ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,255,444 Views

  • 13,678 Comments

  • 22,792 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15,922

    Overall
    2,255,444

ตอนที่ 75 : SS2 Episode Fifteen : นักฆ่า VS นักฆ่า (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 645 ครั้ง
    27 ส.ค. 60

SS2 Episode Fifteen

 



         จุดเริ่มต้นของวันที่ไม่ธรรมดาเกิดขึ้นเมื่อเซรอสมีนัดเดท

         ในความหมายที่ไม่ใช่เชิงรักใคร่กับหญิงสาวที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับในกิลด์นักผจญภัย อาเรตต้า แลนซ์ แม้ว่าเธอจะไม่ได้มีความงดงามประดุจเจ้าหญิงในนิยาย แต่เธอก็ดูจะเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ต่อชายหนุ่มทุกคน ด้วยหน้าที่การงานทำให้เธอเป็นมิตรกับคนทุกเพศทุกวัย และมีความเป็นผู้ใหญ่สูงมาก เลยกล่าวได้ว่าเธอคนนี้เป็นที่หมายปองในกลุ่มนักผจญภัยสาขาไรด์การ์ดแห่งนี้

         และเซรอสเป็นผู้ชายคนแรกที่สำเร็จในการชวนเธอออกไปเที่ยวในวันหยุดด้วย

         ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเซรอสที่เคยจำเป็นต้องเข้าหาผู้หญิงทุกประเภท ซึ่งอันที่จริงการบริหารเสน่ห์ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เซรอสที่พกพาความมั่นใจมาเต็มที่แม้หน้าตาของเขาจะไม่ได้หล่อเหลาประดุจเทพบุตรที่เพียงได้เห็นก็เป็นที่ต้องตาของเหล่าสาวๆ แต่ก็เพราะการอ่านนิสัยและแสดงในส่วนที่ฝ่ายหญิงน่าจะชื่นชอบ เลยไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะชวนอาเรตต้ามาด้วยได้

         ข้ออ้างที่ได้ผลก็คือการเป็นสมาชิกหน้าใหม่ของเมืองไรด์การ์ดและยังไม่คุ้นชินกับเมือง จึงอยากให้ช่วยอาสาแนะนำสถานที่ในเมืองให้

         หลังจากที่เซรอสได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีประโยชน์ต่อกิลด์นักผจญภัย เชื่อว่าอาเรตต้าเองก็อยากจะทำประโยชน์ให้กับสถานที่ทำงานของเธอเองต้องยอมมาเป็นไกด์นำทางให้ ถึงเซรอสจะไม่ได้เป็นสมาชิกกิลด์นักผจญภัยอย่างเป็นทางการ ตราบใดก็ตามที่เขายังช่วยให้กิจการกิลด์ไปรอดได้ เธอก็ควรจะรักษาความสัมพันธ์เอาไว้

         “ขอโทษที่มาสายนะครับ พอดีมีปัญหานิดหน่อย”

         เซรอสไม่ได้ใส่ชุดหรูแต่เป็นเสื้อผ้าที่หาซื้อได้ตามร้านค้าสามัญโดยคำนึงถึงฐานะของอาเรตต้าด้วย การสวมใส่ชุดที่หรูหราแสดงออกถึงความร่ำรวยไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก หรือถ้าใส่เสื้อผ้าเก่าก็อาจจะทำให้ตัวเธอดูเด่นมากขึ้น สำหรับคนที่ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับ เธอจะต้องให้ความสนใจกับภาพลักษณ์ของตัวเองเป็นอย่างมาก

         “ไม่ค่ะ ฉันเองก็พึ่งจะมาเหมือนกัน”

         อันที่จริงแล้วเซรอสเพียงแค่แกล้งพูดไปเท่านั้น โดยนิสัยของเซรอสแล้วจะต้องมาก่อนเวลานัดเพื่อตรวจสอบสถานที่ว่ามีการเล่นตุกติกอะไรเอาไว้หรือไม่ หรือกระทั่งมองหาตำแหน่งในการซุ่มยิงจากระยะไกลซึ่งมันไม่จำเป็น ซึ่งการที่เขามาก่อนเวลาทำให้รู้ว่าอาเรตต้าก็จริงจังกับเรื่องนี้พอสมควร เธอมายืนรอได้ราวๆ สามสิบนาที และเซรอสเลยต้องแกล้งทำเป็นว่ารีบมาเพื่อให้ทันเวลานัด

         ไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้ อีกทั้งเซรอสก็ไม่ได้เป็นไก่อ่อนที่จะต้องแสดงอาการประหม่าออกมาเมื่ออยู่ต่อหน้าของผู้หญิง ยิ่งสังเกตได้ว่าอาเรตต้าเป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบบุคคลที่ดูเป็นคนที่พึ่งพาได้ และเซรอสก็แสดงเป็นคนคนนั้นได้สมบูรณ์แบบมากจนน่ากลัว ผู้หญิงอย่างอาเรตต้ามักชอบผู้ชายที่จริงจังแต่ก็มีมุมน่ารักอยู่บ้าง เขาควรจะต้องแสดงมุมแบบนั้นออกมาเพียงเล็กน้อย ทำให้มักจะเผลอแสดงอะไรเปิ่นๆ แบบคนบ้านนอกเข้าเมืองมักจะทำกันอยู่เสมอ ผลลัพธ์ก็คือมันทำให้อาเรตต้ามีรอยยิ้มขบขันขึ้นมาแล้ว

         จุดประสงค์ในวันนี้คือการเดินสำรวจเมืองเพื่อหาร้านค้าที่ขายวัสดุราคาถูก ร้านขายอาวุธและชุดเกราะ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ เซรอสสามารถเดินหาได้ด้วยตัวเอง แต่ในบางครั้งการมีคนในพื้นที่คอยแนะนำให้ก็อาจจะได้พบเจอกับร้านที่ขายในราคาถูก หรือเป็นร้านที่สินค้ามีคุณภาพมากด้วย เซรอสคิดว่าคนที่ทำงานในด้านการให้บริการข้อมูลข่าวสารย่อมจะต้องมีสายสัมพันธ์กับร้านต่างๆ อยู่เยอะพอสมควร เพราะเควสต์ที่ติดอยู่บนประกาศแทบจะทุกใบมักจะถูกออกโดยประชาสัมพันธ์ของกิลด์นักผจญภัย

         พึ่งรู้มาว่าตัวเองโดนหลอกให้ซื้อไม้ในราคาแพงกว่าปกติเป็นเท่าตัว แต่จะเรียกร้องอะไรไม่ได้เพราะมันผ่านมาตั้งนานแล้ว โรงไม้พวกนี้มักจะมีสต็อกไม้สำรองเก็บเอาไว้เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดความต้องการอย่างเร่งด่วนจะสามารถนำออกมาใช้งานได้ และไม่น่าเชื่อว่าไอ้เจ้าโรงไม้นี่จะมีอยู่ถึงหกแห่งในเมืองนี้ แถมยังมีเจ้าของคนเดียวกันอีกต่างหาก ต้องยอมรับว่าประมาทเกินไปหน่อย แต่เรื่องพวกนี้มันก็แค่ปัญหาจุกจิกที่ไม่ได้สำคัญอะไรมากนักอยู่แล้ว

         “ถ้าหิวล่ะก็เราพักหาอะไรทานกันสักหน่อยดีหรือเปล่า”

         ผู้หญิงก็ยังคงเป็นผู้หญิง เธอคงไม่อาจพูดออกมาได้เต็มปากว่าตอนนี้รู้สึกหิวแล้ว มันคงเป็นการเสียมารยาทหรือไม่ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของเธอดูไม่ดีอย่างแรง เซรอสสังเกตได้จึงเอ่ยปากชวนอาเรตต้า

         “มีร้านขายอาหารด่วนอยู่ทางนั้นค่ะ” อาเรตต้าชี้ไปยังร้านขายไส้กรอกที่อยู่ไม่ไกล

         ร้านขนาดเล็กนี้จะได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มการค้าเซเรนเป็นผู้ออกทุนจัดตั้งให้ ร้านแบบนี้มีอยู่ทุกหนแห่งในเมืองเพื่อให้ทุกคนสามารถหาซื้อได้ง่าย มีการควบคุมราคาเอาไว้ตามข้อสัญญาเพื่อไม่ให้ทางร้านนำไปขายในราคาแพง ไม่คิดว่าหลังจากที่สอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกไปคาเรนจะดำเนินการจัดการได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้

         “เดี๋ยวผมจะไปซื้อมาให้ ช่วยรออยู่ที่นี่ก็แล้วกันนะครับ”

ทำเป็นตรวจสอบเงินก่อนจะทำหน้าซีด

         “มีอะไรหรือคะ”

         “ลืมเรื่องที่เอาเงินไปซื้อวัสดุมาซ่อมแซมบ้านซะสนิทเลย” เซรอสตอบ หยิบเอาถุงใส่เงินเหรียญออกมาเทลงบนมือ เหรียญทองแดงที่อยู่ในนั้นยืนยันว่าถ้าซื้ออาหารมื้อนี้ก็จะหมดทันที

         “ถ้ายังไงฉันจะออกในส่วนของฉันก็ได้นะคะ”

         “ไม่ครับ ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ เรื่องเงินรอให้ถึงวันหยุดผมค่อยลงดันเจี้ยนก็ได้”

         แสร้งทำเป็นใจแข็งไม่รอฟังคำทัดทาน วิ่งไปซื้อขนมปังไส้กรอกกลับมายื่นส่งให้อาเรตต้าที่เดินไปหาที่นั่งอยู่บริเวณใต้สวนต้นไม้ และกัดกินคำโตโดยไม่ให้มันดูมูมมามมากเกินไป

         “เป็นอาหารที่อร่อยมากเลยนะครับเนี่ย แถมราคาก็ถูกมากด้วย”

         “นั่นเป็นสินค้าจากกลุ่มการค้าเซเรนค่ะ ร้านทุกแห่งที่มีตราสลักรูปนางเงือกเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าราคาจะเป็นมาตรฐานที่ชาวบ้านยากจนสามารถหาซื้อได้ในราคาถูก” อาเรตต้าอธิบาย ชี้มือไปยังป้ายชื่อร้านที่มีตราสลักของกลุ่มการค้าเซเรนติดเอาไว้ด้วย “ต้องขอบคุณท่านหญิงคาเรน หลังจากที่เธอถูกขับออกจากกิลด์การค้าก็ผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิต ส่งขายอาหารแปรรูปต่างๆ ที่ช่วยให้ทุกคนมีอาหารสะสมในฤดูหนาวได้ รู้หรือเปล่าคะว่าไส้กรอกพวกนี้จะช่วยให้พวกเราผ่านฤดูหนาวที่ยากลำบากไปได้”

         “ผมพอจะเข้าใจครับว่ามันยากลำบากแค่ไหน ท่านหญิงคาเรนจะต้องเป็นคนดีมากแน่ๆ”

         ความสัมพันธ์ระหว่างคาเรนกับเซรอสไม่ได้ถูกเปิดเผยออกไป มันจึงค่อนข้างจะคลุมเครืออยู่พอสมควร อย่างน้อยเซรอสคิดว่ามันน่าจะหลีกเลี่ยงไม่ให้กลายเป็นเป้าหมายได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง รู้อยู่แก่ใจดีว่าศัตรูของคาเรนเป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจในตลาดการค้า อยากให้รอจนกว่าจะสร้างรังมดแห่งที่สองเสร็จเพื่อใช้เป็นสถานที่หลบภัยฉุกเฉินเสียก่อน เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะสามารถรับมือกับเหตุการณ์เกิดขึ้นในไรด์การ์ดได้

         “ค่ะ เธอเป็นคนดีมากจริงๆ ในฐานะที่ฉันเองก็เป็นเพียงพลเมืองคนหนึ่ง ย่อมต้องมองว่าท่านหญิงคาเรนเป็นพระผู้ช่วยอย่างแท้จริง” อาเรตต้ากล่าวชื่นชมจากใจ ความเปลี่ยนแปลงในครั้งใหญ่นี้เองที่ทำให้ฤดูหนาวนี้พวกเธอไม่ต้องทนอยู่กับความหิวโหยหรือต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อสะสมอาหาร “ตอนนี้กำลังคิดอยู่เลยล่ะค่ะว่าควรจะเปลี่ยนงานดีหรือเปล่า”

         “เปลี่ยนงานเหรอครับ?”

         “นโยบายของท่านหญิงคาเรนที่ให้ความสำคัญกับแรงงานทำให้เกิดกระแสสังคมอย่างมาก หลายคนพยายามจะออกจากงานเพื่อไปทำงานร่วมกันกับท่านหญิง ค่าจ้างรายเดือนให้เยอะกว่ามาก ทั้งยังมีบ้านและสวัสดิการอีกตั้งมากมาย ในฐานะคนที่ทำงานเป็นลูกจ้างต้องบอกว่าที่นั่นเหมือนกับเป็นสวรรค์ เพราะแบบนี่บรรดานายจ้างทั้งหลายถึงได้รู้สึกว่าท่านหญิงคาเรนกำลังพยายามเปลี่ยนแปลงระบบแรงงานใหม่ ใครบ้างละคะที่จะไม่สนใจงานแบบนี้”

         “แบบนั้นก็แย่น่ะสิครับ แล้วผมจะพบกับคุณอาเรตต้าได้ยังไง”

         “ก็คงต้องพบกันที่กิลด์นักผจญภัยนั่นแหละค่ะ ฉันแค่มีความคิดที่จะเปลี่ยนงานแต่ไม่ได้บอกว่าจะทำจริงๆ สักหน่อยนี่คะ ยังไงการทำงานเป็นประชาสัมพันธ์ก็มีความสำคัญในตัวของมัน และมันก็เป็นงานนั่งโต๊ะที่บางครั้งก็มีเรื่องวุ่นวายจากนักผจญภัยเกิดขึ้นประจำ แต่มันก็ผ่านมาได้ด้วยดีจนรู้สึกผูกพันกับงานแบบนี้ไปแล้วค่ะ”

         ด้วยความที่เซรอสเป็นผู้ชายซึ่งผ่านโลกมามาก มีประสบการณ์ในการเข้าหาผู้หญิงอย่างโชกโชน เขาใช้เวลาเพียงครึ่งวันตอนเช้าเท่านั้นในการสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับอาเรตต้า ผลลัพธ์ก็คือการที่เธอเผลอพูดเรื่องของตัวเองขึ้นมาทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเลย อาจจะใช้คำว่า บรรยากาศมันพาไปก็พอได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นเซรอสที่แสดงนิสัยให้รู้สึกว่าเธอสามารถพึ่งพาตัวเขาได้ต่างหาก เมื่อมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีเซรอสก็เลือกที่จะถอนตัวก่อนจะไปล่วงเกินเข้า เปลี่ยนเรื่องโดยการชวนให้ออกเดินกันต่อ

         นอกจากแนะนำร้านค้าขายเฟอร์นิเจอร์กับวัสดุจำพวกผ้า เซรอสได้เปิดเผยเรื่องที่ว่าตัวเองพอจะมีฝีมือในการตัดเย็บเสื้อผ้าออกมาเพียงเล็กน้อยโดยการเลือกสีที่เหมาะกับอาเรตต้าให้ ปกติแล้วมันหาได้ยากมากที่จะมีผู้ชายที่สามารถแนะนำเรื่องพวกนี้กับผู้หญิงได้ และนั่นทำให้เซรอสมีความพิเศษมากขึ้นในมุมมองของอาเรตต้า เขาเป็นเพียงแต่เด็กหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น แต่กลับมีความสามารถที่มากล้น ในฐานะของประชาสัมพันธ์ที่พบปะผู้คนมาเป็นจำนวนมาก รู้ได้ทันทีว่าเซรอสนั้นเป็นคนพิเศษที่อ่อนโยนเอามากๆ

         “ถ้าคุณอาเรตต้าไม่รังเกียจ รอผมได้เงินมาซื้อผ้าพวกนี้ก่อนแล้วผมจะตัดเย็บชุดให้สักสามชุดดีหรือเปล่าครับ” เขาถามด้วยสีหน้าทะเล้นแบบหน่อยๆ ที่ทำให้อาเรตต้าเผลอยิ้มตอบกลับมา

         “จะรอก็แล้วกันค่ะ หวังว่าฉันจะใส่ได้”

         “อย่างน้อยก็ต้องมีการวัดตัว แต่ประเมินจากสายตาก็ได้นะครับ” อาเรตต้ายกมือขึ้นปิดทรวงอกเมื่อรู้สึกได้ว่าถูกมอง และคิดว่าเซรอสเป็นเด็กที่ไม่เพียงแต่จะทะเล้น แต่ยังค่อนข้างจะทะลึ่งอีกด้วย “และคงจะมีแต่คุณที่คิดมากเกินไป ผมบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริงเลยนะครับ”

         “น่าเชื่อถือมากเลยค่ะ” อาเรตต้าตอบ

         พวกเขาออกจากร้านขายผ้าและไปเดินดูที่ร้านต่างๆ เซรอสต้องการซื้อวัสดุจำพวกเหล็กเพื่อนำมาแปรรูปในการสร้างสิ่งของ นอกจากนี้ยังไปสำรวจร้านขายยาด้วยเผื่อในกรณีที่มีการเจ็บป่วย แต่ร้านขายยาพวกนี้เป็นสมุนไพรและจะต้องให้ทางร้านเป็นผู้จัดการยาให้ เพราะร้านเปิดเป็นเวลาเมื่อมีใครเจ็บป่วยก็ต้องอดทน และที่สำคัญราคาของสมุนไพรพวกนี้แพงมาก เนื่องจากไม่ค่อยมีใครนำมาขายสักเท่าไหร่ อาเรตต้าเองก็พูดได้ไม่เต็มปากเกี่ยวกับเรื่องนี้

         ได้รับรู้สภาพความเป็นอยู่ของเมือง เซรอสก็พอจะรู้แล้วว่าต้องเตรียมตัวในเรื่องใดเอาไว้บ้าง จากนี้ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องมีการเตรียมพร้อมรับมือเผื่อในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

         รู้สึกตัวก็เริ่มเย็นแล้ว เซรอสเห็นว่าเขาใช้เวลาไปกับการตรวจสอบเพียงแค่เขตเล็กๆ เท่านั้น และอาเรตต้าพามาที่ร้านที่ได้รับความนิยม มีความน่าเชื่อถือ สิ่งของภายในร้านจึงเป็นของที่มีคุณภาพอย่างมาก อย่างน้อยมันก็เป็นความหวังดี (ที่เซรอสไม่ได้ต้องการ) จากอาเรตต้า สุดท้ายแล้วก็เลยได้รู้แต่สิ่งจำเป็นที่เขาต้องการว่าหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง

         ทั้งสองเดินทางกลับกัน แต่เพราะไม่อยากใช้บริการรถม้าเลยเลือกจะเดินเท้าไป เซรอสอาสาจะไปส่งให้ใกล้กับที่พักโดยให้เหตุผลที่ว่าตนเป็นคนเอ่ยปากชวนออกมาก็ต้องรับผิดชอบไปส่งให้ปลอดภัยจนกว่าจะถึงบ้าน

         เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาระหว่างทางก็พูดคุยเรื่องทั่วไป อาเรตต้าที่เริ่มคุ้นชินกับเซรอสขึ้นมาสักหน่อยก็เปิดใจพูดเรื่องเล็กน้อยออกมา แต่ไม่มีเรื่องของหน้าที่การงานเข้ามาเกี่ยวข้อง เลยต้องยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้มีความรับผิดชอบสูงมาก

         “ถ้าคุณไปที่กิลด์แล้วอยากจะทำเควสต์ล่ะก็ไม่ต้องเป็นนักผจญภัยก็ได้ ขอแค่มีใบอนุญาตที่ใช้รับรองในการลงดันเจี้ยนก็สามารถรับเควสต์แรงค์ B ลงไปได้ด้วยนะคะ”

         “ทำได้ด้วยหรือครับ”

         “ค่ะ มันเป็นกฎที่มีอยู่แต่ทุกคนก็เลือกจะใช้วิธีที่ง่ายกว่าอย่างการเป็นนักผจญภัย หรือไม่ก็สมัครเป็นทหารและฝึกจนมีความสามารถในระดับที่กองทัพยอมรับถึงจะลงดันเจี้ยนได้ แต่กรณีที่ไม่ได้เป็นทั้งสองอาชีพนี้ และใช้วิธีสอบใบอนุญาตลงดันเจี้ยนก็ถือว่ามีคุณสมบัติแล้วล่ะค่ะ”

         อย่างน้อยก็พอจะมีงานให้ทำบ้าง หรืออาจจะใช้เป็นข้ออ้างก็ได้เหมือนกัน เซรอสเองก็ต้องวุ่นวายอยู่กับการทำงานหาเงินมาใช้จ่ายในแต่ละเดือน ต่อให้ได้รับเงินปันผลจากคาเรนมาก็ตาม แต่เขาก็ใช้มันหมดแทบจะในทันที งานออกล่าก็คงไม่ต่างอะไรกับการยึดอาชีพเก่า เพียงแค่เปลี่ยนเป้าหมายและแนวทางนิดหน่อยเท่านั้น

         แต่ว่าเซรอสที่พูดคุยกับอาเรตต้ามาตลอดทางรับรู้อยู่ตลอดว่าพวกเขาถูกติดตามมาตั้งแต่เมื่อช่วงพักเที่ยง เทคนิคการสะกดรอยพวกนี้ทำได้น่ากลัวมาก อาจใช้เวทมนตร์ในการช่วยลอบเร้นกาย นอกจากนี้ยังดูจะมีประสบการณ์ไม่น้อย แต่มันย่อมมีความผิดพลาดเกิดขึ้นมาและเซรอสรับรู้ได้ในทันที หากพวกนั้นเป็นนักฆ่าที่จ้องจะเอาชีวิตอาจถึงขนาดเข้าใกล้โดยที่ไม่ทันรู้ตัว และนั่นหมายถึงความตายของเขา หากอาวุธพวกนั้นแทงท้องเขาทะลุได้

         ไม่มีความจำเป็นจะต้องบอกให้อาเรตต้ารู้ หลังจากที่มาส่งอาเรตต้าและกล่าวลาเสร็จเรียบร้อยก็แยกเดินออกมา

         สถานะของเซรอสเมื่อสักครู่นี้เป็นเพียงผู้ถูกล่าเท่านั้น เนื่องจากตอนที่รู้ตัวเขายังต้องแสดงตัวในฐานะของ เซรอส แอชเชอร์

         ถึงเวลาแล้วที่ผู้ล่าจะกลายเป็นผู้ถูกล่า

         ศัตรูมีกันเจ็ดคน จากที่ตรวจสอบโดยตลอดพวกนั้นทำงานกันเป็นทีมมากและดูจะไม่ใช่พวกมือสมัครเล่น ไม่น่าจะใช่โจร เนื่องจากสภาพในตอนนี้มองยังไงก็เป็นยาจกเท่านั้น ความเป็นไปได้มีเพียงไม่กี่อย่าง

         และถ้าเป็นอย่างที่คิด เรื่องนี้มันก็ค่อนข้างจะไร้สาระเอามากๆ

         เพียงแค่เดินหายเข้าไปในฝูงชนก็มากพอแล้วที่จะทำให้อีกฝ่ายร้อนรนจนต้องเร่งตามหา ท่าทางจะประเมินความน่ากลัวของเซรอสต่ำเกินไป เขาที่เคยหลบหนีองค์กรที่มีหูตาทั่วโลกได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง กะอีแค่มือสมัครเล่นที่ไม่มีกระทั่งวิทยาการชั้นยอดไม่มีทางไล่จับเขาได้อย่างเด็ดขาด

         “มันหายไปไหนแล้ว”

         “ไม่รู้ ข้าเห็นเจ้านั่นเดินเข้ามาในฝูงชน ข้าจำเสื้อผ้ามันได้แม่นแต่ก็หายไปแล้ว”

         “นายท่านต้องการจับเป็นมัน”

         “ค้นหาดูทุกตรอกซอกซอย ไม่เชื่อหรอกว่ามันจะหนีรอดจากพวกเราได้ ตามไปดูที่บ้านของมันด้วย เด็กสองคนนั่นก็น่าจะเกี่ยวข้อง”

         นับเป็นความผิดพลาดอย่างยิ่งที่เลือกจะจดจำเสื้อผ้า นักฆ่าที่ทำได้ทุกอย่างอย่างเซรอสมีสารพัดวิธีที่จะหลบหนีจากการถูกไล่ล่า โดยเฉพาะการเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วที่เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งของมายากล ที่จริงมันก็เป็นแค่เสื้อที่ใส่ได้เพียงสองด้านเท่านั้น เซรอสแค่เดินเข้าไปในกลุ่มคนและก็เดินย้อนกลับมาในรูปแบบใหม่ พร้อมกันนั้นก็ลบจุดสังเกตอย่างสีผมด้วยหมวกผ้า

         ฟังจากบทสนทนาดูเหมือนเซรอสจะคาดเดาเรื่องราวผิดไปไกล

         เป้าหมายของพวกมันคือตัวเขาตั้งแต่แรก และไม่รู้ว่ามีเป้าหมายอะไรกันแน่ จำได้ว่าเขาไม่ได้แสดงตัวตนอะไรที่โดดเด่นจนถึงกับต้องถูกลักพาตัวไปสอบสวน โดยเฉพาะคนที่ชื่อนายท่าน ในความเห็นของเซรอสมันยังเป็นความลับอยู่

         แต่พอได้ยินว่าพวกมันพูดถึง บ้าน ก็เข้าใจได้เลยว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับคาเรนอย่างแน่นอน

         ในเมื่อบ้านหลังนั้นเป็นสิ่งที่ซื้อภายใต้ชื่อของคาเรน เรเบียส ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าเขากับคาเรนมีความเกี่ยวข้องกัน อาจจะเป็นเพียงความเข้าใจผิดไปเอง แต่มันก็มีค่าให้ลองตรวจสอบ

         ถึงอย่างไรคำพูดที่เกี่ยวพันไปถึง เด็กสองคนนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เซรอสไม่คิดจะปล่อยพวกมันไป

         ก็ดี ไม่ได้เล่นไล่จับมาตั้งนานแล้วเหมือนกัน

         แสดงออกเหมือนเด็กๆ เซรอสยืนมองคนกลุ่มนั้นในระยะประชิดโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าทันทีที่พระอาทิตย์ตกดิน มันจะกลายเป็นงานฝันร้ายสำหรับพวกเขา

 

         การไล่ตามจับเซรอสเป็นงานที่ยากยิ่งกว่าหาใบไม้ในป่า ไม่มีใครรู้ตัวว่าสถานะของพวกเขาได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ในขณะที่เซรอสรู้เป้าหมายของอีกฝ่ายทำให้เขาที่เตรียมการรับมืออย่างเงียบๆ มาโดยตลอด รู้ถึงขนาดที่ว่าเมื่อมีศัตรูปองร้ายตำแหน่งไหนบ้างที่จะลอบเร้นเข้ามาที่บ้านได้ และหาสถานที่จู่โจมจากระยะไกลที่สุดได้เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้รอบบ้านก็มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันที่สร้างจากเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็ก มันเพียงพอที่จะใช้ประโยชน์ได้

         ความมืดอาจเป็นอุปสรรคของคนส่วนใหญ่ แต่สำหรับนักฆ่ามันคือตัวช่วยที่แสนพิเศษ

         เซรอสได้ติดต่อบอกให้ทั้งสองคนอยู่แต่ในบ้านและล็อกประตูให้เรียบร้อย เลยไม่ต้องกังวลว่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น กระเป๋าใบใหญ่ถูกนำออกมาวางเอาไว้ มันคือกล่องใส่ปืนไรเฟิล แม้ว่าจะต้องนำมันมาประกอบให้เป็นรูปร่างก็ไม่มีปัญหาอะไรสำหรับเขาเลย

         ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เปลี่ยนสถานที่ที่ไม่มีอะไรเลยให้กลายเป็นจุดซุ่มยิงได้ กล่องส่องทางไกลระบบอินฟราเรดทำให้เขาเห็นความเคลื่อนไหวเล็กน้อยในป่าที่มืดทึบอย่างง่ายดาย รับรู้ได้ว่ามีคนกำลังตรวจสอบในบ้านรอให้ไฟจากตะเกียงมันดับลงก่อนจะเริ่มโจมตี

         นั่นเป็นเพียงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นถ้าวันนี้เซรอสไม่รู้ตัวเสียก่อนว่ากำลังถูกติดตาม

         อาจจะเห็นว่าเป็นแค่เด็กคงไม่ใช่เรื่องยากที่จะจัดการ นอกจากนี้ถ้าสืบข้อมูลของเซรอสในโรงเรียนจะรู้ว่าฝีมือของเขาก็ธรรมดามาก ไม่ต้องใช้มือสังหารที่เก่งที่สุดก็คงจัดการได้โดยง่าย ไม่คิดเลยว่าจะมีคนหลงเชื่อในเรื่องนี้ด้วย

         สายตาเพ่งมองผ่านสโคปขยายกำลังสูงไปยังศัตรูที่เคลื่อนที่เข้าประชิดตัวบ้าน เส้นทางที่จะถูกลอบโจมตีนับจากนี้อยู่ในการเฝ้าระวังของเซรอส มันจึงเต็มไปด้วยกับดักประเภทชี้เป้าและมีผลแก่ชีวิต เขาไม่ได้ปล่อยเวลาในแต่ละวันให้สูญเปล่าตั้งแต่ที่สร้างเตาปฏิกรณ์ได้มันก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างอุปกรณ์ช่วยเหลือพวกนี้ ตัวจุดระเบิดส่งสัญญาณระยะไกลอยู่ในมือของเซรอส เขาสามารถควบคุมทุกอย่างที่อยู่รอบบ้านได้เพียงแค่ขยับนิ้ว

         “ยินดีต้อนรับสู่บ้านของฉัน หวังจากใจจริงว่าพวกแกคงไม่ฆ่าหมาฉันนะ”

         ฟุบ!

         กระสุนนัดแรกของมนุษยชาติที่จะเปิดเผยการมีอยู่ของมัน พุ่งออกจากปากกระบอกปืนผ่านซับเพรสเซอร์ มุ่งตรงสู่กลางศีรษะของมือสังหารที่อยู่ไกลออกไปอย่างแม่นยำ ปิดชีวิตของมือสังหารฉับพลันโดยไร้ซุ่มเสียงร้องใดๆ ทั้งสิ้น






เนื้อเรื่องมันสโลว์ไลฟ์ก็จริง เพราะเซรอสต้องการใช้ชีวิตแบบธรรมดา

แต่ขอบอกเลยว่าปัญหาที่เข้ามา มันจะไม่สโลว์อย่างที่คิด

โดยไม่รู้ตัว เซรอสก็ต้องฆ่าคนซะแล้ว

อย่าไปฆ่าหมาก็แล้วกัน ไม่งั้นเซรอสตามสุดขอบโลกแน่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 645 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #10818 toptoptopth (@toptoptopth) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 17:57
    เซรอส วิค ลูก จอห์น วิค
    #10818
    1
    • #10818-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 75)
      29 กันยายน 2561 / 18:20
      ลูกศิษย์ครับ คิดว่านะ
      #10818-1
  2. #10197 luckyanne (@luckyanne) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 13:43
    ความจอนวิคก็มาร์
    #10197
    0
  3. #9469 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 21:47
    ขอบคุณครับ
    #9469
    0
  4. #8462 -บุรุษไร้เงา- (@cojack) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 13:27
    แกฆ่ากระต่ายของฉัน....โดนล้างบางทั้งเมืองแน่
    #8462
    0
  5. #8197 supparwit (@supparwit) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 22:21
    มันฆ่าหมาของจอนวิค
    #8197
    0
  6. #8175 SAMURAI-SAMA (@SAMURAI-SAMA) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 06:16
    นั้นมันจอนวิคนะ5555
    #8175
    0
  7. #7798 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 09:42
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7798
    0
  8. #7114 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:42
    จัดให้เรียบบบบ
    #7114
    0
  9. #6910 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 09:20
    ระวังโดน ขอหานะท่าน555
    แกตามบ่าฉันทำไม
    เพราะแกฆ่า กระต่ายฉัน 55555
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6910
    0
  10. #5418 Ghostmaster_zero (@Ghostmaster_zero) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 15:01
    มันก็แค่หมาตัวหนึ่---//ผิดเรื่องและ
    #5418
    0
  11. #4515 Majorl3oat (@majorl3oat3046) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 06:38
    555555 ไม่คิดว่าไรท์จะเล่นมุขฆ่าหมาตรงนี้ ฮา
    #4515
    0
  12. #4390 ManBeer (@ManBeer) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 00:33
    ก็แค่หมาตัวเดียว 555
    #4390
    0
  13. #4359 ninetail1 (@imsuk5) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 09:27
    มุข บักจอร์น นี้เอง
    #4359
    0
  14. #4331 ที่ชาร์ตแบต (@kafil2006) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 22:20
    มุขฆ่าหมานิคุ้นๆนะ
    #4331
    0
  15. #4329 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 14:37
    รอค่ะๆๆๆ
    #4329
    0
  16. #4327 No_nueng (@No_nueng) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 00:23
    รออ่านคะ :)
    #4327
    0
  17. #4326 คนอ้วนคนหนึ่ง (@earth0564) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 21:24
    ฆ่าตูได้แต่ฆ่าหมาตูไม่ได้ 5555555
    #4326
    0
  18. #4325 ployneko25020 (@ployneko25020) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 19:46
    แทนที่จะฆ่าหมาถูกหมาฆ่ามากกว่านะ55555
    #4325
    0
  19. #4323 ghost_fay (@faykug) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 17:45
    ผู้ชายคนนี้ก็คือ เซรอส วิค!!! พ่าม!
    #4323
    0
  20. #4322 PlanaRia (@planaria) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 12:38
    หมามันปลูกผักอยู่ที่บ้านไม่ใช่เหรอ
    #4322
    0
  21. #4321 pennypn (@pennypn) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 12:12
    เซรอสรึจอน วิค? ???? ว่าแต่ใครจะฆ่าหมาสายพันธ์มังกรของเขาได้ล่ะเนี่ย 55+
    #4321
    0
  22. #4320 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 12:02
    ....'หวังว่าจะไม่ฆ่าหมาฉันนะ' มันคุ้นๆนะ~~~~55555 เนอะคุณวิค~~
    #4320
    0
  23. #4319 JomMuD (@JomMuD) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 11:19
    ขอบคุณครับ
    #4319
    0
  24. #4317 U NO LONELY? (@xenozaga) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 06:39
    เซรอส วิค 55555
    #4317
    0
  25. #4316 22710 (@22710) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 03:05
    ขอบคุณมากครับ
    #4316
    0