ตอนที่ 72 : SS2 Episode Twelve : ดันเจี้ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 728 ครั้ง
    4 ส.ค. 60

SS2 Episode Twelve

 



         “มาทางไหนกลับไปทางนั้น”

         นี่คือประโยคแรกที่ถูกพูดถึงเมื่อเซรอสมาถึงบริเวณทางเข้าสู่ดันเจี้ยน

มันเป็นเหมือนค่ายทหารเล็กๆ สังเกตจากการเตรียมความพร้อมและการระวังป้องกันบริเวณทางเข้าดันเจี้ยนมีความเป็นระบบมาก นั่นหมายความว่าดันเจี้ยนเป็นภัยร้ายอย่างหนึ่งที่จะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

“ใจเย็นก่อนพี่ชาย ผมมีหลักฐานมาแสดง”

เซรอสไม่ถือสาการแสดงออกของพวกทหาร แม้จะใช้คำพูดที่ดูหมิ่นและขับไล่แต่เจตนาที่สื่อได้คือไม่อยากให้เข้าไปเสี่ยงอันตราย สำหรับเซรอสแล้วถ้าไม่มีความสามารถในการยืดหยุ่นกับสถานการณ์เขาอาจจะเป็นเพียงแค่พวกที่ใช้กำลังแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว

“หลักฐานงั้นเหรอ? เด็กอย่างเจ้าเนี่ยนะ”

หยิบบัตรใบอนุญาตลงดันเจี้ยนส่งให้เพื่อยืนยัน ทหารรักษาการณ์รับไปตรวจพิสูจน์จึงรู้ว่าเป็นของจริง เมื่อก่อนเคยมีเรื่องที่ว่าขายใบอนุญาตนี้ให้กับพวกมีเงิน ผลลัพธ์ก็คือความตายของพวกเขา ตั้งแน่นั้นมาจึงมีกฎที่เข้มงวดมากทำให้ไม่ค่อยเห็นผู้ถือบัตรนี้อีกเลยนอกจากอัศวินชั้นสูง ไม่คาดคิดว่าจะมีเด็กที่ถือครองใบอนุญาตนี้อยู่ด้วย

เมื่อมีหลักฐานมาแสดงเท่ากับว่ามีสิทธิ์ที่จะผ่านลงไปในดันเจี้ยนใดก็ได้ในอาณาจักรของไอทาเรีย แต่ก็ยังมีความรู้สึกไม่ไว้ใจอยู่บ้างเนื่องจากอายุที่เห็นนั้นเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่ง หากคนตรงหน้าเป็นเอลฟ์หรือสิ่งมีชีวิตที่คงรูปลักษณ์ระหว่างวัยได้ก็คงเป็นเรื่องธรรมดา แต่เซรอสนั้นมีพื้นฐานเป็นมนุษย์จึงกลัวว่าอาจจะใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องจนได้ใบอนุญาตมา

สุดท้ายก็ปล่อยให้เดินผ่านเข้าไป สถานที่ข้างในนี้ถูกใช้เป็นแหล่งรับซื้อวัตถุดิบบางส่วนซึ่งทางอาณาจักรเองก็มีความต้องการเป็นอย่างมาก นักผจญภัยที่มีความสามารถบางคนเลือกที่จะขายวัตถุดิบที่ได้ให้กับที่นี่แทนการส่งขายให้กับทางกิลด์นักผจญภัยที่ให้ราคาต่ำกว่าเล็กน้อย สำหรับนักผจญภัยก็ไม่ได้มีความคิดที่จะต้องสนับสนุนกิลด์ที่สังกัดอยู่ ที่พวกเขาทำก็เพื่อหาเงินให้ได้มากที่สุดเพียงเท่านั้น

เซรอสกลายเป็นจุดสนใจทันทีที่เดินเข้ามา เนื่องจากภาพลักษณ์ของเขายังเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุพอจะดื่มเหล้าและเที่ยวสถานบริการยามราตรีได้ การแต่งกายก็ผิดแผกไปจากนักผจญภัยคนอื่นตรงที่ไม่มีเกราะและอาวุธที่พกมาก็มีแค่ดาบธรรมดาไม่ได้มีลวดลายที่น่าสนใจ สำหรับเซรอสที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานมากกว่าความสวยงาม อาวุธพวกนี้ดูไม่ค่อยเตะตาคนจึงนับว่าเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว

ต้องผ่านด่านตรวจที่สองก่อนเข้าสู่ดันเจี้ยน กำแพงที่ถูกสร้างขึ้นมาและมีหอระวังภัยล้อมรอบทางเข้าเอาไว้ หลังจากที่เดินผ่านประตูกรงเหล็กเข้าไปจะเป็นทางโล่งๆ ที่ไม่มีสิ่งใดสามารถลอบเร้นไปได้ มองเห็นได้กระทั่งคนที่เดินทางเข้าไปและเดินออกมา เซรอสเห็นนักผจญภัยที่ถูกหามออกมาอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสและต้องได้รับการรักษาโดยด่วน แม้จะเป็นทหารที่กินภาษีของประชาชนแต่กลับไม่มีผู้ใดลงไปจัดการกับปัญหาเหล่านี้เลย มีแค่ระวังป้องกันไม่ให้มีตัวอะไรออกมา

เกิดข้อสงสัยว่างบประมาณเอาไปใช้กับอะไรกันแน่ แต่เขาก็ไม่ได้อยากรู้คำตอบนั้นอย่างจริงจัง

“เจ้าหนู ถึงจะมีใบอนุญาตแต่ลงไปคนเดียวมันอันตราย”

“ครับ แต่ก็ยังปลอดภัยกว่าไปกับคนอื่นที่ไม่รู้จักใช่หรือเปล่าครับ”

อย่าคิดว่าเซรอสจะไม่สืบข้อมูลสาเหตุของการตายในดันเจี้ยน มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตายเพราะถูกฆ่าเพื่อแย่งชิงสิ่งของกัน เนื่องจากสิ่งที่อยู่ภายในนั้นไม่เพียงแต่จะมีมอนสเตอร์ที่ดุร้ายแต่ยังเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่รอให้คนไปค้นพบ ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดถึงมีเรื่องแบบนี้แต่ทุกคนสนใจแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าที่มาที่ไปของมัน

“ถ้าเจ้าพูดเช่นนั้นก็หวังว่าจะไม่มีใครไปพบศพของเจ้า จำเอาไว้ว่าดันเจี้ยนนั้นแสงอาทิตย์ไปไม่ถึง เจ้าไม่มีทางรู้เวลาได้อย่าอยู่นานเกินไปล่ะ”

เซรอสยิ้มรับคำเตือนอย่างว่าง่าย ในกรณีของคนทั่วไปแล้วนั่นคือสิ่งที่น่ากลัว บางคนมีแผนจะลงไปหนึ่งอาทิตย์แต่กลับล่วงเลยไปถึงสองอาทิตย์ก็ยังมี พวกเขาจึงต้องมีการวางแผนกันนานเป็นสัปดาห์ก่อนจะลงไป แต่สำหรับเซรอสมีทั้งเข็มทิศและนาฬิกาจึงไม่ต้องกังวลเรื่องเหล่านี้

ก้าวแรกที่เดินลงสู่ดันเจี้ยน เซรอสไม่ได้มีความรู้สึกตื่นเต้นหรือหวาดกลัว นอกจากเรื่องที่เสี่ยงต่อการสูญเสียตัวตนเขานั้นไร้ซึ่งความรู้สึกกลัวไปนานแล้ว ยกเข็มทิศขึ้นมาดูก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อจดจำองศาทิศทางเอาไว้ให้แม่นยำ เปิดหน้าต่างตรวจสอบแผนที่ขึ้นมาเพื่อดูว่ามันใช้การได้หรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีปัญหาถ้าเช่นนั้นก็สามารถใช้วิธีนี้เขียนแผนที่ที่แม่นยำขึ้นมาให้ได้ก่อน และต้องมีข้อมูลที่มากพอจะยกระดับมูลค่าของมันให้สูงขึ้น

ทราบว่ามอนสเตอร์บริเวณใกล้กับทางเข้านั้นมีการกวาดล้างอยู่แทบจะทุกสัปดาห์ด้วยฝีมือของทหาร จึงค่อนข้างปลอดภัยในระดับหนึ่ง แสงสว่างไม่ค่อยเพียงพอเพราะมีการใช้แท่งคริสตัลเรืองแสงเล็กๆ ที่รับกับมานาเปลี่ยนสลับกันไป ติดตั้งพอให้รู้ตัว เซรอสทราบจากที่โรงเรียนและรู้หลักการทำงานของมัน เจ้าคริสตัลนี้ถือเป็นของหายากพอสมควร และต้องมีการเติมประจุมานาด้วยวิธีพิเศษ มันเป็นนวัตกรรมของโลกนี้ที่ใช้งานแทนพลังงานไฟฟ้า

ปกติแล้วทุกคนที่มาจะต้องมีนักเวทที่ใช้เวทมนตร์สร้างแสงสว่างได้ ไม่อย่างนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับอันตรายจะรับมือได้ไม่ทัน แรกเริ่มที่เข้ามาเซรอสก็พบเจอกับปัญหาขนาดใหญ่ มันอันตรายเกินไปจริงๆ ด้วย แม้ทางเริ่มต้นจะแคบเป็นคอขวดแต่ก็มีไว้เพื่อควบคุมจำนวนของมอนสเตอร์ที่จะบุกออกมา หลังจากนั้นจะเป็นพื้นที่กว้างเอามากๆ และทางเดินก็ชันเกินกว่าจะเดินได้สะดวก ให้ความรู้สึกเหมือนมาปีนเขาในเมืองใต้ดินยังไงยังงั้น

แผนที่ที่ทางกิลด์มีขายนั้นมีการทำเส้นทางเอาไว้ให้ค่อนข้างหยาบ มีการเน้นรูปเครื่องหมายกากบาทเอาไว้ในตำแหน่งที่พบเจอกับมอนสเตอร์ชุกชุมที่สุด เซรอสได้ยินเสียงตะโกนก้องและเสียงต่อสู้ดังแว่วมาแต่ไกล กฎของการลงดันเจี้ยนนั้นคือห้ามเข้าไปแทรกแซงในการต่อสู้ของกลุ่มอื่นโดยพลการ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องการแบ่งของรางวัลหลังจากเอาชนะได้แล้ว เซรอสยึดถือกฎนั้นจึงเปลี่ยนเส้นทางเดินเลี่ยงออกไป เป้าหมายในครั้งแรกนั้นคือการสำรวจเส้นทางเท่านั้น ถ้ามีโอกาสล่ามอนสเตอร์จะได้ถือโอกาสนี้ในประเมินความอันตรายได้

มีเส้นทางลับอยู่ตั้งมากมายและมีหุบเหวในถ้ำอยู่ด้วย สะพานที่ใช้ข้ามนั้นก็ถูกบูรณะขึ้นมาให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างเสี่ยงแต่บริเวณนี้ถูกควบคุมจำนวนมอนสเตอร์ไม่ให้ลุกลาม ไม่อาจพูดได้ว่าปลอดภัยเพราะสถานที่ตรงนั้นแทบจะไม่มีที่กำบัง ถึงฝั่งหนึ่งจะอยู่ไกลกันมากจนระยะยิงของธนูไปไม่ถึง คนทั่วไปคนมองว่าเป็นจุดที่ปลอดภัยจากการซุ่มโจมตี แต่เซรอสมองว่าเป็นจุดที่อันตรายเสียด้วยซ้ำ

         ในดันเจี้ยนแห่งนี้กระตุ้นสัญชาตญาณของเซรอสออกมาได้เป็นอย่างดี อันตรายที่มีอยู่ทุกหนแห่งทำให้เขาเกิดความระมัดระวัง คนอื่นอาจประสบปัญหาระหว่างเดินทางแต่เซรอสไม่ เขาคล่องแคล่วและเป็นมืออาชีพในด้านการเอาชีวิตรอดในสถานที่ที่เสี่ยงอันตราย จุดเสี่ยงอันตรายอย่างการปีนช่องแคบเล็กๆ ที่คนทั่วไปไม่กล้าที่จะเสี่ยงทำ เซรอสกลับเลือกที่ปีนโหนอย่างชำนาญ ด้วยเหตุผลที่ว่าศัตรูในดันเจี้ยนไม่ได้มีแค่มอนสเตอร์ แต่ยังมีโจรในคราบของนักผจญภัยรวมอยู่ด้วย

         เซรอสได้รับคำเตือนให้ระวังอย่าไปข้องเกี่ยวกับคนที่อยู่ในดันเจี้ยน คนพวกนั้นมีสารพัดวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากความไม่รู้และความอ่อนต่อโลก หลอกให้ไปสู่กับดักที่แสนอันตราย หรือใช้ประโยชน์ในการหลอกล่อ การเลี่ยงเส้นทางปกติที่มักจะตกเป็นเป้าหมายของการลอบทำร้ายเลยเป็นอะไรที่มองว่าธรรมดาเอามากๆ ถึงจะเป็นความจริงที่ว่าถ้าเกิดปัญหาเซรอสสามารถรับมือได้สบายก็ตาม

         และแล้วในที่สุดเซรอสก็พบเห็นมอนสเตอร์ฝูงแรกในดันเจี้ยน

พวกมันเหมือนตัวสัตว์ประหลาดในหนังเรื่องเอเลี่ยน vs พรีเดเตอร์ แต่ร่างกายพวกนั้นดูมีชีวิตจริงๆ และไม่ได้มีลิ้นที่ยืดออกมากัดกินคน น้ำลายของมันเหมือนกรดที่ย่อยสลายเนื้อเยื่อได้เพียงแค่สัมผัส จัดว่าอันตรายมากทีเดียว

พวกมันกำลังรื้อทำลายซากที่พักของนักผจญภัยที่สร้างขึ้นสำหรับพักผ่อนกันภายใน ลองเปิดแผนที่เทียบกันดูแล้วน่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้เวลาเดินทางกว่าหนึ่งวันจึงจะไปถึงได้ มันเป็นเส้นทางปกติที่ใช้การเดินอ้อมเส้นทางมาจนถึงที่นี่ได้ แต่เซรอสอยู่คนละฝั่งซึ่งไม่มีทางไปถึงได้แน่ แต่มันก็เป็นความเชื่อที่ผิดไปนิดหน่อย

ตรวจสอบดูแล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น เป็นไปได้ว่าอาจจะตายหรือหนีไปแล้ว

ยิงหน้าไม้ด้วยธนูพิเศษที่มีความทนทานและเจาะฝังเข้าในชั้นหินได้ไปอีกฝั่ง ผูกสลิงเอาไว้ด้วย และจึงโหนตัวลงไป

เมื่อรับรู้ได้ว่ามีศัตรูเข้ามา พวกมันก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมา เซรอสพอจะแยกแยะความถี่ของเสียงได้เล็กน้อยเลยรู้ว่านั่นเป็นการสื่อสารของพวกมัน หางของมันแหลมคมราวกับหอกสะบัดไปมาเพื่อจู่โจม มีสองตัวบุกเข้ามาจากทางด้านข้าง

         เสียงปืนที่ติดเครื่องเก็บเสียงดังติดต่อกันในระยะเวลาสั้นๆ ทุกร่างนั้นถูกกระสุนยิงใส่บริเวณหน้าผากอย่างแม่นยำ นอกจากมันที่แสดงอาการทรมานแล้วมีเพียงเลือดที่เขียวฟ้าไหลออกมาจากปากแผล ดูเหมือนกระสุนนี้จะยิงไม่เข้าเพราะกะโหลกของมันค่อนข้างจะหนาเอามากๆ แต่มันเป็นอะไรที่ชวนให้ท้าทายมาก

         “มาเลยซีโนมอร์ฟ ฉันคือพรีเดเตอร์”

         หางที่ตวัดเข้ามาสามารถสังหารคนให้ตายได้ในครั้งเดียว เซรอสตวัดดาบตัดหาง ถึงมันจะเป็นมอนสเตอร์แต่ระดับความอันตรายนั้นถือว่าสูงมาก มีร่างกายที่แข็งแกร่งมากและนั่นทำให้เซรอสต้องใช้ปืนยิงในระยะประชิด น้ำลายของมันกระเด็นมาโดนเสื้อของเซรอสจนเกิดรูโหว่ เนื้อของเซรอสเหมือนโดนเผาไหม้แต่ด้วยความที่มันเหนือกว่ามากจึงทิ้งไว้เพียงรอยจ้ำแดงๆ เท่านั้น

         มันควรจะเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานแต่เซรอสจัดการมันได้โดยมีเพียงรูโหว่บนเสื้อเท่านั้น แต่หลังจากที่สังหารมันเรียบร้อยแล้วเซรอสก็ใช้มีดคว้านร่างกายของมันออกเพื่อหาสิ่งที่ควรมีอยู่ภายใน เป็นสิ่งที่พวกมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนจะสร้างขึ้นคล้ายกับแหล่งพลังชีวิต โดยเจ้าชีโนมอร์ฟตัวนี้ให้ผลึกเวทมนตร์สีน้ำตาลขนาดเท่ากับถ่านไฟฉายขนาด D เจ้าตัวนี้จะมีความแข็งแกร่งในระดับ B ถ้าเป็นพวกนักผจญภัยกลุ่มใหญ่คนจัดการได้ไม่ยากอยู่แล้ว

         นี่เป็นการจำแนกระดับของมันอย่างง่ายๆ ถ้าผลึกเวทมนตร์ที่ได้มีขนาดใหญ่นั่นแปลว่ามอนสเตอร์ตนนั้นมีระดับพลังที่สูงมาก เคยมีมอนสเตอร์ระดับ S ปรากฏให้เห็นอยู่ ซึ่งขนาดของผลึกเวทมนตร์นั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ห้าสิบเซนติเมตร ได้จากตัวกระดูกยักษ์ซึ่งกว่าจะโค่นมันลงได้ก็มีคนตายและบาดเจ็บสาหัสเป็นจำนวนที่ไม่ใช่น้อยๆ ในตอนนั้นได้กลายเป็นข้อพิพาทเพราะทางราชวงศ์ของการนำไปเก็บรักษาเพื่อสร้างเป็นเวทมนตร์เกราะป้องกันอาณาจักร และคนที่เสี่ยงชีวิตในการปราบพวกมันกลับได้รางวัลแค่เงินภาษีของพวกเขาไม่เท่าไหร่

         เซรอสไม่ได้สนใจปัญหาที่เกิดขึ้น ซากของเจ้าตัวนี้ถึงจะไม่มีเนื้อหนังมากนักแต่เซรอสมองออกว่าชิ้นส่วนใดมีความสำคัญที่พอจะนำมาทำเป็นอาวุธได้ พวกเขาอาจจะให้ความสำคัญกับหนังที่นำไปผลิตชุดชั้นเลิศ แต่ถ้าเซรอสแก้ปัญหาเรื่องพลังงานได้เขาสามารถสร้างชุดที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาใช้งานได้ และนั่นจะเป็นการปัดทิ้งชุดเกราะราคาแพงในโลกนี้ไปทั้งหมด

         “มาดูกันว่าแกจะมีราคาสักเท่าไหร่กันเชียว”

         เซรอสเก็บร่างของพวกมันลงแหวน และสำรวจเส้นทางต่ออีกสักพักใหญ่ เขาพยายามจะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้ โดยเฉพาะสลิงที่เขาทำขึ้นมา มันเป็นลวดสลิงที่แข็งแรงและทนทานที่สุดพอๆ กับโซ่เหล็กที่ยึดสะพานของเมือง มองดูเวลาก็เห็นว่ามันใกล้เย็นแล้วจึงเดินทางกลับ ถึงจะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปต่อแต่วันนี้เขาก็มีวัสดุเพียงพอจะนำกลับไปทดลองแล้ว

         ตอนที่เซรอสกลับออกมาช่วงเย็น เขาพลันเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันของทหารที่เฝ้าทางเข้าดันเจี้ยน เนื่องจากเซรอสพึ่งเข้าไปเมื่อตอนเช้าและกลับออกมาตอนเย็นก็พลันคิดว่าเขาคงยอมแพ้แล้วหนีออกมา ดังนั้นตอนที่เห็นเซรอสเดินทางกลับเมืองจึงไม่มีใครร้องห้ามหรือชวนคุย จะมีก็แค่ถามว่า มีของดีอะไรมาขายบ้าง จะได้ให้ราคาแพงๆ สำหรับครั้งแรก เห็นได้ชัดว่าจงใจล้อเลียนเรื่องที่กลับมาไว้เกินไป แน่นอนว่าเซรอสไม่ได้คิดจะขายให้กับพวกทหารโดยเด็ดขาด ถึงจะได้เงินดีกว่าแต่ถ้าต้องพึ่งพากิลด์ล่ะก็เขาควรแสดงความเป็นมิตรต่อกิลด์นักผจญภัยให้ถึงที่สุด

         กลับมาถึงเมืองไรด์การ์ดช่วงหัวค่ำ นำหลักฐานแสดงตัวตนออกมาให้ดูก็สามารถเขาเมืองได้ เขามุ่งหน้าไปยังกิลด์นักผจญภัยก่อนเป็นอันดับแรกเพราะไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้ มาถึงก็ตรงไปยังเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ หญิงสาวที่กำลังจะออกเวรเห็นเซรอสเดินกลับมาโดยมีสภาพของเสื้อผ้าที่ขาดเป็นรูโหว่ก็เอ่ยถามตามมารยาท

         “กลับมาเร็วจังเลยนะคะ หรือกังวลว่าจะไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน”

         “ที่จริงก็ตามนั้นแหละครับ” เซรอสยิ้มตอบ “พอดีเกิดกลัวว่าถ้าตายแล้วจะไม่ได้พบหน้าคุณผู้หญิงก็เลยต้องยุติการเดินทางและกลับมาเสียก่อน ถ้าเป็นไปได้อยากให้คุณผู้หญิงช่วยพาไปยังห้องที่พูดคุยกันได้สะดวกกว่านี้น่ะครับ”

         “เสียใจด้วยนะคะ แต่เวลานี้เป็นช่วงเปลี่ยนกะ ถ้ายังไงลองติดต่อพนักงานคนอื่นแทนดีหรือเปล่าคะ”

         “อย่าพูดจาตัดรอนกันสิครับ ผมแค่พูดล้อเล่นนิดเดียวเอง ก็แค่คิดว่าจะส่งมอบร่างมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนให้”

         “ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะบอกกันก่อนสิคะ เชิญค่ะฉันจะรับหน้าที่ประเมินราคาให้เอง”

         “ได้ค่านายหน้าเท่าไหร่ครับเนี่ย” เซรอสแกล้งถาม เพราะถ้านี่เป็นรายได้ของกิลด์นั่นแปลว่าเงินเดือนของเธอก็มาจากเรื่องพวกนี้เหมือนกัน “ขึ้นอยู่กับมูลค่าที่ทำได้นั่นแหละค่ะ หวังว่าของที่ได้จากคุณคงมีมูลค่าไม่น้อย”

         “ก็ขึ้นอยู่กับการประเมินราคาแล้วล่ะครับ”

         เซรอสเดินตามไปอย่างว่าง่าย มันเป็นห้องที่อยู่ด้านหลังของกิลด์นักผจญภัยและใกล้กับห้องเสบียง กลิ่นไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เพราะมันเป็นเพียงโรงชำแหละเท่านั้น ที่มีความกระตือรือร้นมากขนาดนี้เป็นเพราะระยะหลังมานี้ไม่ค่อยมีคนนำร่างมอนสเตอร์มาขาย ส่วนใหญ่เลือกที่จะมอบมันให้กับพวกทหารที่เปิดร้านรับซื้ออยู่บริเวณหน้าดันเจี้ยน และทางกิลด์นักผจญภัยก็ไม่อาจเข้าไปแทรกแซงในส่วนนั้นได้ เป็นคำแนะนำของมาควิสท่านหนึ่งที่บอกว่าถ้ามีคนอยากขายให้กับทางกิลด์นักผจญภัยพวกเขาก็ไม่ได้ห้าม แต่เล่นตัดช่องทางเลือกเอาไว้แล้วและอำนวยความสะดวกบริเวณหน้าดันเจี้ยน ก็เป็นเหตุผลเพียงพอที่ทุกคนจะเลือกทางฝ่ายนั้น

         เซรอสนำร่างของมอนสเตอร์ออกมาวาง วินาทีนั้นสีหน้าของหญิงสาวก็เปลี่ยนไป ในฐานะที่ทำงานประชาสัมพันธ์มาย่อมมีความรู้เกี่ยวกับมอนสเตอร์พอสมควร แต่ตัวที่ปรากฏอยู่นี้เธอเคยได้ยินแค่ชื่อและภาพลักษณ์ผ่านการบรรยาย ไม่มีโอกาสได้เห็นสภาพศพที่สมบูรณ์ขนาดนี้มาก่อนเลย อย่างไรก็ตามมันถูกเรียกว่า เทลเบลด ที่หมายถึง หางคมมีด เป็นส่วนที่อันตรายพอๆ กับน้ำลายของมันเลย

         “นี่มันเกินกว่าที่คาดเอาไว้เสียอีกนะคะ”

         รูปร่างของมันถือว่าน่ากลัวมาก การที่สภาพของมันสมบูรณ์มากขนาดนี้เลยดูเหมือนว่ามันจะยังคงมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตามเซรอสมั่นใจได้ว่ามันตายแล้วเพราะเขาได้นำแกนชีวิตของมันออกมาทั้งหมด จึงไม่มีทางที่มันจะขยับได้อีกต่อไป

         “ไม่ทราบว่าทำไมส่วนตรงนี้ถึงได้ถูกกรีดออกล่ะคะ”

         “เพราะมันมีคริสตัลเวทมนตร์”

         “คริสตัล? ไม่ใช่ผลึก?”

         ดวงตาของหญิงสาวเปล่งประกายขึ้นมาทันที ผลึกเวทมนตร์มีราคาถูกกว่ามาก แต่ก็ยังมีความต้องการอยู่ไม่น้อย แต่เทียบกับคริสตัลเวทมนตร์ไม่ได้ สิ่งนั้นถือว่ามีราคาแพงและมอนสเตอร์ที่ให้มันส่วนมากจะเป็นแรงค์ B ขึ้นไปทั้งสิ้น และต้องไม่ลืมว่าเซรอสนั้นยังเป็นนักเรียนอยู่ จากการสืบข้อมูลจากประวัติที่ส่งมาให้พบว่าเขายังพึ่งจะขึ้นปีแรกเท่านั้น ถึงกับสามารถจัดการกับมอนสเตอร์ที่แสนน่ากลัวนี่ได้ต้องยอมรับในความแข็งแกร่ง

         “คุณไม่คิดจะขายให้ทางเราหรือคะ”

         “ขอร้องกันแบบนี้ถ้าไม่ขายให้ก็คงรู้สึกผิด ผมเองก็มีความจำเป็นจะต้องใช้เหมือนกันเพราะฉะนั้นผมคงแบ่งขายให้ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขอให้เข้าใจด้วยนะครับ”

         “ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยค่ะ”

         การค้าขายไม่ใช่ว่าจะได้รับเงินในทันที เพราะต้องนำไปประเมินค่าใช้จ่ายในการชำแหละ ตรวจสอบคุณภาพ และประเมินราคา ทำให้มันต้องใช้ระยะเวลาประมาณสามวันถึงจะระบุออกมาเป็นตัวเงินได้ สิ่งที่เซรอสได้รับเป็นเอกสารยืนยันจำนวนของซากมอนสเตอร์และของที่นำมาขายให้ ขั้นตอนนี้ทำให้การประเมินราคาจะสูงหรือต่ำก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาขาย

         “คิดว่าผมจะได้เงินจากเจ้านี่สักเท่าไหร่ครับ”

         “คงสักประมาณ” เธอกล่าวและเริ่มจดบันทึกราคาชิ้นส่วนและลองประเมินราคาดู “40 – 50 เหรียญทองมั้งคะ แต่ราคาอาจจะสูงกว่านี้ก็ได้เพราะว่าตัวนี้มีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์พร้อม ขอโทษนะคะที่ให้ตัวเลขที่ถูกต้องไม่ได้”

         “ผมกลัวว่ามันจะมีไม่พอชวนคุณไปทานมื้อค่ำน่ะสิครับ”

         หญิงสาวหัวเราะแล้วตอบว่า “คุณคิดว่าราคาอาหารของที่นี่จะสักเท่าไหร่กันเชียวคะ”

         “อาจทำให้ผมกลายเป็นยาจกได้ในมื้อเดียว”

         “เมื่อถึงตอนนั้นถ้าคุณมีเงินไม่พอฉันคงต้องให้คุณยืมสักหน่อยแล้วล่ะค่ะ”

         “แบบนี้คงต้องขยันทำงานสักหน่อยแล้ว ยืมเงินของสุภาพสตรีจ่ายค่าอาหารไม่ใช่วิถีของบุรุษเพศ”

 

         กลับมาถึงบ้านเซรอสก็เห็นทั้งสองคนเล่นเกมกระดานกันอย่างสนุกสนาน เซรอสครั่นเนื้อครั่นตัวเดินไปอาบน้ำ เสื้อผ้าที่มีรูโหว่ถึงจะซ่อมแซมมันได้แต่มันจะสูญเสียทรงไป มันไม่ใช่มีแค่ไม่กี่รู แต่เป็นรูพรุนไปทั้งตัว ตอนที่แช่น้ำก็ครุ่นคิดว่าจะตรวจสอบคริสตัลอย่างไรให้สามารถกำหนดค่าออกมาและนำไปประยุกต์ให้ได้

         เป้าหมายแรกก่อนอื่นก็คือมองหาแหล่งพลังงานเพื่อสร้างเตาปฏิกรณ์ขึ้นมา สิ่งสำคัญคือการประยุกต์ศาสตร์เวทมนตร์ให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ถ้าสามารถทำมันขึ้นมาได้ทุกอย่างมันก็จะง่ายขึ้น

         ออกจากห้องน้ำเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ที่ตู้เย็นจึงเดินไปดู เห็นกระต่ายขาวตัวหนึ่งอาศัยช่วงที่ฟรานกลับขึ้นไปอ่านหนังสือในห้องแอบลงมาขโมยแครอทแช่เย็น และเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อหันมาเห็นเซรอสยืนมองอยู่ก็รีบซ่อนมันไว้ด้านหลังทำเหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ปากก็ยังเคี้ยวกินอยู่

         “ยัยตัวแสบ ทำอะไรอยู่กันแน่”

         “เปล่าเจ้าค่ะ”

         “หลักฐานคาปากอยู่นั่นยังบอกว่าไม่มีอีกเหรอ”

         “ว้าย!” ซาริวิ่งหลบหนีกลับขึ้นห้องอย่างซุกซน เซรอสเผลอยิ้มออกมา นิสัยของซารินั้นค่อนข้างแสบเอามากๆ แต่ก็เป็นนิสัยส่วนที่น่ารักดี เซรอสไม่เคยหวงของเพราะยังไงก็ซื้อมาให้กิน

         ชงกาแฟให้ตัวเองและเดินกลับขึ้นไปที่ห้อง เขาจุดตะเกียงและเริ่มเอาคริสตัลเวทมนตร์ออกมาวางเอาไว้ เขารู้ว่ามันสามารถนำไปสร้างเป็นอาวุธได้ สามารถนำไปทุบเป็นเศษเล็กเศษน้อยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ด้วยเช่นกัน คริสตัลเวทมนตร์นี้แท้จริงแล้วก็คือมานาของมอนสเตอร์ที่ตกผลึกออกมาเป็นเจ้าสิ่งนี้ เป็นไปได้ว่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนอาจจะมีอวัยวะพิเศษที่เปลี่ยนมานาให้ตกผลึกเป็นรูปร่างขึ้นมาได้ มันน่าจะเป็นเหมือนหัวใจของมอนสเตอร์ที่ทำให้มันแข็งแกร่งหรืออ่อนได้ก็ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของมัน

         “มาลองดูกันว่าจะทำอะไรกับมันได้บ้าง”

         เซรอสคันไม้คันมือและเริ่มหยิบจับอุปกรณ์เครื่องมือช่างออกมาดำเนินการแยกส่วนคริสตัลเวทมนตร์

         ในสายตาของเซรอสมองว่ามันคือแหล่งพลังงานทางเลือกที่น่านำมาทดลอง

         ถ้ามันไปได้สวย โอกาสที่จะให้กำเนิดเตาปฏิกรณ์ที่ผสมผสานระหว่างเวทมนตร์กับเทคโนโลยีในอนาคตก็มีความเป็นไปได้สูงมาก

        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 728 ครั้ง

67 ความคิดเห็น

  1. #10898 janthawong (@janthawong) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 13:45
    ทำไมไม่ทำ ปืนเวทมนต์เลยครับ แบบยิงทีเมืองปลิวประมาณนี้55
    #10898
    2
    • #10898-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 72)
      14 ตุลาคม 2561 / 15:50
      แสดงว่ายังไม่เห็นโคตรปืนจากอวกาศ
      #10898-1
  2. #9435 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 17:53
    ขอบคุณครับ
    #9435
    0
  3. #7795 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 07:46
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7795
    0
  4. #7111 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:35
    ขอบคุณครับ
    #7111
    0
  5. #6906 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 21:55
    ผมว่าเป้าหมายเซรอสคือความรู้เกี่ยวกับการเป็นไปของ เรียกไงดีอ่า สายลับสืบขอมูลใช่ๆ
    สนุกครับผม 
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6906
    0
  6. #6853 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 22:18
    เมื่อไหร่จะรู้เรื่องซักทีต้องเอาให้ถึงตายมั้ง ซาริเนี่ย เบื่อจริง
    #6853
    0
  7. #6612 The Killer Princess (@rebornmini) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 15:53
    อยากให้ซาริเจอเหตุการณ์อันตรายถึงชีวิตเพราะคำพูดตัวเองอ่ะ ไม่งั้นก้ไม่พัฒนาสักที เอาแบบที่เซรอสไม่อยู่,ไม่ช่วยด้วยนะ
    #6612
    0
  8. #6597 PeshNa (@PeshNa) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 23:09
    อยากให้ซาริไม่อ่อนต่อโลกเกินไปอะคับ
    #6597
    0
  9. #6260 Chooon (@Chooon) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 11:23
    ไม่เอาจีบหญิงได้ป่ะค่ะมันดูฉีกคาแรคเตอร์ไปค่ะ
    #6260
    0
  10. #5163 มายเนมอีส... (@neneoshiyalovely) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 16:58
    ติดตรงที่เซรอสจีบหญิงนี่แหละ คือแบบ...มันใช่เซรอสจริงๆเหรอ
    #5163
    0
  11. #4141 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 11:48
    ...ขอบคุณครับ สนุกมาก...
    #4141
    0
  12. #4048 Automatic32 (@Automatic32) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 20:13
    สองอาทิตย์กว่าแล้ว
    จะไปไหนก็ไม่บอกคนก็รอกันจนรากงอกกันหมดแล้ว
    #4048
    0
  13. #4047 artba16639 (@artba16639) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 22:55
    ยังอยู่ไหมครับ ????
    #4047
    0
  14. #4046 MozartTx (@MozartTx) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 22:31
    มารอกระต่ายขาว ซาริ จะมีวีรกรรมป่วนอะไรต่อ 
    แต่ไม่เคยทำอะไรยัยเอลฟ์หน้านิ่งได้เลย 
    ถ้าวันไหน ทำให้เอลฟ์หน้านิ่งนี่ หลุดมาดนิ่งได้ 
    ไม่ว่าจะเป็นโมโหหรือหัวเราะ จะถือว่ากระต่ายตัวนี้
    สำเร็จวิชา ป่วนขั้นสูงสุดแล้ว 
    #4046
    0
  15. วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 19:41
    สนุกมากค่ะ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #4045
    0
  16. #4043 NuntaponT (@NuntaponT) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 13:31
    สนุกคับ!!
    #4043
    0
  17. #4041 0985386934 (@0985386934) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 22:27
    คิดถึงท่านเซรอสเจ้าค่ะ เมื่อไรท่านไรท์จะมาลงให้ข้าน้อยน่า.  รอเจ้าค่ะ. รักนิยายเรื่องนี้อยากมีชีวิตแบบเซรอสน่าสนุกดี  าไว้น่ะเจ้าค่ะท่านไรท์เดอร์
    #4041
    0
  18. #4022 Automatic32 (@Automatic32) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 07:28
    เงียบไปเลย
    #4022
    0
  19. #4011 Kasegawa Run (@pannaleno) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 01:04
    เหมือนตอนๆนี้จะบทนำอะไรงี้เลยค่ะ เรื่อยๆ ก่อนพายุจะมา ฟ้าจะสงบ พอหลีงจากนี้คงมีให้มันส์กันบ้างล่ะเน้อะ
    #4011
    0
  20. #4003 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 19:01
    งงตรงมีตู้เย็น... แต่ยังใช้ตะเกียง...
    #4003
    0
  21. #3996 SirIRisGame (@SirIRisGame) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 21:46
    สงสัยจะสอบ
    #3996
    0
  22. #3993 theinnocentbee (@theinnocentbee) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 09:14
    ไรท์หายไปไหนน้า
    #3993
    0
  23. #3989 Nezumi (@Fannie) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 20:54
    สร้างพลังงานได้ต่อไปก็สร้างชุดเกราะ เหอๆ

    #3989
    0
  24. #3984 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 01:37
    ไล่อ่านรวดเดียว สนุกมากกกกกกกกกกกก
    คือโดยส่วนตัวเข้าใจมุมมองของเซรอสนะครับ สำหรับคนที่ใช้ชีวิตมานานจนเรียกได้ว่าเบื่อโลกหรือไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตอะไรประมาณนั้น ตอนนี้ก็แค่เอาใจช่วยให้เซรอสสร้างเทคโนโลยีใหม่ออกมาได้ สู้ววววววว(อันนี้บอกไรต์ ให้มีกลจเขียนต่อไป สู้ววววววว) ;)
    #3984
    0
  25. #3982 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 23:37
    ค้างมากเลย!!!
    #3982
    0