ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,254,931 Views

  • 13,677 Comments

  • 22,789 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15,409

    Overall
    2,254,931

ตอนที่ 71 : SS2 Episode Eleven : เวทย์ไร้สาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 727 ครั้ง
    3 ส.ค. 60

SS2 Episode Eleven

 



         การฝึกร่างกายของสาขานักรบไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการข้ามขีดจำกัดร่างกาย ซึ่งมันก็โหดมากและซ้อมเหวี่ยงดาบจนแขนล้าไปหมด จนกระทั่งในที่สุดอัศวินที่รับหน้าที่ในการเป็นผู้ฝึกสอนก็เห็นสมควรแล้วว่าจะเริ่มต้นการฝึกปรือพื้นฐานของจริง นั่นคือการฝึกศิลปะเวท

         ศิลปะเวทเป็นวิชาเวทพื้นฐานที่จัดอยู่ในหมวดไร้สายไร้ธาตุ เกิดจากการศึกษาและสร้างเป็นเวทมนตร์แบบใหม่ขึ้นมา การที่มันเป็นเวทมนตร์ไร้สายทำให้ทุกคนสามารถใช้งานได้ขอเพียงมีมานาในระดับที่กำหนด และเป็นวิชาเวทที่เรียนรู้ได้ค่อนข้างจะยากมาก เพราะจะต้องมีความแข็งแกร่งทางร่างกายเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของเวทมนตร์นี้ สำหรับพวกจอมเวทแล้วทำได้แค่ยืนร่ายเวทมนตร์ที่มีความรุนแรงก็เพียงพอ แม้ว่าพวกเขาจะสามารถใช้เวทมนตร์ไร้สายได้เหมือนกันแต่ถ้าไม่มีร่างกายที่แข็งแกร่งมากๆ ผลกระทบที่ได้รับหลังใช้งานจะทำให้ทรมานอย่างมาก

         อัศวินทุกคนนั้นจะสามารถใช้ศิลปะเวทได้อย่างชำนาญเพื่อทำการรบระยะยาว ในขณะที่เวทมนตร์เป็นอาวุธกลยุทธ์ที่มีผลต่อทิศทางของสงครามได้ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะใช้เวทมนตร์ขนาดใหญ่ได้อย่างอิสระ ขนาดจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของสภาเวทมนตร์ยังใช้เวทมนตร์ขนาดใหญ่ได้เพียงไม่กี่ครั้งแถมหลังจากใช้แล้วก็ต้องพักฟื้นร่างกายเป็นระยะเวลาร่วมเดือน ดังนั้นศิลปะเวทที่อาศัยเพียงมานาเล็กน้อยจึงถูกยัดเข้ามาในหลักสูตรเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานได้

         “ในเมื่อทุกคนมีร่างกายที่พร้อมจะรับสภาพแล้วจากนี้จะเป็นการฝึกฝนศิลปะเวท เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้ดีว่ามันเป็นเวทมนตร์ไร้สายที่ไม่จำเป็นต้องมีการร่ายเวทมนตร์ที่ยุ่งยากหรือมีความเข้ากันได้ของธาตุ หลักพื้นฐานของมันก็คือการควบคุมกระแสมานาในร่างกาย”

         การแสดงวิชาให้ดูเป็นตัวอย่างที่ทำให้นักเรียนตื่นตะลึง พวกเขาเห็นแสงที่ห่อหุ้มอยู่เพียงแค่ดาบไม้เท่านั้น อัศวินนายหนึ่งยกหุ่นไม้จำลองขึ้นมาตั้งวาง และในเวลาต่อมาหุ่นไม้ก็ขาดออกจากกันด้วยการเหวี่ยงดาบเพียงเล็กน้อย ถึงจะบอกว่าขาดแต่เหมือนมันถูกทำให้แตกซะมากกว่า แต่คงไม่มีใครสังเกตถึงเรื่องนี้

         “ท่านเซรอส ดูนั่นสิเจ้าคะ หุ่นไม้ขาดออกจากกันด้วยเจ้าค่ะ” ซาริดูจะตื่นเต้นมากกว่าเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด “ซาริจะทำบ้างได้หรือเปล่าเจ้าคะ แบบว่า ฉับ แล้วท่อนไม้ก็ขาดออกจากกัน มันคงจะสะดวกดีนะเจ้าคะเวลาเอาไปผ่าฟืน”

         ตอนนี้บ้านหลังใหม่ของเซรอสต้องอยู่โดยมีค่าใช้จ่ายตลอดทั้งเดือนเพื่อหาซื้อฟืนมาผ่าเป็นเชื้อไฟ ทำให้ไม่อาจใช้มันได้บ่อยนัก หน้าที่ผ่าฟืนก็จะสลับวนกันไปมา ฟรานใช้เวทมนตร์ตัด เซรอสก็แค่ออกแรงสับเบาๆ มีแต่ซาริเท่านั้นที่ต้องออกแรงเยอะมากที่สุด

         พอได้ยินว่าเวทมนตร์ที่น่าภาคภูมิใจของเหล่าอัศวิน ในสายตาของกระต่ายขาวผู้ไร้เดียงสามีข้อดีแค่ช่วยฝ่าฟืนได้ ก็มีคนคนหนึ่งแสดงความหงุดหงิดออกมา และคนคนนั้นก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ไรอัส มาติคัส ผู้ซึ่งแสดงท่าทีเหยียดหยามเผ่ามนุษย์สัตว์มาโดยตลอด ทำตัวเป็นหัวโจกนักเรียนเกเรในกลุ่มเด็กนักเรียนชายที่ห้าวมากเพื่อคอยดูแคลนมนุษย์สัตว์ยามทำอะไรผิดพลาด สำหรับมนุษย์สัตว์ตนอื่นนั้นได้ผลเพราะพวกเขาเติบโตจนมีความรู้สึกไม่พอใจเวลาถูกดูหมิ่น แต่มันไม่ได้ผลกับซาริที่เถียงได้แบบไร้เดียงสาเอามากๆ

         เซรอสเคยเห็นในระหว่างฝึกซ้อมแล้วก็ต้องยอมรับว่าเป็นเด็กที่มีความสามารถมาก แต่เพราะความที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปจึงคิดว่าในฐานะของนักเรียนปีหนึ่งนี่แล้วคงไม่มีใครเทียบชั้นได้ ถ้าหากมีความรับผิดชอบและตัดนิสัยเสียพวกนั้นออกไปเขาจะเป็นเด็กหนุ่มที่คาดหวังได้ในอนาคตของกองทัพ

         “ได้ยินไหมพวก มีคนไม่เจียมตัวบอกว่าจะเอาศิลปะเวทไปใช้ผ่าฟืนด้วยล่ะ”

         เด็กคนอื่นที่เป็นพวกเดียวกันสนับสนุนในคำพูดของไรอัสที่แม้จะไม่ได้พูดเจาะจงว่าเป็นใคร แต่รูปประโยคมันกลับพุ่งเป้าไปยังบุคคลเพียงคนเดียวซึ่งก็คือซาริ

         “หวังว่าจะฉลาดพอที่จะใช้ได้นะ แต่ถ้าคาดหวังเกินไปมันจะเป็นการทำร้ายทางอ้อมได้”

         เนื่องจากศิลปะเวทนั้นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องมานา และต้องควบคุมมันเพื่อใช้งานให้ได้อย่างชำนาญ และไรอัสก็เป็นเด็กนักเรียนที่มีมุมมองต่อโลกแสนแคบเชื่อว่ามนุษย์คือเผ่าพันธุ์ที่วิเศษที่สุด ทั้งที่ระดับความคาดหวังที่เซรอสจัดให้ไรอัสอยู่ต่ำกว่าขอบเขตของซาริลงไปสองขั้น แต่พอมีเรื่องความฉลาดและสติปัญญาเข้ามาก็ขยับมาอยู่ในระดับเดียวกับซาริได้

         ซาริได้ยินคำถากถางแต่ไม่รู้ว่าหมายถึงใครกันแน่ หันไปมองเซรอสด้วยสายตาบ้องแบ๊ว หยิบดาบไม้ขึ้นมาทำท่าทางเลียนแบบครูฝึกสอน นอกจากจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว ซาริยังลองเอาไปฟาดกับหุ่นไม้จนสะท้านไปทั้งแขน

         นักเรียนทุกคนไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือมนุษย์สัตว์ก็แยกย้ายกันออกไปเพื่อฝึกซ้อมกัน ระยะห่างไม่ค่อยไกลกันมากนัก มีทั้งพวกที่นั่งทำสมาธิเพ่งจิตไปที่ดาบไม้ในมือ พวกที่พยายามฝืนตัวเอง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีใครห่อหุ้มแสงไปที่ดาบได้เลย จนเมื่อเวลาผ่านไปราวยี่สิบนาทีก็มีเสียงฮือฮาจากกลุ่มเพื่อนนักเรียน คนแรกที่สามารถใช้ศิลปะเวทได้คือไรอัส มาติคัส แม้ว่าแสงที่ห่อหุ้มนั้นจะอ่อนและดูไม่มั่นคง แต่มันก็ไม่ใช่แค่ดาบแต่เป็นทั้งร่างกาย

         “ไรอัส มาติอัสสินะ มีพรสวรรค์อย่างมาก ข้าเชื่อว่าพ่อของเจ้าคงยินดีมากแน่ๆ”

         ตั้งแต่ที่มีการเปิดโรงเรียนมา ไม่ค่อยปรากฏเด็กที่สามารถใช้ศิลปะเวทได้ตั้งแต่วันแรกที่มีการสอน คนที่สามารถทำได้จะถูกคาดหวังเป็นอย่างมากในอนาคต ถึงเวทมนตร์นี้จะเป็นเวทมนตร์ธรรมดาเหมือนการเสริมพลัง แต่มันก็มีประโยชน์ในสนามรบหรือการต่อสู้แบบประชิดตัวมากที่สุด

         “ขอบพระคุณมากครับ” ไรอัสคำนับอย่างนอบน้อม หันไปส่งสายตาให้กับพวกมนุษย์สัตว์คล้ายจะบอกให้รู้ถึงข้อแตกต่างระหว่างมนุษย์กับมนุษย์สัตว์

         “ท่านเซรอสมีคนทำได้แล้วเจ้าค่ะ มีแสงวิบวับเลยด้วย” ซาริตื่นเต้นกับความสำเร็จของคนอื่นมาก แต่กลับไม่มีความรู้สึกอิจฉาสักนิด นอกจากความต้องการขั้นพื้นฐานอย่างอาหารและที่อยู่ ซาริไม่มีความปรารถนาอย่างอื่นอีก รวมไปถึงชื่อเสียงหรือความเด่นดัง

         เซรอสชำเลืองมองไปที่ไรอัสครู่หนึ่ง นึกถึงคำสอนที่ว่าจะต้องมีการควบคุมมานา เซรอสมีการควบคุมมานาที่ดีอยู่แล้วปัญหาก็คือเขาไม่รู้หลักหรือวิธีเรียกใช้เลยนึกภาพไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างไร

         ปัญหาที่เผชิญอยู่ก็คือความไม่เข้าใจกฎของโลกแห่งนี้ เขาเป็นคนที่มาจากโลกวิทยาศาสตร์ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้า ถ้าจะให้เทียบกับคนที่เติบโตมาในโลกของเวทมนตร์แล้วก็เหมือนกับบ้านนอกเข้ากรุง ซึ่งคนเหล่านั้นก็น่าจะเหมือนกันยามที่ได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งก่อน

         “อ๊ะ! หายไปแล้วเจ้าค่ะ ท่านเซรอส เมื่อกี้ซาริทำแสงวิบวับได้ด้วยเจ้าค่ะ”

         เพราะไม่ได้เห็นด้วยตาจึงไม่รู้ว่าซาริทำได้จริงหรือไม่ คนอื่นอาจจะมองว่าซาริพูดโกหกเพื่อให้ได้รับความสนใจ แต่เซรอสรู้จักซาริดีว่าเป็นเด็กที่พูดโกหกไม่เป็น ถ้าบอกว่าทำได้ก็คือทำได้จริง

         “เก่งมาก” ยื่นมือไปลูบหัวเป็นรางวัล ซาริจะชอบให้ลูบหัวมากเป็นพิเศษ

         หลังจากนั้นก็มีเด็กอีกสองสามคนเริ่มทำได้แต่ไร้ซึ่งความเสถียร ไม่ได้อยู่ในระดับที่พอจะใช้งานได้เลย คนที่ทำได้แล้วก็จะอนุญาตให้ไปฝึกฝนด้วยตัวเอง ไรอัส มาติอัสแสดงความเก่งกาจออกมาโดยการฟันหุ่นไม้จนจมลึกลงไปหลายนิ้ว ในขณะที่นักเรียนคนอื่นรู้สึกอิจฉาและมุ่งมั่นจะลบสายตาดูหมิ่นนั่นให้จงได้ นักเรียนบางคนถึงกับเกิดอาการขาดมานาและสลบไปเลยก็มี ซึ่งเวทมนตร์ไร้สายนี้ถ้าควบคุมมันไม่ได้จะกินมานาอย่างมาก

         เหตุการณ์หุ่นไม้ถูกเจาะทะลวงด้วยการแทงดาบลงไปเกิดขึ้นจากฝีมือของผู้หญิงคนหนึ่ง เซรอสจำได้ว่าเธอชื่อ เลธิเซีย เคอร์ริช ถึงตอนที่แนะนำจะบอกว่าเป็นลูกสาวของเจ้าของร้านเล็กๆ ที่สอบได้เพราะมีพรสวรรค์ แต่ถ้าสังเกตจากวิชาดาบที่ใช้แล้วเป็นสิ่งที่ถูกขัดเกลามาเป็นเวลานานมาก เธออาจจะได้รับการศึกษาวิชาดาบมา จึงเป็นไปไม่ได้ที่ลูกสาวของเจ้าของร้านเล็กๆ จะมีวิชาเฉพาะแบบนั้น ถึงจะบอกว่าเธอใช้วิธีการลักจำมา แต่ถึงกับแสดงกิริยาและมารยาทได้อย่างเป็นขั้นตอนมองว่ายังไงก็เป็นเรื่องผิดปกติ

         เซรอสไม่ได้มีหน้าที่จะต้องไปล้วงความลับหรือเปิดโปงใครทั้งสิ้น ฐานะที่เป็นนักเรียนก็ต้องแสดงบทบาทต่อไป ห้ามก่อปัญหาให้เป็นจุดสนใจหรือกลายเป็นความคาดหวังของประเทศ

         ซาริทำตาเป็นประกายและคิดจะเลียนแบบดูบ้าง แต่ทำได้แค่จิ้มมันลงไปที่ช่วงท้องซึ่งก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งที่ซาริทำต่อจากนั้นก็คือกระโดดขึ้นคร่อมและกระหน่ำแทงลงไปบนตัวหุ่นไม้ สุดท้ายเซรอสเลยต้องจับหิ้วขึ้นมาเพราะไม่อยากให้ทุกคนมองซาริว่าเป็นพวกเพี้ยน

         ถึงมันจะจริงก็เถอะ

         “ก็อยากทำได้บ้างนี่เจ้าคะ ถ้าทำแล้วจะได้โดนชม” ซาริทำหน้าเป็นกระต่ายหงอย มองไปยังเพื่อนร่วมชั้นสองคนที่ได้รับคำชมหลังจากทำลายหุ่นไม้ได้ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าทั้งสองคนใช้ศิลปะเวท คิดแค่ว่าถ้าทำลายมันได้จะถูกชมเท่านั้น

         สุดท้ายก็โกรธไม่ลง ซารินิสัยขี้อ้อนและชอบถูกชมเป็นที่สุด ทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิดที่เห็นทุกคนทำลายของได้แล้วจะได้รับคำชื่นชม คงต้องสอนก่อนที่อนาคตจะกลายเป็นเด็กที่คิดว่าทำลายข้าวของคือเรื่องดีซะแล้ว

         “ใช่ว่าทำลายแล้วจะได้รับคำชมนะซาริ”

         “แต่พวกเขาก็ได้รับคำชมนะเจ้าคะ”

         “นั่นไม่ใช่ คำชมแต่เป็น เยินยอ ต่างหาก”

         เอาไว้ค่อยอธิบายให้ซาริเข้าใจความหมายในภายหลัง หวังอย่างยิ่งว่าซาริจะไม่เลียนแบบพฤติกรรมก้าวร้าวออกมา

         ก่อนอื่นก็ต้องคิดก่อนว่าเวทมนตร์ไร้สายนั้นใช้อย่างไร มันแตกต่างจากการใช้เวทมนตร์ปกติที่แค่ร่ายเวทมนตร์ออกมาผลลัพธ์ก็จะปรากฏออกมาในรูปแบบของเวทมนตร์ แต่เวทมนตร์ไร้สายไม่ต้องใช้คำร่ายแต่เป็นการควบคุมมานาเท่านั้น

         นึกถึงกลุ่มคนที่รู้จักตอนใช้ศิลปะเวท เหมือนจะเป็นการตั้งสมาธิก็มีแสงห่อหุ้มที่ดาบแล้ว เซรอสมองดาบไม้ในมือคิดหาคำตอบอยู่พักใหญ่จนตอนนี้มีนักเรียนหลายคนตกอยู่ในสภาพขาดมานา ซาริเหมือนจะไม่ได้สนใจที่จะฝึกแล้วและวิ่งเข้าไปคลอเคลียเพื่อนนักเรียนหญิงที่หมดสภาพ หลังจากที่อีกฝ่ายเอาแครอทหั่นเป็นแท่งป้อนให้ ตอนแรกก็พยายามขัดขืนแต่สุดท้ายก็ตามไปกินแครอทเสียแล้ว

         ทำได้เพียงแค่หัวเราะและลองดูในหลายๆ วิธี มันดีกว่าเสียเวลาคิดแต่ไม่ลองทำดู

         ก่อนอื่นก็ควบคุมมานา เซรอสมีจุดเด่นในด้านนี้ทำให้เพียงไม่กี่วินาทีก็มีมานาหมุนวนอยู่ภายในร่างกาย

         ต่อมาก็ปล่อยมานาออกมา รับรู้ได้เลยว่ามานาในตัวกำลังเหือดแห้ง จังหวะการหายใจเริ่มติดขัด นี่อาจจะเป็นอาการขาดมานาที่อาจจะทำให้สติดับวูบไปครู่หนึ่งเหมือนอาการหน้ามืด เซรอสเคยใช้เวทมนตร์หอกเงากับเวทมนตร์อัญเชิญปีศาจเงาก็จริง แต่เวทมนตร์ธาตุความมืดที่ได้อำนาจส่วนหนึ่งมาจากจิตวิญญาณธาตุทำให้ภาระที่แบกรับมันลดลง

         “ฝีมือเชิงดาบของเจ้าไม่เลว แต่การใช้มานายังอ่อนหัดนัก”

         สุดท้ายเซรอสก็ถูกตำหนิจากอัศวินนายหนึ่งที่เห็นเซรอสเขยิบเข้ามาใกล้ความสำเร็จในการใช้ศิลปะเวท

         ถึงจะอยากถามก็ตามว่าตอนแรกที่พวกเขาฝึกนั้นมีสภาพอย่างไรก็เก็บเงียบเอาไว้ สถานะของเซรอสเป็นเพียงนักเรียนแม้ว่าอัศวินนายนี้จะอายุน้อยกว่าเขามากก็ตาม

         “พอจะมีเคล็ดลับอะไรบ้างหรือเปล่าครับ”

         “นั่นสินะ ลองปล่อยมานาออกมาแล้วควบคุมมันสิ”

         “ขอบคุณครับ”

         เมื่อได้รับคำแนะนำจากอัศวิน เซรอสจึงเตรียมจะทดสอบดูอีกครั้ง แต่ถูกห้ามเอาไว้โดยให้พักผ่อนจะดีต่อร่างกายที่สุด เซรอสตรวจสอบสภาพร่างกายของตนเองอีกครั้งจึงได้รู้ว่าสภาพสูญเสียการทรงตัวไปเล็กน้อย ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแต่อาจจะเป็นสาเหตุมาจากการใช้มานาก็ได้ นี่เป็นหลักฐานว่าถ้าหากเขาใช้เวทมนตร์ไม่เพียงมันจะช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ แต่มันจะกลายเป็นจุดอ่อนใหม่ของตนเองขึ้นมา

         ตัวเซรอสถูกสร้างด้วยวิทยาการทำให้อวัยวะทุกส่วนและพละกำลังทางกายภาพเพิ่มสูงขึ้น แต่โลกของเขาไม่มีเวทมนตร์จึงไม่ได้มีการพัฒนาในส่วนนี้ ระดับมานาของเซรอสอยู่ในระดับปานกลางไม่เชิงสูงมาก น่าจะเพราะเขาพึ่งมาอยู่ในโลกนี้ได้เพียงไม่กี่ปี ต่อให้ได้รับการปรับแต่งร่างกายให้เหมาะกับการใช้เวทมนตร์แต่ก็มีทฤษฏีที่ว่ามีการเติบโตตามช่วงวัยด้วย เมื่อลองคิดให้ดีแล้วปริมาณมานาของเซรอสน่าจะเทียบเท่ากับเด็กสามขวบ แต่เพราะมีการฝึกฝนทำให้มันก้าวกระโดดมาอยู่ในระดับของเด็กนักเรียน

         กลายเป็นว่าเวทมนตร์พวกนี้จะทำให้เรามีจุดอ่อนมากขึ้นสินะ

         วิธีนี้แก้ได้ง่ายมากขอเพียงแค่ฝึกฝนอย่างหนักเพื่อพัฒนาปริมาณมานาก็พอ

         สุดท้ายก่อนจะหมดเวลาการเรียนภาคปฏิบัติเซรอสก็ยังไม่ได้ทดสอบเนื่องจากว่ามานาเหลืออยู่น้อยมาก ถ้าไม่ควบคุมการปล่อยมานาออกไปให้ดีมันจะหมดเร็วมาก ผู้ฝึกสอนได้อธิบายให้ฟังว่าหากเชี่ยวชาญในการควบคุมจะสามารถลดภาระที่เกิดต่อร่างกายได้ ไม่เท่านั้นขนาดอัศวินศักดิ์สิทธิ์ยังใช้ศิลปะเวทนานเกือบครึ่งวันโดยไม่มีผลเสียด้วย

         อย่างไรก็ตามมันก็คงจะต้องมีพวกที่พอตนเองทำได้ก็คิดว่าเก่งกาจที่สุดเกิดขึ้น เอ่ยปากท้าทายคนที่แม้แต่จะเรียกใช้ศิลปะเวทไม่ได้ พอถูกปฏิเสธก็คุยข่มจนเริ่มมีคนไม่พอใจที่โดนดูถูก โดยเฉพาะพวกมนุษย์สัตว์ที่รู้สึกว่าพวกเขาไม่ควรโดนดูหมิ่นขนาดนี้ คนแรกที่ยอมรับไม่ได้คือเผ่ามนุษย์กิ้งก่าที่ยอมรับคำท้าทาย

         ในฐานะของคนที่ศึกษาสรีระของเผ่าพันธุ์ต่างๆ มา เซรอสคิดว่ามนุษย์นั้นมีข้อได้เปรียบในเรื่องของการปรับตัวได้สมดุลที่สุด เป็นสาเหตุให้การเรียนรู้เรื่องเวทมนตร์พัฒนาไปได้เร็วมาก แต่ถ้าเทียบกับเอลฟ์แล้วพวกเขาช่างเชื่องช้า มนุษย์มีร่างกายที่สมดุลฝึกฝนกล้ามเนื้อได้อย่างอิสระ ทำให้มนุษย์มีความได้เปรียบในเรื่องของการเลียนแบบสิ่งที่อยู่รอบตัว และพัฒนามันให้เหมาะกับรูปลักษณ์มากที่สุด และเมื่อนำไปเทียบกับมนุษย์สัตว์ที่มีสรีระเฉพาะแล้ว ต่อให้เทียบกันไม่ได้แต่ครั้งนี้เซรอสมองว่าไรอัสน่าจะเป็นฝ่ายชนะ

         ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่ามนุษย์กิ้งก่าคนนั้นไม่เก่ง แต่เพราะความได้เปรียบเสียเปรียบเรื่องสภาพแวดล้อม หากเป็นสงครามในป่าที่รกทึบ มนุษย์กิ้งก่าจะสามารถเลือกจู่โจมได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ทว่าในสนามประลองที่ไม่มีอะไรเลยก็ไม่ต่างกับการบังคับให้ไปสู้ในสนามรบที่เสียเปรียบนั่นเอง

         เซรอสไม่ได้ชอบให้เด็กอย่างไรอัสก่อกวนอีกพักใหญ่ เลยคิดว่าควรจะให้คำแนะนำไปสักหน่อยจะดีกว่า

         เดินเข้าไปหามนุษย์กิ้งก่าที่เผลอพลั้งปากท้าทายออกไปและพูดด้วยเสียงที่แทบจะกระซิบว่า

         “ถ้าอยากชนะล่ะก็ ทำตามคำแนะนำของฉันแล้วจะดีเอง”

         ไม่ใช่ว่าเซรอสอยากจะหักหน้าไรอัส แต่ในฐานะที่เขาเองก็เป็นเหยื่อของการถูกข่มขู่ในครั้งนี้ พอมีคนอาสาจะจัดการแก้ปัญหาให้ก็คิดว่าคงเป็นเรื่องที่ดี วิธีนี้ไม่ใช่การรังแกเด็กเพราะที่เขาทำก็เหมือนกับการบอกใบ้ แล้วแต่ว่าอีกฝ่ายจะยอมทำตามหรือไม่เท่านั้น

         ได้ฟังวิธีการของเซรอสก็มีสีหน้าตื่นเต้นออกมา เผลอแลบลิ้นตามนิสัย ก่อนจะยอมเดินขึ้นไปบนสนามประลองนี้ด้วย ไรอัสแสดงท่าทางเหมือนกับว่าการต่อสู้ครั้งนี้ตนเองจะต้องเป็นฝ่ายชนะ แต่เนื่องจากมีความมั่นใจมากเกินไปจะกลายเป็นภัยให้ตัวเอง มนุษย์กิ้งก่าใช้อาวุธเป็นหอกไม้ ส่วนไรอัสก็ใช้ดาบไม้ การต่อสู้ครั้งนี้ดูเหมือนว่ามนุษย์กิ้งก่าจะได้เปรียบเพราะเป็นอาวุธยาว แต่ต้องไม่ลืมว่าไรอัสใช้ศิลปะเวทได้ด้วย

         “ถ้าเจ้ากลัวว่าข้าจะเล่นสกปรก ข้าต่อให้เจ้าโจมตีก่อนก็ได้”

         “งั้นรึ ข้าขอรับเอาไว้ด้วยความเต็มใจ จงจำเอาไว้ว่าเมื่อเจ้าพ่ายแพ้ไม่มีสิทธิ์มาพูดว่าข้าเล่นสกปรก”

         “ฮ่าๆ เช่นนั้นก็เชิญ ข้าขอรับรองด้วยเกียรติเลย”

         ความมั่นใจที่มากเกินไป ไรอัส มาติอัสเป็นเด็กเช่นนั้น คงถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี โดยไม่เคยคิดจะให้ประสบกับความพ่ายแพ้มาก่อน ช่างเป็นแนวทางที่ผิดกับเซรอสที่ใช้ในการสอนเด็กทั้งสองคนให้รู้จักความพ่ายแพ้เพื่อพัฒนาตัวเอง และนั่นเป็นจุดบอดที่ทำให้เซรอสคิดว่าการต่อสู้ครั้งนี้มนุษย์กิ้งก่าจะได้รับชัยชนะถ้าทำตามคำสั่งของเขาอย่างถูกต้อง

         เมื่อได้รับสัญญาณให้เริ่มโจมตี มนุษย์กิ้งก่าก็เริ่มก่อนตามคำท้าทายของอีกฝ่าย ไรอัสแสยะยิ้มและตวัดดาบไม้ฟันทวนจนแตกหัก มันคือชัยชนะที่หอมหวานและได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกมนุษย์สัตว์นั้นอ่อนแอ แต่ในตอนนั้นเองที่เขาไม่ทันได้สังเกตว่าหางของมนุษย์กิ้งก่าตวัดใส่ขาทำให้ล้มลง เท้าข้างหนึ่งเหยียบล็อกแขนไรอัสเอาไว้แน่นจนขยับไม่ได้อีก กลายเป็นชัยชนะของมนุษย์กิ้งก่าแทน

         และคนที่เป็นผู้ตัดสินก็ยอมรับผลของการประลองในครั้งนี้ด้วย

         “ข้าไม่ยอมรับ เจ้านั่นเล่นใช้หางผิดกติกา”

         “เหอะ! ข้าใช้หางแล้วผิดตรงไหน มันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของข้าซะอย่าง เพราะข้าเป็นมนุษย์สัตว์ยังไงล่ะ”

         ดูเหมือนเจ้ากิ้งก่านี่ก็เป็นพวกปากไม่ดีเหมือนกันสินะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าระงับอารมณ์โกรธมาได้ดีมาก

         เซรอสเห็นว่าเหตุการณ์มันถูกระงับไม่ให้วุ่นวายโดยอัศวิน ไรอัสถูกตำหนิในฐานะที่ไร้ซึ่งเกียรติและไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ภาพลักษณ์ของเขาที่มีผลต่อเพื่อนนักเรียนคงแย่เอามากๆ อย่างไรก็ตามเจ้าตัวดูจะไม่ยอมรับจริงๆ ว่าพ่ายแพ้คนที่ใช้ไม่ได้กระทั่งศิลปะเวท แต่ถ้านั่นเป็นการต่อสู้ของจริงแล้วล่ะก็ไรอัส มาติอัสถือว่าเสียชีวิตไปแล้ว ทางผู้ตัดสินเองก็คงคิดแบบนั้นแต่ไม่ได้อธิบายออกมาให้ฟัง

 

         ใบอนุญาตลงดันเจี้ยนเป็นการ์ดที่มีการลงบันทึกข้อมูลยืนยันตัวบุคคลเอาไว้ ประทับด้วยรูปแบบของวงเวทตรวจสอบ ซึ่งถ้าเรียกใช้มานาและมีคลื่นชีวิตที่ตรงกันจะแสดงหลักฐานออกมาว่าเป็นเจ้าของตัวจริงไม่ใช่การสวมรอย

         เซรอสได้รับมันมาแล้วก็จริงแต่ก็ยังไม่มีความคิดที่จะไปในทันที ยังไงก็มีสถานะเป็นนักเรียนและก่อนอื่นจะต้องตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของดันเจี้ยนก่อนเป็นอันดับแรก การทำงานของเซรอสดูเป็นมืออาชีพมากไม่ใช่สักแต่ว่าได้บัตรผ่านแล้วจะรีบลงไปท้าทาย เขาจำเป็นจะต้องศึกษากฎและเงื่อนไขในการลงสู่ดันเจี้ยนให้ครบถ้วน

ซึ่งหน้าที่หลักๆ มีเพียงการลดจำนวนมอนสเตอร์ไม่ให้ลุกลามออกมาภายนอก วิธีการหาเงินมีแค่การกำจัดมอนสเตอร์ซึ่งจะได้ผลึกเวทมนตร์กลับมา บางทีก็อาจจะได้ซากมอนสเตอร์มาผลิตเป็นของอย่างอื่นได้ด้วย มันคงไม่เลวนักถ้าจะหาเงินด้วยวิธีนี้อีกหนึ่งทาง

เท่าที่หาข้อมูลมาดูเหมือนจะมีแผนที่ดันเจี้ยนให้อยู่เพียงแต่มันทำออกมาได้ค่อนข้างหยาบและเชื่อถือไม่ได้ เขาไม่คิดจะฝากความหวังเอาไว้กับกระดาษไร้ค่าราคาแพงถึงหนึ่งเหรียญทองโทเฟนนี่เด็ดขาด ที่ต้องการจะรู้ก็คือข้อมูลของมอนสเตอร์ที่อาจจะพบเจอ นอกจากคำอธิบายที่บอกว่ามันมีชื่อว่าอะไร รูปร่างแบบไหน และลักษณะจำแนกที่ผู้รอดชีวิตนำข้อมูลกลับมาขายให้กับกิลด์นักผจญภัย

ถึงแม้ว่าอาชีพนักผจญภัยจะหาเงินได้ง่ายดายก็จริง แต่ต้องไม่ลืมว่าถ้าประมาทนั่นหมายถึงชีวิตของพวกเรา อาวุธ เสื้อเกราะ ทั้งหมดก็ต้องมีการซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาก็ต้องเปลี่ยนใหม่ การเตรียมตัวเพื่อเดินทางก็แทบจะทำให้รายรับของพวกเขาติดลบ มันไม่ใช่งานที่เงินดีอย่างที่คนส่วนใหญ่คิด

ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการลงดันเจี้ยนไปค้นหาผลึกเวทมนตร์มาทำการทดลองสร้างแหล่งพลังงานใหม่ ก็คงจะไม่สนใจเรื่องดันเจี้ยนไปอีกสักพัก พยายามใช้ช่วงเวลาหลังเลิกเรียนในการเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของน้ำและอาหาร ใช่ว่าเขามีความตั้งใจจะลงดันเจี้ยนไปหลายวัน อย่างมากก็คงทำได้แค่ไปเช้าและเย็นกลับ แถมฟรานก็ยังรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะลงดันเจี้ยนไปด้วย

เหตุผลที่เซรอสต้องทำแบบนี้ก็เพื่อว่ามองในอนาคตข้างหน้า มันมีหลักสูตรที่ว่าจะต้องให้นักเรียนทุกคนมีประสบการณ์ในการลงดันเจี้ยน ซึ่งจะมีนักผจญภัยที่ชำนาญเส้นทางตามติดไปด้วย เซรอสไม่ไว้ใจเรื่องนี้เลยคิดว่าถ้าเขาสามารถสำรวจดันเจี้ยนและทำแผนที่ออกมาได้ คงจะขายมันให้กับกิลด์นักผจญภัยพร้อมด้วยข้อมูลของมอนสเตอร์ที่จะพบเจอ อย่างน้อยมันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีทั้งยังมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย

“ไม่ทราบว่าคุณตัดสินใจดีแล้วหรือคะที่จะลงดันเจี้ยนด้วยตัวคนเดียว” พนักงานต้อนรับผู้ซึ่งมีหน้าที่ออกหนังสือเควสต์และรับส่งเควสต์ของนักผจญภัยทุกคนถาม เพราะเห็นว่าเซรอสยังเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งซึ่งการเดินทางในดันเจี้ยนนั้นถือว่าอันตรายมาก และไม่ควรเดินทางไปคนเดียว

“ใบอนุญาตนี้ออกให้เพื่อรับรองว่ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะลงดันเจี้ยนถูกหรือเปล่าครับ”

ตอบคำถามด้วยคำถาม ลองเซรอสได้รับใบอนุญาตแล้วก็แสดงว่าฝีมือของเขาต้องสูงมากในระดับ B แต่เพราะเธอไม่รู้จักเซรอสทำให้รู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง

“ตามกฎแล้ว ใช่ค่ะ”

“เข้าใจนะครับว่าคุณเป็นห่วง แต่ผมเอาตัวรอดได้ครับ” เซรอสยิ้มให้พนักงานหญิงคนนั้น “แล้วจะรีบกลับมาหานะครับคุณผู้หญิง ถ้าผมรอดกลับมาได้ วันหยุดของคุณครั้งหน้าพวกเราไปหาอะไรทานกันสักหน่อย ถ้าไม่รังเกียจเด็กอย่างผมน่ะนะ”

“ถ้ากลับมาได้อย่างปลอดภัยจะเก็บไว้พิจารณาค่ะ”

“ผมถือว่าคุณผู้หญิงตกลงแล้วนะครับ”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 727 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #13610 29679929 (@29679929) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:42

    คือสงสัยว่าอาเรสมาจากไหนไม่มีอธิบายหรือมีอะไรเพิ่มเติมหน่อยเหรอมาตอนเดียวหายเงี้ยเหรอ

    #13610
    1
    • #13610-1 PrasitPP (@prasitpp001) (จากตอนที่ 71)
      23 พฤษภาคม 2562 / 04:30
      อาเรสมีบทแนะนำตัวในตอนที่ 49-50 แล้วครับ
      จากนั้นก็มีแค่บทสมทบ ยังไม่ค่อยมีบทเด่นอะไร นานๆทีจะโผล่มาสักหน
      #13610-1
  2. #13070 Ren Witcher (@next_naren841998) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 17:32
    เดี๋ยวนี้ร้ายยยย
    #13070
    0
  3. #12088 UKIHARA (@UKIHARA) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 20:00
    เอาจริงอ่อเซรอสสส
    #12088
    0
  4. #11203 0taku (@0taku) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 20:37
    เอาคาเรนไปไว้ไหนกัน
    #11203
    0
  5. #10606 L37ter (@napason22) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 22:58
    เดี๋ยวนี้หัดหน้าหม้อ
    #10606
    0
  6. #9434 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 16:54
    ขอบคุณครับ
    #9434
    0
  7. #8602 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 20:45
    มันจีบสาวเป็นด้วยเหรอเนี่ย?
    #8602
    0
  8. #8456 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 15:54
    เซรอสหยอดสาวเป็นด้วย *0*
    #8456
    0
  9. #8267 bussababan_boonsaenpaen (@12052546kan) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 13:22
    แหมมมมมม
    #8267
    1
    • #8267-1 Fiine (@ameline) (จากตอนที่ 71)
      12 พฤษภาคม 2561 / 22:50
      แหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ด้วยค่ะ
      #8267-1
  10. #7999 Akari_j (@jbbjopfm) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 20:06
    ไม่เบานะเซรอส 5555
    #7999
    0
  11. #7820 masukusang (@masukusang) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 17:59
    หลีสาว....
    #7820
    0
  12. #7794 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 22:22
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7794
    0
  13. #7110 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:30
    เดี๋ยวๆ จะหลีใครเนี่ยยยย
    #7110
    0
  14. #6905 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 18:42
    สนุกมาก
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6905
    0
  15. #6267 tongyai260439 (@tongyai260439) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 01:36
    อ้าวๆยังไงๆ
    #6267
    0
  16. #6094 fainum (@fainum2248) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 21:52
    เดียวๆๆนี่ใคร
    #6094
    0
  17. #5330 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 17:19
    เซรอสเปลี้ยนไป๋
    #5330
    0
  18. #4475 SteplnwAkito (@SteplnwAkito) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 08:51
    ร้อยวันพันปี ไม่เห็นจะสนใจผู้หญิงเลย ยังไงแน่เนี่ย
    #4475
    0
  19. #4409 [BenMore'Sako] (@BenMoreSako) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 13:44
    ตัวปลอมมม 71 ตอนผ่านมาเซรอสไม่เคยมีทีท่าสนใจผู้หญิง!!

    นี่มันตัวปลอมแน่ๆ
    #4409
    0
  20. #4144 MmNn__ (@niknik0935170568) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 21:34
    หืม...? ชั้นนึกว่าเธอเป็นเกย์ไปแล้วนะเนี้ย
    #4144
    0
  21. #3987 SacredLight (@somefriend) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 16:59
    มีหยอดเฉย
    #3987
    0
  22. #3981 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 22:53
    เห็นเงียบๆนี่ก็ไม่เบาเลยนะ
    #3981
    0
  23. #3974 TANATOS LOVE VER (@yasimin) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 17:59
    เซรอสสสสสสฉันนึกว่าแกเป็นคน(?)นิ่งๆ
    #3974
    0
  24. #3961 TAT47 (@TAT47) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 20:02
    ปากคอเธอนี่น้าาา
    #3961
    0
  25. #3957 FuJiTa (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 18:39
    ขอบคุณครับ
    #3957
    0