Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,818 Views

  • 213 Comments

  • 1,046 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,102

    Overall
    19,818

ตอนที่ 12 : บทที่ 12 สมทบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2860
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 248 ครั้ง
    29 ม.ค. 62

บทที่ 12 สมทบ

 



       ไม่ใช่ครั้งแรกที่นรินทร์จะต้องหาที่หลบซ่อนจากพวกซอมบี้เพื่อพักในเวลากลางคืน นั่นทำให้เขาตระหนักได้ถึงความปลอดภัยของที่พักเหล่านั้นเป็นอย่างดีว่ามีจุดใดบ้างที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตที่สุด เขาเลือกอาคารหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากร้านขายอาวุธปืนมากนักและยังสามารถเดินทางไปยังร้านถัดไปได้ในวันรุ่งขึ้น

       หลังเคลียร์ซอมบี้ไปจนหมดนรินทร์ก็ปิดล็อกห้องจากภายในเพื่อความปลอดภัย ในตู้เย็นที่ไม่มีไฟฟ้าหล่อเลี้ยงยังพอมีน้ำสะอาดเหลือพออยู่บ้างจึงโยนส่งให้ชะเอมนำไปดื่มและเติมใส่กระติกน้ำให้เต็ม ตรวจสอบอาวุธแม้ว่าจะยังไม่ได้ใช้งาน รวมถึงหาอาวุธมาเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย โชคดีมากที่มันมีห้องน้ำให้ทำธุระส่วนตัวได้แม้ประตูจะพังไปแล้วก็ตาม มันช่วยไม่ได้ถ้าจะหาห้องน้ำที่ปิดมิดชิดเลยอาจต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยการแขวนผ้าเอาไว้

       เสบียงอาหารที่เตรียมไว้ให้ก็เป็นขนมที่ให้พลังงานจำพวกเวเฟอร์ กับพวกซีเรียลอาหารเช้าที่แค่ใส่นมกล่องเล็กๆ ก็กินได้ ซ้ำยังต้องกลั้นใจไม่ให้หยิบเอาส่วนของวันพรุ่งนี้มากินอีกเป็นอะไรที่รู้สึกทรมานแบบสุดๆ ทานเสร็จแล้วก็ควรที่จะพักเอาแรง นรินทร์ตรวจสอบหาทางหนีทีไล่เผื่อในกรณีฉุกเฉินเสร็จแล้วจึงกลับมานอนบนเตียง ชะเอมต้องควบคุมความรู้สึกไม่ดีที่ต้องมานอนร่วมเตียงกับชายแปลกหน้า สุดท้ายแล้วการเดินเท้ามาตลอดทั้งวันก็ทำให้ทั้งสองคนเหนื่อยจนหลับไปอย่างรวดเร็ว

       และเมื่อถึงตอนประมาณตีสี่ที่นรินทร์ตื่นมาเพราะระบบสั่นของโทรศัพท์ที่ใช้ปลุก เขาลุกขึ้นและไปจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย ปล่อยให้ชะเอมได้นอนพักไปก่อนเพราะเธอคงยังไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย นรินทร์ออกมายืนดูนอกระเบียงมองหาจุดสังเกตที่บ่งบอกว่ามีผู้รอดชีวิตอาศัยอยู่ มือใหม่ที่ยังไม่ได้มีการเตรียมการรับมือหายนะย่อมต้องคุ้นชินแนวคิดที่เรียบง่าย หนึ่งในนั้นคือการก่อกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นและใช้ประกอบอาหาร และบางคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็จะเผลอใช้ไฟฟ้าตามความเคยชิน

       แมนชั่นนั่นมีคนเปิดไฟอยู่ด้วย นอกจากนี้ควันไฟจากตรงนั้นอยู่ห่างออกไปประมาณสามซอยได้ ถือว่าใกล้มากคงต้องงดใช้ปืนเป็นการชั่วคราว

       และเพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตา เขาเลือกจะเข้าไปใช้ไฟฉายในห้องน้ำเพื่อตรวจสอบแผนที่ ยังมีร้านขายอาวุธอยู่ใกล้ๆ นี้อีกสองร้านนั่นคือเป้าหมายสุดท้ายก่อนที่จะไปหารถสภาพดีขับออกจากที่นี่ไปยังจุดนัดพบ ด้วยสภาพถนนถึงรถยนต์จะมีความปลอดภัยมากกว่าแต่มันก็คงใช้บนถนนที่มีรถยนต์กีดขวางอยู่ไม่ได้ คงต้องมองหารถจักรยานยนต์ที่สะดวกกว่ามาใช้ชั่วคราว มันพอจะมองหาได้ทั่วไปเพราะรถส่วนใหญ่ที่จอดอยู่บนถนนก็ล้วนแล้วแต่มีกุญแจเสียบคาอยู่ทั้งนั้น

       ประมาณตีห้าครึ่งชะเอมก็ถึงเวลาตื่น หลังจัดการกับธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็จัดการกินมื้อเช้าเป็นเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตธรรมดาสองแท่งและดื่มน้ำตามไปเล็กน้อย ฟังนรินทร์อธิบายกำหนดการให้ฟังและสิ่งที่ต้องระวังจนกว่าจะไปรวมตัวกันที่จุดนัดพบจะต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับพวกแบนดิชเป็นอันขาด

       หกโมงครึ่งเป็นช่วงเวลาที่เริ่มสว่างแล้วจึงเร่งออกเดินทาง นรินทร์ใช้สิ่งของรอบตัวล่อหลอกพวกมันให้ไปทางอื่นเปิดเส้นทางให้ทั้งสองเดินฝ่าฝูงซอมบี้ไป ใช้เวลาเดินทางประมาณยี่สิบนาทีก็ถึงร้านขายอาวุธ นรินทร์พบเจอกับดาบคาตานะที่วางโชว์อยู่ในร้านเป็นเสมือนของประดับทว่ามันเป็นของจริงที่ใช้งานได้จึงเปลี่ยนมาถือมันเอาไว้ จากนั้นก็ช่วยกันค่อยๆ เก็บของใส่ไอเทมบ็อกซ์ เนื่องจากชะเอมเริ่มเรียนรู้แล้วว่าวิธีเก็บของที่มีประสิทธิภาพที่สุดควรทำอย่างไรจึงไม่ต้องรอให้นรินทร์สั่งก็ทำงานได้ทันที

       “หน้าไม้นี่ไม่เลวเลย”

       “เธอจะเอาไปใช้ก็ได้ แต่ควรเหลือลูกธนูสำรองเอาไว้สักหน่อยยายมิ้นท์จำเป็นจะต้องมีโมเดลต้นแบบหากจะสร้างของสักอย่างขึ้นมาใช้”

       “ไม่ดีกว่า ฉันไม่ถนัดพวกธนูเลย”

       “งั้นก็เอาไปเก็บใส่กล่องซะ”

       นรินทร์ไม่ใช่แค่เก็บแค่อาวุธเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการรื้อหาของที่พอจะมีประโยชน์อยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะอาหารกระป๋องกับผักดองที่มีอยู่ในตู้กับข้าว ของพวกนี้เก็บได้ค่อนข้างนานอยู่ถึงแม้ว่าในมินิบัสจะมีเก็บเอาไว้แต่การเดินทางนี้อาจจะต้องแวะพักจนหลุดออกจากระยะเวลาที่กำหนด การหาอาหารเพิ่มเติมจึงไม่ผิดอะไรนัก ยังไงซะก็ต้องหาของที่พอจะทำให้ตัวเองอยู่รอดได้ในวันพรุ่งนี้

       วันนี้ทำเวลาได้ค่อนข้างเร็วมาก ไอเทมบ็อกซ์นี้สามารถบรรจุของได้เยอะจนน่ากลัวและพกพาได้สะดวกเอามากๆ พอตรวจสอบจนมั่นใจแล้วว่าไม่หลงเหลืออะไรก็รีบไปที่ร้านต่อไปทันที ถ้าเก็บกวาดอาวุธจนหมดร้านพวกแบนดิชจะมีเพียงอาวุธจากสถานีตำรวจเท่านั้นความน่ากลัวจะลดลงอย่างมากเลยทีเดียว ถึงอย่างนั้นความประมาทก็เป็นหนทางสู่ความตาย นรินทร์ยังไม่คิดจะเผชิญหน้ากับพวกนั้นในเวลานี้โดยเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นช่วงเวลาที่มิ้นท์จะวิวัฒนาการก็ใกล้จะมาถึงอยู่รอมร่อแล้วด้วย

       นั่นเป็นเหตุผลที่เขาจะต้องมาชิงลงมือเก็บเกี่ยวอาวุธตัดหน้า และไปหาที่หลบซ่อนตัวรอจนกว่าพลังของเธอจะปรับสภาพจนเข้าที่เข้าทาง หากผ่านพ้นช่วงนี้ไปก็จะเริ่มการโจมตีกลุ่มแบนดิชเพื่อรวบรวมเครื่องกระสุนและไปช่วยเหลือผู้คนในการสร้างค่ายผู้อพยพหลายๆ แห่ง

       ในร้านสุดท้ายมีของเหลืออยู่น้อยมากเป็นไปได้ว่าเจ้าของร้านนั้นรู้ตัวและหยิบอุปกรณ์ที่จำเป็นและหนีออกไปพร้อมกับคนในครอบครัวก่อนแล้ว เครื่องกระสุนที่เหลืออยู่จึงมีอยู่น้อยมากแต่นรินทร์ให้ความสำคัญกับอาวุธปืนมากกว่าเนื่องจากในอนาคตเขามีความคิดที่จะไปยังโรงงานผลิตกระสุนและยึดเอาเครื่องจักรพวกนั้นมาใช้ประโยชน์ก่อนที่จะถูกพวกคนในเชลเตอร์ส่งกำลังออกมายึดไปใช้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว ยิ่งพวกนั้นมีแผนที่คลังแสงของทางกองทัพอยู่ไม่น้อย นรินทร์จึงต้องอาศัยความทรงจำของตนเองหาทางชิงของเหล่านั้นตัดหน้าให้ได้

       “มีดพร้านี่พกเอาไว้ซะมันสะดวกมากในการฆ่าซอมบี้ จากนี้พวกเราต้องเดินอีกไกลหวังว่าจะหารถดีๆ ได้สักคันล่ะนะ”

       ออกจากร้านขายอาวุธก็เป็นเวลาที่เย็นมาแล้ว เมื่อพบว่าไม่สามารถไปเจอที่จุดนัดพบแรกได้คงต้องไปเจอยังจุดนัดพบสุดท้ายแทน มีซอมบี้อยู่รายทางซึ่งหากเจอมันเพียงแค่ไม่ถึงสิบตัวก็จะลงมือจัดการให้เรียบร้อย ชะเอมเริ่มคุ้นชินกับการฆ่าซอมบี้บ้างแล้วเนื่องจากมันต้องอาศัยความกล้าและจิตใจที่เข้มแข็งไม่น้อยในการเฉาะศีรษะของซอมบี้ที่ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนที่เธอเคยฆ่าก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วย่อมมีพัฒนาการขึ้นบ้าง

       คงต้องหาที่พักสำหรับคืนนี้ซะก่อนเพราะการเดินทางตอนกลางคืนไม่เพียงอันตราย แต่ยังจะเป็นจุดสนใจมากด้วย บริเวณนี้ยังอยู่ในเขตพื้นที่ที่อาจมีผู้รอดชีวิตกับพวกแบนดิชอยู่มาก นรินทร์ไม่เสี่ยงที่จะรับใครเพิ่มเติมแม้พวกเขาจะน่าสงสาร ตราบใดที่ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นกลุ่มแบนดิชที่ออกมาหาผู้รอดชีวิตเพื่อรวบรวมคนไปเป็นพวกกับจับกุมผู้หญิงหน้าตาสะสวยไปบำเรอกาม ถ้าคนคนนั้นกล้าที่จะโผล่มาเขาพร้อมที่จะหันปืนเข้าใส่ในทันที

       “โรงเรียน?” ชะเอมหยุดมองดูสภาพของโรงเรียนขนาดกลางที่อยู่ในพื้นที่ของวัดแห่งหนึ่ง มีซอมบี้อยู่บนสนามฟุตบอลเดินปะปรายซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นนักเรียนวัยประถมและมัธยมต้นสังเกตได้จากเครื่องแบบ บางส่วนก็เป็นครูซึ่งมีจำนวนที่น้อยมาก “แต่พวกซอมบี้ไม่น่าจะน้อยขนาดนี้ เป็นไปได้ว่าจะอยู่ตามอาคารเรียน”

       “โรงเรียนขนาดกลางพวกนี้ใช้พื้นที่วัดซึ่งเป็นพื้นที่เปิด ทางเข้าออกค่อนข้างเยอะไม่แปลกที่พวกมันจะลดจำนวนลงเหลืออยู่ไม่มาก ห้องของรองผู้อำนวยการเป็นที่หลบซ่อนที่ดีที่สุดหน้าต่างบานเลื่อนติดลูกกรงป้องกันการถูกงัดแงะ กระจกที่ใช้ทำประตูมองได้ด้านเดียวจากข้างใน ค่อนข้างปลอดภัยในระดับหนึ่ง อันที่จริงมันเป็นโรงเรียนเก่าของฉันก่อนจะย้ายไปเรียนมัธยมปลายที่อื่นก็เลยพอจะรู้ช่องทางอยู่บ้าง ฉันรู้ด้วยว่ากุญแจสำรองมันอยู่ที่บ้านพักครู ที่จริงมันสามารถใช้เป็นค่ายพักได้เลยเพราะห้องน้ำอยู่ที่ใต้บันไดสองข้างทาง ประตูบานเหล็กก็ทำออกมาค่อนข้างแข็งแรงมาก เราสามารถเข้าออกได้ด้วยการปีนขึ้นจากด้านข้าง”

       นรินทร์คุ้นชินกับที่นี่มากเขารู้ช่องทางเข้าออกทั้งหมดจึงพาไปรื้อค้นที่บ้านพักครูเป็นอันดับแรก เจอเข้ากับครูที่สวมเครื่องแบบลูกเสือยืนนิ่งอยู่ในบ้านและทันทีที่เห็นนรินทร์เปิดประตูเข้ามาก็โถมเข้าใส่

       “ขอโทษด้วยครับครูต้อม” กล่าวจบเขาก็ฟันคอของอดีตครูที่เคยสอนจนขาด ถึงอย่างนั้นหัวก็ยังขยับได้อยู่จึงต้องแทงดาบปักลงไปอีกครั้ง “พวงกุญแจอยู่ที่เอวนั่นแหละ เราต้องหาเสบียงอาหารด้วยครูต้อมชอบซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอาไว้กินช่วงก่อนสิ้นเดือนเสมอน่าจะมีของดีๆ อยู่ที่หลังตู้กับข้าว”

       รื้อของอยู่สักพักก็เจอกับกุญแจรถกระบะของครูต้อมด้วย นรินทร์ไปเปิดรถเพื่อดูน้ำมันพบว่ามันเหลืออยู่เกินครึ่งถัง สภาพรถก็ยังดีอยู่ถึงจะมีลมยางที่แฟบลงไปบ้าง เท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาเรื่องการเดินทางในวันพรุ่งนี้แล้ว

       ทั้งสองเก็บอาหารแห้งทั้งหมดใส่กระเป๋าสะพายและไปจัดการปิดล็อกประตูบานเหล็กทั้งสองฝั่งให้เรียบร้อย ไล่จัดการกับซอมบี้ที่ตกค้างอยู่ในอาคารซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นเด็ก และมีอยู่เพียงแค่ยี่สิบเจ็ดตัวอยู่กระจายตามห้องต่างๆ ต่อมาก็ไปที่ห้องของรองผู้อำนวยการซึ่งมักจะถูกใช้เป็นห้องปกครอง สมัยเด็กนรินทร์เคยถูกเรียกมาเพราะช่วงนั้นเขากับเพื่อนรุ่นเดียวกันชอบที่จะเล่นอะไรพิเรนทร์ เพียงแต่ตอนที่ถูกเรียกผู้ปกครองเพราะแอบเอาคลิปโป๊มาเปิดดูกันในห้องเรียน

       ห้องรองผู้อำนวยการก็ไม่ได้เลวร้ายนัก มีตู้กดน้ำร้อนและน้ำเย็นกับถ้วยชามซึ่งครูเวรกลางดึกมักจะแอบนำอาหารมากินด้วย ชะเอมไม่รอช้าที่จะลองกดน้ำเย็นขึ้นมาดื่มให้ชื่นใจ จากนั้นก็ล้มตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่นุ่มสบายของรองผู้อำนวยการ

       “ครูโอที่เป็นครูเวรดึกไม่ค่อยชอบกลับบ้าน ที่นี่เลยมีข้าวของเครื่องใช้สำคัญๆ อยู่” นรินทร์รื้อเปิดตู้ลิ้นชักที่ไม่เคยล็อกจากโต๊ะของครูท่านหนึ่ง มันมีพวกอุปกรณ์อาบน้ำวางอยู่ภายในนั้น “ปกติครูโอจะไปใช้ห้องน้ำบ้านครูต้อมแต่บางครั้งก็ใช้ห้องน้ำใต้บันไดแทน นี่เป็นโอกาสดีถ้าเธออยากจะอาบน้ำสักหน่อย ผ้าเช็ดตัวนี่ถึงจะโทรมไปสักหน่อยแต่ก็น่าจะพอใช้ได้”

       “ขอบคุณ” ชะเอมรู้สึกเหนียวตัวมากเลยรับอุปกรณ์อาบน้ำมาและไปที่ห้องน้ำใต้บันได

        บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปส่งกลิ่นหอมฟุ้ง เป็นอาหารที่ในอดีตคนรักสุขภาพหรือกลุ่มคนที่ร่ำรวยเงินทองมองว่าเป็นอาหารที่ไม่เหมาะกับตัวเอง แต่ในเวลาแบบนี้มันคืออาหารที่พวกเขายอมจ่ายทุกอย่างที่มีเพื่อมันเพียงซองเดียว นรินทร์พยายามจะไม่ให้กินมากเกินไปจนปวดท้องเพราะในวันพรุ่งนี้ต้องเดินทางกันอีก ถึงแม้ว่าสถานีขนส่งที่เป็นจุดนัดพบนั้นอยู่ไม่ได้ไกลนักขอเพียงสามารถขับรถไปยังถนนใหญ่ได้ก็จะช่วยร่นเวลาในการเดินทางได้อย่างมาก

       อย่าลืมว่าปัจจุบันสภาพการจราจรนั้นแย่มากทำให้เส้นทางในเมืองส่วนใหญ่ติดขัดไปหมด และมันจะถูกเปิดอีกครั้งโดยพวกกองทัพที่มาช่วยเหลือกลุ่มผู้รอดชีวิต

       ชะเอมได้อาบน้ำก็รู้สึกสบายตัวมาก เสื้อผ้าที่ใส่เป็นชุดของภรรยาของครูต้อมที่ค้นเจอในตู้เสื้อผ้า กลับมาถึงที่ห้องรองผู้อำนวยการก็เจอชามบะหมี่ที่ต้มไว้พร้อมกินแล้วจึงรีบกินอย่างรวดเร็ว

       “ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะอร่อยขนาดนี้”

       “ฉันว่าพวกเธอน่ะเป็นกลุ่มคนที่โชคดีมากกว่า ทั้งที่จะอยู่ร่วมกับคนพวกนั้นก็ได้แต่ก็ตัดสินใจจะติดตามพวกเราพี่น้อง ป่านนี้คนที่นั่นคงตีกันตายเรื่องการแบ่งอาหารที่ไม่ลงตัว ของพวกนี้คงจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเธอจะได้กินประทังชีวิต”

       หญิงสาวนิ่งคิดแล้วตอบ “คงเพราะว่าฉันชอบดูหนังแนวซอมบี้ด้วยล่ะนะ อย่างพวก Walking Dead หรือพวก Resident Evil พวกมือเขียนบทมักจะทำเนื้อหาที่ค่อนข้างสมจริงในบางมุม การจะมีชีวิตรอดจากโลกที่โหดร้ายก็เลยต้องเลือกหากลุ่มที่ดีที่สุด การอยู่เป็นสังคมใหญ่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อย่างการตั้งค่ายผู้รอดชีวิตอย่างที่นายทำไปถึงจะช่วยเหลือผู้คนได้แล้วยังไง สุดท้ายเมื่อถึงเวลาขาดแคลนพวกเขาก็จะเริ่มทำบางสิ่งที่เลวร้ายเพื่อความอยู่รอดของตนเอง ฉันคิดว่าการที่ออกมาจากกลุ่มนั้นน่าจะเป็นความคิดที่ดีที่สุดแล้ว”

       “อีกอย่างหนึ่ง ฉันคิดว่าการหลบซ่อนอยู่หลังกำแพงอาจจะช่วยให้ปลอดภัยได้ก็จริง แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์เลวร้ายเช่นค่ายแตกหรือมีการขัดแย้งผลประโยชน์ภายในขึ้นมาคนที่ลำบากคือพวกเราที่ไม่มีปากมีเสียง ตอนที่รู้ว่ากลุ่มของนายมีแผนที่จะเดินทางไปเรื่อยๆ และรับมือกับพวกซอมบี้ มันทำให้ฉันคิดได้ว่าการเดินทางอาจจะเสี่ยงอันตรายก็จริง ยังไงมันก็ดีกว่าอยู่หลังกำแพงรอความตายเท่านั้น ไหนจะเรื่องของโฮลี่กับพี่อิงฟ้าอีก ทั้งสองคนน่าจะพอช่วยเหลืออะไรคนในกลุ่มได้ไม่มากก็น้อย”

       ฟังความคิดเห็นของชะเอมก็รู้สึกว่าตนเองคิดถูกที่รับพวกเธอมาเข้าร่วมกลุ่ม มันเป็นความจริงเพราะจุดประสงค์เดิมคือการพยายามช่วยเหลือผู้รอดชีวิตให้ตั้งตัวให้ได้ และยังต้องการแบ่งทรัพยากรเพื่อความอยู่รอดในเบื้องต้น คนพวกนั้นอีกไม่นานก็จะเริ่มหาผู้นำกลุ่มและสร้างเป็นกองกำลังปกครองเล็กๆ ขยายอำนาจให้ตนเอง เมื่อถึงตอนนั้นกลุ่มแวนการ์ดก็คงก้าวหน้าไปไกลกว่ามากจนเป็นนักรบรับจ้างที่เพียบพร้อมในทุกด้าน

       นอกจากนี้ อิงฟ้า ก็เป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าอย่างมาก ศัลยแพทย์ที่ถึงจะไม่เคยมีประสบการณ์ผ่าตัดมาก่อนแต่ก็น่าจะเย็บแผลหรือช่วยรักษาอาการป่วยได้ดีกว่าการที่ต้องกินยาตามอาการ บางคนหลังจากนี้เป็นไส้ติ่งอักเสบหรือถูกยิงจนกระสุนฝังอยู่ในอวัยวะสำคัญยังไงก็ต้องใช้การผ่าตัดอยู่ดี ส่วน โฮลี่ ก็ยังเด็กซึ่งยังสามารถให้คำแนะนำเส้นทางที่เหมาะสมได้เหมือนกับมิ้นท์เมื่อสมัยก่อน จากที่เคยเป็นเพียงเด็กสาววัยใสก็ต้องมาจับมีดถือปืนออกกวาดล้างซอมบี้และพวกศัตรู มันหล่อหลอมทำให้มิ้นท์กลายเป็นกำลังสำคัญที่ยอดเยี่ยมมาก

       และ น้ำทิพย์ สมาชิกใหม่คนแรกที่ช่วยเพราะอยากจะชดเชยความช่วยเหลือของเธอเมื่อครั้งในอดีต เธอคนนี้ศึกษาอยู่ในคณะคหกรรมศาสตร์จึงมีทักษะงานบ้านงานเรือนที่ยอดเยี่ยมมาก ดังนั้นเธอจึงทำอาหารได้หลากหลาย ขอเพียงสามารถสร้างรถมินิบัสในฝันได้สำเร็จความเป็นอยู่ของกลุ่มแวนการ์ดก็จะดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในการจัดสรรทรัพยากรให้สมาชิกแต่ละคนได้ก็ถือว่าแบ่งเบาภาระไปได้พอสมควร

       “พรุ่งนี้พวกเราต้องออกเดินทางกันแต่เช้า มันจะดีกว่าถ้ารีบนอนแต่เนิ่นๆ ฉันขอตัวไปอาบน้ำสักหน่อย”

 

       ตลอดทั้งคืนนั้นเงียบมาก แต่ไหนแต่ไรมาซอมบี้ก็แทบจะไม่ส่งเสียงอะไรนอกจากการครางเบาๆ อยู่แล้ว และจะดังมากขึ้นเมื่อมันต้องวิ่ง เป็นกระบวนการปกติของการหายใจเข้าออก ดังนั้นเสียงร้องครางจึงบอกอะไรได้หลายอย่างมากขอเพียงแยกแยะได้

       เมื่อเสียงครางซอมบี้ดังแรงๆ นรินทร์ก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสะกิดเรียกชะเอมให้ตื่นขึ้นมา เธองัวเงียมากแต่ในตอนนั้นนรินทร์ส่งเสียง ชู่ว์ เบาๆ และชี้ไปทางประตูด้านหน้า มันมีแสงไฟสองดวงน่าจะเป็นรถยนต์ขับเข้ามาในบริเวณวัดตามมาด้วยเสียงของปืนพกที่ยิงใส่ซอมบี้ที่เดินขวางทาง

       แทบจะไม่ต้องสั่งชะเอมคว้าชุดที่เลอะคราบเลือดและเศษเนื้อขึ้นมาสวม พอเริ่มชินกับชุดแล้วการใส่ก็ง่ายขึ้นมาก การอยู่ในห้องที่มีทางเข้าออกเดียวนั้นอันตรายเกินไป นรินทร์จึงรอจังหวะดีๆ เปิดประตูออกมาและบอกให้ไปเจอกันที่บนชั้นสอง เขาไม่กล้ายืนยันว่าอีกฝ่ายเป็นกลุ่มแบนดิชหรือไม่ หรืออาจเป็นแค่กลุ่มผู้รอดชีวิตที่มีอาวุธปืนเท่านั้น ความจริงก็พอจะเดาได้ว่าสถานที่ที่พอจะมีอาหารกระป๋องให้เก็บเกี่ยวนอกจากร้านสะดวกซื้อใกล้โรงเรียนก็ยังมีในวัดซึ่งเป็นพระที่ได้รับมาจากชาวบ้านที่นำมาถวายหรือใส่บาตรให้

       “พวกเขาอาจแค่มาหาอาหาร ในวัดนี้อย่างน้อยถ้าเป็นคนในพื้นที่ก็คงพอจะเดาได้ว่ามีคนนำพวกอาหารกระป๋องมาถวายอยู่ โดยเฉพาะพวกเด็กวัดคงรู้เรื่องนี้ดีกว่าใครมาก เราควรดูท่าทีเงียบๆ รอจนกว่าคนพวกนั้นจะไป หากพบว่ามีท่าทีคุกคามก็จัดการขั้นเด็ดขาดได้เลย หวังจากใจจริงเลยว่าคงไม่มีใครมาวุ่นวายกับรถที่จะใช้พรุ่งนี้หรอกนะ ไม่งั้นคงได้เดินขาลากกันแน่ๆ”

       ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้รอดชีวิตนั้นมีเพื่อหาอาหารเพียงอย่างเดียว พวกเขาไปเข้าไปในแต่ละกุฏิกลับออกมาพร้อมกับถังใส่อาหารกระป๋องที่พอจะกินไปได้อีกหลายวัน นรินทร์ไม่แปลกใจสักนิดที่ทำไมร้านขายของใกล้โรงเรียนถึงได้โล่งซะขนาดนั้น แต่คนพวกนั้นก็อายุมากกว่านรินทร์ไม่เท่าไหร่ มีบางคนก็ยังเป็นเด็กวัยมัธยมที่ค่อนข้างทำอะไรติดเล่นสนุก โดยเฉพาะการยั่วยุซอมบี้เด็กที่อยู่บนสนามให้เข้ามาและทุบด้วยท่อนเหล็ก

       ถึงจะไม่ใช่กลุ่มแบนดิชโดยตรงแต่ก็ถือว่ามีสถานะก้ำกึ่งอยู่พอตัว คนพวกนั้นใช้เวลารวบรวมน้ำและอาหารจากกุฏิและศาลาในระยะเวลาสั้นๆ ขนขึ้นไปเก็บไว้บนรถกระบะ นรินทร์ยกกล้องส่องดูความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดหวังอยู่ในใจลึกๆ ว่าคนพวกนี้จะไม่สำรวจอะไรเพิ่มเติม ยิ่งพวกเขาเป็นคนในพื้นที่ด้วยแล้วย่อมต้องรู้ความลับอะไรหลายๆ อย่างของโรงเรียนนี้ไม่น้อย โชคดีที่นรินทร์ตัดสินใจไม่ทิ้งศพซอมบี้ลงไปโจ่งแจ้งนักแต่เลือกจะทิ้งมันจากทางหน้าต่างด้านหลัง ก็เลยไม่มีใครสังเกตได้ถึงความผิดปกติครั้งนี้

       “พวกนั้นเป็นมือใหม่ น่าจะเข้าใจดีว่าการออกมาหาเสบียงข้างนอกดีที่สุดคือการรวมกลุ่มและมุ่งเน้นที่จุดประสงค์เท่านั้น จะไม่มีการสำรวจอะไรนอกแผนยกเว้นว่ามันจะให้ผลตอบแทนที่ดี อาคารเรียนพวกนี้ถึงจะใช้หลบซ่อนจากพวกซอมบี้ได้แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะตระหนักถึงความจริงข้อนี้” นรินทร์พูดจบไปได้ไม่นานรถยนต์คันนั้นก็ขับออกไปจากวัดและยังลากพวกซอมบี้ไปด้วยจำนวนหนึ่ง

แต่ยังวางใจไม่ได้จึงต้องจัดเวรยามกันเลยได้นอนกันอีกคนละสามชั่วโมงจนถึงเช้า

นรินทร์เพลียเล็กน้อยแต่เขาก็กินขนมเวเฟอร์ที่ให้พลังงานไปสองแท่งและดื่มน้ำอีกสักเล็กน้อย ถังน้ำที่ใช้เปลี่ยนในตู้นั้นยังไม่ได้ถูกเปิดใช้เลยถูกเก็บมาไว้ในไอเทมบ็อกซ์ไปด้วย ความสะดวกนี้เองทำให้การรวบรวมทรัพยากรเป็นเรื่องง่ายดายมากจริงๆ ชะเอมรู้สึกปวดท้องหนักคงเพราะมื้อค่ำเมื่อคืนเลยต้องเข้าห้องน้ำนานมาก

รถยนต์ของครูต้อมสภาพไม่เลวนัก หลังจากที่ทั้งสองคนขึ้นมาบนรถเรียบร้อยแล้วก็รื้อค้นหาข้าวของบนรถเจอเจ้ากับแผ่นเพลงลูกทุ่งและรวมเพลงฮิตเลยขอให้ชะเอมเก็บเอาไว้ให้ดี เขาค่อนข้างให้ความสำคัญกับสิ่งบันเทิงเป็นอันดับต้นๆ รองจากอาหารและน้ำ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อไม่ให้ทุกคนเกิดความเครียด ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะสตาร์ทเครื่องที่ไม่ได้ถูกใช้มานานเป็นเดือนติด จากนั้นรถยนต์ก็ขับออกไปโดยใช้เส้นทางที่ไม่น่าจะมีคนใช้

จนถึงตอนนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีผู้รอดชีวิตเลย แต่เป็นเพราะนรินทร์พยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะต้องเจอกับผู้รอดชีวิต คนพวกนั้นสนใจแค่เอาชีวิตรอดกับอาหารและอาจจะต้องตาลุกวาวหากรู้ว่าพวกเขามีอาวุธติดตัวพอจะช่วยปกป้องไปตลอดรอดฝั่ง นรินทร์ไม่ได้มีเวลาว่างสำหรับคนพวกนั้นและเขาจะทำเป็นมองไม่เห็นเมื่อมีใครสักคนโบกไม้โบกมือออกมาจากทางระเบียงบ้านหรืออาคารใกล้ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ แม้ว่านั่นจะนำมาซึ่งการถูกก่นด่าสาปแช่งก็ตาม

ขับรถออกมาเจอกับถนนใหญ่แล้วและกำลังมุ่งหน้าไปเจอกันที่จุดนัดพบ เนื่องจากพวกนรินทร์ต้องศึกษาเส้นทางล่วงหน้าทำให้รู้จักเส้นทางที่แปลกๆ ที่มีเพียงคนในพื้นที่เท่านั้นที่รู้ได้ อย่างการเลี้ยวเข้าป่าและขับลัดเลาะไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตรก็จะมาโผล่ในอีกที่หนึ่งซึ่งมันปลอดภัยกว่าการขับบนท้องถนนปกติซะอีก

โชคร้ายที่ตอนขับลงมาเหยียบบนถนนกันไปเจอเข้ากับตะปูตัวใหญ่เข้าจนยางรถรั่ว ไม่ดีแน่ถ้าจะฝืนขับต่อจึงต้องเปลี่ยนไปลงเดินเท้ากันแทน ชะเอมไม่เคยมาเส้นทางนี้มาก่อนจึงเป็นกังวลมากเมื่อเห็นซอมบี้เดินไปมาอยู่เบื้องหน้า

“ตามฉันมา”

นรินทร์มีดาบคาตานะใช้เปิดเส้นทาง และยังมีคนคอยระวังด้านหลังให้เลยเดินทางต่อได้สะดวกมาก

หากใช้ถนนเส้นหลักระยะทางไปขนส่งจะอยู่ที่ประมาณยี่สิบเมตร แต่ถ้าใช้ทางลัดเฉพาะจะช่วยลดไปได้อีกถึงสามกิโลเมตร ไหนจะต้องฝ่าฝูงซอมบี้ที่อยู่ตามบ้านโครงการต่างๆ ทำเอากินเวลาไปนานมากกว่าจะหลุดออกมาได้ จนเผลอคิดว่าถ้าใช้เส้นทางถนนใหญ่อาจจะเร็วกว่านี้เพราะไม่ต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ตามหมู่บ้านในโครงการที่เดินเพ่นพ่านตลอดทุกซอย

ในที่สุดกว่าจะมาถึงที่หน้าทางเข้าสถานีขนส่งได้ก็เป็นเวลาเย็นมาก ยังต้องเดินลึกเข้าไปอีกไกลซึ่งมันเป็นพื้นที่ที่นรินทร์เห็นว่าเหมาะสมมากจะใช้เป็นที่ซ่อนตัว ยิ่งตอนนี้พวกเขามีทั้งอาหารและน้ำ รวมไปถึงอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ที่จริงในจังหวัดนี้นรินทร์กับมิ้นท์ก็ได้มีการสำรวจหาสถานที่กบดานไว้หลายแห่งมาก พวกเขาทำการบ้านกันเป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อเข้ามาถึงบริเวณสถานีขนส่งได้แล้วก็เจอกับฝูงซอมบี้จำนวนมากที่เดินเพ่นพ่านอยู่ตามชานชาลาจอดรถ นรินทร์ไม่ได้สนใจที่จะเข้าไปจัดการกับพวกมันแต่เลือกที่จะอ้อมเข้าไปในเส้นทางที่เป็นลานจอดรถบัสแทน ลึกเข้าไปอีกประมาณแปดร้อยเมตรเป็นป่าที่ดูเปลี่ยวมาก

รถมินิบัสคันหนึ่งจอดอยู่ที่นั่น มันค่อนข้างดูเด่นมากจริงๆ แต่ถ้าไม่เดินลึกเข้ามาก็ไม่มีทางจะมองเห็นได้

ไฟบนรถมินิบัสเปิดอยู่และมีความเคลื่อนไหวอยู่ด้านบนชั้นสอง นรินทร์เข้าไปในระยะของซิดก็สั่งให้มันแจ้งกับมิ้นท์เพื่อให้เธอเปิดประตูให้ ไม่กี่วินาทีต่อมาประตูรถก็เปิดพร้อมกับเหล่าสาวๆ บนรถพร้อมใจกันออกมายืนรออยู่ที่หน้าประตู นรินทร์สังเกตได้ว่ามิ้นท์ได้รับบาดเจ็บมานิดหน่อย

“แบนดิช?”

“ใช่ เจอพวกมันระหว่างเดินทาง โชคดีที่ใส่ชุดอยู่เลยไม่ถึงตายแต่ก็ทำเอาจับไข้ไปหนึ่งวันเต็ม พี่ไม่เจอบ้างเหรอ?”

“ก็มีบ้าง แต่พี่ไม่ใช่สายบู้แบบเธอ พี่เน้นความปลอดภัยเป็นหลักอยู่แล้ว”

“บอกเลยนะพี่ เจอยิงแบบนี้มันเจ็บมากจริงๆ”

นรินทร์เดินขึ้นรถมินิบัสและปิดประตูลง



น้องสายบู้ พี่สายบุ๋น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 248 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #119 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:47
    บางทีก็เว้นช่วงนานไปหน่อยนะ
    #119
    0
  2. #116 LnW-nooB[57] (@saitoptop) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:30

    สสนุกมากครับรออ่านต่ออยุ่ครับผม

    #116
    0
  3. #114 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 22:22
    ขืนทำได้ทั้งบู๊และบุ๋นทั้งคู่คงยากที่จะหาเอกลักษณ์ความเด่นล่ะนะ
    #114
    0
  4. #101 CLida (@c-lida) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 01:08
    สนุกกกกก
    #101
    0
  5. #100 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 19:50
    555. เป็นพี่น้องที่เหมาะสมกันมากเลย
    #100
    0
  6. #99 openalltime (@openalltime) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 11:29
    สนุกมากกกกก
    #99
    0
  7. #98 Rnozero (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 03:40

    Yes มาต่อไวๆนะครับ

    #98
    0
  8. #97 สังคมจอมปลอม (@QueenHarem) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 02:08
    ขอบคุณที่ลงต่อให้นะคะ ชอบมากๆ สนุก
    #97
    0
  9. #96 Jamaneer (@Jamaneer) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 19:23
    ขออีกๆๆๆสนุกมากกก
    #96
    0
  10. #93 whit3za (@whit3za) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 13:10
    ขอบอกว่า มันส์สาดดดดดดดดดด
    #93
    0
  11. #92 So' smile (@winny111499) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 12:38
    สนุกมากกก มาต่อไวๆนะ
    #92
    0
  12. #91 *-_BeaD_-* (@lookpadbass) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 09:45
    สนุกค่าาา รออ่านนะคะ
    #91
    0
  13. #90 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 09:20
    มีสายบ้าซักคนมั้ย?
    #90
    0
  14. #89 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 08:23

    สนุกมากกกกกกกกกกกก

    #89
    0
  15. #88 kanphoo10 (@kanphoo10) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 07:35
    ขอบคุณน้าาาา
    #88
    0
  16. #87 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 07:00
    มาแล้ว..นึกว่าเขียนเรื่องนั้นจบตอนก็คือจบสะแล้ว
    #87
    0