ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,258,742 Views

  • 13,683 Comments

  • 22,804 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,220

    Overall
    2,258,742

ตอนที่ 80 : SS2 Episode Twenty : ล่วงรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 784 ครั้ง
    2 ต.ค. 60

SS2 Episode Twenty

 



         โรงเรียนเซเวียร์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาของนักเรียนด้วยแนวทางของตนเองมากกว่าการบังคับให้เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ ในวันที่ไม่มีชั่วโมงเรียนทุกคนจะรวมกลุ่มกันและไปขอคำปรึกษากับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่สนใจคล้ายกับการเป็นชมรมแบบหนึ่ง ซึ่งก็ด้วยความที่ไม่ได้มีงบประมาณมากขนาดนั้นทำให้กิจกรรมพวกนี้เกิดขึ้นไม่มากนัก นักเรียนที่ต้องการพัฒนาความสามารถถึงจะใช้งานสนามฝึกซ้อมได้อย่างอิสระก็ตาม แต่กิจกรรมที่ต้องใช้วัสดุเฉพาะจำเป็นจะต้องจัดหามาด้วยตัวเอง

         ด้วยแนวทางการเรียนการสอนที่ไม่เน้นมาตรฐานนี้เองที่ทำให้เด็กนักเรียนทุกรุ่นไม่อาจต่อสู้ได้กันทุกคน และเกิดเป็นผลลัพธ์ที่ยอดแย่ในการจัดอันดับ แต่กลับสร้างบุคลากรที่เชี่ยวชาญขึ้นมาได้เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยวงเวท การปรุงยา การสร้างเมจิกไอเทม

         แต่เมื่อต้องเปลี่ยนมาเป็นการบังคับให้ต้องอยู่ในมาตรฐานสากล เวลาว่างของนักเรียนส่วนใหญ่จึงกลายเป็นการฝึกฝนภายใต้รูปแบบการฝึกของทหาร ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือนักเรียนมีศักยภาพในการต่อสู้เพิ่มขึ้น แต่กลับไม่มีการพัฒนาด้านงานวิจัยใดๆ ออกมาเลย ทั้งที่ก่อนจะเข้าฤดูหนาวจะต้องมีการส่งรายงานผลลัพธ์ของการรวมกลุ่มภายใต้การชี้แนะของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญมาบ้างแล้ว

         ด้วยผลลัพธ์นี้เองทำให้อินโนเซนเทียร์ชักหน้าไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนภายใต้การรับผิดชอบของเธอ ความมุ่งหวังในฐานะของผู้อำนวยการก็คืออยากเห็นการพัฒนาของนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสิ่งเล็กๆ น้อยๆ หรือการคิดค้นสิ่งแปลกใหม่ที่น่าสนใจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นโพชั่นที่ปัจจุบันได้รับความนิยมในกลุ่มคนนั้นก็มาจากผลงานการวิจัยของนักเรียนเซเวียร์ทั้งสิ้น และมันได้ถูกส่งมอบความรู้นี้ให้กับหน่วยงานภาครัฐเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป --- ถึงจะไม่ปลื้มสักเท่าไหร่ที่มันกลายเป็นแบบนี้ แต่มันก็เป็นการตัดสินใจของนักเรียนเอง ---

         ฉะนั้นตอนที่เดลฟีโอน่ามาพบและได้เห็นใบหน้าที่ราวกับจะทำลายสิ่งรบกวนไปให้หมดก็พลันรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาทันที นิสัยที่เอาใจได้ยากต่อให้ตอนนี้เดลฟีโอน่าหาซื้อของกำนัลมามอบให้ได้หลายสิบเกวียนก็ไม่อาจจะบรรเทาอารมณ์หงุดหงิดของอินโนเซนเทียร์ลงได้

         โชคดีที่อินโนเซนเทียร์ไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลถึงขนาดไม่รับฟังเรื่องราวความเป็นมา ในฐานะการเป็นผู้อำนวยการย่อมให้ความสำคัญกับการพัฒนาของนักเรียนภายใต้ความดูแลเป็นสำคัญ เธอยอมรับความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เพราะมันทำให้พวกเด็กๆ มีกำลังใจที่จะพัฒนาตัวเองในด้านการต่อสู้ แต่ก็ได้ตำหนิเรื่องที่ไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีเวลาในการทำกิจกรรมด้านที่สนใจเลย

         เดลฟีโอน่าถอนหายใจยาวและรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับภาระที่หนักอึ้ง สำหรับโรงเรียนอื่นคงไม่มีปัญหาเพราะทางนั้นมีอำนาจเต็มในการจัดรูปแบบการเรียนการสอน เคยได้มีโอกาสไปเยือนที่โรงเรียนที่มีอันดับใกล้เคียงกันพบว่าตอนนี้ทุกคนได้รับการฝึกหนักราวกับเป็นทหารอาสาสมัครและมีคนที่พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นความคาดหวังของประเทศไปแล้ว เมื่อหันกลับมามองโรงเรียนเซเวียร์ที่ทำอะไรได้ไม่มากนักกลับรู้สึกท้อแท้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

         “ท่านลิลิธช่างเอาใจยากเสียเหลือเกิน”

         ต่อหน้าอินโนเซนเทียร์แล้ว ตำแหน่งของเธอไม่มีคุณค่าใดๆ ไม่แม้แต่จะมีอำนาจในการออกคำสั่งเพื่อแก้ไขให้เป็นไปตามที่ต้องการ ทุกอย่างจะต้องทำภายใต้กรอบข้อจำกัดที่กำหนดซึ่งมันเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเป็นครูสอนนักเรียน

         “เนื่องจากท่านลิลิธอยู่มาหลายยุคหลายสมัยย่อมต้องเคยเห็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของมนุษย์ และเพื่อการนั้นท่านจึงต้องการจะเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพื่อการเพาะสร้างสุดยอดนักรบที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นเหล่าผู้คนที่สามารถผลักดันให้มนุษย์ก้าวไปต่อได้ หากท่านเดลฟีโอน่าลองไตร่ตรองดูสักนิดจะพบว่าบุคคลที่จบการศึกษาจากที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นนักวิชาการเวทมนตร์ หรือคิดค้นสิ่งแปลกใหม่เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่นอุปกรณ์การตรวจวัดปริมาณเวทมนตร์” รองผู้อำนวยการริซาน่าอธิบายขณะเดินเคียงคู่ไปกับเดลฟีโอน่า

         พอลองคิดดูเดลฟีโอน่าก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากนัก รู้เพียงแค่ว่าตอนสมัยที่เธอเริ่มเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนอัศวิน อุปกรณ์ตัวนี้ก็มีการใช้งานมายาวนานกว่าสามสิบปีแล้ว พอทราบว่ามันเป็นผลงานของอดีตนักเรียนในโรงเรียนเซเวียร์ก็อดรู้สึกทึ่งไม่ได้ และไหนจะข่าวลือเกี่ยวกับโพชั่นที่มีผู้เชี่ยวชาญคิดค้นได้ก็เคยเป็นนักเรียนโรงเรียนเซเวียร์ทั้งสิ้น

         “ท่านลิลิธน่ะหรือ”

         “อาจจะใช่” ริซาน่าไม่อาจยืนยันได้เต็มเสียง “ข้าขอส่งท่านเพียงเท่านี้”

         เดลฟีโอน่าเดินแยกตัวออกมาและครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขในการฝึกสอนของเธอ การเปลี่ยนตารางสอนตามใจชอบนั้นไม่อาจทำได้เพราะมันจะทำให้กำหนดการต่างๆ รวนไปหมด มีเพียงการปรับแก้ไขหลักสูตรระหว่างเรียนเท่านั้น

         มันเป็นช่วงเวลาพักเที่ยงที่เด็กส่วนใหญ่จะออกมาอยู่ตามทางเดินจับกลุ่มพูดคุยกันถึงสิ่งที่ได้เรียนไป เมื่อพวกเขาเห็นเดลฟีโอน่าเดินมาก็พลันตอบสนองและแสดงความเคารพอย่างรวดเร็ว มันคงจะรู้สึกดีกว่านี้มากถ้าพวกเขาแสดงความเคารพต่อตัวครูผู้สอนท่านอื่นด้วย บอกให้ทุกคนทำตัวตามสบายแต่เดลฟีโอน่ากลับครุ่นคิดถึงวิธีแก้ปัญหาการเรียนการสอนที่จะต้องทำให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น รู้สึกตัวอีกทีก็เดินมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นชินเสียแล้ว

         เดลฟีโอน่าไม่เคยได้มีโอกาสสำรวจโรงเรียนโดยละเอียด แต่ก็พอจะรู้ได้ว่าเธออยู่ในส่วนของหลังโรงเรียนที่เงียบสงบ มีเรือนสีขาวที่สร้างขึ้นเพื่อเพาะพันธุ์พืชสำหรับนำมาใช้ประกอบการศึกษาอยู่ ถึงอย่างนั้นก็เป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีนักเรียนมากันสักเท่าไหร่ ไม่ได้หมายความว่ามันแย่ แต่เพราะมันไม่มีอะไรเลยจึงมักจะเป็นที่ที่พวกรักความสงบจะมาพักผ่อนกัน

         มีนักเรียนอยู่ด้วยงั้นรึ

         ไม่ใช่เรื่องที่เดลฟีโอน่าจะต้องใส่ใจว่ามีนักเรียนอยู่หรือไม่ แต่ที่รู้สึกแปลกก็เป็นเพราะภาษาที่ได้ยินนั้นเป็นภาษาต่างเผ่า ฟังจากคำศัพท์ที่ใช้ก็รู้ว่ามันเป็นภาษาเอลฟ์ เดลฟีโอน่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาต่างเผ่าพันธุ์จึงไม่รู้ว่าบทสนทนานี้มันเกี่ยวข้องกับอะไรกันแน่ จึงเดินตามไปดูด้วยตาของตัวเอง

         สิ่งที่เห็นก็คือเด็กนักเรียนชายคนหนึ่ง จำได้ว่าเป็นคนของตระกูลแอชเชอร์ ชื่อเซรอส ในการทดสอบศักยภาพเบื้องต้นพบว่ามีผลประเมินอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนไปทางต่ำ และในการฝึกจำลองการต่อสู้ถึงจะยื้อคู่ต่อสู้ได้นานหลายนาทีแต่สุดท้ายก็ตกรอบไป เด็กนักเรียนหญิงเผ่าเอลฟ์ที่มีผลการประเมินด้านเวทมนตร์เป็นเลิศ กับมนุษย์สัตว์สายพันธุ์กระต่ายขาวที่คอยป่วนชั่วโมงเรียนอยู่ตลอดจนโดนไล่ให้ไปทำงานจิปาถะแทน

         เด็กผู้หญิงเอลฟ์ถืออาวุธมีคมเป็นมีดสั้นและเข้าจู่โจมนักเรียนชายที่ชื่อเซรอสเหมือนต้องการจะฆ่าให้ตาย ตั้งใจว่าจะออกไปห้ามเพราะคิดว่าทั้งสองคนทะเลาะกันถึงขั้นรุนแรง แต่ก่อนที่จะได้เปล่งเสียงร้องห้ามก็เห็นว่าเป็นเซรอสที่หลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว ผลสรุปแพ้ชนะเกิดขึ้นในชั่วอึดใจเดียว มีดเล่มนั้นถูกปลดออกและเด็กหญิงเอลฟ์ถูกจับกุมเอาไว้ได้

         เดลฟีโอน่าตื่นตะลึงเมื่อได้เห็นการเคลื่อนไหวนั่น ไม่มีทีท่าว่าจะใช้เวทมนตร์ช่วยแต่กลับหมุนตัวสลับไปอยู่ด้านหลังได้ในชั่วพริบตา การเคลื่อนไหวนั้นถูกสลักลึกเข้าไปในความทรงจำของเธอ เพราะคิดว่าสิ่งนี้อาจจะมีประโยชน์กับการต่อสู้ในภายภาคหน้าก็ได้

         “ฟรานแพ้อีกแล้วเจ้าค่ะ”

         “อีกรอบ”

         “ต่อให้ลองอีกรอบผลลัพธ์มันก็เหมือนเดิม ที่อยากจะบอกก็คือฟรานยังไม่มีพื้นฐานของการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง จริงอยู่ที่ตอนนี้เริ่มจับทางการเคลื่อนไหวของฉันได้บ้างแล้ว เก่งมากเลยฟราน”

         คำพูดที่ยืดยาวของเซรอสนั้นเดลฟีโอน่าไม่อาจจับใจความได้นอกไปจากชื่อเรียก ฟราน เท่านั้น ถึงอย่างนั้นความสนใจของเธอกลับไปอยู่ที่ตัวของเซรอสมากกว่าบทสนทนา ตอนนั้นเธอก็อยู่ในการประเมินด้วยเพื่อทำให้เด็กนักเรียนทุกคนแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ เซรอสเป็นคนเดียวที่ดูไม่มีความกระตือรือร้นแต่กลับรับมือการโจมตีที่ดุดัน --- หรืออาจจะต้องบอกว่าสามารถล้มเด็กวัยเดียวกันลงได้ในการสะบัดดาบไม่กี่ครั้ง --- ได้และพ่ายแพ้เพียงก้าวออกจากสนามประลอง ครั้งนั้นเธอให้ความสนใจในวิชาดาบของนักเรียนชายอีกคนจึงไม่ได้สนใจคนที่แพ้สักเท่าไหร่

         ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวแต่ก็เคยเห็นในการฝึกซ้อมอยู่หลายครั้งจนพอจะจำได้ว่าเป็นคนที่ไร้ความกระตือรือร้น ถึงจะให้ความร่วมมือในการฝึกซ้อมเป็นอย่างดี ไม่สร้างความวุ่นวาย ทำตัวดูกลมกลืนจนมักจะถูกมองข้ามไปหลายครั้ง เดลฟีโอน่าไม่ใช่อัศวินศักดิ์สิทธิ์มือใหม่ แต่มีประสบการณ์ในการฝึกอัศวินรุ่นใหม่หลายรุ่นแล้วย่อมต้องมองออกว่าใครมีศักยภาพมากน้อยเพียงใด แต่ในกรณีของเซรอสเธอแทบจะไม่เห็นข้อดีอะไรเลย

         สัญชาตญาณของผู้หญิงมันแรงเสมอ

         ครั้งนี้เท่านั้นที่เธอเกิดคิดว่า นั่นอาจจะไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่แท้จริง ในสนามรบของจริงไม่ได้เน้นในเรื่องของการต่อสู้ตัวต่อตัวหรือมีกฎข้อห้ามที่เคร่งครัด หากพลาดก็เท่ากับความตาย เธอคิดว่าเซรอสน่าจะเป็นเด็กคนหนึ่งที่มองความจริงเรื่องนี้ออกแต่ก็ไม่เคยแสดงความคิดเห็นขัดแย้งออกมา

         “เซรอสช่วยสอนการเคลื่อนไหวแบบนั้นให้ฟรานหน่อยได้ไหม”

         “ได้สิ แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้เพราะพวกเราถูกเฝ้ามองอยู่”

         รับรู้ได้ทันทีว่าเซรอสรู้ว่าเธอยืนอยู่ตรงนี้ เขาหันมามองยังทิศทางที่เธออยู่ เรื่องน่าแปลกก็คงจะเป็นการที่เขารู้ตัวตอนที่ถูกเฝ้ามองอยู่ ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เด็กเรียนปีหนึ่งจะรับรู้ตัวตนของเธอได้ พอกระต่ายขาวที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบกระวีกระวาดเก็บของทั้งหมดอย่างรวดเร็วและปิดปากตัวเองแน่นไม่ให้พูดอะไรออกมา มองยังไงก็เห็นว่าเป็นพิรุธชัดๆ ก่อนที่เซรอสจะกลับมาใช้ภาษาปกติอีกครั้ง

         “ทราบหรือเปล่าครับว่าพรานล่าสัตว์นั้นมักจะต้องใช้ประสาทรับฟังเสียงโดยรอบและแยกแยะมันออกมาเพื่อรับรู้อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะที่รับมือได้ ผมได้ยินเสียงฝีเท้ากับเสียงเกราะกระทบกันตอนเคลื่อนไหว สถานที่แบบนี้ไม่เคยมีอัศวินหรือนักรบเกราะเหล็กเดินมาอยู่แล้ว และท่านเองก็ไม่ได้ระมัดระวังเรื่องที่ตอนนี้ท่านอยู่เหนือลมเลยมีกลิ่นของเครื่องสำอางกับแชมพูสำหรับผู้หญิงลอยมาด้วย อัศวินหญิงที่สวมเกราะไปไหนมาไหนก็คงจะมีแต่ท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์เดลฟีโอน่า”

         อันที่จริงชุดของเดลฟีโอน่าไม่ได้หมายถึงเกราะที่เป็นเหล็กทั้งตัว แต่เป็นชุดที่ยัดแผ่นเหล็กลงไปเพื่อทำเป็นเกราะเบาสำหรับใส่ดำเนินกิจกรรมทั่วไป ไม่ใช่ชุดเกราะอย่างเป็นทางการ เหมาะสำหรับใช้การฝึกซ้อมเล็กๆ หรือป้องกันตัวจากอาวุธจำพวกมีดพก และดาบสับกระแทกได้ แต่ก็ไม่ใช่ชุดที่จะมีเสียงดังมากขนาดได้ยิน

         “พรานยังงั้นรึ?” เดลฟีโอน่าก้าวออกมา ไม่เชื่อในสิ่งที่เซรอสแก้ตัวเรื่องที่รู้ว่าเธอเฝ้ามองอยู่

         เซรอสแสดงความเคารพแบบทหารตามที่ฝึกมาด้วยกิริยาที่นอบน้อม แต่ซาริกับฟรานไม่ได้ทำแบบนั้นจนดูเป็นการเสียมารยาท โชคดีที่เดลฟีโอน่าไม่สนใจและมองข้ามมันไป

         “แต่ทำไมข้าถึงไม่เห็นแบบนั้น เจ้ามีความสามารถที่ไม่เลวเลยนะรู้ไหม”

         “ก็แค่ทักษะเล็กๆ น้อยๆ ไม่ควรค่าแก่การถูกชื่นชม”

         “ถ่อมตัวมากไประวังเจ้าจะถูกรังเกียจเอาได้ง่ายๆ ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทั้งที่เจ้ามีโอกาสจะได้สร้างชื่อเสียงให้กับวงศ์ตระกูล ยกระดับฐานะของตนเองกลายเป็นบุคคลที่มีแต่คนนับหน้าถือตา เจ้ายังเลือกที่จะปฏิเสธมันและแสร้งทำตัวเป็นคนอ่อนแอ”

         “คนเราย่อมมีมุมมองที่แตกต่างกันครับท่านเดลฟีโอน่า สำหรับผมแล้วไม่มีความต้องการชื่อเสียงหรือยกระดับฐานะของตัวเองเลยด้วยซ้ำ ท่านคิดว่าการตอบแทนด้วยสิ่งเหล่านั้นจะช่วยให้ชีวิตมีความสุขอย่างนั้นหรือครับ คิดผิดแล้วล่ะ มันจะกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งในภายภาคหน้า ท่านสามารถหาอาหารป่าได้มากเท่าที่ต้องการ แต่เมื่อมาถึงช่วงหนึ่งที่ท่านขาดแคลนอาหารอย่างมากกลับไม่สามารถหามันได้จากสถานที่ใกล้ๆ ที่อยากจะบอกก็คือ เมื่อมีเรื่องดีก็ย่อมมีเรื่องร้ายตามมาเช่นกัน”

         ลองคิดตามเหตุผลกลับฟังขึ้นจนเถียงไม่ออก ในอดีตเดลฟีโอน่ามุ่งหวังสู่การเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่จะหลีกหนีจากภาระที่สมควรในฐานะที่เป็นบุตรสาวของตระกูลเอเชอวาเรียน ผ่านความยากลำบากนานัปการจนในที่สุดก็ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในอัศวินศักดิ์สิทธิ์ มันช่วยให้เธอรอดพ้นจากภาระที่ต้องแต่งงานไปได้ แต่ก็ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งของประเทศเอาไว้ด้วยชีวิต ทำให้ต้องดิ้นรนฝึกฝนตัวเองอย่างต่อเนื่องไม่อาจหยุดความแข็งแกร่งไว้เพียงเท่านี้ได้

         เดลฟีโอน่าไม่ได้รู้จักหรือพูดคุยกับนักเรียนจึงไม่อาจรู้จักนิสัยใจคอได้อย่างถ่องแท้ และเธอไม่เคยเข้าไปสอนอย่างจริงจังทำได้เพียงแค่ยืนมองจากที่ไกลๆ เพื่อกดดันให้ทุกคนเอาจริงเอาจังในการซ้อม แต่คิดว่าเซรอสที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้จะต้องเป็น ตัวจริง ที่มีความสามารถสูงในแบบที่ไม่คิดจะเปิดเผยมันออกมาเพื่อซ่อนตัว และมันก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่มักจะเจอกันอยู่บ่อยๆ อย่างเหล่าลูกหลานคนสำคัญที่ปลอมตัวมาเพื่อเข้าเรียน ทั้งที่มีความสามารถสูงส่งจนคนอื่นเทียบไม่ได้

         “แล้วเจ้าคือ?” คำถามที่ถามออกไปนั้นเป็นการใช้อำนาจของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ซึ่งนอกจากคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าเธอแล้วจะไม่มีใครปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้

         “ผมเซรอส แอชเชอร์ครับ”

         “มารยาทที่แสดงออกมา ข้าไม่เห็นว่าเจ้าจะมีบุคลิกเหมือนพรานป่า”

         “ไม่ใช่พรานป่าทุกคนจะมีนิสัยหยาบคายต่อบุคคลอื่นหรอกนะครับ”

         “ดูเหมือนจะถนัดการพูดจากลบเกลื่อนเสียด้วย” เดลฟีโอน่าใช้ความคิดแล้วพูดต่อว่า “ดูจากเครื่องแบบแล้วเจ้าเป็นนักเรียนสาขานักรบ ชั้นปี 1 สินะ ข้าอยากจะเห็นความสามารถที่ซ่อนเร้นของเจ้า ข้าเชื่อในสายตาของตัวเองว่าเจ้ามีความสามารถ”

 

         รอจนเดลฟีโอน่าเดินจากไป เซรอสรู้สึกเหนื่อยใจและอยากจะหนีเรียนในวันนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ความสะเพร่าเพียงอย่างเดียวก็คือการที่เขาไม่รู้ว่ามีคนมาดูในการฝึกซ้อมให้กับฟรานที่คะยั้นคะยออยากให้ฝึกต่อสู้ระยะประชิดให้คุ้นชิน ใจหนึ่งก็ชื่นชมว่าเป็นคนที่มีสายตาไม่เลว แค่เห็นเทคนิคการวางเท้าที่เป็นศิลปะการต่อสู้ก็รู้ได้ทันทีว่าเขามีความสามารถ ทั้งที่มันเป็นแค่ทักษะพื้นฐานของการต่อสู้ระยะประชิดเท่านั้น แต่จะว่าไปแล้วในโลกนี้ยังไม่มีการคิดค้นศาสตร์หรือเทคนิคแบบนี้ออกมาให้เห็น

         “แย่เหรอ?” ฟรานเข้าใจความรู้สึกของเซรอสขึ้นมานิดหน่อยเลยเดินเข้ามาจับมือ

         “น่ารำคาญมากกว่า”

         เซรอสตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตในฐานะนักเรียนคนหนึ่ง แต่จะไม่แข่งขันกับเด็กคนอื่นหรือแสดงความเก่งกาจออกมา พูดได้เลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น เซรอสได้ใช้เวลาที่นี่หลายครั้งจนมั่นใจแล้วว่าจะไม่มีใครเข้ามารบกวนในช่วงพักเที่ยงของพวกเขา กลายเป็นว่าครั้งนี้มันเกิดผิดพลาดตรงที่คนมาเห็นคือเดลฟีโอน่าซึ่งมีประสบการณ์ในการทำสงครามน่าจะมากพอดู

         “ทำไมเหรอเจ้าคะ มีคนชื่นชมก็เป็นเรื่องดีออก”

         “แต่มันก็ตามมาด้วยปัญหาต่างๆ มากมายนั่นล่ะนะ” เซรอสตอบ ทำใจได้แล้วว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แค่ต้องไม่แสดงความลับของตัวเองออกมาให้มากนัก

         อย่างน้อยในตอนนี้ก็มีเพียงความลับที่ว่าตัวเซรอสมีประสบการณ์ในการต่อสู้จริงที่ถูกเปิดเผยออกมาเท่านั้น สถานะนักฆ่าของเขายังไม่ถูกเปิดเผยซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดี มันอันตรายมากหากถูกเปิดเผยและซาริกับฟรานจะถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย เมื่อถึงตอนนั้นก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากยอมถอนตัวจากโรงเรียนนี้และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

 

         หมดช่วงพักเที่ยง เซรอสกับซาริมุ่งหน้าไปรวมกลุ่มกันที่สนามฝึกซ้อมและสังเกตเห็นว่านักเรียนทุกคนดูมีความกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษ ตรงหน้าแถวหน้ากระดานมีอัศวินยืนเรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อย และข้างหน้านั้นก็คือเดลฟีโอน่าที่มาชมการสอนด้วยตัวเอง ก่อนที่หนึ่งในอัศวินจะออกมาสั่งให้พวกนักเรียนจัดแถว อีกทั้งยังบอกให้ซาริไปจัดเตรียมอุปกรณ์ฝึกซ้อมให้เรียบร้อย ตอนนั้นเซรอสรู้สึกได้ว่ากำลังถูกมองอยู่แต่ทำเป็นไม่สนใจ

         เซรอสมีกฎอยู่ว่าจะไม่ทำให้ตัวเองดูโดดเด่น แต่ในบางครั้งการไหลไปตามสถานการณ์ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวนัก ยิ่งปกปิดจะยิ่งทำให้เหตุการณ์มันเลวร้ายจนยากจะแก้ไขได้ ถึงผลลัพธ์ที่ตามมาจะกลายเป็นว่าเขาถูกจับตามองก็ตาม แต่คิดว่าจะทำให้ดูเก่งขึ้นกว่าเด็กนักเรียนทั่วไปก็คงจะปกปิดความแข็งแกร่งนี้ได้ โชคดีที่เซรอสเคยคิดเผื่อถึงเรื่องนี้เลยสร้างพื้นเพตัวเองให้เป็นพรานป่าจริงๆ ต่อให้สืบจากแบบฟอร์มก็จะรู้ว่าเซรอสใช้ชีวิตในฐานะของพรานอยู่ในป่า

         การฝึกกับอัศวินที่มากประสบการณ์จะใช้วิธีเข้าแถวเรียงกันไป มีทั้งสิ้นหกสนามประลอง หากสนามไหนแพ้ก็จะมีนักเรียนคนใหม่เข้าไปแทนที่ ในการฝึกแบบนี้ปกติแล้วเซรอสจะแสร้งทำเป็นต่อสู้จริงจังและใช้การวิธีการที่ค่อนข้างจะผิดไปสักหน่อยจนโดนตำหนิจากครูฝึกและจากนั้นจึงแกล้งแพ้แบบไม่ให้ผิดสังเกต นอกจากนี้ยังพยายามจะไม่เลือกการเข้าไปเป็นคนกลุ่มแรกที่อวดอ้างและอยากจะแสดงฝีมือให้เห็น แต่จะอยู่ในกลุ่มกลางๆ ที่เป็นกลุ่มลังเลในฝีมือ

         ไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นักเรียนทุกคนที่ขึ้นไปยืนอยู่บนนั้นจะได้รับบทเรียนในระดับที่เท่ากัน เด็กผู้หญิงคนหนึ่งล้มก้นจ้ำเบ้าอย่างแรง เด็กผู้ชายบางคนถูกฟาดกระเด็น เซรอสรู้สึกว่าครั้งนี้พวกอัศวินดูฮึกเหิมพอๆ กับเด็กนักเรียนที่ยังไม่ยอมแพ้ ด้วยเงื่อนไขที่ว่าหากสามารถปลดอาวุธของอัศวินลงได้ให้ถือว่าชนะ ก็เลยมีการงัดลูกไม้และไพ่ตายที่ซุ่มฝึกซ้อมมากันเป็นอย่างดี

         ไรอัส มาติอัส คือนักเรียนที่มักจะแสดงนิสัยเย่อหยิ่งออกมา และเป็นคนแรกที่ใช้ศิลปะเวทได้คล่องแคล่ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะต้องให้ตัวเองเด่นที่สุด ในการประลองต่อหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็เปิดเผยเวทมนตร์ไร้ร่ายออกมาเป็นการยิงลูกไฟออกมาเพื่อดึงความสนใจ และพุ่งเข้าปะทะกับอัศวิน ลูกเล่นแบบนี้ค่อนข้างจะหายากในหมู่นักเรียน ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้รับเสียงวิจารณ์จากเพื่อนนักเรียนในทำนองที่ว่า อิจฉาตาร้อน กับการพัฒนาที่รวดเร็วนี้

         นอกจากนี้ก็ยังมีนักเรียนหญิง เลธิเซีย เคอร์ริช อีกคนหนึ่งที่ได้รับฉายาจากเพื่อนในห้องว่าเป็น เจ้าหญิงดาบสามารถสู้เสมอกับอัศวินได้ ถ้านับความสามารถแล้วเหนือกว่าไรอัสหนึ่งขั้นโดยเฉพาะด้านเทคนิคดาบที่ผ่านการขัดเกลา จำได้ว่าก่อนที่จะกลับบ้านเลธิเซียมักจะฝึกซ้อมคนเดียวเสมอ เธอเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงออกถึงการเหยียดหยามเลยมีมิตรเป็นเพื่อนทั้งมนุษย์และมนุษย์สัตว์ กับเซรอสก็เคยพูดคุยกันอยู่สองสามครั้ง แต่ไม่ถึงกับพูดคุยกันทุกเรื่อง

         หลักๆ แล้วบุคคลที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งกาจที่สุดในสาขานักรบจะมีกันอยู่ถึงสองคนนั่นคือ ไรอัส กับ เลธิเซีย ส่วนมนุษย์สัตว์ก็พอจะมีคนที่เก่งอยู่แต่พวกเขาเหล่านั้นยังใช้ศิลปะเวทกันไม่ชำนาญนัก ส่วนมากเลยจะเป็นการใช้กำลังในฐานะมนุษย์สัตว์ทำให้พอจะเทียบเคียงกันได้บ้าง เมื่อก็ตามที่พวกเขาใช้ศิลปะเวทได้คล่องแคล่วก็อาจจะก้าวข้ามทั้งสองคนนั้นไปได้อย่างแน่นอน

         นอกจากสองคนที่กล่าวไปนั้นจะสามารถปลดอาวุธของอัศวินลงได้แล้ว เด็กนักเรียนส่วนใหญ่จะทำได้แค่การบุกที่ไร้แบบแผน อาจเพราะตื่นเต้นมากเกินไปจนกลายเป็นลนลาน บางคนก็เผลอทำดาบหลุดมือ บางคนก็ก้าวพลาดจนหกล้ม ผ่านไปหลายคนเข้าก็มาถึงรอบของเซรอสที่จะต้องขึ้นต่อจากนี้ เขาสวมเสื้อเกราะและรับอาวุธจำลองมาจากซาริ กวัดแกว่งเพื่อยืดเส้นสายสักพักก่อนจะเดินขึ้นไปยังสนามประลองที่ว่างอยู่

         และในตอนนั้นเองที่เดลฟีโอน่ามีการเคลื่อนไหวคล้ายว่าจะรอให้มันเกิดมาได้พักใหญ่แล้ว เธอมุ่งหน้าไปยังสนามประลองของเซรอสและกล่าวกับอัศวินที่รับหน้าที่เพื่อเปลี่ยนตัวกัน โดยบอกเพียงแค่ว่าอยากจะขอทดสอบดูความสามารถ และไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ที่ได้รับเกียรตินั้น อย่างไรก็ตามตอนนี้เซรอสกลายเป็นที่น่าจับตามองเป็นที่สุด โดยเฉพาะนักเรียนหลายคนอยากจะเห็นความพ่ายแพ้แบบหมดสภาพของเขาด้วย

         “อย่าได้กังวล บุกเข้ามาได้เลย”

         “เข้าใจแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นขอความกรุณาด้วย”

         เซรอสตัดสินใจว่าจะยอมเล่นด้วยก็แล้วกัน ถึงอย่างนั้นผลลัพธ์ของการประลองครั้งนี้ก็ถูกกำหนดเอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว





เคยบอกแล้วนะว่าผมไม่ได้อะไรจากพวกคุณเลย คิดว่าผมสังเคราะห์แสงได้หรือยังไง

พิมพ์ให้อ่านแบบไม่คิดเงินยังโดนขนาดนี้ ชักเบื่อแล้วเหมือนกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 784 ครั้ง

388 ความคิดเห็น

  1. #12451 taninbanyaem1105 (@taninbanyaem1105) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 22:50

    คนอ่านมันคนละแนว แล้วจะสนุกได้ไง ถ้าไม่ถูกใจเชิญไปอ่านแนวสีม่วงสิ แต่เราขอบอกว่า สนุกมากกกกกกกกกกกก
    #12451
    0
  2. #11379 aphisit14 (@aphisit14) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 12:21
    อยู่ไหนก็มีเรื่อง..
    #11379
    0
  3. #10897 น้ำชา1243 (@ayanokira) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 23:40
    ใช่ค่ะไรต์ไม่มีคอโลฟิวส์นะคะจะได้สังเคราะห์ด้วยแสงได้ อย่าสนใจพวกปากหอยปากปูเลยคะ แต่งนิยายมันยากมากนะรู้ไหมกว่าจะเค้นสมองคิดได้ยาวขนาดนี้ ฉันยังเขียนได้แค่2-3ตอนก็เริ่มตันแล้วว
    #10897
    0
  4. #10770 wewa_warit (@wewa_warit) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 22:10
    สู้ๆค่ะ...ตามอ่านต่อไป..เป็นเรื่องแรกเลยที่เราซื้อเหรียญมาอ่าน
    #10770
    0
  5. #10014 ปาร์ค ชานส้ม (@kcegalaxy) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 11:10
    ขอบคุณค่า สนุกมากเลย
    #10014
    0
  6. #9503 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:32
    ขอบคุณครับ
    #9503
    0
  7. #8521 Chalat Wongsanguan (@chalatw) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 14:26
    อ่านถึงตอนนี้ ต้องบอกว่านิยายคุณสนุก และอ่านลื่นไหลเป็นธรรมชาติ เห็นภาพมากครับ เข้าใจว่ามีนักอ่านบางคนติติง นั่นแสดงว่าเขา อิน และติดตามจริงจังครับ สรุปว่า นักเขียนมือระดับธรรมดาทำไม่ได้..... สุดยอดครับ
    #8521
    0
  8. #8428 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 16:53
    ความจริงเเล้วเรื่องนี้ค่อนข้างสนุกมากท่ามีการตีพิมน่าจะขายได้นะครับ^-^
    #8428
    0
  9. #8178 cherry2012 (@cherry2012) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 12:44
    โอ๊ยไรท์สังเคราะแสงไปอีก ฮ่าๆๆๆ สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้:))
    #8178
    0
  10. #8177 SAMURAI-SAMA (@SAMURAI-SAMA) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 12:33
    สู้ๆครับผม
    #8177
    0
  11. #8012 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 21:25
    อ่านเพลินมากค่ะ​ ชอบความชิวๆ
    แต่รอบครอบในการใช้ชีวิต
    ขอบคุณคนเขียนมากค่ะ
    #8012
    0
  12. #7803 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 11:59
    ขอบคุณครับ
    #7803
    0
  13. #7120 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:06
    เปิดตัวเทพๆเลยนะท่านเซรอส
    #7120
    0
  14. #6912 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 15:39
    กราบขอร้องนักอ่านทุกท่านนะ ถ้าจะติชมว่าไปอย่าง แต่มานิสัยบ้างอย่างก้เกินไป

    อย่าทำแบบนั้นจริงๆเลยท่าน(นักเขียน) ผมใจขาดแน่ๆ

    เอาจริงๆถ้าออกรูปเล่มสอยมาโพ๊สลงให้ดูเลย

    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6912
    0
  15. #6706 Woukio (@Woukio) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 01:09
    ไรท์ครับ นิยายเรื่องนี้ผมชอบมากเลยครับ เพราะมันมีความสนุกอยู่ในตัวของมัน ปล.ผมอธิบายไม่เก่ง
    ทำต่อไปน่ะครับผมชอบมาก
    #6706
    0
  16. #6657 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 04:20
    บางทีที่มีติๆกันอาจจะอินไปนิด ถ้านิยายไม่สนุกก็คงไม่อินหรอกค่ะ สู้ๆงับบบบบ
    #6657
    0
  17. #6630 niramanz (@niramanz) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 18:55
    ผมขอบคุณ ไรท์เตอร์
    #6630
    0
  18. #6102 yodtoey2 (@yodtoey2) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 11:26
    เซรอสสู้ๆเซรอสสู้ตายขี่กระต่ายชนตู้
    #6102
    0
  19. #5435 Dumb Onion (@0nion) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 17:51
    สู้ๆนะครับ ทำตัวเหมือนเซรอสไรท์ ?เซรอทมีความเป็นผู้ใหญ่พอที่จะไม่เก็บเรื่องพวกนี้มาใส่ใจ? 5555555555 เป็นกำลังใจให้ครับ นิยายสนุกดี แค่อย่าทิ้งกันก็พอ ^^!
    #5435
    0
  20. #5322 Chayathat Pruksacheva (@leao) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 13:13
    ขอบคุณครับ น่าแสดงฝีมือให้ทึ่งซะบ้าง อิอิ :)
    #5322
    0
  21. #5321 Berry Eve (@berryeve) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 08:10
    ใจเย็นไรท์ อย่าไปสนใจ สู้ๆ
    #5321
    0
  22. #5318 game00919 (@game00919) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 00:24
    สนุกมากกกครับบบ
    #5318
    0
  23. #5313 ที่แปด (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 06:17
    "คิดว่าผมสังเคราะห์แสงได้หรือยังไง" ...โดนใจมาก เอาไป 5 ดาวเลย 5555
    #5313
    0
  24. #5270 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 11:41
    ขอบคุณค่ะ สนุกมากเลยค่ะ อยากให้เขียนไปนานๆเลย เราชอบแบบเรื่อยๆ ดูพัฒนาการของตัวละคร ความรุสึก ระดับที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เปนกำลังใจให้นะคะ อย่าทิ้งเรื่องนี้นะคะ
    #5270
    0
  25. #5265 KongKitti (@KongKitti) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 08:23
    คนติดตามเยอะเยาะคับ อย่าเอาพวกสมองหมาปัญญาควายหลอกคับพวกนี้ดีแต่คอยด่าเขาไปทั่ว ถ้าแน่จิงพวกมืงไม่แต่งนิยายเองเลยละ
    #5265
    0