Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 16,033 Views

  • 194 Comments

  • 879 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,414

    Overall
    16,033

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 วันโลกาวินาศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 315 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

บทที่ 1 วันโลกาวินาศ

 



ติ๊ด!

เสียงบาร์โค้ดสินค้าถูกยิงเพื่อคำนวณราคาอย่างต่อเนื่อง สายตาของพนักงานหญิงจับจ้องอยู่ที่ชายหนุ่มอายุน้อย แต่ประกายตาของเขาราวกับผู้เจนจัดต่อโลกที่แสนโหดร้าย มันทำให้เธอไม่กล้าที่จะพูดอะไรมาก

ชายหนุ่มกวาดสายตามองดูอาหารแห้งที่แทบจะเรียกว่าเหมาทั้งหมดจากชั้น รวมไปถึงน้ำดื่มอีกหลายแกลลอนน่าจะเพียงพอสำหรับครอบครัวหนึ่งเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน

จะซื้อไปบริจาคเหรอคะ?” หญิงสาวถาม

เขาส่งยิ้มที่ดูอ่อนโยนมาให้แล้วตอบครับ แต่รู้สึกว่ามันจะยังไม่เพียงพอด้วยซ้ำ แต่ทำยังไงได้ในเมื่อกำลังของผมคนหนึ่งมีจำกัด

ทั้งหมด 14,653 บาท 75 สตางค์ค่ะ

ชายหนุ่มยื่นบัตรเดบิตส่งให้เพื่อชำระเงิน เมื่อเสร็จแล้วจึงค่อยๆ เข็นรถไปยังลานจอดรถ มีรถตู้สีบรอนด์เงินจอดรออยู่ที่นั่นและรีบขนย้ายของขึ้นบนรถ จะเห็นได้ว่ามันยังมีของที่ซื้อมาตลอดรายทางจากห้างร้านต่างๆ อยู่ด้วยเช่นกัน

ชื่อของเขาคือ นรินทร์ เป็นชายหนุ่มที่น่าจะกำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา

เขาปีนขึ้นมานั่งบนรถ ปาดเหงื่อที่ซึมออกมาและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิด หน้าจอมีรูปของเขากับเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งมีเค้าโครงใบหน้าใกล้เคียงกัน

กดโทรออกและถือสายรอไม่นานก็มีคนรับสาย เป็นเสียงเล็กๆ ฟังดูน่ารักและเกรี้ยวกราดในเวลาเดียวกัน

พี่ซื้อของทางนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วนะ แต่พี่รู้สึกว่ามันยังไม่เพียงพอ มันคงช่วยพวกเราได้เพียงสองเดือนแรกเท่านั้น

สองเดือน! นั่นมันน้อยมากเลยนะคะ สิ่งที่พวกเราต้องการที่สุดในตอนนี้คือการกักตุนน้ำและอาหารให้ได้มากที่สุด

พี่รู้ดี แต่เธอต้องไม่ลืมนะว่าเวลานี้การจะซื้อสินค้ามันต้องใช้เงิน ว่าแต่ตอนนี้มีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง

มันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วล่ะค่ะพี่ ตอนนี้เริ่มจะมีการอพยพผู้คนโดยเฉพาะผู้ทรงอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับโครงการนั่น มีข่าวว่าพวกเขากำลังเดินทางไปทริปท่องเที่ยว

พวกเราก็ควรเตรียมตัวในส่วนของเรา เมื่อเวลานั้นมาถึงมีแต่ต้องพึ่งตัวเองชายหนุ่มวางสายเสร็จแล้วก็ขับรถออกจากลานจอด

บนถนนสายหนึ่งที่ทอดยาวออกสู่นอกเมือง เขาขับรถมานานกว่าสามชั่วโมงได้แล้ว เมื่อเห็นป้ายชื่อที่คุ้นเคยก็ชะลอความเร็วลงหักเลี้ยวเข้าสู่ถนนลูกรัง มันเป็นพื้นที่โล่งกว้าง มีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่และมันน่าจะเคยเป็นอู่ซ่อมรถก่อนจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่

มิ้นท์ เด็กสาวคนเดียวกันกับรูปในโทรศัพท์ แต่งกายทะมัดทะแมง เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันเครื่อง เธอน่าจะมีอายุเพียงสิบห้าปีแต่กลับทำงานจำพวกเครื่องยนต์ได้

พอจะใช้งานอะไรได้บ้างไหม ไอ้เจ้าบุโรทั่งคันนี้น่ะ

รถมินิบัสสำหรับท่องเที่ยวที่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้ทางบริษัททัวร์ตัดสินใจซื้อใหม่แทนการซ่อมแซม เขาจึงไปติดต่อเพื่อขอซื้อมาซ่อมทำเป็นรถบ้านในราคาถูกแทน แม้สภาพตอนที่ได้รับมาเยินมาก แต่สำหรับน้องสาวของเขานั้นสามารถโมดิฟายมินิบัสขึ้นมาใหม่ได้

เวลานี้ถ้าไม่นับสีสันและร่องรอยถลอกมันก็ดูเป็นรถมินิบัสที่ไม่เลวร้าย

ถึงตอนนี้มิ้นท์จะยังไม่วิวัฒนาการ แต่ก็ช่วยพี่ปรับปรุงพาหนะมาตั้งนานยังไม่เชื่อใจกันอีกเหรอคะ พี่จะลองเอามันไปขับเล่นก็ได้ แต่มันคงจะดีกว่าถ้าของนั่นถูกส่งกลับมาตรงตามพิกัดเธอเดินไปที่ตู้เย็นและหยิบเบียร์ออกมาเปิดดื่ม

ไม่ต้องห่วง มันจะต้องมาตามกำหนดแน่ พลังวิวัฒนาการของพี่ถึงจะอ่อนแอในการต่อสู้กับบุคคล แต่มันเหมาะมากสำหรับการฟื้นฟูโลกที่ล่มสลาย น่าเสียดายที่พี่วิวัฒนาการช้าเกินไป

มันไม่ใช่ความผิดของพี่ อย่าได้โทษตัวเอง นอกจากนี้เหตุการณ์นั้นยังไม่เกิด พี่มีโอกาสที่จะได้แก้ไขอดีตที่พี่มีพลังไม่เพียงพอ ทุกคนคาดหวังในตัวพี่

ฟังจากบทสนทนาดูเหมือนว่ามันจะต้องมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น ซึ่งสำหรับสองพี่น้องคู่นี้ควรจะเรียกว่ามันเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

หลังจากนี้อีกเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์โลกจะเกิดการล่มสลายของมนุษยชาติ ไวรัสประหลาดที่ตกลงมาพร้อมกับอุกกาบาตยักษ์เมื่อสามเดือนก่อนจะแพร่กระจายก่อให้เกิดซอมบี้เดินได้และสัตว์ร้ายกลายพันธุ์จำนวนมาก

แต่หายนะที่แท้จริงเกิดจากฝีมือของมนุษย์ที่เปลี่ยนไป พวกเขาได้รับพลังอำนาจพิเศษมาและใช้เพื่อปกครองผู้คน เติมเต็มความต้องการที่บิดเบี้ยวไม่ว่าจะเป็นการนำผู้หญิงมาเลี้ยงดูเหมือนสัตว์เลี้ยง การให้คนที่เป็นปรปักษ์เป็นอาหารของซอมบี้ และเข่นฆ่ากันเพื่อครอบครองเนื้อที่นับวันจะยิ่งหาได้ยากขึ้น

นรินทร์ในตอนนั้นไม่ได้มีอำนาจวิเศษเหมือนเหล่าผู้ปกครอง แต่เขากลับมีไหวพริบที่เป็นเลิศจนต่อกรกับพวกอีโวลเวอร์และพวกกลายพันธุ์ได้ เขาเป็นผู้นำกลุ่มที่คอยให้คำแนะนำในการใช้พลังอย่างถึงขีดสุด ภายใต้เขาทุกคนเริ่มสร้างสังคมและชุมชน แต่กลับถูกผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเข้ายึดพื้นที่เพื่อปกครองด้วยตนเอง มันเป็นสาเหตุที่เขาต้องสูญเสียคนที่รัก ซ้ำยังถูกทรยศจากคนที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อน

นรินทร์ดิ้นรนมาเป็นเวลาหลายสิบปี ก่อตั้งชุมชนแล้วชุมชนเล่าก็ถูกโจมตีจนต้องล่าถอย เจ็บใจกับความอ่อนแอของตนเองจนกระทั่งในที่สุดเขาก็มีโชคที่ได้วิวัฒนาการ โดยพลังของเขาคือการยกระดับสติปัญญาให้สูงเกินมนุษย์ทั่วไป ขอเพียงมีห้องแล็ปและวัสดุกับข้อมูลก็จะสร้างอะไรต่อมิอะไรขึ้นมาก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกรองน้ำ ปรับแต่งพันธุกรรมพืช การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เขาสามารถฟื้นฟูโลกให้ดีขึ้นได้

ทว่าข่าวเกี่ยวกับความสามารถของเขากลับเล็ดรอดออกไปถึงหูของผู้มีอำนาจ พวกเขาต่างก็ต้องการตัวของนรินทร์เพื่อความได้เปรียบ น่าเสียดายที่นรินทร์หลังได้รับสติปัญญาทำให้ฉลาดขึ้น เขาได้สร้างอุปกรณ์ชนิดหนึ่งขึ้นมาและวางแผนเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงอดีต

ในกลุ่มของนรินทร์มีอีโวลเวอร์คนหนึ่งที่สามารถย้ายสิ่งของได้ เพียงแต่มันยังมีความลับที่พิเศษอีกหนึ่งอย่างและยากจะควบคุมได้ เพราะสิ่งที่ถูกย้ายสามารถไปโผล่ในอดีตหรืออนาคตก็ได้ขึ้นอยู่กับการคำนวณพิกัดที่คนธรรมดายากจะทำได้ ส่วนใหญ่จึงทำได้เพียง 5 วินาทีของอดีตหรืออนาคตเท่านั้น และการส่งไปในอดีตจะไม่มีทางรับรู้ผลลัพธ์แต่บางครั้งก็จะมีสถานการณ์ประหลาดที่ทำให้พวกเขารอดมาได้เสมอ นรินทร์ขบคิดอยู่นานจนเข้าใจรูปแบบพลังเปลี่ยนแปลงอดีตของเขาคนนั้น

นรินทร์จึงได้ร่วมมือกับคนคนนั้นเพื่อเปลี่ยนแปลงอดีต เขาได้สร้างอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกขึ้นมาและให้ส่งมันกลับไปยังอดีต ตามมาด้วยการส่งถ่ายโอนความทรงจำทั้งหมดของตนกับน้องสาวให้ย้อนกลับไปก่อนวันโลกาวินาศเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับมัน

แม้ว่าจะย้ายเพียงความทรงจำก็ตาม สุดท้ายมันก็เหมือนเขาย้อนกลับมายืนอยู่บนทางแยกของโชคชะตาอีกครั้งเพื่อทำให้เส้นทางนั้นไม่เกิดขึ้นมาอีก หรือพูดอีกอย่างก็คือมันสามารถเปลี่ยนแปลงไทม์ไลน์ได้เพียงแต่ไม่อาจมีผลกระทบกับปัจจุบัน

ว่าแต่เราเถอะ อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ไม่ใช่เรอะ

บ่นเป็นคนแก่ไปได้นะคะพี่ ยิ่งไปกว่านั้นเบียร์พวกนี้นับเป็นของหายากที่แลกกระสุนปืนได้ตั้งร้อยนัดมิ้นท์ไม่สนใจภาพลักษณ์ที่ดูน่ารักอีกต่อไป ปล่อยเสียงเรอออกมาดังมากมิ้นท์ขอไปเตรียมพร้อมส่วนของตัวเองก่อน พี่ควรจะซื้อเครื่องดื่มมาให้มากกว่านี้ด้วย แล้วก็ผ้าอนามัยเยอะๆ พี่ไม่รู้หรอกว่าช่วงเวลาแบบนั้นมันเลวร้ายแค่ไหน

 

เริ่มนับถอยหลังเข้าสู่วันโลกาวินาศ นรินทร์ในช่วงเวลานั้นจำได้ดีเลยว่าตนเองกำลังทำงานอยู่ที่ร้านมินิมาร์ท ส่วนมิ้นท์ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้ากับผองเพื่อน เมื่อวันโลกาวินาศมาถึงมิ้นท์จำต้องซ่อนตัวอยู่เป็นเวลากว่าครึ่งเดือน นรินทร์เองก็อาศัยไหวพริบจากการดูภาพยนตร์เอาตัวรอดจนได้พบกันในอีกหนึ่งเดือนต่อมา

คราวนี้เหตุการณ์เหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นเพราะทั้งสองมาจากโลกหลังโลกาวินาศ อายุของพวกเขาไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบปีเนื่องจากการวิวัฒนาการทำให้อายุขัยมนุษย์เพิ่มขึ้น สาเหตุที่นรินทร์ต้องให้มิ้นท์กลับมาด้วยก็เพราะต้องการให้มีประสบการณ์คอยช่วย บวกกับช่วงแรกๆ ที่เธอได้รับการวิวัฒนาการ พลังในการสร้างโมเดลจากวัสดุรอบกายค่อนข้างมีประโยชน์ไม่น้อยและมันยังใช้งานได้จริง มันเป็นพลังแปลกหายากและเป็นที่ต้องการจากใครหลายๆ คน เพียงแค่มีเธอก็จะสามารถสร้างโมเดลปืนหรืออาวุธมาใช้ต่อสู้ได้ ซ้ำยังสร้างชิ้นส่วนอะไหล่ได้จากขยะรอบตัว

นรินทร์ต้องออกไปเตรียมซื้อของโดยพยายามใช้เงินที่เหลืออยู่ให้หมดโดยไม่คิดหวงแหน หลังจากนี้เงินตราจะไม่มีคุณค่าอีกต่อไป ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นถูกขนขึ้นมาเก็บเอาไว้บนมินิบัส หลังจากนี้ก็คงจะต้องอาศัยอยู่บนนี้ไปตลอดหนึ่งเดือนเต็มเพื่อรอการเกิดของพวกสัตว์กลายพันธุ์ ในช่วงแรกนั้นคอร์ของมันจะไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร และยังไม่มีใครรู้ว่าเนื้อพวกนั้นกินได้

นี่เป็นแผนที่โกดังเก็บสินค้าที่จะส่งขาย มิ้นท์จำได้ว่ามันจะถูกยึดครองหลังจากเหตุการณ์นี้หนึ่งเดือน อีกฝ่ายเป็นอีโวลเวอร์มีพละกำลังมาก หมอนั่นยึดอาณาเขตไว้เป็นของตัวเองแถมยังมีนิสัยวิปริตที่ชอบเอาเด็กผู้หญิงมาทำเป็นสัตว์เลี้ยง และให้อาศัยอยู่ในกรงสุนัขมิ้นท์ที่นอนยืดขากินบิสกิตอยู่บนเตียงโยนแผนที่มาให้

แน่นอน ทำไมพี่จะจำคนชั่วร้ายที่พี่เป็นคนลงมือฆ่าด้วยตัวเองไม่ได้ล่ะ ยังไงโกดังสินค้านั่นก็เป็นเป้าหมายสำคัญในการกักตุนเสบียงของพวกเรา ช่วงที่ยังไม่ต้องพึ่งพาเนื้อกลายพันธุ์มันจะดีกว่าถ้าเรากักตุนอาหารไว้ให้มากที่สุด

เมื่อตอนเกิดโลกาวินาศนรินทร์เป็นคนใจอ่อนที่ยอมสละอาหารให้คนที่ทำตัวดูน่าสงสาร กลับกลายเป็นว่าเขาทำให้คนที่ติดตามมาด้วยนั้นผิดหวัง แต่มันจะไม่มีเหตุการณ์นั้นอีกแล้ว

เสียงนาฬิกาแจ้งเตือนบางอย่างดังขึ้น นรินทร์รีบปิดมันและเดินลงจากรถมินิบัสพร้อมกับมิ้นท์ ทั้งสองพยายามส่องสายตามองไปรอบๆ หาดูบางสิ่งที่ผิดแปลกไปจากเดิม

แน่ใจนะว่าอีกฝ่ายไม่ได้จงใจส่งไปลงผิดที่

พี่ตอบไม่ได้เต็มปากนักหรอกนรินทร์ลังเลเล็กน้อย หากอีกฝ่ายจงใจส่งผิดพื้นที่เพื่อตนเองเขาก็ไม่มีเหตุผลจะต้องทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ แต่จากที่ร่วมมือกันมานานพบว่าคนคนนั้นเชื่อใจได้

มองหาอยู่นานจนมิ้นท์สังเกตเห็นบางอย่างบนหลังคาก็หัวเราะ

ส่งได้แม่นยำมากเลยนะพี่ชาย เล่นส่งลงบนหลังคาแบบนี้น่ะ

นรินทร์รู้สึกอับอายเล็กน้อย นึกขึ้นได้ว่าตนเองตอนให้พิกัดไปเป็นตำแหน่งของหน้าบ้าน แต่คาดไม่ถึงว่ามันจะผิดพลาดที่ระบบทำให้ตำแหน่งผิดเพี้ยนไปจากเดิมกลายเป็นบนหลังคาแทน

ปีนขึ้นไปเก็บลงมา มันคือกล่องเก็บของที่จะถูกพัฒนาขึ้นในอนาคตเพื่อใช้เก็บเนื้อกลายพันธุ์เอาไว้ได้นานหลายเดือน สิ่งที่อยู่ภายในกลับเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะมีบทบาทในอนาคตข้างหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นคริสตัลวิวัฒนาการที่จะถูกคิดค้นหลังจากนี้อีกสิบปี และนรินทร์สามารถที่จะสร้างมันขึ้นมาจากได้จากคอร์กลายพันธุ์ โน้ตบุ๊กที่บันทึกข้อมูลของสัตว์กลายพันธุ์กับประเภทของซอมบี้ อาวุธจากอนาคตและอุปกรณ์ป้องกัน

แต่สิ่งที่เขาให้ความสนใจมากที่สุดคือสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ตัวต้นแบบสำหรับพาหนะเคลื่อนที่ที่นรินทร์เป็นผู้คิดค้นขึ้นมาจากการรวบรวมวัสดุกลายพันธุ์ในอนาคตสร้างขึ้น เพียงแค่ติดตั้งมันลงบนรถเป้าหมายก็จะสามารถใช้การดัดแปลงที่พัฒนาได้เหมือนสัตว์กลายพันธุ์

กว่าผู้คนจะค้นพบทรัพยากรพวกนั้นก็อีกสามสิบปี พวกเราได้เปรียบพวกเขาหลายก้าวมาก เป็นแบบนี้ก็น่าจะสร้างสถานที่เตรียมการรับมือกับหายนะในเฟสที่สิบได้มิ้นท์รื้อค้นดูอุปกรณ์ที่นำมาด้วย เป็นอาวุธที่เธอสร้างมันขึ้นมาเพื่อให้สนับสนุนตนเองในช่วงแรกของการวิวัฒนาการนี่ปืนของพี่ มิ้นท์คิดว่าพี่อาจจำเป็นต้องใช้

หายนะวันสิ้นโลกไม่ใช่อะไรที่จะรับมือกันได้ง่ายๆ พวกเขาต้องรอหลังจากผ่านเฟสแรกคลื่นซอมบี้ไปให้ได้ก่อน คงกินเวลากว่าสามเดือนเมื่อถึงตอนนั้นโลกจะเข้าสู่ยุค มิคสัญญี อย่างแท้จริงเพราะความขาดแคลน

นรินทร์รีบนำอุปกรณ์ที่ได้ไปติดตั้งที่รถ โดยให้มันแสกนรถเป้าหมายที่จะใช้เป็นโฮสต์จากนั้นตัวอุปกรณ์จะเริ่มดำเนินการด้วยตัวเอง มันจะไม่ใช่มินิบัสธรรมดาแต่เป็นมินิบัสกลายพันธุ์ที่แทรกการผสมผสานเทคโนโลยีจากอนาคตเอาไว้

มันต้องใช้เวลายี่สิบสี่ชั่วโมงในการปรับแต่งตัวมันเอง ต้องขอบคุณการโมดิฟายของมิ้นท์ทำให้มันจดจำรูปลักษณ์ที่ดีที่สุดเอาไว้ได้

ยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อมารถมินิบัสกลายพันธุ์ก็ถูกติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ภายในมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากโดยเฉพาะห้องเก็บของสำหรับเก็บวัตถุดิบที่ใหญ่ขึ้นเหมือนมีการขยายตัวของมิติ ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำโดยมันสามารถที่จะดูดและกรองน้ำจากอากาศมาใช้ประโยชน์ได้

ยังมีระบบอำนวยความสะดวกทุกอย่างติดตั้งเอาไว้ นรินทร์อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ เพราะยังไงมันก็เป็นของที่ตัวเขาในอนาคตสร้างมันขึ้นมา โดยเฉพาะตัวผลิตไฟฟ้าที่ทำงานได้ด้วยตัวมันเองเพียงแค่เติมน้ำ รวมไปถึงอำนาจในการฟื้นตัวจากเซลล์กลายพันธุ์ ต่อให้ได้รับความเสียหายก็จะซ่อมแซมตัวเองได้

ปัญหาคือเรื่องถังเก็บน้ำมัน แค่ถังเดียวที่มีอยู่ตอนนี้ไม่พอหรอกมิ้นท์ตรวจปริมาณน้ำมันในถังที่เปลี่ยนแปลงไปจากการขยายตัวของพื้นที่ในถังที่ราวกับว่ามันแทบจะไร้ขีดจำกัด

ที่อยากจะบอกก็คือมันจะต้องมีอีกหนึ่งถังสำหรับดีเซลเพราะรูปแบบที่จำได้นั้นต้องใช้น้ำมันประเภทนี้ด้วย

ไม่ต้องห่วง ถ้าเธอจำได้น้ำมันจะกลายเป็นของหายากมากหลังจากที่มันถูกใช้เป็นว่าเล่น พี่เลยดัดแปลงตัวต้นแบบเล็กน้อยให้สามารถใช้พลังงานรูปแบบใหม่ที่จะผลิตในอนาคตขึ้นมาแทนเป็นพลังงานใหม่ที่มันสามารถผลิตได้ด้วยตัวเองแต่เพื่อการนั้นแล้วจำเป็นจะต้องพัฒนาตัวรถให้เปิดระบบต่างๆ ที่ใส่เอาไว้ล่วงหน้า แล้วก็โน้ตบุ๊กตัวนั้นมีบันทึกข้อมูลของพวกสัตว์กลายพันธุ์กับซอมบี้กลายพันธุ์อยู่ แผนที่ที่เชื่อถือได้ก็ด้วย

นอกจากนี้ ระบบสนับสนุนรายงานตัวนรินทร์สั่งการบางอย่าง ทันใดนั้นรถมินิบัสก็มีการทำงานด้วยตัวเอง

ท่านผู้สร้าง สวัสดี

เป็นเสียงสังเคราะห์ที่ดังขึ้นภายในรถ มันเป็นระบบสนับสนุนที่ควรจะเรียกว่าเป็นระบบป้องกันอย่างหนึ่งก็ว่าได้ มันถูกสร้างโดยการผสมผสานเทคโนโลยี AI และคอร์ของซอมบี้กลายพันธุ์ที่มีอำนาจทางจิต เขาออกแบบมันให้เชื่อฟังตนเอง ซ้ำยังทำให้มันสามารถเคลื่อนที่เองได้ด้วย

รับคำสั่งจดจำรูปแบบเสียงและอำนาจทางจิตของบุคคลที่อยู่ตรงนี้ในชื่อมิ้นท์เธอมีอำนาจในการตัดสินใจรองจากฉัน นอกเหนือจากฉันและเธอไม่อนุญาตให้มีสิทธิ์ควบคุม จากนี้การสื่อสารต้องใช้การส่งผ่านรูปแบบคลื่นจิตนรินทร์ไม่ประมาทที่จะให้ใครมามีสิทธิ์ในการครอบครองรถมินิบัสกลายพันธุ์โดยเด็ดขาด

ฟังมาถึงตรงนี้มิ้นท์ก็อดชื่นชมพี่ชายของเธอไม่ได้

พลังของพี่นี่ยอดไปเลยนะคะ ถึงขนาดคิดเผื่อสถานการณ์เลวร้ายนี่ด้วย ที่เหลือก็แค่ให้มิ้นท์วิวัฒนาการระดับที่สอง จะได้จัดเรียงโครงสร้างวัสดุได้จะได้สร้างสุดยอดรถโครงการแวนการ์ดที่พี่คิดเอาไว้ขึ้นมา

ด้วยการร่วมมือกันของสองพี่น้องก็แทบจะไร้เทียมทาน มิ้นท์มักจะตกเป็นเป้าหมายของการจับกุมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะพลังในการจัดเรียงโครงสร้างวัสดุพวกนั้นเธอสามารถทำให้มันคงทนแข็งแรงได้อย่างน่ากลัว และยังทำให้เปราะบางได้ทำให้ไม่มีฐานบัญชาการใดๆ ป้องกันเรื่องนี้ได้เลย

เพียงเท่านี้การเตรียมพร้อมทุกอย่างก็เรียบร้อย

นรินทร์และมิ้นท์ย้ายของที่จำเป็นทั้งหมดไปไว้ที่มินิบัสกลายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือยารักษาโรคที่หลังจากนี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

ระบบสนับสนุนได้รับชื่อเรียกใหม่เป็นซิดที่มาจากคำว่าซิสเตมมันต้องเริ่มอัพเดตระบบของตนเองให้เป็นปัจจุบัน จากกำหนดการนับถอยหลังเหลือเวลาอีกเพียงแค่สองวันเท่านั้น

ซึ่งจนถึงเวลานี้ผู้คนภายนอกก็ยังคงใช้ชีวิตปกติของตนเองต่อไปราวกับว่ามันเป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่ง

 

และแล้ววันแห่งหายนะก็มาถึง

โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าวันที่แสนสงบสุขจะต้องหายไปตลอดกาล

ผู้คนจำนวนมากที่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ต่ำล้วนกลายเป็นซอมบี้ ประชาชนกว่าสี่ิสิบล้านคนภายในประเทศเดียวแปรเปลี่ยนเป็นซอมบี้ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน เริ่มจากเด็กทารกที่กลายเป็นซอมบี้ แพร่เชื้อต่อแพทย์และแพร่กระจายไปเป็นวงกว้าง ผู้คนจำนวนมากต่างพากันวิ่งหนีตายอลหม่าน บางคนที่รอคอยให้วันสิ้นโลกนี้มาถึงก็เตรียมพร้อมตนเองนำอาวุธออกมาไล่ฆ่าซอมบี้เหล่านั้นหวังจะเป็นผู้กอบกู้มนุษย์ชาติ

กลุ่มคนที่ปลอดภัยคือบรรดาผู้มีอิทธิพลทั้งหลายที่มีส่วนร่วมในการสร้างเกาะเชลเตอร์หลบภัยจากไวรัสซอมบี้ พวกเขาได้รับการฉีดยาเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันทำให้ไม่มีใครเปลี่ยนเป็นซอมบี้ ยกเว้นว่าจะถูกแพร่เชื้อโดยพวกซอมบี้ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อได้

ผลกระทบจากหายนะของคลื่นซอมบี้ที่เกิดขึ้นจากทั่วทุกมุมโลกส่งผลให้กระแสไฟฟ้าหลายแห่งถูกตัด ระบบจ่ายน้ำล่มและแหล่งน้ำจากธรรมชาติไม่อาจดื่มได้อีกต่อไป เพียงแค่สองวันที่พวกซอมบี้วิ่งพล่านก็เสียประชาชนที่เตรียมตัวไม่ทันไปเกือบครึ่งโลก

และเพื่อที่จะปกป้องรักษาประชากรมนุษย์จึงได้มีการจัดตั้งค่ายอพยพให้ทุกคนไปอาศัยอยู่เป็นการชั่วคราวและเริ่มขนย้ายผู้อพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เพื่อรับมือกับภัยพิบัตินี้

ถัดมาจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่สถานการณ์เริ่มเบาลง ผู้คนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือต่างก็เริ่มหิวโหยและออกกักตุนอาหารและน้ำ สถานที่ที่มีคนไปกันมากที่สุดคือร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้า บางคนก็บุกสถานีตำรวจไม่ก็ค่ายทหารเพื่อเสาะอาวุธ มันกลายเป็นการแข่งขันเพื่อความอยู่รอด

ขณะที่ผู้คนเริ่มเข่นฆ่าแย่งชิงทรัพยากร ในโรงจอดรถที่ปิดบานประตูเหล็กเอาไว้ ชายหนุ่มและเด็กสาวคู่หนึ่งกำลังก้าวลงจากรถมินิบัสอย่างเงียบเชียบ ทั้งคู่เคยมีประสบการณ์พวกมันมาอย่างยาวนานจึงไม่มีอะไรผิดพลาด

เพราะอาศัยอยู่นอกเมืองเหตุการณ์คลื่นซอมบี้จึงไม่ค่อยรุนแรงเท่าที่คิด เราสามารถออกเดินทางกันได้ในตอนนี้มิ้นท์สะพายซองดาบไว้กลางหลัง มันดูเหมือนว่าเธอจะไปเที่ยวงานแฟนซี

เราจำเป็นต้องกักตุนเสบียงจำพวก น้ำ อาหาร ยารักษาโรคกับเครื่องนุ่งห่ม

ถ้าเป็นสถานการณ์เอาตัวรอดปกติสิ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคืออาวุธ รองมาคืออาหารและน้ำ จากนั้นจึงค่อยเป็นยารักษาโรค แต่พวกนรินทร์ทราบดีว่าหลังจากนี้อากาศทั่วโลกจะมีความเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับฤดูหนาวที่แสนโหดร้าย

พี่ ข้างหน้านั่นมีวอล์คเกอร์สามตัว คงหลุดมาตามถนนแน่

นรินทร์โปรยใบหญ้าเพื่อดูทิศทางลม เห็นว่ายังอยู่ใต้ลมจึงโล่งใจ วอล์คเกอร์เป็นซอมบี้ช่วงแรกๆ ที่ไม่ได้น่ากลัวมากนัก มันมีประสาทรับกลิ่นและเสียงที่ดีทำให้มันหาเหยื่อเจอได้ง่ายมาก

เธอไปเตรียมตัว พี่จะล่อมันมา

สำหรับทั้งสองแล้ววอล์คเกอร์สามตัวไม่นับเป็นปัญหาอะไร แต่เวลานี้ทั้งสองคนยังไม่ได้วิวัฒนาการจึงเป็นเพียงคนธรรมดา แต่พวกเขามีอาวุธที่ใช้รับมือกับสัตว์กลายพันธุ์

เพียงใช้เสียงก็ล่อพวกมันให้เข้ามาอยู่ในวงล้อม มิ้นท์ดึงดาบที่สะพายอยู่และเหวี่ยงตัดคอมันไปสองตัว ส่วนนรินทร์แทงมีดปักลงบนหัว พวกเขาฆ่ามันโดยไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่นิดเดียว

กว่ามนุษย์จะเริ่มวิวัฒนาการก็ต้องรออีกสามสัปดาห์ น่าสงสารพวกที่หลบไปอยู่บนเกาะเซลเตอร์นั้น ถึงจะไม่มีความเสี่ยงจากการกลายเป็นซอมบี้แต่โอกาสวิวัฒนาการก็ต้องเป็นหลังจากนั้นอีกเกือบสิบห้าปี

ได้อย่างก็เสียอย่าง ตอนนี้น่ากลัวว่าบนถนนจะมีแต่พวกวอล์คเกอร์เพ่นพ่านกันอยู่ พวกทหารเองก็อยู่ในระหว่างช่วยผู้อพยพยังไม่ว่างพอจะสำรวจทรัพยากร เหมือนที่เธอบอกเราควรออกเดินทางตั้งแต่ตอนนี้

พวกวอร์คเกอร์ในเฟสหนึ่งนั้นค่อนข้างเร็วและน่ากลัวมาก ถึงจะไม่มีผลต่อรถมินิบัสกลายพันธุ์สิ่งที่น่ารำคาญก็คงเป็นสภาพของถนนที่เกิดอุบัติเหตุมากกว่า และในอีกไม่กี่สัปดาห์ที่ผู้คนเริ่มปรับตัวได้จะมีเครื่องกีดขวางอีกเพียบ

ขึ้นมาบนรถมินิบัสกลายพันธุ์ที่พวกเขาพี่น้องอาศัยอยู่มาหลายวัน ประตูรถถูกปิดและล็อกจากภายใน มิ้นท์หยิบผ้าออกมาเช็ดทำความสะอาดใบดาบและกดเล่นภาพยนตร์ที่ดูค้างเอาไว้ต่อ นรินทร์คว้าแผนที่ขึ้นมาดูไตร่ตรองความสำคัญและตัดสินใจได้ในที่สุด

พวกเราควรไปรวบรวมอาวุธก่อนที่พวกทหารจะได้มันไป

มิ้นท์ตามพี่เสมอค่ะ

ตัดสินใจได้แล้วก็สั่งให้ซิดเดินเครื่องยนต์ แผงหน้าจอของมันแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบดิจิตอลและมีภาพแสดงสีของความเสียหายรูปรถมินิบัสให้เห็น นรินทร์ยังไม่เคยใช้งานซิดมาก่อนเพราะมันเป็นต้นแบบจึงยังไม่รู้ขีดจำกัดของมัน

จากนั้นรถมินิบัสกลายพันธุ์ก็เริ่มเคลื่อนไหว โดยมีนรินทร์เป็นผู้ควบคุม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 315 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #102 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 06:10
    ตัวเอกมาคู่เลยนะไรท์ หายากจริงๆนะนิยายที่มีตัวเอกคู่เพราะปัญหาจะเกลี่ยบทยังไงให้เด่นเท่ากัน ถึงจะไม่ได้เทพแบบฉายเดี่ยวเหมือนเซรอสก็น่าติดตาม
    #102
    0
  2. #94 Jamaneer (@Jamaneer) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 13:32
    น่าสนุกติมตามค่ะ
    #94
    0
  3. #84 abeja2 (@abeja) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 00:16

    ขอบคุณครับ

    #84
    0
  4. #68 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 20:15

    แบบนี้ที่ต้องการอ่านไปอินไป

    #68
    0
  5. #54 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 06:18

    สนุกน่าติดตามมากกกกกก

    #54
    0
  6. #23 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 12:02
    บรรยากาศของภาพยนตร์ ออกมาทางตัวหนังสือเลย ย้อมแก้อดีตเรานึกถึงคนเหล็กอันดับแรกเลย
    #23
    0
  7. #11 BomRilla (@BomRilla) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 20:59
    My MCV ซินะขอดราม่าน้อยๆนะครับ
    #11
    0
  8. #9 chayen1243 (@ayanokira) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 21:50
    ให้อารมณ์เหมือนเกมซอมบี้vsพืช 555 คิดถึงมินิบัสขึ้นมาได้
    #9
    0
  9. #7 KuRo_NeKo (@u4814079) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:29
    ตามมาอ่าน โครงเรื่องน่าสนใจดีค่ะ
    #7
    0
  10. #6 LuminousBlue (@Vertrateness) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 09:05

    สนุกมากครับ จะติดตามซีรี่ย์ใหม่และตอนต่อๆไปครับ

    #6
    0