ตอนที่ 87 : SS2 Episode Twenty-Seven : ตัวแทนโรงเรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 770 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

SS2 Episode Twenty-Seven

 



         ผ่านช่วงการคัดเลือกตัวแทนนักเรียนมาเป็นที่เรียบร้อย ช่วงนั้นจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีนักเรียนพยายามฝึกฝนกันอย่างหนักโดยเฉพาะบรรดาเด็กที่มาจากตระกูลที่ต้องการกอบกู้ชื่อเสียงหรือผลักดันไปสู่เส้นทางที่รุ่งเรือง แต่ความพยายามเหล่านั้นแทบจะสูญเปล่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่านักเรียนผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นทั้งหลาย หากใช้เกณฑ์ความสามารถเหล่านั้นเป็นตัวชี้วัดคงมีเพียงนักเรียนชั้นปีสามเท่านั้นที่พอจะเข้าข่าย

         ในห้องเรียนสาขาเวทมนตร์ชั้นปีที่หนึ่ง ตัวแทนนักเรียนที่ถูกเสนอชื่อมากที่สุดจากคณะครูที่เข้าประชุมคิดตรงกันว่าควรจะให้ ฟราน แอชเชอร์ เป็นตัวแทนอันดับหนึ่งในการประลองเวทมนตร์ หากเทียบกับนักเรียนรุ่นเดียวกันและบรรดารุ่นพี่ คนที่สามารถควบคุมทิศทางเวทมนตร์ได้อย่างแม่นยำที่สุดตอนนี้คือฟราน อีกทั้งยังมีพลังเวทมนตร์และมานาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมอย่างก้าวกระโดด แม้จะมีเสียงร่ำร้องไม่พอใจจากนักเรียนที่ให้ความสำคัญกับเผ่าพันธุ์ แต่กฎก็ไม่ได้ระบุว่าจะต้องเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้น

         ตามมาด้วยอันดับที่สองและสามคือ เบล เรสเทียร์ และ วาเลนเซียร์ เซราตี ที่มีผลคะแนนในการทดสอบไล่เลี่ยกันมา ทั้งสองคนนี้ถือได้ว่าเป็นที่น่าภาคภูมิใจของบรรดาครูผู้สอนเนื่องจากสามารถพูดได้เต็มปากว่าเป็นคนฝึกสอนจนพัฒนามาได้ถึงขั้นนี้ คงมีเพียง ฟราน แอชเชอร์ คนเดียวที่คาดว่าคงจะเรียนรู้ด้วยตัวเองจนความรู้ด้านเวทมนตร์เหนือล้ำกว่าขอบเขตความรู้ที่ตนเองสามารถสอนให้ได้

         แท้ที่จริงแล้วความก้าวหน้าของฟรานมาจากความขยันของเซรอสที่เข้าห้องสมุดยืมหนังสือกลับมาแทบจะทุกวัน เขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการบันทึกเนื้อหาทั้งหมดลงในสมองหน่วยความจำ และค่อยๆ ดัดแปลงหลักสูตรที่ถูกต้องผสมผสานกับศาสตร์สมัยใหม่จนก่อให้เกิดเป็นเนื้อหาที่สมบูรณ์และอ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น ฟรานมักจะมาขอยืมหนังสือพวกนี้ไปศึกษาจนสามารถใช้เวทมนตร์ระดับ 3 ได้ทุกสายเวทมนตร์ธาตุที่เชี่ยวชาญ

         นอกจากนี้ยังมีรายชื่ออีกหลายคนที่ถูกใส่เข้ามาจนครบจำนวนเต็มสิบของตัวแทนนักเรียนชั้นปีหนึ่ง ทั้งหมดนั้นครึ่งหนึ่งเป็นคนที่ได้เซรอสเป็นคนให้คำแนะนำในการฝึกยิงเวทมนตร์ ส่วนที่เหลือมาจากความพยายามจนได้รับตำแหน่งที่น่าภาคภูมิใจนี้ ตอนที่ทราบว่าตนเองได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนนักเรียนไปแข่งขันบางคนก็รู้สึกกลัวและบางคนก็ตื่นเต้น เพราะมันเป็นโอกาสที่จะทำให้พวกเขามีอนาคตที่รุ่งโรจน์

         แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นการถกเถียงสำหรับสาขานักรบที่จะต้องเลือกส่งตัวแทนออกไปเช่นกัน จากรายงานของอัศวินที่กำกับการฝึกสอนพวกเขามองเห็นคนที่มีความสามารถจำนวนมากจนตัดสินใจเลือกใครสักคนออกมาไม่ได้ในทันที ตอนนั้นเดลฟีโอน่าซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์จึงได้เสนอชื่อของ เซรอส แอชเชอร์ ขึ้นมา เธอตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ชักจูงให้เขาเกิดความสนใจในการเป็นอัศวินมากขึ้น หากวิธีนี้ได้ผลก็จะเป็นผู้ลงนามรับรองและแต่งตั้งให้มาเป็นผู้ช่วยคอยฝึกสอนทุกอย่างให้

         ไม่มีใครกล้าคัดค้านความเห็นของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ข่าวลือเกี่ยวกับความสามารถของเขาก็ไม่ใช่ข่าวลืออีกต่อไป ครั้งล่าสุดที่แสดงฝีมือเป็นการต่อสู้ฝึกซ้อมกับนักเรียนหญิงคนหนึ่ง และด้วยพรสวรรค์ที่แสดงให้เห็น เลธิเซีย เคอร์ริช และ ไรอัส มาร์ติอัส เป็นอีกสองคนที่ถูกเสนอชื่อขึ้นมา และเสริมด้วยเผ่าพันธุ์มนุษย์สัตว์ที่มีฝีมือมีการต่อสู้สูงเกือบทั้งหมด

         รายชื่อทั้งหมดถูกประกาศแปะเอาไว้บนกระดาน นักเรียนทั้งหมดต่างพากันมามุงดูด้วยความสนใจ บางคนเห็นว่ามีชื่อของตนเองก็ยิ้มจนแก้มปริ หลายคนที่ไม่ได้ถูกเลือกก็รู้สึกเสียใจไม่น้อย แต่พวกเขามีเหตุผลจึงรู้ว่าทางคณะครูเองก็ต้องปวดหัวกับการตัดสินใจเลือกนักเรียนที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุดออกมา แม้จะมีคนที่อยากเลือกอยู่ในใจก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องทำเพื่อชื่อเสียงของโรงเรียน

         ทุกคนที่ถูกคัดเลือกเป็นตัวแทนจะต้องไปรวมกันหลังเลิกเรียนเพื่อรับทราบกำหนดการและมีการฝึกซ้อมเพื่อให้ได้รับชัยชนะ เท่ากับว่าจะได้รับบทเรียนเสริมจากเดลฟีโอน่าสร้างความอิจฉาให้กับเหล่าผู้ที่ไม่ได้รับเลือก ว่ากันตามตรงแล้วนี่ไม่เพียงเป็นการแข่งขันเพื่อศักดิ์ศรีของโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงฐานะของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ด้วย พวกเขาเองก็มุ่งหวังจะแสดงความสามารถผ่านลูกศิษย์ที่ฝึกสอนมาด้วยตัวเองจึงต้องจริงจังไม่อาจทำเล่นได้

         ซาริอยากจะไปด้วยแต่ถูกเซรอสสั่งห้ามและให้กลับไปดูแลบ้านให้เรียบร้อย ตอนแรกก็ดื้อมากจนเซรอสอนุญาตให้กินไอศกรีมได้หนึ่งถ้วยจึงยอมกลับแต่โดยดี จากนั้นจึงไปพบกันที่สนามฝึกซ้อมกันสองคนกับฟรานที่มีรายชื่อ ดูเหมือนฟรานจะดีใจกับการถูกเลือกพอสมควร เข้าใจดีว่าอาจเพราะยังเป็นเด็กและให้ความสำคัญกับชัยชนะหรือความโดดเด่น เซรอสไม่ต้องการทำลายอนาคตของทั้งสองคนจึงเลือกที่จะสนับสนุนทุกอย่างเท่าที่จะสามารถทำได้

         มาถึงสนามฝึกซ้อมบรรยากาศก็ตึงเครียดอย่างมาก คงมีเพียงเซรอสคนเดียวที่ไม่ถูกความตึงเครียดเข้าครอบงำ สำรวจทุกอย่างเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันด้วยความเคยชิน เห็นทุกคนจับกลุ่มกันจึงไปรวมกลุ่มกันอยู่บ้าง ฟรานเลือกจะยืนอยู่วงนอกไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้ใดทั้งสิ้น เซรอสยิ้มอ่อนตบหลังฟรานเบาๆ และผลักให้เดินไปหาพวกเพื่อน ตอนแรกพยายามจะรั้งตัวไว้สุดท้ายก็ต้องยอมเดินไปรวมกลุ่มด้วย ส่วนเซรอสก็ต้องแสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมาเช่นกันเดินไปรวมกลุ่มและเริ่มพูดคุยกับพวกมนุษย์สัตว์ที่ถูกเลือก

         ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนในห้องเซรอสได้ซาริเป็นคนกลางเสมอจึงไม่รู้สึกว่ามีการต่อต้านใดๆ สามารถพูดคุยและหัวเราะร่วมกันได้ ที่ผ่านมาเซรอสมักจะให้คำแนะนำอยู่เสมอเวลาที่พวกเขารู้สึกท้อแท้เรื่องที่ต้องพยายามฝึกฝนให้ผ่านเกณฑ์ที่พวกอัศวินตั้ง ทำหน้าที่เป็นเหมือนที่ปรึกษาจนถูกเรียกด้วยคำว่า อาจารย์ ไปแทนเสียแล้ว มนุษย์สัตว์ส่วนใหญ่แล้วจะซื่อสัตย์ไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม ทั้งในเรื่องความแข็งแกร่ง บุญคุณ หรือเรื่องเล็กน้อยอย่างคำสัญญา ทำให้เป็นเผ่าพันธุ์ที่ถูกหลอกใช้ได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันหากพวกเขาโกรธแค้นเมื่อไหร่ไม่มีทางที่จะญาติดีด้วยแน่ เหตุผลนี้เองทำให้ทางแต่ละอาณาจักรให้ความสำคัญด้านการทูตระหว่างเผ่าพันธุ์และรักษาความสัมพันธ์เอาไว้

         “ที่จริงแล้วข้ามีปัญหาที่แก้ไม่ตกอาจารย์ วิธีไหนบ้างที่จะทำให้เกล็ดของข้าดูเงางามเป็นที่ต้องตาต้องใจของสตรี”

         “สอนวิธีจีบสาวให้ข้าหน่อย”

         “วิธีที่ทำให้ขนนุ่มสวยเหมือนซาริต้องทำอย่างไรบ้าง”

         สารพัดปัญหาของบรรดาสัตว์โลกเป็นอะไรที่เซรอสถูกมองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญไปเสียแล้ว ตัวอย่างผลลัพธ์ใกล้ตัวที่เห็นชัดที่สุดก็คงจะเป็นซาริ เผ่าพันธุ์กระต่ายขาวที่ความสวยงามขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและอาหารการกิน ซาริอาจจะดูอ้วนในสายตาของมนุษย์ส่วนใหญ่ แต่เมื่อมองผ่านตรรกะของมนุษย์สัตว์แล้วจะพบว่าซารินั้นสวยงามและมีเสน่ห์จนเป็นที่ชื่นชอบของสายพันธุ์กระต่ายด้วยกัน คงเหมือนกับเจ้าหญิงที่งดงามดั่งอัญมณีประจำเมือง

         เมื่อเดลฟีโอน่าและอาจารย์จอมเวทที่มีหน้าที่ฝึกสอนนักเรียนสายเวทมนตร์มาถึงสนามฝึก ทุกคนก็คล้ายจะตอบโต้โดยการจัดแถวประหนึ่งทหารเพื่อความเรียบร้อยโดยไม่ต้องออกคำสั่ง ความเป็นระเบียบนี้คงเกิดจากความเคารพในตัวของอัศวินศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน เซรอสยังจำได้ดีว่าในวันแรกของการศึกษายังไม่มีความเป็นระเบียบเลยสักคนเดียว

         เดลฟีโอน่าหยุดและมองนักเรียนที่ถูกคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของโรงเรียน แต่เธอหยุดสายตาไปทางเซรอสนานกว่าเล็กน้อย และมาจบลงที่เด็กหญิงเอลฟ์ที่ได้รับการรับรองจากบรรดาจอมเวทที่ฝึกสอนยอมรับให้เป็นอัจฉริยะในรอบหนึ่งร้อยปี

         “อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้ทุกคนที่อยู่ที่นี่คือผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมศึกประลองระหว่างโรงเรียนที่นครไอทาเรีย เบื้องหน้าพระพักตร์ขององค์ราชา เราจะฝึกฝนพวกเจ้าให้พร้อมสำหรับการประลองที่จะมาถึงไม่ว่าจะเป็นเวทมนตร์หรือเทคนิคการต่อสู้ จงเรียนรู้อย่างตั้งใจเพราะการประลองในครั้งนี้จะเป็นเกียรติประวัติที่สร้างชื่อเสียงให้พวกเจ้าได้อย่างแน่นอน นักเรียนสายเวทมนตร์ให้ไปรวมกันที่ทางฝั่งซ้าย ส่วนสายนักรบให้มารวมตัวกันทางด้านขวา บุคคลที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ให้ก้าวออกมาข้างหน้า

         เดลฟีโอน่าประกาศรายชื่อนักเรียนออกมาทีละคนจำนวนสิบแปดคน ในจำนวนพวกนั้นเซรอสกับฟรานเองก็ถูกคัดเลือกเอาไว้ด้วย เซรอสมั่นใจว่าสิบแปดคนเหล่านี้คือบุคคลที่ถูกคาดหวังว่าจะได้รับชัยชนะ เป็นตัวจริงของโรงเรียนจากทั้งสามชั้นปี รายชื่อทั้งหมดนี้ผ่านการลงความเห็นว่าสมควรจะต้องผลักดันให้มากยิ่งขึ้น ส่วนจำนวนที่เหลืออยู่ในเกณฑ์ที่พอคาดหวังได้แต่ก็ไม่คิดจะที่ละเลย หากตัวจริงเหล่านี้ไม่มีความสามารถก็จะมีการสลับสับเปลี่ยนตัวจริงกันได้จนกว่าจะถึงเวลาส่งรายชื่อ

         การฝึกสอนแบบพิเศษฟังดูแล้วสร้างแรงกระตุ้นให้เหล่านักเรียนได้เป็นอย่างดี ทุกคนดูมีกำลังใจและเริ่มต้นการฝึกหนักอย่างแข็งขัน เซรอสเป็นคนเดียวที่ขาดความกระตือรือร้นที่จะฝึกฝน เขาเพียงทำแค่ให้อยู่ในระดับที่ผ่านเกณฑ์ในเบื้องต้น โชคร้ายที่เดลฟีโอน่าไม่ปล่อยให้เซรอสได้ทำตามใจ พอเห็นเซรอสไม่มีจิตใจจะฝึกซ้อมเธอก็เป็นคนเสนอตัวมาช่วยฝึกให้ และเพื่อไม่ให้คิดว่าเธอมีความสนใจในตัวของคนเพียงคนเดียว ก่อนจะมาถึงเซรอสก็เป็นครูฝึกให้กับบรรดาเด็กนักเรียนรุ่นพี่ที่ประกาศชื่อเสียงเรียงนามหวังจะให้จดจำได้

         อย่างไรก็ตามเดลฟีโอน่าไม่ใช่คนที่ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ เธอรับมือและช่วยแก้ไขพฤติกรรมของผู้ถูกคัดเลือกทุกคน ชี้แจงจุดอ่อนต่างๆ ให้ ถ้าจะมีคนที่ถูกกล่าวชมเชยก็คงจะเป็นเลธิเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เซรอสช่วยในการฝึกฝนท่าเคลื่อนไหว ถึงจะยังทำได้ไม่ดีเท่าแต่มันกลับเสริมให้วิชาดาบมีความร้ายกาจเพิ่มมากขึ้น มันอาจจะได้ผลถ้าคู่ต่อสู้เป็นนักเรียนเหมือนกัน แต่เมื่อคู่ต่อสู้เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์การเคลื่อนไหวเหล่านั้นแค่ครั้งสองครั้งก็มองออกได้ไม่ยาก

         สรุปก็คือในการต่อสู้แบบรุมเก้าต่อหนึ่ง แปดคนถอยออกไปจากสนามเป็นที่เรียบร้อยตามคำสั่งของเดลฟีโอน่า คนที่เหลืออยู่ในสนามจึงมีเพียงเซรอสคนเดียว ด้วยความที่ไม่มีทางเลือกสุดท้ายก็จำเป็นจะต้องแสดงฝีมือในระดับที่อีกฝ่ายคาดหวังเอาไว้ ไม่มีการใช้ศิลปะเวทแต่อย่างใด ทั้งหมดเป็นการต่อสู้ด้วยเทคนิคและชั้นเชิง ซึ่งเดลฟีโอน่าหลังจากที่ได้สู้กับเซรอสก็เกิดสงสัยในความแข็งแกร่งของตนเองจึงได้ใช้เวลาช่วงที่ว่างฝึกฝนตนเองอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายเซรอสก็พ่ายแพ้เพราะสูญเสียจังหวะจนถูกดาบพาดคอ

         ต่อมาก็เรียกทุกคนมารวมกันและตั้งใจจะฝึกสอนเทคนิคการใช้ศิลปะเวทระดับสูงให้ เธอสั่งให้ทุกคนอยู่ในสภาพป้องกันและให้คงสภาพเอาไว้ให้ได้นานที่สุด สำหรับผู้ที่พึ่งจะเริ่มฝึกฝนได้ไม่กี่เดือนคงมีความชำนาญไม่มากเท่าไหร่ ปีสองและปีสามกลับทำได้ในทันที เซรอสเป็นคนแรกในกลุ่มนักเรียนปีหนึ่งที่ทำสำเร็จ เขากลัวว่าเดลฟีโอน่าอาจสงสัยได้เพราะครั้งล่าสุดที่เผชิญหน้ากันเขาใช้ศิลปะเวทในระดับที่ชำนาญไม่เหมือนเด็กฝึกหัด

         “เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนสามารถใช้ศิลปะเวทได้ดังนั้นสิ่งที่อยากจะให้พวกเจ้าทำในวันนี้ก็คือการอยู่ในสภาพนั้นให้ได้นานที่สุดในทุกๆ วัน หากทำได้สำเร็จก็จะสอนเทคนิคที่ใช้ในการต่อสู้ได้ให้ มันไม่ใช่เทคนิคที่ยากอะไรนักก็แค่ต้องใช้ความอึดในระดับหนึ่ง หากพวกเจ้าเป็นอัศวินหรือเป็นนักผจญภัยที่มีแรงค์ C ขึ้นไป อย่างน้อยก็ต้องทำสิ่งนี้ให้ได้” กล่าวจบเดลฟีโอน่าก็ชกลงไปที่ก้อนหินที่ให้จอมเวทเตรียมมันเอาไว้ หมัดนั้นทะลวงเข้าไปอย่างง่ายดาย

         เซรอสไม่รู้สึกแปลกใจสักเท่าไหร่ ทักษะประเภทความเร็วเองก็ใช้วิธีที่คล้ายกันเพียงแค่ตรงกันข้าม กรณีของเดลฟีโอน่าหากใช้มันเพื่อโจมตีจะเป็นการ รวมพลังจุดเดียว ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นและร่างกายก็ต้องแบกรับภาระหนักด้วย ส่วนแอคเซลที่คิดค้นมีขั้นตอนการทำงานอยู่สองขั้น หนึ่งคือการรวมพลังไปที่ขาทั้งสองข้าง และสองคือการปล่อยพลังนั้นออกไป มันสามารถพัฒนาเป็นการสะบัดเพื่อสร้างคลื่นวิถีโจมตีระยะไกลเหมือนวิชาหมัดมวยในเรื่องแต่ง เพียงแต่วิธีนี้กินมานาค่อนข้างมากทีเดียว

         ในขณะที่กำลังฝึกกันอยู่ที่มุมหนึ่งของสนาม ทันใดนั้นก็เกิดปรากฏการณ์เพลิงหมุนทำให้พื้นที่โดยรอบถูกความร้อนกลืนกิน เพลิงอันร้อนระอุรุนแรงมากพอจะทำลายล้างชีวิตที่อยู่ในรัศมี ผู้ที่ใช้เวทมนตร์นี้คือฟราน แอชเชอร์ ท่ามกลางความหวั่นวิตกแม้แต่ครูผู้สอนเองก็ยังยากจะรับมือได้ ตอนนั้นเองที่ปรากฏเสียงเล็กๆ ดังขึ้นมา

         “เอาจริงเอาจังกันน่าดู”

         พร้อมกันนั้นก็มีเสียงดีดนิ้ว เวทมนตร์ของฟรานถูกหักล้างด้วยสายลมอุณหภูมิติดลบจนจับเปลวเพลิงทั้งหมดให้กลายเป็นน้ำแข็ง จากนั้นก็เริ่มปริแตกและสลายเป็นไอน้ำลอยขึ้นสู่อากาศ เหมือนกับว่าเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

         ชั่วพริบตานั้นที่ทั้งลานฝึกซ้อมตกอยู่ในความเงียบ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นครูหรือนักเรียนต่างก็พากันตกตะลึงกับเวทมนตร์ระดับสูงที่สามารถสลายเวทมนตร์ที่น่ากลัวนั้นไปได้ แต่ที่ดูจะตกตะลึงมากกว่ากลับเป็นการที่ผู้ใช้เวทมนตร์เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่ง ทุกคนจำได้ดีว่าเธอคนนี้มีสถานะเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียนเซเวียร์ เพียงแต่เธอไม่ค่อยปรากฏตัวออกมามากนักและไม่เคยหวังว่าจะได้เห็นการใช้เวทมนตร์ในการสลายเวทมนตร์กับตา

         “ทะท่านผู้อำนวยการ” เดลฟีโอน่ารู้สึกเหมือนมีน้ำท่วมอยู่ในปาก จำได้ว่าผู้อำนวยการจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้และยกอำนาจหน้าที่ให้เธอเป็นคนจัดการทั้งหมด

         “ไม่เห็นต้องตะกุกตะกักเลยนี่นา เราผู้นี้มอบหมายหน้าที่ในการฝึกสอนนักเรียนแก่เจ้าอยู่แล้วและไม่คิดจะมารบกวนหรือขัดขวางใดๆ เพียงแต่มันจำเป็นจะต้องมีกรณียกเว้นอยู่บ้าง โดยเฉพาะกับเด็กคนนี้ล่ะนะ” พูดพลางเบนสายตามองไปทางฟราน เดลฟีโอน่าพูดอะไรไม่ออกอาจเพราะไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรมาก “พลังเวทมนตร์ที่รุนแรงระดับนั้นจำเป็นจะต้องได้รับการฝึกสอนจากผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง ครูที่พอจะฝึกสอนให้ได้มีอยู่ไม่กี่คนนักหรอก อ๊ะ! ไม่ใช่ว่าครูในโรงเรียนไร้ความสามารถหรอกนะ ก็แค่เด็กคนนี้ก้าวข้ามพวกคนแก่หัวโบราณไปแล้วเท่านั้น”

         เวทมนตร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นและดัดแปลงมันให้เกิดเงื่อนไขตรงกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ดูราวกับว่าจอมเวทเป็นผู้ควบคุมปรากฏการณ์ทั้งหมดในโลก อย่างที่อินโนเซนเทียร์ใช้เมื่อสักครู่นี้ก็เป็นเวทมนตร์สำหรับควบคุมปรากฏการณ์ก่อให้เกิดเป็นพื้นที่ความเย็นต่ำติดลบในชั่วอึดใจแช่แข็งเพลิงได้ในชั่วพริบตา ในขณะที่เหล่าสภาเวทมนตร์ซึ่งเป็นคนหัวโบราณนิยามเวทมนตร์ว่าเป็นอำนาจของทวยเทพและเคารพบูชาสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่จริงจนกลายเป็นความจริง ก่อให้เกิดเป็นลัทธิหรือความเชื่อต่างๆ มากมาย แต่ไม่ว่าจะตัดสินด้วยเหตุผลอย่างไรต่างก็ถูกต้องกันทั้งสองฝ่าย

         “หรือท่านผู้อำนวยการจะเป็นคนฝึกสอนให้ด้วยตัวเอง?” เดลฟีโอน่าสอบถาม พลางวิตกกังวลหากมันกลายเป็นความจริง ในวันข้างหน้าไม่เพียงแต่จะมีหน้าที่จับตามองอินโนเซนเทียร์ เป็นไปได้ว่าคงต้องเพิ่มฟรานเข้าไปเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องถูกจับตามอง

         “เราผู้นี้หรือ? อย่าพูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้จะดีกว่า”

         “ขออภัยด้วยค่ะ”

         “แต่คนที่จะสอนให้คือริซาน่าต่างหาก” อินโนเซนเทียร์ตอบด้วยรอยยิ้ม

         แบบนั้นมันก็ไม่ต่างกันไม่ใช่เหรอ?

         เดลฟีโอน่าคิดแบบนั้น มองไปทางริซาน่าซึ่งมีฐานะเป็นรองผู้อำนวยการและคอยออกหน้าในงานสังคมต่างๆ แทนให้ เธอคนนี้ได้ชื่อว่าเป็นจอมเวทอีกหนึ่งคนที่ทางสภาเวทมนตร์กลัวเกรงจนไม่ค่อยอยากจะก่อปัญหาให้สักเท่าไหร่ แม้ว่าจะไม่อาจเทียบชั้นได้กับอินโนเซนเทียร์ที่สามารถลบล้างอาณาจักรแห่งหนึ่งได้เพียงตวัดนิ้ว แต่ก็ยังมีอำนาจมากพอจะสั่นสะเทือนอาณาจักรไปจนถึงวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้

         ในอดีตจำได้ว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์ไม่ยอมรับเวทมนตร์ของริซาน่าและตราหน้าว่าเป็นพวกนอกรีต ถึงเดลฟีโอน่าจะไม่จำเป็นต้องออกโรงจัดการด้วยตัวเอง รองผู้อำนวยการท่านนี้ก็จัดการทุกอย่างได้อย่างหมดจด จนท้ายที่สุดวิหารศักดิ์สิทธิ์ยอมยุติข้อกล่าวหาโดยการจับตัวบุคคลระดับสูงมาลงโทษทัณฑ์ขั้นรุนแรง เพื่อยุติข้อบาดหมางทั้งหมด

         ทว่าเมื่อมองในอีกแง่มุมเป็นไปได้ว่าอินโนเซนเทียร์เองก็มุ่งหวังในชัยชนะครั้งนี้เหมือนกัน

         “อย่าคิดว่าเราผู้นี้มุ่งหวังในชัยชนะเชียวล่ะ” ผู้อำนวยการร่างเล็กเอ่ยขึ้นราวกับอ่านความคิดได้ “เราผู้นี้ไม่ได้สนใจเรื่องหยุมหยิมของพวกเจ้าแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้มันก็เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากความพยายามของพวกเด็กนักเรียน ไม่ใช่ของเราผู้นี้เสียหน่อย”

         ส่งสัญญาณบอกริซาน่าเสร็จ รองผู้อำนวยการก็เดินตรงเข้าไปหาฟราน พูดคุยกันอยู่ไม่ถึงสามประโยคฟรานก็พยักหน้าและเดินตามริซาน่าไปโดยไม่ลืมหันไปมองเซรอสด้วย ในตอนนั้นเซรอสอยากจะเข้ามามีส่วนร่วมแต่คิดถึงสถานะของตนเองจึงไม่อยากเสี่ยงให้ความลับรั่วไหลมากไปกว่านี้ เนื่องจากพยายามจะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากนักจึงต้องละเว้นคนที่มีชื่อเสียงเอาไว้เสียก่อน แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่อย่างไร ที่เห็นอินโนเซนเทียร์มองมาที่ตนเองและส่งรอยยิ้มที่น่าสงสัยกลับมา

         เมื่ออินโนเซนเทียร์กลับไปแล้วบรรยากาศก็กลับมาเป็นปกติ แต่ไหนแต่ไรนักเรียนก็ไม่ได้รู้จักกับผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วจึงไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอิจฉาแต่อย่างใด พูดกันตามตรงพวกเขาให้ความสนใจกับบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในปัจจุบันเท่านั้น สำหรับตัวตนที่ไร้ชื่อเสียงจึงมักจะทำความรู้จักเพียงผิวเผินเท่านั้น

         การฝึกนรกเสร็จสิ้นทุกคนแทบจะหมดเรี่ยวแรงในวันนั้นเลย การฝึกแบบอัศวินคือการฝึกฝนให้ร่างกายข้ามขีดจำกัดอยู่เสมอ เหล่านักเรียนสายเวทมนตร์ยังไม่เคยฝึกซ้อมอะไรแบบนี้จึงรู้สึกว่ามันเป็นการฝึกที่โหดหินมาก ผิดกับพวกสายนักรบที่เจอเรื่องพวกนี้อยู่ทุกวันจนกลายเป็นความเคยชิน พวกเขาซ้อมประลองกันอย่างจริงจังและได้รับบาดเจ็บกันเล็กน้อย ทักษะในการรบก็เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะพวกมนุษย์สัตว์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่แล้ว

         เดลฟีโอน่าปล่อยให้ทุกคนกลับไปฝึกฝนต่อที่บ้านโดยไม่ลืมแนะนำวิธีการฝึกของแต่ละคนด้วย หลังจากที่แยกตัวออกมาจากพวกนักเรียน เซรอสมองซ้ายมองขวาเมื่อพบว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ ก็ได้เวลาลอบเร้นเข้าไปตรวจสอบ บางทีก็มีความคิดที่ว่าอยากจะสร้างเครื่องดักฟังขึ้นมาแต่มันคงไม่ดีเพราะมันล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวอย่างมาก ลำพังแค่เครื่องติดตามรูปสร้อยคอที่ให้กับซาริและฟรานก็ทำให้การเคลื่อนไหวของพวกเธออยู่ภายใต้การดูแลทั้งหมด

         ฟรานถูกพาไปอยู่ที่หอคอยที่สูงโดดเด่นที่สุดในโรงเรียน เป็นตำแหน่งที่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ พูดให้ถูกมันคือตำแหน่งซุ่มยิงที่ดีที่สุด แต่ก็อันตรายที่สุดเช่นกัน เซรอสเคยเห็นอยู่หลายครั้งแต่ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว มันเป็นลางสังหรณ์ของนักฆ่าที่รู้สึกว่าที่นั่นไม่สมควรจะเข้าไปวุ่นวาย ตั้งแต่ที่ได้เข้ามาศึกษาจึงหลีกเลี่ยงการไปที่หอคอยนั้นเรื่อยมา จะมีก็แค่ซาริที่เป็นสุดยอดตัวป่วนที่ทำในสิ่งที่คนไม่กล้าทำ ยังจำได้เลยว่าครั้งนั้นซาริแอบย่องเอาเท้าไปสัมผัสกับขอบบันไดแล้ววิ่งมาบอกว่าแอบไปที่หอคอยน่ากลัวนั่นมาแล้ว

         “สำหรับเราแล้วเวทมนตร์ถือเป็นของแสลงจริงๆ”

         เซรอสยกมือยอมแพ้ทันทีที่เห็นแสงเรืองรองของวงเวทที่อยู่ใต้เท้า รูปแบบการทำงานของมันเป็นกับดักชนิดหนึ่งที่จะเปิดเผยตัวตนของผู้ลอบเร้นเข้ามาอย่างไม่ถูกต้อง และแจ้งต่อผู้ใช้เวทให้รู้ตัว ตอนนี้รอบกายของเซรอสปรากฏวงเวทนับสิบวงถ้าให้จำแนกประเภทของมันก็มีอยู่หลากหลายส่วนใหญ่เป็นเวทสำหรับจับกุมและกักขัง มากกว่าเป็นการเอาชีวิต

         “เก่งเหลือเกินนะที่สลัดหนีจากอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเวทมนตร์ ตอนนี้นางกำลังมองหาเจ้าอยู่และอีกสักพักก็คงจะมาหาเราผู้นี้เพื่อสอบถามความคิดของเราผู้นี้ว่าต้องการทำสิ่งใดกับแม่หนูเอลฟ์นั่น เอาเถอะมันคงจะดีกว่าถ้าพวกเรามาพูดคุยกันสักหน่อย”

         “เอ่อต้องขออภัยด้วยครับท่านผู้อำนวยการ ผมเห็นว่ามันเย็นแล้วและก็เป็นห่วงฟรานมากเลยคิดจะมารอเพื่อจะได้กลับบ้านพร้อมกัน ไม่ได้มีจุดประสงค์ใดแอบแฝงแม้แต่นิดเดียว และอีกอย่างหนึ่งผมไม่คิดว่าจะมีความสามารถอะไรที่เด่นพอจะเป็นที่สนใจของอัศวินศักดิ์สิทธิ์” เซรอสตอบนิ่งๆ แสร้งแสดงละครทำเป็นหวาดกลัวเพียงเล็กน้อยไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป

         “เราผู้นี้จะพูดเพียงคำเดียว คำเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เจ้ายอมตามเราผู้นี้ไปเพื่อพูดคุยด้วยโดยไม่ขัดขืน คำเดียวที่จะทำให้ข้ออ้างทั้งหมดของเจ้าไม่มีคุณค่าอีกต่อไป และเป็นคำเดียวที่จะทำให้ชีวิตของเจ้านับจากวันนี้กลายเป็นความยุ่งเหยิงจนถึงกับต้องมือเปื้อนเลือดเพื่อมัน” อินโนเซนเทียร์เน้นหนักในคำพูดที่ว่า เปื้อนเลือด มันมากพอจะทำให้ม่านตาของเซรอสขยับไปวูบหนึ่ง

         “อย่างนั้นหรือครับ” เซรอสยังคงฝืนอดทนต่อไป ตอนนี้กำลังขบคิดหาวิธีเอาตัวรอดออกไปให้ได้

         “ดูเหมือนเจ้าจะเป็นคนประเภทที่ไม่ยอมรับแม้จะถูกต้องให้จนมุมสินะ คุณนักฆ่าจากต่างโลก”

         เพียงคำเดียวเท่านั้นที่ทำให้เซรอสเกร็งมือเรียกอาวุธปืนออกมา --- ซึ่งปืนที่เซรอสเรียกออกมานั้นสวมที่เก็บเสียงเอาไว้ด้วยจึงวางใจได้ระดับหนึ่ง --- หันกลับไปด้านหลังและเหนี่ยวไกไปสามนัดซ้อน คาดเดาจากตำแหน่งของเสียงไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาที่อยู่ของคน แต่กระสุนนั้นไม่อาจทะลวงผ่านม่านพลังเวทมนตร์ไปได้ เซรอสขยับตัวรวดเร็วหลบเวทมนตร์พันธนาการอย่างคล่องแคล่ว และซัดมีดออกไปโจมตีใส่ผู้อำนวยการร่างเล็ก

         อินโนเซนเทียร์เพียงยกยิ้ม ดีดนิ้วมือออกไปสายลมที่เย็นเฉียบก็พัดขึ้นมาหอบเอาร่างของเซรอสลอยขึ้นไปด้านบน คนอื่นคงแตกตื่นและสูญเสียสติแต่ไม่ใช่กับเซรอส ความหนาวเย็นนี้มากพอจะทำให้ร่างกายของเขาขยับไม่ได้แต่เขาไม่ได้อ่อนแอขนาดถูกเล่นงานด้วยเวทมนตร์เพียงไม่กี่บท เมื่อใช้ศิลปะเวทก็น่าจะช่วยลดผลกระทบลงได้บ้าง ถีบกำแพงพาตัวเองออกจากพื้นที่ของสายลมเย็นจัดพร้อมด้วยปืนพกอีกหนึ่งกระบอก

         ปัง! ปัง!

         ยิงออกไปสองนัดซ้อนเข้าที่ตำแหน่งเดียวกัน ผลลัพธ์คือม่านพลังเวทมนตร์ถูกทำลายลง ไม่สิ ถูกเจาะทะลวงไปมากกว่า

         แต่อินโนเซนเทียร์ก็ไม่ได้แตกตื่น ตรงกันข้ามเธอกลับอ้าปากหาวเบาๆ

         “สายฟ้า!” เธอกล่าวเสียงแผ่วเบาก็มีสายฟ้าพุ่งออกมาจากวงเวทเล็กๆ ที่ปลายนิ้วพุ่งเข้าใส่เซรอสในทันที

         ผลก็คือร่างกายของนักฆ่าหนุ่มที่เหน็บชาจนขยับต่อไปไม่ได้ แต่อินโนเซนเทียร์ก็ยังมองด้วยความรู้สึกที่ตกใจ

         “ก็คงต้องบอกว่าสมกับเป็นนักฆ่าจากต่างโลกล่ะนะ โดนสายฟ้าของเราผู้นี้ไปทำได้แค่เหน็บชาเท่านั้น ล่าสุดที่มีคนโดนไปเหลือทิ้งไว้เพียงร่างที่ไหม้เกรียม” ผู้อำนวยการตอบพร้อมรอยยิ้มบาง “ถือว่าเล่นสนุกกันมามากพอแล้ว อยากให้รู้เอาไว้ว่าถึงเจ้าจะแข็งแกร่งที่สุดก็ตามแต่ถ้าเราผู้นี้อยากจะฆ่าเจ้าก็สามารถทำได้ในทันที เพราะฉะนั้นเก็บอาวุธพวกนั้นแล้วตามเราผู้นี้มา มีเรื่องต้องขอให้เจ้าช่วย”

         “เรื่องให้ช่วย?”

         “เราผู้นี้เห็นทุกวันจนอดรู้สึกขุ่นเคืองไม่ได้ เหตุใดพวกเจ้าถึงได้กินของอร่อยและไม่เอามาแบ่งให้เราผู้นี้บ้างเล่า”

         “ห๊ะ!





เปลี่ยนจาก ศาสนจักร เป็น วิหารศักดิ์สิทธิ์

ส่วนที่หายไปไม่ใช่อะไรหรอก ป่วยนั่นแหละ หัวสมองตื้อไปหมด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 770 ครั้ง

174 ความคิดเห็น

  1. #13071 Ren Witcher (@next_naren841998) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 21:50
    โถถถ อิเด็กดอกเห็นแก่กิน อ้ะ ไม่เด็กนี่หว่า
    #13071
    0
  2. #12444 PaJth (@Payare2559) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 13:35
    เป็นพระเจ้าอีกคนรึปล่าวนะ
    #12444
    0
  3. #11742 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 19:58
    เซรอส เทพนักฆ่าเลี้ยงต้อย
    #11742
    0
  4. #11741 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 19:57
    เซรอส เทพนักฆ่าเลี้ยงต้อย
    #11741
    0
  5. วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 14:21
    อิชั้นว่าแล้วเชียว 555+
    #10975
    0
  6. #9533 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 16:06
    ขอบคุณครับ
    #9533
    0
  7. #8899 nisworddunn (@panittha21) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 23:44
    ขรรม นางเรื่องใหญ่กับของกิน
    #8899
    0
  8. #8865 Assanee00 (@Assanee00) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 14:12
    รู้สึกไม่ชอบผอ. อ่ะ แลดูเป็นตัวน่ารำคาญ
    #8865
    0
  9. #8714 dplay (@dplay) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:06
    ทั่นผอ.เอาความเลื่อมใสก่อนหน้าคืนมาาาาาา
    #8714
    0
  10. #8276 bussababan_boonsaenpaen (@12052546kan) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 20:33
    ทำไม ผอ. ถึงเป็นคนเช่นนี้555
    #8276
    0
  11. #8015 Akari_j (@jbbjopfm) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 22:22
    ท่านผอ.เห็นแก่กินอะ 555555
    #8015
    0
  12. #7808 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 16:12
    ขอบคุณครับ
    #7808
    0
  13. #7279 EriHio (@machimeko) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:06
    ผอ.หิว(เหมือนจะอีกแล้ว)อ่ะ
    #7279
    0
  14. #7272 Oohya (@themelony) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:28
    โอ้ยยยยยย ตั้งแต่เจอผู้อำนวยการนี่คิ้วขมวดตลอด เจอประโยคสุดท้ายเข้าไป เฮ้อออออ ฆ่าทิ้งได้มั้ย 5555555
    #7272
    0
  15. #7129 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:36
    เจอของจริง ซ่าไม่ออกเลนสิ
    #7129
    0
  16. #6928 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 17:20
    ของกินสินะ
    #6928
    0
  17. #6851 smc38752 (@smc38752) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 15:53
    ฆ่าผู้อำนวยการทิ้งเลยครับ รำคานเกิ๊น 5555
    #6851
    0
  18. #6693 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 17:24
    ถามจริ๊ง??? 55555
    #6693
    0
  19. #6664 ดิวดิ้ว (@dew1232) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 22:08
    ฟ้องพระเจ้าแปป ฟ้าผ่ากลางเมือง 5555
    #6664
    0
  20. #6662 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 08:10
    ห๊ะ!! เดี๋ยวๆๆๆ
    #6662
    0
  21. #6628 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:24
    เอ่อ....
    #6628
    0
  22. #6289 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 21:56
    รอพี่เซแกเก่งเวทย์ก่อนเหอะ อายุขัยอนันต์แล้วจะเหลือเหรอ
    #6289
    0
  23. #6161 sprait085129 (@sprait085129) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 15:53
    คือ..สู้กันเหมือนจะเอาชีวิตแต่เหตุผลจริงๆคือน้อยใจที่ไม่แบ่งของกินอร่อยๆ
    โหดเกิ้น! ^0^"
    #6161
    0
  24. #6082 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 22:15
    คือนางเก่งอ่ะ ท่านผู้อำนวยการ...มันยังมีคนที่เก่งกว่าได้อีกไง
    #6082
    0
  25. #6077 •LαیαloŦ• (@razcario010) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 19:17
    คือผมหมั่นไส้ผู้อำนวยการโลลิมากเลยอะไรท์ช่วยแก้แคันให้ผมหน่อยนะคับ
    ขอหนักๆ
    #6077
    0