ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,259,267 Views

  • 13,683 Comments

  • 22,803 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,745

    Overall
    2,259,267

ตอนที่ 83 : SS2 Episode Twenty-Three : ให้ความช่วยเหลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30758
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 677 ครั้ง
    25 ต.ค. 60

SS2 Episode Twenty-Three

 



         นักผจญภัยคนหนึ่งที่รับงานตรวจสอบรังของพวกก็อบลินกำลังวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย นึกย้อนไปถึงคำพูดคุยโวที่พูดในวงเหล้าว่าตนเองสามารถจัดการกับก็อบลินที่แสนจะอ่อนแอได้อย่างง่ายดาย เอาเข้าจริงแล้วไม่คิดมาก่อนเลยว่าพวกมันจะโหดร้ายและป่าเถื่อนขนาดนี้ ทั้งหมดนี้ต้องโทษความประมาทของตนเองที่คิดว่าจะฆ่าพวกมันได้ในทันที กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นฝ่ายที่กำลังจะถูกฆ่าเสียเอง

         อาศัยความชำนาญในป่าวิ่งหลบหนีมานานกว่าหนึ่งชั่วโมง คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องเอาชีวิตรอดไปจากที่นี่ให้ได้ เพราะสิ่งที่เขาค้นพบก็คือรังของก็อบลินที่มีจำนวนหลายร้อยตัว และถ้าปล่อยทิ้งเอาไว้พวกมันจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นจนสร้างความเสียหายให้กับไรด์การ์ดได้ เดาว่าภายในรังนั้นจะต้องมีผู้หญิงจำนวนมากถูกจับไปเป็นแม่พันธุ์ไม่เช่นนั้นพวกมันคงไม่มีจำนวนมากถึงเพียงนี้

         มนุษย์ย่อมมีขีดจำกัดเป็นของตัวเอง เขาเสียเลือดมากจนรู้สึกวิงเวียนและเริ่มสูญเสียทิศทางในการวิ่ง ก่อนจะหมดแรงในที่สุด

         “ต้องมาตายในที่แบบนี้ ไม่ดีเอาซะเลย”

         บ่นรำพึงด้วยรอยยิ้มราวกับจะเยาะเย้ยในโชคชะตาของตนเอง

         ในฐานะที่เป็นนักผจญภัยก็รู้อยู่แก่ใจดีว่ามันเป็นอาชีพที่อยู่กินกับความตายทุกวัน

         อาจเพราะเขาเสียเลือดไปมากทำให้เกิดอาการเพ้อขึ้นมา แต่ก็มีคำพูดของคนที่ผ่านประสบการณ์ความเป็นความตายมาแล้วเคยบอกเอาไว้ว่ามันเป็นห้วงเวลาที่จะเกิดขึ้นเมื่อคนคนนั้นกำลังจะตาย และถอดใจที่จะมีชีวิตอยู่ พวกเขาเหล่านั้นจะมองเห็นความเลวร้ายที่ตนเองได้กระทำมาทั้งหมดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บางครั้งก็เห็นถึงภาพที่ตนเองตัดสินใจผิดไป มองเห็นผลลัพธ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเองแต่เป็นคนอื่นเพื่อย้ำเตือนให้รู้สึกตัว และนั่นทำให้เขารู้สึกว่าตนเองทำผิดพลาดสิ่งใดจึงอยากจะกลับไปแก้ไข

         ในอดีตเขาเป็นคนที่ขี้เกียจอย่างมาก ดิ้นรนอย่างหนักเพื่อเป็นนักผจญภัยหวังจะใช้ชีวิตสุขสบายหลังได้เห็นทุกคนประสบความสำเร็จ มีเงินทองมากมายจากการทำภารกิจ ในตอนนั้นเขาคิดแค่ว่า เรื่องแค่นี้ใครก็ทำได้ จึงพยายามดิ้นรนสอบเข้าเพื่อเป็นนักผจญภัย แต่ก็ได้มารู้ความจริงว่านักผจญภัยไม่ใช่งานที่ง่ายดายขนาดนั้น ผู้ที่มีประสบการณ์จะรู้ว่าควรทำอะไร พวกเขามีการเตรียมตัว 1-2 วันสำหรับภารกิจที่รับมา มีการวางแผนเพื่อให้งานประสบความสำเร็จ ในขณะที่ผู้มีประสบการณ์ประสบผลสำเร็จได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แรงค์ G อย่างเขากลับต้องมาทำงานหาสมุนไพรแลกกับเศษเงินที่พอจะใช้เช่าห้องนอนได้

         โอกาสที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้าสอบเลื่อนแรงค์เคยมาถึงมือของเขา แต่ด้วยความที่ใช้ตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังได้ยินมาว่าการสอบนั้นจะต้องวัดฝีมือการต่อสู้ เขาจึงกลัวว่าจะต้องทำให้ตัวเองขายหน้าและกลายเป็นขี้ปากคนอื่นจึงปฏิเสธมันเรื่อยมา

         หากมีโอกาสได้กลับไปแก้ไข ข้าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

         แม้จะให้สัญญาเป็นมั่นเหมาะแค่ไหน สุดท้ายมันก็เป็นเพียงแค่การอ้อนวอนเพื่อร้องขอความเมตตาต่อพระเจ้าเท่านั้น

         ก็อบลินที่ตามไล่ล่ามาตลอดหนึ่งชั่วโมงมาถึงแล้ว และนั่นหมายถึงความตายของเขา อย่างน้อยก็โชคดีที่ตนเองเป็นชายจึงได้ตายสบายกว่าการเป็นผู้หญิงที่จะต้องถูกพวกมันจับไปขังเอาไว้เพื่อรอโดนย่ำยีไม่ต่างอะไรกับการตายทั้งเป็น

         มีตัวหนึ่งเข้ามาในระยะ เงื้อหอกหินขึ้นเพื่อจะจัดการให้เด็ดขาด นักผจญภัยหนุ่มหายใจรัวรินและยิ้มให้กับโชคชะตาที่เลวร้าย เขาหลับตาลงและหวังว่าความตายมันจะไม่เจ็บปวด และตอนนั้นเองที่มีเปลวไฟสายหนึ่งพุ่งทะลวงผ่านหัวของก็อบลินไปทำให้มันล้มตายลงในทันที ถึงจะอยากรู้ว่าเป็นใครที่มาช่วยแต่ตอนนี้เขาไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะเงยหน้าขึ้นมอง

 

         ฟรานได้แสดงฝีมือออกไปแล้ว เวทมนตร์พุ่งเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำสมกับที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก นักเวทมือใหม่มักจะมีจุดอ่อนคือหลังจากที่ร่ายเวทมนตร์ให้แสดงผลไปแล้วจะสูญเสียการเคลื่อนไหวเพราะต้องหยุดเล็งยิง แต่ฟรานเป็นนักเวทที่ไม่ได้ใช้มาตรฐานของโลกภายนอกวัดได้ เธอสามารถละคำร่ายและใช้เวทมนตร์ขณะเคลื่อนที่ได้โดยไม่สนใจการเล็งยิง ผลลัพธ์จากการฝึกฝนโดยการยืนทรงตัวบนแผ่นไม้ที่มีจุดศูนย์ถ่วงไม่มั่นคงเพื่อใช้เวทโจมตี

         ภายใต้การต่อสู้กับเซรอสมาตลอดจนคุ้นชิน ฟรานเรียนรู้วิธีการต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพ อาวุธส่วนตัวของฟรานเป็นมีดสั้นจึงมีระยะไกลสุดก็แค่สุดแขนเอื้อม ถึงอย่างนั้นเมื่อพวกมันเข้ามาโจมตีก็ถูกขัดขาให้ล้มจรดมีดลงที่คอและทุบข้อแขนเสริมแรง มันเป็นการฆ่าที่รวดเร็วกว่าการสร้างบาดแผลที่จะน้อย แต่กลับมีประสิทธิภาพในการเอาชีวิตสูงกว่ามาก

         ฟรานต่อสู้กับเซรอสมาโดยตลอดและได้รับอนุญาตให้ใช้การโจมตีสุดแรงเพื่อเรียนรู้วิธีการฟัน จ้วงแทง อย่างถูกต้อง ทุกการเฉือนจะไม่ได้ใช้พลังอะไรมากมายก็สามารถจัดการกับก็อบลินได้อย่างรวดเร็ว โดยที่แทบจะไม่ได้ใช้เวทมนตร์ในการต่อสู้แบบประชิดตัวเลยสักครั้งเดียว สิ่งที่ฟรานคาดหวังจะได้รับจากการต่อสู้คือการต่อสู้ที่ช่วยขัดเกลาให้ตัวเองเก่งยิ่งขึ้น แต่กลายเป็นว่าก็อบลินพวกนี้ล้วนอ่อนแอเกินกว่าจะมาเป็นคู่มือให้

         หลังจากที่ตรวจสอบดูแล้วว่าปลอดภัยจึงเดินเข้าไปดูสภาพของนักผจญภัย เพราะสูญเสียเลือดมากจึงสลบไปถ้าเป็นแบบนี้อีกไม่นานก็คงจะถึงแก่ชีวิต เซรอสเรียกให้ซารินำอุปกรณ์ปฐมพยาบาลออกมาและเริ่มลงมือรักษา ล้างแผล เย็บปากแผล ปิดด้วยผ้าพันแผลที่สะอาด ใช้เวลาไม่ถึงสามสิบนาทีก็ทำแผลให้จนเสร็จและแบกขึ้นไปนอนบนเกวียน เหตุผลที่ต้องช่วยเพราะคิดว่าคนคนนี้น่าจะมีข้อมูลสำคัญจึงได้ถูกไล่ล่าอย่างเอาเป็นเอาตาย ข้อมูลที่จะได้หลังจากนี้อาจมีประโยชน์ต่อกิลด์นักผจญภัยไม่น้อย

         เซรอสไม่อยากจะสร้างคุณงามความดีหวังสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง แต่พวกเขาต้องอยู่ที่เมืองแห่งนี้ไปอีกพักใหญ่จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องไม่ให้เกิดอันตราย พอจะรู้มาว่าหากทหารหรือนักผจญภัยไม่เพียงพอต่อการปกป้องเมือง พวกเขาจะขอความร่วมมือจากทางสถาบันให้ส่งนักเรียนหรือครูที่มีความสามารถมาช่วย เซรอสกับฟรานจะต้องติดโผอยู่ในรายชื่อกลุ่มที่ถูกเลือกอย่างแน่นอน

         ใบหน้าของฟรานเรียบนิ่งแต่เห็นชัดว่าไม่พอใจที่จะได้สู้แค่นี้ เซรอสคิดว่าฟรานประเมินตัวเองต่ำเกินไปแล้ว ฝีมือที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีนั้นสามารถปกป้องตัวเองจากอันตรายได้ หากเรียนรู้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องอีกสักสิบปีก็น่าจะมีฝีมือใกล้เคียงกับพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์ หรือเป็นไปได้ว่าจะเหนือกว่าเล็กน้อย เอลฟ์ที่พัฒนาได้รวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ได้มีปรากฏให้เห็นบ่อยนัก

         ออกเดินทางกันต่อโดยปล่อยให้ซาริดูอาการของชายคนนั้นเอาไว้ แต่กลายเป็นว่าซาริเกือบจะฆาตกรรมคนบาดเจ็บด้วยผ้าชุบน้ำที่อุดปากอุดจมูกไม่ให้หายใจ ความหวังดีของซาริมักจะก่อปัญหาได้เสมอเลยต้องห้ามปรามเสียยกใหญ่ คงจำมาจากตอนที่ฟรานป่วยและต้องคอยเช็ดตัวให้ โชคดีที่เซรอสหันมาเห็นก่อนชายคนนั้นเลยรอดพ้นจากปากนรกมาได้อย่างฉิวเฉียด

         ตลอดการเดินทางวนรอบเขาตามกำหนดมีมอนสเตอร์มาโจมตีอยู่ประปรายโดยในพื้นที่ตรงนี้มีอันตรายในระดับที่พวกแรงค์ D ยังต้องระมัดระวังตัว แต่ทุกครั้งที่พบเจอกับมอนสเตอร์หรือพวกสัตว์ร้ายมีเจตนาจะทำร้ายพวกเขา ฟรานจะหันไปมองเซรอสและขออนุญาตออกไปสู้ ไม่เพียงแต่จะไม่ห้ามแล้วยังคอยแนะนำให้อยู่ตลอด แถมยังต้องคอยสอนซาริให้รู้จักวิธีการยิงหน้าไม้ไปด้วย อย่างน้อยก็พอจะช่วยสนับสนุนแนวหลังได้บ้าง โชคร้ายที่ความแม่นยำของซาริเป็นศูนย์ ถ้ายังคงถือด้วยมือที่สั่นอยู่แบบนั้นชาตินี้ก็ไม่มีทางยิงโดนได้เด็ดขาด เว้นก็แต่จะมากันเป็นฝูงใหญ่ เซรอสประเมินว่าต่อให้เกิดเรื่องแบบนั้นจริง ซาริก็ไม่น่าจะยิงอะไรโดนได้

         จนกระทั่งหยุดให้ม้าได้พักผ่อน พวกเซรอสกำลังเตรียมมื้อเที่ยงด้วยสิ่งที่ล่ามาได้เป็นเนื้อหมูป่าที่ฟรานเป็นคนแล่มาด้วยตัวเอง ซาริวิ่งลงมาบอกว่านักผจญภัยคนนั้นได้สติแล้วจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฟรานและเดินไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่คิดเลยว่าชายคนนั้นจะฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้ ถ้านับเวลาจริงๆ มันก็พึ่งจะผ่านมาได้เพียงสามชั่วโมงเท่านั้น เมื่อมาถึงก็เห็นว่าเขาพยายามจะลุกขึ้นมานั่งให้ได้ เซรอสจึงใช้นิ้วกดหัวของอีกฝ่ายให้กลับลงไปนอน

         “เจ้าทำอะไร ข้าต้องรีบกลับไปที่เมืองแจ้งข่าวให้กิลด์นักผจญภัยรู้โดยเร็วที่สุด”

         “มันเกี่ยวกับก็อบลินผมรู้ แต่สภาพของคุณในตอนนี้ให้เดินทางไปเองก็เท่ากับฆ่าตัวตาย”

         “เจ้าคงไม่เข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้ นี่มันหายนะ ข้าไม่อยากให้มันเป็นเหมือนคัลไซด์ที่ถูกกองทัพออร์คกับก็อบลินจู่โจม”

         เหตุการณ์ที่เมืองคัลไซด์กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนจดจำเอาไว้เป็นอย่างดี ช่วงเวลานี้มันช่างคล้ายกันมากหากปล่อยให้ผ่านพ้นฤดูหนาวไปเป็นไปได้ว่าทันทีที่เข้าสู่ฤดูใหม่การบุกจู่โจมก็อาจจะเพิ่มมากขึ้น มีบางคนรู้ว่าในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีก็อบลินจำนวนไม่น้อยที่หนีรอดไปได้และนั่นทำให้พวกมันเก่งและฉลาดขึ้นจากเดิม ตอนนั้นเซรอสก็อยู่ในเหตุการณ์และได้เข้าร่วมสงครามด้วยย่อมรู้ดีว่ามันสร้างความเสียหายได้มากน้อยเพียงใด แต่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นเพราะไรด์การ์ดไม่เหมือนคัลไซด์ที่มีกองกำลังอยู่เพียงน้อยนิด

         “งั้นก็ควรใจเย็นๆ แล้วก็นอนพักผ่อนไปซะ พวกเราจะถึงเมืองในวันพรุ่งนี้”

         “เจ้าเข้าใจคำว่า เรื่องสำคัญ หรือเปล่า”

         “แน่นอนว่าผมเข้าใจ แต่เวลาแบบนี้คุณควรจะเข้าใจดีว่าต่อให้เร่งเดินทางแค่ไหนก็จะไปถึงเมืองได้ในวันพรุ่งนี้อยู่ดี ถ้าอย่างนั้นแทนที่จะไปกังวลเรื่องนั้นสู้เล่าเรื่องให้ผมฟัง ผมมีใบอนุญาตที่รับรองความสามารถว่าอยู่ในระดับ B แม้ว่าจะไม่ใช่นักผจญภัยก็ตาม”

         หลักฐานถูกนำออกมาแสดง เป็นใบอนุญาตลงดันเจี้ยนของแท้ที่นักผจญภัยทุกคนต้องเคยเห็นผ่านจากประกาศหรือแบบเรียน เซรอสยืนยันว่ามันเป็นของเขาด้วยการใส่มานาลงไป ก็มีตัวอักษรลอยขึ้นมายืนยันว่าเป็นของแท้ ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะภาพลักษณ์ภายนอกของเซรอสมันเชื่อถือได้ยากก็เท่านั้นเอง

         และเมื่อเขารู้ว่าเซรอสมีความสามารถที่ผ่านการยอมรับ แม้ตอนแรกจะยังลังเลปนความรู้สึกอิจฉาที่เห็นเด็กหนุ่มอายุน้อยมีอนาคตที่รุ่งเรือง แต่เขาเป็นนักผจญภัยและมีหน้าที่คือการปกป้องเมืองจากอันตรายที่มาคุกคามจึงตัดสินใจที่จะบอกความจริงทั้งหมดให้ฟัง

         “ข้าไปพบเจอรังของพวกก็อบลินเข้า พวกมันสร้างถ้ำขึ้นมาอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก เฉพาะจำนวนที่ข้าเห็นตอนพวกมันรวมพลก็ราวๆ ร้อยกว่าตัว ทั้งยังมีอาวุธกับเสื้อเกราะไม้กันครบมือ การที่พวกมันจะมีของแบบนี้ได้จะต้องมีระดับผู้บัญชาการคอยควบคุมและออกคำสั่งให้เคลื่อนไหว ข้ามั่นใจว่าในถ้ำที่พบเห็นอยู่นั้นจะต้องมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ถูกลักพาตัวไปแน่ หากปล่อยทิ้งเอาไว้จำนวนพวกมันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

         เซรอสพยักหน้าเข้าใจ แต่ในใจกลับไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเลวร้ายสักนิดเดียว คงเพราะผ่านสงครามที่เลวร้ายยิ่งกว่าพวกก็อบลินมาเยอะ แม้ว่าความทรงจำของเขาจะขาดช่วงไปบ้างแต่ก็มีเหตุการณ์ที่เขาและหมายเลขเจ็ดต้องทำหน้าที่กวาดล้างกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่มีจำนวนหลายพันพร้อมอาวุธครบมือโดยมีเพียงแค่มีดทหาร ปืนพก และกระสุนอีกหนึ่งกล่อง ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องทำให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด นั่นต่างหากถึงจะเรียกว่าเลวร้ายจริง เพราะอาวุธที่พวกนั้นใช้เป็นของที่หลุดออกไปจากองค์กรจนกลายเป็นอาวุธร้ายแรงที่สุดในโลกเบื้องหน้าตอนนั้น

         “มันจะไม่เกิดขึ้น” เซรอสให้คำมั่นสัญญา

         “อะไรที่ทำให้เจ้ามั่นใจขนาดนั้น”

         “ผมได้รับคำขอร้องมาให้ช่วยตรวจสอบและดำเนินการได้ตามเห็นสมควร”

         หลักฐานคือเอกสารยืนยันการรับภารกิจที่เซรอสรับมาจากอาเรตต้าโดยไม่บอกให้ฟรานรู้ หากพบว่าอยู่ในขอบเขตที่รับมือได้ก็ให้จัดการตามสมควร เซรอสมองว่าก็อบลินพวกนั้นไม่ได้เลวร้ายและอีกอย่างตอนนี้เขาต้องการเงินเพื่อซื้อของกลับบ้านอีกเป็นจำนวนมาก จะเป็นการดีกว่าถ้าจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แถมเขายังพอจะสนิทสนมกับอาเรตต้าก็น่าจะช่วยปกปิดตัวตนของเขาได้ในระดับหนึ่งด้วย เหตุผลที่ตีสนิทกับประชาสัมพันธ์ของกิลด์นักผจญภัยก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

         “หรือว่าเจ้าจะ

         “ถ้าเป็นไปได้ผมไม่อยากให้คุณพูดอะไรมาก บอกตำแหน่งที่ตั้งมาแล้วคืนนี้ผมจะไปตรวจสอบเพื่อยืนยันด้วยตาคู่นี้เอง”

         สุดท้ายต่อให้บอกว่าเป็นแค่การยืนยัน แต่เซรอสก็ตั้งใจจะจัดการทั้งหมดด้วยตัวเอง เขาอาจจะเห็นแก่ตัวที่คิดเข้าข้างตัวเองว่าฟรานยังไม่พร้อมกับเรื่องพวกนี้ ในฐานะที่มือเปื้อนเลือดมานานรู้ดีว่ามันอันตรายแค่ไหน เพียงประมาทครั้งเดียวเท่ากับการเอาชีวิตไปทิ้งดีๆ ฟรานยังไม่มีความรับผิดชอบมากพอที่จะดูแลชีวิตตัวเอง เพียงแค่อยากจะต่อสู้เพื่อให้ได้รับการยอมรับเท่านั้น

         หลังจากที่ทราบตำแหน่งที่ตั้งของถ้ำเซรอสจึงได้เตรียมการอยู่เงียบๆ คนเดียว ปัญหาก็คือฟรานฉลาดเกินไปและอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ อย่างน้อยก็ยังพอจะพูดคุยกันได้ แค่มอบหมายหน้าที่ให้ปัญหาเรื่องนี้ก็จบ

         “ฟรานขอคุยด้วยสักหน่อยได้ไหม” เซรอสเรียกฟรานที่นั่งมองซาริเขี่ยกองไฟเล่น ฟรานพยักหน้าแล้วเดินตามไป

         เซรอสบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ฟรานสนใจและอยากจะเข้าร่วมมากถึงกับแสดงออกทางสีหน้า โชคร้ายที่เซรอสคิดหาวิธีรับมือนี้เอาไว้แล้ว

         “ฉันอยากให้ฟรานคอยปกป้องทั้งสองคนอยู่ที่นี่ ก็อบลินจำนวนไม่น้อยมักจะออกล่าในเวลากลางคืน ผู้ชายคนนั้นบาดเจ็บหนักจนเคลื่อนไหวไม่ได้ ซาริเองก็ไม่มีวุฒิภาวะมากพอจะระงับสติได้ถ้าถูกโจมตีกะทันหัน มีแค่ฟรานเท่านั้นที่พอจะปกป้องทั้งสองคนจากอันตรายได้ ทำได้หรือเปล่า”

         “ทำได้ จะพยายาม” พอฟรานรับปาก เซรอสก็เอื้อมมือไปลูบหัว

         “ดีมาก ฟรานเองก็จะต้องระวังตัวเองให้มากๆ อย่าทำอะไรเกินตัว”

         พวกเซรอสออกเดินทางกันต่อหลังทานมื้อเที่ยงกันเรียบร้อย ฟังซาริบ่นถึงรสชาติของมื้อเที่ยงที่ไม่อร่อยเอาเสียเลย ซึ่งมันก็ควรเป็นเช่นนั้นเพราะครั้งนี้ไม่มีการเตรียมเครื่องปรุงมาเสริมรสชาติเลย การเดินทางครั้งนี้มีจุดประสงค์คือให้มีประสบการณ์เดินทางเหมือนคนทั่วไป พบเจอกับความยากลำบากเช่นการขับถ่ายและการอาบน้ำในพื้นที่โล่งแจ้ง หากเซรอสไม่ใจดีช่วยทำห้องอาบน้ำแบบประกอบได้ให้เกรงว่าตลอดสามวันทั้งสองคนไม่มีโอกาสจะได้อาบน้ำ

         เส้นทางที่ต้องขับวนอ้อมข้ามภูเขาจะต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ถนนนั้นคับแคบและเป็นอุปสรรคสำหรับม้าที่มักจะถูกเศษหินบาดเท้า แต่มันไม่เป็นปัญหาใดๆ สำหรับม้าของเซรอส พวกมันได้รับการติดตั้งเกือกม้าอย่างดีสภาพถนนที่มีหินแหลมคมไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด พวกมันยังคงเดินสบายใจเหมือนเดินอยู่ในทุ่งหญ้านุ่มๆ เช่นเดียวกับรถม้าที่ไม่ได้รับผลกระทบ ซารินอนอืดอยู่บนเตียงผ้าใบหลังเปลี่ยนหน้าที่กับฟราน

         “เป็นอะไรไปล่ะซาริ บอกแล้วว่าอย่าโลดเต้นมากนัก”

         “ท่านเซรอสเจ้าคะ อยากอ้วกเจ้าค่ะ”

         เซรอสหัวเราะหยิบถุงโยนให้ซาริ “เอาเบอร์รีป่าไปกินก็แล้วกัน อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะเก็บไว้กินตอนดื่มสักหน่อย แล้วก็เปิดหน้าต่างให้กว้างขึ้นอีกสักนิดก็ได้”

         “เปรี้ยวสุดๆ เลยเจ้าค่ะ” เพียงแค่ลูกเดียวก็เห็นผล ซาริไม่กล้าที่จะกลืนมันลงคอ แต่ก็ยังเคี้ยว จั๊บๆ หวังว่ามันจะช่วยอาการคลื่นไส้นี้ได้ “เปรี้ยวมากเลยเจ้าค่ะ”

         “ปากบอกว่าเปรี้ยวแต่หยิบเข้าปากเรื่อยๆ เลยนะ”

         “อย่างน้อยมันก็มีรสชาติกว่าเนื้อเจ้าค่ะ”

         “กินมากระวังท้องจะเสียเอา”

         “เจ้าค่า” ซาริขานรับวางถุงเบอร์รีไว้บนชั้น

         นักผจญภัยที่นอนอยู่ทำได้เพียงชำเลืองตามอง บรรยากาศบนรถนั้นดูผ่อนคลายและเหมือนว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะไม่ได้บอกถึงอันตรายต่อมนุษย์กระต่ายตัวนั้น หากรู้ว่าสถานที่ที่กำลังมุ่งหน้าไปนั้นมีอันตรายคงต้องรบเร้าให้กลับเส้นทางเดิม จากที่ฟังมาตลอดทางก็รู้แล้วว่าพวกเขามาเพื่อท่องเที่ยวภายใต้นิยามคำว่า เดินทางไกล เลยเป็นเหตุผลที่ว่าเด็กสองคนแต่งกายแบบสมบุกสมบันมาก เพียงแต่ไม่ใช่ชุดเกราะอย่างที่ควรจะเป็น

         มาถึงจุดที่เหมาะจะใช้พักผ่อนสำหรับคืนนี้ ซาริปีนลงจากรถในสภาพย่ำแย่ ฟรานเดินเข้าไปเก็บกิ่งไม้และเริ่มก่อไฟ ได้เห็นเทคนิคการก่อไฟแบบไม่ต้องใช้เวทมนตร์ก็ทำให้นักผจญภัยคนนั้นได้เปิดโลกทัศน์ที่แสนคับแคบ จากที่คิดว่าจะต้องใช้หินไฟในการจุด ฟรานกลับใช้มีดและแท่งเหล็กเท่านั้นในการก่อไฟอย่างรวดเร็ว และฟรานกำลังเตรียมมื้อค่ำที่ล่าได้ในวันนี้

         เซรอสไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ และเขามั่นใจว่าฟรานจะรับมือกับมันได้จึงหันไปกำชับกับฟรานให้เรียบร้อยก่อนจะแยกออกมา ซาริเป็นห่วงจึงอยากจะตามมาด้วยแต่ถูกฟรานเรียกให้ไปด้วยเตรียมห้องอาบน้ำ เป็นเด็กที่พึ่งได้มากกว่าที่คิดเสียอีก

         การปีนเขาโดยไม่ใช้อุปกรณ์เป็นอะไรที่ยากลำบากมาก แต่เซรอสมีทักษะและร่างกายที่ข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว เมื่อรวมเข้ากับเวทมนตร์เสริมกำลัง หรือที่เรียกว่าศิลปะเวท ก็ไม่ต่างอะไรกับพยัคฆ์ติดปีก ด้วยความที่เซรอสไม่เคยว่างเว้นการพัฒนาความสามารถของตนเอง ถึงแม้ว่าร่างกายจะมาถึงขีดสุดเท่าที่มนุษย์จะมาถึงได้ พอมีเวทมนตร์มาช่วยก็ทำให้มันยกระดับขึ้นไปอีก ที่ต้องทำมีเพียงฝึกฝนให้คุ้นชิน

         ล่าสุดนี้มีโปรเจทการฝึกฝนเพิ่มความเร็วร่างกาย ภายใต้ชื่อเรียก แอคเซล มันเป็นเวทมนตร์ที่คล้ายกับเวทมนตร์เสริมกำลังแต่จะเปลี่ยนเป็นการมุ่งเน้นไปที่ความเร็วเพียงอย่างเดียว สูญเสียพลังป้องกันและพลังโจมตีด้วยเวทมนตร์ทั้งหมด แลกมาด้วยการทำความเร็วสูงในชั่วพริบตา เซรอสยังติดขัดอยู่ในขั้นตอนการใช้แบบต่อเนื่อง หากแค่ใช้ในระยะเวลาสั้นๆ เขาสามารถเคลื่อนที่เร็วนานถึงสองวินาที มันมากพอที่จะกำจัดศัตรูที่ตึงมือได้ แต่เวทมนตร์ใหม่นี้ยังไม่สมบูรณ์พอจะสอนฟรานหรือซาริ อย่างน้อยก็จนกว่าเซรอสจะกลบข้อเสียของมันจนหมดให้อยู่ในระดับที่ไม่เสี่ยงอันตรายจึงจะนำไปสอนให้ได้

         ปีนเขาขึ้นมาได้สูงมากพอแล้วจึงเดินทางต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงทางที่เป็นหน้าผาเซรอสไม่ลังเลที่จะกระโดดลงไป อาศัยความคล่องแคล่วจนลงมาถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย ที่เหลือก็แค่มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ได้รับแจ้งมาว่าเป็นรังของก็อบลิน เซรอสไม่เคยเห็นรังของพวกมันมาก่อนแต่เห็นว่าจะรู้ได้ทันทีที่พบเจอ พอจะทราบมาว่าพวกมันเป็นเผ่าพันธุ์ที่หวงถิ่นมากจึงมีนิสัยคล้ายกับพวกชนเผ่าที่ต้องแสดงสัญลักษณ์บ่งบอกอาณาเขต เสาไม้แขวนด้วยกะโหลกของสุนัขเป็นสิ่งยืนยันได้อย่างดี

         “เหมือนจะติดป้ายบอกว่า ‘welcome to my home’ เลยนะเนี่ย”

         บรรยากาศรอบปากถ้ำค่อนข้างเงียบ ในที่นี้สำหรับเซรอสมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ต่อให้ตนเองมีความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ แต่เซรอสก็ไม่คิดจะประมาทต่อศัตรูทุกคน ไม่ว่าพวกมันจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ

         หากไม่ใช่เพราะมีการตรวจสอบมันคงง่ายกว่านี้ถ้าใช้ปืน เซรอสพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เหลือหลักฐานการมีอยู่ของอาวุธ เพราะมนุษย์นั้นฉลาดมาก หากพวกนั้นรู้จักกระสุนปืนก็คงจะรู้แล้วว่ามีอาวุธยิงระยะไกลได้ เซรอสจำได้ว่าเคยเห็นปืนใหญ่มาแล้ว หากมันถูกส่งไปวิเคราะห์สถานการณ์ในโลกนี้จะต้องเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก และด้วยวิทยาการที่ยังไม่พร้อมเขาไม่อาจสร้างกระสุนที่ย่อยสลายตัวเองได้หลังจากถูกยิงออกไปถูกเป้าหมายแล้วได้

         สุดท้ายก็คงต้องใช้ดาบสั้นเป็นอาวุธ มันเป็นอาวุธที่ใช้งานได้สะดวกในพื้นที่คับแคบอย่างในถ้ำ แต่ที่นั่นก็มืดเกินกว่าจะเข้าไปโดยไม่เตรียมพร้อม เซรอสไม่ได้มีดวงตาเอกซเรย์ที่มองเห็นในความมืดได้ชัดเจน แต่เขามีของที่สามารถใช้ทดแทนกันได้

         คิดเอาไว้แล้วว่าอาจจะต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เซรอสนำกระเป๋าออกมา ในนั้นมีชุดเครื่องแบบและอุปกรณ์ที่จำเป็นอยู่มากมาย แต่ที่หยิบมามีแค่แว่นตาดำเพียงอย่างเดียว

         เมื่อนำขึ้นมาสวมและกดสวิทซ์ ภาพที่มองเห็นผ่านเลนส์ก็ถูกฉายเป็นภาพที่กรองด้วยแสงอินฟราเรด

         เพียงเท่านี้ความได้เปรียบของพวกก็อบลินก็จะหายไปทันที

         เซรอสเดินเข้าไปในถ้ำโดยไม่มีความรู้สึกกลัวแม้แต่นิดเดียว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 677 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #13235 pam005 (@pam005) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 17:09

    ก็อบลินสเลเยอร์เจอคู่เเข่งเเล้ว555พอๆกันเลยบุกเข้าไปในรังก็อบลินเหมือนเลย
    #13235
    0
  2. #11689 napat2555666 (@napat2555666) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 15:19
    ก็อบลินสเลเยอร์ 2
    #11689
    0
  3. #11380 aphisit14 (@aphisit14) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 12:57
    มันมีแต่ผู้ชาย...คับจับแต่คนไปเป็นแม่พันธ์ุ.แล้วมันเกิดมาได้ไงวะ
    #11380
    0
  4. วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 05:40
    จับคนไปเป็นแม่พันธ์ุ หึ่ยย สยอง
    #10974
    0
  5. #9511 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 01:50
    ขอบคุณครับ
    #9511
    0
  6. #7805 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 14:48
    ขอบคุณครับ
    #7805
    0
  7. #7123 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:18
    ขอบคุณครับ
    #7123
    0
  8. #6915 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 17:17
    ลาาก๊อบบริ้นสนุกปากเลย
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6915
    0
  9. #6690 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 16:08
    แว่นอินฟาเรดก็มาค่า
    #6690
    0
  10. #6659 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 06:14
    เอาให้เ-้ยน
    #6659
    0
  11. #5426 Pay Pamika (@paypamika) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 10:52
    สนุกมากค่ะ รอตอนต่อไป กำลังมันเลยๆ
    #5426
    0
  12. #5425 Pay Pamika (@paypamika) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 10:52
    สนุกมากค่ะ รอตอนต่อไป กำลังมันเลยๆ
    #5425
    0
  13. #5424 NONSATITMUN (@NONSATITMUN) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 01:14
    นุกมากเลยึคับ ตัดแต่ละตอนแบบ..หือ..เลยทีเดียว
    #5424
    0
  14. #5423 fantasticbeats (@fantasticbeats) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 18:25
    ตอนใหม่มาเมื่อไหร่คะ
    #5423
    0
  15. #5422 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 15:37
    นี่มัน...ตัดจบแบบละครไทย!! ....555555 รอครับ กำลังมันส์เลย
    #5422
    0
  16. #5421 Booky2580 (@Booky2580) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 01:06
    ไรท์ ทำไหมไม่ลองทำนิยายแบบพระเอกตายแล้วย้อนเวลาไปอดีตแล้วไปแก้ไขละผมว่ามันน่าลองครับ ขอบคุณที่ทำนิยายดีๆให้อ่านครับ (ไม่ต้องทำก็ได้ครับผมแค่อยากให้ไรท์ลองคิดแบบแวกแนวดูครับไม่ใช่แบบไปเป็นผู้กล้าไปต่างโลกผมไม่ได้ว่านะครับแค่อยากยกตัวอย่างครับ)
    #5421
    2
    • #5421-2 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 83)
      28 ตุลาคม 2560 / 13:23
      มีแต่เป็นแนว ยูริอ่ะครับ เป็นเรื่องของผู้หญิงธรรมดาที่ชีวิตที่แล้วเป็นทาสถูกซื้อตัวมาเป็นสาวใช้ และได้ตายลง เพื่อแก้ไขอดีตที่วนเวียนไม่รู้จบ เธอเลือกจะกลายเป็นนักปรุงยา ไปช่วยเหลือเพื่อนคนแรกของเธอ ที่เป็นจอมเวท
      #5421-2
  17. #5420 wanpen725 (@wanpen725) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 21:28
    กำลังได้ที่...รอต่อไป
    #5420
    0
  18. #5419 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 17:53
    กางมันออกมาบนพื้นยิบเครื่องมือเชือดพร้อมไปลุย 555 รอตอนต่อไป
    #5419
    0
  19. #5417 OopoteoO (@OopoteoO) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 09:46
    ค้างมากๆ มาไวๆครับ
    #5417
    0
  20. #5416 Icrcream (@Icrcream) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 09:46
    สนุกมากกก
    #5416
    0
  21. #5414 GOD_Dark-Light (@god2dark2light) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 04:56
    สนุกมากเลยค่ะ ตั้งตารอทุกวันเลยจ้า ขอบคุณไรท์น่ะค่ะ
    #5414
    0
  22. #5412 Aatank (@spyprinces) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 23:30
    ขอบคุณค่ะ. คิดถึงมากเลย
    #5412
    0
  23. #5410 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 19:50
    สนุกดีครับ
    #5410
    0
  24. #5409 _phu kung_ (@bawonrat111) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 15:31
    ขอบคุณครับ
    #5409
    0
  25. วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 10:00
    จะได้เห็นฝีมือของเซรอสสักที
    #5407
    0