ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,258,747 Views

  • 13,683 Comments

  • 22,804 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,225

    Overall
    2,258,747

ตอนที่ 84 : SS2 Episode Twenty-Four : ฆ่าก็อบลิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 683 ครั้ง
    3 พ.ย. 60

SS2 Episode Twenty-Four

 



         ความมืดไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเซรอสในเมื่อเขามองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด กลับกันเป็นฝ่ายศัตรูที่จะไม่มีทางมองเห็นเซรอสได้ เวทมนตร์แห่งความมืดนั้นเร้นลับและซับซ้อนที่สุด บางเวทมนตร์มีผลสนับสนุนยกตัวอย่างเช่นอาภรณ์ทมิฬที่คลุมตัวเซรอสอยู่มันช่วยให้เขาเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดและมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น กลับกันถ้าใช้เวทมนตร์ตรวจสอบหรือใช้โซน่าตรวจจับก็จะพบเห็นตัวเขาได้เช่นกัน

         แต่ก็อบลินพวกนี้คงไม่มีทางทำได้หรอก

         เหมือนฝูงสัตว์ตัวน้อยคิดจะโอบล้อมหมาป่าดุร้ายในทุ่งราบ เซรอสมองเห็นพวกมันยืนเรียงหน้าสลอนอย่างชัดเจนรออยู่ในเส้นทางแยก รู้ด้วยว่ามีตัวหนึ่งกำลังรอจะโหนเชือกลงมาตลบจากด้านหลัง เทคนิคการดึงดูดความสนใจด้วยการสร้างสัญลักษณ์ขึ้นมาเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ไม่รู้ว่าพวกมันไปเอาความคิดพวกนี้มาจากไหนแต่มันทำอะไรเซรอสไม่ได้ และในตอนนั้นที่การฆ่าได้เริ่มต้นขึ้น

         ในโลกเบื้องหลังหมายเลขศูนย์เป็นตัวตนได้รับสมญานามว่าเป็น ยมทูต ยามที่เขาปรากฏตัวขึ้นไม่มีกองกำลังไหนในโลกสามารถจัดการได้ แม้แต่ในองค์กรเองก็ต้องงัดไพ่ตายทุกอย่างออกมาใช้เพื่อกำจัดทิ้ง แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาย่อมรู้สึกภูมิใจที่สามารถสร้างสุดยอดนักฆ่าที่ร้ายกาจขึ้นมาได้ มันเป็นความย้อนแย้งในหลักการของพวกเขาเอง อย่างไรก็ตามเมื่อหมายเลขศูนย์ได้รับมอบหน้าที่ในการฆ่า นั่นหมายความว่าศัตรูของเขาจะต้องมีจำนวนเทียบเท่ากับกองทัพขนาดใหญ่

         กล่าวคือ หมายเลขศูนย์เป็นความสำเร็จสมบูรณ์แบบที่ดีที่สุดที่พวกเขาเคยสร้างมา

         ถึงจะได้รับการยอมรับให้เป็นหมายเลขที่แท้จริง แต่ในเลขโรมันไม่มีเลข ‘0’

         ทุกก้าวเดินจะมีศพเกิดขึ้นตามมา เทคนิคการฟันที่ไม่ทำให้เลือดติดอยู่ที่ปลายดาบและไม่ยอมให้มีเลือดกระเด็นมาโดนเสื้อผ้าบ่งบอกถึงความชำนาญในการฆ่าได้เป็นอย่างดี บางตัวที่หลุดเข้ามาได้ด้วยความบังเอิญถูกชกจนกระดูกซี่โครงหักและหัวใจวายเฉียบพลัน ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งการฆ่านี้ได้ ก็อบลินทั้งหมดเริ่มตระหนักถึงเรื่องนี้และพยายามวิ่งหนี เพียงแต่ทางออกนั้นถูกขัดขวางเอาไว้โดยเซรอส และไม่มีตัวใดผ่านตัวเขาไปได้ มีทางเดียวคือต้องวิ่งหนีเข้าไปในส่วนลึก

         พวกมันมั่นใจอย่างยิ่งว่าไม่มีผู้ใดเข้ามาและมีชีวิตรอดออกไปได้ ทว่ามันประเมินความน่ากลัวของเซรอสต่ำเกินไป เขายังคงก้าวเดินต่อไปด้วยจังหวะที่มั่นคง ฆ่าทุกตัวที่เข้ามาในระยะทั้งหมด ตลอดสองข้างทางมีแต่ศพของก็อบลินเท่านั้น

         เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นเบื้องหน้า มันมีร่างกายสูงใหญ่กว่าก็อบลินทั่วไป มันใส่ผ้าคลุมเก่าๆ ที่น่าจะได้มาจากพวกจอมเวทและถือไม้เท้าประดับด้วยหัวกะโหลกใบเล็ก สร้อยคอของมันทำจากดวงตาที่ร้อยเข้าด้วยกัน บรรยากาศที่ดูขนลุกอาจทำให้คนอื่นหวาดกลัวและวิ่งหนี เซรอสไม่ได้รู้เกี่ยวกับพวกมอนสเตอร์มากนัก รู้เพียงแค่ว่าพวกมันก็เหมือนมนุษย์ที่มีความหลากหลายทางอาชีพได้จากการฝึกฝนที่แตกต่าง เจ้านี่อาจจะเป็นก็อบลินที่ใช้เวทมนตร์ก็เป็นได้

         และไม่รอให้อีกฝ่ายได้แสดงอานุภาพ เซรอสรวบรวมมานาไว้ที่ร่างและระเบิดมันออกมาทันที เทคนิคศิลปะเวทที่มีชื่อว่า แอคเซล จะช่วยให้เขาเคลื่อนที่ได้เร็วราวกับข้ามมิติได้ในพริบตา แต่มันจำเป็นจะต้องใช้พลังกายอย่างมากในการหยุดไม่เช่นนั้นจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรืออาจจะกลายเป็นคนพิการ ทว่าเซรอสมีร่างกายแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ข้อเสียนั้นจึงไม่จำเป็น เขาพุ่งออกไปตัดคอศัตรูอย่างง่ายดาย ว่ากันตามตรงแล้วเซรอสไม่ปล่อยให้ศัตรูเปิดฉากโจมตีก่อน และไม่มีความคิดที่จะสู้กันอย่างยุติธรรมตั้งแต่ตอนแรก

         เขาเดินไล่ฆ่าพวกมันอย่างต่อเนื่อง ไม่มีตัวใดรอดพ้นจากยมทูตคนนี้ได้ จนกระทั่งเขาหยุดและมองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า โล่มนุษย์ที่ถูกตรึงเอาไว้กับเสาไม้ล้วนเป็นหญิงสาวที่มีอายุแตกต่างกัน แต่ก็หนีไม่พ้นที่ถูกใช้ประโยชน์เพียงเพื่อความได้เปรียบ ทุกคนนั้นเหมือนคนที่ตายแล้วแต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ เซรอสลดอาวุธในมือลงขณะเดียวกันก็อบลินพวกนั้นก็ทำท่าทางดีใจราวกับคิดถูกที่นำโล่มนุษย์ออกมาใช้

         “ฆ่าข้าที

         “ปลดปล่อยพวกข้า

         คำขอร้องเหล่านั้นเซรอสได้ยินมันอย่างชัดเจน คนปกติคงเกิดความลังเลและต่อสู้กับคุณธรรมในหัวใจ พวกเขาใจดีเกินไปแล้วคิดว่าจะสามารถช่วยเหลือคนพวกนี้ได้ แต่สำหรับเซรอสแล้วเขาสามารถฆ่าตัวประกันทิ้งได้หากว่านั่นจะนำมาซึ่งความเสียเปรียบให้ตัวเอง

         แต่อย่างน้อยเซรอสก็ยังพอจะหลงเหลือความเมตตาอยู่บ้าง เขาฆ่าพวกผู้หญิงเหล่านั้นด้วยยาพิษที่ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด เธอจะนอนหลับไปอย่างสงบและหากทิ้งเอาไว้หนึ่งวันพิษนี้จะหายไปโดยไม่หลงเหลือให้ตรวจสอบได้ มีเพียงบาดแผลเป็นรอยข่วนเล็กๆ ดูไม่น่าจะมีผลต่อความตาย นั่นจะเป็นความคิดของคนที่มาตรวจสอบสถานที่แห่งนี้เท่านั้น

         “ขอบคุณ

         เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เซรอสได้รับคำขอบคุณจากคนที่ถูกตนเองฆ่าตาย แต่เรื่องมันก็ควรจะเป็นเช่นนั้นเพราะพวกเธอหากมีชีวิตรอดกลับไปได้ก็ไม่มีทางรอดพ้นจากคำติฉินนินทาของผู้ที่คลั่งไคล้การเหยียบย่ำผู้อื่น บางครั้งการตายไปซะยังจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า และมันเป็นความต้องการของพวกเธอที่ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกด้วย เซรอสแค่ทำให้เรื่องราวมันง่ายขึ้นเท่านั้น

         ไม่ว่าจะขู่เซรอสด้วยการพยายามทำร้ายโล่มนุษย์เพียงใดก็ไม่ทำให้เซรอสชะงักหรือเสียจังหวะ ในสายตาของเซรอสไม่ได้เห็นพวกเธออยู่ในสายตา แม้จะมีเสียงร้องทรมานของโล่มนุษย์เขาก็ยังกวาดผ่านซากศพต่อไปจนกระทั่งไม่เหลือก็อบลินอยู่บริเวณนั้นอีก

         ตั้งแต่ที่เซรอสก้าวเข้ามาในถ้ำก็อบลินเวลาก็ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมงกว่าเท่านั้น เขากำจัดก็อบลินไปได้ 177 ตัว และมนุษย์ที่ถูกลักพาตัวมาอีก 9 คน แต่จากจำนวนที่ได้ยินมาพวกมันมีมากกว่านี้และนั่นหมายความว่ายังมีอีกหลายตัวซุกซ่อนอยู่ข้างใน ยามที่เซรอสลงมือจะไม่ทิ้งพยานหรือหลักฐานใดๆ เก็บเอาไว้ ไม่ต้องพูดถึงชีวิตของก็อบลินที่พยายามจะหนีด้วย

         ทางนั้นสินะ

         สัญญาณจากเครื่องติดตามที่แอบติดไว้ที่ก็อบลินตัวหนึ่ง เขาตั้งใจปล่อยให้มันหนีเข้าไปเพื่อนำทางไปสู่รังลับของพวกมันเอง ยังไงซะที่นี่ก็เหมือนกับเขาวงกตและเซรอสไม่อยากจะเสียเวลา

         พอเดินมาถึงก็พบกับทางตันแต่เซรอสมั่นใจได้เลยว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ในความมืดเช่นนี้คงไม่มีใครสำรวจอย่างถี่ถ้วนจึงไม่รู้ว่าด้านหลังซอกหินนั้นมีทางเล็กๆ พอให้เด็กคนหนึ่งลอดผ่านเข้าไปได้ จึงลองเคาะผนังดูและพบว่าอีกฟากหนึ่งเป็นห้อง เซรอสขยับรอยยิ้มเล็กน้อย กางมือเรียกเอาอุปกรณ์ที่เก็บไว้ในแหวนออกมาถือเอาไว้ มันเป็นไดนาไมต์ฉบับปรับปรุงให้สามารถทำลายเพื่อระเบิดผนังหรือกำแพงโดยไม่สร้างความเสียหายกับพื้นที่โดยรอบ

ติดตั้งมันอย่างชำนาญและเดินถอยออกมาสิบก้าวพร้อมกับกดตัวจุดระเบิด

เส้นทางที่ถูกเปิดออกเผยให้เห็นกองกำลังที่แท้จริงของพวกก็อบลินที่ดุร้าย

         เซรอสขยับยิ้มและเดินเข้าสู่สมรภูมิรบอีกครั้งหนึ่ง

 

         พวกฟรานกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายหลังจากที่ได้ยินเสียงเหยียบใบไม้แห้งดังขึ้นก็สั่งให้ซาริขึ้นไปหลบอยู่บนรถม้า นักผจญภัยคนนั้นกลั้นหายใจราวกับกลัวว่าเสียงที่แผ่วเบานี้จะไปกระตุ้นให้พวกมันโจมตี ฟรานใช้เวทมนตร์ดับกองไฟทันที เธอไม่ต้องการให้ตำแหน่งของตัวเองถูกเปิดเผยโดยง่าย และปีนขึ้นไปซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ ซาริดึงประตูเหล็กที่ติดเอาไว้ลงมาปิดด้านท้าย และยังไม่ลืมที่จะดึงหลังคาให้ยื่นออกไปคลุมม้ากลายเป็นป้อมปราการที่ปกป้องอันตรายได้

         นี่เป็นเพียงรถม้ารุ่นแรกที่เซรอสพยายามสร้างขึ้นมาให้เอนกประสงค์รอบด้าน ประตูเหล็กที่ป้องกันการโจมตีนี้ยากที่ก็อบลินจะทะลวงผ่านมาได้ และยังมีจุดที่สามารถช่วยยิงสนับสนุนได้จากภายในรถ แต่ตอนนั้นซาริวิ่งขึ้นเตียงแล้วเอาผ้าห่มมาคลุมหัวเพื่อซ่อนใบหูเอาไว้

         สายตาเริ่มปรับให้ชินกับความมืดจึงมองเห็นเงาตะคุ่มที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ พวกมันคงเห็นรถม้าแล้วและมีความคิดที่จะโจมตี น่าเสียดายที่ฟรานรู้ตัวเร็วกว่า ฟรานทิ้งตัวลงมาจากต้นไม้อย่างแผ่วเบา เล็งโจมตีเพื่อสังหารในพริบตาแม้จะมีตัวที่หลบได้แต่พวกนั้นก็ได้รับบาดแผลฉกรรจ์ ตำแหน่งที่โจมตีไปเป็นเส้นเลือดใหญ่ส่งผลให้ตอนนี้เลือดทะลักออกมาจากบาดแผลไม่หยุด หากมันไม่หลบก็คงไม่ต้องเจ็บปวดทรมาน ฟรานยื่นมือออกไปและเริ่มใช้เวทมนตร์ กระสุนเพลิงที่หมุนวนมีเป้าหมายอยู่ที่ร่างของก็อบลิน

         สำหรับมือใหม่พวกมันอาจจะเป็นอันตราย แต่ฟรานถูกฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงชนิดที่การฝึกสอนของโรงเรียนเทียบไม่ติด แต่ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนนั้นไม่มีความสามารถพอจะสอน ยังมีอีกหลายเรื่องที่ฟรานพึ่งจะรู้ และจะยิ่งรู้มากขึ้นไปอีกเกี่ยวกับสามัญสำนึกในโลกนี้ นั่นทำให้ฟรานตระหนักได้ถึงระยะห่างของความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเซรอส เพียงแค่ไม่ได้ใช้เวทมนตร์ก็เพียงพอที่จะจัดการกับมังกรด้วยอาวุธที่เป็นเพียงมีด

         ความเด็ดขาดของฟรานมาจากการตัดสินใจที่แน่วแน่ ความประมาทจากความเห็นใจศัตรูอาจจะนำมาซึ่งอันตรายในภายภาคหน้า นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำสอนที่ฟรานจดจำเอาไว้เป็นอย่างดี ก็อบลินที่คิดจะหนีฟรานก็ไม่ปล่อยให้รอดไป ในชั่วโมงเรียนมีสิ่งหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดให้ทุกคนทราบ นั่นคือห้ามปล่อยให้ก็อบลินรอดชีวิตเด็ดขาด พวกมันจะเรียนรู้ความผิดพลาดและแก้ไขตัวเองไม่ให้ทำผิดพลาด ตอนที่เซรอสได้ทราบเรื่องนี้เห็นเขาหัวเราะและพูดว่า อย่างน้อยก็ดีกว่าพวกมนุษย์ที่ยังทำเรื่องผิดพลาด

         นอกจากก็อบลินที่พึ่งจัดการไป ฟรานพบเจอกับอันตรายที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือฮ็อบก็อบลิน

         ในชั่วโมงเรียนเป็นความรู้จากนักผจญภัยที่เคยเผชิญหน้ากับพวกมัน ฮ็อบก็อบลินมีความแตกต่างจากก็อบลินตรงที่พวกมันแข็งแกร่งกว่าหลายเท่า พละกำลังของมันมากมายราวกับผู้ใหญ่กล้ามโต และใช้ท่อนไม้ใหญ่เป็นอาวุธ

         แต่ตัวที่ฟรานเจออยู่นี้มันใช้ขวานเล่มโตที่น่าจะเคยเป็นของนักผจญภัยมาก่อน นอกจากนี้ก็ยังสวมใส่เสื้อเกราะกับโล่เอาไว้ด้วย ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่พบเห็นมันในสภาพพร้อมรบทางเลือกของพวกเขาถ้าไม่สู้ก็คือหนี แต่จากร่องรอยบาดแผลที่พวกมันรักษาแบบลวกๆ ดวงตาข้างหนึ่งที่เป็นรอยบากคือหลักฐานที่ยืนยันว่ามันมีประสบการณ์ต่อสู้เอาชีวิตรอดที่สูงมาก

         เพียงเสียงคำรามก็ทำให้นักผจญภัยที่ได้รับบาดเจ็บนึกสภาพของผลลัพธ์หลังจากนี้ไม่ออก ในสายตาของเขาเห็นว่าฟรานเป็นเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง สู้กับก็อบลินได้ก็นับว่ายอดเยี่ยมและในภายภาคหน้าจะเป็นบุคคลที่คาดหวังได้จึงไม่ควรเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ มันคงเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในฐานะนักผจญภัยที่ไม่อาจมีประโยชน์ในเวลาคับขัน

         ฟรานกวาดสายตามองหาตำแหน่งที่จะใช้โจมตี ชุดเกราะที่มันใส่นี้เป็นของมนุษย์ย่อมมีจุดที่ปกป้องส่วนสำคัญ ทว่าด้วยรูปทรงของมันที่เน้นไปด้านเอกลักษณ์ความงามจึงบางส่วนที่ถูกละเลยไปบ้าง สำหรับคนที่ถูกสอนให้จู่โจมที่จุดตายแล้วส่วนละเลยตรงนั้นเป็นช่องโหว่ที่เห็นผลได้ดีที่สุด คิดสะระตะเสร็จในชั่วอึดใจก็เข้าไปโจมตี ข้อเสียเปรียบหลักๆ เลยก็คือน้ำหนักตัวที่แตกต่างทำให้ฟรานไม่อาจต้านทานแรงได้

         ฟรานดึงมือกลับปัดทิศทางให้แฉลบออก สวนมีดสั้นตัดส่วนของชุดเกราะไปจนเป็นรอยข่วน พอพลาดฟรานไม่คิดจะหันหลังกลับไปซ้ำเพราะยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ การสั่งสอนของเซรอสจะเน้นการรักษาระยะห่างกับจังหวะโจมตี และเป็นความเคยชินที่เซรอสมีจังหวะโจมตีต่อเนื่อง เมื่อรู้ว่าผิดพลาดก็ต้องทิ้งห่างรักษาระยะเอาไว้

         โอกาสได้ต่อสู้จริงจังไม่ได้มีออกบ่อยนัก ฟรานจึงยังใจไม่แข็งพอเมื่อต้องเผชิญหน้ากับรูปร่างที่แสนน่ากลัวของฮ็อบก็อบลิน แต่ประสบการณ์เหล่านี้มีเพียงต้องให้พบเจอด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้ เซรอสเคยพูดเอาไว้ว่า ร้อยสงครามฝึกซ้อมไม่เท่ากับลงสู่สงครามจริงครั้งแรก ดังนั้นฟรานจึงพยายามมองหาโอกาสเพื่อโจมตีกลับอยู่เสมอ ทักษะต่อสู้มีแค่ช่วยไม่ให้ถูกจัดการในครั้งเดียว และโชคร้ายที่ไม่ได้มีเรี่ยวแรงเหมือนจอมพลัง ไพ่ตายที่เหลืออยู่ก็คือเวทมนตร์

         เมื่อได้จังหวะ ฟรานกางมือและซัดเวทมนตร์ลมที่บีบอัดส่งร่างของฮ็อบก็อบลินให้กระเด็นออกไป แรงสะท้อนทำให้รู้สึกเหมือนแขนจะหักให้ได้ ที่ไม่ใช้เวทมนตร์ระเบิดก็เพราะมันเป็นป่าและอันตราย นอกจากนี้มันยังเสี่ยงทำให้เธอได้รับบาดเจ็บหนักอีกด้วย

ฮ็อบก็อบลินลุกขึ้นสะบัดหน้าไล่ความมึนงง มันสำรวจเสื้อเกราะและพบว่ามันยังไม่เสียหาย

         “ไม่ได้ผล”

         เวทมนตร์นั้นไม่รุนแรงพอจะทำลายเกราะนั่นลงได้ บางทีมันคงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันเวทมนตร์ ในดันเจี้ยนมีมอนสเตอร์ที่มีธาตุเฉพาะอยู่ เจ้าของคนเก่าคงเป็นนักผจญภัยแรงค์ B แล้วแน่ๆ

         ฮ็อบก็อบลินลุกวิ่งเข้าหาฟราน ข้อได้เปรียบของคนตัวเล็กคือความคล่องแคล่ว ฟรานหลบการโจมตีทั้งหมดและตอนนั้นก็คิดวิธีที่จะถอดชุดเกราะนั่นออกก่อนเป็นอันดับแรก แต่มันเป็นอะไรที่ลำบากเกินกว่าที่ฟรานจะทำได้สำเร็จ ฮ็อบก็อบลินตัวนี้มีประสบการณ์ในการต่อสู้มามากจนน่ากลัว มันระมัดระวังตัวมากและพยายามไม่ทำให้เกิดช่องว่างของเวลาพอให้ร่ายเวท แม้จะเป็นฟรานก็ไม่อาจร่ายเวทมนตร์ให้เกิดขึ้นได้ทันทีขณะที่ถูกโจมตี

         หากฟรานสามารถใช้ศิลปะเวทได้โดยไม่มีผลเสียก็คงเป็นเรื่องดี มันจำเป็นจะต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อใช้เวทมนตร์ที่ต่างประเภทในเวลาเดียวกัน ถึงจะเคยเรียนในชั่วโมงเรียนเพื่อให้มีวิชาต่อสู้ประชิดตัว แต่มันเป็นอะไรที่ยากมาก เทียบกับนักเรียนสาขานักรบแล้วศิลปะเวทของพวกเขาถูกขัดเกลามาเป็นอย่างดี พวกเขาคงสภาพเวทมนตร์ได้นานพอสำหรับหนึ่งการประลอง ในกรณีของจอมเวทนั้นสภาพร่างกายจะเป็นอะไรที่ทรมานอย่างมาก หลังจากใช้ศิลปะเวทร่างกายของพวกเขาจะรู้สึกเหมือนถูกฉีกออกจากกันให้ได้

         เซรอสเรียกมันว่าผลข้างเคียงของการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยเวทมนตร์

         ไม่มีเวลาให้ลังเล ฟรานรวบรวมสมาธิและใช้ศิลปะเวทอย่างรวดเร็ว เคลื่อนที่เข้าไปจ้วงแทงกับฮ็อบก็อบลินด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว ทุกตำแหน่งที่โจมตีไปเป็นการเน้นที่จุดอันตรายทั้งหมด และมันทำให้นักผจญภัยที่มองอยู่ด้านนอกรู้สึกขนลุกเป็นอย่างมากเมื่อได้เห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กใช้ทักษะต่อสู้ชั้นสูงคล่องแคล่วถึงเพียงนั้น แต่ฟรานไม่มีประสบการณ์เลยเกิดจังหวะลังเลขึ้นจนโดนโล่ตบกระเด็นออกไป โชคดีอย่างยิ่งที่ใช้ศิลปะเวทอยู่จึงได้รับบาดเจ็บไม่มาก

         ฟรานไม่คิดจะยอมแพ้ลุกขึ้นมาและพยายามโจมตีซ้ำเข้าไปอีก มองหาช่องว่างจากฮ็อบก็อบลินและนึกถึงคำสอนของเซรอสที่สอนวิธีล้มคนที่ตัวใหญ่กว่า ตอนนั้นเองที่ฟรานนึกวิธีขึ้นมาได้ เป็นวิธีที่ผิดกฎในการประลองตัวต่อตัวแต่ไม่ใช่เรื่องแปลกในการต่อสู้แบบทั่วไป คว้าดินขึ้นมาหนึ่งกำมือและสาดใส่ใบหน้าของมัน ฮ็อบก็อบลินสูญเสียจังหวะโจมตีเปิดโอกาสให้ฟรานลอบเข้ามาใกล้ตัวได้ เธอคว้าหลังชุดเกราะและใช้น้ำหนักตัวทั้งหมดดึงให้มันล้ม และแทงมีดเข้าไปที่ลำคอ

         ผลลัพธ์คือฮ็อบก็อบลินที่มีกล้ามเนื้อมากพอจะฟันเข้าได้ยากถูกมีดสั้นแทงเข้าไปทีเดียวจนถึงแก่ชีวิต

         ฟรานหอบหายใจอย่างหนัก มือทั้งสองอาบไปด้วยเลือดอุ่นๆ เป็นครั้งแรกที่ได้มีประสบการณ์ฆ่าสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่

         แต่ฟรานไม่เปิดช่องว่าง เป็นไปได้ว่าอาจจะมีพวกมันซ่อนตัวอยู่ที่ไหนซักแห่งหรือไม่ก็อาจจะกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ดังนั้นจึงต้องไปหาที่ซ่อนตัวเพื่อรอให้เซรอสกลับมา

 

         เซรอสไม่ใช่นักฆ่ารับจ้างที่ทำงานเพื่อเงินหรือมีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่

         เขาเป็นเพียงแค่อาวุธที่มีชีวิตเพื่อฆ่าและทำลายล้างเท่านั้น

         สถานที่ในวันนี้เป็นรังก็อบลินที่มีพวกตัวเป้งๆ แสนน่ากลัวและอาจทำให้นักผจญภัยหลายคนขวัญหนีดีฝ่อได้ พวกมันร้ายกาจขนาดที่จะต้องใช้นักผจญภัยหลายคนในการกำจัด แต่กลับไม่มีตัวใดสามารถสร้างรอยข่วนบนร่างกายของเซรอสได้เลย ถ้าจะมีก็เป็นเสื้อผ้าที่ถูกกรีดจนมีรอยขาดหลายแห่ง ต่อให้เซรอสเก่งกาจแค่ไหนในการต่อสู้แบบตะลุมบอนก็เลี่ยงที่จะไม่ถูกโจมตีไม่ได้ ถึงอย่างนั้นดาบสั้นของเขาก็ยังกวัดแกว่งไปเรื่อยๆ โดยที่ยังไม่หมดแรง

         เซรอสชุ่มไปด้วยเลือดของศัตรู มีเพียงใบหน้าเท่านั้นที่มีหยดเลือดกระเซ็นประปราย

         ข้อเท็จจริงที่ว่าเซรอสมีความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ได้แสดงให้เห็นหลังมีก็อบลินตัวหนึ่งเข้ามาถึงตัวเซรอสและแทงมีดหินลงไปที่คอเพื่อปลิดชีพ แต่กลายเป็นว่ามีดมันถูกหยุดเอาไว้ราวกับแทงเข้าไปในหินที่อ่อนนุ่ม มันพยายามอยู่สองครั้งก่อนที่คอของมันจะหันกลับไปอีกด้านหนึ่งด้วยการบิดเพียงมือเดียว และยังถูกจู่โจมด้วยรูปแบบขบวนทัพที่ไม่น่าเชื่อว่าพวกมันจะทำได้ ในกรณีแบบนั้นเซรอสตัดสินใจกำจัดตัวหัวหน้าเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐาน ผลลัพธ์ก็คือการสูญเสียรูปแบบโจมตีในทันที

         เซรอสไม่ใช่ผู้กล้าหรือพระเอกที่เน้นการต่อสู้แบบดื้อดึงหรือถ่วงเวลา เขาประเมินสถานการณ์ทั้งหมดและจัดการให้เร็วที่สุด

         เพียงหนึ่งชั่วโมงนับตั้งแต่เดินเข้ามาในรังก็อบลิน เวลานี้เหลือเพียงก็อบลินตัวเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในโพรงขนาดเล็กเพื่อเป็นทางรอดในการสร้างอาณาจักรใหม่ เหตุผลที่พวกก็อบลินยังคงรอดไปสร้างความเสียหายเพราะไม่มีใครคิดจะตรวจสอบให้ทั่ว พวกมันพยายามส่งสายตาหวาดกลัวออกมาเพื่อหวังว่ามนุษย์พวกนั้นจะมองข้ามและใจอ่อน โดยหารู้ไม่ว่าความคิดของพวกมันตอนนี้คือการจดจำวิธีการทั้งหมด และใบหน้าของเป้าหมายที่จะต้องกำจัด

         แทบจะในทันทีที่กำลังเริ่มจดจำ พวกมันก็ถูกฆ่าทิ้งแม้กระทั่งเจ้าตัวเล็กที่คล้ายกับเป็นทารกแรกคลอดก็ไม่มีการละเว้น

         เซรอสไม่ต้องการเหลือพยาน กวาดสายตามองไปรอบๆ ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบดูว่ามีตัวใดที่ยังมีชีวิตรอดอยู่อีกบ้าง หลังจากที่รายงานเรื่องพวกนี้ไปจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อยืนยันเหตุการณ์อีกครั้ง เซรอสขี้เกียจเกินกว่าจะไปตัดใบหูพวกของมันเพื่อใช้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ควรจะได้รับค่าตอบแทนจากความเหนื่อยยากในครั้งนี้ สุดท้ายก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเก็บเฉพาะหลักฐานของตัวสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาสวมสิทธิ์ จากนั้นก็เดินสำรวจถ้ำต่อ

         เขาพบทางไปยังห้องแปลกๆ ที่มีกลิ่นยาสมุนไพรที่ทำให้เหยื่อไม่อาจต่อต้านได้ โชคดีที่เซรอสมีภูมิคุ้มกันยาเหล่านี้อยู่เลยไม่ได้รับผลกระทบ แต่สำหรับหญิงสาวที่ถูกจับมาขังไว้ในนี้สภาพของทุกคนดูอิดโรยอย่างมาก บางคนกำลังตั้งครรภ์และทรมานอยู่กับมือเล็กๆ ที่พยายามจะดันออกมา เสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดไม่ได้ทำให้เซรอสรู้สึกสงสาร มีเพียงความรู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้พาฟรานมาที่นี่ด้วย ถึงจะยังเด็กแต่ความคิดที่สวยงามพวกนั้นไม่เหมาะจะมาเห็นเรื่องแบบนี้ที่สุด

         ไม่มีใครอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ โดยเฉพาะแววตาที่ตายแล้วพวกนั้น แต่พวกเธอไม่อาจฆ่าตัวตายได้เนื่องจากอาการสับสนจากฤทธิ์ยาที่พวกมันใช้ บางคนพอจะมีสติอยู่บ้างและรับรู้ได้ว่ามีคนเข้ามา ผู้หญิงคนนั้นพยายามเปล่งคำพูดที่ไร้เสียงออกมา พอจะจับใจความได้เพียงแค่ว่า ฆ่าคำเดียวเท่านั้น หลังจากที่เห็นรอยยิ้มที่บางเบาเซรอสไม่คิดจะปล่อยให้พวกเธอต้องรู้สึกทรมาน เขาเริ่มวางยาพวกเธอทุกคนและทำให้อยู่ในสภาพคล้ายกับนอนหลับไป นอกจากนี้ยังจัดการกับทารกปีศาจในครรภ์พวกนั้นให้เรียบร้อยอีกด้วย

         การจัดการหลังจากนี้คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายตรวจสอบที่ทางกิลด์จัดส่งมา เซรอสอาศัยอยู่ในเมืองนานพอจะรู้ความเป็นไปของสังคมภายนอก และกฎเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากการเรียนในชั้นเรียนของพวกนักผจญภัย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าจะรับมือกับการตรวจสอบของผู้คนบนโลกนี้ได้ เท่าที่ทราบการจัดการข้อมูลในโลกนี้ค่อนข้างจะล้าหลังพอสมควรแต่ถึงอย่างนั้นกลับมีความละเอียดรอบคอบในทุกขั้นตอน เซรอสมองว่าอยู่ในระดับที่จัดการได้โดยไม่รู้สึกลำบาก

         สุดท้ายเซรอสเดินออกมาจากปากถ้ำ สูดอากาศบริสุทธิ์ยามค่ำและเพื่อป้องกันไม่ให้มีตัวอะไรลักลอบเข้าไปทำลายสภาพที่เกิดเหตุ เซรอสจึงตัดไม้บริเวณนั้นแปรรูปให้เป็นแผ่นไม้และตีปิดทางเข้าเอาไว้ จากนั้นจึงเดินทางกลับไปหาพวกฟรานโดยใช้เส้นทางย้อนกลับทางเดิม ระหว่างทางพบเห็นร่องรอยของพวกก็อบลิน จึงระมัดระวังไม่ให้ตัวเองอยู่เหนือลมจากนั้นจึงลอบเข้าไปจัดการให้เรียบร้อย

         กลับมาถึงที่รถม้า สิ่งแรกที่เห็นก็คือร่างของก็อบลินและฮ็อบก็อบลินนอนอยู่ในป่า สภาพของพวกมันถูกจัดการในชั่วอึดใจ ใบหน้าของฮ็อบก็อบลินมีเศษฝุ่นดินติดอยู่เลยรู้วิธีที่ใช้ฆ่าได้ทันที เขาเห็นฟรานซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้จึงเดินเข้าไปหา

         “ฝีมือไม่เลวเลย”

         “เซรอส เลือดนั่น?” ฟรานดูเป็นกังวลมาก กระโดดลงมาข้างล่างและวิ่งมาหาเซรอส

         “ไม่ใช่ของฉันหรอก แล้วคนอื่นๆ ล่ะ”

         ถามพอเป็นมารยาท เซรอสรู้แล้วว่าสองคนนั้นจะต้องปลอดภัย เมื่อรถม้าอยู่ในสภาพของป้อมปราการแบบนี้ต่อให้พวกมันยกพวกมานับสิบตัวก็ยากจะทำลายรถม้าของเขาให้พังได้ --- อย่างน้อยก็ในกรณีที่คนในรถคิดจะต่อสู้และยับยั้งสถานการณ์ไม่ให้เลวร้ายมากไปว่านี้ --- ฟรานร่ายเวทมนตร์น้ำใส่อ่างเอาไว้ให้เซรอสทำความสะอาดคราบเลือดออก เพียงปลดเสื้อผ้าออกก็เผยให้เห็นรูปร่างท่อนบนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ ล้างตัวเสร็จก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้านอนเพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อในตอนเช้า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 683 ครั้ง

76 ความคิดเห็น

  1. #11212 [chen] (@chentaka) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 23:07
    ก๊อบลินสเลเยอร์ซัง : ว่าไงเซรอส เรามาเป็นพันธมิตรกันมั้ย
    #11212
    1
    • #11212-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 84)
      1 พฤศจิกายน 2561 / 00:09
      เซรอส : ไม่ใช่หน้าที่ของฉัน
      #11212-1
  2. #10017 ปาร์ค ชานส้ม (@kcegalaxy) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 12:38
    หวีดมาก เซรอสอย่างเทพเลยแงๆๆๆๆไ
    #10017
    0
  3. #9526 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 10:42
    ขอบคุณครับ
    #9526
    0
  4. #8607 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 04:58
    ไม่เป็นไร ซาริ เธอเป็นมาสคอต ก็พอ
    #8607
    0
  5. #8435 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 20:39
    เป็นตอนที่ดูหดหู่ที่สุด
    #8435
    0
  6. #7125 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:45
    ปิดปากถ้ำซะด้วย
    #7125
    0
  7. #6917 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 20:49
    สนุกมากคับ
    จัดการทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีปัญหาเพิ่ม
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6917
    0
  8. #6660 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 06:41
    ฆ่าแบบชิลๆ จิ้มทีตาย
    #6660
    0
  9. #5613 Aatank (@spyprinces) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 13:33
    ชอบความคิดเซรอส. ดูเป็นคนไม่โลกสวย มีเหตุผล เเต่ก้อเย็นชา มองโลกไม่ดี ไม่เลว
    #5613
    0
  10. #5516 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 21:17
    สนุกมากค่ะ
    #5516
    0
  11. #5515 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 16:43
    Slow life สมชื่อจริงๆเลย555 ในทุกอิริยาบถเลย ไม่ว่าจะการเคลื่อนไหว หรือ แม้กระทั่งการฆ่า ดูสงบๆ ชิวๆ555
    #5515
    0
  12. #5514 I'am.G :)) (@giorgiorocco) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 13:22
    ถึงซาริไม่มีบท แต่เด่นเหมือนกันนะ คลุมโปงซะงั้น
    #5514
    0
  13. #5513 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 06:59
    ซาริอยู่ในรถม้ากลัวคลุมโปงจ้า55555555
    #5513
    0
  14. #5511 Nazarynn (@Nazarynn) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 12:14
    มีความโชว์ให้ดูก่อนจบ อิอิ
    #5511
    0
  15. #5510 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 09:48
    ขอบคุณครับ
    #5510
    0
  16. #5509 neonna (@neonna) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 09:41
    ตอนนี้ทำให้นึกถึงหนัง King's men  ที่มีฉากต่อสู้พร้อมเสียงเพลง  สนุกมากค่ะ
    #5509
    0
  17. #5506 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 00:41
    เหมือนเปนฉากฆ่าแบบสโลว์ไลฟ์ที่ไม่มีความเดือดเนื้อร้อนใจอะไร สามารถอ่านพร้อมกับฟังเพลงคลาสสิคเบาๆคลอไปได้ทีเดียว 55555
    #5506
    0
  18. #5505 Lnw boomGo (@freedomfeed) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 21:17
    ไม่รู้ทำอ่านเรื่องนี้ทีไร รู้สึกสงบทุกที มีความสโลว์ไลฟ์มากกระทั้งบรรยากาศในเรื่อง การบรรยาย และการอ่านของเรา //ขอบคุณมาก
    #5505
    0
  19. #5503 malefactor (@malefactor9029) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 17:15
    ฉากต่อสู่สนุกมากอะค่ะ แต่เห็นภาพสุดนี้ดันเป็น ฉากสุดท้าน 'กล้ามเนื้อของเซรอส' อืม~
    #5503
    0
  20. #5502 Funggier (@bloggull) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 15:34
    ชิวเหลือเกิน กลับมาปุ๊บหนังคนละม้วนเลย เข้มข้นมันจริง ฮาๆๆ
    #5502
    0
  21. #5501 Narcos (@Narcos) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 13:50
    นึกว่าอ่านก็อบบลินสเลเยอร์อยู่555
    #5501
    0
  22. #5500 ป่ามืด (@forestblackhole) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 10:03
    สนุกเหมือนเดิมเลยครับ
    #5500
    0
  23. #5499 supachoke198 (@supachoke198) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 23:29
    อ่านตอนนี้แล้วนึกถึงเรื่อง GOBLIN SLAYER เลยครับ
    #5499
    0
  24. #5498 _phu kung_ (@bawonrat111) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 23:19
    ขอบคุณครับ
    #5498
    0
  25. #5497 praew.wc (@praewwarista) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 20:47
    เข้มข้นมากเลยย
    #5497
    0