ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,262,120 Views

  • 13,685 Comments

  • 22,810 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22,598

    Overall
    2,262,120

ตอนที่ 70 : SS2 Episode Ten : อาเรสในดินแดนมหัศจรรย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 709 ครั้ง
    1 ส.ค. 60

SS2 Episode Ten

 



         วันนี้ฝนตก!

         ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยนักแต่ก็มีบ้างทุกๆ สี่วัน แถมยังหนักมากอีกด้วย ข้อดีอย่างหนึ่งก็คือการที่ไม่ต้องไปรดน้ำต้นไม้

         ทัศนียภาพด้านนอกหน้าต่างมองเห็นแสงไฟจากบานหน้าต่างเป็นจุดเล็กๆ ถึงจะเห็นได้ไม่ค่อยชัดแต่เพราะเฝ้ามองมาโดยตลอดเลยรู้ว่าที่นั่นมีบ้านอยู่ทั้งหมดกี่หลัง และแต่ละหลังมีกันอยู่ทั้งหมดกี่คน

         เมื่อวานทุกคนเหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าวันนี้ฝนจะตกเลยมีการเตรียมกักตุนอาหารและน้ำดื่มเอาไว้ให้พอเพียง จัดหาฟืนมาเติมให้เต็ม พวกเขาเหล่านั้นดูจะคุ้นชินกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศพอสมควร ถึงกับสังเกตเห็นการตื่นตัวของพวกสัตว์น้อยและเตรียมตัวได้ทัน

         อาเรสเป็นมังกรที่ใช้ชีวิตอยู่ในธรรมชาติ เป็นธรรมดาที่จะต้องรู้ว่าฝนจะตกเมื่อไหร่เพื่อที่จะได้หาที่หลบฝน ไม่ใช่ว่ามันรังเกียจฝนแต่มันทำให้การเดินทางค่อนข้างจะลำบาก ตอนที่รู้ว่าฝนจะตกมันก็ไม่ได้ตื่นตระหนกในเมื่อมันมีบ้านที่น่าอยู่มากกว่าถ้ำแคบๆ แม้ว่าจะต้องใช้ร่างจำแลงก็ตาม แต่มันก็ยังเป็นสถานที่ที่วิเศษอยู่ดี

         เสบียงในห้องไม่เหลือแล้ว อาเรสเปิดฝาหม้อที่ทุกทีจะมีต้มมันฝรั่งในน้ำข้นๆ ที่เรียกว่าสตูอยู่ บัดนี้มันว่างเปล่าไม่เหลือสิ่งใดให้กิน ผลไม้ที่สะสมไว้ก็หมด คงได้เวลาไปเติมเสบียง

         โชคดีที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังที่ที่เรียกว่า ชูป้าหมาเกร็ด --- ซุปเปอร์มาเกต เป็นคำเรียกติดปากของเซรอสที่มักจะใช้เรียกเรือนกระจกตอนอยู่กับอาเรส --- เห็นว่าในนั้นมีอาหารให้เลือกเก็บเกี่ยวมาทั้งหมด ถ้าถอนพืชหัวออกมาก็ต้องปลูกกลับคืนไปด้วย แต่ถ้าเป็นผลจากต้นจะเด็ดเท่าไหร่ก็ได้ อาเรสยังไม่เคยเข้าไปสักครั้ง นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้มีโอกาสเข้าไป ถึงจะได้รับมอบหมายหน้าที่ในการรดน้ำต้นไม้แต่หน้าที่ก็มีแค่เดินมาด้านข้างและหมุนวาล์วทุกอย่างก็จะจัดการให้ทั้งหมด

         เรือนกระจกถูกล็อกด้วยกุญแจป้องกันไม่ให้คนเข้าไป และกุญแจนั่นก็ถูกเก็บไว้กับตัวของอาเรสซึ่งไม่มีทางที่จะมีใครมาขโมยไปได้โดยที่ไม่รู้ตัว เมื่อเข้ามาได้ก็กรอกตามองสำรวจครู่หนึ่ง หันมองออกไปด้านนอก นึกภาพของเรือนกระจกที่เห็นก่อนหน้านี้ ภายนอกมันเล็กมากแต่เมื่อเข้ามาข้างในกลับกว้างขวางจนน่าตกใจ

         อาเรสหาคำอธิบายให้ตนเองได้ สถานที่แห่งนี้อาจจะใช้เวทมนตร์ประเภทมิติที่เอลฟ์ชำนาญเป็นพิเศษ เนื่องจากเอลฟ์จะมีเขตแดนลับเป็นของตนเองทำให้ยากที่จะมีคนเข้าไปถึงหมู่บ้านจริงๆ ได้ จึงไม่แปลกที่เมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามาจะเห็นว่าภายในห้องนี้มีความกว้างกว่าตัวอาคารที่เห็นอยู่ภายนอก

         เหมือนจะมีการเตรียมความพร้อมเอาไว้เป็นอย่างดี มีลังกับรถเข็นอยู่ข้างใน ขนาดตัวรถนั้นพอดีกับบานประตูเลยขนออกไปจากทางนี้ได้ มีอาหารมากมายให้เลือกเก็บเกี่ยว ด้วยจำนวนของอาหารเหล่านี้อาเรสเริ่มคิดแล้วล่ะว่ามันเป็นสถานที่ที่มังกรอยู่ได้เกือบจะทั้งชีวิต ปกติแล้วมังกรจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่หลังจากออกจากดินแดนมังกรแล้ว พวกมันจะต้องอพยพย้ายถิ่นฐานหาแหล่งอาหารใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอด เป็นเพียงการหาที่พักพิงชั่วคราว เมื่ออาหารหมดก็ต้องหาสถานที่ใหม่

         แต่ที่นี่ไม่เพียงอาเรสจะได้รับความรู้ในการเพาะปลูก ทำให้มีอาหารกินตลอดทั้งปี ถึงจะต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายเล็กน้อยก็นับว่าคุ้มมาก

         ต้นมะพร้าวมีลูกค่อนข้างดก อาเรสพอจะรู้จักเพราะเคยกินผลไม้นี่มาก่อน รสชาติหอมหวานและเคี้ยวกินได้เหมือนของขบเคี้ยว กางมือออกและใช้เวทมนตร์ในระดับอ่อนๆ ทำให้ผลมันตกลงมาใส่ลังรถเข็น หยิบขึ้นมาหนึ่งลูก เปลี่ยนมือเป็นมังกรและปอกเปลือกนอกออก จากนั้นก็กัดกินโดยไม่ต้องกะเทาะเปลือก

         ถึงจะกว้างแต่อาเรสก็พบเห็นทางลงไปสู่อีกชั้นจึงลงไปดูด้วยความสนใจ พบกับแปลงผักและผลไม้อีกหลากหลาย และมันไม่ได้มีแค่สอง แต่ยังมีลึกลงไปอีก เมื่อมาถึงชั้นที่มีทางเชื่อมไปสู่เรือนกระจกหลังใหม่ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเซรอสถึงได้บอกว่าถ้าทำตามหน้าที่ให้ดีก็ไม่ต้องกลัวอดอยาก ถึงจะไม่มีเนื้อให้กินแต่ผักและผลไม้ทั้งหมดในนี้ก็เพียงพอให้อาเรสอยู่ได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องอพยพย้ายถิ่น พลันรู้สึกว่าเซรอสเป็นตัวตนที่แปลกประหลาด ตรงที่นำเวทมนตร์ขยายมิติมาใช้กับเรื่องพวกนี้

         เดินสำรวจดูในแต่ละชั้นก็มาถึงชั้นที่ห้าซึ่งปรากฏว่ามีประตูขนาดใหญ่อยู่ ประตูนั้นถูกแง้มเปิดออกคล้ายกับว่ามันถูกลืมปิด ด้วยความหวังดีจึงคิดจะปิดให้ เกิดความรู้สึกสงสัยว่าสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนี้คือสิ่งใดกันแน่จึงได้เปิดแง้มดูสักเล็กน้อย สิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านหลังคือโถงทางเดินที่มืดมิด ด้วยดวงตาของมังกรความมืดไม่ได้เป็นอุปสรรคสักนิด

         ทางเดินงั้นรึ?

         โถงทางเดินนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นถ้ำ พื้นเรียบและทุกย่างก้าวที่เดินทำให้เกิดเสียงดังก้องกังวาน ทางด้านข้างมีรางที่พอดีกับรถลากเพื่อให้สะดวกในการขนย้าย กำลังคิดว่าจะเดินกลับไปแต่ประตูที่เข้ามาดันปิดเองเสียก่อน หันกลับไปเพื่อที่จะดึงประตูเปิดแต่ตัวสลักล็อกมันคงเลื่อนหล่นลงมาขวางเพราะแรงสะเทือน จะทำลายมันทิ้งก็ได้แต่คิดว่าคงไม่ใช่วิธีที่ดีสักเท่าไหร่ สังเกตดูจากรางแล้วน่าจะเป็นสถานที่นำเสบียงไปเก็บ นั่นแปลว่าทางนี้อาจจะไปเชื่อมต่อกับทางออกที่ไหนสักแห่งก็ได้

         ขณะที่ปรับสายตาอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้น พร้อมกันนั้นตลอดทางเดินก็ปรากฏดวงแสงสว่างขึ้นมา มันทำให้จากทางเดินที่มืดมิดดูไม่ต่างอะไรกับเดินท่ามกลางแสงอาทิตย์เลย

         นี่มันเวทมนตร์ใดกันแน่?

         ไม่มีทางเลือกจึงได้แต่เดินไปตามทางที่ทำเอาไว้ให้ เส้นทางนี้เป็นทางตรงไประยะหนึ่ง ก่อนจะแยกเส้นทางออกเป็นซ้ายกับขวา ทั้งสองทางเหมือนจะพาไปสู่สถานที่แห่งใหม่ อาศัยจมูกดมกลิ่นเพื่อหาทางออก ตัดสินใจที่จะไปตามรางที่มีให้เพื่อคิดว่าทางนี้อาจจะเชื่อมต่อกับห้องเสบียง และเมื่อเดินมาถึงจุดสิ้นสุดก็พบว่ามันมีห้องเสบียงอยู่จริง แต่เป็นเสบียงฉุกเฉินนอกจากมันฝรั่งที่เก็บเอาไว้ในที่แปลกๆ จนมันติดกันเป็นแผ่นเดียว ก็มีพวกของอย่างอื่นเช่นสิ่งที่อยู่ในลังไม้เป็นแท่งที่มีกลิ่นธัญพืชหอมน่ากิน เลยลองหยิบมากินดูหนึ่งชิ้น

         อร่อย

         ดูเหมือนว่าห้องนี่จะไม่ใช่ทางออก อาเรสตัดสินใจเดินหาทางออกต่อโดยนำแท่งแสนอร่อยในลังไปด้วยสักเล็กน้อย เซรอสบอกว่าของที่อยู่ในนี้ --- หมายถึงในเรือนกระจก ถ้านับว่าเข้าทางประตูหน้าและเจอทางลับก็คิดว่ามันเป็นส่วนที่อยู่ข้างในเหมือนกัน --- นำไปกินได้อิสระ เลยไม่รู้สึกว่าตัวเองทำสิ่งที่ผิดข้อตกลง

         พบเจอประตูบานหนึ่งมีเสียงดังมาจากด้านใน เปิดเข้าไปก็พบเจอกับห้องที่มีกล่องรูปร่างประหลาดทำจากเหล็กวางเรียงกันหลายใบ มีสายประหลาดหลากสีสันผูกโยงกันไปมาหมด มีเสียงดังคำรามออกมาในกล่องเหล็กด้วย อาเรสคิดว่าภายในนี้อาจจะมีสัตว์ร้ายบางอย่างอยู่จึงปล่อยแรงกดดันของมังกรออกไปเพื่อหวังจะให้มันสงบ แต่ไม่เพียงมันจะไม่กลัวแล้วยังไม่ยอมหยุดอาละวาดอีกด้วย

         น่าแปลกที่ไม่รับรู้ถึงตัวตนเจ้าสิ่งที่อยู่ข้างใน อาเรสลังเลที่จะเข้าไป ไม่รู้ว่าจะพบเจอกับสิ่งใดบ้าง มันอาจจะเป็นกับดักก็ได้จึงเลือกจะเดินถอยออกมา

         ห้องนี้ดูไม่น่าจะใช่ทางออก อาเรสคิดแบบนั้น

         ตัดสินใจเดินหาทางต่อ แต่ก็เจอบันใดทางลงไปอีก

มันสมควรเป็นทางเดินขึ้นไปไม่ใช่หรือ?

เห็นว่ามันเป็นทางเดียวที่ไปได้จึงไม่มีทางเลือก พอลงมาก็เจอทางแยกอีก อาเรสรู้สึกได้เลยว่าตอนนี้สถานการณ์ของมันเริ่มไม่สู้ดีแล้ว เรื่องดีเพียงอย่างเดียวก็คือมันมีอากาศไหลผ่านมาได้ผ่านกล่องที่ติดอยู่ตามทางทำให้อุณหภูมิภายในค่อนข้างพอเหมาะ ไม่ร้อนอย่างที่คิดเอาไว้ ตัดสินใจเลือกสักเส้นทางเพื่อไปหาทางออกแต่เดินมาจนสุดทางก็พบเจอกับห้องที่อยู่สุดทางเดิน

เปิดออกดูพบกับสิ่งก่อสร้างประหลาดเป็นรูปทรงคล้ายไข่ใบยักษ์ที่มองเห็นข้างในได้ มีแท่นตั้งวางมันเอาไว้ยึดไม่ให้มันตกลงมาแตก มีสิ่งคล้ายเชือกหลากสีม้วนขดอยู่มุมหนึ่งของห้อง กล่องโลหะที่ตั้งวางอยู่นั้นมีเครื่องมือเหล็กสีเงินวางเป็นระเบียบ อาเรสพยายามจะไม่ยุ่งกับมัน เห็นบันไดปีนลงไปด้านล่างด้วย จึงเริ่มรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ควรมาจึงหมุนตัวแล้วเดินกลับทางเดิม

ถึงจะมีความจำที่ดีเลิศแค่ไหนแต่เส้นทางภายในนี้สลับซับซ้อนมาก เพียงไม่นานรู้สึกตัวเสียทีว่าตอนนี้มันกำลังหลงทาง ทั้งที่มั่นใจแล้วว่าเดินมาตามทางเดิมที่เคยผ่านมาแล้วแท้ๆ กลับกลายเป็นว่ามันกลายเป็นเส้นทางใหม่ที่พาไปสู่สถานที่แห่งอื่นที่ไม่ใช่ทางออก ไม่รู้ว่าเดินวนมาเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว ถึงได้รู้ว่าทางเดินนี้มันวนกลับมาที่เดิม

สุดท้ายอาเรสไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องใช้เวทมนตร์สำรวจ เป็นการส่งคลื่นมานาออกไป และดึงกลับเข้ามาสร้างเป็นรูปร่างของสถานที่ ปกติแล้วจะใช้เมื่อเข้ามาในถ้ำเพื่อตรวจสอบความลึกและความกว้างว่าเหมาะจะพักอาศัยหรือไม่ มานาที่ถูกส่งกลับมาสะท้อนเป็นภาพแผนที่เชิงมิติในความคิด น่าเสียดายที่มานาไม่ได้มีอำนาจทะลุทะลวงทำให้ภาพที่เห็นนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็ได้รู้แล้วว่าทางเดินนี้มันพากลับมาที่เดิม มีบันไดทางขึ้นอยู่สี่ทางที่จะพาไปยังสถานที่แห่งอื่น เพียงแต่ว่าเมื่อลงมาอยู่ใต้ดินไม่มีทางรู้ทิศทางที่ถูกต้องได้

มันยิ่งกว่าเขาวงกตในดันเจี้ยนเพราะที่นั่นก็มักจะมีจุดสังเกตให้แยกแยะได้ แต่ทางเดินที่ออกแบบมาเหมือนกันหมด คงมีเพียงคนสร้างและผู้เกี่ยวข้องเท่านั้นที่จะรู้เส้นทางที่ถูกต้องได้ อาเรสหาบันไดเดินกลับมาจนได้แต่ก็พบกับโถงกว้างแห่งใหม่ที่มีการจัดเก็บทรัพยากรในระดับเมืองขนาดใหญ่ ไม่ใช่ทรัพยากรด้านอาหารแต่เป็นพวกหินแร่ที่ผ่านการถลุงและทำเป็นก้อนพร้อมใช้งาน มันคล้ายจะเป็นโรงงานผลิตส่วนสำคัญที่สุด

และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือมีปีศาจเงาจำนวนมากทำหน้าที่กันโดยไม่หยุดพัก

ปีศาจเงาเป็นสิ่งมีชีวิตอัญเชิญที่ร้ายกาจมากในมุมมองของมนุษย์ แต่สำหรับตัวตนที่ยิ่งใหญ่แล้วมันไม่ต่างอะไรกับตัวปัญหาที่ก่อความรำคาญให้ในการต่อสู้ มนุษย์ส่วนใหญ่จะเก็บมันเอาไว้เป็นไพ่ตายในการเปลี่ยนทิศทางการรบ ไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนนำมันมาใช้งานในรูปแบบแรงงานอยู่ด้วย

จะว่าไปแล้วเซรอสก็ไม่ใช่คนที่เอาตรรกะของมนุษย์มาใช้เป็นฐานได้

ทรัพยากรที่มีการนำไปจัดเก็บนั้นแยกออกเป็นแร่เหล็ก และพวกอัญมณีที่มีสีสันสวยงาม มีทองคำวางเรียงรายชนิดที่ว่าหากมีผู้ใดล่วงรู้ก็อาจจะถึงขั้นก่อสงครามเพื่อแย่งชิงทรัพยากรมาเป็นของส่วนตัว

เกิดความอยากรู้ว่าไปเอามาจากที่ไหนกันแน่จึงได้เดินตามปีศาจเงาที่ทำงานอยู่ไป จากทางเดินที่เรียบเริ่มมีความขรุขระ เห็นได้เลยว่ามันเป็นพื้นดิน ปีศาจเงาทุกตัวแบกอุปกรณ์และรถเข็นเพื่อทำหน้าที่ตามคำสั่งที่ได้รับมอบมา จนกระทั่งได้เห็นว่าภายในสถานที่แห่งนี้เป็นเหมืองแร่ขนาดใหญ่ ความอัศจรรย์ที่ได้เห็นก็คือแร่ที่ถือกำเนิดขึ้นมาต่อหน้าต่อตาและปีศาจเงาก็ขุดเจาะพวกมันราวกับเป็นเรื่องปกติ หากเป็นเช่นนี้ทรัพยากรเหมืองแร่ก็ไม่มีวันหมด

แต่สัญชาตญาณของมังกรกำลังแจ้งเตือนไม่ให้ถลำเดินลึกมากไปกว่านี้ มีแรงกดดันบางอย่างถูกส่งออกมาจากภายในส่วนลึกของเหมืองแร่ มันมีอำนาจมากกว่าราวกับเป็นที่สิงสถิตของอสูรกายที่น่ากลัวยิ่งกว่ามังกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

อาเรสรีบหมุนตัวและเดินออกมาทันที แม้ว่ามังกรจะได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะไม่ถูกฆ่าตาย พวกมันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่แข็งแกร่งกว่านั่นก็เพื่อความอยู่รอดของตนเอง เพียงแต่สิ่งที่รับรู้ได้มันไม่ใช่ความแข็งแกร่ง แต่เป็นความรู้สึกที่ว่ามันจะต้องตายแน่ถ้าเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

         กลับมาได้ก็มองหาทางออก พบว่าเมื่อมาถึงตรงนี้จะมีทางแยกออกเป็นสองทาง ทางหนึ่งเป็นทางที่พึ่งที่เดินมา ส่วนอีกทางนั้นมีกลิ่นหอมมากและเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยเหมือนกับไวน์ อาเรสจึงเดินไปตามทางนั้นและพบกับห้องสี่เหลี่ยมที่มีการตกแต่งอย่างสวยหรู ผนังสีขาวที่มีไฟสาดส่องเพิ่มความสว่างอย่างเต็มที่ เฟอร์นิเจอร์เครื่องไม้เครื่องมือถูกจัดวางให้สวยงาม ด้านหลังโต๊ะตัวหนึ่งเป็นช่องให้คนเข้าไปยืน รวมไปถึงแก้วรูปทรงต่างๆ และห้องที่บานประตูแผ่ความเย็นออกมา

         ลองเปิดดูในห้องนั่นพบว่ามันเย็นมากราวกับอยู่ในแดนหิมะ ภายในมีก้อนน้ำแข็งวางเรียงกันอยู่ เหมือนว่าจะเป็นห้องที่ใช้เพื่อผลิตน้ำแข็ง ปกติแล้วมันเป็นเวทมนตร์ที่ดินแดนของอาณาจักรทางตอนเหนือใช้กันเป็นหลัก และสูตรพิธีของเวทมนตร์นั้นก็เป็นความลับที่ไม่ได้เปิดเผยออกไป เนื่องจากมันเป็นเวทมนตร์ที่สร้างความเสียหายให้กับกองทัพขนาดใหญ่ได้

         ตามการคาดเดาของอาเรส ห้องนี้อาจจะเป็นห้องที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุด มีร่องรอยของการใช้งานอยู่หลายแห่งรวมไปถึงขนกระต่ายที่กระจุกอยู่หลังเก้าอี้เบาะนุ่ม ถ้าเป็นสถานที่ที่กระต่ายตัวแสบนั่นมาได้ก็แปลว่าห้องนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังใหญ่ เมื่อลองนึกดูแล้วระยะทางจากบ้านหลังใหญ่ไปยังเรือนกระจกไม่ได้ไกลขนาดนั้น แต่ที่อาเรสต้องหลงทางเป็นเพราะไม่รู้จักเส้นทางนั่นต่างหาก

         ประตูอีกบานมีกลิ่นหอมของไวน์ลอยออกมา เผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากไปเล็กน้อย เปิดประตูเข้าไปและได้ยินเสียงฝนที่สาดเทลงมา รู้ได้ทันทีเลยว่าสถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับทางออกมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามเบื้องหน้าของอาเรสที่เห็นอยู่นี้ก็คือโรงผลิตไวน์ที่ถูกหยุดการทำงานไว้ที่ขั้นตอนการบ่มรสชาติ อยากจะนำออกมาดื่มแต่ก็หักห้ามใจตัวเองเอาไว้ สิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือการออกไปจากที่นี่เท่านั้น

         เมื่อเปิดประตูในส่วนของโรงกลั่นออก ก็พบกับท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆดำและฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

         เป็นเวลาที่นานมากที่หลงทางอยู่ในชั้นใต้ดินของบ้านหลังนี้ ยังมีอีกหลายห้องที่ยังไม่ได้ไปเห็นและไม่คิดจะเข้าไปเห็นอีกแล้ว หากไม่ใช่เพราะมีเทคนิคสำรวจถ้ำอยู่ เกรงว่าวันนี้ทั้งวันอาจจะต้องติดอยู่ในสถานที่แห่งนั้น ปิดผนึกเอาไว้เลยว่าที่ชั้นห้าของเรือนกระจก ประตูหลังใหญ่บานนั้นห้ามเข้าไปโดยเด็ดขาด

         สิ่งหนึ่งที่อาเรสไม่รู้ก็คือ ทางเข้านั้นเป็นเพียงช่องทางลำเลียงของใหญ่ไปยังคลังเสบียงฉุกเฉิน แท้จริงแล้วมันมีเส้นทางลับที่ไปถึงใต้ดินชั้นที่สองได้เลยแถมยังพาไปยังคอกสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย ซึ่งเป็นช่องทางที่คนในบ้านนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดี ส่วนห้องและทางเดินใต้ดินบางแห่งที่เห็นอยู่นั่นนอกจากเซรอสแล้วไม่มีผู้ใดรู้อีกเลยแม้แต่เด็กสาวทั้งสองคน

         ไม่น่าเชื่อเลยว่านอกจากพวกก็อบลินกับคนแคระแล้วจะยังมีคนที่ชำนาญเรื่องการขุดโพรงเพื่ออยู่อาศัย

แต่ไม่คิดว่านั่นจะเป็นสถานที่สำหรับอยู่อาศัยสักเท่าไหร่

แต่เป็นเสมือนการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสงครามที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในภายภาคหน้า

         “ข้าจะไม่กลับลงไปอีกเป็นครั้งที่สอง” อาเรสสาบานกับตัวเอง

 

         อีกด้านหนึ่งนั้นเซรอสกำลังขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดของโรงเรียนเพื่อศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรของโลกใบนี้ มันมีแค่รูปวาดเหมือนและอธิบายส่วนต่างๆ เหมือนสารานุกรมหนังสือภาพ หนังสือเล่มนี้มีอยู่เพียงสิบเล่มเท่านั้นทำให้ต้องบันทึกชื่อจองหนังสือเอาไว้ก่อน ปกติแล้วมันไม่ใช่ของที่นักเรียนปีหนึ่งจะให้ความสนใจสักเท่าไหร่ แต่จะมีเฉพาะพวกปีสองที่เริ่มเรียนวิชาสมุนไพรเป็นวิชาเลือกมาให้ความสำคัญกับมัน นี่ก็พึ่งจะมีคนนำกลับมาคืนได้ไม่นาน และตกมาอยู่ในมือของเซรอสจนได้

         เรื่องนี้ดาร์กเนสช่วยเหลืออะไรไม่ได้ จึงต้องช่วยเหลือตัวเอง มีสมุนไพรที่เซรอสไม่รู้จักอยู่ตั้งมากมาย แต่พอได้ลองอ่านก็รู้สึกได้ว่าข้อมูลเหล่านี้มีความผิดปกติ ไม่ใช่ข้อสงสัยในความรู้เพราะทั้งหมดนี้ผ่านการรวบรวมมาอย่างยาวนานมาก แต่เพราะว่ามันไม่มีถึงได้รู้สึกว่ามันผิดแปลก ทั้งหมดที่ปรากฏนั้นมีแต่ส่วนที่ลงความเห็นว่าเป็นประโยชน์และนำมาใช้งานในการปรุงยารักษาได้เท่านั้น

ไม่มีคำอธิบายเกี่ยวกับส่วนที่สำคัญอย่าง ต้นเมฟริลที่สามารถใช้รากมาบดเพื่อนำของเหลวที่ผลิตได้ไปใช้ แต่ไม่มีคำอธิบายเกี่ยวกับใบ ดอก หรือว่าผลเลย เป็นไปได้ว่ามีการปกปิดเรื่องสำคัญและระบุเพียงแค่ของที่มีประโยชน์เท่านั้น เป็นการตีกรอบความรู้ให้จำกัดเฉพาะเรื่องที่มีผลดี แต่เซรอสไม่เห็นด้วยกับความคิดพวกนี้ เพราะพิษถ้านำมาใช้ให้ถูกมันสามารถรักษาอาการบางชนิดได้

“เซรอส” ฟรานกระตุกชายเสื้อ ยื่นหนังสือตำราเกี่ยวกับวงเวทให้ดู “วงเวท ซับซ้อน ไม่เข้าใจ”

ที่ฟรานถืออยู่เป็นตำราของห้องสมุดยังไม่ได้รับการขัดเกลาจากเซรอส แต่การบ้านที่ได้รับคือการเขียนอธิบายวงเวทพื้นฐานและหลักการของมันออกมา เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจที่มากพอจะนำไปถ่ายทอดให้คนอื่นได้ นั่นเป็นเหตุผลที่เซรอสบอกว่าควรทำตามกฎของโรงเรียน แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องก็ตาม

แต่มาถามเซรอสก็คงไม่ได้คำตอบที่ถูกต้องนัก เพราะเจ้าตัวเองก็ไม่ถนัดเวทมนตร์

         “หลักการของมันอย่างที่รู้ว่าเป็นการส่งเสริมข้อด้อยที่เกิดขึ้นขณะร่ายเวทมนตร์ทำให้เกิดความเสถียรและแสดงผลออกมาในรูปแบบของเวทมนตร์สมบูรณ์ เช่น วงเวทใหญ่นี้เป็นรูปแบบของไฟ วงย่อยแรกคือการจุดประกาย ซึ่งมันจะเป็นเพียงแค่สะเก็ดไฟหรือไม่ก็ดวงไฟขนาดเท่ากับเปลวเทียนไข วงย่อยที่สองนี้มีอำนาจในการขยายคล้ายกับการเติมเชื้อเพลิงเข้าไปทำให้ไฟของมันแรงขึ้น วงเวทย่อยที่สามนี้เป็นการแปรรูปลักษณ์ให้แสดงผลในรูปแบบของวงกลมความร้อน และวงเวทย่อยที่สี่ตรงนี้จะทำให้ลูกบอลไฟพุ่งออกไปเป็นเส้นตรง เหมือนกับเป็นการเขียนสคริปของโปรแกรมเลย

         เซรอสฉุกคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

         เพราะมันเหมือนกับการเขียนสคริปโปรแกรมให้มันทำงานได้อย่างลุล่วง

         เป็นไปได้หรือไม่ที่แนวคิดเกี่ยวกับวงเวทพวกนี้เป็นศาสตร์ที่มนุษย์คิดขึ้นเพื่อให้ใช้เวทมนตร์ขนาดใหญ่ได้โดยที่ไม่ต้องแบกรับภาระต่อร่างกายโดยตรง ก็เหมือนกับมนุษย์ที่สร้างคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อความรวดเร็วในการประมวลผลตัวเลข ก่อนจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันตามบ้าน

         “สคริป?” ฟรานสงสัย

         “ไม่มีอะไร อย่างที่บอกไปวงเวทนี้เป็นการทำงานสี่ขั้นตอน ประกอบกันเป็นเวทมนตร์ลูกไฟขึ้นมา เอาไว้จะอธิบายเสริมให้แต่การตอบคำถามเราควรจะตอบตามความคาดหวังของครู เพราะถ้าเราตอบคำถามนอกเหนือจากที่มีคำตอบอยู่แล้วนั่นคือผิด ระบบของการศึกษาก็เป็นแบบนี้แหละ”

         “อือ”

         ฟรานรับหนังสือกลับไปอ่านต่อ และเริ่มลงมือเขียนตอบคำถามตามคำสั่งที่ได้รับมา

         เซรอสมองไปยังที่นั่งตรงข้ามตัวเอง กระต่ายขาวตัวหนึ่งกำลังนอนน้ำลายยืดบนหมอนแครอทที่พกมาด้วย กระดาษคำตอบที่เขียนด้วยลายมือไก่เขี่ยหยุดลงหลังเขียนไปได้เพียงสามบรรทัด ดูท่าทางจะไม่ถนัดการจดบันทึกจริงๆ ด้วย

         ตอนนี้เซรอสเกิดความคิดที่อยากจะลองพิสูจน์ความคิดของตนเองว่าถูกหรือไม่ แต่ถึงจะอยากทำแต่ก็ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ หากสิ่งที่คิดเอาไว้ถูกต้องล่ะก็ เขาสามารถแก้ปัญหาเงื่อนไขต่างๆ ได้ด้วยเวทมนตร์ และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะศึกษา ประยุกต์ และดัดแปลงมันให้เป็นเวทมนตร์เคลื่อนย้ายเหมือนประตูไปที่ไหนก็ได้

         มีเรื่องให้ลองทำเยอะมาก แต่ก่อนอื่นก็ควรจะต้องแก้ปัญหาการสร้างพลังงานสะอาดขึ้นมาให้เสร็จ เพื่อที่จะได้เริ่มต้นโครงการทั้งหมดที่เห็นว่าควรทำให้ตัวเองได้เปรียบเสียที

         กระดาษที่อยู่กับเซรอสไม่ได้เขียนตอบโจทย์การบ้าน แต่เป็นการวาดรูปและออกแบบวงจรภายในของระบบพลังงานพกพา ซึ่งมันให้พลังงานเท่ากับโรงไฟฟ้าย่อยที่ใช้งานได้ทั้งหมู่บ้านเล็กๆ ถึงที่บ้านจะมีสร้างขึ้นมาแล้วก็ตามแต่มันเป็นของโบราณที่ให้พลังงานไฟฟ้าไม่ค่อยดีนัก มันใช้ได้แค่สำหรับเปิดพัดลมและหลอดไฟ และของใหญ่อย่างคอมพิวเตอร์เครื่องยักษ์เท่านั้น ถ้าคนมาเห็นภาพนี้คงคิดว่าเป็นการวาดเล่นของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง และมีคำศัพท์กับสูตรเคมีไฟฟ้าเขียนเอาไว้จนเต็มหน้ากระดาษ

         “เซรอส”

         “หือ? มีอะไร”

         “ข้อมือมีแสง”

         เซรอสมองนาฬิกาข้อมือ สัญญาณกะพริบเตือนบ่งบอกว่ามีผู้บุกรุกเข้าไปในห้องงานหลักที่ทำเอาไว้ โลกนี้ยังไม่มีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับเลยไม่มีใครระวังตัว เซรอสวางมันเอาไว้ในบ้านที่มีคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าเก็บที่อัพเกรดให้พอทำหน้าที่ฉายภาพเหมือนกล้องวงจรปิดได้ สัญญาณภาพไม่อาจส่งผ่านมาที่นาฬิกาได้ จึงต้องใช้แว่นจอเสมือนแทน อุปกรณ์สุดไฮเทคที่สุดของโลกใบนี้ ถ้าเขาอยู่ในสภาพที่พร้อมทั้งเครื่องแบบและอุปกรณ์ ไม่มีการป้องกันที่ไหนที่เขาจะลอบเร้นเข้าไปไม่ได้

         สวมแว่นตาดำและกดปุ่มด้านข้าง ปรากฏภาพจอเสมือนขึ้นมา ควบคุมได้ผ่านอุปกรณ์เล็กจิ๋วรูปนาฬิกา มันเป็นทั้งอุปกรณ์เสริมและที่ซ่อนอาวุธลับอย่าง เบลด ไวเออร์ ภาพที่แสดงอยู่ก็คืออาเรสเดินวนหาทางออกอยู่ เจ้าตัวคงไม่รู้หรอกว่าทุกมุมนั้นมีกล้องติดตั้งเอาไว้ด้วย

         ถึงสถานที่แห่งนั้นเป็นความลับ แต่ในความเป็นจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดที่ว่าจะต้องเดินทางกลับ และถึงอาเรสจะเดินทางไปถึงส่วนของห้องทรัพยากรหินแร่ ก็ไม่ได้มีท่าทีสนใจพวกมัน เป็นคนธรรมดาคงมองตาค้างและถือโอกาสนี้กอบโกยความร่ำรวยให้ตัวเอง เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็ไม่ลังเลที่จะกดสั่งยกเลิกการสร้าง ทำให้ห้องพวกนั้นหายไป และคนพวกนั้นจะถูกทับอยู่ใต้ดินไปตลอดกาล

         ดีแล้วที่อาเรสเป็นมังกรไม่สนใจเรื่องพวกนี้

         “คืออะไรเหรอ?”

         “ก็แค่สัญญาณเตือนว่าเย็นแล้วพวกเราควรกลับบ้าน”

         “กลับก็ได้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 709 ครั้ง

64 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 19:25

    อาเรสนางมึน ๆ ดี ห๊ะๆๆ
    #10971
    0
  2. #10194 luckyanne (@luckyanne) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 01:18
    ในที่สุดอาเรสก็มีบท
    #10194
    0
  3. #9433 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 16:28
    ขอบคุณครับ
    #9433
    0
  4. #7993 pitchre (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 15:00
    กลับมาอ่านตอนนี้อีกรอบ รู้สึกเหมือน original ของอาเรสจะมาจากมังกรฟาฟเนียร์ ทั้งในเรื่องเมดมังกรแล้วก็เรื่องของซิกูรด์(sigurd หรืออะไรสักอย่าง น้องจัมมะด้ายยย)

    เห้อ ทำไมมังกรดำมันน่าเอ็นดู๊เอ็นดู /สูดยาดม
    #7993
    0
  5. #7793 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 22:05
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7793
    0
  6. #7517 Solojack (@Solojack) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 10:04
    เฃรอสโครตไฮเทค
    #7517
    0
  7. #7109 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:53
    อาเรสคงไม่รู้จะเอาไปทำไรมากกว่า 5555
    #7109
    0
  8. #6904 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 17:17
    ดีนะอาเรสไม่หัวเสียเผาทิ้งไม่งั้นมังกรตุ้น
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6904
    0
  9. #4481 wuttichaiwutti (@wuttichaiwutti) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 14:56
    5555 อริสเข้าไปในโพลงกระต่าย อาเรสเขาไปในรังมด 
    #4481
    0
  10. #4408 [BenMore'Sako] (@BenMoreSako) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 13:32
    อ่านบทอาเรสแล้วนึกถึงมังกรความมืดสุดครึมที่มาใช้ชีวิตกับมนุษย์แต่ดันติดเกมส์ในอนิเมะเรื่องเมดมังกรเลย มีความฮาแบบนิ่งๆ
    #4408
    0
  11. #3979 Bb_JiN (@bb527) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 21:33
    สงสารอาเรส~~~~~~เป็นเราเราก็คงหลงเหมือนกันแหละ555555555
    #3979
    0
  12. #3855 FuJiTa (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 07:24
    ขอบคุณครับ
    #3855
    0
  13. วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 23:49
    เจอฐานลับใต้ดิน
    #3851
    0
  14. #3848 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 22:01
    ขอบคุณครับ สนุกมาก สู้ๆครับไรท์
    #3848
    0
  15. #3847 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 22:01
    อาเรสมังกรน้อยเกือบซวย 5555
    #3847
    0
  16. #3842 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 16:58
    อาเรส มังกรน้อยผจญภัยภาค"เขาวงกตพิศดาร"
    #3842
    0
  17. #3840 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 14:04
    ขอบคุณครับ 
    #3840
    0
  18. #3838 Mr. Queen (@anaunpr) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 12:46
    สงสัยอาเรสอาจจะไปหาอริสก็ได้
    #3838
    0
  19. #3831 Ghost_Rider_D. (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 08:09
    อาเรสมังกรน้อยผจญภัย ฮ่าๆๆๆ
    #3831
    0
  20. วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 05:02
    มังกรเกษตรพอเพียง ถุ้ยยย
    #3827
    0
  21. #3826 Nazarynn (@Nazarynn) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 03:11
    มังกรน้อย(?)น่ารักจริง เราเอ็นดูอาเรสมาก รองจากคาเรน
    #3826
    0
  22. #3825 MojRiSad (@MojRiSad) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 01:11
    ตอนอธิบายวงเวท  วงย่อยที่3น่าจะใช้  ทรงกลม  แทนที่ วงกลมดีมั้ยครับ







    ปล.อาเรสแกแอบหยิบขนมแท่งไปกิน!!  เซลอสกลับไปโดนแน่ๆ
    #3825
    0
  23. #3824 유이 (@qaint) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 00:20
    มังกรหลงทาง น่ารักอะ 5555555
    #3824
    0
  24. #3823 EchizenRyoma (@siriwanphanpa) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 23:32
    มังกรหลงทาง555
    #3823
    0
  25. #3822 defy (@chaimaha) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 23:31
    ขอบคุณครับ
    #3822
    0