความมืดนั้นเป็นอุปสรรคที่น่ากลัว โชคดีที่ไฟสำรองยังทำงานอยู่ นรินทร์ปีนลอดหน้าต่างราวบันไดออกไปยืนที่ระเบียงแล้วหยิบวิทยุของเล่นขึ้นมาพูด

มีวอล์คเกอร์อยู่ที่นี่หลายตัว พี่ต้องการล่อมันออกจากชั้นสามและสี่

พี่อยากจะทำเนื้อบดซอมบี้สินะมิ้นท์จดจำวิธีการรับมือกับพวกซอมบี้ของนรินทร์ได้ เนื้อบดซอมบี้ก็จัดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลกับพวกวอล์คเกอร์ เป็นการล่อลวงให้พวกมันตกลงไปในปล่องลิฟต์และใช้แรงกดของลิฟต์บดขยี้พวกมัน

แต่จุดประสงค์หลักคือการขังพวกมันเอาไว้มากกว่า

เนื่องจากนรินทร์ยังเป็นแค่คนธรรมดา และตอนนั้นอาวุธมีเพียงแค่หอกประดิษฐ์แบบโง่ๆ เขาจึงต้องหาวิธีที่ให้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยที่สุด

ใช่ พี่อยากให้ช่วยดูลาดเลาให้หน่อย

ได้เลย แต่ตอนนี้มันมีพวกวอล์คเกอร์ที่ตามรถเรามาด้วย บางส่วนไปทางบันไดหนีไฟ พี่คงไม่ได้ไปเหยียบขี้หมามาหรอกใช่ไหม

นรินทร์ก้มมองดูที่พื้นรองเท้าก่อนจะปาดสิ่งแปลกปลอมด้วยขอบพื้น

โชคไม่ดีน่ะ

ถอดทิ้งไปเลยนะ รถเหม็นเน่ากันพอดี

นรินทร์เปิดแง้มหน้าต่างและจุดปะทัดจีนโยนลงไป เสียงมันดังต่อเนื่องจนดึงดูดความสนใจวอล์คเกอร์ทั่วทั้งอาคาร พวกมันวิ่งแห่ไปตามเสียงปะทัดสบโอกาสก็รีบปีนเข้าไปในห้องใกล้ๆ และปิดทางเข้าออกทั้งหมด จากนั้นจึงเปิดประตูลิฟต์ค้างเอาไว้และย้ายมันขึ้นไปชั้นที่สี่

เขาติดโทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่เต็มเปี่ยม เปิดเพลงในเครื่องให้เล่นซ้ำ เร่งเสียงให้ดังที่สุด นำรถบังคับออกมาเปิดเครื่องพร้อมด้วยปะทัดจีนอีกหนึ่งชุด เงียบฟังเสียงพวกวอล์คเกอร์ เขาจุดมันและวิ่งเข้าไปหลบในห้องใกล้ๆ

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

รถบังคับวิ่งไปตามทางเดินเพื่อเรียกร้องความสนใจ มีซอมบี้จำนวนมากวิ่งจากชั้นล่างขึ้นมาข้างบนตามเสียงที่เคลื่อนไหว รถบังคับหยุดลงที่หน้าประตูลิฟต์ ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พวกวอล์คเกอร์วิ่งกรูเข้ามา เขารอให้มันเข้ามาใกล้ๆ และบังคับมันให้ร่วงลงไป

ซอมบี้พวกนี้โง่อยู่แล้ว มันเพียงวิ่งไล่ตามเสียงและมีพฤติกรรมการกระทำร่วมฝูง พอมีตัวหนึ่งและสองกระโดดตามลงไป ตัวที่เหลือก็พร้อมใจกระโดดตามไปด้วย บางตัวหลังที่มาไม่ทันก็ถูกเสียงเพลงหลอกให้ตกลงไปในปล่องลิฟต์

มิ้นท์ ข้างล่างเป็นยังไงบ้าง

มีบางตัวไม่หลงติดกับ น่าจะมีประมาณสิบตัวได้

เข้าใจล่ะ เธอพอจะจัดการได้ใช่ไหม?”

ก็ไม่ยากเท่าไหร่ เก็บมือถือคืนมาให้ด้วย

นรินทร์เดินออกมาจากที่ซ่อน มองลงไปในปล่องลิฟต์ที่มีซอมบี้อัดแน่นเป็นปลากระป๋อง เขาหยิบโทรศัพท์กลับคืนมาและปิดเครื่อง

ที่ด้านล่างมิ้นท์ย่องเข้าไปเชือดซอมบี้อย่างว่องไว เธอดูไม่มีความกลัวต่อการเผชิญหน้ากับมัน แม้จะมีตัวที่วิ่งสวนเข้ามาก็ถูกดาบแทงทะลุใบหน้าไปอย่างง่ายดาย ถ้าใจเย็นพอและรู้จักพวกมันดีพอก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย

นรินทร์เดินกลับลงมา เจอกับซอมบี้ที่คลานอยู่บนพื้น มันพยายามตรงเข้ามากัดแต่ก็ถูกเด็กสาวแทงดาบปักหัวเข้าซะก่อน

อี๋ พี่เหยียบขี้หมามาจริงๆ ด้วย

ล้างเอาก็ได้น่า ว่าแต่เธอจะกดมันหรือเปล่า

ไม่ต้องให้พี่ถามหรอกน่ามิ้นท์กดเรียกลิฟต์ทันที และไม่สนใจที่จะรอมัน

พอเคลียร์พวกซอมบี้ไปแล้วก็ให้ซิดขับรถมาจอดใกล้ๆ มันเป็น AI ที่ถูกเสริมความสามารถหลายๆ อย่าง แค่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอะไร

โรงพยาบาลทหารมีทรัพยากรใกล้เคียงกับโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน มีอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน แต่มีจำนวนที่น้อยกว่ามาก สองพี่น้องไม่ได้รู้เรื่องยามากนักแต่ก็ขนทุกอย่างไปไว้ที่รถ เครื่องมือทำแผลกับยาใช้ภายนอกก็ไม่พ้นการเก็บเกี่ยวของทั้งสองคน

ดึกมากแล้วทั้งสองกลับขึ้นรถมินิบัสเพื่อพักผ่อน บนรถมีห้องอาบน้ำที่ผลิตน้ำร้อนได้ ในวันโลกาวินาศน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องใช้อย่างประหยัด มีเพียงคนสำคัญจริงๆ ที่จะได้ใช้ ถ้าไม่ใช่เพราะนรินทร์ในอนาคตสร้างเครื่องกรองน้ำขึ้นมาสถานการณ์อาจเลวร้ายกว่านี้ก็ได้

มันเป็นคืนที่น่ากลัวแต่ทั้งสองคนต่างก็พักผ่อนกันอย่างสบายใจ พอถึงรุ่งเช้าก็ยังไม่คิดจะเคลื่อนที่ไปไหน ใช้เวลาตลอดช่วงเช้าลงไปตรวจสอบคลังเก็บของซึ่งมีทางเข้าอยู่บนชั้นสองเป็นประตูบันไดเดินลงไปสำรวจได้และจะพบว่าเหมือนกับอยู่ในโกดังหลังใหญ่ เมื่อเข้าไปจะพบกับประตูคลังแยกที่เชื่อมต่อกันหนึ่งบานนั้นเชื่อมต่อกับตู้เก็บกระเป๋าข้างรถ สำหรับเก็บเครื่องมือชิ้นใหญ่จากข้างนอก

ข้าวของที่เก็บเกี่ยวมาทั้งหมดถูกจัดแยกออกเป็นหมวดหมู่เพื่อทำรายการตรวจสอบเอาไว้ สองคนช่วยกันจัดเรียงเพื่อความสะดวกในการหยิบมาใช้งาน เสร็จแล้วก็ไปจัดการกับคลังอาวุธด้วยเช่นกัน คัดเลือกปืนที่ยังใช้การได้กับเครื่องกระสุนแบ่งออกมาใช้งานข้างนอก ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บไว้ซ่อมแซมในภายหลัง

พี่ นี่เป็นอาหารและน้ำสำหรับหนึ่งเดือน ยารักษาโรคอีกครึ่งหนึ่งมิ้นท์วางกระเป๋าเดินทางที่บรรจุน้ำและอาหารที่จะใช้เพื่อแลกเปลี่ยน

ดีมาก เราจะรออีกหนึ่งวันระหว่างนี้ก็ดักฟังสัญญาณวิทยุต่อไป ต้องทำให้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกก่อน

ครั้งนี้นรินทร์ไม่มีความใจอ่อน ถ้าสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ด้วยดีเขาจะยอมปล่อยให้กองทัพได้รับอาวุธหนักไป เขาเพียงต้องการอาวุธที่พอจะรับมือกับสัตว์กลายพันธุ์ได้ด้วยกำลังของตนเอง แต่ถ้าไม่ตกลงก็คงต้องปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนอาจจะคิดว่าบ้าที่อยากจะลองดีกับทหารที่ผ่านการฝึก แต่สำหรับสองพี่น้องที่ได้รับประสบการณ์จากอนาคตมาย่อมมีวิธีการชั่วร้ายที่เรียนรู้มาจากการเอาชีวิตรอด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 253 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #103 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 06:32
    วิธีชั่วร้ายสินะ หึหึหึ
    #103
    0
  2. #69 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 20:47

    แทงกิว

    #69
    0
  3. #55 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 06:40

    ลุยยยยยยยยย

    #55
    0
  4. #25 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 15:22
    จะได้ของตามที่หวังไมน่ะ
    #25
    0
  5. #17 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 19:49
    โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ถูกกับพวกผีดิบเท่าไหร่เลย(L4D2 ยังลงม็อดซอมบี้คราฟเลย) มันสยองกว่าผีทีีผลุบๆโผล่ๆเยอะเลยแถมทำร้ายเราได้แน่นอน100% บรื้ยสยอง แต่เรื่องนี้เท่าที่อ่านก็ระทึกดีทั้งๆที่ไม่ได้เห็นภาพแบบ World war Z เลยแท้ๆ อันนั้นผมละกลั้วกลัว
    #17
    0
  6. #10 chayen1243 (@ayanokira) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 21:56
    อยากมห้เรื่องนี้เป็นนิยายสั้นๆ ซัก30-50ตอนก็พอ พอเขียนจบก็เปิดขายเลย
    #10
    0
  7. #2 -0--DreamEND--0- (@dreamend) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 19:33

    เกร็ดความรู้ครับ ถ้าพูดตามความเป็นจริงแล้วเป็นไปไม่ได้ครับ เรื่องเรียกลิฟต์มาบดผีดิบ ขอแบ่งเป็นสองส่วนนะครับ ส่วนแรกประตูนอก ถ้าเปิดออกแล้วเซฟตี้จะทำงาน ลิฟย์จะไม่วิ่งถ้าประตูไม่ปิด(คอนแทกที่ประตูต่อ) ส่วนสอง ตัวลิฟต์ สั่งให้วิ่งลงชั้นแรก เพื่อให้บด ในช่องลิฟต์ ชั้น1 ลิฟต์วิ่งเสมอชั้น ในช่องลิฟต์ใต้ชั้น1จะมีช่องอยู่ เรียกว่าบ่อลิฟต์(pit) ความสูงประมาณคน175+ หรือ160+ อย่างมากถ้าลิฟต์วิ่งลงมาชั้นแรกก็กระแทกหัวได้ครับ แต่ถ้าก้มอยู่จะไม่โดนอะไร ยิ่งตกที่สูงนอนแอ้งแม้งที่พื้น ลิฟต์ลงมาบดไม่ถึงครับ แล้วก็ถึงตัดสลิงที่คล้องลิฟต์ไว้ ลิฟต์ก็ไม่ร่วงถึงพื้นครับเพราะมีระบบเซฟตี้อีกตัวล็อกลิฟต์ไว้กับราง (แต่ถ้าตัวลิฟต์อยุชั้น2 น่าจะร่วงถึงพื้นนะครับ เพราะลิฟย์ร่วงความเร็วไม่ถึงระดับเซฟตี้ตัด แต่ก็มีสปริงอยู่ที่บ่อลิฟต์ ชะลอความเร็วตก แต่ถ้ามีอะไรอยุใต้บ่อ ก็เละอยู่ดี ลิฟต์หนัก สปริงถูกกดติดลง //อาจจะนะๆ)

    #2
    1
    • #2-1 -0--DreamEND--0- (@dreamend) (จากตอนที่ 2)
      5 ธันวาคม 2561 / 19:39
      อาจมีข้อมูลผิดพลาดก็ขอโทษด้วยครับ😅😅
      #2-1