ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,262,088 Views

  • 13,685 Comments

  • 22,809 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22,566

    Overall
    2,262,088

ตอนที่ 65 : SS2 Episode Five : ปฐมนิเทศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38811
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 633 ครั้ง
    19 ก.ค. 60

SS2 Episode Five

 



         การถนอมอาหาร อย่างที่เธอเองก็น่าจะเข้าใจดี มันหมายถึงกระบวนการเก็บและรักษาอาหาร เพื่อชะลอการเน่าเสียของอาหาร หรือป้องกัน โรคอาหารเป็นพิษ ในขณะที่ยังรักษาคุณค่าทางโภชนาการ สีสัน และกลิ่นให้คงอยู่

       เนื่องจากไม่ได้มีเวลาอยู่มากนักในแต่ละวันจึงได้ให้คาเรนเลือกเรียนเรื่องที่อยากจะศึกษา โดยเซรอสนั้นเปรียบได้ดั่งห้องสมุดแห่งอนาคตเคลื่อนที่ได้และมีข้อมูลที่ไม่ตกหล่น เรื่องที่คาเรนอยากจะรู้ก็คือ วิธีการถนอมอาหาร เพื่อเก็บรักษาให้ได้ยาวนานที่สุด อยากรู้สาเหตุของมันรวมไปถึงการยับยั้งแก้ปัญหา โดยความรู้ของเซรอสที่มีอยู่นั้นเกิดจากการสะสมประสบการณ์ของผู้คนในโลกเดิมและส่งต่อความรู้นี้มาเพื่อให้ผู้คนรุ่นหลังได้นำไปพัฒนาต่อ ทว่าสำหรับผู้คนในโลกนี้แล้วมันกลับกันเลย

         มันเป็นการเรียนที่หนักมากขนาดที่ซาริได้ยินยังต้องวิ่งหนีออกไปจัดการกับแปลงแครอทที่นำมาปลูกเอง ฟรานไม่ยอมอยู่ในบ้านแต่ไปนั่งอ่านหนังสือในคอกม้า ทว่าคาเรนจดบันทึกทุกอย่างลงในสมุดที่เตรียมมาด้วยโดยตระหนักได้ว่าความรู้เหล่านี้เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับเธอ พอฟังคำอธิบายมาถึงจุดหนึ่งเซรอสก็จะถามว่า มีอะไรสงสัยหรือเปล่า เธอก็จะชี้จุดที่อยากให้ช่วยขยายความเพิ่มขึ้น ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้น

         คำอธิบายนั้นได้ถูกหยุดชะงักลงเมื่อคาเรนรู้สึกตัวว่าหน้ากระดาษมันถูกเขียนจนแน่นเอียด ไม่ได้คิดว่าจะมีความรู้มากมายขนาดนี้ให้เขียน เธอไม่อาจพลาดสิ่งสำคัญพวกนี้ได้จริงๆ ไม่คิดเลยว่าแค่การถนอมอาหารคำนิยามสั้นๆ ที่แค่หมายถึงการรักษาสภาพอาหารให้เก็บไว้เป็นเวลานาน จะมีขั้นตอนมากมายและนำไปสู่การแปรรูปอาหารในรูปแบบใหม่ได้ เรื่องพวกนี้ไม่มีอยู่ในหนังสือเล่มไหนเลยแม้แต่ข้อมูลจากอาณาจักรข้างเคียงก็ไม่มีปรากฏ

         การเรียนในวันนี้จึงจบลงโดยที่คาเรนได้รับความรู้ไปอย่างเต็มที่ สำหรับเธอแล้วแม้จะมีอายุไม่ใช่น้อยกลับต้องตระหนักแล้วว่าสิ่งที่เรียนรู้มานั้นเป็นเพียงแค่โลกในบ่อน้ำ โลกทัศน์ของเธอถูกเปิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวและคิดว่าถ้ามันสามารถถ่ายทอดให้ผู้คนได้รู้ผลที่ตามมาก็คือยุคเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู น่าเสียดายที่แนวคิดเหล่านี้ยังไม่ได้รับการยอมรับหากเธอคิดจะเผยแพร่ความรู้พวกนี้ออกไปก็จำเป็นจะต้องมีหลักฐานแสดงออกมาให้เห็น

         อย่างไรซะด้วยฐานะของเธอไม่มีผู้ใดจะสามารถกล่าวหาได้ว่าเธอเป็นคนนอกรีต

         เป็นครั้งแรกที่คาเรนรู้สึกว่าสถานะที่ถูกกำหนดเอาไว้ตามคำทำนายจะเป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้ถูกกล่าวหาแบบผิดๆ

         “ขอบพระคุณมากค่ะ” คาเรนกล่าว โค้งศีรษะลงด้วยความเคารพในฐานะของนักเรียนคนหนึ่ง

“ว่าแต่สิ่งที่เรียกว่ากาแฟนั่น” คาเรนปรายตามองไปที่กระปุกในโหลแก้ว ตอนแรกคาเรนก็ไม่ได้สนใจนักแต่พอเห็นเซรอสชงดื่มพร้อมกับไข่ลวกก็รู้สึกสงสัยนิดหน่อย

“อ่านั่นคือผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากผลไม้แห่งความตาย ตอนที่ไปบาโลนเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนบังเอิญไปเจอคนเอามันมาขายเลยซื้อเก็บเอาไว้” เซรอสตอบแบบไม่ปิดบัง

ชื่อผลไม้แห่งความตายนี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นผลไม้จากแดนปีศาจ ซึ่งเซรอสอยากจะปิดเรื่องที่ตนเองเคยไปเยือนดินแดนปีศาจมาแล้วเอาไว้เป็นความลับจึงใช้ข้ออ้างนี้แทน เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าบาโลนมักจะมีสินค้าจากดินแดนปีศาจหลุดมาขายอยู่เรื่อยๆ

         สักพักหนึ่งซาริก็วิ่งออกมาพร้อมกับอวดชุดนักเรียนโรงเรียนเซเวียร์ ความแตกต่างของดีไซน์จะแบ่งออกเป็นสองสาขาทำให้แบ่งแยกออกได้ง่ายมาก ชุดของสาขาจอมเวทจะมีผ้าคลุมไหล่ แต่ของสาขานักรบจะไม่จำเป็นต้องใช้เพราะมันขัดขวางในการเคลื่อนไหว ผู้หญิงจะใส่กระโปรงกับกางเกงขาสั้นไว้ข้างใน ซึ่งพวกเขามองเห็นว่ามันเป็นกางเกงในซะมากกว่า แต่ชุดนี้เหมือนจะได้รับการลงอาคมป้องกันเวทมนตร์เอาไว้ด้วย เทียบกับชุดของเซรอสที่ทำจากวิทยาการชั้นสูงก็มีคุณภาพไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

ซาริจับชายกระโปรงแล้วหมุนตัวให้ดู เหมือนเด็กที่ได้ชุดใหม่แล้วใส่มาอวดพ่อแม่

“ซาริน่ารักใช่ไหมล่ะเจ้าคะ”

“น่ารักมากค่ะ” เป็นคาเรนที่ตอบให้ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการชมที่เกินจริงซะทีเดียว เหตุผลที่ในอดีตมีคนให้ราคาทาสมนุษย์สัตว์เผ่าพันธุ์กระต่ายขาวเพศหญิงในราคาสูงก็เป็นเพราะเหตุผลนี้นี่แหละ

“แต่ทั้งที่คุณมีความรู้ระดับนั้นอยู่แล้ว ทำไมถึงต้องไปเข้าเรียนด้วยล่ะคะ”

“เพราะฉันอยากจะศึกษาเวทมนตร์ แล้วถ้าเป็นนักเรียนมันได้รับสิทธิ์ให้เข้าใช้งานห้องสมุด”

นั่นคือเหตุผลหลักที่เซรอสคิดจะมาเข้าเรียน ยังไงซะการเรียนรู้เวทมนตร์แบบการเรียนการสอนก็ช่วยให้เข้าใจได้เหมือนกัน แต่มันเป็นลักษณะการตีความและถ่ายทอดออกมาให้นักเรียนได้เข้าใจ ซึ่งนั่นก็หนีไม่พ่นมุมมองทั่วไปของผู้สอน อย่างหนังสือสอนเวทมนตร์พื้นฐานสามารถช่วยให้ผู้ที่ใช้อ้างอิงในการศึกษากลายเป็นจอมเวทได้ แต่พอเป็นหนังสือที่เซรอสปรับแก้ความผิดพลาดของมันผ่านผู้ชำนาญเรื่องเวทมนตร์ (ธาตุความมืด) กลายเป็นว่ามีประสิทธิภาพที่ดียิ่งกว่า

และเพราะว่าเวทมนตร์สายความมืดหาคนใช้ได้ยาก ทำให้คนที่จะสอนได้นั้นแทบจะไม่มีปรากฏให้เห็นเลย แทนที่จะมัวเสียเวลาฟังอะไรแบบนั้นสู้ไปหาหนังสืออ่านแล้วขอให้ดาร์กเนสช่วยในการปรับแก้ไขเนื้อหาที่ผิดพลาดก็พอ

ที่ต้องเลือกสาขานักรบก็เพราะกังวลเรื่องของซาริ ท่าทางแบบนี้คงเข้าไปป่วนโรงเรียนน่าดู ล่าสุดก็เหมือนจะมีตำนาน กระต่ายผู้ล้มอัศวิน แพร่กระจายด้วย จากนี้คงเป็นเรื่องลำบากสำหรับซาริที่จะต้องถูกคาดหวังแน่ๆ เรื่องดีเพียงอย่างเดียวก็คือตัวตนของเซรอสไม่ได้ถูกยอมรับในหมู่นักเรียน เพราะฉะนั้นในอนาคตเขาจะไม่ถูกตั้งความหวังให้ทำกิจกรรมที่ต้องออกไปปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน หลังจากที่รู้ว่าปีนี้จะมีการจัดการแข่งขันประลองความสามารถของนักเรียนต่อหน้าพระพักตร์ขององค์ราชาอย่างสมเกียรติเป็นปีแรกเสียด้วย

และอีกเหตุผลที่จะต้องเป็นสาขานักรบเพราะทางนี้สามารถสอนเวทมนตร์ไร้สายให้ได้ เป็นเวทมนตร์ประเภทการเสริมความสามารถทางร่างกายให้สูงขึ้น ที่ขนาดคนธรรมดายังกลายเป็นคนเก่งขึ้นมาได้ ในเมื่อจุดเด่นของเซรอสคือทักษะทางกายภาพเขาก็จะต้องพัฒนาไปต่อให้เหนือยิ่งกว่าจนไม่มีใครทำอันตรายได้ แล้วจากนั้นก็ค่อยมาเสริมจุดแข็งด้านเวทมนตร์โจมตีระยะไกลก็ยังไม่สาย

         เห็นคาเรนหรี่ตาเพ็งมองบางอย่างเซรอสก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดแปลกไป พอนึกว่าการนั่งเรียนเมื่อสักครู่นี้ท่านั่งเขียนของเธอมันต้องโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย หรือบางครั้งเวลาจะอ่านหนังสือก็จะยกขึ้นมาอ่านใกล้ๆ และเพื่อพิสูจน์เรื่องนั้นเซรอสจึงได้ถามขึ้นว่า

         “เธอเห็นมือฉันเป็นภาพมัวๆ ใช่ไหม”

         “ค่ะ เป็นมาตั้งแต่หลังจบการศึกษาแล้วล่ะค่ะ แต่เพราะไม่ได้มีปัญหาด้านการใช้ชีวิตเลยไม่ค่อยได้ใส่ใจสักเท่าไหร่”

         “นั่นล่ะตัวปัญหาเลยนะ ถ้ายังไงครั้งหน้าฉันจะตรวจวัดสายตาแล้วก็ทำแว่นตาให้”

         “แว่นตา?”

         “แค่มันจะช่วยให้เธอกลับมาเห็นทุกอย่างได้ชัดขึ้น ไม่ใช่การรักษาให้หายขาดได้ถาวร”

         พอจะเดาได้ว่าเซรอสตั้งใจจะช่วยรักษาอาการมองไม่ชัดนี้ให้ก็กล่าวขอบคุณ ที่ผ่านมาก็ได้พบแพทย์มาแล้วซึ่งพวกเขาก็ไม่มีวิธีการรักษา บอกเพียงแค่ว่าเป็นอาการปกติที่จะเกิดขึ้นกับคนธรรมดา แต่ถ้าเป็นพวกที่ใช้เวทมนตร์ได้จะสามารถเสริมประสิทธิภาพดวงตาให้มองเห็นไกลได้ชัดขึ้น

         หลังจากที่คาเรนขึ้นรถม้าที่เบลูก้านำมารับกลับไปแล้ว เซรอสก็มีงานอีกหลายอย่างที่จะต้องทำ นั่นคือการสร้าง รังมด แห่งที่สองขึ้นมาในพื้นที่ตัวเมืองนี้ เรือนไม้หลังเล็กที่เห็นได้ชัดว่าใช้เป็นห้องเก็บฟืน แท้ที่จริงแล้วที่ด้านล่างนี้กำลังมีงานขุดดินเกิดขึ้นอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ภายใต้แสงตะเกียงที่ไม่ค่อยสว่าง ปีศาจเงาถ้าไม่มีแสงก็จะไม่มีตัวตน ดังนั้นขอแค่มีแสงเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำงานได้แล้ว

         จุดประสงค์ก็คือการทำพื้นที่รอบบ้านแห่งนี้แล้วก็ค่อยๆ เสริมความแข็งแรงของตัวบ้านทีละเล็กละน้อย ถ้ามีอุปกรณ์เครื่องมือที่พกมาด้วย เขาสามารถสร้างได้แทบจะทุกอย่าง ที่ทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อหาทางรับมือกับสถานการณ์ทุกอย่างที่อาจจะเกิดขึ้น และคิดว่าจะใช้มันเป็นฐานที่มั่นสำรองเพื่อคิดค้นเวทมนตร์เคลื่อนย้ายที่สามารถควบคุมตำแหน่งปรากฏตัวได้ ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จเขาสามารถปรากฏตัวไปมาระหว่างดินแดนต้องสาปกับไรด์การ์ดได้ และอนาคตเขาก็จะสร้างสถานที่แบบนี้ขึ้นในอีกหลายแห่งเพื่อความสะดวกในการเดินทาง

         นี่เป็นการสร้างบ้านตามฝันสมัยเด็กของเซรอส อย่างน้อยก็จะต้องมีเด็กหลายร้อยคนที่จะต้องเคยออกแบบบ้านในฝันของตนเองขึ้นมาให้ดูอลังการ ซึ่งแน่นอนว่าในความเป็นจริงแล้วมันย่อมเป็นไปไม่ได้เลยเว้นแต่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐีที่ใช้เงินได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ตอนนี้เขามีพลังที่ยิ่งใหญ่และไม่จำเป็นจะต้องมีความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง แค่ใช้มันเพื่อตัวเองก็พอ

ที่เซรอสกล้าทำเรื่องแบบนี้เพราะเหตุผลที่ว่ามันเป็นพื้นที่กว้างไม่ใช่พื้นที่เมือง เป็นบ้านที่สร้างขึ้นโดดเดี่ยวที่ใช้เวลาเดินประมาณยี่สิบนาทีก็ไปถึงเขตชุมชนได้ อีกทั้งเซรอสมีแรงงานพิเศษและอุปกรณ์ที่ดีที่สุดในโลก มันคือพลั่วศักดิ์สิทธิ์และขวานเจาะศักดิ์สิทธิ์เพราะสร้างจากอาดามันเทียม ทำให้การขุดเจาะดำเนินไปได้โดยง่ายและก็ต้องเสริมฐานข้างล่างให้แข็งแรง ไม่อย่างนั้นบ้านหลังนี้อาจจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ

วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งพวกเซรอสได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเมือง พวกเขาสร้างความสัมพันธ์เล็กๆ ผ่านซาริที่ร่าเริง ไปตลาดทุกเช้าเพื่อหาซื้อของมาเก็บไว้ในห้องเสบียง พูดคุยสร้างเครือข่ายของตนเองขึ้นมา เพราะถ้าหากในอนาคตมีคนมาหาข้อมูลของเขาแต่กลับไม่ได้ข้อมูลอะไรไปเลยมันจะดูลึกลับไปสักหน่อย และด้วยนิสัยของซาริทำให้ชาวเมืองแถบนั้นเอ็นดูเป็นอย่างมาก ไม่มีคนไหนเลยที่จะไม่รู้จักกับซาริ

เพราะอยู่ในเมืองใหญ่สิ่งสำคัญก็คือค่าใช้จ่าย ค่าขนมของซาริกับฟรานซึ่งเขามอบให้เดือนละสองเหรียญทองโทเฟน มันเพียงพอแล้วที่จะอยู่ได้ในแต่ละเดือนถ้าใช้จ่ายกันอย่างประหยัด ทั้งยังทำกระปุกออมสินไว้ให้ทั้งสองคนเอาไว้เก็บเงินด้วย มันเป็นกระปุกออมสินของเล่นที่จะขยับได้เมื่อมีการหยอดเหรียญลงไป ของซาริเป็นกระต่าย และของฟรานเป็นรูปแมวเหมียว

พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่ายไม่เป็นจุดเด่นอะไรมาก จนกระทั่งในที่สุดก็ถึงวันเปิดภาคเรียน

 

วันนี้โรงเรียนเซเวียร์มีผู้คนที่สวมเครื่องแบบประเภทเดียวกันเดินไปเดินมากันจนวุ่น เซรอสยับผ้าผูกคอที่ดูคล้ายกับเนกไทให้เข้าที่มากกว่านี้ แต่มันก็มักจะเบี้ยวทุกครั้งที่เขาหันมองไปทางอื่นประจำ วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศของนักเรียนใหม่จึงต้องใช้ห้องประชุมใหญ่เป็นสถานที่รวมตัวกัน นักเรียนส่วนใหญ่จะเหน็บอาวุธไม่ก็คทาเอาไว้ข้างกายเสมอ

ตอนที่เซรอสมาอยู่ในเมืองถึงได้รู้ว่ากระเป๋ามิติหรือแหวนมิติเป็นเมจิกไอเทมราคาแพงมาก คนที่จะมีได้ถ้าไม่ร่ำรวยจริงก็ต้องเป็นนักผจญภัยเท่านั้นที่สามารถเก็บเงินซื้อได้ ราคาของมันไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านทั่วไปจะมีพกพาได้ และพื้นที่ของมันก็เก็บได้แค่เสื้อผ้า อาหาร และของใช้จำเป็นอีกนิดหน่อย ผิดกับแหวนที่จะมีพื้นที่มากกว่า แต่ที่พอจะทราบก็คือแหวนพวกนั้นจะบรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักเพียงสามร้อยกิโลกรัมเท่านั้น หรือขนาดของพระราชายังบรรจุได้เพียงแค่ห้าตัน

บางคนกำลังโอ้อวดสรรพคุณของอาวุธใหม่ให้เพื่อนๆ ได้อิจฉากัน อย่างคทาเวทมนตร์ที่ตอบสนองต่อธาตุเฉพาะได้ดีทำให้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น แต่ส่วนที่นำเสนอจริงๆ คือความสวยงามของมัน ฟรานได้ยินเข้าก็จับไปที่คทาซึ่งมันเป็นโลหะผสมทำให้เปลือกนอกดูธรรมดา แต่แท้ที่จริงแล้วมันคืออาดามันเทียม เป็นคทาเวทมนตร์ที่ทนทานที่สุดแล้ว

ตัวตนของซาริและฟรานเป็นอะไรที่พิเศษ เนื่องจากซาริเป็นมนุษย์สัตว์คนแรกที่เอาชนะอัศวินที่ผ่านสงครามมาได้ด้วยการเตะเพียงครั้งเดียว กลายเป็นเกียรติประวัติของเผ่าพันธุ์มนุษย์สัตว์ และฟรานที่ระเบิดสนามทดสอบด้วยเวทมนตร์พื้นฐานบทเดียว แต่ถึงจะอย่างนั้นพวกเขากลับมีข้อสงสัยในตัวตนของเซรอสเป็นอย่างมาก ทว่าพอทราบว่าทั้งสามคนมีนามสกุลว่า แอชเชอร์ ก็อยากรู้ว่าเป็นตระกูลแบบใดกันแน่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครคิดจะหาข้อมูลกันอย่างจริงจัง

คณะครูกำลังไล่ต้อนนักเรียนใหม่ให้ไปยังห้องประชุมใหญ่ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากปีนี้มีอัศวินศักดิ์สิทธิ์ให้เกียรติมาเป็นครูสอน แน่นอนว่าจะต้องมีนักผจญภัยมามอบความรู้ในด้านการต่อสู้ภายในดันเจี้ยนให้ตามปกติ แม้อัศวินจะเป็นอาชีพที่มีเกียรติ แต่ถ้าเทียบกันแล้วก็แค่มีเบื้องหลังแตกต่างกันเล็กน้อย ยังมีนักผจญภัยบางคนที่มีฝีมือเทียบเคียงได้กับอัศวินศักดิ์สิทธิ์อีกเป็นจำนวนมาก และไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการนัก

         เซรอสยืนรอจนกระทั่งคนเริ่มบางตาลงจึงไปต่อแถวอยู่ท้ายๆ ควรจะรู้อยู่แล้วว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนกับดารา ทุกคนคาดหวังจะได้ไปชมในระยะที่ใกล้ที่สุดจึงแย่งกันเข้าไปเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดที่สุด เมื่อพวกเขาเข้ามาแล้วจึงได้รู้ว่าห้องประชุมแห่งนี้เป็นที่นั่งแบบเวทีละครสมัยโบราณ มีการแบ่งล็อกพื้นที่สำหรับแต่ละปีเอาไว้โดยปีหนึ่งปีนี้มีจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก จึงต้องมีการจัดแบ่งให้กระจายอัดพื้นที่ด้านหลังแถว

         เมื่อตรวจสอบแล้วว่านักเรียนทุกคนเดินเข้ามากันหมดแล้วก็ปิดประตูเพื่อเริ่มพิธีปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ได้ โดยมีประธานนักเรียนคนปัจจุบันซึ่งเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีและมีผลการเรียนยอดเยี่ยมออกมากล่าวปาฐกถา ถ้าตั้งใจฟังให้ดีดูเหมือนประธานนักเรียนคนนี้จะไม่ได้มีความรับผิดชอบในหน้าที่เลยสักนิดเดียว ก็แค่การปั้นสถานะของตนเองให้ดูดีที่สุด และจะเป็นเกียรติประวัติที่ว่าเคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานนักเรียนมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำกล่าวที่เชิดชูเกียรติอัศวินพวกนั้นเหมือนกับท่องอ่านสคริปมาจนจำได้

         หลังจากที่กล่าวจบก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมา กล่าวขอบคุณประธานนักเรียน เธอคนนั้นเป็นผู้ใหญ่และดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการที่มีอำนาจเต็มแทนผู้อำนวยการคนปัจจุบัน

         “เช่นนั้นแล้วจากนี้จะเป็นการแนะนำครูผู้สอนที่บรรจุเข้ามาใหม่ให้นักเรียนทุกคนได้ทราบ เริ่มจากท่านหญิงเดลฟีโอน่า เอเชอวาเรียน อัศวินศักดิ์สิทธิ์ประจำราชสำนักแห่งไอทาเรีย”

         ผู้ถูกเอ่ยชื่อเดินก้าวออกมาในชุดเกราะนักรบอย่างสมเกียรติ ทุกคนได้เห็นภาพของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ในระยะใกล้ต่างพากันส่งเสียงฮือฮาออกมา แต่ก็เงียบลงเมื่อเธอขยับตัวยืนตรง และจังหวะต่อมานักเรียนทั้งหมดก็ยืดตัวตรง กำหมัดไว้ที่ตำแหน่งหัวใจโดยให้แขนขนานกับพื้น และกล่าวคำทักทายออกมาเสียงดัง ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นมารยาทของการทักทายในแบบของอัศวิน

         ทว่าหลังจากที่ทุกอย่างเงียบขึ้นแล้ว และเดลฟีโอน่ากำลังจะพูดขึ้นก็มีเสียงดังขึ้นมาว่า

         “เอ๊ะ! ทำอะไรกันน่ะเจ้าคะ ทักทายเหรอ สวัสดีเจ้าค่า ซาริเจ้าค่า

         “เดี๋ยวเถอะ ตรงนั้นน่ะเงียบหน่อย” ครูชายท่านหนึ่งแสดงท่าทางยโสออกมาเล็กน้อย หลังได้รู้ว่าคนที่กระทำการเสียมารยาทในครั้งนี้เป็นมนุษย์สัตว์คนหนึ่งเท่านั้น

         “ไม่เป็นไร” เดลฟีโอน่ากล่าว ยืดตัวตรงและทำท่าตอบรับความเคารพของเด็กนักเรียนแล้วกล่าว “ข้าเดลฟีโอน่า เอเชอวาเรียน พวกเจ้าทุกคนคงจะรู้จักข้ากันเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นข่าวจริงหรือข่าวลือ อย่างไรก็ตามข้าได้รับการแต่งตั้งให้มาเป็นครูเพื่อฝึกสอนพวกเจ้าให้มีคุณภาพ สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะเป็นอัศวิน ข้าเดลฟีโอน่า เอเชอวาเรียนจะชี้นำเจ้าไปสู่เส้นทางที่ถูกต้อง ซึ่งนอกจากข้าแล้วยังมีอัศวินอีกยี่สิบนายที่จะมาให้การแนะแนวพวกเจ้าทุกคนอีกด้วย ข้าหวังอย่างยิ่งว่าพวกเจ้าจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ซ่อนเร้นออกมา ขอบคุณ”

         เป็นคำกล่าวที่ได้รับเสียงปรบมือจากเด็กนักเรียนที่เป็นมนุษย์เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นอัศวินจะมีการตอบรับที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด หลังจากที่เดลฟีโอน่าเดินกลับไป รองผู้อำนวยการก็เดินออกมาแนะนำครูท่านอื่นบ้างโดยเฉพาะนักผจญภัยที่จะมารับหน้าที่สอนประสบการณ์ในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ และวิชาเอาตัวรอดในดันเจี้ยน แต่พวกเขาได้รับการตอบรับจากกลุ่มนักเรียนที่เป็นมนุษย์แค่ไม่มาก กับมนุษย์สัตว์อีกกลุ่มหนึ่งเท่านั้น มันคงจะไปเทียบกับอัศวินที่เป็นหน้าเป็นตาของอาณาจักรได้อย่างไร

         เอาเข้าจริงๆ แล้วถ้าให้อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลงไปใช้ชีวิตอยู่ในดันเจี้ยนไม่มีทางอยู่ได้อย่างสงบแน่นอน ในขณะที่อัศวินนั้นปกป้องสังคมจากโลกเบื้องหน้า ประชาชนที่อยู่กันอย่างผาสุกกลับไม่รับรู้ถึงอันตรายที่ลุกล้ำเข้ามาอย่างมหัตภัยในดันเจี้ยน และเป็นนักผจญภัยอย่างพวกเขาที่คอยปัดเป่าภัยร้ายนั้นโดยแลกมาด้วยชีวิตของตนเอง

         อย่างไรก็ตามแนะนำครูท่านอื่นก็ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย หลายคนเห็นว่าไม่น่าจะมีกำหนดการอะไรเพิ่มเติมแล้วก็เริ่มพูดคุยกันจนกระทั่งรองผู้อำนวยการเอ่ยขึ้นมาว่า

         “และในปีนี้ท่านผู้อำนวยการของโรงเรียนเซเวียร์มีความประสงค์อยากจะกล่าวกับนักเรียนเซเวียร์ทุกท่าน จึงขอเรียนเชิญท่านผู้อำนวยการมากล่าวให้โอวาทในครั้งนี้ด้วย

         แทบจะไม่มีผู้ใดสังเกตถึงความผิดปกติบนใบหน้าของเดลฟีโอน่าหลังจากที่ได้ยินรองผู้อำนวยการกล่าวเช่นนั้นออกมา ใบหน้าของเธอนั้นดูซีดมากแต่เพราะทุกคนกำลังแปลกใจกันอยู่จึงไม่ได้สังเกตมากนัก

         ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกคนรู้แค่ว่าโรงเรียนนี้มีผู้อำนวยการอยู่ แต่ตัวตนนั้นค่อนข้างจะลึกลับมาก แม้แต่คณะครูท่านอื่นๆ ก็ไม่เคยเจอตัวจริงมาก่อน พวกเขามาเป็นครูได้ก็แค่ส่งเอกสารการสมัครลงไป และคนสัมภาษณ์พวกเขาก็คือรองผู้อำนวยการหญิงท่านนี้ เมื่อมีงานสำคัญที่เป็นการเรียกประชุมสิบสองโรงเรียนก็จะเป็นรองผู้อำนวยการที่เดินทางไปทำหน้าที่แทน จนพวกเขาเชื่อว่าเธอคนนี้กลายเป็นผู้อำนวยการไปเสียแล้ว

         ในตอนนั้นเองเมื่อความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องประชุม และมีคนคนหนึ่งเดินออกมาจากเวทีด้านหลัง เกิดเป็นความแตกตื่นในหมู่นักเรียนชายหญิงทุกคนเมื่อได้เห็นบุคคลตรงหน้า และยิ่งตอบรับความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีกเมื่อรองผู้อำนวยการแสดงความเคารพร่วมไปถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์เดลฟีโอน่าแสดงความยำเกรงออกมาโดยการทำความเคารพขั้นสูงสุด และนอกจากเธอก็ยังมีอัศวินทั้งหมดกระทำแบบเดียวกันทั้งห้อง มันเป็นกฎที่ว่าหากผู้ที่อยู่เหนือกว่าแสดงความเคารพแก่ใคร พวกเขาที่ต่ำกว่าจะต้องกระทำตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

         ทุกคนตื่นตะลึงเมื่อคนคนนั้นเดินมาถึงแท่นประกาศหน้าเวที แต่กลับกลายเป็นว่าถูกบังซะมิด พยายามเขย่งตัวก็ยังไม่พ้นอยู่ดี

         “บอกแล้วนี่ว่าให้เตรียมเก้าอี้มาให้เราผู้นี้ด้วย หรือไม่งั้นก็ไม่ต้องเอาแท่นประกาศมาวาง”

         “ขออภัยค่ะ ไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เอาไว้”

         “ช่างเถอะ เราผู้นี้จัดการเองก็ได้”

         เปาะ!

         เพียงแค่ดีดนิ้วพื้นดินที่อยู่ใต้ตัวก็ยกสูงขึ้นเล็กน้อยจนศีรษะนั้นโผล่พ้นออกมาจากแท่นประกาศ ไม่มีการร่ายเวทมนตร์หรือความเปลี่ยนแปลงของกระแสมานา เหมือนกับว่ามันตอบรับความต้องการของผู้ใช้

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัวสูงไม่พ้นแท่นประกาศ กระแอมไอออกมาครั้งหนึ่ง

“เราผู้นี้มีนามว่า อินโนเซนเทีย ลิลิธ เป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้”

การปรากฏตัวของผู้อำนวยการโรงเรียนเซเวียร์ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา คิดว่านี่อาจจะเป็นการแกล้งอำของคณะครูที่อยากจะทำให้ตกใจ ทว่าพอมองไปที่คณะครูทุกท่านกลับพบว่ามีท่าทีตกใจไม่ต่างกัน ถึงกับหันไปถามรองผู้อำนวยการที่น่าจะเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ และคำตอบที่ได้ก็คือเธอพยักหน้าและยอมรับว่า อินโนเซนเทีย ลิลิธ เป็นผู้อำนวยการตัวจริง

ซึ่งอีกหนึ่งคนที่สามารถรับรองได้ก็คืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ เดลฟีโอน่า เอเชอวาเรียน

ปกติแล้วเมื่อมีคนอื่นเข้ามาหาเพื่อส่งเอกสารจากราชสำนักจะมีการใช้เวทมนตร์ปลอมแปลงตนเองเพื่อให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่ถ้าเป็นคนที่รู้จักตัวจริงอยู่แล้ว อินโนเซนเทีย ลิลิธจะใช้ร่างจริงของตนเองในการพูดคุย

“และขอต้อนรับพวกเจ้าทุกคนที่เป็นนักเรียนและครูผู้ฝึกสอนคนใหม่สู่โรงเรียนเซเวียร์แห่งนี้จากใจจริง เราผู้นี้หวังว่าพวกเจ้าจะได้รับประสบการณ์ที่มีค่าในปีนี้ และเราผู้นี้ปรารถนาจะให้พวกเจ้าทุกคนใช้ชีวิตนักเรียนอย่างสนุกสนาน ช่วยทำให้เราผู้นี้หัวเราะได้เหมือนตอนที่เห็นกระดาษคำตอบที” อินโนเซนเทีย ลิลิธขยับรอยยิ้ม กระโดดลงจากแท่นดินที่กำลังยุบตัวลงและซ่อมแซมพื้นที่เสียหายอย่างรวดเร็ว เด็กผู้หญิงคนนั้นเดินผ่านหลังเวทีแล้วหายไป

รองผู้อำนวยการมารับหน้าที่ต่อโดยการปิดการประชุมที่น่าตกใจในปีนี้ และบอกให้นักเรียนทุกคนเริ่มเรียนในช่วงเช้ากันได้ จะมีก็เพียงนักเรียนใหม่ที่จะต้องมีการตรวจสอบเพื่อแยกห้องเสียก่อน เพราะปีนี้มีนักเรียนเข้ามาเยอะจึงกินเวลานานมากในการจัดการ ซึ่งก็มีแค่การประกาศรายชื่อแยกตามห้องในแต่ละสาขา

ฟรานได้อยู่ห้องหนึ่งสาขาเวทมนตร์และมีเบลรวมอยู่ในนั้นด้วย เป็นห้องที่รวบรวมบุคคลที่มีแววรุ่งกันทั้งหมดเอาไว้

ส่วนสาขานักรบนั้นในเซรอสกับซาริได้อยู่ในห้องหนึ่งเหมือนกัน เพราะทั้งสองมีคะแนนจากภาคปฏิบัติสูงไล่เลี่ยกันมา

เมื่อเสร็จสิ้นการแบ่งห้องเรียนแล้ว การเรียนในวันแรกของพวกเซรอสก็ได้เริ่มต้นขึ้น






ฮ่าๆๆๆ

ผู้อำนวยการเราเป็นเด็กผู้หญิงเจ้าค่าาาาา

แต่ที่จริงแล้วก็แค่เตี้ยเท่านั้นเอง

ประมาณนี้แหละ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 633 ครั้ง

137 ความคิดเห็น

  1. #10193 luckyanne (@luckyanne) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 23:53
    จะโลลิเกินไปแล้วนะ
    #10193
    0
  2. #10001 Yassy (@Yassy) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 19:47
    รำคาญชาริ
    #10001
    0
  3. #9596 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 13:19
    เด็กผู้หญิง อายุเป็นพัน ๆ ปี ???
    #9596
    2
    • #9596-1 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 65)
      3 มกราคม 2562 / 04:17
      นี่มัน โรรี่ เมอร์คิวรี่ จาก เกท นี่หว่า เห็นอย่างนี้ เจ๊แกอายุ 900 ปีแล้ว นา
      #9596-1
    • #9596-2 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 65)
      24 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:37
      โดยทั่วไปจะเรียกกันว่า "โลลิถูกกฏหมาย" ครับท่าน
      #9596-2
  4. #9428 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 02:46
    ขอบคุณครับ ตอนแรกนึกว่าเป็นผู้ชายมีอายุซะอีก จินตนาการผิดไปไกลเลย
    #9428
    0
  5. #8600 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 18:15
    บักลอส เสร็จ ผ.อ. แน่ๆ
    #8600
    0
  6. #8422 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 09:14
    ทําไมเรื่องนี้มันมีโลลิเยอะจัง
    #8422
    0
  7. #8341 -บุรุษไร้เงา- (@cojack) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 07:06
    พระเจ้ามีคู่แข่งเสียแล้ว
    #8341
    0
  8. #8186 supparwit (@supparwit) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 18:31
    ทีม ผอ.
    #8186
    0
  9. #7788 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 21:00
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7788
    0
  10. #7296 EriHio (@machimeko) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 08:23
    ผอ.เป็นโลลิถูกกฎหมายสินะ!
    #7296
    0
  11. #7095 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:54
    มีพลิกด้วยยย ท่านผอ.
    #7095
    0
  12. #7034 butterfly-white (@butterfly-white) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:09
    นึกว่าผช.
    น่าจะเป็นผช. อ่ะแล้วมาจิกกัดกับเซรอส ฟินๆ
    #7034
    0
  13. #6899 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 15:32
    ภาพตาลุงจอมบ จะฟัดเหวี่ยงกะเซรอสปลิ้วไปละ
    กลายมาเป็นสาวน้อย อารมแปรปรวนเพราะเม็นมาช้า
    5555
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6899
    0
  14. #6715 Funikami Hane (@123456789011) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 22:36
    นึกว่าเป็นผช.ความจริงถึงจะเป็นกี่งฮาเร็มโลลิก็เถอะแต่อยากให้มีผช.เยอะกว่านี้หน่อยนะจะได้สร้างสีสันให้มากกว่านี้
    #6715
    0
  15. #6667 ayanokira (@ayanokira) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 01:47
    เมอรี่ เมอร์คิวรี่นี่หว่าา
    #6667
    0
  16. #6644 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 07:03
    โลลิ แต่อายุไม่น่าจะโลลินะ สรุป "โลลิเก๊!?"
    #6644
    0
  17. #6643 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 07:03
    โลลิ แต่อายุไม่น่าจะโลลินะ สรุป "โลลิเก๊!?"
    #6643
    0
  18. #6610 The Killer Princess (@rebornmini) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 14:35
    เราผู้นี้อยู่นั่นแหละ เห็นแล้วรำคาญตา
    #6610
    0
  19. #6093 fainum (@fainum2248) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 20:16
    โลลิโผล่อีก1ชอบตรงที่ไรท์ไม่ใส่ความหื่นกับพระเอก บางเรื่องแปบๆจับทำเมีย
    #6093
    0
  20. #5338 Zen_Darkness (@ghostbsd) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 12:01
    อา.... ภาพตาลุงผู้อำนวยการปลิวไปจากหัวเลยครับ
    #5338
    0
  21. #5176 จันทร์สีโลหิต (@chaolun) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 16:33
    ชื่อแบบนี้ อดแหงๆ นายมังกรดำชาวไร่
    #5176
    0
  22. #5162 มายเนมอีส... (@neneoshiyalovely) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 14:19
    ตอนแรกจินตนาการผอ.เป็นแฟรงค์เก้นจากโนเบลสพอมาถึงตรงนี้...ค้างเลย
    #5162
    0
  23. #4653 Mbk Mbk (@2478516093) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 19:50
    ลิลิธ!!!
    #4653
    0
  24. #4649 Mr.Red_X (@vfeg3310) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 20:28
    ห๊ะ!!!! ท่านผู้อำนวยการเป็นผู้หญิงตัวเตี้ยหรอ!!!!! นึกมาตลอดว่าเป็น"ตาแก่หัวล้าน มีเครายาวถึงเอวสีขาว ทำหน้ากวนๆตลอดเวลา(ยกเว้นตอนโกรธ)"สะอีก คิดแบบนี่จริงๆนะเนี่ย!!!!
    #4649
    1
  25. #4537 ๐Eunice๐ (@orangesmooty) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 18:41
    อ้าว นึกว่าเป็นคุณลุง ...ผู้ชายน้อยจัง
    #4537
    0