ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,257,112 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,797 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,590

    Overall
    2,257,112

ตอนที่ 86 : SS2 Episode Twenty-Six : คู่ซ้อม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 737 ครั้ง
    12 พ.ย. 60

SS2 Episode Twenty-Six

 



         ภายหลังการเดินทางไกล เซรอสก็ได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นเด็กนักเรียนธรรมดาอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมก็คือสายตาของเพื่อนนักเรียนที่มองมานั้นหลายคนเริ่มให้ความสนใจในตัวเขามากขึ้น อย่างพวกมนุษย์สัตว์ที่เคยพูดคุยกันในห้องเรียนและระหว่างพักกลางวันบ้างครั้งคราวก็เข้าหาเซรอสมากขึ้นเพื่อสานความสัมพันธ์ด้วย แต่ในกรณีของเพื่อนนักเรียนที่เป็นมนุษย์คล้ายจะเกิดเป็นอารมณ์อิจฉาขึ้นมา จึงมีการต่อต้านเล็กๆ เกิดขึ้นน่าจะเป็นเพราะการปกปิดความแข็งแกร่งของเซรอสทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนคนโง่นั่นเอง

         แต่จะว่าไปแล้วเด็กพวกนั้นก็แสบใช่ย่อย สารพัดคำพูดดูหมิ่นที่เคยกล่าวเอาไว้หลังจากที่ได้รับชัยชนะจากเซรอสมาอย่างง่ายดาย เป็นเพียงแค่การแกล้งแพ้เท่านั้น เทียบกับตอนประลองกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ชัยชนะที่ผ่านมาทั้งหมดจึงดูไร้ความหมาย

         กลุ่มนักเรียนหญิงนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องเรียนฟังเรื่องราวการผจญภัยของซาริที่ประสบพบเจอด้วยตัวเอง

         “แล้วก็นะเจ้าคะ ฟรานก็ใช้มีดแทงคอ สวบ! ก็อบลินตัวใหญ่ก็ตายในทันทีเลยเจ้าค่ะ” ซาริเล่าเหตุการณ์ที่แสนจะน่าตื่นเต้นเป็นการแลกเปลี่ยนกับแครอทและถูกลูบหัวในแบบที่ตัวเองชื่นชอบ

         ซาริไม่ใช่นักเรียนที่มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์หรือการต่อสู้ แต่ด้วยความลึกลับของเผ่าพันธุ์ทำให้ค่อนข้างจะได้รับความนิยมในหมู่นักเรียนหญิง นิสัยที่ค่อนข้างจะซนและดูน่ารำคาญในบางจุดกลับไม่ใช่ปัญหาหลังได้เห็นวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร้เดียงสาจนอดรู้สึกโกรธไม่ลง กระทั่งครูในแต่ละวิชาก็เริ่มจะชินชากับมันบ้างแล้ว หลังจากโดนป่วนมาตลอดนับตั้งแต่เปิดภาคเรียน โดยเฉพาะรายงานที่อ่านแล้วก็ต้องรู้สึกปวดหัว แม้เนื้อหาจะครบสมบูรณ์แต่ลายมือมันเขี่ยจนอ่านแทบไม่ออก

         เรื่องเล่าของซาริฟังดูเหลือเชื่อมาก แต่ทุกคนรู้จักกับฟรานที่เป็นนักเรียนที่มีพรสวรรค์ในสาขาเวทมนตร์เลยทำใจเชื่อไม่ได้ว่าจะมีทักษะและวิชาการต่อสู้ตัวต่อตัวได้ถึงขนาดนั้น และต้องไม่ลืมด้วยว่าซาริกับฟรานเป็นนักเรียนชั้นปีหนึ่งที่อายุน้อยที่สุด เป็นไปไม่ได้เลยว่าจะกำจัดฮ็อบก็อบลินได้ด้วยตัวคนเดียว แม้แต่นักเรียนดีเด่นในชั้นที่สูงกว่ายังต้องลำบากที่จะสู้กับพวกมันสักตัว

         “น่าเหลือเชื่อจนเกินไป เธอคงไม่ได้โกหกหรอกนะ ฮ็อบก็อบลินเชียวนะ”

         “แต่ถ้าใช้เวทมนตร์ก็น่าจะได้เปรียบอยู่”

         “ไม่น่าเป็นไปได้ การจะใช้เวทมนตร์ต้องมีจังหวะของมัน ถ้าสู้โดยลำพังอย่างน้อยก็ต้องเป็นจอมเวทระดับสาม”

         “จะบอกว่าเด็กนั่นเป็นจอมเวทระดับสามแล้วสินะ”

         “ถ้าพูดถึงแค่พลังเวทก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่อาจเอามีดไปแทงคอมันได้”

         ต่างฝ่ายต่างก็พากันวิเคราะห์ โดยสรุปแล้วซาริจะไม่พูดโกหกอย่างเด็ดขาด และจะพูดแต่ในสิ่งที่ตนเองรู้ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะจริงเท็จแค่ไหน ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าเป็นเรื่องโกหกที่แต่งขึ้นเพื่อหลอกลวง ปัญหาก็คือทำไมเด็กตัวเล็กขนาดนั้นสามารถทำเรื่องดังกล่าวได้ต่างหาก

         ซาริอ้าปากเคี้ยวกินแครอทชิ้นใหญ่ที่ถูกนำมาป้อนให้ในสภาพที่นอนหนุนตักนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ได้รับการดูแลที่ดีแบบนี้ราวกับอยู่ในสรวงสวรรค์ ซาริเลยอดที่จะทำตัวสบายจนออกนอกหน้าไม่ได้ ใบหน้ายามเคลิ้มไปกับความสุขเล็กๆ ชวนให้เพื่อนสาวมันเขี้ยวจนต้องหยิกแก้มทุกที และหลังจากที่ได้เล่นกับซาริแล้วความกังวล ความเครียด ทั้งหมดก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

         บรรยากาศมุมหนึ่งไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปมากนัก ตรงกันข้ามกับอีกมุมหนึ่งของห้องเป็นจุดรวมของเหล่านักเรียนชายที่มีผลการทดสอบในอันดับต้นๆ พวกเขากำลังปรึกษากันพลางมองไปยังนักเรียนชายที่ท่าทางเฉื่อยชาผู้ซึ่งกลายเป็นที่รู้จักในชั่วข้ามคืน ด้วยอารมณ์อิจฉาที่ไร้ซึ่งเหตุผล หากเป็นเมื่อก่อนก็คงจะเดินเข้าไปท้าทายกันตรงๆ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการปฏิเสธและยอมแพ้โดยที่ไม่ต้องต่อสู้ แต่หลังจากที่ได้ทราบความจริง การเข้าไปท้าทายตรงๆ ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย

         เซรอสยังคงใช้ชีวิตตามปกติไม่สนใจเหตุการณ์ทะเลาะกันของพวกเด็กนักเรียน มีคนมาท้าทายตั้งแต่เมื่อเช้าและเขาก็ได้ปฏิเสธไป จนถึงตอนนี้ก็มีการปล่อยข่าวลือที่สร้างความอับอายให้กับเซรอส เป็นอะไรที่เหนื่อยเสียเปล่ามากเมื่อเจ้าตัวไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องแก้ข่าว ยังมีเรื่องให้สนใจตั้งมากมายโดยเฉพาะหนังสือที่กว่าจะขอยืมมาได้ก็กินเวลาร่วมสองเดือน มันเป็นหนังสือประเภทวิทยานิพนธ์ที่เขียนโดยนักวิชาการเวทมนตร์ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน เขาเป็นคนที่คิดค้นศาสตร์วงเวท --- หรือพูดให้ถูกคือการดัดแปลงวงเวทให้ใช้งานได้ --- ซึ่งเป็นหัวข้อที่เซรอสกำลังให้ความสนใจอยู่ในตอนนี้ เนื้อหาที่อธิบายใช้ภาษาชั้นสูงซึ่งหากไม่มีความรู้เกี่ยวกับศัพท์ทางวิชาการเวทมนตร์คงยากที่จะเข้าใจ

         ขณะที่กำลังอ่านหนังสืออยู่นั้นปรากฏเงาทอดผ่านลงมาทับบนหน้าหนังสือ เซรอสเงยหน้าขึ้นมองและสบตากับเลธิเซีย เคอร์ริช อยู่ร่วมชั้นกันมาตั้งนาน นอกจากการพูดคุยทักทายกันตามปกติแล้วไม่เคยมีโอกาสได้พูดคุยกันแบบสองต่อสอง

         “มีอะไรหรือเปล่า” เซรอสไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นคนเย็นชา

         “เจ้าอาจจะยังไม่มีคู่ซ้อมที่เหมาะสม แต่จะเป็นการรบกวนหรือไม่ถ้ามาจับคู่ซ้อมกับข้า”

         ทั้งที่ปกติแล้วเลธิเซียจะไม่ค่อยจับคู่กับใครในการฝึกซ้อม และมองว่าทุกคนไม่ได้อยู่ในระดับที่จะทำให้เธอต้องใช้ฝีมือมากนัก เซรอสจึงเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้รับโอกาสให้เป็นคู่ฝึกซ้อมกับเธอ ขนาดมาติอัสที่เป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มนักเรียนชายยังไม่มีโอกาสได้ชักชวนเธอมาเป็นคู่ฝึกซ้อมสักครั้ง และนี่ไม่รู้ว่าเกิดอาเพศใดกันแน่ที่ทำให้เลธิเซียเอ่ยปากชวนคนที่ขาดความกระตือรือร้นอย่างเซรอส

         ในสถานการณ์ปกติเซรอสจะต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน คราวนี้ไม่เหมือนกับครั้งที่ผ่านมา การถูกเดลฟีโอน่าบังคับให้เปิดเผยความแข็งแกร่งดึงความสนใจมาที่ตัวของเขามากขึ้น และนั่นทำให้การตอบรับเป็นไปได้ยาก ไม่ต้องมีพลังพิเศษก็มองเห็นผลลัพธ์ในอนาคตได้ คงจะมีคนที่อยากวัดความแข็งแกร่งเข้ามาหาอยู่ทุกวันแน่นอน

         “ถ้าแค่เป็นคู่ซ้อมเพียงวันเดียวก็คงได้”

         “เช่นนั้นข้าถือว่าเจ้าตกลงแล้วนะ” เลธิเซียไม่เปลี่ยนสีหน้าคล้ายพยายามสวมหน้ากากเหมือนรูปหน้าตนเองเอาไว้ และเดินกลับไปนั่งที่โดยไม่พูดอะไรกับใครทั้งสิ้น

         บรรยากาศในห้องเงียบกริบไม่มีเสียงพูดคุยดังขึ้น การที่เห็นเลธิเซียเป็นฝ่ายเดินเข้าไปพูดคุยกับผู้ชายก่อนมันก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกที่สุดจนหลายคนเดาว่าเธอจะต้องป่วยอย่างแน่นอน ด้านเลธิเซียก็นั่งหลับตาพริ้มทำเหมือนกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่เป็นเพียงเรื่องปกติสำหรับเธอ และบรรยากาศก็กลับมาเป็นปกติหลังได้ยินเสียงเคี้ยวแครอทแบบไม่สนใครของซาริ

         เมื่อครูผู้สอนเดินเข้ามานักเรียนทุกคนก็แยกย้ายกลับไปนั่งประจำที่ ชั่วโมงเรียนก็เริ่มขึ้นต่อจากครั้งก่อน ซาริเรียนรู้วิธีแอบหลับโดยใช้การยกหนังสือขึ้นบังหน้า น่าเสียดายที่ทุกคนเขารู้กันตั้งนานแต่ที่ไม่ได้ตำหนิเพราะอย่างน้อยมันก็ไม่เป็นการรบกวนคนอื่น นอกจากนี้ซาริก็ยังทำรายงานส่งแบบไม่ขาด ถึงผลสุดท้ายมันจะไม่ได้ถูกหยิบขึ้นมาอ่านก็ตาม

         บทเรียนในวันนี้มาพูดต่อจากครั้งที่แล้วในหัวข้อ เวทอัญเชิญ ซึ่งทุกคนค่อนข้างจะให้ความสนใจกันเล็กน้อย พวกเขามองว่ามันไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้ด้วยอาวุธและเสี่ยงที่จะทำให้หมดสภาพเร็วยิ่งขึ้น คำอธิบายที่ใช้สอนจึงเป็นแค่การอธิบายเพื่อให้ทราบมากกว่าเข้าใจโดยละเอียด แต่เซรอสทราบมาว่าในสาขาเวทมนตร์เจาะลึกและจะมีการฝึกสอนเวทอัญเชิญนี้ให้ด้วย ฟรานเองก็ดูจะตื่นเต้นมากและขยันศึกษาเรื่องนี้อย่างหนัก คงอยากจะเลียนแบบเซรอสที่อัญเชิญปีศาจเงาออกมาช่วยงานได้

         รูปแบบการอัญเชิญของเซรอสเป็น เวทอัญเชิญธาตุ เพื่อสร้างอสูรรับใช้ขึ้นมาจากความเชี่ยวชาญ มันไม่ใช่ของที่ใครจะสามารถทำก็ทำได้ เซรอสโชคดีตรงที่มีสื่อกลางเป็นจิตวิญญาณแห่งความมืดทำให้การสร้างอสูรรับใช้ทำได้ง่ายและใช้มานาในปริมาณน้อย แม้จะมีขีดจำกัดที่หนึ่งตัวต่อหนึ่งวัน แต่มันสามารถคงสภาพอยู่ได้ตลอดไปจนกว่าจะถูกยกเลิกด้วยตัวเองต่างจากผู้อื่นที่มีปริมาณมานาของตนเองเป็นเงื่อนไขในการอัญเชิญ

         นอกจากนี้เวทอัญเชิญที่ได้รับความนิยมที่สุดคือการ อัญเชิญอสูร เป็นการเรียกสัตว์อัญเชิญที่ทำสัญญาด้วยมาร่วมต่อสู้ มีน้อยคนมากที่จะทำสำเร็จในการอัญเชิญแบบสุ่ม สิ่งที่พวกเขาจะทำก็คือการไปจับพวกสัตว์อสูรในป่าที่พอจะใช้เป็นกำลังรบได้มาฝึกและใช้เวลาร่วมกันจนพวกมันยอมรับและประทับวิญญาณลงไปบทเวทอัญเชิญเพื่อสามารถเรียกตัวได้ในทุกสถานการณ์ พูดถึงหัวข้อนี้ในบรรดาอัศวินศักดิ์สิทธิ์มีคนหนึ่งที่สามารถใช้เวทอัญเชิญได้ และสัตว์อัญเชิญก็ยังเป็นมังกรอีกด้วย

         ในกรณีของพวกนักเรียนคงจะเป็นพวกสัตว์อสูรที่พบเห็นได้ในป่า เซรอสเคยเห็นด้วยความบังเอิญที่รุ่นพี่หลายคนมีสัตว์อัญเชิญคู่กาย บางคนเป็นอาชาที่น่าเกรงขาม ราชสีห์ที่ดุร้ายและแข็งแกร่ง บางคนก็เป็นตัวแบดเจอร์ที่มีกระดูกแหลมคมดุจใบมีด คนที่มักจะถูกอิจฉาก็คือคนที่ทำสัญญากับมอนสเตอร์ที่จับได้จากในดันเจี้ยน

         ความสนใจของเซรอสไม่ได้อยู่ตรงที่ผลลัพธ์ของเวทมนตร์ แต่เป็นตรงเนื้อหาคำอธิบายที่ใช้นิยามว่า อัญเชิญ กรณีนี้ไม่ต่างอะไรกับการบิดผันของมิติเพื่อสร้างช่องทางพิเศษคล้ายกับระบบของการวาร์ป เซรอสคิดว่าเขาได้หัวข้อการทดลองเวทมนตร์มิติมาแล้วเหลือแค่การตั้งสมมติฐานและทดสอบมันก็เท่านั้น เห็นทำท่าทางจดเนื้อหาอย่างตั้งใจ แท้ที่จริงแล้วมันก็ถูกเขียนด้วยภาษาที่มีแต่เซรอสคนเดียวเท่านั้นที่สามารถอ่านออกได้

 

         เลธิเซีย เคอร์ริช ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องพูดคุยเพื่อสานสัมพันธ์กับผู้ชาย แต่จะมีกับกลุ่มนักเรียนหญิงบ้างพอเป็นพิธี กล่าวได้ว่าในห้องเรียนนั้นเธอไม่ได้สนิทกับใครอย่างจริงจังถึงขนาดที่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด คนเดียวที่พอจะเรียกว่าสนิทสนมได้มากที่สุดกลับเป็นมนุษย์สัตว์สายพันธุ์กระต่ายขาวชื่อ ซาริ ที่วิ่งเข้าหาทุกคนคอยช่วยบรรเทาความเครียดสะสมให้ และเพราะแบบนั้นจึงทำให้เธอได้มีโอกาสพูดคุยกับ เซรอส แอชเชอร์ที่เป็น เจ้าของ ของซาริ

         ถึงตอนนี้จะไม่มีการค้าทาสด้วยวิธีการสกปรก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีทาสที่เกิดจากความจำเป็นและทาสอาชญากร เท่าที่สังเกตดูแล้วซาริไม่เหมือนทาส แม้เจ้าตัวจะบอกว่าเป็น สาวใช้ ก็ยังไม่เคยทำอะไรที่เหมาะสมกับหน้าที่นั้นเลย

         อย่างไรก็ตามปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่องของซาริที่ทำให้เธอต้องหันมาสนใจในตัวของเซรอส แต่เป็นการที่เขาต่อสู้กับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสูสี ก่อนหน้านั้นเธอมองเขาเป็นเพียงบุรุษขี้แพ้ที่ไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นสู้ทำให้การพูดคุยจึงมีแค่ซาริเป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์เท่านั้น ภายหลังได้เห็นฝีมือที่แท้จริงก็กึ่งอารมณ์ตกใจและหงุดหงิดจนเลือกไม่ถูก เซรอสปกปิดตัวเองได้แนบเนียนเกินไปจนไม่มีใครสนใจการพัฒนาของเขา ทว่าเดลฟีโอน่ากลับมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนเร้น ทำให้เธอโกรธตัวเองที่ประเมินคนจากสิ่งที่เขาทำ

         หากมองกลับกันตัวเธอก็ไม่ได้มีสถานะที่จะไปต่อว่าต่อขานเซรอสได้ การปกปิดตัวตนเพื่อเข้าเรียนก็เพื่อปกป้องอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองหรือคนรอบข้าง ที่เซรอสทำไปนั้นนับว่ามีเหตุผลเป็นอย่างยิ่ง เธอจึงสงสัยว่าเขาอาจจะเป็นอัศวินในหน่วยลับที่ถูกส่งมาเพื่อคุ้มครองใครสักคนหนึ่ง จำได้ว่าพอจะถามซาริเกี่ยวกับความเป็นอยู่เซรอสจะเข้ามาขัดขวางเสมอ เธอค่อนข้างจะมั่นใจว่าความคิดของตนเองถูกต้อง

         คนที่จะมาเป็นคู่ซ้อมให้กับเลธิเซียนั้นหาได้ยากในบรรดานักเรียนร่วมชั้น เธอมองว่าการฝึกกับพวกเขาไม่ทำให้ตัวเองพัฒนาขึ้น ขณะที่รู้สึกท้อแท้อยู่นั้นก็พบกับความจริงที่ว่า เซรอส แอชเชอร์ เป็นคนที่มีความสามารถเลือดในกายก็พลันเดือดพล่าน ไม่ใช่ว่าเธอมีความรู้สึกชื่นชอบเป็นการส่วนตัว เพียงแค่คิดว่าเขาคนนี้เหมาะมากที่จะช่วยให้เธอพัฒนาฝีมือตนเองให้มากขึ้น

         เซรอสเป็นคนที่รักษาคำพูดคนหนึ่ง เมื่อถึงเวลาฝึกซ้อมก็เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าปกติ ไม่ได้แสดงอาการอะไรที่บ่งบอกว่าตื่นเต้นหรือเป็นเกียรติ หรืออาจจะเป็นเพียงการแสดงออกด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายก็ได้ เท่าที่แสดงออกมาตอนนี้ก็ไม่ได้ดูผิดปกติอะไรไปจากทุกที นอกจากบรรยากาศที่ดูจริงจังมากขึ้น ซึ่งในวินาทีที่เขาเดินมาถึงความรู้สึกนั้นก็หายไปราวกับว่าเขาสามารถควบคุมความรู้สึกได้อย่างอิสระ

         “มาเริ่มกันเลยดีไหม”

         การเป็นจุดสนใจไม่ใช่นิสัยที่เซรอสพึงกระทำ ยามนี้เขาแสดงตัวเป็นเด็กนักเรียนจึงเลี่ยงเหตุการณ์แบบนี้ไปไม่ได้ ที่พอจะทำได้คือการไหลไปตามสถานการณ์

         หากพูดถึงการฝึกซ้อมจะเป็นเพียงการซ้อมรุกรับในท่วงท่าต่างๆ อย่างช้า เพื่อให้ร่างกายจดจำการเคลื่อนไหวและจึงค่อยพัฒนาความเร็วให้ชำนาญ วิธีนี้มีความปลอดภัยมากแต่เป็นอะไรที่ทุกคนค่อนข้างจะน่าเบื่อ เลธิเซียจึงไม่ค่อยสนใจการฝึกซ้อมกับคนอื่นๆ มากนัก แต่ครั้งนี้เธอมั่นใจว่าจะต้องได้รับประสบการณ์ที่ดีจากเซรอสแน่

         พื้นที่การฝึกซ้อมเป็นสนามกว้างและมีเส้นขอบกำหนดเอาไว้ เซรอสกับเลธิเซียก้าวเข้าไปในสนามฝึกซ้อม มีเสียงร้องเชียร์ของซาริดังอยู่ข้างสนาม อดไม่ได้ที่จะรู้สึกคุ้นชินกับบรรยากาศแบบนี้ เลธิเซียคล้ายกับฟรานหลายส่วนโดยเฉพาะจุดมุ่งหมาย ถ้าให้ทั้งสองคนมาเผชิญหน้ากันโดยตัดเรื่องเวทมนตร์ผลลัพธ์ในตอนแรกจะสูสี และท้ายที่สุดฟรานจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ตามกฎ

         “จุดประสงค์ของเธอคือการพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง อย่างนั้นสินะ”

         ก่อนจะเริ่มเซรอสต้องถามความตั้งใจเสียก่อน เขาอาจจะสอนเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ให้ได้ในฐานะของเพื่อนร่วมชั้น แต่ถ้าหากมีเป้าหมายเพื่อสร้างชื่อเสียงก็คงไม่จำเป็นต้องช่วยอะไร แค่สู้กันตามปกติก็พอ

         “เจ้ามีประสบการณ์ในการต่อสู้จริง ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเคยสู้กับหมีหิมะและฆ่าออร์คมาแล้ว”

         เซรอสชำเลืองมองไปที่ขอบสนาม รู้ได้เลยว่าใครกันแน่ที่พูดเรื่องนี้ออกไป แต่ซาริก็เป็นซาริดังนั้นเลยไม่ได้โกรธหรือตำหนิอะไร ในมุมมองของเขาไม่ได้คิดว่ามันนำปัญหามาให้ หากไม่ใช่คนที่มารบกวนชีวิตปกติสุขของเขาหรือคนที่รู้ความลับเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริง เซรอสก็ไม่คิดจะทำอะไรที่เป็นการปิดปาก

         “ดังนั้นเจ้าจึงเป็นคู่ฝึกซ้อมที่ดี”

         “เข้าใจล่ะ สรุปก็คือเธออยากจะเรียนรู้เทคนิคหลายๆ อย่างจากคนที่มีประสบการณ์จริงสินะ”

         รู้แบบนี้ชักจะรู้สึกอยากสอนขึ้นมาบ้างแล้ว เซรอสคิดแบบนั้นจริงๆ ถึงเขาจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวในบางเรื่องเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยี แต่นั่นก็มีเหตุผลของมันเนื่องจากเขาเป็นคนที่มีตัวตนอยู่ในโลกเบื้องหลัง ต่างจากเรื่องนี้ที่เป็นเพียงแค่การพัฒนาเล็กๆ น้อยๆ และมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรมาก เป็นเพียงหลักการเคลื่อนไหวอย่างง่ายคงเปรียบได้ดั่งวิชาประจำตระกูลที่คิดค้นขึ้น น่าจะพอกลบเกลื่อนได้

         “เอาสิ ยังไงก็ไม่ใช่เทคนิคลับอะไรอยู่แล้ว”

         “ต้องเข้าใจก่อนว่าในการต่อสู้จริงนั้นมีกฎเพียงข้อเดียว” เซรอสเริ่มขยับตัวและมาอยู่ข้างกายของเลธิเซีย ดาบสั้นปลอมพาดอยู่ที่คอของเธอเป็นที่เรียบร้อย “ไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า และตอนนี้เธอตายแล้ว”

         ในมุมมองของเลธิเซีย เซรอสเคลื่อนที่ได้เร็วมากจนมองไม่เห็น แต่สำหรับคนที่อยู่ด้านนอกพวกเขาเห็นการก้าวเท้าและเข้าประชิดตัวอย่างชัดเจน ไม่มีร่องรอยของการใช้เวทมนตร์เป็นเพียงแค่ท่าร่างแบบธรรมดา

         “เป็นไปไม่ได้ เวทมนตร์?” เลธิเซียตื่นตะลึงไม่คิดว่าเธอจะพ่ายแพ้ในพริบตา

         “ฉันไม่ได้เชี่ยวชาญการต่อสู้ภายใต้กฎข้อบังคับตามกติกา แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด นี่คือความแตกต่างทางมุมมองของฉันกับเธอ เมื่อก้าวเข้าสู่สนามประลองสิ่งที่เธอทำคือการเปิดช่องว่างเพราะรอสัญญาณในการเริ่มต้น แต่ในชีวิตจริงความตายมันไม่มีสัญญาณแจ้งเตือน เธอจำเป็นจะต้องระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา” เซรอสอธิบายจากประสบการณ์ของตนเอง และทุกคนน่าจะได้ยินจากปากของเขาก่อนแล้วว่าเป็นพราน จึงสลักฝังใจเชื่อว่าเป็นแบบนั้นทันทีโดยไม่ต้องย้ำ

         ยังไงกฎการเอาตัวรอดมันก็เหมือนกันทุกที่

         “นี่เป็นเพียงการชี้นำเบื้องต้นเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเตือนให้รู้ว่ากับคนที่มีประสบการณ์ของจริงนั้นความตายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ฉันเองก็เคยเกือบตายเพราะประมาทเช่นกัน ไม่ต้องคิดมากหรอก”

         ครั้งนี้เซรอสทำตัวเป็นคนอารมณ์ดี เป็นบทบาทที่เข้ามักจะใช้กับคนที่สนิทสนมด้วย และยังเป็นบทบาทที่เข้าหาผู้คนได้ค่อนข้างง่าย เนื่องจากเซรอสไม่ค่อยสุงสิงกับใครคนส่วนใหญ่จึงคิดว่าเขาเป็นคนเงียบขรึม แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะเย็นชาเสมอต้นเสมอปลาย ยังมีช่วงเวลาที่เขาผ่อนคลายและสนิทสนมกับคนอื่นอยู่บ้าง เพียงแค่น้อยคนนักที่จะรู้

         “เจ้าทำได้อย่างไร” เลธิเซียสงสัยวิธีการของเซรอสอย่างมาก

         “ก็แค่เทคนิคท่าร่างธรรมดา มันจำเป็นอย่างมากเวลาต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่”

         “เอลฟ์นั่นก็ทำได้ใช่หรือเปล่า”

         เลธิเซียแม้จะไม่ได้อยากแอบฟังก็ตาม แต่ช่วยไม่ได้เพราะซาริเล่าเรื่องนี้ออกมาให้ได้ยินเอง ตอนนั้นเธอรู้สึกสนใจเรื่องที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งสามารถเข้าไปจัดการกับฮ็อบก็อบลินในระยะประชิด มันฟังดูเหลือเชื่อเกินไป

         “ใช่ เพราะจอมเวทมีจุดอ่อนในเรื่องของการเคลื่อนไหว และมันไม่ใช่เรื่องยากที่จะเรียนรู้”

         “เจ้าจะสอนให้ข้าได้ไหม” เลธิเซียถามและนึกขึ้นได้ว่ามันสมควรเป็นวิชาประจำตระกูล ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะนำมาสอนให้กับใครก็ได้

         เซรอสคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ “มันก็ไม่ใช่ความลับอะไรล่ะนะ ยังไงมันก็เป็นเทคนิคหลบหลีกในการต่อสู้เป็นตาย ถ้าทำได้ชำนาญล่ะก็ผลลัพธ์มันจะเป็นแบบนี้ ขอโทษนะ” กล่าวจบก็เคลื่อนตัวโยกหลบไปมาให้ดู มันเหมือนกับว่าเขาหายตัวได้ในมุมมองของคู่ต่อสู้

         “มหัศจรรย์ เจ้าคิดเทคนิคแบบนี้ได้อย่างไร” เลธิเซียรู้สึกราวกับว่าได้เปิดโลกทัศน์อันคับแคบ เธอฝึกแต่วิชาดาบประจำตระกูลที่เชื่อมาตลอดว่ามีความแข็งแกร่งอย่างมาก และยังมีท่าไม้ตายที่หากเปิดใช้งานแล้วจะสังหารศัตรูได้ทันที ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เคยได้มีโอกาสสังหารสิ่งใดนอกจากหุ่นไม้

         “คนที่คิดค้นเทคนิคนี้ไม่ใช่ฉันหรอก แต่เป็นพ่อของฉัน ท่านเป็นพรานที่เก่งที่สุดสามารถล่าหมีหิมะได้ด้วยมีดที่อยู่ในครัว น่าเสียดายที่ดันประมาทไปหน่อย”

         “โอ้ ข้าเสียใจด้วย ท่านพ่อของเจ้าคงพลาดท่าให้กับพวกอสูรที่ร้ายกาจสินะ”

         เซรอสยิ้มฝืนและตอบว่า “ถั่วติดคอตายน่ะ วันนั้นฉันเตือนแล้วว่าอย่าห้าวกินถั่วด้วยวิธีพิสดารก็ไม่เชื่อ”

         ได้ยินคำตอบแบบนั้นหญิงสาวผู้เงียบขรึมพลันหันหน้าหนีและแอบหัวเราะออกมาเล็กน้อย ถึงมันจะเป็นการเสียมารยาทแต่สาเหตุการตายเป็นอะไรที่น่าหัวเราะที่สุด พอเซรอสหันมามองก็รีบตีสีหน้าเงียบขรึมและพยายามฝืนซ่อนรอยยิ้ม

         “ยิ้มอะไรของเธอ”

         “ปะเปล่า”

         “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ถ้ายังอยากเรียนฉันสอนให้ก็ได้จากที่สังเกตก็มีพื้นฐานและสรีระที่เหมาะสมคงเรียนรู้ได้เร็วกว่าฟรานเยอะ”

         ตอนที่เซรอสสอนให้กับฟราน เขามองเห็นความพยายามที่ไม่ยอมแพ้ นอกจากนี้ถึงฟรานจะตัวเล็กแต่ร่างกายกลับไม่ได้มีพื้นฐานอะไรเลย ถ้าต้องปูพื้นฐานให้ใหม่หมดมันต้องใช้เวลานานร่วมปีจึงใช้วิธีลัดอย่างการฝึกต่อสู้ในแบบฉบับของนักฆ่าในการฝึกสอน หากเป็นเลธิเซียคิดว่าคงจะแค่ให้คำแนะนำจากนั้นเธอคงจะฝึกฝนเองได้ไม่ยาก

         พอได้ยินว่าพูดถึงรูปร่าง เลธิเซียก็จ้องมองเซรอสด้วยสายตาดุดัน ปากพึมพำคำว่า ลามก ออกมาเบาๆ แต่น่าเสียดายที่เซรอสอ่านริมฝีปากได้จึงรู้ว่าเขาถูกตำหนิในเรื่องที่เข้าใจผิด

         “ขอโทษทีฉันไม่ได้หมายความถึงเรื่องนั้น แต่เทคนิคนี้ถ้าไม่ได้มีรูปร่างผอมเพรียวแล้วมันต้องใช้ระยะเวลานานมากกว่าจะฝึกได้สำเร็จ มันเป็นเทคนิคของคนที่มีรูปร่างเล็กและใช้ต่อสู้กับพวกคนตัวโต”

         หญิงสาวที่เข้าใจผิดก็พยายามปิดซ่อนสีหน้าเขินอายเอาไว้ เธอน่าจะเป็นคนเดียวที่คิดว่าผู้ชายทุกคนที่มองรูปร่างผู้หญิงมีความคิดที่ไม่ดีและเป็นพวกสัตว์ป่าหื่นกาม แท้ที่จริงเป็นเพียงแค่การประเมินความสามารถทางร่างกายเท่านั้น

         “จากนี้ไปก็โจมตีมาให้เต็มที่ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการฝึกซ้อมที่เชื่องช้า ตีมาชนิดที่จะฆ่ากันได้ยิ่งดี ถ้าไม่ขัดเกลาจิตใจเมื่อถึงเวลาที่ต้องต่อสู้อย่างจริงจังการลงดาบจะมีความลังเล”

         “ไม่อันตรายอย่างนั้นเหรอ?” เลธิเซียกังวล เธอไม่มั่นใจว่าจะมีใครในรุ่นเดียวกันรับมือกับวิชาดาบของเธอได้ เพราะมันเป็นวิชาดาบที่รุนแรงมาก “เจ้าอาจจะบาดเจ็บสาหัสได้”

         “ไม่อยากจะคุยหรอกนะแต่ฉันมีประสบการณ์ของจริงและรู้ว่าความตายเป็นอย่างไร อีกอย่างหนึ่งที่ฉันไม่เคยเปิดเผยตัวเองไม่ใช่เพราะต้องการดูถูกใครต่อใคร ฉันแค่ไม่ชอบที่จะต้องใช้ชีวิตนักเรียนในฐานะของนักรบก็เท่านั้น”

         จากนั้นการฝึกซ้อมระหว่างเซรอสกับเลธิเซียก็ได้เริ่มขึ้น โดยมีสายตาของเพื่อนนักเรียนที่มองดูด้วยความอิจฉาจากบรรดานักเรียนชาย




สรุปแล้วเซรอสไม่ใช่นักฆ่าหรอก

มึงเป็นหมี กูรู้ ไอ้แก่เอ๊ย!

(ฉึก! ไรเตอร์ตายแล้ว...ขอกลับจุดเซฟก่อน)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 737 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #11947 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 18:37
    เซรอสได้ลูกศิษย์ อีกคนแล้ว
    #11947
    0
  2. #10705 lucifer9 (@lucifer9) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 00:47
    อยากเห็นซาริเติมทรู
    #10705
    1
    • #10705-1 S0ulG00d (@S0ulG00d) (จากตอนที่ 86)
      5 มีนาคม 2562 / 11:12
      เซรอส กินเด็กเหรอ555+
      #10705-1
  3. #9532 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 15:28
    ขอบคุณครับ
    #9532
    0
  4. #8459 เหมียว (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 05:20
    ก๊าก ฮ่าๆๆๆ ถั่วติดคอเป็นตู ตูก็ขำ
    #8459
    0
  5. #7807 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 15:47
    ขอบคุณครับ
    #7807
    0
  6. #7643 monny2202 (@monny2202) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 04:18
    มีคนจะเคี้ยวหญ้าอ่อนจ้า...
    #7643
    0
  7. #7291 ทาสของเหมียว (@iiizo) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 20:34
    นี่มันนักฆ่าพ่อลูกอ่อน5555
    #7291
    0
  8. #7220 จอมมารซานตานเมฟิสโต้ (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:39
    ขำ ชห. ถั่วติดคอตาย55

    #7220
    0
  9. #7141 -Teety- (@teety1234) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:01
    ขำ ถั่วติดคอตาย 555555
    #7141
    0
  10. #7128 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:06
    ลามกอ่ะถูกแล้ว ที่พูดไปน่ะกลบเกลื่อน 555
    #7128
    0
  11. #6920 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 17:00
    โดนเจือนแล้ว
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6920
    0
  12. #6692 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 17:08
    เกลียดถั่วติดคอ จงใจให้มันตลกใช่มั้ย 555555555
    #6692
    0
  13. #6661 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 07:45
    นั่นไง ใจดีแต่กับสาวๆตลอดดด
    มีหนุ่มๆเดินผ่านฉากเมื่อไรเฮียแกฆ่าเรียบ
    #6661
    0
  14. #6193 SmileVirgin (@SmileVirgin) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 16:36
    ว่าแล้วทำไมโลลิเยอะแปลกๆ
    #6193
    0
  15. #5840 Khalizsama (@Khalizsama) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 21:03
    พี่????เซรอสสสส
    #5840
    0
  16. #5839 dumdaibindai (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 20:36
    ไอ่หมี!!!
    #5839
    0
  17. #5832 Naratip0A0 (@Naratip0A0) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 15:08
    ท่านได้รับloli 1el ครับ กลับมาไวๆๆหน่อยเน้อ
    #5832
    0
  18. #5830 wanpen725 (@wanpen725) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 09:50
    กลับมาได้มั้ยยยยยยย
    #5830
    0
  19. #5827 สายไหม (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 11:57
    ไรตตายจริงๆใช่มั้ย หายไปเลย
    #5827
    0
  20. #5826 poumzato666 (@poumzato666) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 09:12
    ไม่เข้าใจ พระเอกจะอยู่เมืองนี้ไปทำไม จะบอกว่ามาอ่านหนังสือก็ไม่เห็นอ่าน จะสอนต่อสู้ฟราน ซาร์ พระเอกก็สอนเข้าใจง่าย จะชวนคาเรน มีวิธีไม่ต้องฆ่าเยอะเเยก เเล้วมันจะอยู่ให้รำครานทำไม จะอยู่เมืองนี่เองจะบ่นทำไม ก็ไม่ต้องเเสดงอาการ รำคราน คนอ่านนี่เเหละรำคราน
    #5826
    3
    • #5826-2 igzero (@igzero) (จากตอนที่ 86)
      21 พฤศจิกายน 2560 / 22:14
      ประสบการณ์ครับ เซรอสต้องการให้พวกเด็กๆ ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย ได้พบเจอผู้คนหลายๆ แบบ
      ได้เจอปัญหา ได้ลองแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะสอนสั่งได้ แต่ต้องพบเจอด้วยตนเอง
      และถึงแม้ว่าเซรอสจะมีความรู้มากมาย แต่ก็เป็นเพียงความรู้ของโลกเดิม ซึ่งอาจใช้กับโลกนี้ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องออกมาหาข้อมูล เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตครับ
      #5826-2
    • #5826-3 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 86)
      22 พฤศจิกายน 2560 / 07:12
      อยู่เพื่อ ให้ 2 สาวน้อยเรียนรู้สังคม กับ มาเก็บข้อมูล ต่างโลกไง แถม มาทำหน้าที่พระเจ้าฝากมากดูแล่ ว่าที่ภรรยา ของตัวเองด้งย5555 (แอบเป็นหมีในตัว)5555 ประมาณนัั้น
      #5826-3
  21. #5824 SacredLight (@somefriend) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 20:53
    Alert! Alert! ตรวจพบสัญญาณสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ "หมี" ขอให้สาวๆทุกคนรีบหาที่หลบภัย
    #5824
    0
  22. #5822 SakurarE (@SakurarE) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 11:40
    หมี! หมี!
    #5822
    0
  23. #5821 ผู้ลึกลับสีดำ (@KratHasas) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 10:16
    ตำรวจครับ!!(พระเจ้า) ไอเซรอสมันเป็นหมีโว้ยโห้ยยย มาจับมันไปที๊!!!!!

    หนูฟรานกำลังตกอยู่ในอันตรายแล้วววว!!!
    #5821
    1
    • #5821-1 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 86)
      20 พฤศจิกายน 2560 / 17:38
      เออ พระเจ้าเป็นโลลิเหมือนกัน เลยต้องทำใจ
      #5821-1
  24. #5820 subper code (@natartnat) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 06:13
    ไรเตอร์ กะ ชินดะ! โคโนฮิโตะ เดะไนชิ!
    #5820
    0
  25. #5818 เมเด (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 23:18
    นี่เอ็งงจะเปิดสมาคมรับเลี้ยงต้อยชะะะะะะะ
    #5818
    0