ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,262,425 Views

  • 13,685 Comments

  • 22,814 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22,903

    Overall
    2,262,425

ตอนที่ 96 : SS2 Episode Thirty-Six : เบาะแสเมืองทางตะวันตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 845 ครั้ง
    28 ม.ค. 61

SS2 Episode Thirty-Six

 



         สนามฝึกซ้อมยิงเป้าเคลื่อนที่ หุ่นจำลองจำนวนยี่สิบตัวโผล่ขึ้นมาจากพื้น มันดูคลายหุ่นรูปร่างมนุษย์ที่ทาทับเอาไว้ด้วยเป้าระบุคะแนนตามจุดต่างๆ ไม่เพียงแต่จะเคลื่อนที่ได้เท่านั้นมันยังจู่โจมได้อีกด้วย โดยการเคลื่อนที่นั้นจะดูเป็นอิสระและคาดเดาได้ยาก หากสังเกตให้ดีจะพบว่าทิศทางการเคลื่อนที่จะอยู่บนร่องรางที่ถูกทำเอาไว้บนพื้น ซึ่งรางเหล่านี้ประกอบด้วยรูปทรงต่างๆ ทำให้การเคลื่อนไหวมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามระบบอัลกอริทึมที่ถูกเขียนลงไป ไม่ใช่แค่พุ่งเป็นเส้นตรงแต่ยังวิ่งทางโค้ง ฉากหลบไม่ให้ถูกโจมตีได้อีกด้วย

         ยี่สิบตัวถือเป็นระดับปกติ มีเป้าหมายที่ไม่ควรยิงรวมอยู่ในจำนวนเหล่านั้น ผู้ฝึกซ้อมจะต้องมีสมาธิและสายตาที่แม่นยำในการเคลียร์บททดสอบเหล่านี้ให้ได้ แน่นอนว่ามันจะต้องมีการลงโทษหากโจมตีเป้าหมายต้องห้าม แต่ด้วยสกอร์บอกระบุผลคะแนนจากแรงกระแทกที่ได้รับจะเป็นตัวบอกผลลัพธ์จากการฝึกทั้งหมด

         ชื่อแรกที่ปรากฏอยู่ในอันดับหนึ่งบนสกอร์บอร์ดคือ เซรอส และถูกเคลียร์เสร็จภายในเวลาเพียงแค่สิบสองวินาทีนับตั้งแต่เริ่ม

         ฟรานถือคทาและตั้งท่าเตรียมพร้อม เมื่อสัญญาณเริ่มการทดสอบดังขึ้นหุ่นจำลองทั้งหมดก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว พวกมันวิ่งวนไปมาดูลายตา ในจำนวนพวกนั้นมีหุ่นที่ต้องไม่ยิงรวมอยู่ด้วย ฟรานส่งศรเพลิงออกไปโจมตีกลับถูกหลบได้อย่างเฉียดฉิว และเพราะให้ความสนใจกับเป้าหมายเดียวเท่านั้นหุ่นจำลองที่เข้ามาจากทางด้านหลังก็ตวัดท่อนไม้นวมตัดขาจนล้ม ฟรานพยายามจะลุกขึ้นแต่หุ่นจำลองอีกตัวก็เข้ามาตบซ้ำจนล้มกลิ้งออกไปด้านนอกสนามทดสอบ

         เมื่อพบว่าผู้ทดสอบออกจากสนามไปแล้วการเคลื่อนไหวทั้งหมดก็หยุดลง ฟรานเงยหน้ามองตัวเลขจับเวลาพบว่าเธอยืนอยู่ได้เพียงแค่เจ็ดวินาทีเท่านั้น เป้าเคลื่อนที่นี้มีความยากที่เหนือกว่าที่โรงเรียนจัดให้ฝึกซ้อมเสียอีก

         “ไหวหรือเปล่า” เสียงของเซรอสดังแทรกขึ้น

         เซรอสอยู่บนหอคอยสำหรับรับชมการฝึกของผู้เข้าทดสอบ มีกระจกหนากั้นเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย โดยในห้องนี้สามารถควบคุมระบบการฝึกทั้งหมดได้อย่างอิสระ หลังจากที่ให้ทั้งสองคนลงทะเบียนเข้าระบบเพื่อบันทึกเก็บรายละเอียดเชิงลึกไปถึงประวัติข้อมูล DNA และจึงอนุญาตให้ใช้งานได้อย่างอิสระ

         “นี่เป็นแค่ระดับหนึ่งเท่านั้นเองนะ”

         ฟรานยกคิ้วและทำหน้าตาไร้อารมณ์ วางคทาลงและเดินไปหยิบเครื่องดื่มเกลือแร่มาดื่มพลางส่งสายตามองไปยังตัวอักษรสีแดงที่เขียนว่า ‘Fail’ เรียงกันมาเป็นสิบครั้งติดต่อกัน หลักฐานสำคัญที่บอกว่าฟรานยังไม่ผ่านแม้แต่ระดับแรก

         “ยากเกินไป” เด็กหญิงตอบ

         ระบบอัลกอริทึมนิสัยเสียที่เคลื่อนไหวราวกับอ่านความคิดได้นั้นแท้จริงแล้วกลไกมันอยู่ที่การเคลื่อนไหวผ่านพื้นที่รับน้ำหนักได้ดีมาก โดยระบบประมวลผลนี้จะคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดและปรับแก้ไขกลยุทธ์ใหม่ด้วยตัวเอง เซรอสไม่ได้บอกความจริงเรื่องนี้เพื่อให้เรียนรู้วิธีรับมือกับมัน

         “ในสถานการณ์จริงเราไม่มีทางรู้ได้ว่าศัตรูมีทิศทางโจมตีอย่างไร ใช่ไหม?”

         ฟรานเถียงไม่ออก ระดับการฝึกของเซรอสนั้นยากเกินไปจริงๆ ขณะที่กำลังตำหนิความอ่อนแอของตนเองประตูอีกบานที่อยู่ห้องข้างๆ ก็เปิดออก ซาริเดินออกมาในสภาพที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยวงกลมสีนับไม่ถ้วน คล้ายกับเด็กเล่นซนมาก็ไม่ปาน กระต่ายขาวเดินออกมาในสภาพปวกเปียกและล้มลงนอนพลางเหนื่อยหอบ

         “ยากสุดๆ เลยเจ้าค่ะ ลูกบอลสีพวกนั้นกระเด้งกระดอนจนตาลายไปหมดเลยเจ้าค่ะ”

         อีกห้องที่ซาริเข้าไปเล่นเป็นห้องฝึกหลบหลีก ลูกบอลที่ถูกยิงออกมาถูกปรับเปลี่ยนให้มีความแรงต่ำโดนยิงก็แค่รู้สึกเหมือนถูกตบด้วยหมอนเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงมันจะต้องเป็นลูกปืนยางที่รุนแรงมากโดนเข้าไปอาจเจ็บหนักได้

         จากสภาพแสดงให้เห็นว่าซาริเองก็ไม่ผ่านเช่นกัน

         ต้องบอกว่ามันเป็นห้องฝึกซ้อมที่เหนือกว่าสนามฝึกของโรงเรียนหลายเท่า เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้สามารถฝึกฝนได้มากเท่าที่จะต้องการ และถึงจะรู้ว่ามันอยู่ใต้ดินที่ลึกลงมาราวหนึ่งร้อยเมตรก็ยังมีอากาศที่ถ่ายเทได้สะดวกจนไม่น่าเชื่อ

         ฟรานยังไม่รู้ว่าใต้ดินแห่งนี้มีโรงงานผลิตพลังงานอยู่ด้วย เป็นเซรอสที่คอยปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ของเก่าถูกนำไปทำลายและทดแทนด้วยของใหม่ที่มีประสิทธิภาพดียิ่งกว่า ความเร็วในการสร้างพื้นที่ใต้ดินถือได้ว่าเร็วมากโดยเฉพาะตอนนี้เขามีทรัพยากรมากมายเพียงพอในการสร้างหลายสิ่งหลายอย่าง หากมีคนมาวิธีการใช้ทรัพยากรของเซรอสพวกเขาอาจจะกลั้นใจตายไปเลยก็ได้ เพราะมูลค่าของมันต่อให้รวบรวมเงินทั้งหมดทั้งอาณาจักรมาซื้อทรัพยากรที่เซรอสใช้ก็คงได้เพียงแค่สามในสี่ของมูลค่าทั้งหมด

         โดยเฉพาะอย่างยิ่งเตาปฏิกรณ์ตัวใหญ่ที่ให้พลังงานสำหรับหนึ่งองค์กร มันสามารถแบ่ง 1% ให้เมืองเมืองหนึ่งได้ใช้ไปตลอดชีวิต ซึ่งด้วยวิทยาการของสุดยอดองค์กรทำให้มันมีความเสี่ยงต่ำจนอาจพูดได้เต็มปากว่าไม่มีความเสี่ยงเหลืออยู่เลย

         ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่องค์กรพยายามสร้างมาตลอดหลายร้อยปีกลายเป็นว่าเซรอสสร้างพวกมันขึ้นมาได้ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน ยิ่งได้เปรียบในเรื่องของเวทมนตร์และพละกำลังที่ทำงานติดต่อกันได้เป็นอาทิตย์ ความเร็วในการทำงานก็เพิ่มขึ้นมากไปอีก

         “ลองอีกรอบ” ฟรานยังไม่ยอมแพ้ หลังหายเหนื่อยแล้วก็บอกกับเซรอสที่อยู่ในห้องควบคุม

         เซรอสเพียงแค่กดปุ่มอนุญาตให้เริ่มทำงานได้ ก่อนจะขอตัวไปจัดการธุระข้างบนต่อให้เรียบร้อย

         เช่นเดียวกับซาริที่จะไปเที่ยวเล่นขว้างหิมะกับพวกเด็กๆ ในหมู่บ้าน

         ฟรานหยิบคทา เดินไปที่ศูนย์กลางเพื่อรอรับการทดสอบ มีเสียงบางอย่างดังขึ้นจากด้านล่าง มันคือการสุ่มเลือกตำแหน่งของเป้าที่ต้องยิงและเป้าที่ห้ามยิง จนกระทั่งหุ่นจำลองโผล่ขึ้นมาและได้รับสัญญาณเริ่มการทดสอบฟรานก็ขยับตัวในทันที

         พอทำท่าจะร่ายเวทมนตร์ก็ถูกขัดจังหวะจากหุ่นจำลองที่ลอบเข้ามาด้านหลังทำให้ต้องก้มหลบการโจมตีนั้น เงยหน้าขึ้นและยิงเวทมนตร์ออกไป ศรไฟปะทะเข้ากับหุ่นจำลองแบบเฉียดแต่ใบหน้าของฟรานเปลี่ยนไปเล็กน้อย เป้าหมายที่โดนไปนั้นเป็นเพียงเป้าหลอกที่หากยิงโดนคะแนนจะถูกหักตามตำแหน่งความเสียหาย ฟรานมองว่าการฝึกของเซรอสยากกว่าปกติเป็นสิบเท่า

ด้วยระบบอัลกอริทึมที่แทรกแซงความคิดหลอกให้เชื่อว่าทิศทางการเคลื่อนที่นั้นตายตัว เพียงแค่ขยับหรือหยุดเกินแม้เพียงหลักทศนิยมหน่วยวินาที มันก็สามารถเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนที่ได้

         ต้องมีความเร็วในการร่ายเวทมนตร์มากกว่านี้

         ฟรานถึงจะร่ายเวทมนตร์ได้เร็วที่สุดในหมู่เพื่อนนักเรียน และยังยิงการโจมตีออกไปได้รุนแรงมาก แต่เทียบกับพวกจอมเวทตัวจริงที่แค่ตวัดนิ้วก็สร้างการโจมตีได้ในทันทียังถือว่าเป็นเด็กที่พึ่งหัดเดิน ถึงจะกลายเป็นลูกศิษย์ของรองผู้อำนวยการแต่การฝึกนั้นก็ยังให้ความสำคัญกับการใช้เวทไร้ร่ายเป็นหลัก

         ผ่านไปนานสี่สิบสองวินาที ฟรานสามารถยืดสถิติการอยู่รอดได้นานขึ้นอีกเจ็ดวินาที ฟรานพบกับจุดอ่อนของตนเองแล้วนั่นคือการที่ไม่มีทักษะหลบหลีกเมื่อต้องต่อสู้ประชิดตัว ที่ผ่านมาเซรอสสอนการต่อสู้ให้แต่เป็นเพียงการต่อสู้ตัวต่อตัวแบบโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ใช่สถานการณ์ที่ถูกล้อมด้วยศัตรูจำนวนมาก

         ถึงจะไม่มีกำหนดการใช้งานห้องฝึกซ้อม แต่เซรอสก็เคยบอกเอาไว้แล้วว่าการพักผ่อนก็เป็นการฝึกฝนที่สำคัญ เพราะมันทำให้ร่างกายได้มีการปรับสภาพจนสามารถดึงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ถึงจะอยากฝึกซ้อมต่อแค่ไหนก็ยังมีหน้าที่ที่ต้องไปทำอยู่ดี ดังนั้นฟรานจึงเดินกลับขึ้นลิฟต์ออกไปทำหน้าที่ให้เสร็จเพื่อที่จะได้กลับลงมาฝึกซ้อมต่อในตอนเย็น อย่างไรซะตอนนี้ฟรานก็ได้สถานที่ฝึกซ้อมเวทมนตร์ดีๆ แล้วจึงอยากจะใช้เวลาช่วงปิดเทอมนี้พัฒนาไปให้ได้ไกลที่สุด

 

         เพื่อที่จะได้มีเวลาพักผ่อนและเที่ยวเล่นกันอย่างสนุกสนาน เซรอสจำเป็นจะต้องใช้อุบายหลอกล่อให้ทุกคนไปทำงานในที่ที่หนึ่งก่อน ส่วนตัวเขาก็ใช้โอกาสนี้วางแบบจำลองอาคารต่างๆ ขึ้น โดยเฉพาะโบสถ์ที่ผ่านการออกแบบมาให้ดูมีความงดงามมากขึ้น พร้อมด้วยรูปแกะสลักหินแบบเดียวกับรูปสลักเทพธิดาเพียงแต่อยู่ในอิริยาบถที่แตกต่างกันเล็กน้อย จากนั้นก็เดินไปกลับเพื่อขนย้ายทรัพยากรที่สะสมมาตลอดสร้างมันขึ้นอย่างรวดเร็ว

         พลังในการสร้างของเซรอสนี้ดูเหมือนจะไร้จำกัดแต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ หากไม่สามารถปลดล็อกเงื่อนไขแต่ละอย่างของมันได้ก็จะไม่สามารถสร้างสิ่งอื่นหรืออัพเกรดมันให้ดีขึ้นได้ เซรอสไม่ได้รู้เกี่ยวกับมันมากไปกว่าการวางแบบจำลอง หาทรัพยากรให้ครบ และกดยืนยันในการสร้าง ข้อมูลต่างๆ ส่วนใหญ่จึงถูกละเลยแบบไม่สนใจผลลัพธ์เสริมของมัน เนื่องจากส่วนตัวแล้วเขาให้ความสนใจกับการใช้งานเบื้องต้นมากกว่า

         โรงตัดไม้นี่ถ้าวางไว้ใกล้กับป่าระยะเวลาหนึ่งสามารถอัพเกรดได้ด้วยสินะ?

         เซรอสตรวจสอบรายละเอียดของโรงตัดไม้ พบว่ามันสามารถอัพเกรดได้ถึงเลเวลสิบ แต่ละเลเวลก็ต้องอาศัยเวลาพอสมควรและต้องตัดไม้ให้ครบจำนวนที่กำหนดแล้วเท่านั้น ตอนนี้สามารถเลื่อนเป็นเลเวลสองได้แต่ต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นเป็นทอง พอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเหมืองหลังจากที่ได้รับการปรับปรุงด้วยพลังในการสร้างสามารถขุดสิ่งเหล่านี้ได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้หากอัพเกรดมันจนเต็มที่แล้วจะสามารถตัดไม้ให้เองโดยอัตโนมัติ ดูเหมือนว่าเงื่อนไขการอัพเกรดน่าจะเป็นการสร้างโรงตัดไม้ใกล้สถานที่ป่าและติดตั้งรั้วไม้แน่ๆ

         ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ตัดสินใจแวะกลับไปที่บ้านเพื่อนำทองมาทดสอบพบว่าหนึ่งก้อนที่ผลิตได้มีค่าเท่ากับ 1 หน่วย หากตีราคาเป็นจำนวนเงินภายนอกพบว่าการอัพเกรดในแต่ละเลเวลล้วนใช้ทรัพยากรมหาศาล หากลบทิ้งก็เป็นอะไรที่น่าเสียดายอย่างมากจึงตั้งใจว่าจะควบคุมการทำงานของโรงตัดไม้แห่งนี้แทนซะ คิดได้เช่นนั้นก็เรียกหน้าต่างขึ้นมาเริ่มออกแบบพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนย้ายทรัพยากร

         เท่านี้ก็สามารถขนย้ายทรัพยากรไม้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ

         หลังจากนี้ค่อยหาทางนำอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยมาติดตั้ง เซรอสมีแผนที่จะติดตั้งกล้องเอาไว้ในทุกทุกเส้นทางและเขียนโปรแกรมจดจำอัตลักษณ์เพื่อใช้ในการตรวจตราความปลอดภัย ในโลกที่ไม่มีเทคโนโลยีระดับสูงนั้นเป็นธรรมดาที่จะสามารถควบคุมและดูแลความปลอดภัยได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการแฮกกิ้ง และหากมีใครคิดประสงค์ร้ายในพื้นที่ที่เขาเป็นคนรับผิดชอบก็เกรงว่าจะไม่มีทางมีชีวิตรอดกลับไปได้โดยเด็ดขาด

         หยิบนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา เนื่องจากยังเป็นฤดูหนาวและถึงจะมีผลพิเศษจากรูปปั้นสลักแต่ท้องฟ้าก็ยังคงปกคลุมไปด้วยหมอกหิมะบางเบาจนแดดส่องลงมาได้เพียงเล็กน้อย นั่นทำให้มันมืดเร็วกว่าปกติเพียงแค่สี่โมงเย็นก็แทบจะไร้แสงสว่างแล้ว ชาวเมืองก็พากันทยอยเดินทางกลับบ้านของตนเพื่อพักผ่อนหลังทำงานมาเหนื่อยทั้งวัน หลายบ้านเริ่มจุดตะเกียง ก่อฟืนไฟสังเกตได้จากควันที่ลอยออกมาจากปล่องของบ้านแต่ละหลัง

         นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดเนื่องจากการจะใช้พลังในการสร้างเพื่อออกแบบจำลองอาคารจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเห็นสถานที่จริง เพื่อให้ได้แบบจำลองที่สมบูรณ์ อาศัยช่วงเวลาที่พวกเขากลับบ้านพักผ่อนไปออกแบบอาคารแต่ละหลังพร้อมจดข้อมูลวัสดุที่ต้องใช้ ผลลัพธ์จากการทำเช่นนี้ทำให้เซรอสได้วางแบบจำลองอาคารทางฝั่งตะวันออกที่อีกด้านหนึ่งของสะพานจนเสร็จเป็นที่เรียบร้อย

         ก่อนจะกลับบ้านนึกขึ้นได้ว่าใกล้วันคริสต์มาสแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ตกแต่งต้นไม้ประดับบ้าน ซาริกับฟรานเองก็รอให้ถึงวันนี้อยู่เช่นกันแต่ด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องช่วยกันทำจึงเป็นธรรมดาที่จะลืมงานเทศกาลที่มีเพียงปีละครั้งไป แวะตัดต้นไม้เสร็จแล้วจึงกลับ

         อาหารยังไม่ได้ถูกเตรียมเพราะซาริคิดไม่ออกว่าเย็นนี้จะทำมื้อค่ำอะไรดี ด้วยประสบการณ์ที่มีนอกจากอาหารง่ายๆ แล้วซาริทำอะไรไม่เก่งเลย เซรอสเองก็วุ่นอยู่กับการสร้างเมืองเพื่อรับมือกับปัญหาความขาดแคลนหลายอย่างจึงไม่มีเวลาที่จะสอน ฟรานเองก็มีหน้าที่ดูแลสัตว์เพิ่มขึ้นอีกทั้งยังมีตารางเรียนกับฝึกซ้อมเวทมนตร์แทรกเข้ามาจึงหาเวลาว่างมาทำไม่ได้ สุดท้ายเซรอสไม่มีทางเลือกต้องลงมือด้วยตัวเอง ส่วนซาริก็ไปเตรียมต้มน้ำอาบ

         จนกระทั่งฟรานเดินออกมาจากประตูทางเข้าออกพิเศษที่ทำออกมาเหมือนลิฟต์ เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อพลางเคี้ยวกินธัญพืชอัดแท่ง ใบหน้าเรียบเฉยยังเป็นเอกลักษณ์ประจำแต่ใบหูที่ขยับนั้นบ่งบอกว่าอารมณ์ไม่ดี

         “ตราบใดที่ยังแก้ปัญหาเรื่องความเร็วในการร่ายกับระยะเวลาการแสดงผลไม่ได้ ห้องฝึกนั่นยากเกินไป”

         ศัพท์แสงทางวิชาการเป็นสิ่งที่เซรอสพูดกรอกหูให้ฟังจนจำขึ้นใจ เซรอสมักจะอธิบายที่มาที่ไปของเวทมนตร์ให้ดูเป็นหลักการมากเกินกว่าระดับที่โรงเรียนเวทมนตร์สอน พวกเขาให้คำอธิบายที่กำกวมและดูไม่มีเหตุผล บอกเพียงแค่ว่าเวทมนตร์เป็นอำนาจของทวยเทพและผู้ที่สามารถใช้ได้มีเพียงบุคคลชั้นสูงเท่านั้น ทว่าในแนวทางการสอนของเซรอสจะตัดปัจจัยอื่นด้านฐานะของผู้ร่ายหรือสิ่งที่อธิบายได้ยากอย่างตัวตนสูงส่งของทวยเทพ ดังนั้นแล้วหากต้องเลือกเชื่อแนวทางของใครสักคน ฟรานเลือกจะเชื่อเซรอสจนถึงวินาทีสุดท้าย

         “ยิงได้แค่สาม หลังจากนั้นมันก็เร็วขึ้นจนตามไม่ทัน” ฟรานตอบ ก่อนจะรู้สึกว่าเหนียวตัวและตั้งใจจะไปอาบน้ำ

         “สามเหรอ? ไม่เลวเลยสำหรับวันแรก” เซรอสชมเชย เขาเป็นคนออกแบบระบบอัลกอริทึมด้วยตัวเองจึงรู้ว่าเมื่อเป้าหมายถูกยิงจนหยุดการทำงานไป ระบบอัลกอริทึมจะสร้างรูปแบบเอาชนะและเพิ่มความน่ากลัวอีกระดับ “คืนนี้จะทำชุดฝึกซ้อมให้อย่างน้อยมันก็น่าจะคล่องตัวกว่าชุดที่ใส่อยู่ จะเชื่อหรือไม่แต่ชุดสำหรับฝึกซ้อมก็มีผลเหมือนกัน”

         “ให้ช่วยไหม?”

         “ดีเลย ช่วยชิมทีสิว่ารสชาติดีหรือยัง ซุปข้าวโพดน่ะ”

         ฟรานลองชิมตามที่เซรอสขอ มันเป็นซุปข้าวโพดที่หอมและหวาน

         “อร่อยแล้ว”

         “เหรอ ฉันไม่เคยกินมันมาก่อนด้วยสิ”

         มีสารพัดอาหารมากมายทั่วโลกที่เซรอสรู้สูตรการปรุงแต่มีเพียงไม่กี่สิบจานเท่านั้นที่เคยได้กิน รสชาติของสิ่งที่กินประจำคือเอเนอร์จี้บาร์ที่ให้สารอาหารครบถ้วน รสชาติของมันคล้ายเนื้อเค็มแต่หนึ่งแท่งก็เป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับหนึ่งวัน ดังนั้นจึงไม่อาจให้คำตอบเกี่ยวกับรสชาติที่อร่อยออกมาได้ หากฟรานบอกว่ามันอร่อยแล้วก็คืออร่อยแบบไม่ต้องสงสัย

         เซรอสตักขึ้นลองชิมดูบ้าง “รสชาติไม่อ่อนไปเหรอ?”

         “ชอบรสชาตินี้”

         “เข้าใจแล้ว งั้นก็ไปอาบน้ำให้เรียบร้อย พาเจ้าเฟนริลไปอาบด้วยก็ดีมันลงไปเล่นโคลนที่คอกหมูมา ซาริบ่นใหญ่เลยที่ต้องถูบ้านอีกรอบก่อนมื้อค่ำ” เซรอสบอก ชำเลืองมองไปทางเจ้าสุนัขป่าที่รู้ดีว่ากำลังพูดถึงมันถึงได้หลบอยู่หลังโซฟาไม่ยอมออกมา มันไม่กล้าที่จะใช้เท้าที่เปื้อนโคลนแตะต้องเฟอร์นิเจอร์ก็ต้องยอมรับว่าฉลาดมากพอดู

         ซาริกับฟรานใช้เวลาอาบน้ำกันค่อนข้างนานอยู่แล้ว เซรอสจึงมีเวลาที่จะแวะออกไปข้างนอกเพื่อนำของฝากไปให้กับมังกรชาวไร่ที่คอยทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลขณะที่ตนเองไม่อยู่ เนื่องจากเป็นบุคคลเดียวที่ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากเวลาอยู่ด้วยจึงสามารถแสดงนิสัยเหี้ยมโหดออกมาได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังพอจะเป็นเพื่อนดื่มให้กันได้บางเป็นครั้งคราว ติดอยู่แค่ที่เดียวคือเหล้าที่เขาเป็นคนบ่มนั้นมีระดับแอลกอฮอล์ที่แรงกว่าเหล้าที่มีขายในโลกนี้เสียอีก รสชาติก็ยอดเยี่ยมกว่า หากดื่มแต่พอเหมาะก็ไม่มีปัญหาทว่าในครั้งล่าสุดเจ้าตัวกระดกเป็นน้ำเปล่าจนกลายเป็นมังกรเมาปลิ้นที่สภาพน่าอดสูสุดๆ

         เส้นทางไปบ้านของอาเรสก็ไม่ได้ห่างไกลกันมากนัก ถนนเส้นหนึ่งที่ตัดผ่านไปถึงประตูบ้านทำทางเดินเอาไว้อย่างดี พอถึงขอบเขตของบ้านจะรู้ได้จากสวนที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ภายใต้ข้อตกลงที่ว่าจะไม่รุกรานซึ่งกันและกัน อาเรสจะได้รับสถานที่พักอาศัยที่เงียบสงบโดยไม่มีผู้ใดเข้าไปรบกวนได้เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการช่วยดูแลเมืองนี้ให้ปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

         เซรอสเคาะประตูอยู่คู่หนึ่ง อาเรสเปิดประตูแง้มออกมาดูเล็กน้อย

         “กลิ่นนี่มัน

         เซรอสหยิบขวดที่อยู่ในตะกร้าขึ้นมาโชว์ “วิสกี้ ของดีเลยล่ะ”

         “เข้ามา” อาเรสเปิดประตูให้

         เข้ามาในบ้านพบว่ามันถูกเก็บกวาดอย่างเรียบร้อยผิดกับมนุษย์บางคนที่ชอบปล่อยให้รกและมีฝุ่นจับหนาเตอะ ดูเหมือนว่าอาเรสจะเป็นพวกรักความสะอาดน่าดู ยังมีถังเหล้าจากคราวก่อนวางอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องและดูเหมือนจะถูกดื่มจนหมดเกลี้ยงแล้ว

         “กลายเป็นพวกสโลว์ไลฟ์ไปโดยสมบูรณ์แล้วสินะ” เซรอสแซะวิถีชีวิตของอาเรสที่ผิดแผกไปจากมังกรที่ต้องย้ายถิ่นฐานให้ตนเองประจำเพื่อหาแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ พวกมันไม่มีทางอยู่ได้นานเกินหนึ่งปีต่อสถานที่แห่งหนึ่งยกเว้นในกรณีที่มันให้กำเนิดทายาท

         “ถึงจะอึดอัดตรงที่ต้องอยู่ในร่างมนุษย์ แต่โดยรวมแล้วก็สงบสุขดี” อาเรสหยิบแก้วไม้ที่ใช้ประจำมายื่นส่งให้

         “แก้วแบบนั้นเข้าถึงอารมณ์ในการดื่มไม่ได้หรอก ต้องแก้วแบบนี้สิถึงจะดี” เซรอสนำแก้วใสที่พกติดตัวมาด้วย เป็นแก้วทรงทิวลิปใสแจ๋ว จากนั้นก็รินวิสกี้ลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

         “มากกว่านี้สิ” อาเรสไม่พอใจที่เห็นปริมาณที่ถูกรินให้มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

         “ประมาณนี้แหละดีแล้ว ไอ้แบบที่ดื่มเมื่อครั้งก่อนมันเป็นแค่วิธีของพวกดื่มไม่เป็น อีกอย่างฉันไม่ต้องการฟังเรื่องที่แกต่อสู้แพ้จนถูกแย่งตัวเมียไปผสมพันธุ์จนต้องระเห็จระเหินบินข้ามฟ้ามาหลบหน้าตัวเมียที่แกชอบ”

         “เจ้ารู้?”

         “จะไม่รู้ได้ยังไง ก็ในเมื่อฉันเป็นคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ฟังแกเล่าเรื่องประเพณีสืบพันธุ์ของเผ่ามังกร”

         อาเรสจำสภาพครั้งสุดท้ายที่ดื่มเหล้าไม่ได้ รู้แค่ว่าหลังจากวันนั้นมันรู้สึกปวดหัวตลอดทั้งวัน และตื่นขึ้นมาในสภาพที่เปลือยเสื้อท่อนบน มีปีกงอกขึ้นกลางแผ่นหลัง ข้างหนึ่งถูกนำมาโอบกอดเอาไว้ราวกับของรักของหวง เป็นสภาพที่น่าอับอายจนไม่อยากพูดถึง

         อาเรสรับแก้วมาดมกลิ่นที่มีความแตกต่างจากกลิ่นของเหล้าชนิดก่อนที่เคยดื่ม มันขมวดคิ้วและดื่มไปรวดเดียวหมด รู้สึกได้ถึงความร้อนที่เพิ่มขึ้นในปากและความรู้สึกบาดที่ลำคอขณะกลืนมันลงไป กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยขึ้นจมูกรุนแรงจนอยากจะพ่นไฟออกมา ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมานอกจากคำว่า ยอดเยี่ยม แม้ว่าเหล้าก่อนหน้านี้ที่ดื่มจะรสชาติไม่เลวเลย แต่ให้เทียบกันแล้วเหล้าขวดนี้ให้รสสัมผัสที่ดีกว่า

         “มีเวลาไม่มากเพราะงั้นขอเข้าประเด็นเลยก็แล้วกัน ตอนที่นายอยู่ที่นี่เคยได้สำรวจที่นี่บ้างหรือเปล่า”

         “สำรวจ?” อาเรสทวนคำถาม แล้วส่ายหน้าเป็นคำตอบ “ข้าไม่เคยออกไปที่ไหนไกลนัก ถามทำไม?”

         “พอดีนึกขึ้นได้ว่าฉันไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับดินแดนแห่งนี้ เลยคิดไม่ตกว่าควรจะพัฒนาไปในทิศทางใด”

         ตอนที่นึกถึงเรื่องคริสต์มาสออกก็จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วเขาได้รับจดหมายจากพระเจ้าโดยให้สำรวจดินแดนแห่งนี้ แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้สำรวจเพราะใช้เวลากับพวกเด็กๆ มากเกินไป จนกระทั่งมีคนย้ายเข้ามาก็มุ่งความสนใจไปที่การดูแลและปรับปรุงเมือง นอกจากนี้ก็มีเรื่องการศึกษาจึงต้องออกไปพักอยู่ที่ต่างเมืองเลยไม่มีโอกาสได้สำรวจอย่างจริงจังสักที

         “ข้าไม่เข้าใจวิธีคิดแบบพวกมนุษย์นักหรอก ถ้าหมายถึงความอุดมสมบูรณ์กับความสงบแล้วที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายซะทีเดียว ไม่รู้ว่าจะใช่สิ่งที่เจ้าอยากรู้หรือไม่แต่ทางตะวันตกนั้นมีพื้นที่โล่งมาก อาจจะเคยถูกใช้เป็นไร่นามาก่อน มีหมู่บ้านเล็กๆ กระจัดกระจายกันออกไปหลายแห่ง แถมยังดูเหมือนว่าที่นั่นจะมีเมืองถูกทิ้งร้างเอาไว้อยู่ด้วย นั่นคือสิ่งที่ข้ารู้”

         “จะว่าไปแล้วแผนที่อาณาจักรไอทาเรียฉบับเก่าก็มีบอกเอาไว้ว่าเคยมีเมืองตั้งอยู่บริเวณนั้นด้วย เป็นเมืองชั้นนอกที่ใหญ่พอๆ กับเมืองไรด์การ์ด ทางเชื่อมไปเมืองบาโลนถูกถล่มปิดเอาไว้เพื่อยุติการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ แต่นี่มันก็ผ่านมาประมาณ 100-200 ปีมาแล้วคงไม่น่าจะมีอะไรเหลือให้เก็บเกี่ยวมากนัก แต่ถ้าเป็นเมืองก็ย่อมต้องมีข้อมูลที่น่าสนใจอยู่ฉันจะลองไปตรวจสอบดูว่าพอจะได้เรื่องอะไรบ้างไหม อย่างน้อยเมืองนั้นก็เคยรุ่งเรืองและน่าจะมีแนวทางการพัฒนาถูกทิ้งให้เห็น”

         เซรอสมีแผนจะไปสำรวจที่นั่นเพื่อเก็บข้อมูลวิถีชีวิตของพวกชาวเมืองในอดีต คิดว่าถ้าหากการอพยพเกิดขึ้นจริงสิ่งที่ผู้อพยพเหล่านั้นจะนำไปด้วยคงมีอยู่ไม่มากเพื่อความเร็วในการเดินทาง อาจจะมีของให้พอใช้ได้อยู่ไม่มากก็น้อย

         “คิดจะไปสินะ?”

         “อ่าก็ได้รับคำขอร้องมา จะไม่ไปก็ไม่ได้ซะด้วย”

         จากนั้นเซรอสก็ขอตัวและกลับบ้านร่วมกินมื้อค่ำกับพวกเด็กๆ พร้อมทั้งบอกเรื่องที่จะไปสำรวจเมืองเก่าทางตะวันตก ฟรานกับซาริอยากไปด้วยแต่เซรอสยังกังวลเรื่องโรคระบาดที่อาจจะปะปนอยู่ในเมือง ทั้งสองคนยังเด็กจึงไม่มีภูมิต้านทานต่อไวรัส ในขณะที่เซรอสร่างกายสามารถผลิตแอนตี้บอดี้ต้านไวรัสได้เรื่อยๆ ทำให้พิษหรือโรคระบาดไม่มีผลใดๆ กับตนเอง มันคงจะสะดวกกว่าถ้าต้องไปคนเดียว เพราะฉะนั้นเซรอสเลยเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแสร้งทำเป็นมอบหมายหน้าที่สำคัญให้กับทั้งสองคนทำขณะที่ไม่อยู่ และมันไปได้สวยมาก

         คืนนั้นเซรอสตัดสินใจดีแล้วจึงลงมาเตรียมของใช้จำเป็น มีเสบียงฉุกเฉินอย่างเอเนอร์จี้บาร์ที่ให้สารอาหารและพลังงานครบถ้วน เพราะการเดินทางในครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ในการท่องเที่ยว แต่เป็นการหาข้อมูลกับรวบรวมทรัพยากรที่พอจะใช้ได้ดังนั้นจึงไม่ได้นำของไปมากมายนัก อาหารก็ควรเป็นแบบที่ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เหลือเอาไว้ อาวุธที่นำไปด้วยเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินพร้อมด้วยเครื่องกระสุนในจำนวนที่เพียงพอ โชคดีที่มีแหวนมิติทำให้การแพ็คกระเป๋าไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรมาก

         ก่อนรุ่งเช้าในเวิร์คช็อป ยานพาหนะคันหนึ่งที่รูปทรงแปลกประหลาดสำหรับคนในโลกนี้ ส่วนที่ยื่นออกมาข้างหน้าสองข้างนั้นมีลักษณะคล้ายกับไม้กระดานแต่ทำจากวัสดุบางอย่างที่แข็งและทนทานอย่างมาก ชายหนุ่มดึงผ้าคลุมออกเผยให้เห็นโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบของมันมีทั้งการพ่นสีตัวถัง รูโหว่ที่คล้ายกับมีชิ้นส่วนบางอย่างหายไปถูกเติมเต็มด้วยแท่งปริซึมที่มีแสงเรืองรองคล้ายพลังงานแบบพิเศษ เมื่อใส่และล็อกมันเข้าที่ก็เปิดสวิทซ์การทำงาน แผงหน้าจอก็มีแสงเรืองขึ้นทันตา

         มันคือสโนว์โมบิล

รุ่นเดียวกับที่องค์กรใช้ในโลกก่อน ไม่ใช่พลังงานน้ำมัน และพลังงานหนึ่งแท่งปริซึมสามารถขับขี่ต่อเนื่องได้นานถึงหนึ่งเดือน

         เซรอสเข็นสโนว์โมบิลออกมาข้างนอกและขึ้นคร่อมบนเบาะ สวมแว่นตากันลมพร้อมตรวจสอบความเรียบร้อยครั้งสุดท้ายจากนั้นก็ขับมันออกไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากไม่ต้องการให้ชาวเมืองมาเห็นพาหนะที่อยู่ผิดยุคผิดสมัย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 845 ครั้ง

73 ความคิดเห็น

  1. #13063 ploycom12345 (@ploycom12345) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 12:24
    เซนอสต้องเป็นถึงเอามังกรมาเป็นชาวไร่เอาหมาป่ามาเป็นหมาต้อนสัตว์
    #13063
    0
  2. #9893 Phuchong Pornwattanayotin (@goldsnake) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 12:48
    ขอบคุณครับ
    #9893
    0
  3. #9551 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 23:20
    ขอบคุณครับ
    #9551
    0
  4. #8447 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 19:10
    ตอนที่พี่มังกรชาวไร่เมาหนักทําอะไรกับเซรอสรึป่าว????
    #8447
    0
  5. #8188 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 19:12
    โคตรเท่ห์เลยอะ ชอบมากกกกกก
    #8188
    0
  6. #7139 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:07
    ขอบคุณครับ
    #7139
    0
  7. #7099 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:38
    นี่กะเคี่ยวฟรานจนเก่งเท่าผู้อำนวยการเลยม้ั้ย 555 สโนว์โมบิลก็มา
    #7099
    0
  8. #7025 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:46
    ยอมความไฮ
    #7025
    0
  9. #7014 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:59
    สงสัยหลังจากผ่านยุคนี่ไป ฟรานคงได้กลายเปนเทพสักองค์ให้คนนับถือละมั้งเนี่ย 555
    #7014
    0
  10. #7009 Aatank (@spyprinces) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:12
    ตื่นเต้นง่าาาาา. ฟรานนี่ต่อไปนี่ต้องโหดมากเเน่ๆ. 5555
    #7009
    0
  11. #6997 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:05
    รอต่อค่ะ. มาอัพเร็วๆนะคะ
    #6997
    0
  12. #6992 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:20
    เยียมสนุกรอตอนต่อไปใกล้เป็นเจ้าเมืองละตอนนึัเป็นผู้ใหญ่บ้านไปก่อน555
    #6992
    0
  13. #6990 tanyaporn-k (@tanyaporn-k) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:07
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก อยากให้ปีกอาเรสหาย ไม่เป็นมังกรพิการอะ
    #6990
    0
  14. #6986 ToKungHT (@ToKungHT) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 17:14
    สนุกมากครับ เนื้อเรื่องดีมาก โดนใจเลย // ติดตามต่อไป
    #6986
    0
  15. #6981 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 18:56
    สนุกมากคับ
    จากนักอ่าหน้าใหม่
    #6981
    0
  16. #6979 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 13:20
    อ่านแล้ว สงสารอาเรสไงไม่รู้สิ โดนแย่งตัวเมีย , เมาอย่างหมา , ท่านอนสุดอนาถา ...เศร้าใจจริง... /// อืม พูดถึงอาเรศ แล้วถึงเรื่อง สัตว์อัญเชิญหรืออะไรสักอย่าง ที่รุ่นพี่ที่โรงเรียนมีกันอะ ...บางที ก็อยากให้เอาอาเรส ไปอวดที่โรงเรียนบ้างอะ....แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอก
    #6979
    0
  17. #6978 Funggier (@bloggull) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 21:57
    ชอบมากครับได้บรรยากาศจริง ๆ
    #6978
    0
  18. #6977 22710 (@22710) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 16:53
    ขอบคุณครับ
    #6977
    0
  19. #6976 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 12:52
    แต่ตอนอัพอย่าสโลสิใจจะขาดละขออีกตอนนน
    #6976
    0
  20. #6975 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 12:52
    สโลสมชื่อนิยายจิมๆ
    #6975
    0
  21. #6974 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 11:28
    สนุกมากครับ
    #6974
    0
  22. #6973 nariza_bum (@nariza_bum) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 10:41
    ชอบๆ..อยากอ่าน ครั้งละหลายๆตอนเลย..
    #6973
    0
  23. #6972 Sylvania99 (@Sylvania99) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 10:20
    ขอบคุณครับ
    #6972
    0
  24. #6971 cecilia_c (@cecilia_c) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 09:45
    คิดถึงนะคะ เค้ารออยู่รู้บ้างมั๊ย
    #6971
    0
  25. #6970 L*P (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 09:40
    อาเรส.........
    #6970
    0