ตอนที่ 81 : SS2 Episode Twenty-One : เซรอส vs เดลฟีโอน่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 790 ครั้ง
    5 ต.ค. 60

SS2 Episode Twenty-One

 



         ในความเป็นจริงแล้วทั้งเซรอสและเดลฟีโอน่าต่างก็มีประสบการณ์เฉือนเนื้อหักกระดูกมามากมาย ดังนั้นสิ่งที่พอจะสังเกตเห็นได้ก็คือในการสะบัดดาบแต่ละครั้ง ทั้งสองคนดูจะไม่มีความลังเลเลยสักนิดเดียว

         ทว่าในสายตาของบุคคลที่สามมองเซรอสเป็นเพียงแค่เด็กนักเรียนคนหนึ่ง ต้องมาประลองกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลที่มีความแข็งแกร่งพอๆ กับทหารหนึ่งกองทัพ มันควรจะเป็นเกียรติสูงสุดแม้ว่าจะต้องพ่ายแพ้ก็ตาม ถึงอย่างนั้นก็มีหลายคนที่เอาใจช่วยและอยากเห็นว่าจะสามารถทำให้เดลฟีโอน่าถูกไล่ต้อนได้มากน้อยเพียงใด

         การเคลื่อนไหวของเซรอสทำขึ้นภายใต้ข้อจำกัดอย่างหนึ่งนั่นคือทำให้ดูเหมือนเด็กที่มีประสบการณ์ เขาไม่เสี่ยงใช้พลังจากการที่ร่างกายถูกดัดแปลงให้แข็งแกร่ง หากเดลฟีโอน่าไม่ได้ใช้ศิลปะเวทเสริมร่างกายจะรับรู้ได้ถึงแรงปะทะที่มากเกินความจำเป็น และนั่นหมายถึงความลับของเขาจะต้องถูกเปิดเผย

         ขณะที่ปะทะดาบกันก็พลันเกิดความคิดที่ว่า ฝีมือไม่เลว เซรอสตระหนักดีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่ในสภาพที่ไม่ได้เอาจริงกันทั้งสองฝ่ายเลยดูเหมือนว่าเซรอสจะทำอะไรเดลฟีโอน่าไม่ได้เลย และมันเป็นสิ่งที่เซรอสจงใจแสดงให้เห็น ซึ่งวิธีที่ออมมือโดยทำให้ดูเหมือนว่าลงมืออย่างจริงจังก็เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงที่ใช้กันตามโชว์ทั่วไป ยิ่งเซรอสผ่านการเป็นครูฝึกให้เด็กทั้งสองคนย่อมรู้ดีว่าต้องใช้แรงระดับไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด

         เซรอสรู้ว่าเดลฟีโอน่าอยากจะเห็นอะไรในตัวของเขา เธอต้องการพิสูจน์ความสามารถที่ซ่อนเร้นและบังคับให้เปิดเผยมันออกมา ถึงแม้ว่าจะยังคงดื้อดึงปกปิดมันเอาไว้แต่ยิ่งทำให้อีกฝ่ายสงสัยมากขึ้นจนต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่าในครั้งต่อไป ไม่ใช่ว่าเซรอสจะกลัววิธีรุนแรงพวกนั้น แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ว่าซาริกับฟรานจะถูกดึงมาเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ว่าเซรอสมองโลกในแง่ร้ายแต่เป็นเพราะเขาคุ้นเคยสิ่งเลวร้ายจึงรู้ว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้

         การตั้งรับของเดลฟีโอน่าค่อนข้างจะน่ากลัว เด็กนักเรียนทั่วไปคงยากที่จะทะลวงผ่านไปได้ แต่เซรอสไม่ใช่นักเรียนทั่วไปย่อมมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองมองไม่เห็น

         “ท่ายืนที่มั่นคงแบบนั้นทำได้แค่รับมือกับศัตรูที่มาจากข้างหน้าเพียงอย่างเดียว”

         วิ่งเข้าไปและทำท่าจะกระโดด เดลฟีโอน่าคล้ายจะอ่านเบื้องหลังนี้ออกก็คิดจะโจมตีกลางอากาศตอนที่อยู่ในสภาพไร้การป้องกัน จุดที่ดาบไร้คมนั้นแทงขึ้นไปสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า เซรอสไม่ได้กระโดดแต่หลบลงมาข้างล่างแทน ด้วยความตกใจที่เจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงความอันตรายที่คุมคาม เดลฟีโอน่าจำเป็นต้องกระโดดหลบเป็นครั้งแรกทั้งที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องหนีนักเรียนที่ (น่าจะ) ไม่มีประสบการณ์สู้จริงเลย

         ภาพเหตุการณ์ที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์ต้องหลบการโจมตีของนักเรียนคนหนึ่งอย่างกะทันหันไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย อาจจะไม่เคยเกิดขึ้นเลยเนื่องจากอีกฝ่ายยังเป็นเพียงแค่เด็ก แต่ครั้งนี้มันหลุดโผจากตรรกะความเชื่อของพวกเขาทุกคน ซึ่งในมุมมองของเหล่าอัศวินที่เคยประมือกับเซรอสมาหลายครั้งช่วงระหว่างการฝึกจะรู้ว่าฝีมือของเขาไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีถึงขนาดเทียบกับสองคนที่ถูกตั้งความหวังเอาไว้ได้ ตอนนี้ราวกับว่าเขาได้สลัดคราบของเด็กหนุ่มฝีมืออ่อนแอกลายเป็นพยัคฆ์ที่ดุร้าย

         “ไม่เลวเลยนี่” เดลฟีโอน่าชื่นชมจากใจ

         “อย่างที่คิดเลยสู้กับมนุษย์ยากกว่าสู้กับมอนสเตอร์จริงๆ”

         “เจ้าเคยสู้กับมอนสเตอร์?”

         “ก็ผมเป็นพรานจะเคยสู้รบกับมอนสเตอร์หรือสัตว์ร้ายมาบ้างก็คงไม่แปลกอะไรนี่ครับ”

         มันเป็นสิ่งที่เซรอสคิดเอาไว้ล่วงหน้า เป็นแผนฉุกเฉินหากเขากลายเป็นจุดเด่นในชั้นเรียน และเพื่อที่จะเบี่ยงประเด็นไม่ให้ทุกคนสงสัยในความลับเลยจำเป็นจะต้องแสร้งทำเป็นเผยความจริงออกมาอย่างช่วยไม่ได้ การยอมรับว่าเป็นนายพรานล่าสัตว์ที่มีประสบการณ์ช่วยได้มากในการหลีกเลี่ยงปัญหาที่ตามมา นอกจากนี้ก็ยังมีใบอนุญาตลงดันเจี้ยนเป็นไพ่ตายหากมีคนสงสัยและตรวจสอบก็จะทราบว่าเซรอสได้รับการยอมรับจากกิลด์นักผจญภัยแล้วเหมือนกัน

         หรือก็คือเซรอสเตรียมหลักฐานที่จะใช้ยืนยันความสามารถของตัวเองเอาไว้แล้วนั่นเอง

         “งั้นก็แสดงว่าเจ้าน่าจะมีความสามารถเหนือล้ำกว่านักเรียนคนอื่นสินะ ถ้าว่ากันตามประสบการณ์แล้ว”

         “ถ้าหมายถึงประสบการณ์เสี่ยงตายล่ะก็มีเยอะเลยล่ะครับ”

         จนถึงตอนนี้เซรอสค่อนข้างจะมั่นใจว่าเด็กที่เป็นชนชั้นสูงและมีความสามารถทางด้านเวทมนตร์หรือวิชาดาบลับประจำตระกูลที่น่ากลัวนั้นไม่ได้มีประสบการณ์เสี่ยงอันตรายสักครั้ง พวกเขาใช้ชีวิตอยู่หลังกำแพงที่แสนจะสงบสุข ฝึกซ้อมกับหุ่นไม้หรือไม่ก็มีผู้ฝึกสอนที่มากความสามารถ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่อันตรายถึงชีวิตพวกเขาคงไม่อาจรับมือได้อย่างใจเย็นอยู่แล้ว

         อย่างไรก็ตามบทสนทนานี้มีคนได้ยินกันเพียงสองคนคือเซรอสกับเดลฟีโอน่า พวกเขาไม่ได้พูดออกมาเสียงดังเพื่อให้ทุกคนได้ยิน ไม่อย่างนั้นคงจะแตกตื่นกับคำพูดของเซรอสไปแล้วแน่ๆ

         “ถ้าอย่างนั้นเจ้าจะรับมือนี่ได้หรือไม่” เดลฟีโอน่าใช้ศิลปะเวทเสริมกำลังให้กับดาบจนเกิดเป็นแสงคลุมตลอดทั้งเล่ม

         “ช่างเป็นการต่อสู้ที่ยุติธรรมเสียเหลือเกินนะครับ” เซรอสจงใจใช้คำพูดจิกกัดความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นและใช้ศิลปะเวทด้วย เพียงแต่แสงที่ปกคลุมอยู่ที่อาวุธนั้นดูจางและบางกว่ามาก

         “ในสงครามไม่มีคำว่ายุติธรรม”

         เซรอสไม่เถียงเรื่องพวกนี้สักคำและสะบัดดาบใส่ สะเก็ดไฟจากการที่เหล็กปะทะกันเกิดขึ้นหลายครั้งมาก ด้านเชิงดาบเดลฟีโอน่าจะมีความชำนาญสูงกว่าเลยรับดาบได้ทุกครั้งโดยไม่พลาดท่า ตรงกันข้ามกับเซรอสที่ใช้การเหวี่ยงดาบแบบมือใหม่เหมือนที่เคยฝึกมาทั้งหมด เหล่าอัศวินที่เป็นคนฝึกสอนด้วยตัวเองมองเห็นฉากจบของการเหวี่ยงดาบสะเปะสะปะในครั้งนี้ หลายคนถึงกับส่ายหน้าปลงใจกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเซรอส

         เพียงแต่พวกเขาเป็นอัศวินที่ตัดสินผลลัพธ์จากแค่รูปแบบที่เห็น แตกต่างจากเดลฟีโอน่าที่รับรู้ได้ถึงการคุกคามจากวิชาดาบพื้นฐานที่ใช้แค่การฟันตรง ฟันเฉียง และฟันข้างเท่านั้น เธอมั่นใจว่าอ่านทางดาบได้หมดแต่กลับกลายเป็นว่าการสะบัดดาบเป็นเพียงแค่ตัวล่อ และเซรอสได้ใช้การเคลื่อนไหวด้วยท่าพื้นฐานของการต่อสู้มือเปล่าเข้าประชิดตัว หลบหลีกทุกการโจมตีที่สวนกลับมาได้ทั้งหมด ทำให้เดลฟีโอน่าตัดสินใจหลบอีกครั้งหนึ่ง

         “ครั้งที่สองแล้วสินะที่ทำให้ข้าต้องหลบ นับว่าเจ้ามีฝีมือสมกับที่พูดเอาไว้ว่ามีประสบการณ์ของจริง”

         เดลฟีโอน่าเริ่มเข้าใจตัวตนของเซรอสมากขึ้นผ่านการประลองดาบในครั้งนี้ เขาน่าจะมีประสบการณ์ต่อสู้ของจริงกับพวกมอนสเตอร์หรือสัตว์ร้ายอย่างที่พูด สิ่งเดียวที่ขาดไปคือวิชาดาบ เซรอสยังใช้การเหวี่ยงดาบแบบทื่อๆ ด้วยท่าพื้นฐานที่สอนให้ ถึงอย่างไรก็ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่พอจะรู้ได้

         “เจ้าเชี่ยวชาญอาวุธอะไรกันแน่ ข้าอนุญาตให้เจ้าเปลี่ยนไปใช้อาวุธที่ถนัด”

         ไม่เพียงจะรู้ว่าเซรอสไม่ธรรมดาแล้ว ยังคาดเดาความถนัดด้านอาวุธได้อีกด้วย

         “นั่นสินะครับ อาวุธที่ผมถนัดก็คือดาบสั้น”

         ดาบสั้นในมุมมองของคนทั่วไปมันคืออาวุธของคนแคระ ด้วยความยาวของใบมีดที่ทำออกเอื้อต่อรูปร่างของพวกเผ่าคนแคระ สำหรับมนุษย์แล้วมันเป็นดาบที่สั้นมากจนใช้งานได้ค่อนข้างลำบาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครใช้เป็นอาวุธประจำตัวเลย แค่มันพบเห็นได้ยากเท่านั้น

         ในเมื่อความลับเรื่องความสามารถโดนเปิดโปงไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีก เมื่อได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนเป็นอาวุธที่ถนัดก็เดินไปหยิบจากแท่นวางอาวุธสำหรับฝึกซ้อมที่มีอาวุธแทบจะทุกชนิด เขาหยิบมันออกมาสองเล่มและกลับมายืนบนสนามประลองอีกครั้ง ในเวลาแบบนี้ไม่มีใครสนใจการต่อสู้ของตัวเองอีกแล้ว และเลือกที่จะดูการซ้อมของเซรอสกับเดลฟีโอน่าแทน

         “แสดงให้เห็นทีสิว่าเจ้าจัดการกับมอนสเตอร์ได้ยังไง”

         “ยินดีเป็นอย่างยิ่ง” เซรอสตอบรับ เขาเหมือนกับคนที่พอแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่

         ที่ทุกคนเห็นอยู่ตอนนี้คือวิชาดาบลับที่เรียกว่า ดาบคู่ ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้ควบคุมดาบและทิศทางได้อย่างคล่องแคล่ว จำเป็นจะต้องใช้สมาธิอย่างมากในการโจมตี จึงไม่ใช่วิชาดาบที่มีให้เห็นกันบ่อยนัก

         ระดับความสามารถของเซรอสที่แสดงให้เห็นในตอนนี้ก็คือเหนือกว่านักเรียนที่คาดหวังได้อย่างไรอัสหรือเลธิเซียไปไกลมาก นักเรียนหลายคนกรีดร้องอยู่ในใจด้วยความรู้สึกที่ไม่มั่นคงหลังได้รู้ว่า เซรอส แอชเชอร์ ที่มักจะโดนดูถูกดูแคลนจากเพื่อนร่วมชั้นและได้รับคำตำหนิจากอัศวินในตอนฝึกซ้อม แท้ที่จริงแล้วเก็บงำฝีมือของตัวเองเอาไว้มากถึงเพียงนี้

         ถึงแม้ว่าดาบหนึ่งเล่มจะเสียเปรียบก็ตาม เดลฟีโอน่าไม่ได้ง่ายดายขนาดจะถูกนักเรียนเอาชนะได้ ความแข็งแกร่งในฐานะของอัศวินศักดิ์สิทธิ์คือการใช้วิชาดาบร่วมกับเวทมนตร์อย่างชำนาญ และถึงจะไม่ได้เอาจริงก็ยังมีเทคนิคที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างยาวนานเพื่อปลดอาวุธคู่ต่อสู้ในการประลอง เซรอสเองก็ไม่ใช่ไก่อ่อนแต่บางครั้งก็จำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าเสียจังหวะโต้ตอบไปบ้าง แต่สำหรับผู้ที่ชมการฝึกซ้อมอยู่ก็คงเห็นเหมือนกับว่าทุกอย่างเป็นเหตุการณ์ปกติที่ควรจะเกิดขึ้น

         เซรอสเป็นฝ่ายบุกที่ไม่อาจทะลวงผ่านการป้องกันเข้าไปได้ จนกระทั่งเดลฟีโอน่าตัดสินใจที่จะโจมตีขึ้นมา ใบดาบตวัดลงในแนวตั้ง จังหวะนั้นช่วยไม่ได้ที่จะต้องกลิ้งหนีกลับกลายเป็นว่าเดลฟีโอน่าขยับตัวตามเข้ามาและเตะอัดเข้าไปจนเกือบจะตกจากสนามประลอง ขณะนั้นอัศวินสาวพลันเกิดความสับสนขึ้นเล็กน้อย

         ลำตัวแข็งยังกับเหล็กเลย

         มาถึงจุดกลบเกลื่อนได้ไม่หมด เซรอสนึกในใจว่า ประสาทรับรู้จะไวอะไรขนาดนี้ ด้วยร่างกายที่ผิดมนุษย์ถึงจะมีน้ำหนักในระดับมาตรฐานเฉลี่ยของเด็กวัยรุ่นทั่วไป แต่ความแข็งของมันก็เป็นของจริงที่รับรู้ได้หากสัมผัสโดยตรง ดังนั้นหากปล่อยให้การฝึกครั้งนี้ดำเนินต่อไป อีกไม่นานความลับของเขาอาจจะแตกเพิ่มมากขึ้นอีกก็ได้ จึงตัดสินใจที่จะจบเรื่องนี้ในแบบที่หวังโดยเร็วที่สุด

         ศิลปะเวทถูกเรียกใช้ขึ้นมาจากการกู่ร้องในแบบเด็กที่กัดฟันสู้จนถึงที่สุด ความเข้มข้นของมันค่อนข้างจะหนา เดลฟีโอน่าเผยรอยยิ้มเล็กน้อยและขยับถอยไปตั้งหลัก เมื่อเซรอสบุกเข้ามาตวัดดาบอีกหลายครั้งจนปรากฏว่ามีร่อยรอยข่วนบนเกราะที่เดลฟีโอน่าสวมใส่ ในตอนนั้นสิ่งที่อัศวินสาวทำก็คือใช้การก้าวเท้าโดยเลียนแบบการเคลื่อนไหวของเซรอสที่เคยแสดงให้ดูก่อนหน้าอ้อมมาอยู่ด้านหลัง พร้อมกันนั้นก็ตวัดดาบปัดอาวุธในมือของเซรอสให้หลุดออกไป

         ปิดฉากการประลองนี้ด้วยชัยชนะของอัศวินศักดิ์สิทธิ์

         ไม่มีใครคิดหรอกว่าการประลองที่ดูจริงจังเมื่อสักครู่นี้ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้เอาจริงกันเลย

         เซรอสมีเหตุผลที่จะต้องแกล้งแพ้ มันไม่ใช่เรื่องดีนักหากเขาสามารถเอาชนะอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้ และการแกล้งแพ้ที่ดีที่สุดคือการแสดงให้ทุกคนเห็นว่า เขา...เซรอส แอชเชอร์ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วนั่นเอง

 

         เรื่องที่เซรอสได้รับสิทธิ์ให้ฝึกกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์จนต้องเผลอแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมากลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง มากกว่าครึ่งชื่นชมที่เดลฟีโอน่ามองเบื้องหลังของเซรอสออก ในขณะที่ทุกคนถูกหลอกให้ตายใจว่าเขาไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้ แต่อีกครึ่งหนึ่งต้องการหลักฐานยืนยันว่าเซรอสมีความแข็งแกร่งซุกซ่อนอยู่จริง ถึงขนาดที่นักเรียนรุ่นพี่ต้องการพิสูจน์ด้วยตัวเอง พยายามหาทางมาพบกับเซรอสให้ได้เพื่อนัดประลองฝีมือด้วย

         ไม่มีกฎข้อห้ามที่ว่า ห้ามประลองข้ามชั้นปี โรงเรียนนี้ค่อนข้างจะให้อิสระกับการพัฒนาทุกด้านตราบใดก็ตามที่ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต การต่อสู้ข้ามชั้นปีไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักเพราะนักเรียนเข้าใหม่ยังขาดประสบการณ์ที่จำเป็นอีกมากมาย แต่ก็มีบางกรณีที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเลิกเรียนซึ่งเป็นช่วงที่นักเรียนจะได้ใช้เวลาทำกิจกรรมที่สนใจ เซรอสที่รู้ทันเรื่องนี้จึงรีบไปพบฟรานและมุ่งหน้ากลับบ้าน

         แต่ก็ไม่ได้กลับบ้านในทันที เซรอสมีเรื่องที่ต้องทำอยู่นั่นคือการมาซื้อของเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเดินทางตั้งแค้มป์ พยายามสอนให้ซาริกับฟรานรู้จักการเตรียมความพร้อม โดยจะให้งบประมาณที่เท่านั้นและปล่อยให้ไปขบคิดว่าควรจะต้องเตรียมของอะไรไปบ้าง ทั้งสองคนจะมีรายการสิ่งของที่ต้องซื้อหลักๆ ก็จะเป็น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์ยังชีพ ด้วยวิธีที่เหมือนกับเกมการแข่งขันจุดประสงค์ก็คือให้ซื้อของที่ต้องการโดยต้องเหลือเงินทอนกลับมาให้ได้มากที่สุด

         การซื้อของซาริจะเก่งกว่าฟราน หน้าที่ในส่วนซื้อของตามรายการเป็นงานของซาริที่ทำมานานจนคุ้นชิน ถึงขั้นที่ว่ารู้ตรอกซอกซอยที่ใช้เป็นเส้นทางลัดในการกลับบ้านด้วย ตอนแรกที่มอบหมายหน้าที่ก็รู้สึกห่วงว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้น แต่มันก็เป็นเพียงแค่การมองโลกในแง่ร้ายของเซรอสเท่านั้น และทุกคนในตลาดก็รู้จักซาริกันเป็นอย่างดีก็เลยมีหูตาที่คอยช่วยสอดส่องดูให้ โดยเฉพาะซาริน่าจะเป็นกระต่ายขาวเพียงคนเดียวในเมืองไรด์การ์ด

         คนที่ซื้อของได้เสร็จก่อนคือซาริแถมยังวิ่งเข้ามาบอกหวังจะรับคำชม ฟรานตามมาหลังจากนั้นอีกประมาณยี่สิบนาที แต่คนที่เหลือเงินทอนกลับมาเยอะที่สุดก็คือฟราน เพราะเสียเวลาไปกับการต่อรองราคาสินค้าให้ได้ในราคาถูกที่สุด --- เซรอสมารู้ทีหลังว่าฟรานออกจะเป็นพวกเขี้ยวลากดิน แถมยังหัวแข็งเอามากๆ --- ในขณะที่ซาริได้ของแถมกลับมามากกว่าแบบไม่เสียเงิน ถ้าหากนับในส่วนนี้แล้วคงต้องบอกว่าทั้งสองคนเสมอกัน

         วันนี้เซรอสรู้สึกเหนื่อยมาก ถึงจะรู้อยู่แก่ใจดีว่าตัวเขาไม่มีทางเกิดความรู้สึกแบบนั้นในการใช้ชีวิตประจำวันเพราะร่างกายที่มีความอึดมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นภาระทางจิตใจที่ต้องแบกรับปัญหาที่เกิดจากความสะเพร่าของตัวเองถึงขนาดที่มีความคิดว่า พอแล้ว เกิดขึ้นหลายครั้งในหนึ่งวัน พอเห็นซาริกับฟรานแล้วก็พลันลบเรื่องพวกนี้ทิ้งไปและตัดสินใจว่าจะลองแก้ไขมันด้วยตัวเอง

         เซรอสคิดว่าซาริน่าจะมีอำนาจลึกลับบางอย่างที่เพียงแค่ได้เห็นหรือได้สัมผัสเวลาโดนคลอเคลียความว้าวุ่นใจก็พลันมลายหายไปหมดสิ้นราวกับถูกลบทิ้งไปจากจิตใจ เลยมักจะคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าให้ตระหนักถึงสิ่งที่กังวลอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเขามักจะลืมมันไปทุกครั้งที่ซาริเอาหัวมุดเข้ามาไว้ในอุ้งมือเหมือนกับสัตว์ที่คอยเรียกหาความอบอุ่น หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าซาริมีสัญชาตญาณที่รู้ว่าใครกำลังว้าวุ่นใจและทำไปเพราะเป็นนิสัยของเผ่าพันธุ์ก็ได้ นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่หลายคนรู้สึกว่าพอได้สัมผัสกับกระต่ายขาวก็จะลืมเรื่องเลวร้ายไปทั้งหมด ไม่แปลกใจเลยที่เหตุใดในอดีตถึงได้มีคนต้องการเผ่าพันธุ์กระต่ายขาวมากขนาดนี้

         เมื่อกลับถึงบ้านทุกคนก็ดูผ่อนคลายกันมากขึ้น เซรอสอาจจะเหนื่อยล้าจากความรู้สึกเหนื่อยหน่ายแต่ก็ต้องฝืนตัวเองมาเป็นครูสอนทำอาหาร หากมีเวลาว่างก็จะพาทั้งสองคนเข้าครัวและสอนการทำอาหารต่างๆ ให้ มันสนุกทุกครั้งเวลาที่ได้สอนใครสักคนทำอะไรเป็นได้ด้วยตัวเอง อย่างตอนที่ซาริมาอยู่ใหม่ก็ทำอาหารง่ายๆ ได้เป็นพวกมันเผา มันต้ม และก็กินด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย จนภายหลังเซรอสอยากให้ซาริได้กินอาหารอร่อยทุกวันแม้เขาจะไม่อยู่แล้วจึงได้คอยสั่งสอนให้เท่าที่จะทำได้ ปัจจุบันนี้ซาริทำอาหารเก่งขึ้นมากพอจะเปิดร้านส่วนตัวได้ แต่ก็ยังไม่มีความรับผิดชอบมากพอจะทำไหว

         “ซาริอย่าออกแรงมาก เดี๋ยวมันจะเฉือนโดนนิ้วตัวเองเข้า”

         กล่าวเตือนซาริด้วยความหวังดีและสอนโดยจับมือทำไปพร้อมกัน ซาริไม่ค่อยถนัดอาหารที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ อาหารหลักๆ ที่ทำก็เน้นแค่หันเป็นชิ้นใหญ่ๆ และเอามาใส่รวมกันให้พอกินได้ แต่การเรียนทำอาหารนี้จะเน้นที่ศาสตร์และศิลป์เพื่อให้อาหารมีหน้าตาน่ารับประทานอย่างมาก

         ฟรานกระตุกเสื้อเซรอสแล้วชี้ไปที่เขียงของตัวเองมีผักที่หันเรียงเป็นระเบียบและสวยงามอยู่ด้วย

         “ไม่เลว” เซรอสชม หยิบมันขึ้นมาดูแต่กลับกลายเป็นว่าทั้งหมดยังไม่ขาดออกจากกันเลย “ต้องฝึกอีกสักหน่อย แต่ทำได้ระดับนี้นับว่ายอดเยี่ยมแล้วล่ะ”

         ทั้งสองคนทำอาหารกันคนละอย่างตามหัวข้อที่คิดขึ้นมาได้ โดยมีเซรอสคอยแนะนำอย่างระมัดระวัง แต่ถึงจะพูดแบบนั้นอาหารของแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ฟรานจะเจาะจงเป็นอาหารจำพวกผักโดยเลี่ยงการประกอบอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ และเท่าที่รู้ฟรานชอบผลไม้ ผักที่ชอบเป็นมะเขือเทศจากในสวนที่ปลูกด้วยตัวเอง ส่วนอาหารของซาริจะมีแครอทแน่นจนพูนจานและมีเนื้อซ่อนอยู่ข้างใต้เพียงเล็กน้อย พอได้เห็นก็อดที่จะขบขันกับความไร้เดียงสาและโลภมากของซาริ

         ปกติแล้วเซรอสจะอยู่กินมื้อค่ำไปด้วย แต่วันนี้เขาเลือกจะดื่มเพียงกาแฟกับขนมปังปิ้งรองท้องเท่านั้นและนั่งทำงานอยู่ในเวิร์กช็อปส่วนตัว มันเป็นโรงงานขนาดเล็กที่เปิดสาธารณะไม่ได้ถูกปิดเป็นความลับอะไร ที่นี่เพียบพร้อมไปด้วยวัสดุสำคัญที่ผ่านการแปรรูปให้ง่ายต่อการใช้งาน มีน็อตหลากหลายแบบและหลายขนาด วัสดุที่วางแยกออกเป็นส่วนๆ ให้ง่ายต่อการหยิบจับ คาเรนเองก็เคยมาที่ห้องนี้เพื่อดูแปลนการสร้างที่เซรอสใช้เป็นตัวอย่างในการศึกษาระบบโครงสร้าง บางครั้งซาริจะแอบเข้ามากินแครอทหลบเลี่ยงสายตาไม่ให้ใครรู้ แต่เซรอสก็ทราบหลังเห็นมีเศษแครอทตกเรี่ยอยู่บนพื้น และทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นหลายครั้ง

         เหตุผลที่ต้องมาในห้องนี้ก็เพื่อทบทวนถึงผลที่จะตามมา และคิดหาข้อมูลอุปกรณ์ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตประดิษฐ์สีฟ้าที่ต้องงัดเอาของวิเศษออกมาให้เสมอ เบื้องหน้าของเซรอสมีหน้าต่างบานพิเศษที่กักเก็บข้อมูลทั้งหมดในโลกใบเดิมเอาไว้ ข้อมูลที่ถูกทำขึ้นมานี้มีรายละเอียดปลีกย่อยรวมถึงวิธีสร้างและวัสดุที่ใช้ ไม่ใช่เรื่องยากที่เซรอสจะทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว

         ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เดลฟีโอน่า หรือความวุ่นวายในโรงเรียนที่เกิดขึ้นหลังถูกเปิดโปงความสามารถ

         แต่เป็นศัตรูที่เวลานี้กำลังเข้าใกล้มากขึ้นทุกที และถ้าหากเรื่องของเขาที่มีฝีมือสูงหลุดไปเข้าหูผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้ ก็อาจจะมาด้วยวิธีที่รุนแรงกว่า เซรอสจำเป็นจะต้องหาทางตอบโต้กลับโดยไม่ให้สถานะของตัวเองรั่วไหลออกไป

         “สักวันอาจจะต้องพึ่งเจ้านี่ก็ได้ใครจะรู้”

         เบื้องหน้าของเซรอสเป็นกรอบหน้าต่างพิเศษที่มีข้อมูลทุกอย่างของโลกเดิม หน้าต่างบานนั้นแสดงให้เห็นถึงสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับความนิยมในองค์กรเป็นอย่างมาก มันมีเพียงสองเครื่องเท่านั้นในโลกเพราะมันใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำจนไม่อาจนำมาใช้ได้อย่างเปิดเผย

         พาหนะสำหรับเดินทางสะเทินน้ำสะเทินบก และทำลายขอบเขตสามัญสำนึกของโลก

         โปรเจคที่เซรอสกำลังรวบรวมวัสดุเพื่อสร้างมันขึ้นมาหนึ่งเครื่องเอาไว้ใช้เดินทางระยะไกล

         โดยเฉพาะศัตรูที่ชอบเล่นงานเขา มักจะอยู่ในสถานที่ที่ไม่อาจเดินทางไปถึงได้ในวันสองวัน

         หรือคงจะคิดว่าเขาจะไม่สามารถตามไปจัดการได้ในทันทีก็ได้ เพราะถึงจะทำแบบนั้นจริงก็คงมีเวลาให้เตรียมพร้อมรับมืออย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้เองเซรอสเลยต้องการพาหนะที่สามารถพาเขาไปยังที่หมายได้ในระยะเวลาสั้นๆ

         และสิ่งที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดก็คือพาหนะที่มีชื่อสุดแสนจะธรรมดาว่า แบล็ก

         ไม่ว่าศัตรูจะเป็นใคร

         ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน

         เขาจะตามไปหาให้เจอและฆ่าซะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 790 ครั้ง

120 ความคิดเห็น

  1. #13234 pam005 (@pam005) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 16:07
    บทพูดคุ้นๆ 'ฉันไม่รู้ว่าเเกเป็นใคร เเต่ฉันจะตามหาแก เเละฆ่าเเกซะ' 555
    #13234
    0
  2. #12851 Chartnakarin (@Chartnakarin) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 14:54
    ิขอติเรื่องเดียวครับ คุณทำให้ผมไม่ได้หลับได้นอน ติดนิยายคุณเรียบร้อย นิยายสนุกมากครับ แม้บางครั้งจะ งงๆ เรื่องการเว้นวรรค แต่ถ้าอ่านแล้วคิดตามก็เข้าใจครับ เนื่อเรื่องไม่น่าเบื่อมีอะไรให้ติดตามครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้นะครับ
    #12851
    0
  3. #10415 Naleuthep Sainak (@naruthep23324) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 10:08
    สนุกมากครับ
    #10415
    0
  4. #10015 ปาร์ค ชานส้ม (@kcegalaxy) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 11:22
    ❤️❤️❤️❤️❤️❤️
    #10015
    0
  5. #9504 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:49
    ขอบคุณครับ
    #9504
    0
  6. #8531 สายฟ้า ! (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 20:15

    แสดงว่า เอาเข้าจริงๆ เซรอสเก่งกว่า เดลฟิฯเยอะใช่มั้ยอ่ะคับ

    #8531
    1
    • 31 พฤษภาคม 2561 / 17:34
      ตบมังกร ที่ต้องใช้อัศวินศักดิ์สิทธิ์มากกว่า 100 คนสู้ ได้ด้วยตัวคนเดียว คิดว่าไงล่ะ
      #8531-1
  7. #8179 SAMURAI-SAMA (@SAMURAI-SAMA) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 12:55
    ประโยคสุดท้ายคุ้นๆนะ5555
    #8179
    0
  8. #7523 Solojack (@Solojack) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 20:30
    ชอบประโยคสุดท้ายมาก
    #7523
    0
  9. #7121 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:45
    จัดไปหนักๆ
    #7121
    0
  10. #6913 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 16:00
    ลุ่นๆ ฆ่ายันเขียด
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6913
    0
  11. #6658 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 05:27
    เริ่มโชว์เทพแล้วววววว (นิดนึง)
    #6658
    0
  12. #5437 gtc001bt (@gtc001bt) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 20:12
    ลอสวิวสัน ดูแลลูกทั้ง2ดีๆๆนะ
    #5437
    0
  13. #5297 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 00:09
    รอส ปรึกษาผอ.ดิ ว่าทำยังไงให้โชว์เทพแล้วยังอยู่ได้แบบสงบ

    ว่าแต่ ประโยคข้างล่างนี่คุ้นๆนะ รอสมันไปมีลูกสาวตอนไหน
    #5297
    1
    • #5297-1 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 81)
      5 มกราคม 2562 / 17:25
      เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยนะ 5555
      #5297-1
  14. #5273 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 14:22
    ขอบคุณค่ะ รีบมาอัพเร็วๆเน้ออ
    #5273
    0
  15. #5245 BlueStone3369 (@BlueStone3369) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 15:03
    สนุกมากครับผม การอธิบาย การรู้สึก การบรรยายจนเห็นภาพ ทั้งการต่อสู้ ทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน แทบทุกอย่าง อาจจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์เลยด้วย
    ติดตามยาวๆ ^ ^
    #5245
    0
  16. #5191 Thebank43 (@Thebank43) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 21:03
    หนุกๆๆๆๆ
    #5191
    0
  17. #5174 CatGG (@CatGG) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 14:07
    สนุกมากรออ่านต่อไป...
    #5174
    0
  18. #5166 No_nueng (@No_nueng) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 23:10
    มันคืออะไรหรอคะนั้น ยานพาหนะอันนั้น นึกภาพไม่ออกแหะ!?? // รออ่านคร่าาา
    #5166
    0
  19. #5161 Pwarinda (@Pwarinda) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 14:00
    สนุกค่ะ  สำนวนดี  โครงเรื่องดี   ไม่มีสะกดผิดด้วย
    #5161
    0
  20. #5159 AtomieZ (@atom1619) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 13:16
    เครื่องไรง่ะ สิ่งทีอยู่ได้ทั้งบนน้ำและบก..//คิดแปป//ขอบคุณค่า
    #5159
    0
  21. #5153 Area_00 (@Area_00) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 16:48
    สนุกมากค่ะ สู้ๆๆนะคะไรท์
    #5153
    0
  22. #5152 ApinyaRadakon (@ApinyaRadakon) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 11:42
    ขอบตุนมากค่ะที่แต่งให้อ่าน....แอ๋มอ่าน2วันไม่หลับไม่นอนเพื่อที่จะได้ทันไรท์...เนื้อหาสนุกมากบางครั้งยังนั่งขำคนเดียวจนคนในบ้านหาว่าบ้า....สู้ๆนะไรท์นอยุ่นะค่ะ
    #5152
    0
  23. #5151 bule-p (@bule-p) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 08:47
    ขอบคุณค่ะสนุกมาก รออยู่นะคะ
    #5151
    0
  24. #5150 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 08:27
    ขอบคุณครับ
    #5150
    0
  25. #5149 Wut (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 08:05
    รอตอนต่อไปคับ....อย่าหายไปนานนะ
    #5149
    0