ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,257,745 Views

  • 13,681 Comments

  • 22,801 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18,223

    Overall
    2,257,745

ตอนที่ 4 : Episode Three : สาวใช้เผ่ากระต่ายขาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1092 ครั้ง
    7 มี.ค. 60

Episode Three

 



        หิมะตกโปรยปรายลงมาอย่างหนักทำให้เบื้องหน้านั้นมองเห็นเป็นทะเลหิมะขาวโพลน

        เป็นเวลากว่าห้าเดือนที่เซรอสได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ วันเวลาหมดไปกับการลงเหมือง ล่าสัตว์ในป่า และเริ่มสร้างอาวุธให้ตัวเอง ยิ่งตอนนี้เข้าสู่ฤดูหนาวได้สองเดือนกว่าแล้วก็เริ่มรู้สึกได้เลยว่าจากนี้พายุหิมะมันคงรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ก็น่าแปลกที่แม่น้ำมันไม่กลายเป็นน้ำแข็งล่ะนะ

        เซรอสสวมเสื้อผ้าเนื้อบางที่แทบจะไม่ป้องกันความหนาวเย็น แต่เขาก็ไม่ได้ถึงกับหนาวสั่นจนขยับตัวไม่ได้เลยแค่รู้สึกว่ามองเห็นว่ามีบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางหิมะจึงเดินออกมาดู

        เพราะว่ามันเป็นสีขาว การมีสีอื่นที่เคลื่อนไหวได้ย่อมต้องถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ผิดปรกติของที่นี่อย่างชัดเจน มันไม่มีคนหรือสิ่งมีชีวิตใดเลยเข้ามาในเขตนี้นานแล้วนับตั้งแต่ที่เขาอาศัยอยู่ เลยใช้กล้องส่องทางไกลยกขึ้นส่องมองออกไป ก็เห็นว่าเป็นคนและดูจากสภาพแล้วเหมือนกำลังวิ่งหนีสัตว์นักล่ามาอีกด้วย

        โอกาสฟ้าประทานมาถึงแล้ว ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นคนอื่นนอกจากตัวเขาด้วย จากสภาพที่เห็นเหมือนว่าคนคนนั้นจะย่อมแพ้ให้กับความหนาวเย็นและไม่คิดจะขัดขืนสัตว์นักล่าที่ไล่ตามมาอย่างกระชันชิด เซรอสตัดสินใจหยิบกระเป๋ามิติที่อัดแน่นไปด้วยอาวุธที่ทำขึ้นมาวิ่งฝ่าออกไปอย่างรวดเร็ว ความคล่องตัวพวกนี้เซรอสฝึกฝนอยู่เรื่อยๆ จนชำนาญในการวิ่งในป่ากับบนเขาหมดแล้ว

        ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจก็วิ่งมาถึง มองเห็นพวกหมาป่าจำนวนสามตัวกำลังล้อมร่างของคนเอาไว้ จึงนำธนูออกมาและยิงออกไปอย่างแม่นยำทั้งสามครั้ง ส่งผลให้หมาป่าพวกนั้นตายในทันที ซึ่งเซรอสกำลังคิดอยู่ว่าการเคลื่อนไหวของพวกมันค่อนข้างจะแปลกผิดธรรมชาติของสัตว์นักล่า แต่มีพฤติกรรมเหมือนหมาต้อนแกะไม่มีผิดเพี้ยน จากนั้นหันไปมองบุคคลคนแรกที่ได้พบเจอในสถานที่แห่งนี้

        'ผู้หญิง?'

        เซรอสแปลกใจน่าดูที่พบเธอในสภาพนี้ อายุน่าจะอยู่ประมาณ 13 - 14 ปี สวมเสื้อผ้าที่เหมือนถุงกระสอบเก่าๆ สวมปลอกคอ ปลอกแขน และปลอกขาทำจากเหล็ก มีโซ่ล่ามเอาไว้ทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก ร่างกายผอมแห้งคล้ายกับคนขาดสารอาหาร ตามเสื้อผ้ามีคราบเลือดอยู่แต่ไม่ได้มาจากเธอ จากร่องรอยที่เห็นน่าจะเป็นการโดนเลือดสาดกระเด็นใส่ซะมากกว่า มีกลิ่นฉุนของปัสสาวะหน่อยๆ และที่สำคัญเธอมีหูกระต่ายกับหางกลมๆ ด้วย

        "เอาเข้าไป ไม่เห็นบอกเลยว่ามีสิ่งมีชีวิตประหลาดแบบนี้อยู่ด้วย"

        ดูจากชุดก็พอจะเข้าใจเรื่องราวได้คร่าวๆ เธอคนนี้จะต้องเป็นทาสที่หลบหนีมา ทำให้พวกหมาป่าต้องไล่ตามมาเพื่อขัดขวางการหนีเอาชีวิตรอด หากเซรอสเป็นนักฆ่าที่ถูกลบตัวตนไปแล้ว คงไม่มีความรู้สึกสงสารหรือเห็นใจให้กับผู้ใดอีกตลอดชีวิต แต่ว่าตอนนี้เขาได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าให้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกนี้ เลยตัดสินใจเอาไว้ว่าเขาจะช่วยคนเท่าที่ช่วยได้ และฆ่าคนเท่าที่จำเป็น อย่างไงซะก็เป็นยุคที่โหดเหี้ยมสุดๆ

        ไม่นานนักก็มีคนวิ่งไล่ตามมา เป็นคนรูปร่างอ้วนท้วมสวมเสื้อโค้ดหนังราคาแพงที่ตัดมาอย่างดี พร้อมด้วยชายที่มีร่างกายกำยำเดินตามมาอีกประมาณห้าคน คนพวกนั้นมองดูด้วยสายตาแล้วน่าจะมีฝีมือไม่เบา ต่างฝ่ายต่างก็มีอาวุธหนักไว้กับตัวด้วย คนร่างอ้วนมองดูหมาป่าสามตัวที่ถูกจัดการก็แสดงใบหน้าเคียดแค้นออกมา แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นคนที่ยังพอเข้าใจสถานการณ์จึงไม่ได้ออกคำสั่งอะไรออกไป สำหรับคนที่จัดการกับหมาป่าพวกนี้ได้ง่ายๆ จะต้องเป็นคนที่มีฝีมือสูงมาก

        "ส่งตัวทาสคนนั้นมาให้พวกเราซะดีๆ"

        "ทาส? คนไหนกันล่ะ" เซรอสเล่นลิ้น

        "ก็ยัยมนุษย์สัตว์นั่นยังไงล่ะ มันเป็นสินค้าทาสของข้า ถ้าไม่ยอมส่งมาดีๆ ล่ะก็ต้องอาจจะต้องเจ็บตัวกันบ้าง เห็นแบบนี้แต่พวกนี้เป็นนักผจญภัยแรงค์ C เลยเชียวนะ"

        อยู่ๆ เซรอสก็อยากจะหัวเราะออกมา พูดยังกับว่าเขาจะรู้งั้นแหละว่านักผจญภัยแรงค์ C มันน่ากลัวขนาดไหน เขาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งห้าเดือน เลยรู้จักแค่เงาปีศาจในเหมืองแร่กับพวกสัตว์ในป่าเท่านั้น

        พอเห็นคนพวกนั้นเริ่มขยับตัวเซรอสก็เคลื่อนไหวไปแล้ว ขว้างมีดออกไปจัดการกับศัตรู ยิงธนูใส่ แต่เหมือนว่าคนพวกนี้จะใช้ความสามารถแปลกๆ ปัดลูกธนูกับมีดของเขาออกมาได้ ในตอนนั้นเขาได้ยินเสียงคนท่องบทสวดอะไรสักอย่างก่อนที่จะมีใบมีดน้ำแข็งปรากฏขึ้นมาและพุ่งใส่ แต่เซรอสก็ก้มหลบและยิงธนูสวนกลับไปใส่กลางหน้าผากจนถึงแก่ชีวิต ทำให้พรรคพวกของคนที่ตายสบถลั่นและบุกเข้ามาด้วยดาบยักษ์

        เพราะเป็นจังหวะที่ขาจมลึกลงไปในหิมะ เซรอสไม่มีทางเลือกนอกจากใช้มือเปล่าหยุดดาบเอาไว้

        ไม่มีแม้แต่รอยแผล ทั้งที่เป็นการใช้ฝ่ามือรับเอาไว้

        'สมกับที่พระเจ้าบอกว่าดาบในตำนานสะกิดแทบจะไม่เข้าเลย'

        หยิบมีดออกมาและจัดการฆ่าทิ้งอย่างรวดเร็วโดยไม่มีโอกาสให้ป้องกันตัวเลย เทียบด้านฝีมือกันแล้วเซรอสเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด คนพวกนี้รู้จักแค่การเหวี่ยงดาบไปมาเท่านั้น ต่างจากเซรอสที่มีสไตล์การต่อสู้ที่เหนือกว่า

        พอรู้ว่าท่าไม่ดีก็หันหลังเตรียมจะวิ่งหนี โชคร้ายที่เซรอสเป็นนักฆ่าที่ไม่เคยปล่อยให้ศัตรูรอดไปได้ เขาจัดการยิงธนูปลิดชีพทั้งหมดโดยเหลือทิ้งเอาไว้เพียงชายอ้วนท้วมที่สั่นเป็นลูกนก แถมยังปล่อยปัสสาวะออกมาจนเห็นเป้ากางเกงเปียกแฉะ

        "ปะ...ปล่อยข้าไปเถอะ ถ้าอยากได้เจ้าทาสนั่นข้ายกให้เลยก็ได้ ถ้าอยากได้อะไรก็บอกมา ข้ามีให้ได้ทุกอย่าง ขอแค่ชีวิต..."

        "ฉันไม่ได้อยากจะฆ่าคนพร่ำเพรื่อ..." เซรอสพูดขึ้น ปรายตามองศพของนักผจญภัยแรงค์ C ทั้งห้าคนด้วยความรำคาญ "...แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่เคยปล่อยให้ศัตรูมีชีวิตรอด เพราะเท่าที่ดูแล้วแกคงเป็นประเภทเจ้าคิดเจ้าแค้น ฉันยังอยากใช้ชีวิตสงบๆ อยู่"

        สุดท้ายเซรอสก็ต้องฆ่าทิ้งเพราะเขายังอยากให้มันเป็นสถานที่ที่เงียบสงบอยู่ต่อไปอีกสักระยะ จนกว่าจะพร้อมเปิดรับผู้คน จะต้องไม่มีผู้ใดรู้ถึงมัน

        เซรอสจัดการลากศพของพวกมันทั้งหกออกมาวางเรียงเอาไว้และอุ้มร่างของมนุษย์สัตว์หญิงคนนี้ขึ้นพาดบ่าขณะที่อีกข้างก็หิ้วร่างของหมาป่าสามตัวไปด้วย พอกลับมาถึงบ้านปุ๊บก็วางนอนลงบนเตียง ก่อนจะออกไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้เรียบร้อย นั่นก็คือการปลดทรัพย์สินของพวกมันออกมาใช้ประโยชน์

        ไม่น่าเชื่อว่าพ่อค้าคนนี้จะมีของมากมาย โดยเฉพาะเสบียงอาหารมันมากพอจะอยู่ได้ทั้งเดือน มีถุงเงิน ชุดสำรอง ผ้าใบ และของอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนพวกนักผจญภัยก็จะมีของที่ไม่ต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่มีเหมือนกันคือด็อกแท็ก ที่เซรอสพยายามไม่โจมตีเข้าที่เสื้อผ้าก็เพราะเห็นว่ามันยังมีประโยชน์เอามาใช้งานได้อยู่ เขาปลดเสื้อพวกนั้นจนล่อนจ้อนและนำศพไปวางบนเลื่อน ตั้งใจว่าจะเอาไปทิ้งที่ไกลๆ มากกว่าจะขุดดินฝัง

        เบื้องหน้าของเซรอสนั้นมีเกวียนกับม้าที่ยังสภาพดีอยู่ แต่รอบๆ นั้นมีแต่ศพของมนุษย์สัตว์เกลื่อนไปหมด สภาพของทุกคนถูกฆ่าโดยหมีหิมะ ซึ่งมันก็ได้ถูกฆ่าเป็นที่เรียบร้อยน่าจะเป็นกลุ่มนักผจญภัยแรงค์ C ที่เขาพึ่งจัดการไปเมื่อสักครู่ และจากเหตุการณ์นี้ดูเหมือนว่ามนุษย์สัตว์หญิงคนนั้นจะเป็นคนเดียวที่รอดจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้อย่างฉิวเฉียด

        ไม่มีความรู้สึกสงสารหรือเสียใจปรากฏเป็นอารมณ์

        เซรอสจัดการขนศพของคนที่เขาฆ่านำไปทิ้งลงเหวเพื่อไม่ให้เป็นการดึงสัตว์ร้ายเข้ามา ส่วนศพของมนุษย์สัตว์และหมีหิมะถูกขนขึ้นเกวียน ก่อนที่จะพาพวกมันไปที่บ้านพักของเขา อย่างน้อยก็อยากให้มนุษย์สัตว์หญิงที่เขาได้ช่วยเอาไว้รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง

        เมื่อกลับมาถึงบ้าน ม้าทั้งหมดถูกพาไปไว้ในโกดัง มันน่าจะกว้างพอให้ม้าอยู่ได้ โกดังอีกแห่งหนึ่งก็นำร่างของมนุษย์สัตว์ที่เสียชีวิตไปวางเรียงเอาไว้ที่นั่น ร่างของหมีหิมะขนไปไว้ในห้องชำแหละ เพราะคิดว่าอนาคตอาจจะได้ล่าสัตว์ใหญ่มาเลยสร้างเผื่อเอาไว้ เกวียนเสียหายไม่มากแต่ยังสภาพดีอยู่ถ้านำไปซ่อมแซมอีกสักหน่อยก็ใช้งานการต่อได้

        ส่วนสินค้าที่อยู่บนเกวียนก็ขนไปไว้ในบ้าน ซึ่งก็มีทั้งผ้าไหม เครื่องเทศ เสบียงอาหารอีกมากมาย แล้วก็เหล้าที่ทำให้เซรอสถึงกับแลบลิ้นแผล็บ เขาตรวจสอบปริมาณของเสบียงดูแล้วพวกมันมากพอจะช่วยให้อยู่ได้ตลอดทั้งฤดูหนาว

        เห็นว่าเด็กมนุษย์สัตว์นั้นสภาพร่างกายไม่ค่อยจะดีนัก ก็เลยนำวัตถุดิบอาหารออกมาทำให้โดยไม่หวงแหน มันจะมีซุปคอนซูเม่สำหรับช่วยให้ร่างกายอบอุ่น แล้วก็สตูเนื้อที่ช่วยให้อิ่มท้อง จากนั้นก็ลงไปที่เรือนเพาะชำเพื่อเก็บสมุนไพรมาทำยาให้ ด้วยคำอธิบายสิ่งของจากหน้าต่างเลยทำให้รู้ว่าสมุนไพรตัวไหนช่วยรักษาในเรื่องใดได้บ้าง พอเตรียมยาเสร็จแล้วก็เหลือแค่รอให้อีกฝ่ายได้สติ

        เลยมานั่งแยกของจากกระเป๋ามิติ มันไม่ได้มีอะไรที่พิเศษมากไปกว่าเงิน เสบียงอาหาร ชุดสำรอง อาวุธสำรอง เครื่องนุ่งห่ม เกลือ แผนที่ ถ้าจะมีแตกต่างก็เป็นของเจ้าพ่อค้านั่นที่มีกระโจมหลังใหญ่และเสื้อผ้าที่เยอะเกินความจำเป็น เครื่องนอนที่คุณภาพดีมาก แล้วก็หนังสือสัญญาทาส

        - หนังสือสัญญาทาส เอกสารระบุการครอบครองทาสของบุคคลนั้นๆ ในกรณีที่จับกุมทาสหลบหนีได้ สามารถแสดงหลักฐานเหล่านี้เพื่อรับคืนกลับไป ทำงานควบคู่กับโซ่ตรวนทาส

        "นี่คงเป็นเอกสารสิทธิ์สินะ"

        เพราะได้พระเจ้าช่วยปรับแต่งให้ฟัง พูด อ่าน เขียน รู้เรื่องก็เลยอ่านข้อความบนเอกสารสิทธิ์ได้ มันก็เหมือนกับหนังสือสัญญาทั่วไปที่ระบุว่าใครเป็นผู้ครอบครองใคร และก็ระบุรูปแบบของงานเอาไว้ ซึ่งรูปแบบของงานนี้ระบุว่าต้องทำตามคำสั่งทุกอย่างโดยไม่เกี่ยงงาน ระยะเวลาไม่มีกำหนด นี่มันเหมือนกับดักเลย ถ้าคนที่ลงนามเป็นแรงงานทาสอ่านหนังสือไม่ออก ก็จะกลายเป็นทาสตลอดชีวิต

        แทบจะทุกฉบับเลยถูกเขียนด้วยเนื้อหาแบบเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนชื่อผู้ลงนามสองเป็นชื่อของทาสคนนั้นๆ

        เวลาผ่านไปได้สักพัก มนุษย์สัตว์หญิงคนนั้นก็ได้สติ ฟื้นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง แต่ก็มีเสียงท้องร้องดังโครกครากจนเซรอสอดที่จะยิ้มขำไม่ได้ พอรู้ตัวว่าอยู่ที่ไหนก็พลันเกิดความกลัวขึ้นมาจนตัวสั่นระริก รีบลุกขึ้นลงนั่งกับพื้นทันที

        "ว่าไง ฟื้นแล้วสินะ"

        "..." ไม่มีคำตอบใดหลุดออกมา

        "คงหิวล่ะสิ ซุปนี่กินซะแล้วจะรู้สึกดีขึ้น"

        ถ้วยซุปคอนซูเม่สีใสส่งกลิ่นหอมน่ากิน มนุษย์สัตว์หญิงลอบกลืนน้ำลายแต่ก็ยังไม่กล้าจะรับมา เขาวางมันลงและเดินถอยออกไปราวกับกำลังฝึกสัตว์เลี้ยงอยู่ สุดท้ายเมื่อทนความหิวต่อไปไม่ไหวก็เลยรีบยกซุปนั่นดื่มจนสำลัก

        "ใจเย็นๆ ยังมีอีกเยอะ"

        มีความหวาดระแวงเห็นได้อย่างชัดเจน ก็คงเป็นเรื่องปกติสำหรับทาสที่ถูกปฏิบัติแบบแย่ๆ

        จากสภาพอิดโรยนั้นแค่เห็นก็รู้แล้วว่ายังกินอาหารหนักๆ ไม่ได้

        ไม่ได้หวังว่าอีกฝ่ายจะเปิดใจโดยเร็วนัก แต่ดูจากการเคลื่อนไหวแล้วปลอกคอคงทำให้กินอะไรได้ลำบากน่าดู ถึงจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านโซ่ตรวน แต่ฟังจากจังหวะการหายใจ ลักษณะการกิน ปลอกคอนั่นจะต้องแน่นเอามากๆ

        พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีต่อต้านแล้ว เซรอสจึงคิดที่จะช่วยถอดปลอกคอนั้นให้ ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้จนเธอยอมให้จับได้ ร่างกายสั่นระริกด้วยความกลัวและดูว่าง่ายอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นก็มองดูรูปร่างของปลอกคออย่างละเอียด ลักษณะของเหล็กมันเชื่อมติดกันแต่ถ้าปลดตัวล็อกออกก็จะง้างปลอกคอออกได้

        "จะถอดออกให้ก็แล้วกัน"

        เกิดเสียงดัง ป๊อก! ตอนที่เขาออกแรงง้างเหล็กที่ร้อยผ่านรูเชื่อมต่อกันเพื่อล็อกไม่ให้ปลอกคอหลุด โซ่ก็ร่วงตกลงมาโดยที่มนุษย์สัตว์หญิงคนนั้นถึงกับตกใจ

        "อืม...เหล็กนี่มันจะอ่อนไปไหนเนี่ย"

        จากนั้นก็แค่ออกแรงดึงปลอกคอออกเบาๆ มันก็ขยายช่องว่างออกให้ถอดออกมาได้โดยง่าย

        ดูเหมือนที่ควรจะตกใจก็คือคุณภาพของงานเหล็กในโลกนี้อยู่ในระดับที่เปราะบางสุดๆ ให้เทียบความทนทานก็ประมาณกรงขังในคุกที่เขาแค่ออกแรงเบาๆ ก็ดึงมันออกมาได้ทั้งบาน

        "หลุดแล้ว?" เสียงของมนุษย์สัตว์เอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

        เซรอสเห็นว่ามันถอดออกได้ง่ายๆ ก็เลยจัดการถอดออกให้ทั้งหมดเลย เป็นงานที่ง่ายดายที่สุด

        "ขะ...ขอบคุณเจ้าค่ะ"

        "ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมากหรอก"

        "ไม่เจ้าค่ะ ข้าเป็นหนี้ชีวิตของท่าน" พูดทั้งน้ำตาและยังก้มหัวแนบติดกับพื้น

        เซรอสไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็เลยอึ้งไปพักใหญ่ ปฏิกิริยาแบบนี้เห็นได้ชัดว่าคงยอมตายถวายชีวิตเลยเชียวล่ะ

        "ว่าแต่เธอชื่ออะไร?"

        "ข้าชื่อซาริเจ้าค่ะ"

        หยิบเอาเอกสารสิทธิ์ในการครอบครองทาสขึ้นมาไล่อ่านทีละใบจนเจอชื่อของ 'ซาริ' อยู่บนนั้น เขาเลยทำการฉีกมันทิ้งต่อหน้าต่อตาเพื่อแสดงให้เห็นว่ามันคือการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจเจตนาของเขาก็เลยร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจอย่างสุดซึ้ง

        ปล่อยให้เธอรู้สึกดีกับอิสระนี้สักพัก และนำยากับเสื้อผ้าออกมาวางไว้ให้ ถึงจะมีแต่เสื้อผ้าของผู้ชายแต่มันก็ยังดีกว่ากระสอบเน่าๆ ที่เคล้าไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์ ถึงเซรอสจะไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก แต่ก็คงไม่ดีถ้าจะให้บ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นแปลกๆ

        "ซาริสินะ" เซรอสเรียกและซาริก็มองตรงมาที่เขา "ยังไงที่นี่ก็มีแค่ฉันอยู่คนเดียว จะมาอยู่ช่วยงานที่นี่ก็ได้นะ"

        "เป็นพระคุณมากเจ้าค่ะ ซาริจะตอบแทนพระคุณของท่าน..."

        "เซรอส"

        "ท่านเซรอสเจ้าค่ะ"

        ตกลงกันได้แล้วเซรอสก็บอกให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และซาริก็ตอบรับด้วยการเดินออกไปที่ประตูเพื่ออาบน้ำข้างนอก เซรอสได้แต่กุมขมับเพราะมันยังมีปัญหาเรื่องความรู้สึกของสามัญสำนึกระหว่างทาสกับเจ้านายอยู่ พวกเขาคงไม่สนใจหรอกว่าทาสจะรู้สึกยังไงถ้าต้องออกไปอาบน้ำท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น คิดแค่ว่าให้โอกาสไปอาบน้ำก็เป็นบุญมากแล้ว

        "อาบน้ำเย็นจัดเดี๋ยวก็ได้ตายกันพอดี ไปที่ห้องอาบน้ำซะ"

        มันต้องค่อยๆ สอนอะไรหลายอย่าง ในห้องอาบน้ำนั้นซาริไม่เคยเห็นการใช้ท่อส่งน้ำมาก่อน และสงสัยว่าน้ำมันมาจากที่ไหน ก็แค่สอนวิธีเปิดปิดการใช้น้ำให้ ขั้นตอนการอาบน้ำก่อนจะลงไปแช่น้ำ แต่ซาริปฏิเสธที่จะใช้ห้องอาบน้ำร่วมกัน กว่าจะกล่อมได้สำเร็จก็เล่นเอาเหนื่อย

        หลังจากปล่อยให้อาบน้ำในห้องน้ำก็ออกมาเตรียมยาทารักษารอยฟกช้ำ เพียงเท่านี้สมุนไพรที่อุตส่าห์ไปเก็บมาปลูกในเรือนเพาะชำก็จะได้มีประโยชน์สักที จากนั้นก็เตรียมที่นอนให้โดยให้นอนที่กลางบ้านไปก่อน เขาไม่ได้ทำห้องเอาไว้เนื่องจากคิดว่าจะทำเพื่ออยู่คนเดียว เอาเป็นว่าจากนี้ก็ค่อยๆ สร้างห้องแยกไว้ให้ก็แล้วกัน

        ซาริอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดผ้าที่แสนจะนุ่มที่เธอได้แต่เฝ้าฝันว่าอยากจะลองใส่มันดูสักครั้งในชีวิต ถึงมันจะเป็นชุดของผู้ชายแต่เซรอสบอกว่าที่นี่ไม่มีผู้หญิงอยู่ เอาไว้จะทำชุดให้ใหม่ ซึ่งเธอพยายามปฏิเสธและบอกว่าเธอจะใส่อะไรก็ได้ขอเพียงเป็นแค่เอ่ยปากสั่งมาเท่านั้น

        "ออกมาแล้วสินะ พอดีเลยนี่เป็นยาทารักษารอยช้ำเอาไปทาให้เรียบร้อย ส่วนนี่เป็นยาแก้อาการช้ำใน ค่อยๆ จิบมันทีละนิด รสชาติมันแย่อย่าบอกใครเลยล่ะ"

        แล้วเซรอสก็พาซาริเดินดูรอบบ้านโดยตั้งใจว่าจะสอนเรื่องจำเป็นในการใช้ชีวิตให้ก่อน อย่างการดื่มน้ำ การซักเสื้อผ้า การใช้งานห้องน้ำ ซึ่งซาริตกใจกับการทำงานของห้องน้ำที่แค่กดปล่อยน้ำก็จะมีน้ำเทลงมากวาดสิ่งปฏิกูลออกไปจนหมดและกลับมาสะอาดเหมือนใหม่ สายฉีดชำระที่น้ำค่อนข้างจะแรงมาก มันเป็นอะไรที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

        หลักๆ แล้วเซรอสดึงตัวซาริให้มาเป็นคนรับใช้ พูดแบบนี้ก็คงไม่ผิด หากชวนมาอยู่ด้วยโดยไม่ให้ทำอะไรเธอคงจะไม่ยอมรับเด็ดขาด ก็เลยสอนงานทุกอย่างให้ประมาณว่าตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอนหน้าที่ของเธอมีอะไรบ้าง อย่างไรซะที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างอยู่แล้ว งานเองก็คงไม่ได้หนักหนาเหลือแค่ปล่อยให้ทำความคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้ ที่นอนของซารินั้นก็ให้เป็นที่ห้องนั่งเล่นไปก่อน มีที่นอน หมอน กับผ้าห่มเตรียมเอาไว้ให้แล้วซึ่งเธอก็พยายามปฏิเสธความหวังดีนั่น

        "ถ้าเธอยังปฏิเสธทุกอย่างที่ฉันทำให้ ไม่ต่างอะไรกับการทำลายความรู้สึกของฉันนะ"

        "ยิ่งไปกว่านั้นไอ้สามัญสำนึกของทาสนั่นน่ะ ไม่ควรเอามาใช้กับที่นี่"

        บอกไปแบบนั้นในที่สุดซาริก็ยอมที่จะรับความหวังดีของเขา

        จากนั้นก็ทานอาหารเย็นกัน ซาริอาจจะยังไม่คุ้นชินกับการทานอาหารที่หรูหรามาก่อน เธอบอกแค่ว่าขอเพียงแค่ซุปเปล่าๆ ก็พอ ซึ่งเซรอสก็นึกสนุกแกล้งหยอกไปถึงราคาของน้ำซุปเปล่านั่นทำเอาซาริถึงมือไม้สั่นไปหมด จากที่คิดไปว่ามันเป็นแค่ซุปก้นหม้อที่ไม่ได้มีเนื้อ กลับกลายเป็นอาหารชั้นสูงที่ราคาแพงลิบลิ่ว เลยได้เห็นภาพของมนุษย์สัตว์ตักซุปกินจนไม่เหลือสักหยด และไม่กล้าที่จะเพิ่มต่ออีก ถ้าไม่ใช่เซรอสบอกว่าจะนำมันไปเททิ้งถ้าเหลือ ซาริคงไม่จัดการซุปคอนซูเม่จนเกลี้ยงหม้อ

        จนกว่าซาริจะหายดีคงต้องทำอาหารอ่อนที่ผ่านลำคอได้ง่ายให้ เคยถามเหมือนกันถึงเวลากินอาหาร เธอบอกว่าแค่ต้องเคี้ยวให้ละเอียดก็พอ เพราะว่ามันไม่มีน้ำให้ดื่มเนื่องจากว่าน้ำสำหรับดื่มมีราคาค่อนข้างแพงมาก ยังกังวลเรื่องน้ำที่ใช้ในบ้านจนไม่กล้าที่จะขอดื่ม เซรอสก็เลยอธิบายถึงที่มาของน้ำและบอกว่าจะใช้มากใช้น้อยเท่าไหร่ก็ได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมายังไม่เคยเจอปัญหาน้ำหมดมาก่อน

        "ท่านเซรอสคะ ทั้งที่มันก็มืดแล้วแต่ทำไมบ้านหลังนี้ถึงได้สว่างขนาดนี้ทั้งที่ไม่ได้ใช้ตะเกียงละคะ?"

        "เป็นคำถามที่ดีมาก เพราะบ้านหลังนี้มีพลังงานไฟฟ้าอย่างไงล่ะ มันเป็นไฟฟ้าที่ได้มาจากแรงหมุนของกังหันน้ำ สวิทซ์ไฟอยู่ตรงนั้นใช้เปิดปิดแสงสว่างได้ ฉันติดตั้งเอาไว้ทุกที่เพื่อให้สะดวกในการทำงานตอนกลางคืนน่ะนะ"

        "น่าตกใจจริงๆ เลยค่ะ ซาริไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ท่านเซรอสเป็นใครกันแน่คะ"

        "ก็แค่คนธรรมดาที่อยากจะใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์เท่านั้นแหละ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.092K ครั้ง

43 ความคิดเห็น

  1. #11730 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 13:21
    กลับมาอ่านซ้ำอีกรอบ รออัพตอนเพิ่มค่าาา
    #11730
    0
  2. #10891 น้ำชา1243 (@ayanokira) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 07:43
    กลัยมาอ่านซ้ำตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปคะ
    #10891
    0
  3. #9367 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 15:44
    ขอบคุณครับ
    #9367
    0
  4. #8436 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 20:47
    ขนาดยังไม่ได้ไปไหนก็ยังมีเรื่องมาหาถึงที่ ว่าแต่มีของสร้างแก้วได้แล้วเหรอ ทั้งเลนส์กล้องส่องทางไกล ทั้งหลอดไฟ ที่แน่ๆ ยินดีด้วย ท่านได้รับสาวใช้หูกระต่าย 1 ea
    #8436
    1
    • #8436-1 Orimaki (@Orimaki) (จากตอนที่ 4)
      16 มิถุนายน 2561 / 16:56
      ก็คงต้องมีแหละครับ อยู่มาหลายเดือนถ้าไม่สำรวจก็กะไรๆอยู่
      #8436-1
  5. #8149 phrphimlx7 (@phrphimlx7) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 14:37
    นี่กลับมาอ่านซำ้3รอบละค่าาา5555
    #8149
    0
  6. #7724 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 12:06
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7724
    0
  7. #6987 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 21:30
    ชิลๆกันไป
    #6987
    0
  8. #6826 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 17:36
    สโลไลฟ์ ซาริมานี้คงวุ่นวายขึ้น
    #6826
    0
  9. #6349 Anecha Suranin (@darkjack) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 09:22
    ได้น้องต่ายมาแก้เหงาแล้ว
    #6349
    0
  10. #6276 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 00:48
    เอื่อยๆกันเถอะเรา ฮ่าๆ
    #6276
    0
  11. #5653 nutt1200 (@nutt1200) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 12:17
    ชอบเรื่องนี้มกครับ เป็นต่างโลกแบบ slow life เน้นทีละ step
    #5653
    0
  12. #5399 เปเป้บ้า (@nipitsukkarn-s) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 23:19
    บรรยายได้ดีมากครับ เนื้อเรื่องก็น่าติดตาม แต่ประโยคหลายประโยคละประธานจนสับสนว่าใครเป็นผู้กระทำในประโยคนั้นกันแน่ ตอนนี้ตัวละครยังน้อยก็พอจะเดาได้แต่ถ้ามีช่วงที่ตัวละครเยอะ ๆ มันจะเดายากนะ ผมว่าไม่ต้องประหยัดคำขนาดนั้นก็ได้
    #5399
    0
  13. #5276 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 18:00
    มีความเหม็นเยี่ยวด้วย 555+
    #5276
    0
  14. #4626 13812BNKH (@13812bnhk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 15:34
    เวลาตัวละครหญิงโผล่มาเรื่องไหน ๆ ผมมักจะใจสั่นนิดหน่อยนะครับ ด้วยความที่กลัวว่าตัวละครนั้น ๆ จะงี่เง่า ขี้วีน หรือกลัวผู้เขียนเน้นผู้หญิงมากเกินไป จนทำให้นิยายดี ๆ มันเสียคุณภาพอะนะ ทว่าหลังอ่านจบบทผมก็เริ่มเอ็นดูซาริขึ้นมาหน่อย ๆ แล้วนะครับ ฮาา
    #4626
    1
    • #4626-1 ิฺb'black_berry (@P-Ployli) (จากตอนที่ 4)
      23 ตุลาคม 2560 / 17:30
      เหมือนกันค่ะ //ถึงจะเป็นเราผญ.ก็เถอะ แต่ถ้าเจอผญ.ในนิยายที่เด่นๆเกินหน้าเกินตาหรือไรท์เขียนบทอวยเกินก็ทำให้รู้สึกหมดอารมณ์ที่จะอ่านตอนต่อไปทันที
      #4626-1
  15. #4421 22933855 (@22933855) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 12:31
    เขียนได้ดีมาก สนุกมากค่ะ
    #4421
    0
  16. #4318 เณริน (@darkerne) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 11:05
    เป็นบทประพันธ์ที่ดีอีกเรื่องเลยที่พบเจอ โดยเฉพาะมีการใช้ภาษาที่ถูกต้องทำให้รับรู้ได้ถึงความตั้งใจของผู้ประพันธ์ที่รังสรรค์ออกมา ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆค่ะ
    #4318
    0
  17. #4224 I'am.G :)) (@giorgiorocco) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 21:17
    มีสายฮีดตรูดด้วย 55 แต่ถึงมีไฟฟ้า ก็ทำหลอดไฟลำบากอยู่นะ
    #4224
    0
  18. #4109 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 15:15
    เอ้า อย่าลืมภารกิจนะ แต่มันเริ่มเข้าที่เข้าทางเริ่มสนุกแล้วชอบสโลว์ไลฟ์ ค่อยๆรู้สึกละว่าพระเอกเมพ 5555
    #4109
    0
  19. #3776 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 14:05
    มีความหรูหรา~~~
    #3776
    0
  20. #3413 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 12:05
    โอเค สโลว์ไลฟ์จริงๆ55555
    #3413
    0
  21. #2778 Nonza32 (@nonza_limited) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 13:36
    ไปได้ไฟฟ้ามาตอนไหนเนี่ยะ มันไม่น่าจะทำได้ง่ายๆขนาดนั้นเลยนะ ถึงจะมีพลังแห่งการสร้าง แต่ก็ไม่เป็นไร ชอบสำนวนการเขียนของไรท์ดีครับ
    #2778
    1
    • #2778-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 4)
      16 กรกฎาคม 2560 / 13:48
      กังหันน้ำที่ผันน้ำเข้ามาไง ใช้ปั่นไฟได้ในระดับหนึ่ง แล้วค่อยปรับแต่งเพิ่มในภายหลัง
      #2778-1
  22. วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 19:21
    รอผู้ชายมาหาเซรอสเพื่อจิ้น อะฮึก เซรอสนิสัยน่ารักไปไหนอยากให้มีผัวมากกว่ามีเมียอีกกกกก
    #2088
    0
  23. #1599 Netthip Viriya Sdm (@netthipviriyasdm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 21:01
    ไม่เอาฮาเร็มกับนางเอกได้หมายยยยยยยย
    #1599
    0
  24. #1328 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 20:57
    ที่พูดนั้น จริงเหรอ
    #1328
    0
  25. #1323 peespirit (@peespirit) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 15:04
    ก็แค่ พระเจ้าที่ผ่านทางมา -_-
    #1323
    0