ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,262,120 Views

  • 13,685 Comments

  • 22,810 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22,598

    Overall
    2,262,120

ตอนที่ 64 : SS2 Episode Four : การทดสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 752 ครั้ง
    18 ก.ค. 60

SS2 Episode Four

 



         จำนวนนักเรียนที่มาสมัครมีมากถึง 530 คน กล่าวคือจะมีนักเรียน 30 คนเท่านั้นที่จะถูกคัดออก เซรอสกับฟรานไม่มีปัญหาในการอ่านเขียนหรือทำข้อสอบอยู่แล้ว ถ้าจะมีก็เป็นซาริเท่านั้นที่กว่าจะเขียนได้สักคำกินเวลาค่อนข้างมาก และข้อสอบเป็นแบบอัตนัยที่จะต้องเขียนคำตอบลงไป ต่อให้ติวเข้มมาแค่ไหนแต่ถ้าไม่เข้าใจคำถามล่ะก็มีหวังทำข้อสอบไม่ได้แน่ เป็นความผิดของเซรอสที่ไม่ได้ตระหนักว่าโลกนี้ไม่มีข้อสอบแบบปรนัย

         ห้องสอบนั้นใช้ที่นั่งแบบเดียวกับมหาวิทยาลัยในโลกของเซรอส คือที่นั่งครึ่งวงกลม และไล่ระดับลงมาเพื่อให้ทุกคนเห็นกระดานกันอย่างชัดเจน บรรยากาศในห้องนี้ดูอึดอัดนิดหน่อยคงเป็นเพราะเด็กพวกนี้กังวลเรื่องการสอบเข้า แต่ส่วนใหญ่นั้นค่อนข้างจะมั่นใจในความรู้ของตนเองมาก ถึงกับนั่งกอดอกและมองนักเรียนคนอื่นด้วยสายตาเย้ยหยัน ถ้าจะมีคนที่มีสิทธิ์อยู่ในรายชื่อของคนที่สอบไม่ผ่านอย่างน้อยก็มีนักเรียนอยู่หนึ่งคนในห้องนี้ที่เกรงว่าจะโผล่มาเป็นรายชื่อแรก

         ซาริวิ่งไปเลื่อนเก้าอี้นั่งทำเหมือนเด็กไม่เคยมาสอบ ยังดีที่อยู่ใกล้เซรอสเลยพอจะบอกให้ตั้งใจได้บ้าง กล่องดินสอของซาริเป็นของที่เซรอสทำให้เป็นของขวัญวันเกิด (วันที่ซาริมาที่บ้านของเซรอส) ในนั้นจะมีดินสอที่ทำเป็นลายน่ารักๆ ให้ ซึ่งมันเขียนได้ดีกว่าดินสอของโลกนี้มาก ในขณะที่คนอื่นใช้ปากกาหมึกในการเขียนคำตอบแทน สังเกตดูแต่ละคนพยายามอวดความร่ำรวยของตนเองอย่างมาก และยิ่งชุดที่คนพวกนั้นใส่ดูมีราคาแพงและเป็นชุดผ้าเนื้อดี ทว่าพวกเขากลับมองซาริกับฟรานด้วยสายตาพิจารณา

         อย่างที่ทราบกันดีว่าชุดของเซรอสมีดีไซน์การออกแบบที่ดีกว่าและสวยงามกว่า นั่นทำให้มันไม่มีขายที่ไหนทั้งสิ้น อีกทั้งโดยหลักการแล้วนอกจากแรงกระแทกเบื้องต้นอย่างการขว้างก้อนหินสามารถลดแรงปะทะได้นิดหน่อย ทนความร้อนจากการเผาไหม้ อาจกล่าวได้ว่ามันต้านทานเวทมนตร์ได้ในระดับหนึ่ง จึงไม่แปลกที่จะมีใครหลายคนเกิดให้ความสนใจในตัวตนของซาริกับฟรานเป็นพิเศษ

         ถึงเวลาทำข้อสอบ คำถามข้อแรกเกี่ยวกับนิยามของคำว่าเวทมนตร์ ซึ่งถ้าใครได้อ่านหนังสือฝึกเวทมนตร์ก็จะต้องจำเรื่องนี้ได้ขึ้นใจ เนื่องจากมันเป็นพื้นฐาน (ที่ผิดพลาด) ที่ทุกคนสามารถตอบได้ในทันที เห็นซาริตั้งหน้าตั้งตาเขียนแบบบรรจงก็รู้สึกว่าเขาอาจจะคิดมากเกินไปก็ได้ จึงให้ความสนใจกับการเขียนคำตอบลงไป แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าฟรานอ่านหนังสือฉบับแก้ไขไปแล้วถ้าตอบอะไรที่นอกเหนือจากคำตอบมาตรฐานจะต้องถูกสงสัยอย่างแน่นอน

         มาถึงตอนนี้แล้วก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้อีก เซรอสได้แต่ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตเท่านั้น

         ข้อสอบแต่ละข้อเซรอสทำเสร็จไปแล้วก็ได้แต่มองซาริด้วยความเป็นห่วง สังเกตจากสีหน้าแล้วตอนตอบแล้วชักจะรู้สึกว่า ไม่รอดแน่ๆ ไม่ใช่ว่าซาริทำสีหน้าไม่รู้เรื่อง แต่เป็นยิ้มและเขียนอะไรสักอย่างลงไปด้วยท่าทางสนุก

         แต่ว่าข้อสอบในบทต่อมาเป็นอะไรที่มันง่ายมาก ถ้าซาริที่ท่องสูตรคูณแครอทได้ก็สามารถทำข้อสอบนี้ได้สบายมาก มันเป็นเพียงการบวกลบเลขจำนวนเดิมหลายครั้ง ซึ่งเป็นวิชาสำคัญในสาขาของการรบที่จะต้องนับจำนวนทหารด้วยความรวดเร็วและแบ่งกองทัพออกเป็นจำนวนที่เท่ากัน เหมือนกับเป็นการสอนวิธีคิดเลขเร็วในใจ

ตอนนี้ไม่ต้องหันไปมองนักเรียนทุกคนก็พอจะเดาได้ว่ามีคนที่ทำมาถึงข้อเดียวกับเซรอสแล้ว และกำลังครุ่นคิดอย่างหนักในการหาคำตอบของการแบ่งกองกำลัง พอจะรู้ระดับความรู้ของโลกนี้แล้วว่าศาสตร์ด้านคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ยากมากสำหรับผู้คน ซึ่งคนที่ทำได้มักจะเป็นพ่อค้าที่ชำนาญเรื่องนี้แล้วทั้งสิ้น

เซรอสไม่ได้เป็นอัจฉริยะแต่เพราะระดับการศึกษาของโลกนี้มันต่ำกว่ามาตรฐานะเฉลี่ย เขาสามารถโกงได้เพราะข้อมูลเกี่ยวกับตำราที่อ่านไปมันถูกจดจำเอาไว้ในหัวแล้ว จะเรียกออกมาดูเมื่อไหร่ก็ได้แต่ก็ไม่ทำ เขานั่งรออยู่จนกระทั่งหมดเวลาทำข้อสอบและมีคำสั่งให้วางดินสอกับปากกาลงได้ ซาริที่นั่งเป็นเวลานานทำสีหน้าเหมือนได้ปลดปล่อยความเครียดจากข้อสอบนั่น เพราะต่อให้ลอกก็ไม่ทันแล้วเซรอสจึงได้มีโอกาสเห็นคำตอบของซาริ

คำถามข้อ 20 : จงแบ่งกองกำลังทหารจำนวน 250 คนเป็นจำนวน 5 กองในจำนวนที่เท่ากัน

คำตอบ : 50 แครอทเจ้าค่ะ

ถึงคำตอบที่เป็นตัวเลขจะถูกก็เถอะ แต่ดูเหมือนข้อสอบนี้คงจะหวังพึ่งอะไรไม่ได้ หวังไว้เพียงว่าผู้ตรวจคำตอบนี้จะมีความยืดหยุ่นพอจะให้คะแนนความถูกต้องสักครึ่งคะแนนก็ยังดี

         แต่ข้อที่เห็นได้ชัดที่สุดว่าซาริอาจจะสอบตกแน่คือการวาดแผนภูมิเวทมนตร์ออกมา ดูเหมือนเจ้าตัวจะจับใจความได้เพียงแค่ว่า วาดภาพเท่านั้น เลยได้เห็นกระดาษคำตอบที่แลบออกมามีรูปแครอทกินพื้นที่ทั้งกระดาษ

         ทว่าประกาศผลในตอนเย็นเป็นอะไรที่ช็อกโลก

เซรอสมองดูป้ายประกาศที่เขียนข้อความว่า สามสิบคนจะคัดออกทำไม รับเข้ามาทั้งหมดก็สิ้นเรื่อง ซึ่งคนที่นำมาติดก็บอกเพียงแค่ว่าผู้อำนวยการได้เห็นคำตอบของนักเรียนทุกคนแล้ว และไม่อยากจะคัดนักเรียนที่เดินทางมาสมัครออกสักคนเลยอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ส่วนที่ให้สอบนั้นก็เพื่อวัดระดับคะแนนกับความตั้งใจเท่านั้น เซรอสเลยรู้สึกว่าผู้อำนวยการโรงเรียนนี้ติดนิสัยเอาแต่ใจสุดๆ ถือว่าครั้งนี้เป็นโชคดีของซาริที่บังเอิญมาสอบเข้าในปีนี้

         “ท่านเซรอสแบบนี้ก็แปลว่าซาริสอบผ่านสินะเจ้าคะ”

         “ก็ตามนั้นแหละ”

         “ไชโย ซาริตอบได้ทุกข้อเลยจะต้องถูกหมดแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ”

         อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ก็ออกมาในแง่ดี คืนนั้นเลยอบพายเลี้ยงฉลองกันตั้งแต่เย็น มันจำเป็นจะต้องปรับช่วงเวลาให้ตรงกับวิถีชีวิตของชาวเมือง ปกติแล้วพวกเซรอสกว่าจะกินข้าวก็ประมาณหนึ่งทุ่มกว่าซึ่งก็เป็นช่วงที่มืดแล้ว แต่เพราะมีไฟฟ้าใช้เลยมีช่วงเวลากลางคืนที่ทำกิจกรรมกันได้ตั้งหลายอย่าง ทั้งกินข้าว เล่นเกม หรือร้องเพลงและเล่นดนตรี เมื่อสูญเสียความสะดวกสบายไปจึงเริ่มไม่ค่อยคุ้นชินกันสักเท่าไหร่ นี่จึงเป็นข้อดีและข้อเสียของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่รวดเร็วเกินไป

 

         ในวันถัดมาก็เห็นว่ามีเด็กจำนวนมากแห่กันมาตั้งแต่เช้าเพื่อทำเอกสารขอรับบัตรนักเรียนรวมไปถึงยื่นเรื่องขอใช้หอพักสำหรับผู้ที่ไม่มีบ้านอยู่ที่เมืองไรด์การ์ด เซรอสไม่จำเป็นต้องทำเรื่องนั้นก็เลยดำเนินเรื่องได้ค่อนข้างจะเร็วมาก จึงได้รับคำแนะนำให้ไปรออยู่ที่สนามประลองเพื่อรอการทดสอบความสามารถเบื้องต้น ที่นั่นมีเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่มากมาย ฝั่งหนึ่งเป็นมนุษย์สัตว์ ฝั่งหนึ่งเป็นมนุษย์ เป็นการแบ่งแยกที่เกิดขึ้นโดยการตระหนักรู้ในฐานะของตนเอง

         มนุษย์กับมนุษย์สัตว์ยังมีเส้นกั้นแบ่งบางๆ ที่ทำให้มองหน้ากันไม่ติด มนุษย์สัตว์บางกลุ่มนั้นโหดร้าย แต่บางกลุ่มก็อ่อนแอและเป็นมิตร ทว่ามนุษย์ก็เหมารวมพวกนั้นเข้าด้วยกัน ในขณะที่มนุษย์สัตว์มองมนุษย์เป็นเพียงพวกชั่วร้ายที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเขามาโดยตลอด เลยมักจะมีการมองหน้าและเขม่นกันอยู่บ้าง ทว่าก็ไม่มีใครทำอะไรที่เป็นการก่อปัญหาเพราะมีอัศวินในชุดเกราะหลายคนยืนรักษาความสงบเอาไว้อยู่

         แต่ทันทีที่เดินเข้ามาสายตาทั้งหมดก็เพ่งมองมายังกลุ่มของเซรอสทันที มันเป็นความแปลกประหลาดที่จะมี มนุษย์ เอลฟ์ และมนุษย์สัตว์เดินมาพร้อมกันได้ เป็นที่รู้ว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ค้าทาสขึ้น เอลฟ์กลายเป็นพวกที่รังเกียจมนุษย์ขึ้นมาทันที และไม่ยอมที่จะคบค้าสมาคมด้วย อย่างที่ว่าเผ่าพันธุ์เดียวกันก็เหมือนครอบครัวใหญ่ เอลฟ์มีการปฏิเสธทุกอย่างเช่นการทำยารักษาโรค ทำให้พวกมนุษย์ต้องคิดหาวิธีการเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์นี้อย่างเร่งด่วน ไม่มีทางที่จะมีเอลฟ์ยอมเดินมากับมนุษย์แน่นอน

         เพียงแต่สิ่งที่น่าสนใจก็ยังมีอยู่อีกหนึ่งเรื่องก็คือ ซาริ มนุษย์สัตว์สายพันธุ์กระต่ายขาวที่พบเจอได้ค่อนข้างยากมาก เผ่าพันธุ์นี้เมื่อเกิดมาจะมีรูปร่างผอมแห้งและสีขนที่เป็นขาวหม่นดูสกปรก เนื่องจากขาดสารอาหารและสภาพแวดล้อมไม่เหมาะที่จะอาศัยอยู่ได้ ทว่ารูปร่างของซาริไม่เพียงแต่จะเติบโตมาได้อย่างสมบูรณ์ สีขนก็ยังขาวมากเหมือนกับสำลี เป็นหลักฐานที่บอกว่าเธอได้รับการดูแลมาเป็นอย่างดี นิสัยที่ร่าเริงนี้ถือเป็นเสน่ห์ของเผ่ากระต่ายขาวสุดๆ

         เซรอสไม่ได้สนใจสายตาของคนพวกนั้นเขาเดินไปหาที่นั่งเงียบๆ

         จนกระทั่งถึงเวลาทดสอบ ในสนามลานประลองเกิดเสียงฮือฮาทันทีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอมีรูปร่างสูงมากในอัตราค่าเฉลี่ยของผู้หญิงในยุคสมัยนี้ ร่างกายบอบบางไม่สมกับที่เป็นอัศวิน แต่นั่นกลับเป็นข้อได้เปรียบในด้านความคล่องแคล่วทางสรีระ ผมสีดำตาลยาวถึงกลางหลัง ดวงตาคู่สวยนั้นตวัดมองเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้ทุกอย่างตกอยู่ภายใต้ความสงบลงได้ ชื่อของเธอจากที่รู้มานั้นคือ เดลฟีโอน่า เอเชอวาเรียน เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์หญิงคนหนึ่งที่แข็งแกร่งมาก

         เดลฟีโอน่าพยักหน้าให้กับคณะครูครั้งหนึ่งแล้วเดินก้าวออกมา

         “เพื่อให้การทดสอบดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ข้าหวังว่าพวกเจ้าทำตามคำแนะนำของอัศวินเหล่านี้ ผู้ที่ถูกเรียกให้กล่าวแสดงตัวของตนและสาขาที่เลือก ก้าวออกมาข้างหน้าและทำตามขั้นตอนให้เรียบร้อย”

         หลังเธอกล่าวจบก็ยกให้เป็นหน้าที่ของครูที่รับหน้าที่ทดสอบ คนแรกนั้นค่อนข้างจะตื่นเต้นมากเขาประกาศชื่อของตนเองออกมาด้วยเสียงสั่นเครือและก้าวออกไปข้างหน้าเหมือนกับหุ่นยนต์ ต้องบอกว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคนหมู่มาก พอคิดว่าจะไม่ทำให้พลาดจนขายหน้าก็จะเกร็งจนทำพลาดในครั้งแรกเสมอ ชายคนแรกมีผลการตรวจวัดปริมาณมานาอยู่ที่สามดวงคณะครูก็พยักหน้าพึงพอใจกับผลลัพธ์และให้ตรวจสอบธาตุ ปรากฏว่าเขาทำให้ธาตุไฟเกิดขึ้นได้จึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปดำเนินการขั้นต่อไปที่สาขาเวทมนตร์

         พอคนแรกผ่านไปแล้วก็เป็นคราวของหมายเลขสองบ้าง ครั้งนี้พอมีตัวอย่างคนแรกแล้วก็ไม่รู้สึกกังวลอะไรมากนัก ประกาศชื่อตนเองและสาขาอย่างมั่นใจ จากนั้นก็แสดงความสามารถให้ได้เห็นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา จนกลายเป็นนักเรียนสาขาเวทมนตร์คนที่สอง และต่อมาคนที่สาม สี่ ห้า ก็ผ่านไปเรื่อยๆ จนมีคนที่มานาไม่ผ่านเกณฑ์เลยถูกแนะนำให้ไปเข้าเรียนที่สาขานักรบแทน ตอนนั้นเขาร้องขอที่จะทดสอบใหม่แต่เดลฟีโอน่าก็เดินเข้ามากล่าวปลอบใจให้จนอีกฝ่ายยอมรับการเปลี่ยนไปอยู่อีกสาขาในครั้งนี้

         ผ่านไปร้อยคนทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายไม่มีอะไรหวือหวานอกจากจะมีคนที่ใช้เวทมนตร์ได้สามธาตุปรากฏขึ้นมาเท่านั้น ผู้หญิงคนนั้นแสดงความถือดีในความพิเศษนี้และก้าวเดินไปสู่สาขาเวทมนตร์อย่างภาคภูมิใจ นอกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษอีก

         เมื่อถึงตาของเบล เรสเทียร์ เขาเดินก้าวออกไปอย่างเยือกเย็นและทำการตรวจสอบมานา มันผ่านเกณฑ์แบบพอดิบพอดีเลยได้รับอนุญาตให้ไปตรวจสอบธาตุได้ ผลก็คือเขามีธาตุดินที่เข้มข้นมาก จนสร้างความแตกตื่นให้ครูที่รับหน้าที่บันทึกผลการสอบ หรืออาจจะพูดได้ว่าคนที่ใช้เวทมนตร์ได้สามธาตุไม่ได้แปลว่าพวกเขาพิเศษ แต่คนที่สามารถทำให้แกนเวทมนตร์ธาตุนั้นๆ เปล่งแสงได้มากที่สุดคือคนที่สามารถเข้าใกล้คำว่า จอมเวทได้นั่นเอง ดีไม่ดีในอนาคตอาจจะสามารถทำสัญญากับจิตวิญญาณธาตุได้ดั่งวีรบุรุษในตำนาน

         “หมายเลข 711”

         หลังมีการขานเลข ฟรานก็ไม่ได้มีท่าทางเหมือนคนอื่น เนื่องจากเธอเป็นเอลฟ์เด็กที่ไม่สุงสิงกับใครทำให้การพูดคุยอย่างอื่นแทบจะไม่ปริปากออกมา เห็นว่าฟรานไม่ได้ให้ความร่วมมือเท่าที่ควรครูท่านหนึ่งจึงตำหนิและบอกให้ขานชื่อตัวเองใหม่อีกครั้ง

         “ฟราน แอชเชอร์ เวทมนตร์” พูดจบก็วางมือลงบนแท่นคริสตัลเพื่อตรวจวัดปริมาณมานา มันเปล่งแสงสว่างจ้าก่อนจะปรากฏดวงไฟขึ้น

         หนึ่งดวงสองดวงสามดวง

         และยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคริสตัลเกิดเป็นรอยร้าวขึ้นมา ก่อนที่จะมีการสั่งให้หยุดการตรวจสอบมานาทันที

         พวกเขามองฟรานราวกับมองเห็นสัตว์ประหลาด ถึงจะบอกว่าเป็นเอลฟ์ที่ได้รับความรักจากจิตวิญญาณในธรรมชาติก็ตาม แต่ในเอกสารระบุว่าอายุเพียงแค่สิบสามเท่านั้น เป็นวัยที่พวกเอลฟ์มองว่าเป็นเพียงแค่เด็กที่พึ่งจะหัดเดิน การที่มีมานาระดับนี้มันสูงพอๆ กับผู้ที่ฝึกมาทั้งชีวิตเลย

         จากนั้นก็ได้ลองให้ตรวจสอบธาตุพบว่าฟรานใช้เวทมนตร์ได้ทั้งดิน น้ำ ลม ไฟ แถมแสงทั้งสี่ยังสว่างมากด้วย ตัวตนของฟรานในตอนนี้เปรียบได้ดั่งกับสัตว์ประหลาดของโรงเรียนเซเวียร์ไปแล้ว เพราะรู้แล้วว่าจะต้องทำอะไรต่อ ไม่ต้องขอให้อีกฝ่ายแนะนำฟรานก็เดินไปยังสาขาเวทมนตร์เพื่อไปทำการทดสอบต่อ

         หมายเลขต่อไปคือ 712 ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากซาริ กระต่ายขาวที่อายุสมองเท่ากับเด็กประกาศชื่อตัวเองอย่างเริงร่า

         “ซาริ แอชเชอร์เจ้าค่ะ สาขาผักตบเจ้าค่ะอ๊ะ! ไม่ใช่สิ” ท่าทางแบบนี้เหมือนตัวป่วนสุดๆ ครูท่านหนึ่งเห็นแล้วก็จำได้เพราะเป็นคนที่เก็บกระดาษข้อสอบมาเองกับมือ และได้เห็นคำตอบพวกนั้นก็เลยส่ายหน้าแล้วบอกให้ทดสอบได้เลย

         “เจ้าค่ะ ฮึบ!” ซาริวางมือลงบนลูกแก้วคริสตัลแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ทำไมไม่มีแสงเหมือนที่ทุกคนทำล่ะเจ้าคะ”

         “เรียกใช้มานาด้วยสิ มานาน่ะ หรือว่าใช้ไม่เป็น” ครูที่รอคอยจะบันทึกผลกลับต้องกุมขมับ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้อำนวยการถึงได้ไม่ตัดสิทธิ์กระต่ายขาวตัวนี้ออกไปทั้งที่น่าจะรู้แล้วว่าไม่สามารถเรียนร่วมกับคนอื่นได้

         “ใช้เป็นสิเจ้าคะ ฮึบ!” ซาริลองใหม่อีกครั้ง เป็นเวลากว่ายี่สิบวินาทีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนครูที่คอยบันทึกผลตัดสินว่าไม่มีมานา

         ในตอนนั้นเองที่คริสตัลก็พลันส่องสว่างพุ่งไปถึงห้าดวงแล้วก็หายไปแทบจะในเวลาเดียวกัน พวกเขาพากันตกตะลึงไม่คิดว่ากระต่ายขาวตัวนี้จะมีพลังมานาสูงมากถึงห้าดวง ที่ไม่สามารถแสดงให้เห็นได้นานอาจจะมีปัญหาเรื่องของการควบคุมอยู่บ้าง

         และเมื่อปรากฏว่ามีมานาก็เป็นไปได้ว่าอาจจะใช้เวทมนตร์ได้ด้วย พอลองให้ทดสอบกลับมีเพียงแค่แสงขุ่นๆ เท่านั้น เป็นหลักฐานที่บอกว่าเป็นพวกไร้ธาตุ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของมนุษย์สัตว์ที่จะแสดงผลเช่นนี้ ซาริรู้ว่าตัวเองผ่านแล้วก็เดินออกไปแต่ทิศทางที่มุ่งไปนั้นต้องถูกขัดขวางเอาไว้ เพราะมันเป็นทางไปต่อของสาขาเวทมนตร์ อย่างไรก็ตามพอรู้ว่าซาริจะต้องเข้ามาเรียนด้วย ในฐานะของครูผู้สอนแล้วอาจจะต้องปวดหัวไปตามๆ กันแน่

         “หมายเลข 713”

         การที่มีคนขานชื่อหมายเลขนี้ออกมา กลับเป็นการกระตุ้นให้เจ้าของหมายเลขพลันนึกถึงอดีตที่ไม่อยากจดจำ ชื่อเรียกของเขาที่ถูกใช้เป็นเชื่อหลักหลายปีก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นหมายเลขศูนย์หลังผ่านการเปลี่ยนร่างกายให้เป็นนักฆ่าที่สมบูรณ์แบบ

         เซรอสแยกแยะได้จึงไม่ได้มีท่าทีชะงักหรืออะไร เขาลุกขึ้นก้าวเดินออกไปอย่างมั่นคงพร้อมประกาศชื่อของตนเอง

         “เซรอส แอชเชอร์ สาขานักรบครับ”

         เพราะไม่ต้องการให้ตนเองดูเป็นจุดเด่น เซรอสฝึกฝนการควบคุมมานาเอาไว้เป็นอย่างดีทำให้สภาพของมันดูเหมือนคนที่ใช้มานาเต็มที่แล้ว ดวงไฟที่ส่องแสงอยู่นั้นมีเพียงแค่สองดวง เลยทำให้หลายคนค่อนข้างจะผิดหวังอย่างหนัก ส่วนการตรวจสอบธาตุเซรอสได้ให้ดาร์กเนสปิดกั้นการตรวจสอบเอาไว้ ที่พอจะรับรู้ได้ก็คือเซรอสเป็นพวกไร้ธาตุ กลายเป็นว่าตัวตนของเขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ไม่ได้มีจุดเด่นอะไรเลยเมื่อเทียบกับสองคนก่อนหน้านี้ และนั่นเป็นผลลัพธ์แบบที่เซรอสต้องการ

         ยังเหลืออีกหนึ่งอย่างนั่นคือการทดสอบศักยภาพเบื้องต้นเพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการพัฒนา คนที่มาก่อนหน้านี้ได้ทดสอบจบไปแล้ว สภาพของพวกเขาบางคนก็มีแค่เคล็ดขัดยอกเล็กน้อย ซึ่งการทดสอบนี้จะเป็นการประลองกับอัศวินเพื่อประเมินศักยภาพเบื้องต้น มันต่างจากที่เซรอสมีข้อมูลอยู่ แต่เดิมนั้นจะเป็นแค่การทดสอบง่ายๆ อย่างพละกำลัง ความคล่องตัว และความอดทน เป็นเพียงการฝึกร่างกาย ต้องบอกว่าปีนี้ค่อนข้างจะแปลกใหม่มาก

         การทดสอบนี้จะจบลงเมื่อได้รับการยอมรับจากอัศวินที่มาเป็นคู่ประลองให้ หรือถูกผลักออกนอกสนาม หรืออยู่ได้ครบกำหนดเวลา ผู้เข้าทดสอบก็ได้รับการประเมินในระดับคะแนนที่เหมาะกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น อัศวินพวกนี้ไม่ได้ใช้โล่หรือเกราะ ก่อนจะขึ้นประลองก็จะมีการตรวจสอบข้อมูลทางเอกสารว่าเชี่ยวชาญด้านไหน อัศวินที่รับการทดสอบก็จะเปลี่ยนไปใช้เงื่อนไขเดียวกัน นี่ถ้าเซรอสเขียนลงไปว่า ปืนหวังว่าพวกเขาคงไม่ขนปืนใหญ่มาใช้หรอกนะ

         อัศวินพวกนี้มีฝีมือไม่เลว ไม่ว่าจะเป็นดาบหรือทวนยาวก็สามารถรับมือกับเด็กนักเรียนที่เป็นมนุษย์สัตว์ได้อย่างสบาย และด้วยเงื่อนไขของผู้อำนวยการที่ห้ามไม่ให้ทำร้ายนักเรียนเด็ดขาดทำให้พวกเขาไม่อาจลงมืออย่างจริงจังได้ แถมเดลฟีโอน่าก็ได้กำชับนักหนาว่าห้ามกระทำเรื่องรุนแรงด้วย เลยกลายเป็นว่าเด็กทุกคนจะถูกส่งออกนอกสนามมากกว่าจะถูกทำให้ยอมแพ้ในสนาม

         “ซาริ แอชเชอร์ ต่อสู้มือเปล่างั้นเหรอ?” เอกสารถูกส่งมาให้อัศวินที่เป็นคนทดสอบ เขาเป็นผู้ชายกล้ามโตและร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากสนามรบ แรงกดดันที่ส่งออกมานั้นเห็นได้ชัดว่าชินชากับการฆ่าคนแล้ว “แนวทางประหลาดดีก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รังเกียจหรอกนะ”

         ชายคนนั้นเดินขึ้นมาบนสนามประลองด้วยท่าทางสบายๆ เซรอสมองว่ามันไม่ได้ช่วยทดสอบศักยภาพอะไรเลย เหมือนเป็นการแสดงให้เห็นถึงกำแพงที่สูงชันตั้งแต่เริ่มต้น ถ้าจะให้ดีควรเป็นการที่ให้เด็กที่มีฝีมือไม่ต่างกันประลองและเก็บข้อมูลความสามารถจะเป็นวิธีการที่ดีกว่า พอคิดถึงเรื่องนี้เซรอสกลับตระหนักได้ว่าแนวคิดของเขาแทบจะคล้ายกับองค์กรตรงที่ให้เด็กมาสู้กันแล้วเลือกคนที่มีชีวิตรอดมาพัฒนาต่อ โดยไม่สนใจคนที่ตายแล้ว

         อย่างไรก็ตามซาริเป็นคู่ต่อสู้ด้วยไม่ได้อยู่แล้ว เลยแอบกระซิบบอกวิธีง่ายๆ ให้แทน ยังไงซะตอนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นนักเรียนแล้วการทดสอบพวกนี้จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องทำ

         “เอาล่ะอยากจะบุกจากทางไหนก็เชิญ”

         “เจ้าค่า ถ้าอย่างนั้นไปแล้วนะเจ้าค่ะ ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ” ซาริกล่าวจบก็หมุนตัวเดินลงจากสนามประลอง

         กฎมีแค่ว่าทำให้ออกนอกสนามได้ก็พอ แต่ไม่ได้ระบุว่าห้ามลงจากสนามประลองด้วยเจตนาของตัวเอง ซาริไม่ชอบการต่อสู้อยู่แล้วที่แนะนำให้ฝึกก็เพื่อให้ป้องกันตัวเองได้ แต่ทว่าดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ยอมรับผลการประลองครั้งนี้เลยรีบทักท้วงก่อนที่จะได้ตัดสินการให้คะแนน ประมาณว่าไม่ยอมรับถ้าไม่ได้เห็นฝีมือ หลังอธิบายด้วยเหตุผลที่ว่าอยากจะได้ข้อมูลความสามารถเบื้องต้นเพื่อติดตามการพัฒนา เซรอสเห็นว่ามีเหตุผลเลยบอกให้ซาริขึ้นไปประลองอีกรอบ

         เมื่ออยู่ในสังคมก็ต้องทำตามกฎของสังคม เซรอสเข้าใจเรื่องนี้ดีแค่รู้สึกว่ามันเหมือนกับเป็นการรังแกซาริมากเกินไป หวังว่าหลังจากจบเรื่องนี้จะไม่มีการซ้อมแก้มือ หรือกอบกู้เกียรติของอัศวินกลับคืนมาหลังโดนกระต่ายขาวที่อายุน้อยที่สุดในโรงเรียนอัดจนปลิวหรอกนะ

         เพราะไม่อย่างนั้นนั่นจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่อัศวินคนนี้จะได้ทำ

         “บุกเข้ามาได้เลย อยากรู้ว่าหมัดของเธอจะมีแรงมากแค่ไหนแม่กระต่ายน้อย”

         “ซาริ ถ้าซัดคุณทหารให้ตกจากเวทีได้ วันนี้จะทำพายแครอทให้ห้าชิ้น”

         “ห้าชิ้นเหรอเจ้าคะ? ทำเจ้าค่ะ ซาริจะทำ ถ้าอย่างนั้นล่ะก็ไปล่ะนะเจ้าค่ะ”

         พอมีของกินมาเป็นรางวัล ซาริจะกลายเป็นเด็กที่มีความตั้งใจสูงมาก มันใช้ได้ผลตอนฝึกซ้อมซึ่งถ้าซาริทำแต้มได้ดีก็จะได้รับตราปั้มเอาไว้แลกของรางวัล วิชาท่าเตะของซาริโดยหลักแล้วมันรุนแรงสุดๆ เลยเชียวล่ะ

         ซาริวิ่งเข้าไปหาและกระโดดเตะใส่ทันที การเคลื่อนไหวของอัศวินก็สมกับที่เป็นคนที่ผ่านสนามรบมามาก จึงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย ทว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่ทหารคนหนึ่งเท่านั้น เทียบกับซาริที่ฝึกการต่อสู้กับนักฆ่ามือพระกาฬมาแล้วประสบการณ์มันเทียบกันไม่ได้ ซาริหมุนตัวกลางอากาศแล้วถีบเข้ายอดอก ยังดีที่ครั้งนี้เขายกแขนขึ้นมากันเอาไว้ได้ แต่แรงเตะของซาริมันแรงจนกระเด็นออกนอกสนามไป

         มันกลายเป็นตำนานบทใหม่ของโรงเรียนเซเวียร์ ในฐานะของกระต่ายขาวผู้พิชิตอัศวิน

         “เย้ ชนะแล้วเจ้าค่ะ ท่านเซรอสซาริเก่งใช่ไหมเจ้าคะ” ซาริวิ่งไปหาเซรอสออดอ้อนขอให้ลูบหัวให้

         “เก่งมากซาริ” เซรอสขยับตัวเดินไปหยิบดาบไม้ที่มีวางอยู่ขึ้นมา “ต่อไปก็ตาของฉันสินะ”

         อัศวินที่มาทดสอบเซรอสถูกเปลี่ยนเป็นอีกคนแทน เซรอสปกปิดฝีมือของตัวเองเอาไว้และจบลงด้วยการเสมอจนครบกำหนดเวลา แกล้งล้มบ้างทำให้ดูเหมือนว่าตัวเขาไม่ได้เก่งอะไรมากมาย

         มีเสียงระเบิดครั้งใหญ่ดังมาจากอีกหนึ่งสนามฝั่งของสาขาเวทมนตร์ ได้ยินมาว่าเป็นฝีมือของฟรานที่ทำตามคำสั่งของครูท่านหนึ่งที่บอกให้ทำลายเป้าหมายทั้งหมดด้วยเวทมนตร์ กลายเป็นว่าฟรานระเบิดจนสนามทดสอบเสียหายอย่างหนัก และได้รับผลการประเมินฝีมือในระดับที่สูงที่สุด ทำให้เซรอสเริ่มตระหนักได้แล้วว่าศักยภาพของทั้งสองคนนั้นสูงเกินมาตรฐานค่าเฉลี่ย หรืออาจจะเป็นไปได้ที่ว่าการฝึกที่ผ่านมาจะมีคุณภาพกว่าที่คาดเสียอีก




ง่วงนอนชะมัดยาก

นั่งแต่งนิยายให้อ่านแล้วผมได้อะไรกลับมาบ้างเนี่ย

ถ้ากดเปิดขายนิยายเดี๋ยวก็จะมีคนเข้ามาด่าเสียเทเสีย

ที่จริงก็มีคำชวนให้ไปร่วมงานอยู่นะ แต่นั่นหมายความว่าจะต้องลบทั้งหมดนี่ออก

แล้วผมก็อยากเขียนนิยายเรื่องนี้ให้พวกคุณได้อ่านกันสนุกแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย

ก็เลยปฏิเสธไปแล้ว

อยากให้เข้าใจด้วยว่าตอนนี้ผมไม่ได้อะไรจากพวกคุณเลย

ข้อความลับอย่าส่งมามากก็ได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 752 ครั้ง

217 ความคิดเห็น

  1. #12703 S0ulG00d (@S0ulG00d) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 21:18
    เนื้อหามันแทรกความรู้ไว้เยอะดี
    #12703
    0
  2. #12702 S0ulG00d (@S0ulG00d) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 21:17
    เนื้อหามันแทรกความรู้ไว้มาก
    #12702
    0
  3. #12621 ฝันสีหมอก (@kasenuth) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:24

    อุดหนุนไปแล้วค่าาาาา ออกจะคิดว่ามันถูกด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับปริมาณเนื้อหาและความสนุก จริงๆถ้าไรท์ตั้งขายของแต่ละ ss นี่ก็จะสนับสนุนนะคะ เข้าใจเลยว่ากว่าจะเขียนออกมาได้แต่ละตอนลำบากแค่ไหน เคารพการกระทำและการตัดสินใจของทั้งตัวละครและของไรท์เสมอนะคะ นิยายสนุกมากจริงๆค่ะ! ขอบคุณมากๆๆๆๆๆ เลยนะคะ
    #12621
    0
  4. #11301 jamesccc31 (@jamesccc31) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 18:20
    อยากเรียนเวทแต่กลายเป็นนักรบงงง
    #11301
    1
    • #11301-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 64)
      8 พฤศจิกายน 2561 / 22:01
      ก็เหมือนกับที่คุณอยากเรียนสายศิลป์ แต่ต้องมานั่งเรียน วิทย์ คณิต นั่นแหละครับ
      #11301-1
  5. #10147 ChibaNaraku (@ChibaNaraku) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 01:21

    พพระเอกไม่ด๊ากเลย

    #10147
    0
  6. #10035 moth5633 (@moth5633) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 22:40
    บอกจะมาเรียนเวทแต่ดันเข้าสายนักรบเออดี
    #10035
    1
    • #10035-1 Niranam01 (@Niranam01) (จากตอนที่ 64)
      16 ธันวาคม 2561 / 18:08
      555 เห็นด้วย
      #10035-1
  7. #9564 TaewMT (@Taewdekdee) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 16:26
    ขายเลยค่ะ เขียนดีมาก อยากสนับสนุนค่ะ
    #9564
    0
  8. #9427 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 02:28
    ขอบคุณมากครับ
    #9427
    0
  9. #8794 trinio (@trinio) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 18:27
    สำหรับพวกที่บ่นๆ อ่านไม่เคลียร์กันล่ะมั้ง จะเอาแต่ใจกันไปถึงไหน ดูแล้วน่ารำคาญมากๆ

    อันดับหนึ่งเลยนะ เซรอสไม่ชอบเปิดเผยและการถูกจับตามอง

    ที่มาเรียนนี่ หลักๆแล้วเพื่อเด็กๆสองคนนี่ต่างหาก เรื่องเรียนรู้เวทย์อะไรเนี่ยเป็นรองมากๆ

    การที่จะมาโชว์พาวว่าข้าเจ๋งข้าแน่นี่ .. ไม่มีประโยชน์อะไรกับเซรอสเลยแม้แต่น้อย และเป็นการกระทำที่โคตรเด็กน้อยเลย

    หากมีปัญหาขึ้นมาจริงๆผมว่าเซรอสไม่เล่นอะไรตามระบบหรอกนะ คงไปกับความมืดและเก็บทิ้งโดยสาวตัวไม่ถึงมากกว่า

    --
    พลอตโฮลน้อยมากๆเลยนะเรื่องนี้น่ะ
    จะมีจุดแปลกๆบ้างแต่พอเป็นเหตุเป็นผลได้อยู่

    ชอบสไตล์การเขียนแบบนี้ เป็นเอกลักษณ์แบบที่ไม่ขัดใจเลยล่ะ

    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆครับ
    #8794
    0
  10. #8712 น้ำตาลสายไหม (@pavineeaui) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 20:53

    โธ่...เราลุ้นให้ไปสาขาเวทมนตร์อ่ะ

    #8712
    0
  11. #8434 kate-matc5 (@kate-matc5) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 20:17
    อยากให้เปิดเผยความสามารถมากกว่าอะ~~
    #8434
    0
  12. #8432 vinsen_valenTine (@vinsen_valenTine) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 19:33
    พระเอกปกปิดจนน่ารำคาญ
    #8432
    0
  13. #8185 supparwit (@supparwit) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 18:21
    ขอบคุณครับ
    #8185
    0
  14. #7787 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 20:45
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7787
    0
  15. #7712 IGKi (@IGKi) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 20:14
    พึ่งอ่านค่ะ สนุกดีค่ะเป็นกำลังใจให้
    #7712
    0
  16. #7438 นักวิจารณ์ที่ไม่อ่านคำวิจารณ์ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 21:57
    ไม่รุจะบอกว่าตัวเอกหรือไรท์เตอร์ที่งี่เง่า

    จะทำมากั๊กฝีมือไรเยอะ ทำตัวอ่อนกว่าเด็กสองคนน่าจะก่ปัญหามากกว่าโชว์เทพซะอีก อย่างน้อยก็โชว์ระดับเดียวกับเด็กๆก็จะไม่เกิดข้อครหา เดี๋ยวก็จะมีประมาณ ลูกขุนนางมาบังคับส่งตัวเด็กให้ซะ เพราะเจ้ามันกระจอก ไรงี้

    อ่านมาเยอะ พอเดาอนาคตเรื่องได้เลย
    #7438
    2
    • #7438-2 toktak1150 (@toktak1150) (จากตอนที่ 64)
      25 มีนาคม 2561 / 13:54
      เม้นต์แบบอวดภูมิ แต่ไม่น่าจะใช่ ผมว่าถ้าคุณอ่านให้"ละเอียด ทุกตอน ทุกบรรทัด แล้ววิเคราะห์ว่าทำไมตัวเอกถึงทำแบบนั้น ทำไปทำไม เพื่ออะไร "แล้วคุณจะไม่เม้นต์แบบนี้

      แล้วที่คุณบอกโชว์เทพจะได้ไม่มีไครมารังควาน นั้นก็เป็นความคิดที่ไม่ได้ไตร่ตรองเหมือนกัน ขึ้นชื่อว่าลูกขุนนาง มันไม่ได้ใช้ตัวเองขู่ครับ แต่มันใช้ตระกูลขู่ คิดสิคิดดดดดด
      #7438-2
  17. วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 14:09
    ย้อนแย้งแปลกๆ??
    #7428
    0
  18. #7094 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:20
    ขอบคุณครับ
    #7094
    0
  19. #6896 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 02:31
    ไม่ว่าท่านจะทำไงผมพร้อมจะสนับสนุนนิยายสนุกๆแบบนี่ครับผม
    จากนักอ่านหน้าใหม่(สู้ๆนะครับเปนกำลังใจให้ตลอด)
    #6896
    0
  20. #6642 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 06:34
    ปกปิดฝีมือแล้วจะได้พัฒนาอะไรกลับไปบ้างมั้ยเนี่ย นิสัยเดียวกับพระเอกนิยายแฟนตาซีทุกเรื่อง =__=
    #6642
    1
    • #6642-1 HurryKung (@HurryKung) (จากตอนที่ 64)
      6 เมษายน 2561 / 09:00
      นั่นสิครับ
      #6642-1
  21. #6503 ChungNaKub (@ChungNaKub) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 22:28
    เมื่อไหร่เซรอสจะโชว์ฝีมืออ่ะ5555
    #6503
    0
  22. #6419 makone (@makone) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 10:11
    ขอบคุณค่ะ ที่เขียนนิยายสนุกๆ ออกมาให้อ่านกัน ^/\^
    #6419
    0
  23. #6195 Fayrious (@entamable) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 11:40
    เปิดขายก็ซื้อนะ เราชอบ สนุกดี 

    #6195
    0
  24. #5828 หมาป่าเมฆา (@D4rkflame) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 18:59
    เอาน่า ปกติไม่ใช่เหรอครับ ยังไงไรต์ก็เขียนเก่งอยู่แล้วจะใส่ใจคนด่าทำไม
    #5828
    0
  25. #5411 แมaงปีศาจ (@mosnami00) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 22:19
    แล้วไม่ได้ถูกตีพิมพ์หรอ อย่าง LO เราก็อุดหนุนทุกเล่มนะ
    #5411
    0