ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,254,961 Views

  • 13,678 Comments

  • 22,789 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15,439

    Overall
    2,254,961

ตอนที่ 92 : SS2 Episode Thirty-Two : ดักปล้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 669 ครั้ง
    22 ธ.ค. 60

SS2 Episode Thirty-Two

 



         มาลองคิดดูแล้วซาริอาจจะเป็นกระต่ายที่ชอบเดินทางก็ได้ สังเกตได้จากการที่ดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษที่จะได้เดินทางกลับบ้าน คล้ายกับสุนัขที่ชอบยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ซาริเองก็ทำแบบเดียวกันจนชักไม่แน่ใจในเผ่าพันธุ์ขึ้นมา แต่ช่วงแรกที่รู้จักกันดูเหมือนว่าซาริจะยังคงเกร็งๆ ในการเดินทาง น่าจะเป็นเพราะกลัวจะถูกลงโทษหรืออาจจะถูกทิ้ง จนเมื่อรู้ว่าเซรอสไม่ใช่เจ้านายแบบที่คิดเลยมีปฏิกิริยาออกไปในทางซุกซน

         ฟรานซุกตัวอยู่ในโต๊ะโคะตะสึห่มเสื้อคลุมตัวหนาเอาไว้และแนบใบหน้ารับความร้อนที่ฉาบอยู่บนผิวโต๊ะ อากาศข้างนอกมันหนาวแม้จะไม่เท่ากับฤดูหนาวที่เคยสัมผัสได้ในดินแดนต้องสาปก็ตาม ถึงจะได้รับโกโก้ร้อนที่ทำใส่ขวดรักษาอุณหภูมิที่เซรอสทำให้ก็ยังรู้สึกว่าเป็นความหนาวเย็นที่น่ารำคาญ และโต๊ะตัวนี้ช่วยบรรเทามันลงได้โดยที่ไม่ต้องสวมบูทหนักๆ อยู่ตลอด

         เซรอสเป็นคนขับคอยควบคุมทิศทางไม่ให้วิ่งผิดทิศทาง มันเป็นเกวียนที่ประหลาดที่สุดเท่าที่ผู้คนจะเคยเห็น มันถูกพ่วงเอาไว้ด้วยคอกม้าเคลื่อนที่ และใช้การานสำหรับลากรถหนักถ้าเทียบน้ำหนักกันแล้วมันเบากว่าการลากเกวียนที่บรรทุกสินค้า จึงต้องระมัดระวังเพราะถึงจะมั่นใจได้ว่าคอกม้าเคลื่อนที่และเกวียนมีระบบรองรับแรงกระแทก แต่ถ้าทำความเร็วมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ โชคดีที่การานเป็นสัตว์เทียมเกวียนที่วิ่งช้ามาก

         “ฟรานทำไมไม่ดูข้างนอกล่ะเจ้าคะ หิมะเริ่มตกแล้วเจ้าค่ะ”

         “หนาว โต๊ะอุ่นกว่า” ฟรานซุกมือลงไปถูข้างใต้ที่แสนอบอุ่น

         ความร้อนที่ใช้ในโต๊ะมาจากการพลิกแพลงใช้วงเวท มันเป็นการประยุกต์ใช้ที่เรียกว่าหยามเกียรติกันอย่างถึงที่สุด เซรอสไม่ได้ชำนาญเรื่องการลงวงเวทเพื่อนำไปใช้งาน คนที่ทำมันเพื่อใช้งานจึงเป็นฟรานที่ต้องอาศัยการควบคุมมานาและบรรจุลงใส่สิ่งของ กลายเป็นม้วนคัมภีร์สำหรับโจมตีที่ได้รับความนิยมในหมู่นักผจญภัย เซรอสเพียงประยุกต์ใช้งานโดยออกแบบวงเวทจำลองขึ้นมาทดสอบหลายครั้ง มีวงเวทตัวนี้ที่ให้ความร้อนได้เสถียรที่สุดและมีระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องจนกว่าจะทำลายส่วนของวงเวทเพื่อให้มันหยุดทำงาน

         “ถึงฉันจะเคยพูดว่ามันแข็งแรงทนทานก็เถอะ แต่มันจะดีกว่าจะเธอไม่โหนราวเหล็กนะ” เซรอสเตือนเพราะได้ยินเสียงโหนราวเหล็ก มันมีไว้ก็เพื่อแขวนม่านเพื่อป้องกันพวกแมลงเวลานอนกลางป่า

         “ท่านเซรอสขอกินแซนด์วิชได้หรือเปล่าเจ้าคะ”

         ซาริทำใบหน้าซุกซนตามนิสัย และยากที่เซรอสจะทำใจแข็งปฏิเสธ

         “เอาสิ หยิบมาเผื่อฉันชิ้นหนึ่งด้วย”

         “ขอด้วย”

         “ฟรานขี้เกียจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”

         “ซาริ อย่ามาพูด” ฟรานเอ่ยเชิงตำหนิ รู้สึกไม่ดีเลยที่ถูกคนอย่างซาริมากล่าวหาว่าเป็นคนขี้เกียจ

         ซาริเปิดตะกร้าและเลือกหยิบแซนด์วิชมาดูทีละอัน ของโปรดซาริเป็นแซนด์วิชไส้แครอทแฮม ราดด้วยมายองเนสกับซอสมะเขือเทศ ทั้งหมดที่อยู่ในนี้ทั้งสามคนช่วยกันทำในตอนเช้า เป็นของโปรดของแต่ละคนอย่างฟรานก็ใส่ผักกรุบกรอบแทรกด้วยไส้กรอก ของเซรอสเป็นแบบธรรมดาไส้แฮมมะเขือเทศชีส เพราะใส่รวมกันจึงต้องไล่ดูเพื่อที่จะได้กินไม่ผิด

         การเดินทางกับเซรอสนั้นปลอดภัยตลอดเส้นทาง เหมือนมีสัญญาณบางอย่างที่รับรู้ได้สำหรับนักล่าด้วยกัน ด้วยการสังเกตตลอดเส้นทางหากมีบางสิ่งที่ผิดธรรมชาติเช่นร่องรอยก็จะรู้ได้ในทันที สาเหตุที่ไม่ค่อยเกิดอันตรายในการเดินทางก็มาจากการที่เซรอสเลือกจะหยุดพักหรือเปลี่ยนเส้นทางก่อนจะพบเจอกับเหตุการณ์เลวร้าย เขาไม่ใช่คนที่ต้องเอาตัวเอาไปเสี่ยงอันตรายเพียงเพราะอยากทำตัวเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม มันไม่ต่างอะไรกับการสอนให้เด็กสองคนฆ่าตัวตายด้วยความกล้าหาญแบบผิดๆ

         การานเป็นสัตว์เทียมเกวียนที่อึดที่สุดแลกกับความเชื่องช้าที่ทำให้การเดินทางช้ากว่ารถม้าช่วงหนึ่ง เส้นทางสัญจรที่อาจจะเรียกได้ว่าเงียบสงบแท้ที่จริงแล้วก็มีรถม้าอันหรูหราผ่านไปเพียงคันสองคัน มันเกิดขึ้นตอนที่พวกเขากำลังพักให้สัตว์ทั้งหมดได้ทานมื้อเที่ยง ไม่มีผู้ใดสนใจด้วยซ้ำว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และนั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็นในการใช้ชีวิตปกติในโลกภายนอก

         ออกเดินทางกันอีกครั้งจนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มคล้อยลงต่ำ ระยะทางคล้ายจะไม่คืบหน้าแต่ถ้ามองว่าต้องขนสัมภาระที่มีน้ำหนักมากขนาดนี้ รวมไปถึงการเลือกใช้การานก็ต้องยอมรับว่ามันเร็วกว่าที่คาดเสียอีก สุดท้ายก็ตัดสินใจพักการเดินทางในสถานที่ที่ได้เปรียบในเชิงจุดยุทธศาสตร์ เซรอสคอยสอนฟรานอยู่เสมอเรื่องโอกาสลอบโจมตีที่อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งใดก็ตามที่น่าจะเป็นอันตราย และวิธีการเลือกสถานที่ตั้งแค้มป์ที่ปลอดภัย หวังจากใจจริงว่าสิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์ในอนาคต

         “รู้อะไรบ้าง?” เซรอสเอ่ยถามด้วยภาษาของเอลฟ์

         “ไม่ใช่ก็อบลิน” ฟรานตอบ “และก็ไม่ใช่ออร์คด้วย”

         “ถูกต้อง วิธีการสังเกตว่าเจ้าของร่องรอยนี้เป็นใครหรือตัวอะไร เราจำเป็นจะต้องเรียนรู้ด้านพฤติกรรมของพวกมันให้มากที่สุด ออร์คนั้นป่าเถื่อนและนั่นหมายถึงสภาพพื้นที่จะต้องเละ พุ่มไม้รอบร่องรอยที่เจอจะต้องเสียหาย และถ้าเป็นก็อบลินเราจะต้องหา

         “สัญลักษณ์ ไม่ก็หลักฐานผิดธรรมชาติที่อยู่ผิดที่ผิดเวลา” ฟรานพูดแทรก เซรอสเพียงยิ้มและจับไหล่ของเธอแผ่วเบา “ก็อบลินฉลาดที่จะเรียนรู้เซรอสบอกฟรานแล้ว ร่องรอยที่จะปรากฏให้เห็นจะมีรูปแบบกับพฤติกรรมที่เหมือนกันคือการซุ่มโจมตีขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของตัวหัวหน้า หรือสิ่งที่เรียกว่าการเรียนรู้ร่วมกัน แต่ตรงร่องรอยรอบนี้มีเศษเปลือกของลูกไม้ตกอยู่และรูปแบบทิศทางเคลื่อนที่ของมันคล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตระกูลฟันแทะ สัตว์ตระกูลฟันแทะที่ออกหากินได้แม้จะอยู่ในฤดูหนาวมีอยู่อย่างเดียวคือ นิคลิป”

         “ถ้าคิดว่าตัวเองเอาดีด้านเวทมนตร์ไม่ได้ บางทีตัวเลือกใหม่คงเป็นครูสอนวิชาสัตว์อสูรวิทยา มันคงจะดีถ้ามีคนเขียนหนังสืออธิบายเป็นสารานุกรมสัตว์อสูร พวกเขาจะได้รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร” เซรอสอดที่จะชมเชยไม่ได้ เพราะฟรานเก่งมากที่ศึกษาทุกอย่างที่สอนไป กระทั่งการแกะรอยเองก็เริ่มทำให้เธอดูเป็นนักล่ามากขึ้น

         “โชคดีที่เกวียนของพวกเราสูงจากพื้นสี่ฟุต และเรามีอุปกรณ์เตรียมพร้อมรับมือกับพวกมันเสมอ”

         อาจฟังดูเป็นคำพูดเกินตัวแต่เซรอสเป็นยิ่งกว่านักล่าย่อมต้องรักษาขอบเขตความปลอดภัยให้ตนเอง การตั้งแค้มป์กลางคืนก็ถูกตั้งขึ้นในตำแหน่งที่ปลอดภัยและสามารถหลบหนีได้หากเกิดอันตราย อีกทั้งความรู้ด้านสัตว์อสูรที่ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนทำให้รู้ว่าการเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง นิคลิปก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่น่ารำคาญ พวกมันไม่ได้น่ากลัวหรือเป็นอันตรายเพียงแต่ถ้าประมาทการเดินทางก็ไม่อาจไปต่อได้ พวกมันจะแทะล้อและเกวียนจนพัง ดังนั้นมันจึงเป็นปัญหาที่พวกนักเดินทางให้ความสนใจมากที่สุด

         เซรอสเพียงแค่ปักเสาเหล็กที่พันเอาไว้ด้วยลวดทองแดงสร้างกับดักผ่านจุดที่พวกสัตว์เหล่านี้เดินหาอาหารประจำ พฤติกรรมของสัตว์เป็นสิ่งที่อ่านออกได้ง่าย เซรอสจำเป็นจะต้องสอนวิธีล่าให้กับฟรานด้วยตัวเอง ให้เธอตระหนักว่าการล่าไม่ใช่การทำเพื่อความสนุก แต่เป็นการล่าเพื่อความอยู่รอดในแต่ละวัน เขาไม่ต้องการให้ฟรานกลายเป็นพวกที่ล่าสัตว์เป็นอาชีพ

         “เจออะไรมาบ้างเจ้าคะ” ซาริในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังเตรียมมื้อค่ำให้กับทุกคน ภายในครัวเคลื่อนที่อเนกประสงค์

         มีผัดผัก เนื้อหมูทอดแผ่นใหญ่ มันฝรั่งทอด และซุปร้อนๆ รอให้ทั้งสามคนได้เพลิดเพลินไปกับมัน

         “แน่นอน เราอาจจะต้องต้อนรับแขกในตอนกลางคืนนิดหน่อย”

         “นิคลิป” ฟรานตอบ ซาริได้ยินก็มีปฏิกิริยาคว้าหม้อใบเปล่าขึ้นมาถือเป็นอาวุธ

         “อ๊า! นิคลิปเหรอเจ้าคะ มันชอบแทะขนหางซาริด้วยเจ้าค่ะ คืนนี้ซาริจะไม่นอนบนพื้นเด็ดขาดด้วยเจ้าค่ะ”

         ประสบการณ์อันเลวร้ายที่สุดของซาริคือการถูกมันแทะหางจนแหว่ง ครั้งนั้นพ่อค้าทาสโกรธจนลงโทษซาริที่ไม่ดูแลตัวเองให้ดี นอกจากนี้มันยังทำให้เธอไข้ขึ้นนานเป็นสัปดาห์โดยไม่รู้สาเหตุ แถมหลังจากนั้นก็โดนเฆี่ยนลงโทษ ซาริเลยกลัวพวกมันมากพอๆ กับหนอนที่ชอนไชไปในแครอทของโปรดของเธอ

         “จองโต๊ะ” ฟรานหันไปพูดกับเซรอสด้วยใบหน้านิ่งเฉย คงจะเล็งโอกาสแย่งชิงพื้นที่ของโต๊ะมาตลอดแน่ๆ

         “นิคลิปไม่ได้น่ากลัวกว่าที่คิดหรอก พวกมันแค่ชอบแอบเข้ามากัดนี่แทะนั่นตามนิสัย และถ้าเธอไม่เอาแต่หลับในชั่วโมงเรียนจะรู้ว่านิคลิปไม่กินเนื้อ”

         “ท่านเซรอสทำยังไงดีเจ้าคะ ซาริไม่มีเนื้อแต่มีแครอทอยู่เต็มแหวนเลยเจ้าค่ะ” ซาริทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ เซรอสกุมขมับไม่คิดว่าแหวนที่แม้แต่พระราชายังแทบจะไม่มีโอกาสถือครอง และมักจะถูกใช้ในการเก็บสมบัติระดับชาติ จะมีหน้าที่สำคัญในการพิทักษ์แครอทให้ซาริเพียงอย่างเดียว

         ฟรานเดินไปตักมื้อค่ำใส่จานเท่าที่อยากจะกินพร้อมกับถ้วยซุปร้อนๆ นั่งลงข้างกองไฟบนเก้าอี้ปิกนิก ซาริยังคงหวาดระแวงอันตรายจากความกลัวฝังใจตักผัดผักมาเยอะมากและเดินมานั่งเบียดกับฟรานจนดูน่ารำคาญ ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยขนที่นุ่มเหมือนสำลี แถมยังอบอุ่นมากฟรานคงจะขยับตัวหนีไปแล้ว

         รีบกินแล้วรีบเข้านอนเพื่อที่จะได้เดินทางกันต่อในตอนเช้า หลังตรวจสอบความเรียบร้อยของคอกม้าและที่หลับนอนของการาน ม่านกันแมลงก็ถูกดึงปิด ซาริมุดเข้าไปนอนใต้โต๊ะโคะตะสึโผล่มาเพียงใบหน้าครึ่งบน ฟรานเปิดปิดหน้าต่างเพื่อดูให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรอยู่ในความมืด ที่ไม่นอนข้างนอกเพราะอากาศมันเย็นมาก บนเกวียนที่ทำมาอย่างดีช่วยปกป้องจากอากาศเย็นได้ค่อนข้างดีทีเดียว ครัวอเนกประสงค์ยังมีซุปร้อนที่ใช้หลักการเดียวกับวงเวทให้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีสิ่งที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา

         แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะมีความคิดคล้ายๆ กันคือการนำตุ๊กตาเหมือนเซรอสมานอนกอดเอาไว้ โดยซาริกอดแนบแน่นและพยายามใช้ฟันแทะจนเกิดเป็นคราบน้ำลายดูสกปรก ในขณะที่ของฟรานได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และนั่นทำให้ตุ๊กตาตัวนี้เป็นดั่งสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ให้เตลิดไปไหน เซรอสมองดูทั้งสองคนผ่านม่านบางๆ และไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาทางสีหน้า เพียงแค่นั่งลงและหลับตาเพื่อพักผ่อน

         มันเป็นคืนแห่งการพักผ่อนที่เงียบสงบ เซรอสไม่เคยนอนหลับเต็มอิ่มเนื่องจากสิ่งที่หล่อหลอมให้กลายเป็นคนที่ต้องระมัดระวังจึงไม่อาจข่มตานอนหลับได้อย่างสนิทใจ ได้ยินเสียงลมหายใจของเด็กสองคนที่หลับสนิท ฟังเสียงซาริละเมอเกี่ยวกับแครอทลูกใหญ่เท่าหมู่บ้านและฝันหวานกับการกัดกินมันอย่างเอร็ดอร่อย ชักจะรู้สึกสงสารเซรอสน้อยที่กลายเป็นเหยื่อให้ฟันได้ขบเคี้ยวเล่น ในขณะที่ด้านนอกมีเสียงลมหนาวดังแผ่วเบา พยายามแยกเสียงเพื่อฟังความเคลื่อนไหวด้านนอก

         มีเสียงดัง เปรี๊ยะ ข้างนอกจึงลุกออกไปดู นิคลิปตัวหนึ่งที่เข้ามาในระยะของที่พักถูกรั้วไฟฟ้าระดับอ่อนจึงสลบไป พวกมันอาจจะน่ารำคาญแต่เซรอสไม่จำเป็นต้องฆ่าพวกมัน เขามีทั้งน้ำและอาหารเพียงพอสำหรับการเดินทางจึงไม่ต้องการหาเสบียงเพิ่ม แต่จะปล่อยพวกมันไปตอนนี้ก็กลัวว่าจะกลับมาโดนอีกจึงต้องขังเอาไว้ในกรงเหล็ก แล้วค่อยปล่อยมันกลับสู่ป่าในตอนเช้า

         ตลอดทั้งคืนเซรอสได้ยินเสียงรั้วไฟฟ้าทำงานอยู่หลายครั้ง แต่บางตัวก็เล็ดลอดผ่านจุดบอดมาถึงใต้ตัวเกวียนได้ มันอยากจะแทะล้อแต่กลับต้องเผชิญหน้ากับกลิ่นที่เป็นอันตรายต่อพวกมันแทน ความน่ากลัวของพวกมันคือจำนวนที่เยอะเอามากๆ เซรอสออกมาเดินไล่ดูตลอดทั้งคืนก็เจอไม่ต่ำกว่ายี่สิบตัว เหตุผลที่พวกมันถูกใส่ลงไปในหน้าที่ของนักผจญภัยที่ต้องถูกกำจัดก็น่าจะเป็นการทำเพื่อป้องกันทรัพยากรป่าไม้ที่กำลังจะถูกพวกมันทำลาย

         จนกระทั่งถึงตอนเช้าซาริมุดออกจากใต้โต๊ะที่แสนอบอุ่น ใบหูปุยนุ่มขยับไปมาน่าเอ็นดู แต่กว่าที่จะตื่นมาได้นั้นก็เป็นตอนที่พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้ามาได้พักใหญ่ ไม่มีใครตำหนิที่อาจจะทำให้การเดินทางล่าช้าเนื่องจากพวกเขาไม่ได้เดินทางเพื่อทำระยะ

         “อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านเซรอส”

         “ล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วก็มากินข้าวเช้าให้เรียบร้อย อย่าลืมปลุกฟรานด้วย”

         ซาริขานรับตาปรือ วักน้ำในอ่างขึ้นมาล้างหน้าและแปรงฟันด้วยแปรงขนอ่อนใช้ขัดฟันกับเกลือ เสร็จแล้วก็ไปปลุกฟรานที่เหมือนจะไม่ยอมตื่นง่ายๆ แต่ซาริเป็นพวกที่ตื้อเก่งจนกว่าจะสำเร็จใช้เวลาไม่นานฟรานก็ยอมลุกออกมา

         หลังทานมื้อเช้ากันเสร็จก็เริ่มต้นออกเดินทาง สลับสับเปลี่ยนหน้าที่ในการคุมเกวียนและศึกษาการอ่านแผนที่ไปด้วย ถ้าไม่ได้มีถนนที่เป็นเส้นตรงไปถึงเป้าหมาย นักเดินทางมือใหม่อาจจะหลงทิศทางได้ นอกจากนี้ยังมีหลายเส้นทางที่ไม่เหมาะในการใช้เกวียนจึงต้องหยุดตรวจสอบทุกครั้งที่เจอทางแยก ทว่าด้วยแผนที่ฉบับสมบูรณ์ของเซรอสที่บันทึกเส้นทางที่เคยเดินทางทั้งหมดเอาไว้ก็ไม่ต้องใช้เวลามากนัก บ่อยครั้งที่จำเป็นจะต้องแวะพักข้างทางชั่วคราวเพื่อทำธุระ คิดว่าคงต้องหาเวลาออกแบบรถบ้านที่มีห้องสุขาสักหน่อยแล้ว

         เกวียนหยุดลงเมื่อเซรอสบอกให้หยุด เขาเดินลงมากวาดสายตามอง ก้มลงต่ำเพื่อหาบางสิ่งบางอย่าง สิ่งที่พบเจอคือเศษชิ้นไม้ที่แตกหัก ใช้พลังในการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อหาต้นตอของมันพบว่าเป็นไม้ที่นิยมนำมาทำเพื่อสร้างรถม้า มันยากที่จะสังเกตได้ถ้าขับผ่านไปแต่เซรอสมีสายตาที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์จึงรู้ว่าที่นี่อันตรายมาก

         “ทั้งสองคนระวังตัวเอาไว้ด้วย”

         นี่เป็นคำสั่งที่ทั้งสองคนจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เซรอสไม่เคยล้อเล่นกับสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตราย บรรยากาศรอบตัวของเขาเปลี่ยนไปอย่างมากจนรู้สึกได้ถึงเจตนาของการฆ่า

         “ไม่มีประโยชน์ที่จะซ่อนตัว ขอแนะนำให้ออกมาพูดคุยกันก่อนที่จะสายเกินไป”

         เซรอสไม่มีนิสัยเป็นคนช่างเจรจากับคนที่เป็นศัตรู แต่ที่ต้องเรียกออกมาพูดคุยกันก็เพื่อไม่ให้ซาริกับฟรานต้องนอนฝันร้ายหลังจากที่ต้องพบเห็นการฆาตกรรมต่อหน้าต่อตาเป็นครั้งแรก มันเป็นสิ่งที่ทำใจได้ยากมากโดยเฉพาะคนที่เคยต้องทรมานเพราะมัน

         การที่นำดาบสั้นออกมาถือไว้ด้วยสองมือก็คล้ายจะบ่งบอกว่าตนเองไม่ได้เป็นจอมเวท ในโลกนี้มีตรรกะที่ใช้กันอยู่นั่นคือนักรบจะใช้สารพัดอาวุธแต่จะไม่มีคนไหนนำคทาออกมา ขณะเดียวกันจอมเวททั้งหลายก็ไม่ค่อยจะมีใครหยิบอาวุธอย่างอื่นนอกจากคทาออกมา สาเหตุมาจากคริสตัลเวทมนตร์ที่เป็นสื่อกลางในการใช้เวทมนตร์สามารถทำได้เฉพาะกับคทาเพียงอย่างเดียว

         ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เซรอสถอนหายใจยาว

         “ในเมื่อตัดสินใจกันแบบนี้ก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก”

         สิ้นคำกล่าวเซรอสสลับดาบและซัดมีดออกไปมีเสียงดัง ฉึก ตามมาด้วยเสียงร้องโวยวายของบรรดาชายฉกรรจ์ทั้งหลาย พวกเขาก้าวออกมาจากที่ซ่อนโดยที่ยังรู้สึกไม่เชื่อสายตาตรงที่มีดเล่มนั้นเข้ามาโดนเป้าหมายที่ซ่อนตัวอยู่หลังหินได้อย่างไร แต่คำตอบนั้นมีเพียงเซรอสคนเดียวที่ทราบ นั่นคือเขามีความชำนาญในการปามีดระยะสามสิบเมตรได้อย่างแม่นยำ คนธรรมดาคงปามีดที่เร็วระดับนั้นได้ยากมาก แต่ไม่ใช่กับเซรอส

         ความเหี้ยมโหดของเซรอสดูราวกับว่าจะกลายเป็นคนละคนที่แสนใจดีของพวกเด็กๆ เพียงแค่การฆ่าคนคนเดียวก็กลายเป็นการควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้ กวาดสายตามองคนเหล่านั้นผ่านลักษณะภายนอก เสื้อผ้าทำจากหนังสัตว์ดูอบอุ่นน่าจะเป็นพวกที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่า ไม่มีเครื่องประดับที่หรูหรา เนื้อตัวดูสกปรกมาก อย่างไรก็ตามคนเหล่านี้เป็นโจรภูเขาที่มักจะคอยปล้นชิงสินค้าจากพวกพ่อค้าที่บังเอิญผ่านมาในเส้นทางนี้

         ดูเหมือนข่าวลือที่ว่าช่วงนี้มีพ่อค้านำสินค้าขนส่งไปมาระหว่างไรด์การ์ดและเมืองต่างๆ จะแพร่สะพัดออกไปไกลมาก สินค้าจากกลุ่มการค้าเซเรนสามารถเก็บรักษาได้นานเป็นพิเศษ ฉะนั้นแล้วการดักปล้นชิงเสบียงอาหารจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่พวกเขาจะคิดออกได้

         “จัดการมันเลย” พอตั้งสติได้ก็ออกคำสั่ง โจรภูเขาทุกคนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ของตนเอง

         ฟรานกระโดดลงมาจากเกวียน เหวี่ยงคทาออกไปรับดาบใบโค้งรูปทรงประหลาด ความทนทานของคทาด้ามนี้ทำให้เกิดรอยบิ่นบนใบดาบ ฟรานไม่ลังเลที่จะร่ายเวทมนตร์เด็กหญิงกางมือแผ่กระแสลมและยิงมันออกไปอัดกระแทกร่างนั้นจนปลิว คำสอนของเซรอสบอกเอาไว้เสมอว่าในการต่อสู้ไม่ควรลังเลหรือประมาทเพียงเพราะตนเองเอาชนะได้ จนกว่าทุกอย่างจะจบลงจะต้องระมัดระวังตัวอยู่เสมอ ด้วยคำสอนนี้เองทำให้ฟรานหลบมีดที่พุ่งเข้ามาได้และฟาดคทาตีไปที่แขนเต็มแรง

         อย่างไรก็ตามฟรานไม่ได้ฆ่ามนุษย์พวกนั้น มันไม่เหมือนพวกสัตว์อสูรหรือมอนสเตอร์ที่น่ากลัว ฟรานยังใจไม่แข็งพอที่จะฆ่าคน ผลลัพธ์จึงจบลงที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บเกินกว่าจะต่อสู้ต่อ โชคดีที่คทาของฟรานไม่มีคม ไม่เช่นนั้นป่านนี้ชีวิตน้อยๆ ของพวกเขาทั้งหมดคงจบลงไปนานแล้ว ตำแหน่งทั้งหมดที่โจมตีไปล้วนมีผลทำให้ไม่ตายก็พิการแทบทั้งสิ้น

         ซาริซ่อนตัวอยู่บนเกวียนและใช้หน้าไม้ยิงออกไปทั้งที่ยังหลับตา มองดูผลลัพธ์และตกใจที่มันไม่โดนใครเลย

มีเสียงดังมาจากด้านหลังดูเหมือนว่าโจรภูเขาจะแอบลอบเข้ามาเพื่อหาทางจับตัวประกันเป็นอันดับแรก แต่ว่าเกวียนเล่มนี้พิเศษกว่าตรงที่มันเป็นของที่คนนอกยากที่จะทำความเข้าใจได้ การลักลอบขึ้นมาจับตัวประกันจึงทำได้ยากมาก โดยเฉพาะเมื่อดึงส่วนที่คิดว่าเป็นประตูออกมากลับเป็นฝาเปิดของห้องครัวเคลื่อนที่

“นี่มันบ้าอะไรวะ” ชายคนนั้นสบถ เงยหน้าขึ้นมองไปข้างบนและเห็นหัวของกระต่ายขาวโผล่ออกมาจากช่องหน้าต่างและกะพริบตามองปริบๆ น่าเอ็นดู สักพักก็เผยยิ้มสุดกวนใส่และตะโกนก้อง

“ว้าย! ท่านเซรอสเจ้าคะ ขโมยเจ้าค่ะ มีขโมยจะขึ้นมาบนเกวียนแล้ว” ซาริร้องตะโกนเสียงดังมากจนดึงความสนใจมาที่เกวียนได้ แต่อาการตื่นตูมของซาริมันทำให้บางคนที่ต้องการความเงียบเสียสมาธิ

ถ้าจะหาข้อดีของซาริในสถานการณ์แบบนี้ คำเดียวที่จะมอบให้ได้คือความน่ารำคาญ ซาริเป็นประเภทที่ตื่นตูมได้ง่ายและทุกครั้งจะร้องเสียงดังที่สุด ถ้าได้ฟังในระยะใกล้ทุกคนก็แทบจะต้องยกมือปิดหูไปตามๆ กัน เซรอสเลยคิดว่าเสียงร้องของซาริบางครั้งก็จะมีประโยชน์ในการดึงความสนใจ

“เปิดประตูซะ ไม่งั้นก็ตาย” พยายามจะดึงประตูออกแต่มันถูกล็อกจากข้างใน

“เปิดก็ตายเหมือนกันเจ้าค่ะ ซาริไม่เปิดหรอกเจ้าค่ะ”

ปล่อยให้ชายคนนั้นเตรียมทำลายประตู ซาริมุดออกมาทางประตูเล็กด้านหลัง เซรอสทำมันเอาไว้เพื่อใช้เป็นทางหนีฉุกเฉินที่เปิดได้จากข้างในเท่านั้น เดินอ้อมมาจากทางด้านหลังพร้อมด้วยกระทะก้นแบนและฟาดไปที่กลางแผ่นหลังอย่างแรง

“นี่แน่ะเจ้าค่ะ” พอชายคนนั้นเสียหลักล้มลงซาริก็กระหนำฟาดกระทะไปอีกหลายสิบครั้ง

ถึงจะดูเป็นกระต่ายที่ขี้กลัวแต่ก็ยังมีสถานะเป็นนักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์สาขานักรบ ซาริต่อสู้ได้อยู่แล้วแต่ไม่เคยถูกจัดอันดับในระดับชั้นเรียนหรือโรงเรียน ทุกคนลงความเห็นว่าซาริไม่สามารถเรียนรู้การต่อสู้ได้จึงมักจะให้ทำงานจิปาถะ ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงไม่รู้ว่าตัวซาริถูกเซรอสเทรนมาเป็นอย่างดีในเรื่องของการป้องกันตัว

กระทะก็ยังคงเป็นกระทะ นอกจากอาการบาดเจ็บเล็กน้อยก็ไม่มีผลที่ถึงแก่ชีวิต สักพักเมื่อตั้งสติได้ก็ดึงขาให้ล้ม ซาริก้นจ้ำเบ้าและมองเห็นโจรภูเขากระโดดเข้ามาทับ

“ว้าย!

อารามตกใจซาริยกเท้าถีบออกไปเต็มแรง โจรภูเขากระแทกกับเกวียนจนมันส่ายจนเกือบจะล้ม ร่างนั้นร่วงลงมานอนกองหมดสติอยู่บนพื้น และแน่นิ่งไปในที่สุด

พลังถีบของซาริรุนแรงที่สุดแม้แต่เซรอสยังเกรงกลัว ถ้าโดนเข้าไปจังๆ โดยไม่ได้ป้องกันอาจถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ที่ใช้หุ่นไม้ที่ทนทานต่อดาบในการทดสอบพลัง ผลลัพธ์คือสภาพของมันทำให้บางคนที่ได้เห็นต้องลอบกลืนน้ำลาย

“คงไม่ตายนะเจ้าคะ?” ซาริถาม ใบหน้าดูหวาดกลัวว่าจะถูกลงโทษ




ซาริมีข้อดีอยู่สองอย่าง

หนึ่งคือเสียงแปดหลอดน่ารำคาญ

และสองคือตีนหนักมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 669 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #12897 0863080358nm (@0863080358nm) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 03:47
    เริ่มรู้สึกรำคาญซาริละไม่ทำประโยช์นไรเลยนี้ถ้าเป็นสงครามเจอพวกระดับสูงฟรานที่ต้อฃใช้สมาธิคงโดนฆ่าแล้วเพราะเสียงซารินี้แหละโง่
    #12897
    0
  2. วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 16:47

    " นี้แน่ะเจ้าค่ะ " ยังจะมีเจ้าค่ะอีกนะ 5555+
    #10997
    0
  3. #10700 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 18:35
    ซาริก็เคยเขียนลงในใบสมัครแล้วนี่ว่า อาวุธที่ถนัดคือ "ตีน"
    #10700
    0
  4. #9542 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 18:53
    ขอบคุณครับ
    #9542
    0
  5. #8901 nisworddunn (@panittha21) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 01:11
    ขนนุ่มด้วย
    #8901
    0
  6. #8445 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 14:36
    เป็นข้อดีที่มีประโยชน์มาก
    #8445
    0
  7. #8181 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 14:50
    ซาริตีนหนัก ย่องเบาไม่ได้แน่ๆเลยเจ้าค่ะ55555
    #8181
    0
  8. #7135 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:35
    ไม่น่ารอดนะ
    #7135
    0
  9. #6695 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:27
    เจ้าซาริ เอ็นดู 555555
    #6695
    0
  10. #6430 Ghost_Rider_D. (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 02:15
    R.I.P. คุณโจรผู้โดนตีน
    #6430
    0
  11. #6428 -Blank- (@-Blank-) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 01:23
    ขำซาริ
    #6428
    0
  12. #6426 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 20:06
    ออกมังงะเรื่องใหม่เป็น One kick girl คงฮาทุกตอน
    #6426
    1
    • #6426-1 White Hope (@star-of-evil) (จากตอนที่ 92)
      23 ธันวาคม 2560 / 21:16
      โอ้ยขำ เห็นด้วยๆ 555555
      #6426-1
  13. #6425 คุณพุดดิ้ง (@topbangbo) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 16:10
    ซาริ จะแปลงร่างได้ไหมตอนจันทร์เต็มดวง...
    #6425
    0
  14. #6424 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 15:34
    อาการน่าเป็นห่วงนะ คนโดนถีบอะ5555...ไม่น่ารอด หึๆๆ
    #6424
    0
  15. #6422 อ้นเองคร้าบบ (@aon6025) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 13:36
    สนุกมากครับ
    #6422
    0
  16. วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 12:25
    ขอบคุณค่ะ
    #6421
    0
  17. #6420 Fayrious (@entamable) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 10:44
    ไม่รู้ว่าจะสงสารคนที่โดนซาริถีบดีไหมเนี่ยสิ//ไว้อาลัยให้แทนแล้วกัน ฮ่าๆๆๆ
    #6420
    0
  18. #6418 ภูตเงา [Doppelganger] (@nean8) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 08:22
    หนักมากกกก55555
    #6418
    0
  19. #6417 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 08:07
    ขอบคุณครับ
    #6417
    0
  20. #6416 MarsWell (@spit) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 07:03
    อย่างนี้ต้องฝึกวิชา 18 ฝ่าเท้าพิชิตมังกร
    #6416
    1
    • #6416-1 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 92)
      7 มกราคม 2562 / 01:15
      โหว? มาจากเรื่องไหนวะนั้น แต่น่าจะรุนแรงน่าดู//มีคำว่ามังกรด้วย
      #6416-1
  21. #6415 SacredLight (@somefriend) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 01:29
    ต้องเอาดีวิชาเท้าแล้วแบบนี้ กระบวนท่าเท้ากระต่าย!!
    #6415
    0
  22. #6414 wanpen725 (@wanpen725) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 23:41
    ชอบซาริ
    #6414
    0
  23. #6413 @!^*^DemoN^*^!@ (@pea-za) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 23:35
    ตีนติดคริ !!!

    ตูมเดียวตาย!!!
    #6413
    1
  24. วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 21:07
    เท้านิวเคลียร์ แลดูทรงพลังและอลังการ
    #6412
    0
  25. #6411 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 18:59
    ซาริคือน้องงงงงงง น่ารักอะ
    #6411
    0