ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,255,667 Views

  • 13,678 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16,145

    Overall
    2,255,667

ตอนที่ 79 : SS2 Episode Nineteen : พักค้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 611 ครั้ง
    21 ก.ย. 60

SS2 Episode Nineteen

 



         เดินทางมาตอนกลางคืนเห็นได้ชัดว่ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องพูดคุยกัน แต่เดิมบ้านหลังนี้ซื้อในนามของคาเรนก็ถือว่าเป็นเจ้าของบ้าน เซรอสเป็นเพียงผู้พักอาศัยที่ได้รับสิทธิ์ในการปรับแต่งได้อย่างอิสระ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าเธอจะมีสิทธิ์เข้าออกที่นี่ได้ตามใจชอบ และเซรอสก็ได้มอบกุญแจบ้านให้เพื่อเข้ามานั่งรอได้ ปกติแล้วคาเรนจะไม่มาในช่วงเวลานี้ต้องยอมรับว่าตัวเขาเผอเรอไปเหมือนกัน

         “พวกเรากำลังจะกินมื้อค่ำ เธอก็มากินด้วยกันสิ”

         ทำเหมือนกับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แล้วหันไปบอกให้เด็กสองคนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันให้เรียบร้อย

         คาเรนตอบรับคำเชิญนั้นแต่ยังก็มองไปยังประตูทางลับที่ซ่อนอยู่หลังบันได เวลานี้มันได้ปิดเข้าตามเดิม เรียบสนิทจนไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันเป็นเส้นทางลับ ในความคิดของคาเรนไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีทางเดินลับอยู่ในคฤหาสน์ แต่นี่มันเป็นเพียงแค่บ้านในพื้นที่เล็กๆ เท่านั้น มิหนำซ้ำการจะสร้างทางเดินลับจำเป็นต้องทำก่อนจะมีการสร้างบ้าน ไม่ใช่สิ่งที่จะมาทำในภายหลังได้ง่ายนัก

         วันนี้มีคนเยอะจึงต้องทำอาหารเหมือนกันเพื่อความรวดเร็ว เลยตัดสินใจที่จะทำสปาเกตตีแทน มีเส้นที่ทำเก็บเอาไว้เป็นอาหารแปรรูปก่อนเดินทางมาเรียนเหลืออยู่ ซาริได้กลิ่นและจำได้ว่าเป็นอะไรก็วิ่งออกมาทั้งผ้าเช็ดตัวร้องขอให้ใส่แครอทเยอะๆ สุดท้ายก็เลยโดนดุไปข้อหาทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าแขก

         พอเด็กทั้งสองคนไม่อยู่ เซรอสคิดว่าควรจะได้โอกาสพูดคุยกันสักที เหตุผลที่ต้องไล่ให้ไปอาบน้ำนั่นก็เป็นเพราะว่าเขาไม่ต้องการให้ซาริกับฟรานเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องอันตราย โดยเฉพาะฟรานเป็นพวกที่หากเจออันตรายก็จะวิ่งเข้าใส่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ส่วนซาริก็เป็นประเภทตื่นตูมได้ง่าย มันดีกว่าถ้าให้ทั้งสองคนใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติ

         “ต้องขอโทษที่มารบกวนเวลาแบบนี้นะคะ แต่เรื่องนี้ค่อนข้างจะสำคัญมาก”

         “ไม่รอให้ถึงวันพรุ่งนี้ แต่เลือกจะมาพูดคุยในตอนนี้แสดงว่าเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ นั่นแหละ” ถลกแขนเสื้อและล้างมือจากก๊อกน้ำที่อ่างล้างจานขจัดคราบดินออก “ความจริงไม่เห็นต้องลำบากมาเลย แค่ใช้เครื่องมือติดต่อที่ให้ไปก็พอ”

         “ลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลยค่ะ”

         เซรอสมองว่าเกิดจากความไม่คุ้นชินของเครื่องมือที่ทันสมัยจึงไม่ได้ตำหนิอะไร

         คาเรนนิ่งไปครู่หนึ่ง เม้มปากแน่นและตัดสินใจพูด “หลังจากนี้ฉันอยากให้คุณช่วยระมัดระวังตัวสักหน่อย คุณอาจจะยังไม่ทราบนะคะ แต่ที่จริงแล้วฉันสืบทอดสายเลือดของตระกูลเมอร์รานด์มา ล่าสุดได้มีการประกาศตัวบุคคลที่มีสิทธิ์ในการรับเลือกให้เป็นผู้นำตระกูลเมอร์รานด์คนใหม่ แต่ฉันสละสิทธิ์ไม่เข้าร่วมเพราะรู้ดีว่าการเชื้อเชิญนั้นต้องการแค่ให้ฉันเข้าชิงตำแหน่ง จากนั้นค่อยยึดเอากิจการของกลุ่มการค้าเซเรนไปเป็นของตัวเอง”

         “พอจะเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ แล้วล่ะครับ ส่วนเรื่องที่ว่าให้ระมัดระวังตัวก็คงเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยสินะ”

         “ค่ะ ตระกูลเมอร์รานด์แต่ละกิ่งสาขาต่างก็มีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป ตอนที่ฉันรู้ว่าผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับตำแหน่งมากที่สุดคือ รัชเซล ก็รู้สึกกังวลมากค่ะ เขาเป็นคนร้ายกาจที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อครอบครองสิ่งที่ต้องการ ไม่สนใจว่าผู้ใดบ้างจะเดือดร้อนขอแค่ให้ตนเองได้กำไรมากที่สุด เคยมีกรณีของการทำสัญญาคู่สัญญาการค้ากันแต่หลังจากเสร็จสิ้นการลงนาม คู่สัญญาของเขาก็พลันถูกโจรฆ่าทำให้กิจการอยู่ในความดูแลของรัชเซล”

         เหตุการณ์ที่มือสังหารมาเพื่อหวังจะจับกุมตัวเซรอสผ่านมาได้สองวันแล้ว และเซรอสก็ได้จัดการขั้นเด็ดขาดไปเป็นที่เรียบร้อย ถึงจะยังพอมีความเป็นไปได้สูงว่าคนประสานงานที่อยู่เบื้องหลังนั้นจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่ผู้ว่าจ้าง สถานการณ์ที่ว่าการเดินทางไม่ได้รวดเร็วนักก็ยังพอเหลือเวลาให้เตรียมความพร้อมรอรับการมาเยือนรอบใหม่ และการที่ยังมีศัตรูรอจะเล่นงานอยู่เมื่อไหร่ไม่รู้เป็นสิ่งที่เกลียดเอามากๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่มีชนักติดหลัง เวลานี้เซรอสสมควรที่จะอยู่ในเมืองของศัตรูและเตรียมแผนการจัดการอย่างเด็ดขาด

โดยมันจะเป็นการฆ่าเพื่อทำลายล้างไม่ใช่การฆ่าเพื่อยุติปัญหา

         “แล้วรัชเซลคนที่เธอว่าเป็นคนอย่างไร หมายถึงลักษณะนิสัย”

         การสอบถามนิสัยก็เพื่อจำกัดรูปแบบแนวความคิดของเป้าหมาย หากเป็นคนโลเลไม่แน่นอนคนคนนั้นก็จะไม่กล้าเสี่ยงอย่างเปิดเผย แต่ถ้าเป็นคนมุ่งมั่นล่ะก็เขาจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์โดยไม่สนใจผลที่จะตามมา

         “ค่อนข้างเอาแต่ใจค่ะ ครั้งล่าสุดที่เจอกันมีภรรยาห้าคน และทุกคนก็ถูกส่งมาเพื่อปลดหนี้สินให้กับครอบครัวทั้งสิ้น”

         ท่าทางตอนพูดเกี่ยวกับภรรยาของรัชเซลดูจะใส่อารมณ์มาเล็กน้อยจนแทบจะไม่รู้สึกผิดสังเกต

ในมุมมองของเซรอสไม่มีความรู้สึกเกี่ยวกับศีลธรรมหรือจริยธรรม โดยเฉพาะจากที่สำรวจความเป็นอยู่ของผู้คนในเมือง จะมีก็เพียงแค่พวกชาวบ้านธรรมดาที่มีสามีและภรรยาเพียงคนเดียว อาจเพราะพวกเขามีความรับผิดชอบมากพอที่จะรู้ว่าไม่อาจเลี้ยงดูคนจำนวนมากได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่ออยู่ในระดับขุนนางก็จะเริ่มมีอนุภรรยามากขึ้น

ประเด็นของเรื่องไม่ใช่ปัญหาของการมีภรรยามากน้อยกี่คน แต่เป็น ความเอาแต่ใจ ของรัชเซลที่เป็นเป้าหมาย ซึ่งความเอาแต่ใจนี้ก็มีหลากหลาย แต่เซรอสคิดว่าคงเป็นประเภทที่ว่าทำทุกวิธีเพื่อให้ได้มาซะมากกว่าโดยไม่สนว่าจะทำผิดหรือถูก อาจเป็นไปได้ว่าตระกูลเมอร์รานด์มีอำนาจพอจะเปลี่ยนดำให้เป็นขาวได้จึงไม่ต้องกลัวว่าความผิดจะส่งไปถึงตนเอง

“หากเขาเป็นคนร้ายกาจอย่างที่เธอว่าจริง แสดงว่ามีคนไม่น้อยที่ตกเป็นเหยื่อและอยากจะกำจัดด้วยแรงอาฆาตสินะ”

“เป็นเช่นนั้นค่ะ แต่คงจะยากสักหน่อยเพราะพวกเขามีจอมเวทกับนักรบอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย เป็นกลุ่มที่กระทั่งพระราชาเองก็ยังไม่กล้ากระทำอะไรที่เป็นการเสียมารยาทเนื่องจากพวกเขากุมชะตาของเศรษฐกิจหลักเอาไว้ กระทั่งตัวรัชเซลเองก็เป็นจอมเวทระดับห้า ทำให้เขามีสิทธิ์เข้าร่วมกลุ่มสภาจอมเวท เรียกได้ว่ามีอนาคตที่รุ่งโรจน์ในทุกทางเลยก็ได้ค่ะ แม้แต่เบลูก้าเองก็เคยได้รับจดหมายเชิญให้ไปทำหน้าที่คุ้มกันรัชเซลใช่หรือเปล่าคะ” คาเรนหันไปพูดคุยกับพ่อบ้านชราที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“ขอรับ กระผมในตอนนั้นได้รับข้อเสนอที่ดียิ่งกว่าที่ตระกูลเรเบียสให้ แต่ในตอนนั้นกระผมได้สาบานตนเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะเป็นอัศวินให้กับท่านหญิงคาเรนเพียงผู้เดียวจึงได้ปฏิเสธข้อเสนอไป”

“อย่างนี้นี่เอง แต่ว่าถ้ามีอนาคตขนาดนั้นการคัดเลือกตัวแทนผู้สืบทอดก็ไม่เห็นจำเป็นเลยนี่ใช่หรือเปล่า”

“จุดประสงค์ก็คือควบคุมกิจการทั้งหมดของผู้มีสิทธิ์สืบทอด และส่งมอบให้กับคนของตัวเองนั่นแหละค่ะ”

การพูดคุยจบลงทันทีหลังจากที่เซรอสถามสิ่งที่อยากรู้ไปหมดแล้ว หากแสดงท่าทีให้เห็นว่ามีความสนใจเกี่ยวกับตัวรัชเซลมากเกินไป เมื่อถึงเวลาที่เขากำจัดทิ้ง ก็อาจจะถูกสงสัยเป็นอันดับแรก อีกทั้งสถานะของเซรอสไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกนำมาเปิดเผย

เมื่อทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาจัดโต๊ะอาหาร คาเรนน่าจะคุ้นชินกับธรรมเนียมปฏิบัติของที่บ้านหลังนี้แล้วจึงลุกขึ้นและไปช่วยจัดโต๊ะอาหาร --- คาเรนรู้สึกตกใจที่ไม่คิดว่าโต๊ะตัวเล็กนี้จะมีกลไกที่สามารถยืดขยายให้กลายเป็นโต๊ะยาวได้ --- เบลูก้ามาที่ห้องครัวเพื่อถามว่ามีสิ่งใดที่พอจะช่วยได้บ้าง พวกเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็จัดเตรียมโต๊ะสำหรับทานอาหารเสร็จ และยังมีที่นั่งให้สำหรับทุกคนทว่าเบลูก้าไม่กล้าที่จะนั่งร่วมทานอาหารด้วย เขากังวลเกี่ยวกับสถานะของตนเองจึงโดนคาเรนตักเตือนเรื่องมารยาทที่ควรกระทำในบ้านของคนอื่น

         สปาเกตตีในจานที่ตกแต่งหน้าตาน่ากินนำมาวางเอาไว้บนโต๊ะ ซาริเพ่งมองแต่ละจานเพื่อดูว่าจานไหนมีปริมาณแครอทเยอะที่สุดและเลือกจานนั้นไปวางตรงที่นั่งของตนเอง

คาเรนเห็นท่าทางของซาริก็แอบขำเล็กน้อย ภาพลักษณ์ของซาริเหมือนกับสัตว์น้อยที่อยู่ในช่วงวัยซุกซนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วงหนึ่งที่เคยมีทาสมนุษย์สัตว์ คาเรนเคยเห็นมนุษย์สัตว์ที่อายุเท่ากับซาริมีระเบียบมากกว่านี้ ทว่ามันเป็นระเบียบที่มาจากความหวาดกลัว พวกเขาจะถูกเฆี่ยนตีอย่างหนักเพื่อควบคุมมารยาท ไม่ได้รับสิทธิ์ให้พูดหรือแสดงท่าทางเสียใจออกมา นอกจากต้องแสดงรอยยิ้มเป็นเหมือนสิ่งประดับบารมีของผู้เลี้ยงเท่านั้น ตอนที่เห็นซาริมีความสุขการันตีได้เลยว่าได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี

         “เครื่องดื่มรับเป็นอะไรดีครับ ทางเรามีน้ำแอปเปิ้ล น้ำองุ่น น้ำแครอท หรือจะรับเป็นน้ำเปล่าดี” พูดแบบนั้นแต่เซรอสก็วางเหยือกใส่เครื่องดื่มเอาไว้บนโต๊ะ มีหยดน้ำเยือกแข็งเกาะอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะน้ำเปล่ามีกลิ่นหอมของเลม่อนอ่อนๆ อยู่ด้วย

         ไม่ต้องมีพิธีอะไรมากมายตอนทานอาหาร คาเรนเห็นซาริใช้ส้อมปั้นเส้นให้เป็นลูกกลมๆ และยัดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย มุมปากที่เต็มไปด้วยขนเลอะคราบซอส เจ้าตัวดูจะไม่สนใจอะไรนอกจากจะกินท่าเดียว กลับกันทางฝั่งของฟรานก็นั่งกินเหมือนกับว่าเธอไม่รับรู้เรื่องราวภายนอก ตอนนั้นเธอได้เห็นเซรอสชำเลืองสายตามองเด็กสองคนและยิ้มออกมา เขาดูอ่อนโยนมากราวกับเป็นคนละคน ภาพลักษณ์ของเซรอสในมุมมองของคาเรนนั้นเป็นคนสุภาพ เงียบขรึม จริงจัง และดูเป็นคนที่ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น พอได้มาเห็นแบบนี้แล้วจึงรู้ว่าเขามีใบหน้าที่ใช้กับบุคคลแตกต่างกันออกไป

         กลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง คาเรนชำเลืองมองดูวิธีการกินจากเซรอสเพราะไม่อยากทำผิดพลาดให้ขายหน้า ฟรานกับซาริยังเด็กจึงมีวิธีกินที่แปลกไปบ้าง แต่ถ้าเป็นคนทำอาหารย่อมรู้วิธีกินที่ถูกต้อง สปาเกตตีเป็นอาหารที่คาเรนไม่รู้จักและนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลองกิน คนส่วนใหญ่คงลังเลที่จะกินเพราะมันเป็นอาหารประหลาด เส้นยาวคล้ายกับหนอนจนน่าขยะแขยง ซึ่งพอเห็นว่าทั้งสามคนกินได้ก็รวบรวมความกล้าตักเข้าปากทันที มันอร่อยและชวนให้ลิ้มลองอีก คาเรนระมัดระวังเรื่องมารยาทตัวเองไม่ให้ทำอะไรที่น่าขายหน้าออกไป

         พวกเขาทานมื้อค่ำกันอย่างสนุกสนาน ฟังเรื่องราววีรกรรมสุดป่วนของซาริที่ทำตอนอยู่โรงเรียน โดยเฉพาะตอนที่เห็นว่าเสื้อเกราะมีรอยร้าวจากการฝึกซ้อมและกลัวว่าจะโดนทำโทษเพราะหาคนทำพังไม่เจอ ก็เลยพยายามจะเอาไปฝังดินหวังทำลายหลักฐานแต่ก็มีคนมาเห็นเข้าซะก่อน เรื่องราวที่แสนวุ่นวายนี้จบลงด้วยดีและไม่มีใครคิดทำโทษซาริ แค่บอกว่าคราวหลังให้มาบอกถ้ามีความเสียหายเกิดกับอุปกรณ์ฝึกซ้อม

         เซรอสพึ่งมารู้จากข่าวลือที่ถูกปล่อยมาจากเหล่าอาจารย์ว่าซาริเป็นเด็กเส้นของผู้อำนวยการอินโนเซนเทียร์ ลิลิธ เลยทำให้ในระยะหลังมานี้ซาริไม่โดนทำโทษ กระทั่งพวกอัศวินเองก็ได้รับคำสั่งมาว่าอย่าทำอะไรมนุษย์สัตว์ที่ชื่อซาริโดยเด็ดขาด แต่เขามองว่าผู้อำนวยการคนนี้คงรักนักเรียนและไม่อยากทำโทษซะมากกว่า เพราะเอาเข้าจริงๆ ซาริก็ยังไม่เคยพบกับตัวผู้อำนวยการสักครั้ง รู้แค่ว่าเจ้าตัวมักจะอยู่แต่ในหอคอยชั้นบนและเฝ้ามองนักเรียนทำกิจกรรมอยู่ทุกวัน ซึ่งก็มาจากข่าวลืออีกเช่นกัน

         ส่วนในห้องเรียนของฟรานมีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตรงที่ว่ามีเด็กหกคนนอกจากฟรานที่เริ่มจะใช้เวทมนตร์ได้ดีขึ้น พวกเขาเรียกมันว่า เวทโจมตี เนื่องจากเป็นการยิงเวทออกไปด้วยความเร็วทำให้มีความรุนแรงพอจะสร้างความเสียหายได้ ทั้งที่มันก็แค่การเปลี่ยนจากการขว้างเป็นการยิงออกไปก็แค่นั้น เซรอสไม่กังวลหรอกว่าเรื่องนี้จะรู้ไปถึงหูของคนอื่นตราบใดก็ตามที่เด็กพวกนั้นได้รับผลประโยชน์อยู่เรื่องพวกนี้จะกลายเป็นความลับ

         ตอนที่เซรอสได้สอนเทคนิคการยิงเวทมนตร์ให้ ก็ได้ชักจูงความคิดที่ว่าเรื่องนี้ให้เก็บเป็นความลับ โดยพูดถึงผลที่ตามมาหากในกรณีที่เรื่องนี้แพร่กระจายออกไปส่งผลให้มาตรฐานค่าเฉลี่ยมันสูงขึ้น เด็กพวกนั้นจึงกังวลว่าถ้าคนอื่นรู้เข้าและพัฒนาได้รวดเร็วกว่าพวกเธอสุดท้ายโอกาสที่จะได้เป็นอิสระก็ไม่มี เลยตั้งใจจะเก็บเรื่องพวกนี้ไว้เป็นความลับ เท่ากับว่าไม่ต้องขอร้องเด็กเหล่านี้ก็พร้อมจะทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

         ทานอาหารเสร็จแล้วก็ช่วยกันเก็บจานไปล้าง คาเรนคิดว่าพวกเธออยู่ดึกเกินไปแล้วจึงขอตัวที่จะเดินทางกลับทันที แต่เซรอสดูเวลาแล้วจึงกังวลว่าในสถานการณ์แบบนี้ค่อนข้างจะอันตราย เบลูก้าอาจจะเก่งแต่ด้วยวัยที่เพิ่มมากขึ้นคงยากถ้าต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เลวร้ายในช่วงกลางคืน ตั้งใจว่าจะไปส่งให้ถึงที่พื้นที่ของตระกูลเรเบียสสุดท้ายก็เปลี่ยนความคิดและยื่นข้อเสนอใหม่ให้

         “เดินทางตอนกลางคืนมันอันตราย ยังไงคืนนี้ก็พักผ่อนที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน ใช้ห้องนอนของฉันก็ได้”

         “ขอบคุณมากค่ะ แต่มันจะเป็นการรบกวนเกินไป” คาเรนปฏิเสธอย่างสุภาพ เธอคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรแน่ขอแค่กลับไปถึงตระกูลเรเบียสได้จะต้องปลอดภัยแน่ “ที่ตระกูลดิฉันตอนนี้จ้างนักรบมาคอยคุ้มครองความปลอดภัยให้อยู่ และถ้าหากยังอยู่ที่นี่อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับคุณ”

         “ถ้าพูดถึงเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าตอนนี้ฉันตกเป็นเป้าหมายหรอกรึยังไง”

         พอเซรอสพูดแบบนั้นก็เถียงไม่ออก คาเรนมาที่นี่เพื่อให้เขาระมัดระวังตัวเท่ากับว่าศัตรูอาจจะมาเล่นงานเซรอสแทนที่จะเป็นเธอ

         “ยังไงก็ตามคืนนี้พักที่นี่ไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยออกกลับก็ยังไม่สาย” เซรอสมองคาเรนครู่หนึ่งและพูดต่อ “เรื่องเสื้อผ้าสำหรับใส่นอนเดี๋ยวจะให้ยืมชุดนอนของฉัน ดีไซน์มันออกจะแปลกไปสักหน่อย แต่ก็น่าจะใส่ได้อยู่แล้ว ชุดมันก็เหมือนของพวกฟรานนั่นแหละ”

         คาเรนได้รับรู้แล้วในวันนี้ว่าเซรอสมีนิสัยบีบบังคับอยู่บ้าง พลันส่งยิ้มเหนื่อยหน่ายที่จะต่อล้อต่อเถียง หันไปปรึกษากับเบลูก้าสักครู่และได้ข้อสรุปเดียวกันว่าคืนนี้จะพักค้างที่นี่ ส่วนหนึ่งคาเรนกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของเบลูก้าที่เกิดจากวัย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่รุนแรงอาจทำให้เบลูก้าเสียชีวิตได้ สำหรับเธอแล้วเบลูก้าไม่ได้เป็นแค่พ่อบ้านหรืออัศวินประจำตัว แต่เป็นคุณลุงคนหนึ่งที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

         พอตัดสินใจว่าจะพักค้างที่นี่เซรอสก็กลับมาพร้อมวางชุดนอนไว้ให้ เป็นเสื้อของผู้ชายแต่มีขนาดตัวที่ใหญ่พอจะให้คาเรนใส่ได้สบายตัว ไม่อึดอัด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเสื้อผู้ชายและมันไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ที่จะใส่เสื้อผ้าของคนอื่น คาเรนเองก็ถือสาเรื่องมารยาทพอตัว เพียงแต่เซรอสไม่สนใจเรื่องพวกนี้และมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ขนาดซาริยังเคยใส่ชุดผู้ชายมาแล้วก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นชุดของเด็กผู้หญิง

         “ซาริ พาคาเรนไปสอนใช้ห้องอาบน้ำทีสิ”

         “รับทราบเจ้าค่า” กระต่ายขาวผุดลุกขึ้นตะเบะท่ารับทราบคำสั่ง และวิ่งไปจูงแขนคาเรนนำทางไปที่ห้องอาบน้ำ

 

         ไม่ใช่ครั้งแรกที่คาเรนมาพักอาศัยต่างสถานที่ ช่วงวัยเด็กที่ต้องเดินทางร่วมกับบิดาก็เคยพักที่บ้านหลังอื่นเช่นกันเพียงแต่กรณีนั้นเป็นญาติที่รู้จักกันเสียมากกว่า ถึงบ้านหลังนี้เดิมมันจะถูกซื้อและครอบครองเป็นชื่อของเธอเองก็ตามแต่ก็ได้มอบให้กับเซรอสใช้ปลูกบ้านเพื่อพักอาศัยขณะที่ศึกษาเล่าเรียน หรือที่จริงแล้วเธอตั้งใจยกมันให้เป็นของขวัญแสดงความขอบคุณที่ช่วยเหลือในหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา หากพูดกันตามสิทธิ์ที่เธอพึงได้รับนั้น การจะพักที่บ้านหลังนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย

         เพียงแต่เวลานี้มันกลายเป็นบ้านของผู้ชาย และเธอเองก็เป็นสาวสูงวัยที่หากมันถูกเปิดเผยออกไปจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ดีเอามากๆ อาจมีข่าวลือเสียๆ หายๆ ประมาณว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีรสนิยมชอบเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่า และนั่นไม่ใช่เรื่องดีเอาเสียเลย

         ห้องอาบน้ำที่บ้านของเซรอสค่อนข้างจะกว้าง มีหน้าต่างบานเล็กที่เปิดระบายให้อากาศไหลเวียนเข้าออกได้ พื้นที่ในห้องน้ำจะแยกออกเป็นสองส่วนคือบริเวณชำระล้างร่างกาย และอ่างน้ำที่มีไว้เพื่อแช่น้ำร้อน ของที่วางอยู่บนชั้นเป็นขวดแชมพูสระผมและครีมอาบน้ำที่ใช้แยกกัน คาเรนพบว่าครีมอาบน้ำตัวนี้มีความเข้มข้นมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำขายอยู่มาก อาบน้ำฟอกสบู่เสร็จจึงล้างตัวให้เรียบร้อยถึงเวลาที่จะได้ลองแช่น้ำร้อนดูบ้าง

         น้ำร้อนพวกนี้ช่วยให้ผ่อนคลายลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ การอาบน้ำร้อนหากไม่ใช่ตระกูลที่ร่ำรวยจนหาซื้อฟืนมาได้มากๆ พวกเขาก็มักจะได้อาบกันเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แต่ฟังจากที่ซาริพูดมา พวกเธอได้อาบน้ำร้อนทุกวันไม่เคยขาด เติมฟืนไปเพียงเล็กน้อยก็ช่วยต้มน้ำได้นานเป็นชั่วโมง มาคิดดูแล้วเซรอสน่าจะเป็นคนที่ใช้ชีวิตเพื่อความสุขเพียงเท่านั้น

         ตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันมาเซรอสมักจะทำเหมือนกับว่าชีวิตนี้ไม่เคยมีอุปสรรคมาก่อน เขาแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว ทำทุกอย่างที่ช่วยให้ตนเองใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย ไม่ต้องดิ้นรนทำงานหาเงินก็มีอาหารให้กินทุกมื้อ การเป็นหุ้นร่วมกันเป็นหนึ่งวิธีที่เขาเลือกใช้เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายมากพอจะใช้ในชีวิตประจำวัน

         เขาเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มจริงๆ งั้นหรือ?

         ครั้งแรกที่ได้พบกัน ต้องเรียกว่ามันเป็นความบังเอิญซะมากกว่า ตอนนั้นเซรอสแต่งกายดูธรรมดาไม่มีรสนิยม เหมือนพวกนักผจญภัยมือใหม่ที่ไม่มีแม้แต่เสื้อเกราะให้ใส่ แต่พอได้พูดคุยกันจริงๆ จึงเข้าใจแล้วว่าเขาจงใจแสดงตัวแบบนั้นเพื่อมองหาคนที่พอจะร่วมมือกันได้

         ตอนที่เบลูก้าสังเกตเห็นถึงความสามารถ เซรอสมีความแข็งแกร่งมากในระดับที่เบลูก้ายืนยันกับปากว่า น่ากลัว และพอได้เห็นฝีมือในการประลองจริง --- ตอนนั้นคาเรนมองตามความเร็วไม่ทัน แต่ก็ทราบความแข็งแกร่งผ่านทางผลลัพธ์จากการทดสอบ --- จึงได้รู้ว่าตัวตนของเซรอสที่จริงแล้วน่าจะแข็งแกร่งมาก

         ทั้งที่มีความสามารถในระดับนั้นเธอเคยคิดว่ามันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเข้าเรียนให้สิ้นเปลืองเวลา

         เซรอสทำตัวเหมือนกับว่า เวลา ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต

         และยังพูดถึงเรื่องราวในปีถัดไปเหมือนกับว่าแค่นั่งรอไม่กี่วันมันก็มาถึง

         คาเรนทราบดีว่าอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์นั้นไม่ได้สูงมาก เซรอสอาจจะยังเด็กเกินกว่าจะตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ แต่ทุกการกระทำเขาค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับเวลาที่ใช้เพื่อเด็กทั้งสองคนซะมากกว่า

         ยังมีเรื่องของพลังลึกลับที่ช่วยให้ปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนได้อย่างรวดเร็วนั่นอีก มันเป็นพลังที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ หากมันถูกเปิดเผยออกไปย่อมต้องกลายเป็นที่ต้องการของหน่วยงานต่างๆ แม้แต่พระราชาที่ปกครองประเทศอาจจะมีคำสั่งให้เชิญตัวไปพูดคุยเป็นการส่วนพระองค์ มีบุคคลพยายามเข้าหาเพื่อสานความสัมพันธ์ด้วย น่าเสียดายที่ผู้ถือครองอำนาจที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นพลังของพระผู้เป็นเจ้ากลับไม่สนใจชื่อเสียงหรือเงินทอง

         นอกจากนี้เซรอสยังมีความรู้ที่มากมายมหาศาล ราวกับว่ามันเป็นคลังความรู้ของพระผู้เป็นเจ้า เขามีคุณสมบัติมากพอจะเป็นผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ เพียงแต่ด้วยนิสัยที่ชอบอิสระไม่มีทางจะเป็นผู้ปกครองดินแดนระยะเวลานานๆ ได้

         คิดสะระตะก็เริ่มรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาหน่อยๆ คาเรนลุกเดินออกจากห้องอาบน้ำมายังพื้นที่สำหรับใช้เปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดนอนผู้ชายดีไซน์แปลกตานี้ทำให้คาเรนลังเลไม่กล้าที่จะใส่ พิจารณาเนื้อผ้าค่อนข้างเบาและบางมากสมกับเป็นชุดใส่นอน ปกติแล้วคาเรนจะสวมเป็นชุดนอนกระโปรงชายยาว แต่เห็นพวกเด็กใส่ก็เป็นชุดนอนแบบกางเกงและเสื้อแยกส่วนกัน

         ใส่เสร็จแล้วก็มองดูตัวเองผ่านกระจกที่ติดอยู่ในห้องน้ำ มันชวนให้รู้สึกว่าดูแปลกๆ คาเรนไม่เคยใส่ชุดแบบกางเกงมาก่อนเลยในชีวิต อาจเพราะเกิดในตระกูลที่พยายามทำตัวให้ดูเป็นผู้ดี กระทั่งในโรงเรียนเครื่องแบบก็ยังเป็นชุดกระโปรงยาว ที่ชวนให้รู้สึกเขินอายก็คงเป็นเพราะมันเป็นเสื้อของผู้ชายนี่แหละ

         ออกมาจากห้องน้ำอากาศข้างนอกตอนนี้เย็นลงมากแล้วและคืนนี้อาจจะหนาวด้วย เซรอสจึงชงเครื่องดื่มโกโก้ร้อนเอาไว้ให้ดื่มเพื่ออบอุ่นร่างกาย เห็นว่าคาเรนออกมาแล้วจึงลุกเดินไปอาบน้ำบ้าง

         “ทำอะไรกันอยู่คะ” คาเรนเปิดประเด็นชวนเด็กทั้งสองคุยด้วยเพื่อให้สนิทสนมกันมากขึ้น ฟรานมองตอบกลับมาและยกหนังสือให้ดู

         “ซาริกำลังหัดเขียนหนังสือเจ้าค่ะ ท่านเซรอสบอกว่าถ้าตั้งใจเรียนจนอ่านออกเขียนได้คล่องซานตะครุบ (ซานตาครอส) จะให้ของขวัญกับเด็กดี ซาริจะต้องพยายามเจ้าค่ะ”

         ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ซาริดูจริงจังอย่างมาก สำหรับคนที่มีสติปัญญาเป็นเลิศฟังดูก็น่าจะรู้ว่าคนที่เอาของขวัญมาให้น่าจะเป็นเซรอส แต่ดูเหมือนว่าเด็กทั้งสองคนจะไม่รู้เรื่องนี้ ควรเงียบเอาไว้จะดีกว่า

         เสียงระฆังดัง แก๊งๆ ขึ้น ซาริกับฟรานรับรู้กันว่าถึงเวลาที่จะต้องเข้านอนได้แล้ว แต่คาเรนยังไม่รู้ว่ามันเป็นเสียงของอะไรซาริเลยอธิบายเกี่ยวกับนาฬิกาให้ฟังว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยกำหนดว่าเวลาไหนควรทำอะไร คาเรนรู้สึกว่ามันดูจะมีความทันสมัยกว่าการใช้คนไปลั่นระฆังกลางเมืองเพื่อบอกเวลา และยังมีความเที่ยงตรงมากอีกด้วย โดยในเมืองนั้นจะใช้แสงอาทิตย์กับเงาที่ทอดลงมาในการระบุเวลาและประกาศให้ทุกคนทราบ

         คาเรนมีนาฬิกาพกที่เซรอสมอบให้อยู่หนึ่งเรือน ระยะหลังมานี้เธอใช้มันเพื่อกำหนดเวลาทำงานและนับเวลาในการเดินทางไปกลับ เพียงแต่มันไม่อาจแจ้งเตือนกำหนดการได้

         หลังเซรอสอาบน้ำเสร็จและกลับมาที่ห้องนั่งเล่น เห็นคาเรนนั่งรออยู่ก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง จำได้ว่าเขาไม่ได้นำทางไปที่ห้องของตัวเอง สำหรับคาเรนมันคงเป็นการเสียมารยาทถ้าหากว่าต้องเดินไปที่ห้องนอนและหยิบจับสิ่งของที่ห้ามแตะต้องโดยพลการ เลยต้องเดินพาคาเรนไปส่งถึงห้องนอนที่ดูเรียบง่ายไม่มีอะไรเป็นพิเศษ สิ่งของที่อันตรายทั้งหมดถูกเซรอสเก็บไปก่อนแล้วจึงไม่กลัวว่าคาเรนจะแอบไปหยิบจับอะไรไม่เข้าเรื่อง

         “หวังว่าจะนอนได้ ราตรีสวัสดิ์”






มีคนบอกว่าเนื้อเรื่องเริ่มไม่สโลว์ไลฟ์แล้ว มันก็จริงล่ะนะ

อย่างที่ว่านั่นแหละ ใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจเหตุผลของคนอื่นทั้งหมด

เซรอสมันก็มีหน้าที่ตั้งสามอย่างที่ต้องทำ

ปกป้องโลกไม่ให้ล่มสลาย (จากอะไรกันแน่ก็ยังไม่รู้)

สร้างเมืองที่ทุกเผ่าพันธุ์จะอาศัยอยู่ร่วมกันได้ (ไม่ว่าจะมนุษย์ อมนุษย์ มนุษย์สัตว์ หรือปีศาจ มันจะกลายเป็นจุดกำเนิดของหูแมว หูหมา แล้วก็ลูกครึ่งอีกสารพัด)

และสุดท้ายก็คือการช่วยดูแลคาเรน (ในที่นี้หมายถึงการสั่งสอนและคอยคุ้มครองทำตัวให้เหมือนกับเป็นผู้พิทักษ์)

เซรอสใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ได้ แต่บางครั้งมันก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวทางให้ไปตามโลก ไม่ใช่หยุดอยู่กับที่หรือสวนกระแสของโลก ถ้าเซรอสอยู่ที่บ้าน ชีวิตประจำวันจะมีแต่เล่นสนุก หาความสุขให้ตัวเอง

แต่เมื่อมาอยู่ข้างนอกแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเอาไว้

เพราะถึงจะบอกว่าสโลว์ไลฟ์แต่มนุษย์ก็ยังเป็นสัตว์สังคมอยู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 611 ครั้ง

115 ความคิดเห็น

  1. #12624 yao19032516 (@yao19032516) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:30
    ชอบ ชิลด์ๆดี
    #12624
    0
  2. #12497 StarFirework (@kheamsilencepray) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:46
    เข้าใจไรด์นะ ชีวิตเราใช่ว่าจะสโลว์ไลฟ์ได้ตลอด ยังไงมันก็ต้องมีจังหวะของมันบ้าง
    ปล.ผมไม่เคยเห็นนิยายที่ดี เส้นเรื่องเนิบๆชิวๆจนจบเลยซักเรื่องนะครับ เป็นกำลังใจให้ไรด์นะ
    #12497
    0
  3. #11378 aphisit14 (@aphisit14) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 12:03
    ไปไหนก็มีแต่เรื่อง..กูงง..เมืองนิ10ปีน่าจะสร้างเสด
    #11378
    0
  4. #9501 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:10
    ขอบคุณครับ
    #9501
    0
  5. #7802 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 11:43
    ขอบคุณครับ
    #7802
    0
  6. #7412 kiang8740 (@kiang8740) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 16:03
    บางคนไม่เข้าใจคนเขียน ที่ คนเขียน ย้อน อดีดไป ก็เพราะ ตอนแรกเขาได้เขียน อดีต จนหมดใหม ละครับ ถ้าหมดเขาคงไม่ย้อนไห้เข้าใจ ง่าย ขอบอกจากใจ ครับ นิยายเรื่อง นี้ เขียนออกมา ดีมากๆ ถ้างางขาย เป็นรูปเล่มผมคนหนึ่ง ที่จะ อุดหนุน ครับผม
    #7412
    0
  7. #7148 Peremu (@Peremu) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:23
    มันแบบว่าตั้งแต่แรกเลย เดี่ยวตอนนี้ย้อนอดีตตอนเป็นนักฆ่าที นู้นนี้ตลอดเลย แบบมันวนๆแบบนี้อะครับ คือเข้าใจแล้ว 5555
    #7148
    0
  8. #7147 Peremu (@Peremu) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:23
    มันแบบว่าตั้งแต่แรกเลย เดี่ยวตอนนี้ย้อนอดีตตอนเป็นนักฆ่าที นู้นนี้ตลอดเลย แบบมันวนๆแบบนี้อะครับ คือเข้าใจแล้ว 5555
    #7147
    0
  9. #7134 hh38 (@hh3838) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:40
    เนื้อเรื่องดีมากเลยค่ะ บรรยายเก่งมากเลย

    ชอบนิสัยแต่ละตัวละครทุกตัวด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าตัวละครคาเรนนิสัยเปลี่ยนจากก่อนหน้าหรือเปล่าคะ มันรู้สึกว่าตัวละครดูภาพลักษณ์แปลกไปจากเดิมเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นความต้องการไรต์เลยก็โอเคค่ะ 😀😀👍👍
    #7134
    0
  10. #7119 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:12
    แบบนี้ ก็ชิลดีนะ
    #7119
    0
  11. #6911 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 15:21
    ปฏิสัมพัน เลยทีเดียว คิดลึกไป

    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6911
    0
  12. #6352 สามเหรียญ (@mr3z) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 14:52
    ก็ขอให้นักอ่าน อ่านแล้วคิดตามตามความคิดของคาเรนละเนอะ
    #6352
    0
  13. #6180 Minaon (@Minaon) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 16:23
    สนุกแล้วค่ะ ผู้หญิงเยอะแต่ไม่ฮาเร็ม เท่าที่อ่านลาสจีบหญิงไม่เก่งเลย 555+
    .
    ปล. รายได้-ค่าใช้จ่าย=รายรับ นะคะ เห็นผ่านตามาหลายบทแล้ว
    ถ้าทำงานเพื่อได้ค่าใช้จ่าย หมายถึงพระเอกทำงานแล้วขาดทุนหรือเป็นหนี้ค่ะ
    #6180
    1
  14. #5368 สโนว์ดราก้อน (@0824193354) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 11:31
    ตั้งแต่อ่านมาเนียพระเอกมันคิดมากเกินไป มันไม่ได้หาความสนุกหรอก  หรือพอได้คิดมากนี้สนุก
    #5368
    0
  15. #5335 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 17:16
    ไม่ชอบคาเรน ชอบเบลูก้า 55+
    #5335
    0
  16. #5320 B E L L (@dearzizi_4747) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 02:16
    คาเรนไม่ต้องห่วงง อิเซรอสแก่กว่าเธอเยอะ ปล.อยากให้คาเรนรุ้อายุเซรอสจังจะได้เปิดใจจีบง่ายๆ
    #5320
    0
  17. #5296 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 23:21
    เมื่อไหร่คาเรนจะแต่งงาน
    #5296
    0
  18. #5269 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 11:06
    ขอบคุณค่ะ เรื่อยๆแบบนี้แหล่ะดีแล้ว
    #5269
    0
  19. #5243 BlueStone3369 (@BlueStone3369) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 14:15
    ช่วงนี้ สังเกตุดูรู้สึกว่าจะมีคนคอมเม้นไม่ค่อผยดี หรือไม่พอใจ ในทุกๆเรื่องของนิยายเลยครับ อย่าไปสนใจมาก เลยไรท์ ท่านเขียนออกมาดีแล้ว ดีกว่าหลายๆเรื่องด้วยซ้ำ
    #5243
    0
  20. #5128 DeAtHsCyTh (@DeAtHsCyTh) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 09:02
    สนุกแล้วครับ

    การดำเนินเรื่องก็ขึ้นอยู่กับเนื้อหาเรื่องเนอะว่ามีรายละเอียดเยอะแค่ไหน ถ้ามันมากก็ต้องบรรยายให้หมด ถึงได้ช้า แต่ถ้ามันไม่มีอะไรมากก็ไม่ต้องบรรยายมาก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใช้ภาษาได้ดีในความคิดผมนะ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเจอในเด็กดีเลย มีช่วงผ่อนคลาย จริงจัง และเครียด สำนวนอ่านแล้วไม่ขัดอะไร เนื้อเรื่องปูมาอย่างดี ค่อยๆเผยปมไปทีละส่วนได้น่าติดตามมาก สนุกจริงๆครับ จะติดตามไปเรื่อยๆนะ
    #5128
    0
  21. วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 01:12
    เอิ่ม...ลืมมัวแต่บ่น การบรรยายไรท์โอเคแล้วแหละ มั่นใจไว้ๆเดี๋ยวพอจิตตกรีดเดอร์ลำใยในปัญหาที่จะตามมา

    แนะนำ ถ้าอยากอ่านนิยายสนุกต้องมีสมาธิ จึงจะเข้าถึงอารมณ์และเนื้อหาได้ เราคิดว่าไรท์สื่ออารมณ์ได้ดีนะ

    PS.ช่วงนี้กลียุคหรือไรอ่านนิยายที่ไหนเจอแต่คนเม้นท์ไม่ดี(ถ่อย)
    #4673
    0
  22. วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 01:06
    ไม่ต้องไปจับจุดอะไรเนื้อหามากมายหรอกเนื้อหาไรท์ดีอยู่แล้ว เราอ่านเพื่อความสนุกก็พอ ไม่เห็นจำเป็นต้องกังวลอันไร

    เม้นท์มีมารยาทนิดนึงนะทุกคน ไม่ต้องประจานความที่ฅนถูกเลี้ยงสั่งสอนมาดีอะไรขนาดนั้นก็ได้ ขอรับด้วยใจละกันนะ
    #4663
    0
  23. #4655 Surakieat (@Surakieat) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 12:03
    สโลชิปหายเลยหละเช่นว่าด้วยตอนนี้คาเรนเดินเข้ามาผ่านประตูบ้านแล้วกินข้าว+ค้างคืน(ยังไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ)จบละ1ตอนคือมันไม่สโลตรงใหนแล้ว-2อาทิตลงตอนนี้ยิ้งโครตสโลแบบ2อาทิต-ได้แค่เดินผ่านประตูบ้านก็ตอน1ละรออีกไม่รู้กี่ปีกว่าจะลงใหม่ตอนหน้าคงจะเป็นเเคาเรนเดินออกจากประตูบ้านไปแล้วก็จบ(เย็ญไวตัวข้ายิ้งเม้นยิ้งขึ้น)
    #4655
    11
    • #4655-10 PhuPhawat (@PhuPhawat) (จากตอนที่ 79)
      3 ตุลาคม 2560 / 14:39
      เขาเเต่งมาให้อ่านก็ดีแล้ว คุณไม่พอใจก็ไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องเม้น
      #4655-10
    • #4655-11 kuy5223 (@kuy5223) (จากตอนที่ 79)
      26 ธันวาคม 2560 / 19:35
      แล้วแต่คนเขียนครับว่าจะแต่งยังไงคุณลองทำมั่งสิจะได้รู้ว่ามันยากที่จะต้องลงรายละเอียดทั้งหมดให้สมบูรณ์ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบหรอกครับ
      ปล.ถ้าเขียนสมบูรณ์ผิดก็ขออภัยด้วย
      #4655-11
  24. #4654 Montred (@Montred) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 22:05
    ใครบอกไม่สโล นี้ตอนเดียวยังไม่ไปถึงไหนเลย 555
    #4654
    0
  25. #4651 SNOWSIX (@tassapoltass) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 08:28
    ก็สโลอยุ่นะ ขอบคุณครัชช
    #4651
    0
  26. #4638 gotnoii909 (@gotnoii909) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 18:18
    เรื่องนี้ผมว่าถ้ามีคนเอาไปทำเป็งนมังงะภาพวาดผมว่าคงจะนั่งขำซาริน่าดู55555
    #4638
    1
    • #4638-1 mai6862061 (@mai6862061) (จากตอนที่ 79)
      2 ตุลาคม 2560 / 12:03
      ช่ายเลยค่ะ เรื่องนี้ถ้าเป็นอนิเมะต้องสนุกแน่ๆๆ
      #4638-1