ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,257,555 Views

  • 13,681 Comments

  • 22,799 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18,033

    Overall
    2,257,555

ตอนที่ 85 : SS2 Episode Twenty-Five : ตัวตนของเซรอส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 756 ครั้ง
    9 พ.ย. 60

SS2 Episode Twenty-Five

 



         ภายในเขตพื้นที่การปกครองของเหล่าขุนนาง อาคารบ้านเรือนแทบจะไม่ได้แตกต่างไปจากพื้นที่ของสามัญชนที่อยู่กันอย่างแออัด แต่อย่างน้อยบ้านทุกหลังที่ตั้งเรียงรายอยู่นั้นก็มีสวนกว้างพอจะให้ทำกิจกรรมอย่างการฝึกซ้อมหรือการตกแต่งความงดงามของสวน ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือดีไซน์การออกแบบของบ้านที่ขึ้นอยู่กับรสนิยมของพวกเขาเอง สิ่งที่แยกพวกเขาออกจากกันก็คือกำแพงที่กั้นขวางเพื่อความเป็นส่วนตัวและตัดด้วยถนนกว้างสองรถม้า ถึงอย่างนั้นในมุมมองของคนที่อยู่แบบแออัดมาก่อนสถานที่เช่นนี้ไม่ต่างอะไรจากสวรรค์เลย

         เดลฟีโอน่า เอเชอวาเรียนได้รับมอบที่ดินและคฤหาสน์หลังหนึ่งในเขตนี้โดยมีหน้าที่พิเศษคือการเฝ้าจับตาดูอินโนเซนเทียร์ ลิลิธ ผู้อำนวยการโรงเรียนเซเวียร์ แต่ในสายตาของบุคคลทั่วไปมองว่าเธอได้รับตำแหน่งให้มาเป็นเจ้าเมืองไรด์การ์ด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่มีทางเป็นไปได้ อัศวินศักดิ์สิทธิ์เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติและมีข้อจำกัดหลายอย่าง นอกจากนี้ภาระงานของอัศวินศักดิ์สิทธิ์คือการปกป้องอาณาจักรจากการรุกราน จึงไม่มีเวลาว่างมากพอมาบริหารบ้านเมือง

         เมื่อไม่นานมานี้เดลฟีโอน่าได้ให้ความสนใจนักเรียนชายคนหนึ่งที่ตั้งแต่เปิดภาคเรียนมาไม่เคยแสดงความเก่งกาจใดๆ ออกมาเลย หากไม่ใช่เพราะบังเอิญไปเห็นการสอนเทคนิคการเคลื่อนไหว เธอก็อาจจะมองข้ามไปและไปสนใจนักเรียนคนอื่นที่มีความก้าวหน้ามากกว่า เขาคนนั้นปกปิดตัวตนได้อย่างดีเยี่ยม ไม่แสดงความแข็งแกร่งออกมาและไม่เคยก่อปัญหาใดๆ ให้ถูกจับตามอง หรือสร้างสถานการณ์ให้ตัวเองกลายเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึง หากมีการจับนักเรียนมายืนเรียงแถวหน้ากระดานและให้เลือกเฟ้นคนที่มีความสามารถ ตัวตนของเขาจะถูกมองข้ามไปในทันที

         เซรอส แอชเชอร์

         ยังคงจดจำนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่ใช้นามสกุล แอชเชอร์ ในตอนสอบคัดเลือกนักเรียนได้ เด็กผู้หญิงทั้งเอลฟ์และกระต่ายขาวทั้งสองล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์ให้น่าจดจำ เด็กหญิงเอลฟ์ที่อายุเพียงสิบสามปีแต่กลับมีมานาปริมาณมากไม่ต้องพูดถึงหลังจากที่ได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้องเธออาจจะได้กลายเป็นจอมเวทชั้นแนวหน้าได้ ไม่เพียงแค่นั้นอำนาจพลังทำลายของเธอยังสูงมากจนนักเรียนชั้นสูงกว่าเทียบไม่ติดฝุ่น เป็นเด็กที่ไม่ว่าอย่างไรก็ควรจะดึงตัวมาไว้ข้างกาย ส่วนด้านกระต่ายขาวถึงจะมีผลการทดสอบที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่ด้วยนิสัยและลักษณะของเผ่าพันธุ์ก็ยากที่จะลืมลงได้

         หลังจากการจับคู่ฝึกซ้อมในครั้งนั้นเดลฟีโอน่าพึ่งจะตระหนักได้ว่ามีบางอย่างที่ผิดธรรมชาติเกิดขึ้น ในตอนนั้นเธอได้ใช้ศิลปะเวทซึ่งแน่นอนว่าเป็นระดับที่ทหารทั่วไปยังยากจะรับมือได้ แต่เด็กคนนั้นถึงจะโดนเข้าไปอย่างจังกลับไม่แสดงอาการบาดเจ็บอย่างที่ควรจะเป็น คนที่มีความสามารถระดับนั้นน่าเสียดายที่จะปล่อยให้เป็นเพียงพรานธรรมดา หากเธอสามารถดึงเข้ามาสู่เส้นทางนี้ได้ เป็นอาณาจักรที่จะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่

         แน่นอนว่าคำกล่าวอ้างที่ว่าเป็น พราน เป็นคำพูดที่เชื่อถือได้ยาก เดลฟีโอน่าได้ให้คนตรวจสอบประวัติของเซรอส แอชเชอร์โดยใช้อำนาจที่มีอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอะไรที่น่าแปลกเพราะตัวตนของเขานั้นไม่ชัดเจน ไม่ใช่ว่าหาประวัติไม่เจอเลย แต่มันราวกับว่าอยู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาภายในเมืองไรด์การ์ด ถ้านำข้ออ้างที่เคยรับฟังมาประกอบการพิจารณาจะรู้สึกว่าไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกอะไรนัก ที่ยังคงรู้สึกติดใจก็คือประวัติของเซรอสนั้นค่อนข้างจะมีน้อย แต่กลับมีจุดที่มองข้ามไปไม่ได้อยู่

         พักอาศัยอยู่ที่บ้านซึ่งถูกซื้อโดยคาเรน เรเบียส

         “เกี่ยวข้องกับท่านหญิงคาเรนด้วยอย่างนั้นหรือ?”

         คาเรน เรเบียส เวลานี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะการที่เธอได้บุกเบิกตลาดอาหารแปรรูป และตอนนี้ก็ได้ผลิตสินค้าต่างๆ ออกมามากมาย เป็นสินค้าที่ต้องบอกได้เลยว่าไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน เช่นสบู่ที่มีกลิ่นหอมพิเศษและยังทำให้เกิดฟองที่มีผลดีต่อความนุ่มนวลของผิว ความนิยมของสินค้าเหล่านี้นี่เองที่ช่วยรักษาสถานะของตระกูลเรเบียสเอาไว้ได้ เดลฟีโอน่าจะไม่ใส่ใจมากก็ไม่ได้เพราะถ้าให้พูดแล้วเธอกับคาเรนมีอายุไม่ได้แตกต่างกันมากนัก และเรื่องที่เธอเป็น ผู้ที่ได้ความรักจากพระเจ้า ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยได้ยิน เดลฟีโอน่ายังคงจำได้ดีถึงเหตุการณ์วิปโยคที่เกิดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดขององค์ราชา

         จะบอกว่าเป็นคนที่คาเรนได้ให้การช่วยเหลือก็พอมีความเป็นไปได้อยู่

         หากเป็นอย่างนั้นจริงก็หมายความว่าเซรอส แอชเชอร์จะต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างกับคาเรน เรเบียสแน่นอน

         พออ่านรายงานมาถึงตรงนี้ก็พบเรื่องที่น่าสนใจเข้าอีกหนึ่งเรื่อง และมันทำให้เดลฟีโอน่าต้องหันมาสนใจในตัวของเซรอสให้มากขึ้น

         มันคือรายงานการเข้าออกดันเจี้ยนประจำเขตแดนไรด์การ์ด มันปรากฏชื่อของ เซรอส แอชเชอร์ แต่กลับไม่มีชื่อของเขาในทะเบียนนักผจญภัยให้ตรวจสอบ หมายความว่าเขามีความสามารถเทียบเท่ากับนักผจญภัยแรงค์ B จนถึงขนาดสอบผ่านได้รับใบอนุญาตลงดันเจี้ยนได้ วิธีนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับคนธรรมดาที่ไม่ได้อยากจะเป็นนักผจญภัยที่อยู่ภายใต้สังกัด และเลือกจะเป็นนักเดินทางพเนจรที่หาเงินได้จากการเสี่ยงโชคในดันเจี้ยน

         เดลฟีโอน่าเริ่มเชื่อแล้วว่าเซรอสนั้นน่าเป็นพรานตัวจริง นั่นจะช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดถึงได้มีทักษะต่อสู้ที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของนักเรียนชั้นปีหนึ่งได้ แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกที่ว่ายิ่งค้นหาก็เจอแต่ทางตันทำให้เดลฟีโอน่าต้องหยุดใช้ความคิดไปพักใหญ่

         “ไม่มีทางที่คนปกติจะซ่อนตัวตนได้ลึกลับขนาดนี้”

         ทางเดียวที่จะรู้ได้คือต้องไปพบกับคนที่มีความสัมพันธ์แบบที่ไม่ธรรมดาสักหน่อยแล้ว

 

         เขตพื้นที่การปกครองของตระกูลเรเบียสได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เคยได้รับรายงานเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของตระกูลเรเบียสและการถือกำเนิดของกลุ่มการค้าแห่งใหม่มาบ้าง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าคาเรนจะใช้เวลาเพียงหนึ่งปีในการนำที่ดินที่เคยสูญเสียไปกลับคืนมา อีกทั้งยังเปลี่ยนมันให้เป็นพื้นที่การเกษตรที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเฉพาะพื้นที่ลาดชันที่ถูกมองว่าไม่เหมาะจะนำไปทำประโยชน์ ปัจจุบันก็ได้มีการเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่การเกษตรแบบขั้นบันได

         กำแพงระบุขอบเขตพื้นที่ของตระกูลเรเบียสอยู่ในระหว่างการปรับปรุงจากใช้ไม้ปักกั้นเป็นกำแพงอิฐที่ดูมีความสวยงามกว่า เหล่าคนงานที่ทำงานอยู่ตรงนั้นแทบจะจำไม่ได้เลยว่ามีสถานะเป็นทาส เนื่องจากพวกเขามีการแต่งกายที่ดีกว่าทาสจนดูเหมือนชาวบ้านธรรมดาที่รับจ้างทำงานในองค์กรแห่งหนึ่ง มองไกลเข้าไปเห็นอาคารหนึ่งหลังที่ถูกสร้างขึ้นเป็นแถวยาวและมีคนเดินเข้าออกกันเป็นปกติ คงเป็นที่พักอาศัยของแรงงานเหล่านี้แน่ๆ

         สถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างล้วนแล้วแต่ดูแปลกตา มีการวางผังโครงสร้างของพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดและไม่มีพื้นที่สูญเปล่า เดลฟีโอน่ารู้สึกราวกับได้หลงเข้ามาอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน โดยเฉพาะรางน้ำที่มีวัตถุประสงค์เพื่อผันน้ำจากแม่น้ำเข้ามาใช้งานภายในพื้นที่การเกษตรโดยไม่สร้างความลำบาก ด้วยสิ่งเหล่านี้มันสามารถช่วยแก้ปัญหาที่แต่ละเมืองเผชิญได้ทั้งหมด

         “ท่านเดลฟีโอน่า เป็นเกียรติที่ได้พบขอรับ” เบลูก้าออกมาต้อนรับ และไม่รังเกียจที่จะแสดงความเคารพคนที่อายุน้อยกว่า

         “ไม่ทราบว่าจะขอเข้าพบท่านหญิงคาเรนได้หรือไม่”

         “ขอรับ”

         การที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์มาพบเจอเช่นนี้ไม่อาจตอบรับด้วยการ ปฏิเสธ และคาเรนก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องขับไล่ออกไปด้วย ดังนั้นเบลูก้าจึงอาสาเป็นคนนำทางโดยขี่ม้านำรถม้าของเดลฟีโอน่ามุ่งหน้าสู่คฤหาสน์เรเบียส

         ตลอดสองข้างทางได้เห็นการพัฒนาที่เกิดขึ้น ทางเดินรถม้าเองก็ได้รับการบูรณะใหม่ให้มีความเรียบสะดวกแก่การเดินรถม้าเป็นอย่างมาก มองเห็นพวกเขากำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูหนาว ผลผลิตในครั้งนี้แม้จะไม่มากนักแต่มันเพียงพอสำหรับเมืองไรด์การ์ดตลอดฤดูหนาวหากคาเรนต้องการที่จะขายมัน

เดลฟีโอน่าอยู่ที่ไรด์การ์ดมาได้นานพอจะรู้ว่าแต่เดิมพื้นที่ตรงนี้มันถูกทิ้งร้างเอาไว้เพราะไม่สามารถเพาะปลูกหรือทำอะไรได้ มีเพียงความแห้งแล้งที่รออยู่ ผู้ที่ถือครองที่ดินนี้ก็ไม่คิดจะทำอะไรนอกจากรอที่จะขายมันในราคาดีๆ จนกระทั่งมันได้กลับมาสู่มือเจ้าของที่แท้จริง และได้รับการพัฒนามันอย่างหนักจนผลลัพธ์เป็นอย่างที่เห็นอยู่ในตอนนี้ ในฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันเดลฟีโอน่าอดชื่นชมคาเรนที่เป็นนักพัฒนาไม่ได้ มั่นใจได้เลยว่าหากเธอมีอำนาจเต็มในการบริหารบ้านเมือง ปัญหาต่างๆ จะถูกแก้ทั้งหมดโดยง่าย

เมื่อมาถึงบริเวณพื้นที่ดั้งเดิมของตระกูลเรเบียส สิ่งปลูกสร้างที่ดึงความสนใจเดลฟีโอน่าก็คือเรือนสีขาว 4 หลังที่สร้างเรียงกันไปจนสุดทาง และมีคนงานกำลังช่วยกันขนผลผลิตออกมาเต็มคันรถ ค่อนข้างจะดูวุ่นวายแต่กลับไม่รู้สึกว่ารำคาญหรือเกะกะ น่าจะมาจากการจัดการพื้นที่เสียมากกว่า เดลฟีโอน่าเดินลงจากรถม้าและรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ขาดหายไป

ไม่มีกลิ่น?

ทั้งที่สร้างสิ่งปลูกสร้างเอาไว้มากมาย มันควรจะมีกลิ่นเหม็นของของเสียเหมือนในเมืองไรด์การ์ด การที่กลิ่นเหล่านั้นหายไปแบบนี้แสดงว่ามีการจัดการเรื่องสุขอนามัยเป็นอย่างดี จนเกิดความคิดที่ว่าอยากจะนำเรื่องการพัฒนาในครั้งนี้เสนอต่อราชาแอชทัลในโอกาสที่กำลังจะมาถึง น่าเสียดายที่ตัวตนของคาเรนเป็นประชาชนเพียงคนเดียวที่องค์ราชาไม่กล้าก่อความวุ่นวาย เค้าลางแห่งหายนะมักจะเกิดขึ้นหากมีการทำอะไรต่อตัวของนาง สถานะผู้ที่ได้รับความรักจากพระเจ้าเป็นประกาศิตที่ห้ามไม่ให้แตะต้อง

ความเป็นอยู่ของผู้คนในเขตของตระกูลเรเบียส นับตั้งแต่ที่เข้ามาในอาณาเขตก็ไม่เห็นว่าทุกคนจะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ กลับกันพวกเขาดูมีความสุขและขยันทำงานกันอย่างแข็งขัน หากจะบอกว่าเป็นการแสดงเพื่อสร้างภาพหลอกลวงแต่การมาของเดลฟีโอน่าไม่ได้มีการแจ้งเอาไว้ล่วงหน้า คำตอบเดียวที่เป็นไปได้ก็คือมันเป็นวิถีชีวิตของตระกูลเรเบียส ไม่นึกแปลกใจที่เวลานี้เกิดปัญหาที่มีคนงานพยายามลาออกเพื่อมาขอทำงานในตระกูลเรเบียสแทน

กลุ่มเด็กจำนวนมากเดินเรียงแถวเพื่อไปเรียนรู้งานในส่วนต่างๆ มีทั้งเด็กเล็กและเด็กโตที่คอยกำกับดูแล มารยาทในการทักทายถูกสั่งสอนมาอย่างดี ทุกคนทักทายเดลฟีโอน่าที่เป็นแขกด้วยรอยยิ้มแบบเด็กๆ และมุ่งหน้าไปยังอาคารที่มีกลิ่นหอมตรงนั้น ที่นั่นจะต้องเป็นโรงงานผลิตสบู่ที่กำลังได้รับความนิยม ได้ยินมาว่ามันเป็นความลับทางการค้าจึงมีคนพยายามจะขโมยสูตรการผลิตนี้ให้ได้ แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีการเปิดสอนให้ทุกคนทำเป็นทั้งหมด

เบลูก้าเดินไปเรียกคาเรนที่หน้าเรือนสีขาว ก่อนที่จะวางงานของตนเองและเดินมาพบด้วยตัวเอง

คาเรน เรเบียสได้สลัดคราบของคุณหนูออกเหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง เครื่องแต่งกายก็เป็นชุดที่ถูกสั่งตัดขึ้นมาเพื่อให้เหมาะกับการทำเกษตรและเคลื่อนไหวได้สะดวก มันเป็นชุดเอี๊ยมกับหมวกฟางกันแดดฝน เสื้อข้างในคล้ายกับชุดของผู้ชาย และเธอยังสวมใส่รองเท้าบูทเพื่อให้เดินในพื้นที่ขรุขระได้สะดวกมากขึ้น เธอเดินออกมาจากกลุ่มของคนงานที่แต่งตัวคล้ายกันจนแยกไม่ออก

         คาเรนโค้งศีรษะและกล่าวทักทายตามมารยาท

         “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบค่ะ ท่านเดลฟีโอน่า ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่ดิฉันแต่งกายไม่สุภาพออกมาต้อนรับ”

         ทราบมาว่าเป็นผู้หญิงที่มีมารยาทสมกับเป็นกุลสตรีอย่างมากอาจจะเป็นการพูดเกินจริง แต่พอได้มาเจอด้วยตัวเองแล้วถึงได้เข้าใจว่าที่พูดกันอยู่นั้นยังเทียบกันไม่ได้สักนิด ถึงจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองก็ยังให้ความสำคัญกับความแตกต่างด้านฐานะอยู่ดี

         “เป็นความผิดของเราที่มาโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ว่าแต่เหตุใดท่านหญิงถึงได้แต่งกายเช่นนั้น”

         “มันเป็นชุดที่เหมาะสมกับงานในสวนค่ะ การแต่งกายด้วยชุดหรูหราเกรงว่าจะสร้างความลำบากให้มากกว่า ดิฉันไม่ได้มีหน้าที่ในการนั่งออกคำสั่งเพียงอย่างเดียว การลงมือด้วยตัวเองทำให้เราทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและยังถือเป็นการตรวจสอบสิ่งต่างๆ ไปด้วยในตัว ที่เห็นอยู่นี้เป็นการสอนความรู้ให้กับพวกเด็กๆ และคนงาน โดยใช้สภาพแวดล้อมเป็นห้องเรียนธรรมชาติ ถ้ายังไงยืนคุยกันตรงนี้คงไม่ค่อยเหมาะ เชิญทางนี้ค่ะ”

         เดลฟีโอน่าเดินตามคาเรนไปที่คฤหาสน์ผ่านบ้านอุปถัมภ์ที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสถานเลี้ยงเด็กไปแล้ว คนงานที่มีลูกก็จะได้รับคำแนะนำให้พามาเรียนการอ่านการเขียน และถ้ามีอายุสักหน่อยก็จะได้รับการฝึกฝนวิชาดาบ

         “ท่านหญิงสอนความรู้ให้พวกเด็กเหล่านี้อย่างนั้นหรือ?”

         “การมอบโอกาสให้กับเด็กพวกนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด นั่นคือสิ่งที่ดิฉันคิดค่ะ”

         “ฝีมือแต่ละคนไม่เลวเลย” กล่าวชมเชยหลังได้เห็นการประลองวิชาดาบของเด็กอายุสิบขวบ “ท่านเบลูก้าเป็นคนสอนสินะ”

         ทักษะดาบเหล่านี้ค่อนข้างจะคุ้นตามาก เป็นวิชาดาบอัศวินซึ่งในตระกูลเรเบียสผู้ที่สามารถใช้วิชาดาบอัศวินได้มีแต่เบลูก้าที่เคยมีโอกาสได้รับการเสนอชื่อให้เข้าคัดเลือกการเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ยังเห็นเด็กบางคนมีพรสวรรค์เวทมนตร์ด้วย ทำใจเชื่อไม่ได้เลยว่าเด็กพวกนี้เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งให้ใช้ชีวิตอยู่กันอย่างยากลำบาก

         ห้องรับรองถูกตกแต่งใหม่ด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาประหยัดไม่ค่อยสมกับฐานะสักเท่าไหร่ คาเรนพยายามอย่างมากเพื่อที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายให้ใช้น้อยที่สุดจึงไม่อาจซื้อของฟุ่มเฟือยได้ แต่ก็ไม่ลืมการตกแต่งห้องรับรองแขกและเครื่องดื่มสมุนไพรสำหรับต้อนรับ

         “อาจจะไม่ได้ต้อนรับดีเท่าที่ควรต้องขออภัยด้วยค่ะ แล้วไม่ทราบว่ามีเรื่องใดที่ทำให้อัศวินศักดิ์สิทธิ์ต้องเดินทางมาด้วยตัวเองคะ ถ้าหากจุดประสงค์มาเพื่อซื้ออาหารแปรรูปก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายค่ะ สินค้าล็อตล่าสุดพึ่งจะถูกส่งมอบไปเมื่อสี่วันก่อน ที่เหลืออยู่ตอนนี้จึงมีแค่เสบียงสำหรับฤดูหนาวเท่านั้น”

         คาเรนเดาว่าเดลฟีโอน่าคงมาเพื่อหาซื้ออาหารกักตุนไว้สำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ก่อนหน้านี้ก็เคยส่งคนมาขอซื้อไปเป็นจำนวนมาก มันเป็นจำนวนที่มากพอจะกินได้ตลอดครึ่งปีหากไม่เบื่อไปซะก่อน

         “เราไม่ได้มาเพราะเรื่องนั้น” เดลฟีโอน่าพิจารณามองคาเรนเพื่อพิสูจน์บางสิ่ง “เราได้ยินมาว่าท่านหญิงซื้อที่ดินในโซนเมืองตะวันออก เลยอยากจะรู้ว่าท่านหญิงมีความคิดที่จะย้ายไปพักอาศัยอยู่ในเมืองอย่างนั้นหรือ?”

         คำถามนี้แม้จะฟังดูเหมือนคำถามธรรมดาแต่กลับซ่อนความหมายแฝงเอาไว้อย่างหนึ่ง คาเรนรู้ได้โดยทันทีเลยว่านั่นเป็นคำถามลวง การที่คนซึ่งมีเงินต้องการซื้อที่ดินก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไรถึงขนาดที่จะต้องมาตรวจสอบอย่างละเอียด จำได้ว่าเธอซื้อมันมาอย่างถูกต้องและมีหลักฐานแสดงการครอบครอง เลยพอจะเดาได้ว่าสิ่งที่เดลฟีโอน่าต้องการจะรู้คืออะไรกันแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดลฟีโอน่าเป็นครูในโรงเรียนเซเวียร์ ซึ่งในบรรดาคนที่เธอรู้จักและเกี่ยวข้องกับโรงเรียนเซเวียร์มีเพียงเซรอสเท่านั้น

         บางทีคำถามนั้นคงต้องการรู้เกี่ยวกับตัวตนของเซรอส

         เป็นไปได้สูงว่ามีการสืบข้อมูลมาก่อนล่วงหน้า และต้องการการยืนยันจากคาเรนเพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานว่าถูกต้อง แสดงว่าตัวตนของเซรอสตอนนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น คาเรนเคยปรึกษาเซรอสเกี่ยวกับปัญหานี้แล้วและเขาก็เคยบอกแนวทางแก้ปัญหาให้ล่วงหน้าราวกับล่วงรู้อนาคตว่าจะมีการสืบประวัติของเขาในสักวัน ไม่คิดว่ามันจะมาเร็วถึงขนาดนี้

         คาเรนยกเครื่องดื่มสมุนไพรดื่มด้วยกิริยาที่งดงาม เงียบไปสักพักแล้วตอบ

         “บ้านหลังดังกล่าวเพียงแค่ซื้อในนามของดิฉันเท่านั้นเนื่องจากเป็นบุคคลที่เชื่อถือได้ในเมืองไรด์การ์ด และด้วยเครดิตที่พอจะมีอยู่บ้างทำให้ซื้อได้ในราคาถูก ปัจจุบันก็ได้มอบให้ผู้มีพระคุณที่ได้ช่วยชีวิตพักอาศัยอยู่ในระหว่างเข้ารับการศึกษา หลังเรียนจบแล้วก็คงจะได้บ้านคืนค่ะ ไม่ทราบว่าบ้านหลังนั้นมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”

         “ไม่มีปัญหาหรอก” เดลฟีโอน่าตอบ คิดอยู่สักครู่และตัดสินใจถามออกไปตามตรง “เกี่ยวกับผู้มีพระคุณที่ว่านี่ใช่เด็กหนุ่มที่ชื่อเซรอส แอชเชอร์หรือเปล่า”

         คาเรนไม่สะทกสะท้านที่ถูกจี้ถามตรงๆ วางถ้วยแก้วกระเบื้องลง

         “ถูกต้องแล้วค่ะ ดิฉันเคยถูกเขาคนนั้นช่วยชีวิตครั้งหนึ่ง ได้พูดคุยกันจนทราบว่าเขามีแผนจะพาครอบครัวมาศึกษาที่โรงเรียน เพียงแต่ในช่วงนั้นยังคงมีกรณีของการเหยียดเผ่าพันธุ์กันเกิดขึ้น ก็เลยมีปัญหาเรื่องสถานที่พักและดิฉันก็ได้ให้คำปรึกษา สุดท้ายดิฉันเลยตัดสินใจซื้อที่ดินในเมืองและอนุญาตให้เขาพักอาศัยอยู่ชั่วคราว ไม่ทราบว่าเหตุใดท่านเดลฟีโอน่าถึงได้สนใจเรื่องของเขาคนนั้นนักละคะ?”

         ไม่แปลกที่คาเรนจะสงสัย เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่น่าสนใจภายในโรงเรียนแทบจะไม่เคยถูกพูดถึงในภายนอก จึงไม่รู้เรื่องที่เซรอสต่อสู้ได้สูสีกับเดลฟีโอน่าก่อนจะพ่ายแพ้ไปตามระเบียบ ตอนแรกเธอกังวลว่าตัวจริงของเซรอสที่เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มการค้าเซเรนขึ้นมาจะถูกเปิดเผยจึงไม่กล้าพูดอะไรออกมามากนัก

         “เราคิดว่าตนเองพอจะมองคนออก เลยรู้ว่าเซรอส แอชเชอร์มีพรสวรรค์มากและมันคงจะดีกว่าหากเขาได้เดินในเส้นทางของอัศวิน” เดลฟีโอน่าไม่ปิดบังความต้องการ คาเรนนึกโล่งใจที่มันไม่เกี่ยวข้องกับความลับที่เจ้าตัวขอให้ปกปิดเอาไว้ “นอกจากนี้เท่าที่ได้ลองตรวจสอบประวัติของเขาพบข้อมูลที่ว่าพึ่งจะออกใบอนุญาตลงดันเจี้ยนเมื่อไม่นานมานี้ และผู้ที่ลงนามในหนังสือรับรองเป็นพ่อบ้านของท่านหญิง”

         “ค่ะ ตอนนั้นเป็นทางเขาที่มาขอคำปรึกษาวิธีการหาเงินซึ่งเขาไม่ต้องการสังกัดประจำพื้นที่จึงได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำใบอนุญาตลงดันเจี้ยนให้ค่ะ แต่ดิฉันไม่ได้เชี่ยวชาญด้านวิชาการรบจึงมองไม่ออกว่าเขามีความสามารถจริง คุณเบลูก้าคิดว่ายังไงคะ”

         “อย่างที่ท่านเดลฟีโอน่ากล่าวขอรับ เขาคนนั้นมีทักษะการต่อสู้ที่สูงมาก”

         “เพราะแบบนั้นเราถึงต้องการรู้ตัวตนของเขา”

         แสดงออกถึงความต้องการที่ปิดเอาไว้ไม่มิด คาเรนพอจะเข้าใจได้ในระดับหนึ่งแม้จะไม่รู้สึกเห็นด้วย มันเป็นเหตุผลทางการทหารซึ่งในด้านการปกป้องอาณาจักรถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ อย่างไรซะสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวที่จะตอบรับหรือปฏิเสธ

         “อาจจะช่วยอะไรท่านเดลฟีโอน่าไม่ได้มากนัก แต่จะพยายามทำประโยชน์ให้ถึงที่สุดค่ะ” คาเรนครุ่นคิดถึงนิสัยของเซรอสที่พอจะสังเกตได้ “รู้สึกว่าเขาจะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก โดยเฉพาะฟรานค่อนข้างจะเกลียดมนุษย์ส่วนเหตุผลก็มาจากพ่อแม่ของเธอถูกฆ่าโดยนักผจญภัย และเซรอสเป็นคนรับเธอมาเลี้ยงดูเหมือนน้องสาว ส่วนซาริรู้แค่ว่าเป็นการพบกันโดยบังเอิญสุดท้ายก็ได้มาอยู่ด้วยกันเท่านั้นแหละค่ะ”

         จนถึงตอนนี้คาเรนก็ยังไม่ทราบว่าเซรอสเป็นคนอย่างไรกันแน่ ตัวตนที่แสนลึกลับและรู้เท่าที่เขายอมเปิดเผย ถึงจะพูดคุยกันหลายครั้งแต่เซรอสไม่เคยพูดเกี่ยวกับตัวเองเลย

         “ครอบครัวอย่างนั้นเหรอ? เขาไม่มีพ่อหรือแม่สินะ?”

         “เขาไม่เคยพูดถึงแต่คิดว่าพวกท่านน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว”

         เนื่องจากไม่รู้จักเซรอสเป็นการส่วนตัวจึงได้เพียงแต่คาดเดาไปต่างๆ นานา แม้จะเป็นคาเรนก็ไม่อาจให้คำตอบที่ถูกต้องได้ เธอเคยคิดที่จะสงสัยอยู่พักหนึ่งแต่สุดท้ายก็ยอมล้มเลิกความคิด ความรู้สึกที่คิดว่าเซรอสเป็นตัวอันตรายก็ยังคงมีอยู่จนถึงตอนนี้ ไม่เพียงแค่พลังพิเศษ แต่ยังรวมไปถึงความรู้ที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอุปกรณ์ลึกลับที่เขาทำมาให้มันสามารถปฏิวัติโลกใบนี้ได้เลย จึงได้แต่สาบานกับตนเองว่าจะไม่มีวันเผชิญหน้ากับคนคนนั้นในฐานะของศัตรูอย่างเด็ดขาด

         ทางเดลฟีโอน่าต้องการเหตุผลที่มากพอจะใช้เป็นในการโน้มน้าว ไม่ต้องพูดถึงเลยว่ายามนี้อัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ทำหน้าที่อยู่ตามโรงเรียนต่างๆ กำลังมองหาบุคคลที่มีศักยภาพสูงมาคล้ายกับเป็นการคัดเลือกตัว หรือถ้าจะพูดในมุมมองของบุคคลที่สาม มันเป็นการค้นหาลูกศิษย์ และแน่นอนว่าเพื่อให้ได้มีสถานะเหล่านั้นทุกคนจึงได้พยายามกันอย่างหนักเพื่อให้พวกเขาเล็งเห็นถึงคุณค่าในตัวเอง ทั้งที่เซรอสมีโอกาสนี้มาถึงตัวเองแต่กลับปฏิเสธ เห็นชัดเลยว่าเป็นคนที่ไม่มีความทะเยอทะยาน

         “ดิฉันเข้าใจเหตุผลที่ท่านเดลฟีโอน่าเดินทางมาถึงที่นี่เพื่อสอบถาม แต่ต้องขออนุญาตให้คำแนะนำสักเล็กน้อย”

         “เชิญเลย” เดลฟีโอน่าพยักหน้า

         “ถึงตัวตนของเซรอส แอชเชอร์จะลึกลับและเป็นปริศนาแค่ไหน ก็ขอแนะนำให้กระทำภายใต้วิธีการที่ถูกต้องแต่ต้องไม่บังคับเขามากจนเกินไป ดิฉันไม่ได้รู้จักเขาอย่างจริงจังนอกจากให้ความช่วยเหลือด้านที่พัก แต่ก็พอจะรู้ว่าเขาเป็นคนที่มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ หากกระทำการใดๆ ที่บีบบังคับเกรงว่าเขาพร้อมที่จะทอดทิ้งสถานะความเป็นอยู่ในปัจจุบันทันที”

         “ท่านหญิงคงไม่ได้หมายความว่า เขาพร้อมที่จะลาออกจากโรงเรียนถ้าถูกกดดันมากเกินไปสินะ?”

         “หากว่านั่นเป็นสันติวิธี คิดว่าคงจะทำอย่างแน่นอน”

         ดูท่าทางเซรอส แอชเชอร์จะไม่ใช่คนที่สามารถควบคุมได้ง่ายซะแล้ว เดลฟีโอน่าไม่เชื่อว่าจะมีคนที่ไม่ถูกชื่อเสียงและความมั่งคั่งครอบงำอยู่ด้วย แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปหากรู้ว่าบุตรหลานของตนเองได้รับความสนใจจากอัศวินศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาคงจะส่งเสริมทุกอย่างเพื่อให้บุตรหลานมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่ กรณีของเซรอสที่ไม่มีครอบครัวทำให้การสนับสนุนเรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้น ทั้งหมดนี้อยู่ที่การตัดสินใจของเซรอสเพียงอย่างเดียว และจะน่าเสียดายอย่างยิ่งถ้าต้องสูญเสียคนที่มีความสามารถนี้ไป

         แต่ถึงกับยอมละทิ้งโอกาสของตัวเองนับว่าเป็นบุคคลที่พบเจอได้ยาก เพราะมันหมายถึงเขาเป็นบุคคลที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ของตนเองไม่มีทางเปลี่ยนแปลงไปด้วยอำนาจใดๆ ก็ตามที่ถูกยื่นมาให้ หากสามารถทำให้เขายอมทำงานมีแต่จะต้องให้เขาเห็นคุณประโยชน์จากมันเท่านั้น

         สุดท้ายแล้วเดลฟีโอน่าก็รับคำแนะนำของคาเรนเพื่อปรับใช้ในการรับมือกับเซรอสโดยมีเป้าหมายคือการดึงตัวให้มาเข้าร่วมในกองทัพให้ได้ด้วยความตั้งใจของตนเอง

         และถ้าต้องการให้เขาเป็นหูเปิดตากับโลกที่กว้างใหญ่แห่งนี้ คงไม่มีสถานที่ใดเหมาะจะชักจูงเขาได้มากไปกว่างานประลองเวทมนตร์ที่จะจัดขึ้นที่ไอทาเรีย เมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปแห่งนี้ได้

         ยังไงในสายตาของเธอแล้ว เซรอสเป็นเพียงแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่คิดว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่ก็เท่านั้น




ถึงตัวจะเป็นเด็ก แต่สมองเป็นผู้ใหญ่

ชื่อของเขาคือ เซรอสสสสส

ความตายจะมีอย่างเดียวเท่านั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 756 ครั้ง

146 ความคิดเห็น

  1. #12706 S0ulG00d (@S0ulG00d) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 10:33
    นิยาม คมมาก
    #12706
    0
  2. #11945 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 07:23
    เด็กอาราย แก่กว่าอายุคราวพ่อแล้ว 555
    #11945
    0
  3. #9528 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 13:30
    ขอบคุณครับ
    #9528
    0
  4. #9245 theeraphan29 (@theeraphan29) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 03:01
    สุดท้ายก็เห็นแก่ตัวทั้งๆที่เค้าไม่อยากเป็นก็ยังจะดึงตัววุ้ย สนุกมาครับ
    #9245
    0
  5. #8441 kate-matc5 (@kate-matc5) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 11:45
    555
    ชอบมากไรท์
    #8441
    0
  6. #8277 Quantum.K (@raynaros) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 21:16
    ผิดแล้ว สมองเป็นตาแก่ต่างหาก
    #8277
    0
  7. #8014 Akari_j (@jbbjopfm) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 21:43
    ขำตอนจบไรท์นี่แหละ 55555
    #8014
    0
  8. #7806 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 15:24
    ขอบคุณครับ
    #7806
    0
  9. #7127 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:17
    ยากมากที่จะบีบได้
    #7127
    0
  10. #6691 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 16:44
    ใช้ประโยคตัวเป็นเด็กสมองเป็นผู้ใหญ่ได้จริงๆ แค่ร่างเด็กแก่กว่าโคนัน ส่วนร่างผู้ใหญ่ก็โตกว่าชินอิจิ 555555555555
    #6691
    0
  11. วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 08:57
    อาจจะได้ล้ำเส้นเซรอสแบบไม่รู้ตัว
    ผู้ใหญ่ในร่างเด็กไม่ได้มีแค่อินโนเซนเทียร์นะ
    #6131
    0
  12. #6079 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 20:31
    ท่าจะยากนะเจ๊ ท่านเซรอสเค้าออกจะสโลวไลฟ์ ไม่สนของอย่างพวกอำนาจไลงี้หรอก
    #6079
    0
  13. #5814 อาวุธไร้ตา (@f-rebellione) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 18:15
    จะจูงสำเร็จมั้ยล่ะนั่น
    #5814
    0
  14. #5786 ghost_fay (@faykug) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 21:59
    ผู้หญิงแบบนี้ ถ้าหากไม่ล้ำเส้นเกินไปก็โอเคอยู่ 
    #5786
    0
  15. #5722 flukemetawin (@flukemetawin) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 23:47
    ความจริงมีเพียงเดียวเท่านั้น ชื่อของเขาก็คือ ยอดนักสืบ โครอส
    #5722
    0
  16. #5705 mongdooshi (@mongdooshi) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 22:36
    ขอบคุนที่แต่งนิยายดีๆให้อ่านครับ
    เท่าที่อ่านมา เรื่องนี้ดีสุดในเด็กดี (ณ ตอนนี้ ) ดำเนินเรื่องได้กำลังดี ไม่หนักไม่เบา ไม่เข้มไม่จืด
    ปล.อยากได้รส หวานๆ
    #5705
    0
  17. #5654 Hiname (@namtipsa) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 14:40
    รู้สึกอยากให้อนาคตมีตัวละครที่รู้จักเซรอสอีกโลกถูกส่งมา แบบมีอีกฝ่ายส่งม่ให้ก่อความวุ่นวายทำลายสมดุลโลกไรงี้แล้วมาปะทะกับเซรอส ท่าจะมันส์นะ5555
    #5654
    4
    • #5654-3 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 85)
      30 ธันวาคม 2560 / 07:09
      จะดีหรอออออ
      #5654-3
    • #5654-4 Suki_Writer1234 (@Suki_Writer1234) (จากตอนที่ 85)
      27 มกราคม 2562 / 21:47
      เหมือนมีเค้าราตรีมาลางๆ
      #5654-4
  18. #5650 Funggier (@bloggull) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 23:41
    ขอไว้อาลัยให้ครึ่งวิ    ป๊าด ! ! เรื่องราวจำดำเนินต่อไปเช่นไร กำลังติดตาม.
    #5650
    1
    • #5650-1 48022013day (@48022013day) (จากตอนที่ 85)
      12 พฤศจิกายน 2560 / 00:43
      ????????????????????????????????????
      #5650-1
  19. #5649 Narcos (@Narcos) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 23:40
    ถ้าไม่มีนิยายเรื้องนี้นี้ผมว่าหลายๆคนคงทิ้งเว็ปเด็ก...ไปแล้วหละผมเองก็เช่นกัน
    #5649
    0
  20. #5648 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 13:57
    ดูท่าทางแล้วคุณจะพาปัญหามาสู่ตัวแล้วหละนะคุณอัศวิน R.I.P. ล่วงหน้า // แต่ถ้าคิดในมุมของเธอ ก็ไม่แปลกที่จะคิดแบบนั้น เพราะไม่รู้ว่า เซรอล เป็นใคร หรือมีความสามารถมากขนาดไหน เธอมองเซรอลเป็นแค่เด็กที่ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ก็เลย....คิดว่าแผนการนี้น่าจะใช้ได้ผล.....ซึ่งก็ผิดถนัด.....รึเปล่า?555555
    #5648
    0
  21. #5647 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 12:58
    ขอบคุณครับที่แต่งนิยายสนุกๆน่าติดตามให้อ่าน.จะรออ่านต่อไปนะครับ.ขอบคุณครับ
    #5647
    0
  22. #5646 WaterZero (@surarahinata) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 09:37
    เค้ารางแห่งความวุ่นวายกำลังมา!!!
    #5646
    0
  23. #5645 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 04:41
    มันก้จะสโลว์ไลฟ์ไปเรื่อยๆ แต่อีเดลกำลังจะทำให้สโลว์ไลฟ์หายไปปปปปป
    #5645
    0
  24. #5644 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 02:37
    เดลฟีโอน่าจะคิดแบบนี้ก็ไม่แปลก เราว่าไม่ใช่ความมั่นหน้าอะไรหรอก แต่เดลฟีโอน่าก็ต้องมีฝีมือพอสมควรแหละถึงได้ตำแหน่งอัศวินศักดิ์สิทธ์มา และในทางเชิงตรรกะแล้วเซรอสก็เป็นแค่เด็กหนุ่มที่ดูแก่แดด เพราะไม่มีใครรู้ความจริงของเซรอส เราว่าเนื้อเรื่องมันลงตัวทุกอย่างเลยไม่ขาดไม่เกิน แต่ส่วนตัวแล้วเราอยากเห็นเซรอสมีปัญหาค่ะ 5555 อยากให้เซรอสโชว์ฝีมือบ้าง ไม่งั้นนิยายคงไม่ระทึก
    #5644
    1
    • #5644-1 LanLa (จากตอนที่ 85)
      11 พฤศจิกายน 2560 / 12:22
      ผมเห็นด้วยระ555
      #5644-1
  25. #5643 เมธัส ปานสิลา (@maytascarft) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 01:33
    เก็บอัสวินดิ๊
    #5643
    0
  26. #5622 bestboy654 (@bestboy654) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 18:46
    รองให้ผู้อำนวยการรู้ว่าเซรอสเป็นผู้กุมชะตาของไส้กรอกดูสิ ทีนี้แหละชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ ความวุ่นวายหมดหาย เหลือแต่ความสงบและกลิ่นของไส้กรอกร้อนๆกับซอสที่หลากหลายเท่านั้น
    #5622
    1