ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,257,547 Views

  • 13,681 Comments

  • 22,798 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18,025

    Overall
    2,257,547

ตอนที่ 82 : SS2 Episode Twenty-Two : ตั้งแค้มป์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36692
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 648 ครั้ง
    12 ต.ค. 60

SS2 Episode Twenty-Two

 



         เกวียนรถม้าที่มุ่งหน้าออกจากเมืองไรด์การ์ดในตอนเช้ามืด

         เนื่องจากไม่ค่อยมีคนเดินทางในตอนเช้ามืดเลยต้องมีการตรวจสอบให้เข้มหนักกว่าปกติ แต่เซรอสก็ผ่านมาได้เพราะทุกคนมีบัตรประจำตัวนักศึกษากันหมด อีกทั้งบนเกวียนก็ไม่ได้มีสิ่งผิดปกติมากไปกว่าข้าวของเครื่องใช้ทั่วไป อันที่จริงจะใช้แหวนมิติเก็บไว้เพื่อให้พื้นที่มันกว้างขึ้นก็ได้ แต่เซรอสอยากทำให้มันมีภาพลักษณ์และบรรยากาศคล้ายกับการเดินทางในโลกที่ยังไม่ค่อยเฟื่องฟูในด้านเทคโนโลยี

         ซาริกับฟรานดูจะตื่นเต้นมากเพราะนี่เป็นการตั้งแค้มป์แบบสามวันสองคืน ในสถานที่ห่างไกลจากตัวเมือง และอุปกรณ์ที่เตรียมมานั้นมีเพียงแค่น้ำ อาหาร กับอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายขึ้นจริงก็ต้องใช้ฝีมือในการเอาชีวิตรอดกันเอง

         มันคือสิ่งที่ฟรานปรารถนามากที่สุด การต่อสู้ที่จะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งให้ตัวเอง

         ในขณะที่ซาริไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าการได้เที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน

         ซาริร้องเพลงด้วยคีย์ที่ผิดเพี้ยน มีทั้งเป่าขลุ่ยเล่นสนุกเป็นเสียงแบบต่างๆ ฟรานปีนออกมานั่งอยู่ข้างเซรอสเพื่อดูเส้นทางด้วย

         ตลอดการเดินทางในตอนเช้านั้นยังไม่มีอะไรผิดปกติ สองข้างทางนั้นยังคงปลอดภัย เซรอสแวะจอดเป็นพักๆ เพื่อให้เด็กสองคนทำธุระส่วนตัวกันก่อนแล้วจึงค่อยเดินทาง ฟรานเอาแต่นั่งมองใบภารกิจที่รับมอบมา มันเป็นงานหาสมุนไพรเพื่อนำไปปรุงเป็นโพชั่นรักษาแผล มันเป็นงานที่อยู่ในขอบเขตที่อาเรตต้าจะมอบให้ได้โดยไม่เกิดอันตราย แม้ว่าเจ้าตัวจะอยากได้เควสต์กวาดล้าง แต่เซรอสไม่อนุญาตอย่างน้อยก็จนกว่าฟรานจะเลื่อนขั้นมาเป็นนักผจญภัยได้ด้วยตัวเอง

         เซรอสไม่คิดว่าการเดินทางมันจะราบรื่นอยู่แล้ว เมื่อเส้นทางที่เลือกใช้นั้นไม่ใช่ทางสัญจรหลัก แต่เป็นเส้นทางสำหรับมุ่งไปสู่จุดหมายทำให้ตลอดสองข้างทางสามารถรับกลิ่นสาปที่เบาบางได้ ซาริค่อนข้างจะตื่นตูมและหลบอยู่แต่ในรถพยายามจะไม่ส่งเสียง สัญชาตญาณของสัตว์ที่อยู่ชั้นล่างของห่วงโซ่อาหารร้องเตือนว่าควรจะหนีจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่นั่นกลับทำให้ฟรานตื่นเต้นอย่างหนักและพยายามมองซ้ายมองขวาเพื่อรับมือกับการจู่โจมที่คาดไม่ถึง

         ในฐานะของผู้ที่มีประสบการณ์ในการล่าและสังหาร เซรอสจำเป็นจะต้องสอนเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ให้ เขาไม่ได้คาดหวังให้ฟรานเดินในเส้นทางเดียวกัน ก็แค่ต้องการให้มีประสบการณ์ในการเดินทางและรับรู้อันตรายที่อาจเกิดขึ้น สิ่งที่สอนจึงเป็นเพียงการแนะนำเพื่อขัดเกลาประสาทสัมผัสทั้งห้า

         “การมองซ้ายมองขวาตลอดเป็นวิธีพื้นฐานในการระวังภัย แต่สิ่งสำคัญก็คือการสังเกต เราจะไม่มองทั้งหมดแต่มองในจุดที่มีความผิดปกติ ยกตัวอย่างเช่นต้นไม้ตรงนั้นมีร่องรอยของเล็บสัตว์อยู่ แต่ร่องรอยของสีกับเปลือกไม้ที่ปรากฏนั้นเป็นหลักฐานว่ามันเกิดขึ้นมานานมากแล้ว มูลสัตว์เองก็ใช้เป็นตัวบอกได้เหมือนกันว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับอะไร เพราะฉะนั้นแล้วฟรานควรจะหัดสังเกตให้มากกว่านี้ นอกจากนี้การสังเกตยังช่วยในการต่อสู้ได้ด้วย เราสามารถมองและหาช่องว่างได้อย่างรวดเร็ว ถ้าฝึกจนชำนาญฟรานจะรับมือกับการโจมตีได้ดีขึ้น”

         มีความเคลื่อนไหวในพงหญ้าใกล้ๆ ฟรานตอบโต้โดยการควักเอามีดออกมาถือเอาไว้ แต่สัตว์ที่ออกมาเป็นเพียงแค่กระรอกตัวหนึ่ง ฟรานถอนหายใจแต่ก็ทำหน้าเซ็งให้ได้เห็น เซรอสยิ้มอ่อนและขับเกวียนต่อไป

         “ท่านเซรอสเจ้าคะ ซาริอยากจะตกปลาเจ้าค่ะ”

         “ที่ที่พวกเราจะไปมีแม่น้ำอยู่ แต่พื้นที่สำหรับพักผ่อนเราจะต้องจัดการด้วยตัวเองเข้าใจใช่ไหม”

         “เจ้าค่ะ ซาริจะตกปลาตัวใหญ่ๆ เอามาทำเป็นมื้อค่ำให้ดูเจ้าค่ะ”

         “ไม่ได้ฟังที่พูดเลยสินะ”

         ม้าของเซรอสนั้นถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ด้วยหัวอาหารที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อ พวกมันจึงมีความสามารถเด่นกว่าม้าธรรมดาทั่วไป ยากที่จะเชื่อว่ามันเป็นม้าที่เคยถูกใช้สำหรับเทียมเกวียนของชาวบ้านธรรมดา ปกติแล้วม้าที่แข็งแรงระดับนี้มักจะเป็นม้าที่อยู่ในความดูแลของกองทหารหรือไม่ก็ราชวงศ์ นอกจากนี้พวกมันค่อนข้างจะเชื่องและเข้าใจคำพูดของผู้เป็นเจ้านาย โดยเฉพาะฟรานที่พูดคุยกับพวกมันจนเคยชินไม่ว่าจะบอกให้ทำอะไรมันก็พร้อมจะทำให้เสมอ แต่กับเซรอสหรือซาริต้องย้ำหลายคำมันถึงจะฟัง

         เซรอสคิดว่าพวกมันเป็นม้าที่ฉลาดมาก ถึงกับหยุดรถโดยไม่จำเป็นต้องสั่งหรือควบคุมเมื่อเกิดสถานการณ์ที่เลวร้าย เซรอสไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรนักแต่เมื่อเห็นร่องรอยของอาวุธจากกิ่งไม้ที่หักก็รีบลงมาดู

         “มีอะไร?” ฟรานตามลงมาเพราะเซรอสกวักมือเรียกให้เข้าไปหา

         “บทเรียนที่จะสอนให้ก็คือการแกะรอย อยากให้ฟรานมองภาพรวมดูแล้วตอบมาว่าเห็นอะไรบ้าง”

         ฟรานกวาดสายตามองไปรอบๆ นอกจากจะเห็นแค่ป่าแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรที่ผิดปกตินอกจากกิ่งไม้ที่หัก แต่เซรอสมองด้วยความคาดหวังจึงพิจารณามองครู่หนึ่งแล้วก็ชี้ลงไปที่พื้นซึ่งมีรอยเท้าจางๆ อยู่

         “ก็ไม่ถึงกับเลวร้าย การสำรวจสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยบอกเราได้ว่าพวกเรากำลังจะเจอกับอะไร หรือเคยมีอะไรเกิดขึ้นที่นี่บ้าง ฟรานเห็นรอยเท้าถูกต้อง มันเป็นรอยเท้าที่ค่อนข้างจะชัดเจน ถ้าอย่างนั้นจะสอนวิธีการสังเกตรอยเท้านี่ให้ก็แล้วกัน”

         จากนั้นเซรอสก็ได้สอนเทคนิคการแกะรอยเบื้องต้นให้ มันคือการอ่านสภาพที่เกิดเหตุ มีร่องรอยที่เห็นได้ค่อนข้างจะชัดเจน ทั้งรอยเท้า กิ่งไม้ที่หัก รอยเลือด ทั้งหมดที่เห็นบ่งบอกว่ามีสัตว์กินพืชได้รับบาดเจ็บและกำลังหนีการไล่ล่าเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ ฟรานอาจจะยังไม่อาจบอกสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทันที แต่เรื่องแบบนี้จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์พอสมควร

         “ก็อบลิน” เซรอสคาดเดา เขาเคยพบเจอพวกมันมาก่อนแล้วจึงจดจำลักษณะเด่นเอาไว้จึงตอบได้ในทันที

         เซรอสเคยสู้กับก็อบลินมาแล้วและคิดว่าฟรานน่าจะพอรับมือได้อยู่บ้าง ถ้ามันผิดพลาดขึ้นมาเขาก็แค่ลงมือจัดการเท่านั้นก็พอ อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งหน้าที่ที่เซรอสได้รับการไหว้วานจากอาเรตต้ามาเป็นการส่วนตัวก็คือการให้ช่วยตรวจสอบหารังของก็อบลิน ทราบมาว่ามันเคยมีก็อบลินที่รอดชีวิตจากการกวาดล้างไปได้ ถ้าพวกมันยังไม่ตายล่ะก็มันจะจดจำและเรียนรู้วิธีรับมือจนเก่งขึ้น

         จากที่สังเกตพวกมันน่าจะใช้อาวุธประเภทไม้ในการไล่ทุบ แต่จากร่องรอยบาดแผลของกวางที่หนีไปนั้นเป็นรอยแผลจากการถูกของมีคมเข้าที่ตำแหน่งบั้นท้าย คิดว่าน่าจะเป็นหอกเพราะกิ่งไม้ที่หักนั้นมีร่องรอยของการถูกฟัน จากตำแหน่งของกิ่งไม้ในป่ามันจะต้องเป็นอาวุธยาว เป็นไปได้ว่าพวกมันมีการพัฒนาการใช้อาวุธมีคมที่แล้ว

         “ก็อบลิน” แววตาของฟรานดูมีประกายตื่นเต้นเหมือนเด็กที่ได้เห็นของเล่นชิ้นโปรดในงานวันเกิด

         ซาริตัวสั่นหงึกๆ และวิ่งขึ้นไปหลบอยู่บนเกวียน ชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง

         เซรอสจึงได้แต่ตำหนิฟรานเบาๆ เพื่อให้คำนึงถึงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมากกว่าการทำเพื่ออารมณ์ส่วนตัว (ยังมีหน้าไปสอนอีก) เป็นการสอนความรับผิดชอบและฝึกให้มีความอดทนต่อการทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด เขามองว่าฟรานเติบโตเร็วและไม่มีทางเป็นเด็กตลอดไป อาจจะต้องมีวันที่เธอได้เดินตามเส้นทางของนักผจญภัยก็ได้ อาจเป็นไปได้ว่าจะต้องรับงานที่ต้องใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ เพราะฉะนั้นในฐานะของผู้ที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชน สิ่งที่พอจะทำได้คือการถ่ายทอดทุกสิ่งที่มีให้

         เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เซรอสอยู่สอนวิธีการแกะรอยและการคาดคะเนให้กับฟรานอย่างหมดเปลือก ฟรานหัวดีอยู่แล้วคงใช้เวลาไม่กี่เดือนน่าจะเริ่มแกะรอยเองได้ ทักษะนี้ค่อนข้างจะสำคัญเพราะมันช่วยให้เอาชีวิตรอดในป่าที่อันตรายได้ หากมีเวลามากกว่านี้ก็อาจจะนั่งอธิบายให้ฟังทีละข้อ แต่ถ้าทำแบบนั้นพวกเขาอาจจะไปถึงจุดหมายช้ากว่ากำหนด ก็เลยออกเดินทางกันต่อโดยที่ฟรานยังคงเสียดายที่ไม่ได้เจอกับก็อบลินเพื่อวัดความสามารถของตัวเอง

         สถานที่ที่จะใช้เป็นที่ตั้งแค้มป์อยู่ห่างจากเมืองประมาณสองวันสำหรับการเดินเท้า ระยะทางค่อนข้างจะไกลเอาเรื่อง และไม่ได้มีพื้นที่ที่เรียบเหมาะแก่การตั้งแค้มป์เลย เซรอสเลือกที่นี่เป็นบททดสอบในการเอาชีวิตรอดเพราะในสถานการณ์จริงอาจจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้ราบเรียบเสมอไป อาจมีอันตรายทุกสิบนาทีหรือไปพบเจอกับมอนสเตอร์อันตราย เซรอสไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้นจึงได้เลือกที่นี่ในการพักผ่อน มีแม่น้ำอยู่ใกล้ๆ เหมาะจะตกปลาหาอาหาร

         เมื่อได้สถานที่พักสิ่งแรกที่เซรอสจะสอนก็คือการเตรียมที่พักเพื่อรักษาความปลอดภัย เป็นหลักสูตรสำคัญในการเดินทางแบบหมู่คณะหรือต้องคุ้มครองใครสักคน เซรอสไม่ได้อยากจะสอนให้ฟรานเป็นนักฆ่า แต่อยากจะสอนให้อ่านเกมแผนลอบสังหารให้ขาด อย่างเช่นพื้นที่ที่โล่งแจ้งอาจจะดูเหมือนปลอดภัย หรือหากมีการมุ่งหวังเอาชีวิตจะสามารถรับรู้ได้รอบทิศทาง ทว่าในความเป็นจริงนั่นคือจุดบอดที่ช่วยให้ศัตรูมองเห็นตำแหน่ง อาจจะใช้ธนูยิงเพื่อลอบทำร้ายก็ได้ เพราะฉะนั้นสถานที่ที่ปลอดภัยก็คือพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่

         ปัดกวาดพื้นที่อย่างง่ายๆ สร้างเตาโดยเรียงก้อนหิน เวทมนตร์ไฟอาจจะสะดวกแต่ในกรณีนี้เซรอสได้ทำที่จุดไฟเอาไว้ให้ซาริกับฟรานใช้เผื่อกรณีฉุกเฉิน ได้เห็นทั้งสองแย่งกันทำหน้าที่จุดไฟก็รู้สึกอบอุ่น และตัดสินผู้ที่จะก่อไฟด้วยการเป่ายิงฉุบ เป็นซาริที่ชนะและได้รับหน้าที่นั้นไป เจ้าตัวแสบตื่นเต้นจนรนแต่ก็จุดไฟติดได้ในที่สุด แถมยังร้องว่า ซาริใช้เวทมนตร์ไฟได้แล้วเจ้าค่าอีกด้วย

         การพักผ่อนในป่านั้นเซรอสพยายามจะไม่ใช้เต็นท์ เขาใช้เพียงผ้าใบขึงเอาไว้ปกป้องตัวเองจากน้ำค้าง การมาตั้งแค้มป์ในช่วงเวลาแบบนี้นับว่าเสี่ยงมาก เซรอสเคยต้องเอาชีวิตรอดในหุบเขาหิมะมาก่อนย่อมรู้จักอันตรายจากความหนาวเย็นได้

         “ซาริกับฟรานไปหาอาหารมา บอกเอาไว้ก่อนนะว่าถ้าหาไม่ได้คืนนี้พวกเราอดกันแน่นอน”

         บางครั้งก็ต้องแสดงความเด็ดขาด มันไม่มีปัญหาถ้าจะต้องอดอาหารวันสองวัน แต่สำหรับคนที่ใช้ชีวิตสุขสบายมานาน นั่นหมายถึงความทรมานอย่างถึงที่สุด เซรอสไม่อยากให้ทั้งสองคนเสพติดความหรูจนเกินไป การมาตั้งแค้มป์ในคราวนี้จึงเป็นเหมือนกับค่ายฝึกฝนการเอาชีวิตรอดไปโดยปริยาย แต่ถึงจะบอกว่าเด็ดขาดแค่ไหนก็ตามกำลังใจก็เป็นสิ่งสำคัญ เซรอสต้องมาช่วยสอนเทคนิคดีกว่าปล่อยให้เข้าใจผิดและฝืนทำอยู่ต่อไป

         ซาริจะรับหน้าที่ตกปลามันต้องอาศัยสมาธิค่อนข้างมาก และเพราะการจะตกปลาจำเป็นจะต้องใช้เหยื่อ เมื่อก่อนซาริเคยไปตั้งแค้มป์กับเซรอสและได้รับการสอนวิธีหาเหยื่อปลามาแล้ว แค่ไปคุ้ยดินสักพักก็ได้เหยื่อมาหลายสิบตัว ผูกเหยื่อแล้วก็นั่งอยู่ริมแม่น้ำกระดิกเท้ากับใบหูเป็นจังหวะ

         ฟรานเลือกจะหาของป่า เพราะเคยใช้ชีวิตในฐานะของเอลฟ์มาก่อนจึงหาอาหารได้เก่งมาก อย่างน้อยฟรานก็ไม่มีทางอดตาย เดินหาอยู่นานก็พบเห็ดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่จำเป็นจะต้องใช้เซรอสมาคอยบอกก็รู้ว่าอะไรที่กินได้และอะไรที่กินไม่ได้ เก็บมาไม่กี่ดอกที่เหลือก็ทิ้งเอาไว้ ในป่านั้นย่อมมีกฎของมันเอลฟ์จะยึดมั่นในการได้รับจากธรรมชาติ เมื่อพบสามให้หยิบหนึ่ง พบห้าให้หยิบสอง เซรอสไม่ได้ให้คำแนะนำอะไรมากไปกว่าการเดินเก็บพวกกิ่งไม้ที่พอจะนำไปใช้ทำเป็นฟืนได้

         กลับมาถึงที่พักเห็นซาริย่อนตัวลงไปในน้ำ และเกาะโขดหินเอาไว้แน่นร้องขอความช่วยเหลือ เมื่อซาริที่ควรจะจับปลาได้ทำเบ็ดหลุดตกลงไปในน้ำ เคราะห์ดีที่เบ็ดไปติดอยู่กับกิ่งไม้ จะลงไปเอาก็ไม่ได้เพราะรู้ตัวดีว่าว่ายน้ำไม่แข็ง ภาพที่เซรอสเห็นก็คือซาริพยายามจะใช้เท้าเขี่ยคันเบ็ดให้กลับมา นึกสงสารก็เลยช่วยเก็บมันขึ้นมาให้แต่ก็ต้องแลกมาด้วยกางเกงที่เปียกแฉะเนื่องจากน้ำที่ลึกมาก แต่ก็ยังโชคดีที่ปลาตัวนั้นยังคงติดเบ็ดอยู่ เป็นปลาตัวอ้วนใหญ่ที่น่าจะพอกินสำหรับเย็นนี้

         “ดีมากซาริ ผลงานใหญ่เลยนะเนี่ย”

         พอถูกชมซาริก็หัวเราะขัดเขิน เป็นเรื่องปกติที่เซรอสเริ่มจะชินแต่ก็รู้สึกว่าพอได้เห็นซาริยิ้มแล้วมันผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้

         ฟรานเองก็ไม่ยอมน้อยหน้าถึงกับยื่นตะกร้ามาให้เซรอสดู เหมือนต้องการจะบอกว่า ชมตัวเองด้วยสิ ยังไงยังงั้น

         เซรอสจะไม่ทำอะไรเลยนอกจากการให้คำแนะนำ ดังนั้นหน้าที่ประกอบอาหารทั้งสองคนจะต้องช่วยกันเอง ซาริน่าจะเคยมีประสบการณ์ในการทำเมนูปลามาก่อน ปกติแล้วเซรอสจะเป็นคนจัดการทำให้ปลาตายแล้ว ครั้งแรกเลยที่ทั้งสองคนจะต้องลงมือฆ่าปลาที่จับมาได้ ต้องใช้ความกล้าพอสมควรในการฆ่าปลาตัวใหญ่นี้ แต่ฟรานค่อนข้างจะเด็ดขาดกว่าซาริที่มือไม้อ่อนไปหมด เพียงแค่ใช้มีดทิ่มลงไปก็จัดการมันลงได้แล้ว

         “ซาริได้ยินว่าเอลฟ์จะไม่ฆ่าสัตว์นี่เจ้าคะ”

         “บางครั้งก็ฆ่า” ฟรานตอบ แกล้งซาริด้วยการทำสายตาเย็นชาและหันมีดใส่ ซาริถึงกับตัวสั่นงักๆ เหมือนลูกนก

         เป็นความเข้าใจผิดๆ ของมนุษย์ที่คิดว่าเอลฟ์จะเป็นพวกที่รักสัตว์ ในความเป็นจริงแล้วไม่มีทางที่เอลฟ์จะรักสรรพชีวิตมากมายขนาดนั้น พวกเขาเพียงแค่ปกป้องตัวเองจากอันตรายและไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่เริ่มก่อนโดยเด็ดขาด หากสัตว์พวกนั้นมีทีท่าว่าจะคุกคาม พวกมันก็จะต้องถูกจัดการและเอลฟ์ที่เป็นผู้กระทำจะต้องรอทำพิธีกรรมเพื่อชำระล้างบาปที่ได้ก่อไว้กับเพื่อนร่วมโลก ดังนั้นภาพลักษณ์ที่มนุษย์มองเหล่าเอลฟ์จะเป็นเสมือนผู้พิทักษ์แห่งผืนป่า

         ซาริกับฟรานใช้เวลาไม่นานในการประกอบอาหารขึ้นมาสำเร็จ ขณะเดียวกันเซรอสก็เตรียมพื้นที่ให้เด็กทั้งสองคนใช้อาบน้ำเสร็จแล้วเหมือนกัน มันเป็นห้องอาบน้ำกลางแจ้งที่เป็นห้องสี่เหลี่ยมขึงเอาไว้ด้วยผ้าหนาๆ ที่ไม่เห็นแม้กระทั่งเงาที่ทอดผ่าน มีประตูแบบซิบรูดปิดเอาไว้ เป็นห้องอาบน้ำแบบเคลื่อนที่ ในกรณีของฟรานนั้นง่ายมากเพราะเธอสามารถใช้เวทมนตร์เสกน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ มันอยู่ในขอบเขตที่อนุญาตให้ใช้ได้ก็เลยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาตักน้ำ

         เนื้อปลาสีขาวดูน่ากิน เซรอสคิดว่าถ้ามีน้ำจิ้มให้ด้วยคงจะดีมากแต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ พวกเขาไม่ได้เตรียมเครื่องปรุงมาเลย มื้อเย็นของวันนี้ก็เลยดูจืดชืดแต่ก็ช่วยให้ท้องหายหิวกันไปได้ ฟรานไม่ได้รังเกียจเนื้อปลาก็เลยพอจะแบ่งกันคนละครึ่งได้ เซรอสกินเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เด็กสองคนได้กินอิ่ม สิ่งหนึ่งที่เซรอสให้ความสำคัญก็คือบทสนทนาเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว

         การตั้งแค้มป์สิ่งสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ก็คือการแบ่งหน้าที่เวรคุ้มกัน ซาริเป็นพวกที่ถ้าหลับแล้วจะหลับลึกมากจึงต้องให้อยู่ในเวรแรก ต่อมาก็เป็นฟรานแล้วจึงค่อยเป็นเซรอสจนถึงเช้า หน้าที่ก็คือคอยดูแลไม่ให้กองไฟดับ และสอดส่องดูอันตรายที่เข้ามาใกล้ ในตอนนั้นทั้งสองคนยังไม่ค่อยมีความรับผิดชอบมากนักโชคดีที่การตั้งแค้มป์ครั้งนั้นอยู่ภายในพื้นที่เขตแดนของตนเองจึงปลอดภัยจากสัตว์ร้ายจึงไม่ได้มีการเปลี่ยนเวรกัน ครั้งนี้จึงต้องเข้มงวดสักหน่อย

         แบ่งเวรกันเสร็จแล้วก็ปล่อยให้ทั้งสองคนไปอาบน้ำอาบท่า เซรอสไม่จำเป็นต้องทำอะไรยุ่งยากเพราะเขาเป็นผู้ชายจึงอาบน้ำที่แม่น้ำ ด้วยความที่เป็นคนทำอะไรรวดเร็วจึงใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ กลับมานั่งเหลาไม้เพื่อทำลูกธนูเตรียมเอาไว้เผื่อกรณีที่ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายจากมอนสเตอร์หรือสัตว์ร้าย

         ไม่รู้ว่าทั้งสองคนอาบน้ำหรือเล่นน้ำกันแน่ แต่กว่าจะออกมาก็เริ่มมืดกันแล้ว ทั้งสองคนไม่ได้ใส่ชุดนอนแต่ใส่ชุดป้องกันเผื่อเอาไว้ ฟรานไม่อยากจะเสียเวลาพักผ่อนเพราะเป็นคนที่ค่อนข้างจะจริงจังมากจึงปีนขึ้นไปนอนบนเกวียน ดึงส่วนที่นอนลงมาแล้วก็หลับไปอย่างรวดเร็ว และถึงแม้ว่าเซรอสอยากจะนอนมากแค่ไหนก็อดกังวลไม่ได้ว่าซาริจะทำหน้าที่ได้ดีหรือไม่ กลายเป็นว่าเขาจะต้องมานั่งเป็นเพื่อนซาริจนกว่าจะถึงผลัดของฟราน

         ตราบใดก็ตามที่ยังตื่นอยู่ซาริจะมีประสาทรับเสียงที่ดีเลิศ ขนาดได้ยินเสียงสัตว์เลื้อยคลานเข้ามาในขอบเขตสิบห้าเมตร เมื่อซาริร้องบอกเซรอสก็ลุกไปจัดการแถมยังประมาทจนโดนงูฉกเข้าที่แขน ตอนนั้นซาริร้องโวยวายจนโดนเขกหัวให้สงบสติลง ก่อนจะโชว์ให้ดูว่าไม่มีร่องรอยของเขี้ยวนอกจากของเหลวที่ติดอยู่บนแขน แน่นอนว่าเซรอสปาดมันขึ้นมากินเพื่อให้ร่างกายสร้างแอนตีบอดีขึ้นมา ส่วนเนื้องูก็จัดการโยนมันเข้ากองไฟเป็นมื้อค่ำ

         เนื้องูย่างเป็นอะไรที่เซรอสคิดว่ามันลาบปากสุดๆ พอเนื้อมันสุกได้ที่แล้วก็นำออกมาจากกองไฟด้วยมือเปล่า ลอกหนังมันออกและหยิบเนื้อกินอย่างเอร็ดอร่อย ภาพของเซรอสที่ดูดเศษเนื้อจากกระดูกเป็นอะไรที่ชวนให้รู้สึกขยะแขยงเอาการ

         เนื่องจากอากาศมันหนาวก็เลยนำโกโก้ออกมาให้ซารินำไปชงมาดื่มและวางกระปุกมันเอาไว้ใกล้ๆ เซรอสนั่งคุยอยู่กับซาริจนกระทั่งถึงเวลาเปลี่ยนเวร หลังจากที่ให้ไปปลุกฟรานจนตื่นแล้วซาริก็ดึงเอาเตียงอีกฝั่งมา หยิบผ้าห่มกับหมอนแครอทมากอดแล้วก็หลับสนิทในอีกสิบนาทีต่อมา ดังนั้นเซรอสจึงสบโอกาสที่จะได้นอนหลับพักผ่อนจริงๆ เสียที ถึงอย่างนั้นเซรอสก็ยังคงรู้สึกตัวอยู่ว่ามีการเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ๆ ยกเปลือกตาขึ้นมองก็เห็นฟรานเข้ามานั่งอิงแอบอยู่ข้างกายพลางใช้ไม้เขี่ยลงไปในกองฟืน

         ตลอดทั้งคืนมีความเคลื่อนไหวอยู่ในป่าเป็นระยะ เสียงสุนัขป่าที่เห่าหอนทำให้ฟรานระมัดระวังตัวอยู่เสมอ แต่ในคืนนั้นไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นจนกระทั่งเปลี่ยนผลัดมาถึงมือของเซรอส ฟรานก็ปีนกลับขึ้นไปนอนพักต่อเพื่อที่จะเริ่มบุกทำภารกิจในวันพรุ่งนี้

 

         ในตอนเช้าพวกเซรอสก็ได้เวลาออกเดินทางกันเพื่อทำภารกิจค้นหาสมุนไพร การเดินทางแบบนี้จะไม่มีการตั้งค่ายพักประจำเพราะจุดประสงค์แรกก็คือตั้งใจจะวนรอบหุบเขาสักหนึ่งรอบแล้วค่อยกลับเมือง ซึ่งจะกินเวลาประมาณสามวันพอดี มันเป็นกำหนดการที่เซรอสได้เตรียมเอาไว้เป็นบททดสอบซาริกับฟรานในการหาประสบการณ์จากการเดินทางไกล

         เมื่อมาถึงจุดที่คาดว่าเป็นสถานที่ที่จะพบเจอสมุนไพรได้ก็ปล่อยให้ทั้งสองคนแยกย้ายกันค้นหา เซรอสมีความสนใจเรื่องนี้เหมือนกันจึงช่วยบ้างเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เซรอสให้ฟรานกับซาริไปหาข้อมูลในห้องสมุดของโรงเรียนมาแล้ว ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นฝ่ายที่หาเจอก่อนกันแน่ แต่ถึงฟรานจะศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดีก็ตามสุดท้าย โชค ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เกิดความสำเร็จ ซาริที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้เดินวนไปมาสักพักก็หยิบต้นไม้มาให้เซรอสดู กลายเป็นว่ามันเป็นสมุนไพรที่ระบุไว้ในภารกิจ ฟรานจึงรู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้อย่างหมดรูป

         หาได้จนครบก็เท่ากับว่าภารกิจที่รับมาจบลงแค่นี้ แต่การเดินทางในครั้งนี้ยังไม่จบลงจนกว่าจะนำภารกิจไปส่ง พวกเขาออกเดินทางกันต่อผ่านทางเดินลอดอุโมงค์ธรรมชาติ แวะพักดื่มน้ำและให้พวกม้าได้พักเหนื่อย ในตอนนั้นเซรอสก็สังเกตได้ถึงร่องรอยบางอย่างบนพื้นจึงเรียกฟรานมาสอนเทคนิคการแกะรอยต่อ จากการตรวจสอบพบว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนักเพราะมันเป็นร่องรอยของก็อบลิน จำนวนของมันประมาณ 6-7 ตัว มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นหน่วยสำรวจ

         ที่อาเรตต้ากังวลก็คือเรื่องของพวกมัน ก็อบลินเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว อัตราการเจริญเติบโตค่อนข้างจะสั้น เพียงสองเดือนก็กลายเป็นพวกตัวเต็มวัยที่พร้อมจะสร้างความเสียหายได้ ความแตกต่างด้านความแข็งแกร่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในการเอาชีวิตรอด เพียงหนึ่งตัวที่รอดตายก็จะพัฒนาตัวเองขึ้นและกระจายการพัฒนาเหล่านี้ไปสู่อีกตัว เรียกได้ว่าพวกมันเป็นตัวอันตรายอย่างแท้จริง น่าเสียดายที่ไม่ค่อยจะมีใครให้ความสำคัญกับมอนสเตอร์ที่แสนกระจอกและมีค่าหัวเพียงไม่กี่เหรียญเงิน

         มันไม่น่าจะมีปัญหาถ้าให้ฟรานลองรับมือกับก็อบลินดู ในโลกที่ความปลอดภัยในการเดินทางค่อนข้างจะต่ำแบบนี้ เป็นไปได้สูงว่าอาจจะเจอกับสถานการณ์ที่แย่กว่าก็อบลิน และนั่นจะทำให้คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์เกิดความลังเล มันจะส่งผลแก่ชีวิตได้ พอบอกเรื่องที่จะให้ลองสู้กับก็อบลินดูก็ได้เห็นฟรานมีดวงตาที่เปล่งประกาย แต่เซรอสย่อมมีบททดสอบนั่นคือจะให้ฟรานแกะรอยเพื่อตามหาพวกมันด้วยตัวเองเท่านั้น

         เซรอสให้ฟรานแกะรอย ทุกสิ่งที่เซรอสสอนไปนั้นเป็นประสบการณ์ของจริงที่เคยประสบมาก่อน ดังนั้นมันจึงเป็นเทคนิคที่ใช้ได้จริง แค่การสังเกตเบื้องต้นก็เพียงพอที่จะตามหาถูกแล้ว ทุกครั้งที่พบเจอร่องรอยใหม่ฟรานจะหยุดใช้เวลาคิดประมาณห้านาที จนกระทั่งผ่านไปประมาณยี่สิบนาทีก็เริ่มมองเห็นร่องรอยที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น มันเป็นรอยเลือดที่ยังไม่แห้งมากนัก ฟรานคิดว่านี่จะต้องเป็นเลือดของก็อบลินแน่นอน

         แต่ฟรานลืมสังเกตร่องรอยบนต้นไม้ รอยเลือดที่เป็นรูปฝ่ามือนั้นเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าข้อสันนิษฐานของฟรานผิด

         และครั้งนี้เซรอสต้องพูดขึ้นขัดเพราะเขาอยากให้ฟรานเข้าใจสถานการณ์

         “นั่นเป็นเลือดของมนุษย์ ความสูงระดับนั้นจะต้องเป็นผู้ชายที่สูงราว 5 ฟุต 6 นิ้ว และได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาทำให้เสียเลือดมาก ร่องรอยลากพื้นในลักษณะนี้จะต้องจำเอาไว้ให้ดีด้วยล่ะ” เซรอสจับไหล่ฟรานเอาไว้อย่างน้อยก็ชมเชยที่สามารถไล่ตามมาถึงที่นี่ได้ แต่อย่างไรก็ตามมีอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขาจะต้องทำ “เตรียมอาวุธเอาไว้ให้พร้อม ซาริคอยดูแลเกวียน ใช้หน้าไม้ที่ให้ไปคอยเล็งยิงจากระยะไกล เอาเฉพาะตัวที่ไม่ได้อยู่ใกล้ใครคนใดคนหนึ่ง ส่วนฟรานจะเลือกใช้มีดหรือคทาก็ลองตัดสินใจดูเอาเอง”

         เนื่องจากมีคนบาดเจ็บอยู่ข้างหน้า เป็นไปได้ว่าอาจจะถูกฆ่าตายไปแล้ว

         แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จุดนั้นสำหรับเซรอส เพราะถึงขนาดที่ทำให้คนได้รับบาดเจ็บและไล่ล่าจนถึงตอนนี้ แสดงว่าพวกมันจะต้องมีความดุร้ายมากแน




เดี๋ยวจะมี Legend Online ต่อด้วยนะเออ ให้ตายสิ ทำไมรู้สึกเหมือนเป็นนิยายรายเดือนไปแล้วก็ไม่รู้



ลืมเอารูปเซรอสมาลง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 648 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 05:10
    หล่อไม่เบา ฮี้ๆ
    #10973
    0
  2. #10877 tpnnny (@tpnnny) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 12:16
    งชๅชๅง
    #10877
    0
  3. #9509 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 01:34
    ขอบคุณครับ
    #9509
    0
  4. #8433 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 20:12
    นี้เป็นรูปภาพตอนที่อยู่รังมดที่2หรอ?
    #8433
    0
  5. #7122 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:18
    ขอบคุณครับ
    #7122
    0
  6. #7101 butterfly-white (@butterfly-white) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:04
    ใครว่าเซรอสไม่หล่อกัน
    #7101
    0
  7. #6914 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 17:01
    แบบนี่เข้านิยามสาวเหนสาวเหลี้ยวคอเคล็ด

    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6914
    0
  8. #5823 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 11:55
    หล่อมีสไตล์
    #5823
    0
  9. #5385 kamkungkub (@kamkungkub) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 14:44
    อื้อหือ เซรอสหล่อมาก



    #5385
    0
  10. #5341 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 19:51
    ขอบคุณครับ
    #5341
    0
  11. #5339 อาวุธไร้ตา (@f-rebellione) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 15:53
    จะเป็นการขอมากไปมั้ย ถ้าเปลี่ยนจากรายเดือนเป็นรายสัปดาห์~~~ TT

    ยังไงก็ตามขอบคุณที่มาอัพจ้า

    2bcon...
    #5339
    0
  12. #5337 Kasegawa Run (@pannaleno) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 07:58
    พึ่งเห็นรูปเซรอส...อยากให้ฟรานพูดเยอะๆอ่ะ แทนชื่อตัวเองว่าฟรานมันน่ารัก//-//
    #5337
    0
  13. #5336 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 07:08
    อยากได้เซรอส -^-
    #5336
    0
  14. วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 18:00
    ชีวิต slow write สินะ 5555+
    รอๆ แต่อย่า slow นานนะเดี๋ยวลืมเนื้อ?เรื่อง
    #5312
    3
    • #5312-2 Kanisorn Thongprapaisaeng (@norulex) (จากตอนที่ 82)
      20 ตุลาคม 2560 / 13:39
      อย่าบ่นมาก มีให้อ่านฟรีก็ดีละ
      #5312-2
    • #5312-3 Kanisorn Thongprapaisaeng (@norulex) (จากตอนที่ 82)
      20 ตุลาคม 2560 / 13:40
      อย่าบ่นมาก มีให้อ่านฟรีก็มีละ
      #5312-3
  15. #5305 Minami (@minami2kudo) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 13:13
    สนุกมากค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #5305
    0
  16. วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 11:40
    ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะ เซรอสหล่อมากด้วย
    #5302
    0
  17. #5301 Vampire_killeR (@vana_killer) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 09:16
    รูปหล่อมากอ่ะ
    #5301
    0
  18. #5291 frank494 (@frank494) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 16:50
    ขอบคุณครับ
    #5291
    0
  19. #5283 Zhilong® (@thenamekt) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 00:25
    ขอบคุณครับ
    #5283
    0
  20. #5281 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 23:53
    รูปอย่างหล่อ
    #5281
    0
  21. #5278 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 19:12
    ขอบคุณค่ะ เป็นห่วงซาริจังเลย
    #5278
    0
  22. #5275 Back Beer21 (@deathlord) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 17:07
    รอนิยายรายเดือนครับ
    #5275
    0
  23. #5271 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 12:33
    หล่ออออ จะหล่อเกินไปแล้วนะ
    #5271
    0
  24. #5268 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 10:54
    ว้าว หล่อมากเลย~~ // จะสู้กันแล้ววว~ รอนะครับ
    #5268
    0
  25. #5264 wanyahsm (@wanyahsm) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 07:38
    ว๊าววว นี้แหละเซรอสในดวงใจ เทห์มากกกกกกก(ก ล้าน ตัว)
    #5264
    0