ตอนที่ 8 : Episode Seven : ให้ความช่วยเหลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39784
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 966 ครั้ง
    9 มี.ค. 60

Episode Seven

 



        "ท่านเซรอส ได้เวลาเปลี่ยนหน้าที่กันแล้วเจ้าค่ะ"

        "ถึงเวลาแล้วงั้นเหรอ" พูดพลางบิดขี้เกียจเล็กน้อยและลุกเปลี่ยนที่

        อุปสรรคที่น่ากลัวอย่างหมีหิมะตอนนี้มันได้กลายเป็นอาหารยามฉุกเฉินกับสินค้าไว้ขายแล้ว หนังหมีหิมะสภาพดีนั้นไม่ได้มีออกมาขายกันบ่อยๆ เซรอสยังจำสภาพของหมีที่ถูกนักผจญภัยแรงค์ C จัดการได้อยู่ ก็ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมถึงมีความต้องการสูงซะขนาดนั้น

        เซรอสนำไวโอลินออกมาเล่นเพลงต่างๆ มากมาย เปลี่ยนบรรยากาศที่แสนอื้ออึงเป็นความครื้นเครงที่แม้แต่ซาริยังต้องขยับศีรษะตาม ได้แต่ถามว่ามันเป็นเพลงของอะไรเซรอสได้ยินดังนั้นก็นึกสนุกเลยตอบไปว่า 'ทั้งหมดนี้เป็นบทเพลงอำนวยพรจากพระเจ้า' จนซาริหลงเชื่อ โดยที่ไม่รู้เลยว่าไอ้เพลงที่เล่นไปเมื่อสักครู่มันคือเพลง Jingle bell

        ก่อนจะเปลี่ยนมาเล่นเพลงซิมโฟนี่หมายเลขห้า

        การเดินทางนั้นจบลงในตอนเย็น พวกเขาจำต้องแวะพักกันริมทางโดยต้องให้ม้าได้พักผ่อนเอาแรง กระโจมหลังใหญ่กางขึ้นและเซรอสรับหน้าที่ในการก่อไฟ เทียบความเร็วกันแล้วเขาทำได้เร็วกว่ามาก อาหารนั้นปกติแล้วจะต้องกินให้พอประมาณเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งเซรอสไม่มีความกังวลอะไรคิดเพียงแค่ว่าจะต้องกินอาหารให้อร่อยเพื่อให้คุ้มค่ากับการใช้ชีวิต ดังนั้นซาริที่ฝึกทำอาหารเรื่อยมาจึงได้เรียนรู้วิธีการทำอาหารใหม่อยู่เรื่อยๆ

        ที่เซรอสต้องทำก็คือบันทึกเส้นทางของตัวเอง เป็นหลักสูตรเดินทางไกลที่ใช้ฝึกสายลับไม่ก็นักฆ่าให้เดินทางไปยังสถานที่ทดสอบภายในเวลาที่กำหนดให้ วันแรกพวกเขาเดินทางได้ราวๆ สี่สิบไมล์ มันช้ากว่ากำหนดเพราะมัวแต่ชำแหละเนื้อหมีหิมะ

        "ท่านเซรอส น้ำร้อนเจ้าค่ะ" ซารินั่งลงข้างๆ ชำเลืองมองเซรอสที่นั่งอ่านแผนที่แล้วก็ขีดเขียนอะไรบางอย่างลงไป "ทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?"

        "ทำบันทึกเส้นทางน่ะ เจ้านี่จะช่วยในการวางแผนการเดินทางครั้งต่อไปได้ดีขึ้น"

        ถ้าต้องออกเดินทางบ่อยๆ สิ่งนี้จะมีความจำเป็นอย่างมาก เซรอสมองว่าบนโลกนี้คงไม่มีความคิดที่จะทำบันทึกเส้นทาง หรือหากมันมีก็คงจะเป็นเส้นทางที่ได้มาจากการบุกเบิกของคนคนหนึ่ง เป็นเส้นทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย แล้วก็จะเรียกชื่อเส้นทางเป็นของผู้บุกเบิกคนแรกเพื่อเป็นเกียรติประวัติ ซึ่งวิธีการนี้ก็คล้ายกับบันทึกเส้นทางที่กำลังทำอยู่ แต่พวกเขาเหล่านั้นจะบุกเบิกเส้นทางเพียงไม่กี่เส้น ทว่าบันทึกเส้นทางนี้จะมีผลต่อการทำแผนที่ในอนาคตด้วย

        มันยังเป็นสถานที่อันตรายอยู่จึงต้องมีการผลัดกันเฝ้ายาม เซรอสไม่มีปัญหาหากจะต้องอดนอนสักหนึ่งสัปดาห์ แต่ซาริไม่ยอมท่าเดียวที่จะให้ตัวเองได้นอนเต็มอิ่มแต่เจ้านายต้องทรมาน ก็เลยสลับเวรกันคือให้ซาริอยู่ในผลัดแรกส่วนผลัดที่สองจนถึงเช้าจะเป็นของเซรอส ทว่าก็เป็นความจริงที่เซรอสต้องคอยเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นอยู่ดี

        'อยากดื่มกาแฟชะมัด'

        พอคิดถึงเรื่องนี้ก็ชักอยากได้พันธุ์กล้าของต้นกาแฟมาเพาะปลูกซะจริง อาจจะต้องสร้างเรือนกระจกที่ปลูกเฉพาะต้นกาแฟเอาไว้ ถ้ามีหลายๆ สายพันธุ์มันคงจะเป็นอะไรที่วิเศษ เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจก็ไม่ต้องสนใจให้มันมากนักบางครั้งความร่ำรวยก็ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของชีวิต เขาถูกสร้างมาเพื่อให้เป็นนักฆ่าจึงรู้ดีว่าต่อให้ร่ำรวยแค่ไหนชีวิตก็ไม่อาจซื้อได้ด้วยเงิน เมื่อเป็นเช่นนี้เลยใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานยังดีซะกว่า

        นอกจากนี้สิ่งที่อยากได้ก็คือเมล็ดพันธุ์สำหรับปลูกเครื่องเทศ เห็นว่ามันเป็นที่ต้องการของตลาดมากเลยล่ะ เพียงแต่พื้นที่ที่เพาะปลูกมันถูกจำกัดเอาไว้ บางพื้นที่ก็ไม่อาจปลูกได้ ช่วงแรกนั้นก็มีพ่อค้าที่ไปรับเมล็ดพันธุ์มาส่งขายให้กับเมืองต่างๆ ในราคาที่แสนแพง ชาวบ้านที่มุ่งหวังว่าจะเดิมพันเลยเสียเงินไปกับเรื่องเหล่านี้เป็นจำนวนไม่น้อย แต่เมื่อปลูกแล้วพวกมันตายก็ไม่คิดหาวิธีแก้ไขอื่น บอกแค่ว่ามันปลูกไม่ขึ้นเท่านั้น

        ทว่าสำหรับเซรอสแล้วการจะปลูกเครื่องเทศเป็นอะไรที่สบายมาก โดยเฉพาะเรือนกระจกที่สร้างขึ้นมานั้นจะมีการควบคุมอุณหภูมิเอาไว้อย่างดีทำให้เหมาะกับพืชทุกชนิด เขาอาจจะสร้างมันทั้งสี่หลังแยกแต่ละฤดูเอาไว้ เพียงเท่านี้ก็จะมีผลผลิตไว้กินตลอดทั้งปี

        นี่มันอำนาจของพระเจ้าชัดๆ

        จะว่าไปก็เป็นพลังนี่ก็ได้มาจากพระเจ้านี่นา

 

        ในตอนเช้าเซรอสเห็นว่าหิมะบางแห่งเริ่มละลายแล้ว ที่กังวลก็คือสภาพพื้นถนนเพราะถ้าหากพลาดแล้วเกวียนอาจจะเสียหลักก็ได้ แม้แต่เขาเองก็ลืมคิดเรื่องการติดตั้งเบรกที่เกวียน แต่ถ้าจะมาสร้างตอนนี้ก็คงจะไม่ทันแล้ว ได้แต่หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้น พวกเขาออกเดินทางกันต่อจนเข้าสู่พื้นที่ป่าในตอนช่วงเกือบเที่ยง

        ภายในป่านั้นอันตรายเรื่องนี้เซรอสรู้อยู่แก่ใจดี ยิ่งตื่นเต้นกว่าก็ตรงที่มันเป็นป่าในโลกที่แตกต่าง ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทว่าเมื่อเดินทางลึกมาได้สักระยะ เซรอสก็ตรวจพบความผิดปกติจึงหยุดเกวียนและลงไปตรวจสอบ มันมีร่องรอยของการก่อกองไฟเพื่อพักค้างแรมซึ่งซ่อนอยู่ด้านหลังพุ่มไม้ ถ้านั่งอยู่บนเกวียนจะไม่มีทางเห็นได้แต่จมูกที่รับกลิ่นได้ดีนั้นรับกลิ่นของปัสสาวะได้

        "มีอะไรหรือเจ้าคะ?"

        "ที่ตรงนี้มีคนมาค้างแรม ประมาณห้าคน..." เซรอสมองดูร่องรอยที่ยังพอมองเห็นได้ สำหรับคนอื่นนั้นอาจจะไม่ค่อยสำคัญ แต่เซรอสอยู่บนความไม่ประมาทและต้องระวังตัวอยู่เสมอ "...จะว่าไปห้าคนนี่คือมาตรฐานเฉลี่ยของกลุ่มนักผจญภัยหรือเปล่า"

        ซาริไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เลยสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นแบบนั้น การได้ทราบเรื่องนี้แม้จะดูเหมือนไม่มีประโยชน์ แต่เมื่อใดที่อีกฝ่ายเป็นศัตรูมันจะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง มองดูจากทิศทางที่คนกลุ่มนั้นมุ่งหน้าไป มีความเป็นไปได้ที่จะพบเจอกันในระหว่างทาง พวกเขาไม่มีพาหนะเป็นไปได้มากว่าจะใช้วิธีเดินเท้าซึ่งก็เป็นความจริงที่มันรวดเร็วกว่าเพราะเดินตัดผ่านเป็นเส้นตรงได้เลย

        เพื่อปกปิดความลับของตัวเองเลยคิดว่าจะต้องสร้างสถานะปลอมๆ ขึ้นมาเสียก่อน โดยอุปโลกน์ตัวตนใหม่ขึ้นมา เป็นช่างไม้กับช่างตีเหล็กที่อาศัยอยู่โดดเดี่ยวในป่า พร้อมด้วยคนรับใช้เผ่ามนุษย์สัตว์ที่บังเอิญช่วยชีวิตเอาไว้ เป้าหมายของการเดินทาง จุดประสงค์ และกำหนดการถูกจัดเตรียมขึ้นเพื่อเล่นละครตบตาในครั้งนี้

        เหตุผลหลักๆ เลยก็คือต้องการปิดบังเรื่องที่เซรอสไม่มีความรู้เกี่ยวกับโลกภายนอก สถานะของเขาจึงเป็นช่างไม้และช่างตีเหล็กที่อาศัยอยู่ในป่าตัวคนเดียว นั่นจะช่วยปิดบังเรื่องของรถม้าคุณภาพสูงได้ด้วย หากอีกฝ่ายเป็นมิตรก็จะสามารถสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้โดยไม่มีใครสงสัย

        เมื่อเดินทางเรื่อยมา ก็เป็นไปอย่างที่เซรอสสันนิษฐานเอาไว้กลุ่มนักผจญภัยจำนวนห้าคน (เป็นชายสามและหญิงสอง) เดินไปตามท้องถนนและโบกมือเรียกพวกเขา บรรยากาศแบบนี้เป็นอะไรที่คุ้นเคยสุดๆ จำได้ว่าสมัยอยู่ในระหว่างทดสอบเดินทางไกล ก็ต้องโบกรถขอติดรถไปด้วยเสมอ บางครั้งก็มีคนขับผ่านไปแบบไม่สนใจ แต่ก็ยังมีคนที่ใจดีแวะรับและพาไปส่ง ดังนั้นแล้วเขาเองก็ควรจะต้องทำแบบนั้นบ้าง

        "ไม่ทราบว่าพวกคุณกำลังมุ่งหน้าไปเมืองคัลไซด์หรือเปล่า ถ้าใช่ขออนุญาตให้พวกเราร่วมเดินทางไปด้วยได้หรือเปล่าครับ จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้" ชายคนที่พูดมานั้นมาด้วยสภาพตัวเปล่า แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มาเพื่อคุกคาม แต่กำลังขอความช่วยเหลือ

        เซรอสสำรวจคนกลุ่มนั้น มีผู้หญิงอยู่หนึ่งคนอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เหมือนจะมีไข้เล็กน้อยด้วย แสดงว่าคนพวกนี้ต้องการความช่วยเหลือเพื่อไปให้ถึงหมู่บ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่จริงเขาเองก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่เห็นว่าคนพวกนี้ต้องการความช่วยเหลืออย่างจริงจัง จะตอบปฏิเสธก็ไม่ได้ และถ้าเป็นคนกลุ่มนี้อาจจะให้ข้อมูลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

        "ต้องขออภัยด้วย ผมไม่ทราบว่าทิศทางที่จะไปนั้นเป็นจุดหมายเดียวกันหรือเปล่า มันเป็นครั้งแรกที่ผมเดินทาง ถ้าไม่รังเกียจจะมาด้วยกันก็ได้นะครับ" เซรอสเปลี่ยนบทบาทเป็นชายหนุ่มผู้มีจิตใจเมตตา

        "ถึงอย่างไรก็ต้องขอขอบพระคุณมากครับ" เขารีบหันไปบอกกับเพื่อนก็ได้เห็นสีหน้าโล่งอกขึ้นมา

        ที่ด้านหลังเกวียนนั้นมีบันไดให้เดินขึ้นมาได้โดยไม่ต้องออกแรงปีน ที่ทำเอาไว้ก็เผื่อในกรณีที่ต้องยกของขึ้นมาวางบนรถ แน่นอนว่ามันแข็งแรงมากต่อให้ผู้ชายตัวใหญ่พร้อมกับแบกถังบาร์เรลมาด้วยก็ไม่อาจทำให้มันหักลงได้

        เซรอสแนะนำตัวเองคร่าวๆ โดยชิงเล่าประวัติตัวเองออกมาตามที่ได้นัดแนะกับซาริเอาไว้ เพียงเท่านี้ความสงสัยของนักผจญภัยกลุ่มนั้นคงคลายลงไปบ้าง จากนั้นทางกลุ่มนักผจญภัยก็แนะนำตัวเองเป็นมารยาทและบอกว่าพวกเขามาล่ามอนสเตอร์ตามใบประกาศ แต่พบว่ามันเก่งเกินไปและผู้หญิงในกลุ่มก็ได้รับบาดเจ็บ อาการที่เห็นนั่นคือขั้นแรกของการติดพิษซึ่งถ้าเวลาผ่านไปสักพักเธอจะไม่เหลือเรี่ยวแรงอีก จึงเป็นอันตรายและต้องได้รับการรักษาทันที

        ที่เซรอสได้รู้แน่ชัดแล้วก็คือสถานที่ที่จะไปไม่ใช่หมู่บ้านแต่เป็นเมืองคัลไซด์ นี่เป็นความเข้าใจผิดของซาริเพราะเธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากนักเลยไม่กล่าวโทษอะไร

        ด้วยความที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักกัน มันจึงทำให้บรรยากาศภายในรถมันค่อนข้างจะอึดอัด และนักผจญภัยเหล่านี้ก็รู้จักมารยาทดีเลยได้แต่นั่งเงียบ จนเซรอสเห็นว่าได้เวลาแล้วก็ขอเปลี่ยนกับซาริแทน

        "ให้พวกเราช่วยด้วยก็ได้นะครับ" เรเวนเอ่ยขึ้น เขาเป็นคนที่มาร้องขอร่วมเดินทางไปด้วย เป็นชายหนุ่มที่รูปร่างสมส่วน ไม่ได้สูงมากนัก ซึ่งบุคลิกภายนอกที่แสดงออกมานั้นไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นผู้นำกลุ่ม

        แล้วก็ได้พรรคพวกสนับสนุนความคิดนั้นด้วย 'ไรด์' ผู้ชายตัวใหญ่หัวโล้นที่แบกเกราะทั้งตัว ถัดมาก็เป็น 'ชาน' ส่วนผู้หญิงที่นั่งอยู่ท้ายถือคทาเวทชื่อ 'เซลเก' และคนที่นอนป่วยอยู่ชื่อ 'ยูนีช'

        "ไม่เป็นไรครับ พวกเราเองก็ไม่ได้มีฝีมืออะไรมากนัก คงต้องขอรบกวนตอนที่พวกเราถูกจู่โจมดีกว่า" เซรอสพูดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจที่จะช่วย

        อย่างไรก็ตามนักผจญภัยเหล่านี้ก็ช่วยเหลือได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะเรื่องของการแนะนำจุดแวะพักที่น่าจะปลอดภัยให้ เซรอสได้มาเห็นด้วยตาก็เริ่มเห็นด้วย มันไม่ใช่ที่ที่ดีที่สุดแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายที่สุดเช่นกัน แต่ตามต้นไม้มีร่องรอยของการมาพักผ่อน น่าจะเป็นสถานที่ที่ใครเขาก็รู้กัน หลังจากที่ช่วยกันจัดที่พักเสร็จกองไฟก็ก่อขึ้นมาแทบจะในทันที เซลเกเป็นนักเวทจึงสามารถใช้เวทมนตร์ได้ แต่เอามาใช้กับเรื่องแบบนี้ออกจะไร้สาระไปสักหน่อย

        จะว่าไปคนอย่างเซรอสก็ไม่มีสิทธิ์ไปตำหนิคนอื่น ปีศาจเงาที่เป็นเวทมนตร์ระดับสูงถูกใช้เพื่อปกป้องอาณาจักร ยังถูกเขาเอามาใช้เป็นแรงงานขุดเหมือง ปั่นไฟ และเฝ้าบ้านเลย

        เห็นอาการของยูนีชดูไม่ค่อยดีนัก แต่ทุกคนที่นี้ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญในการรักษาเทียบเท่ากับตัวหล่อน ดูเหมือนว่ายูนีชจะเป็นผู้ใช้เวทรักษาประจำกลุ่มและได้รับการรักษาอาการป่วยจากฤทธิ์ไข้เท่านั้น

        "เธอคนนั้นอาการดูแย่นะครับ"

        "ครับ พิษของกรีนกันเนอร์นั้นรุนแรงมาก ยูนีชสามารถใช้เวทมนตร์ประคับประคองอาการได้แต่ยิ่งผ่านไปอาการมันจะรุนแรงขึ้น" เรเวนบอก พวกเขาอยากจะเดินทางไปให้ถึงเมืองเร็วๆ แต่ก็ไม่อยากจะขอให้คนอื่นเร่งเดินทาง แบบนั้นมันเสียมารยาทจนเกินไป

        "ไม่รู้นะครับว่ากรีนกันเนอร์เนี่ยพิษมันร้ายแรงแค่ไหน แต่ผมขอดูอาการเธอหน่อยได้หรือเปล่าครับ เพราะผมต้องใช้ชีวิตอยู่ในป่ามาตลอดก็เลยมาพวกยาสมุนไพรเก็บเอาไว้อยู่เผื่อยารักษาของผมจะช่วยให้อาการมันดีขึ้น"

        "ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วยครับ"

        ได้รับคำอนุญาตแล้วจึงเดินไปตรวจดูอาการ ยูนีชมีไข้ขึ้นสูงมากซึ่งคนอื่นคงเห็นว่าเป็นอาการปกติ แต่เซรอสกลับขมวดคิ้วแล้วเรียกซาริที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ให้มาช่วยกันโดยด่วน เกิดความสงสัยขึ้นมาจากกลุ่มเรเวนจึงรีบวิ่งมาดูใกล้ๆ รอยแผลจุดกำเนิดพิษนี้อยู่ที่ขาถึงบาดแผลจะถูกรักษาหายแล้ว แต่สีของเนื้อกลับม่วงคล้ำดูน่ากลัวมาก

        "นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเราต้องเร่งเดินทางกลับเมืองเพื่อไปให้ผู้รักษาระดับสูงใช้เวทมนตร์ชำระพิษออกครับ" เรเวนอธิบาย ท่าทางของเขาเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าอาการจะต้องเป็นเช่นนี้

        "แบบนั้นไม่ทันการแน่ พิษนี่เริ่มลุกลามเกินไปแล้วอาการแบบนี้แสดงว่าเธอทนพิษได้อีกไม่นาน ผมไม่รู้หรอกนะว่าเธอได้รับพิษมานานแค่ไหนแล้ว แต่ถ้าไม่รีบรักษาเธออาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่วัน"

        ที่จริงเซรอสจะทำเป็นไม่สนใจเลยก็ได้ อย่างไรซะนี่มันก็ไม่ใช่ปัญหาของเขาแม้แต่นิดเดียว และก็ไม่ได้รับประกันว่าการรักษานี้จะให้ผลสำเร็จด้วย ฟังจากความเชื่อนั้นจะเน้นไปในทางเวทมนตร์มากกว่าการรักษาด้วยวิธีปกติ ไม่สิ...สำหรับพวกเขาแล้วการรักษาด้วยเวทมนตร์ถือเป็นวิธีปกติมากกว่า ขืนใช้วิธีการผ่าตัดที่นี่มีหวังโดนกล่าวหาว่าเป็นวิชานอกรีตแน่ๆ

        เรเวนตัดสินใจฉับไว ตอนนี้การรักษายูนีชต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก

        เซรอสขอให้ไรด์ช่วยอุ้มยูนีชไปวางไว้บนเกวียน เขาต้องการพื้นที่สูงพอจะเริ่มทำการผ่าตัด ให้ซาริช่วยต้มน้ำร้อนและเตรียมผ้าสะอาดเอาไว้ด้วย สีหน้ากังวลจากเพื่อนพ้องของยูนีชไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นเซรอสนำกระเป๋าซองบรรจุมีดที่ทำออกมาอย่างสวยงามก็ตกใจและถามทันที เซรอสจึงบอกไปว่าต้องทำการบ่งพิษและหนองที่อยู่ในขาออกให้หมด ซึ่งการรักษาแบบนี้พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนจึงไม่ไว้ใจ

        "ผมไม่โกรธหรอกถ้าพวกคุณจะสงสัย แต่อยากให้เชื่อว่านี่เป็นการรักษาแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ผิดสำหรับพวกคุณ"

        "ไรด์ ชาน เชื่อเขาเถอะ"

        ทั้งสองคนได้ยินที่เรเวนพูดจึงยอมเดินถอยออกมา ระหว่างนั้นเซรอสก็จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย จำเป็นจะต้องมัดขาเอาไว้เพื่อไม่ให้เลือดไหลออกมามากเกินจำเป็นในขณะทำการรักษา สมัยเด็กๆ เซรอสเคยโดนงูฉกครั้งหนึ่ง แต่นั่นเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกนั่นก็คือให้เรียนรู้วิธีรักษาด้วยตัวเอง เด็กทุกคนจะโดนงูที่มีพิษร้ายแรงฉกเข้าบริเวณที่รักษาด้วยตัวเองได้ลำบาก และจะต้องเรียนรู้ความเจ็บปวดนั้นด้วย ดังนั้นแม้เขาจะไม่รู้ว่ากรีนกันเนอร์เป็นงูประเภทหนึ่งหรือไม่ แต่ถ้าเป็นการรักษาพิษก็น่าจะใช้วิธีเดียวกันได้

        เซลเกสร้างลูกบอลแสงขึ้นมาใช้เป็นแสงสว่าง เซรอสจึงขอให้ทุกคนมาช่วยกันโดยเฉพาะการรัดต้นขาของยูนีชเอาไว้ แน่นอนว่ามันอาจจะต้องเจ็บมาก น่าเสียดายที่เขาไม่มียาชาเก็บเอาไว้เลย ถ้าสามารถหาสมุนไพรที่สามารถทำสารสกัดเพื่อบรรเทาอาการป่วยได้ เชื่อว่าการรักษาต่างๆ นั้นเขาสามารถรับอาชีพเป็นหมอผ่าตัดที่เก่งที่สุดในโลกนี้ได้เลย

        เซรอสเคยชินกับการต้องเผชิญหน้ากับการเฉือนเนื้อหักกระดูก อีกทั้งยังมีความชำนาญในการผ่าตัดมาก่อน จึงไม่มีอาการมือไม้สั่นหรือความตื่นเต้นใดๆ ออกมา ในขณะที่เพื่อนของยูนีชและซาริสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ซึ่งก็เข้าใจว่าการผ่าตัดแบบนี้เป็นอะไรที่ดูเสี่ยงมาก

        "หาผ้าหรืออะไรก็ตามให้เธอกัดเอาไว้นะครับ อาจจะต้องทนเจ็บสักหน่อยแต่ผมจะต้องนำพิษกับหนองออกมาทั้งหมด" เซรอสกล่าวเช่นนั้นจากนั้นจึงเริ่มต้นการรักษา

        มีดที่ผ่านไฟเพื่อฆ่าเชื้อจรดลงบนผิวหนังของยูนีช ซาริกับเซลเกเบือนหน้านี้เพราะภาพมันชวนให้รู้สึกสยองนิดหน่อย แต่กับผู้ชายแล้วปฏิกิริยามันตรงกันข้าม พวกเขาจดจำวิธีการรักษานี้และพยายามจับตัวไว้ไม่ให้ยูนีชขยับไปมากกว่านี้ หญิงสาวกรีดร้องออกมาโดยที่ยังกัดผ้าที่แสนสะอาดเอาไว้ เมื่อบาดแผลเปิด เลือดสีดำข้นก็ไหลออกมาพร้อมด้วยหนองสีเหลืองข้นดูน่าขยะแขยง ดูท่าทางจะยังไม่เคยเห็นหนองมาก่อนล่ะนะ

        จากที่มันเป็นสีม่วงคล้ำและบวมมาก พอได้เอาเลือดที่คั่งค้างอยู่ภายในออกมาอาการบวมก็ลดลง แต่การที่ต้องบ่งหนองออกมาเรื่อยๆ ก็ทำเอาพวกผู้ชายเริ่มพะอืดพะอมบ้างแล้ว มือของเซรอสชุ่มไปด้วยเลือดจนกระทั่งสภาพขาของยูนีชกลับมาดูดีขึ้นมาก นี่เป็นเพียงแค่การรักษาเบื้องต้นเท่านั้นหลังจากที่ล้างแผลด้วยน้ำอุ่นแล้วเซรอสก็เริ่มทำแผลให้ด้วยการเย็บให้เพื่อปิดปากแผล และด้ายที่ใช้เป็นวัสดุธรรมชาติที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย หากต้องการรักษาบาดแผลก็ค่อยตัดด้ายออกแล้วจึงเริ่มรักษาก็พอ

        การทำแผลของเซรอสนั้นสวยงามจนน่าเหลือเชื่อ พวกเรเวนเคยอยู่ในสงครามและได้เห็นวิธีการรักษาบาดแผลที่ดูชุ่ยมาก นี่เป็นเพราะความรู้เกี่ยวกับการแพทย์มันถูกระบุไว้ในหัวหมดแล้ว อีกทั้งเซรอสก็เคยทำแผลมาก่อนด้วย ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะตกแต่งแผลให้ไม่เกิดแผลเป็นตามมาทีหลัง

        สมุนไพรที่ใช้กับยูนีชก็เป็นประเภทบรรเทาอาการปวดและระงับการแพร่กระจายของพิษ ตอนนี้ยูนีชสลบไปแล้วแต่ก็ต้องเฝ้าดูอาการไม่ให้มีไข้มากไปกว่านี้ แต่ก็สั่งให้คอยเช็ดตัวและห้ามไม่ให้แผลติดเชื้อ เพียงเท่านี้อาการของเธอก็จะปลอดภัยมากพอจะไปรักษาต่อในเมือง

        "คุณเซรอส พวกเราไม่รู้ว่าจะต้องขอบคุณพวกคุณอย่างไรดี"

        "ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ไม่คิดเลยว่าความรู้ที่ได้รับการสืบทอดมาจะมีประโยชน์ขนาดนี้ แต่อยากจะให้ช่วยเก็บไว้เป็นความลับด้วยนะครับ"

        "ได้เลยครับ พวกเราจะไม่บอกใครแน่"

        "ถ้าจะไปพักผ่อนในเมืองข้าช่วยแนะนำที่พักดีๆ อาหารอร่อยๆ ให้ได้นะ"

        "ฉันพาไปร้านขายของได้เหมือนกัน"

        "ขอบคุณมากครับ ต้องขอรบกวนทุกท่านด้วย" เซรอสกล่าวอย่างนอบน้อม กลับมาสวมบทบาทเป็นชายหนุ่มผู้มีจิตใจเมตตา และเสริมมาด้วยนิสัยถ่อมตัวอีกอย่าง

        ที่ต้องสร้างความสัมพันธ์พิเศษด้วยความลับเฉพาะทำให้ระดับความเชื่อใจมันเพิ่มมากขึ้นนั้นเป็นเพราะวิชาการแพทย์ที่เซรอสใช้นั้นเชื่อว่ามันจะต้องถูกมองว่าเป็นวิชานอกรีตจนไม่อาจยอมรับได้ อาจจะถึงขั้นถูกมองว่าเป็นหมอเถื่อนซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์มันดูไม่ค่อยดี

        แต่เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์นั้นเขาก็ไม่ได้หวังอะไรมากนักนอกจากคนที่คอยนำทางเวลาอยู่ในเมือง อย่างน้อยถ้าซาริน่าเชื่อถือกว่านี้สักหน่อยคงไม่จำเป็นต้องมาทำอะไรแบบนี้แล้ว

        พวกเขาแยกย้ายกันไปพักผ่อนโดยเวรแรกก็มอบหน้าที่ให้ซาริกับเซลเกสองคนอยู่ก่อน และจากนั้นก็ค่อยเป็นหน้าที่ของผู้ชายจนถึงเช้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 966 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #13217 nomouten (@nomouten) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 00:50
    รักนิยายนี้เลย
    #13217
    0
  2. #12696 PP bubbleP :-) (@Minene) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 19:59
    อีกรอบบบบ
    #12696
    0
  3. #9372 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 16:44
    ขอบคุณครับ
    #9372
    0
  4. #7727 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 16:28
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7727
    0
  5. #6993 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:23
    สนุกมากครับ
    #6993
    0
  6. #6828 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 19:43
    สนุกมากคับต่อเนื่อง จาก นักอ่านคนใหม่
    #6828
    0
  7. #4227 I'am.G :)) (@giorgiorocco) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 22:28
    อยู่ในโลกเวทมนต์ ในยุคสมัยโบราณถ้าเทียบกับโลกเดิม. ใช้บทสนทนาแบบนี้มันแปลกๆนิดหน่อย มันดูทันสมัยไป อย่างน้อยควรจะใช้ สรรพนามแทนตัวว่า 'ข้า' 'ท่าน' 'เจ้า' มากกว่า
    #4227
    1
    • #4227-1 22933855 (@22933855) (จากตอนที่ 8)
      10 กันยายน 2560 / 13:39
      วิจารณ์ได้ดีมากค่ะ
      #4227-1
  8. #4118 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 00:02
    อ่านเพลินเลย เริ่มติดละ สาธุอย่าฮาเร็มเลย ขอแนวพวกพ้องต่อสู้ผขญภัย แบบ วันพีช ฮันเตอร์?ฮันเตอร์งี้ ถ้ามาแนวฮาเร็มสาวนมโตนี่ไม่ไหว 555 เกลียดแนวนั้นมากดูถูกเพศหญิง
    #4118
    1
    • #4118-1 MmNn__ (@niknik0935170568) (จากตอนที่ 8)
      20 สิงหาคม 2560 / 19:01
      +11112111เลยค่ะ. รู้สึกเกลียดฮาเร็มมากมาย
      #4118-1
  9. #3810 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 19:49
    โชว์เทพอีกแล้ว~~
    #3810
    0
  10. #3416 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 12:31
    เทพอีกแล้ว เทพไปเรื่อยๆนะชอบบ
    #3416
    0
  11. #1675 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 17:52
    สนุกมากเพลินดี
    #1675
    0
  12. #538 LunLoLiPop (@lkamonwan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:36
    เดี๋ยวก็เผลอโชว์เทพทรูอยู่ดีโถ่55555555555
    #538
    0
  13. #428 Mayafokkusu (@Mayafokkusu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 01:08
    มีหนอนด้วยหละ เอ้ย!! หนอง
    #428
    0
  14. #336 111 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 07:08
    แล้วถ้าติดสถานะคำสาปทำไงอ่ะ?
    #336
    0
  15. วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 04:49
    คงประมาณว่า เปลี่ยนแปลงสิ่งที่พระเจ้าให้มาสินะๆ
    #269
    0
  16. #193 BomS_Za (@dautoloot) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 12:15
    วิชาแบบนี้คงไม่ถึงกับนอกรีดมั้งครับ ถ้าโลกมีสงครามอยู่ ไม่ใช้ทุกคนจะใช้เวทรักษาได้นะ
    #193
    1
    • #193-1 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 8)
      15 มีนาคม 2560 / 15:45
      ในโลกนั้นความศรัทราคืออำนาจครับ เพื่อที่รักษาอำนาจให้คงอยู่ก็มีมากมายหลายร้อยเหตุผลที่จะเปลี่ยนขาวเป็นดำ และเปลี่ยนดำให้เป็นขาว ถ้าอยู่ในสงคราม สิ่งที่จะชี้ววัดผลลัพธ์ถูกมองในเรื่องของผู้รักษามากกว่า
      #193-1
  17. #122 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 12:06
    หนอง = =
    #122
    0
  18. #32 panzazazeed (@panzazazeed) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 17:33
    เป็นเรื่องที่ดีมากคับเนื้อเรื่องสนุกน่าติดตามมาก
    #32
    0
  19. #31 kay30 (@kay30) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 14:30
    รอจ้าาาสนุกมาก
    #31
    0
  20. #25 Pokpakw (@Pokpakw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 08:59
    ขอบคุณมากครับ เก่ง เอาตัวรอด สมกับเป็นนักฆ่า
    #25
    0
  21. #22 Nisarad Khanwamdo (@nisaradfaigo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 05:32
    ลงเช้ามากเลยค่ะไรท์ ดีจังๆเย็นนี้ลงอีกนะคะ รออ่านอยู่สนุกมากเลย
    #22
    0