ตอนที่ 36 : Episode Thirty-Five : ปรึกษาแก้ปัญหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 848 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

Episode Thirty-Five

 



       คาเรน เรเบียส ตั้งใจจะกอบกู้ฐานะของตระกูลเรเบียสที่ตกต่ำเพราะอดีตผู้นำที่ไร้ความสามารถ เธอไม่สนใจสิทธิ์ในการแย่งชิงเพื่อขึ้นเป็นผู้นำตระกูลเมอร์ราน แม้ว่านั่นจะหมายถึงการที่เธอปฏิเสธทรัพย์สมบัติครึ่งอาณาจักรที่วางกองอยู่ตรงหน้าก็ตามที เธอตัดสินใจดีแล้วว่าจะลองเสี่ยงเดิมพันกับความเป็นไปได้นี้เพื่อสร้างกลุ่มการค้าใหม่ขึ้นมาเป็นของตนเอง

       อย่างน้อยอีกหนึ่งเดือนเธอก็จะหมดสิทธิ์ในการเป็นส่วนหนึ่งในกิลด์การค้าเนื่องจากไม่มีเงินมากพอจะชำระค่าลงทะเบียนกลุ่ม แต่ก็ยังแวะเวียนไปติดต่อในฐานะลูกค้าได้ ถึงจะรู้สึกเจ็บใจที่ถูกปฏิบัติในทางไม่ดีแต่ก็เข้าใจดีว่าการกระทำแบบนั้นก็เพื่อรักษาจุดยืนในหน้าที่การงาน เลยไม่ได้รังเกียจอะไรมากนัก

       เกี่ยวกับเวทมนตร์ที่เซรอสกล่าวออกมานั้น ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่เข้าใจ ที่จริงก็มีคิดเอาไว้อยู่บ้างว่าเวทมนตร์ควรจะถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต มากกว่าใช้ในการทำสงครามกับการแบ่งแยกระดับชนชั้น ความคิดของเธอนั้นเคยนำเสนอในโรงเรียนขุนนางเพื่อความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นแนวคิดนอกรีตที่ดูหมิ่นอำนาจของจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ ยังดีที่เรื่องที่เธอนำเสนอนั้นไม่ได้ประกาศสู่สาธารณะ จึงรู้กันแค่เธอกับเหล่าคณะอาจารย์ที่รับฟังแนวทางในการพัฒนาบ้านเมือง โดยหวังว่าจะได้เป็นที่ปรึกษาสร้างชื่อเสียงให้ตนเอง

       “เวทมนตร์อย่างนั้นหรือคะ?”

       “จะเรียกว่าแบบนั้นก็ไม่ได้ผิดหรอกนะครับ”

       แทนที่จะเรียกมันว่า เวทมนตร์ สู้เรียกว่า พลังพิเศษ น่าจะดีกว่า เพราะมันเป็นเหมือนพรสวรรค์ที่ไม่มีผู้ใดเลียนแบบได้ แต่ถ้าคำนึงถึงผลลัพธ์ที่แสดงออกมาก็พอจะเรียกได้ว่าเป็นเวทมนตร์อยู่ดี

       “วางใจได้เลยขอเพียงแค่มีทรัพยากรเพียงพอ ผมสามารถสร้างสถานที่ที่เหมาะสมให้กับโรงงานการผลิตได้”

       พลังในการสร้างมันควรจะถูกเก็บเอาไว้เป็นความลับ แต่เขามีวิธีที่จะทำให้เธอเชื่อว่าเป็นวิธีการใช้เวทมนตร์ที่เกิดจากพลิกแพลง และเซรอสคิดเอาไว้ว่าจะใช้มันในช่วงเริ่มต้นจนกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง โดยเฉพาะการกระจายสินค้าเพื่อสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือได้ออกไป กำลังการผลิตจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก

       “เข้าใจแล้วค่ะ” คาเรนตอบรับอย่างเรียบง่าย ส่วนเซรอสทำหน้าแปลกใจ “คุณเองก็มีแนวคิดนอกรีตเหมือนกันสินะคะ เพราะฉะนั้นแล้วจะช่วยเก็บเป็นความลับให้ค่ะ”

       เข้าใจผิดไปคนละประเด็น แต่ก็ช่วยให้เซรอสไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ ถึงจะไม่เข้าใจความหมายที่ว่า นอกรีตหมายถึงอะไรก็ตามที แต่เซรอสก็คิดในหลักพื้นฐานง่ายๆ ที่ว่ามันเป็นพลังของเขา จะใช้ทำอะไรยังไงก็เป็นสิทธิ์ของเขาโดยชอบธรรม

       ก่อนที่จะได้เริ่มต้นทำสิ่งใดก็ต้องมีการวางแผน คาเรนหลังจากที่ได้พูดคุยและลองให้เซรอสเสนอราคาก็ได้รู้แล้วล่ะว่าตัวชายหนุ่มคนนี้ไร้เดียงสาในโลกของตลาดการค้าเป็นอย่างมาก สนใจแค่ว่าขอให้ได้เงินมาก็พอ ทำให้ไม่มีแผนรองรับยามเกิดปัญหาจริงๆ ถ้าหากว่านี่เป็นจุดอ่อนของเขาแล้วล่ะก็ นี่ก็อาจจะเป็นโชคชะตาที่ทำให้เธอต้องมาเป็นคนอุดช่องว่างนั้นให้

       เซรอสไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด จึงไม่มีคำอธิบายใดๆ เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงาน การเจรจาเมื่อสักครู่นี้ก็เป็นเพียงแค่บทบาทที่เขากำหนดเอาไว้อยู่ตั้งแต่ต้น ดังนั้นพอบอกเรื่องนี้ออกไปคาเรนก็ถอนหายใจออกมา พึมพำว่า คิดอยู่แล้วเชียว

       “เช่นนั้นจะบอกว่าคุณมีแนวคิดสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ไม่มีขั้นตอนในการดำเนินการสินะคะ”

       “ถูกต้อง ผมไม่ถนัดการคิดอะไรที่ซับซ้อนทางธุรกิจขนาดนั้น”

       แต่ถ้าหากเปลี่ยนเป็นการวางแผนเพื่อลอบสังหาร นั่นแหละถึงจะเรียกว่าเป็นของถนัด

       และถนัดที่สุดก็คือการบุกเข้าไปสังหารโดยตรง ในฐานะของเครื่องจักรสังหาร

       คาเรนมองว่ามันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ คนที่สามารถคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ดีขนาดนั้นออกมาได้แต่กลับไร้ซึ่งการวางแผนการตลาด และสิ่งที่ย้อนแย้งกว่าก็คือเขาคิดว่าหลังจากที่ขายได้ ก็จะเริ่มต้นการผลิตของผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ มันคล้ายกับว่าเขารู้ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้มันจะได้รับความนิยมแน่นอน

        แต่เมื่อมองในมุมของเซรอสแล้วเรื่องนี้ถือว่าไม่แปลก ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอมานั้นก็เป็นสิ่งที่เคยมีปรากฏและได้ยังได้รับความนิยมจวบจนถึงปัจจุบัน (ในช่วงที่เซรอสยังมีชีวิตอยู่) ดังนั้นแล้วเซรอสที่รู้เพียงแค่กรรมวิธีการผลิตเท่านั้น แต่จะไม่สามารถบริหารธุรกิจนี้ได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเขาผลิตมันขึ้นมาเพื่อใช้เองไม่ใช่เพื่อการค้าขาย ย่อมไม่เข้าใจกลไกด้านการตลาดของโลกนี้อยู่แล้ว

       “ดูจากสภาพแล้วคิดว่าดิฉันคงต้องทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับคุณสินะคะ”

       “ก็ตามนั้นแหละ จากนี้ผมคงต้องขอรบกวนด้วย”

       เพียงเท่านี้สิ่งที่เซรอสต้องการก็สำเร็จลุล่วง เหตุผลที่ต้องขอร่วมลงทุนในการเปิดกลุ่มการค้าใหม่ก็เพราะเขารู้ว่าตนเองไม่มีความสามารถในด้านการบริหารตลาด ต่อให้มีความรู้ฝังแน่นอยู่ในหัวก็ตามแต่ก็ใช้ได้แค่อ้างอิงเบื้องต้น มันจึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าขายมาร่วมมือด้วย และเป็นโชคดีที่เขาพอจะมองคนออกในระดับหนึ่งทำให้รู้ว่าคาเรน เรเบียสผู้นี้เชื่อถือได้

       ถ้ามีคนสงสัยว่าทำไมเซรอสถึงบางครั้งก็ดูฉลาด และบางครั้งก็ดูโง่ ความจริงก็คือเขาไม่ได้ทั้งฉลาดและก็ไม่ได้โง่ มาตรฐานความรู้เบื้องต้นโดยไม่พึงพาสิ่งที่ฝังอยู่ในหัวอยู่ในเกณฑ์ของคนธรรมดาค่อนไปทางต่ำ อาจจะโดดเด่นทางด้านภาษาสักหน่อยแต่ก็อยู่ในระดับที่ใช้ประกอบอาชีพนำเที่ยวได้ ดังนั้นการเสแสร้งว่าตนเองนั้นเชี่ยวชาญสาขาใดสาขาหนึ่งก็มาจากการใช้ความรู้ในหัวที่ถูกยัดมาแถเนียนไปตามสถานการณ์ ส่วนเรื่องของการแก้ปัญหานั้นเขามองว่าวิธีใดง่ายที่สุดและมีความเสี่ยงต่ำเป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว

       คาเรนยอมรับสภาพโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ถ้าหากว่ามันสำเร็จผลตอบแทนที่เธอจะได้รับมันไม่ใช่น้อยๆ อาจจะมากกว่าการซื้อมาขายไปอย่างที่ทำมาตลอดสิบปีเลยก็ได้ มันมีความเสี่ยงก็จริงแต่เธอมั่นใจว่าจะยับยั้งความเสี่ยงที่ว่าไม่ให้เกิดขึ้นได้

       “ก่อนอื่นขอถามสักหน่อยนะคะว่าคุณตั้งใจจะทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก”

       เริ่มต้นวางแผนดำเนินงานอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ดูทรงแล้วเซรอสน่าจะเป็นคนประเภทไม่สนใจว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ถ้าบอกว่าเป็นคนมือเติบก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น อาจจะแค่ขี้เกียจใส่ใจกับรายละเอียดยิบย่อยซะมากกว่า ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็แทนที่จะได้กำไรจะกลายเป็นว่าขาดทุนมหาศาล

       “สำรวจพื้นที่ในการครอบครองของตระกูลเรเบียส จากนั้นค่อยตัดสินว่าจะดำเนินการอะไรบ้าง” เซรอสตอบโดยไม่ต้องคิด หรือพูดให้ถูกก็คือเขาได้ขบคิดขณะที่เดินทางมาที่นี่ก่อนแล้ว

       “หากเป็นเรื่องนั้นดิฉันสามารถอธิบายให้ฟังได้”

       “ไม่ใช่” เซรอสส่ายหน้า “ที่ผมต้องการดูคือสภาพพื้นที่ต่างหากว่ามีอะไรที่ขาดเหลือไปบ้าง แต่จากที่มองเห็นแล้วผมมีข้อสงสัยอย่างหนึ่งคือพวกเธอใช้น้ำจากที่ไหนกัน”

       “สำหรับน้ำดื่มก็ใช้บริการขนส่งจากในเมืองค่ะ ส่วนน้ำที่ใช้ในชีวิตประจำวันนั้นก็นำมาจากลำธารเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากที่นี่ไปไม่ไกล มีอะไรหรือเปล่าคะ”

       ปัจจัยที่เซรอสให้ความสำคัญอย่างยิ่งก็คือ น้ำ เพราะสังเกตจากการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนในเมืองพบว่าพวกเขาจะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อหาซื้อน้ำที่ผ่านการต้มและสามารถดื่มกินได้ และยิ่งการจะเปิดโรงงานผลิตสินค้าขึ้นมาก็จำเป็นจะต้องใช้น้ำเป็นอย่างมากด้วยแล้ว มันน่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อยหากคิดจะทำขึ้นมาจริงๆ

       ก่อนจะได้ลงมือทำอะไร คาเรนจึงได้พาเซรอสเดินดูขอบเขตพื้นที่ในการครอบครองของตระกูลเรเบียส และอธิบายว่าเธอใช้มันทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะโรงเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กที่ส่งกลิ่นเหม็นและมีไก่อยู่ราวๆ ห้าสิบตัว ที่เหลืออยู่แค่นี้เพราะต้องนำไปใช้เป็นอาหาร อย่างไรก็ตามกลิ่นอุจจาระที่ทับถมรวมกันอยู่นี่ได้รับการทำความสะอาดด้วยวิธีการเก็บนำไปทิ้งทุกๆ สัปดาห์ เซรอสมองแต่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมามากนัก จนเมื่อเดินครบรอบแล้วจึงได้มองเห็นภาพรวมของเขตที่อยู่ในความครอบครอง

       ระยะกระจัดอยู่ที่ประมาณ 1 ไมล์ หรือประมาณ 2 กิโลเมตร ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่กว้างพอจะลงมือทำอะไรต่อมิอะไรได้เยอะมาก ที่คาเรนบอกว่ามันเป็นสมบัติสุดท้ายจึงไม่ใช่การกล่าวเกินความจริง หากเธอขายมันออกไปก็จะไม่เหลืออะไรอีกเลย และไม่แปลกใจที่จะมีคนต้องการพื้นที่แห่งนี้มากเป็นพิเศษ หลังจากที่เซรอสได้ตรวจสอบคุณภาพดินจึงได้รู้ว่าที่ดินผืนนี้เหมาะมากที่จะใช้เพื่อทำการเพาะปลูก

       คาเรนบอกว่ามีผู้เชี่ยวชาญบอกว่าที่ดินนี้มีจิตวิญญาณแห่งผืนปฐพีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ได้ผลผลิตที่สมบูรณ์แข็งแรง แต่อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่สถานที่ที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก มีการนำเข้าผลผลิตแบบเดียวกับที่เธอลงทุนปลูกไปเข้ามาทำให้ราคาของมันตก เรียกว่าถึงจะขายได้หมดก็ได้กำไรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

       เซรอสยืนมองบางสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มันคือภาพมุมสูงของตระกูลเรเบียส ความสามารถนี้ค่อนข้างจะเป็นประโยชน์เอามากๆ แต่เขาไม่ควรเปิดเผยความสามารถนี้จนเกินไป หยิบเอากระดาษกับดินสอออกมาวาดทาบขอบเขตให้เหมือนกันและนำไปใช้ปรึกษากับคาเรน ตอนที่เธอได้เห็นเซรอสส่งแผนที่ที่ระบุขอบเขตของตระกูลเรเบียสให้ก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าเขาจะใช้เวลาเพียงไม่นานวาดมันขึ้นมา

       “แผนที่นี่คือ?”

       “มันช่วยให้วางแผนอะไรได้มากขึ้น” เซรอสตอบ ชี้ไปบนแผนที่เพื่ออธิบาย “ระยะความกว้างของพื้นที่นี้นั่นสินะ ขอใช้หน่วยวัดระยะเป็น เมตร ก็แล้วกัน จากจุดนี้ถึงจุดนี้นั้นอยู่ที่ 2,000 เมตรโดยประมาณ และจากข้างบนลงล่างอยู่ที่ 1,500 เมตร นี่คือขอบเขตพื้นที่ของตระกูลเรเบียส ถูกต้องตามนี้สินะ”

       “ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกนะคะ แต่คิดว่าน่าจะใช่”

       “จากที่ดูแล้วคงจะต้องใช้พื้นที่ข้างล่างเพียงอย่างเดียวในการเพาะปลูก เพราะส่วนข้างบนนั้นเป็นเนินลาดชัน ถึงจะปรับให้เพาะปลูกแบบขั้นบันไดได้ แต่คิดว่ามันน่าจะใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นได้ โรงเลี้ยงสัตว์เล็กอาจจะต้องทุบทิ้งซึ่งผมจะสร้างแบบที่ถูกสุขอนามัยให้ และให้คำแนะนำในการเลี้ยงด้วย ถ้าไปได้สวยก็จะมีผลผลิตเยอะเท่าที่ต้องการ แต่ก็จำกัดเฉพาะโรงเลี้ยงสัตว์ที่ผมสร้างเท่านั้น”

       เซรอสกล่าวเป็นนัยยะ เขาเปิดเผยว่าสามารถสร้างได้ด้วยเวทมนตร์ก็เพียงพอแล้ว ไม่คิดจะเปิดเผยผลลัพธ์ของมันโดยเด็ดขาด เพราะเขาไม่ชอบทำงานให้กับใคร แต่จะทำเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น กรณีนี้ถึงจะบอกว่าเป็นการทำเพื่อคาเรนจะส่วนหนึ่งก็ตาม แต่คนที่ได้ประโยชน์ก็ยังเป็นเซรอสอยู่ดี เนื่องจากเมื่อถึงเวลาที่จะต้องเข้าเรียนแล้วก็อยากจะกินอาหารได้ตามที่ใจต้องการอยู่ จะไม่ให้นับว่าเป็นประโยชน์ได้อย่างไร

       “เอ่อค่ะ” คาเรนเริ่มจะตามความคิดไม่ทัน เซรอสเป็นคนที่ทำอะไรเร็วมากในด้านการปฏิบัติการ ดังนั้นเขาจึงเหมาะที่จะทำงานคนเดียวมากกว่าการมีคู่หู “เรื่องการเพาะปลูกคุณคิดจะปลูกอะไรบ้างคะ”

       “ผมจะสร้างเรือนกระจกหลังใหญ่ขึ้นมาให้ สิ่งที่จะปลูกก็จะมีคละกันไป แต่หลักๆ ก็จะเป็นมะเขือเทศ พริก มะนาว สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตซอสชุดแรก นอกนั้นก็แล้วแต่การจัดการของคุณว่าจะใช้พื้นที่ที่เหลือปลูกพืชอะไรดี”

       “เรือนกระจก?” คาเรนสงสัย เธอไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน

       “มันสามารถควบคุมอากาศและอุณหภูมิได้ทำให้ปลูกพืชนอกฤดูได้ แม้กระทั่งฤดูหนาวที่หิมะตกพวกมันก็จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าถ้าปลูกพืชในเรือนกระจกแล้วต่อให้เป็นฤดูหนาวก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องภาวะอาหารขาดแคลนเลย” เซรอสคลายความสงสัยให้ แต่ก็อีกนั่นแหละถึงจะมีคนนำไปสร้างเลียนแบบก็ใช่ว่าจะให้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงไม่กลัวว่าจะมีใครลอกเลียนผลงาน

       เรื่องที่ได้รับรู้มันมากเกินไปก็จริง แต่ด้วยสติปัญญาที่เป็นเลิศก็พอจะเข้าใจสิ่งที่เซรอสอธิบาย หรือก็คือเจ้าเรือนกระจกที่จะสร้างนี้เป็นเหมือนการปลูกพืชภายในอาคารสำหรับปลูกพืชนอกฤดู โดยหลักการแล้วมันจะทำให้อากาศภายในอบอุ่นเสมอจนพอจะปลูกพืชได้ แต่ว่ามันไม่ได้ถูกเรียกว่า เรือนกระจกเท่านั้นเอง และเกี่ยวกับเรื่องนี้คาเรนก็ได้พยายามศึกษาเพราะคิดว่าถ้าสามารถแก้ปัญหาเรื่องสภาพอากาศในการเพาะปลูกได้ก็จะมีผลต่อราคาของผลผลิตที่ราคาเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว

       “ฟังดูน่าสนใจดีนะคะ ถ้าเป็นแบบนี้ในกรณีที่ทุกอย่างสำเร็จอย่างที่คุณต้องการจริง คุณจะแก้ปัญหาเรื่องน้ำกับแรงงานได้อย่างไรคะ ถึงจะมีน้ำจากลำธารก็ตามแต่การปลูกพืชในฤดูหนาวเป็นเรื่องยากเพราะการขนส่งน้ำปริมาณมากจะต้องใช้เกวียนลาก ต่อให้ใช้การานมาแบกลากได้แต่ราคาเช่าของมันก็ค่อนข้างจะแพงมากด้วย และถึงจะยอมลงทุนแก้ปัญหาเรื่องการขนส่งน้ำก็ตาม จะให้ทำด้วยตัวเองหรือร่วมมือกับสาวใช้ที่มีอยู่จำกัดก็คงไม่อาจทำเสร็จได้ทันในแต่ละวันหรอกค่ะ”

       คาเรนถกเถียงปัญหาใหญ่สองข้อที่ทำให้การเพาะปลูกพืชในฤดูหนาวเป็นไปได้ยากมาก แต่สำหรับพวกที่มีเงินถุงเงินถังก็แค่ซื้อทาสมาใช้งานก็เพียงพอแล้ว ทว่าด้วยความที่เธอเป็นมนุษย์ที่อยากจะพัฒนาด้านคุณภาพชีวิต การใช้งานทาสจึงไม่เคยมีอยู่ในตัวเลือกของเธอ

       “ผมสามารถสร้างบ่อน้ำขึ้นมาได้ ซึ่งคุณสามารถใช้มันเพิ่มดื่มกินได้โดยไม่จำเป็นต้องต้มให้สะอาด แค่นี้ปัญหาเรื่องน้ำก็เคลียร์แล้ว”

       “เรื่องแบบนั้น ดิฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน”

       คนที่สามารถทำอะไรแบบนั้นได้น่าจะมีเพียงจอมเวทชั้นสูงเท่านั้น โดยเฉพาะน้ำที่พวกเขาเสกขึ้นมาจะมีความบริสุทธิ์มาก เวลาเดินทางไกลจะต้องมีจอมเวทที่ใช้เวทมนตร์น้ำได้ติดตามไปด้วย แต่ไม่เคยได้ยินมาว่ามีคนสร้างขึ้นมาในรูปลักษณ์ของบ่อน้ำมาก่อน

       “ก็ถ้าเธอมีวัสดุพร้อม ผมจะทำให้ดูตอนนี้เลยก็ได้”

       “ส่วนปัญหาเรื่องแรงงานนั้นเป็นอะไรที่ง่ายนิดเดียว เธอเคยได้ยินเกี่ยวกับโบสถ์เก่าที่อยู่ในเขตเสื่อมโทรมหรือเปล่าล่ะ”

       เซรอสถาม เขามั่นใจว่าคาเรนจะต้องทราบเรื่องนี้แน่ๆ เพราะขนาดเซรอสที่ใช้วิธีสืบข่าวจากปากคนขี้เหล้ายังรู้ได้ คาเรนทำงานในกลุ่มการค้าก็ควรจะมีข้อมูลพวกนี้อยู่อย่างแน่นอน ถึงจะไม่รู้โดยตรงแต่ก็น่าจะได้ยินข่าวลือมาบ้าง

       “ที่ว่าจะมีการทุบโบสถ์ทิ้งเพื่อนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์สินะคะ ทราบมาว่าเจ้าของที่ดินคนก่อนอนุญาตให้สร้างโบสถ์เพื่ออุทิศให้กับวิหารศักดิ์สิทธิ์ แต่ภายหลังวิหารศักดิ์สิทธิ์เติบโตเร็วมากจนย้ายที่ทำการไปอยู่ในเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ส่วนชั้นในของเมือง โบสถ์แห่งนั้นก็เลยไม่ได้รับความสนใจและกลายเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และพอเจ้าของที่ดินเสียชีวิตลงอำนาจการซื้อขายก็ตกมาอยู่ในมือของลูกหลาน ซึ่งพวกเขาตัดสินใจขายมันเพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่หรือว่า

       คาเรนตอบคำถามและนึกถึงสิ่งที่เซรอสอยากจะบอกขึ้นมาได้

       “คุณคิดจะใช้แรงงานจากพวกเด็กๆ”

       “ที่จริงแล้วผมเคยเห็นพวกเด็กๆ ทำงานแลกเงินเพื่อให้มีอาหารกินในแต่ละมื้อ มันจะแตกต่างตรงไหนถ้าพวกเรารับผิดชอบเด็กพวกนั้นโดยการให้มาทำงานภายใต้ความดูแลของตระกูลเรเบียส โดยที่เราจะจ่ายค่าจ้างให้เป็นที่พักอาศัยกับอาหารก่อนในช่วงเริ่มดำเนินการ ผมคิดว่านั่นแหละคือสิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุด เมื่อผลิตภัณฑ์ซอสถูกจำหน่ายออกไปและได้เงินกลับมา เราจะแบ่งผลกำไรส่วนหนึ่ง 5% บริจาคให้กับสถานเด็กกำพร้า ใช้เป็นเงินสำหรับซื้อเสื้อผ้าและอาหาร และค่อยเติมเต็มความต้องการพื้นฐานอย่างยารักษาโรคและความรู้ แทนที่จะปล่อยให้เด็กพวกนั้นใช้ชีวิตเพื่ออยู่รอดในแต่ละวัน สู้ทำให้พวกเขามีอนาคตที่สดใสไม่ดีกว่าอย่างงั้นเหรอ”

       “อีกอย่างหนึ่ง ถ้าธุรกิจของพวกเราเติบโตมากขึ้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือแรงงาน เราจะซื้อทาสที่ทุกคนเสนอขายมาจำนวนหนึ่ง แน่นอนว่าพวกเราจะไม่ใช้งานพวกเขาเหมือนคนทั่วไป แต่จะทำให้พวกเขามีชีวิตและหน้าที่การงาน มีรายได้ต่อเดือนเหมือนพวกทหาร มีสวัสดิการให้พร้อมกับวันหยุดพักผ่อนจากการทำงาน ไม่คิดเหรอว่าวิธีการเลี้ยงให้เชื่องเพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในระยะยาวเป็นความคิดที่ไม่เลว ถามหน่อยว่าจะมีใครบ้างปฏิเสธชีวิตที่สุขสบายขนาดนี้”

       ไม่น่าเชื่อว่าแนวทางแก้ปัญหาของเซรอสนั้นจะเฉียบขาด ผิดกับที่บอกว่าไม่ได้มีการเตรียมขั้นตอนดำเนินการ แต่เท่าที่ฟังมาเขาวางแผนล่วงหน้าไปไกลถึงขนาดที่ว่าจะสามารถครอบครองส่วนแบ่งจากตลาดได้ในจำนวนมหาศาล และกลายเป็นผู้ควบคุมด้านตลาดแรงงานให้มีมาตรฐาน

ถ้าหากว่าพวกเจ้านายเหล่านั้นไม่อาจตอบสนองความต้องการได้อย่างที่เซรอสมอบให้ ก็เป็นไปได้สูงว่าแรงงานจะหลั่งไหลเข้ามาร่วมงานกับตระกูลเรเบียสเป็นจำนวนมากจนก่อให้เกิดปัญหาได้

       แต่ว่านั่นกลับเป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในอุดมคติของคาเรน เรเบียส

       “ไหนว่าคุณไม่ถนัดเรื่องการคิดซับซ้อนคะ? แต่เท่าที่ฟังมามันเป็นแผนการที่ร้ายกาจมาก”

       “อย่างนั้นหรือครับ”

       เซรอสไม่ได้ฉลาดเฉลียว แต่เป็นเพราะเขาใช้วิธีแก้ปัญหาอย่างง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อนทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ถึงแม้ว่าจะใช้ทาสในการทำงาน แต่เขาก็เปลี่ยนความหมายเป็น แรงงาน ที่ฟังดูดีกว่า คาเรนยอมรับแล้วว่าที่ผ่านมาเธอมีอคติต่อความหมายของคำว่า ทาสก็เลยไม่อาจทำใจซื้อพวกเขามาทำงานในตระกูลเรเบียส

       เมื่อปัญหาเบื้องต้นถูกแก้ไขหมดแล้ว และคาเรนรู้แล้วว่าจะต้องดำเนินการอะไรต่อนับจากนี้ แต่ก็ยังเหลือสิ่งที่ต้องกังวลอยู่นั่นคือการปกปิดความลับทางการค้า ในสภาพที่ไร้ซึ่งการคุ้มกันใดๆ เป็นไปได้สูงมากที่จะถูกขโมยสูตรการผลิตเพื่อไปทำขายขึ้นมาเอง ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงนี่จะต้องเป็นเรื่องที่ต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนที่สุด

       พอถามกับเซรอส เขาก็ตอบว่า

       “เรื่องนี้ผมคิดว่าไม่ต้องกังวลให้มากนัก กว่าพวกนั้นจะขโมยสูตรและทำขายได้สำเร็จก็ต้องใช้เวลาพอสมควร มากพอจะทำให้ชื่อของกลุ่มการค้าใหม่ของพวกเราเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น แต่พวกเรามีกำลังการผลิตที่จำกัดเพราะต้นทุนไม่เพียงพอ อย่างมากก็ทำส่งขายได้แค่ภายในเมืองไรด์การ์ดเท่านั้น มาถึงตรงนี้คิดว่ากิลด์การค้าจะไม่อยู่เฉยและขอเข้ามามีบทบาท เมื่อถึงตอนนั้นก็อยากให้จะคุณช่วยจัดการทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องมันก็แล้วกันนะครับ และหลังจากนั้นพวกเราก็จะค่อยๆ ปล่อยผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ไปเรื่อยๆ เพียงเท่านี้ก็ยากแล้วที่จะมีใครตามพวกเราได้ทัน”

       คาเรนไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าผู้ชายคนที่ทุกคนในกิลด์การค้าเมินเฉยจะกลายเป็น แม่ไก่ที่ออกไข่ทองคำ หากคนพวกนั้นรู้ว่าพลาดที่จะได้ทำความรู้จักเพื่อสานความสัมพันธ์อาจจะกรีดร้องด้วยความริษยาไปแล้วก็ได้

จากที่ฟังมาดูเหมือนว่าเขาจะยกสิทธิ์ในการตัดสินใจให้กับเธอ นั่นแสดงว่าเขาเชื่อใจเธออย่างถึงที่สุด

และในเมื่อนี่เป็นโอกาสทองเธอก็ไม่ปฏิเสธที่จะคว้าโอกาสกอบกู้ฐานะของตระกูลเรเบียสที่เสียไปกลับคืนมา

       ปรึกษาปัญหากันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาดำเนินการ โดยที่เซรอสออกไปทำอะไรสักอย่างก่อนจะกลับมาและได้ขอให้คาเรนไปหาซื้อวัสดุตามที่ต้องการมา เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ตอนที่ได้เห็นใบรายการก็เข้าใจได้ทันทีเลยว่าเขาอยากจะเริ่มดำเนินการให้เสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์จริงอย่างที่พูด

แต่ถึงกับคำนวณออกมาได้เป็นตัวเลขที่ชัดเจนแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะทำก็ทำได้เลยจริงๆ

       คาเรนเห็นว่ามันเย็นมากแล้วจึงเสนอให้เซรอสพักค้างที่ตระกูลเรเบียสแทนการเดินทางกลับที่ค่อนข้างไกล เซรอสเห็นว่ามันสะดวกดีและเขาเองก็อยากจะรีบพักผ่อนจึงตอบรับข้อเสนอไป เธอจึงได้ขอให้สาวใช้ช่วยจัดเตรียมห้องนอนไว้ห้องหนึ่ง จากนั้นก็ไปเตรียมร่างเอกสารซื้อขายล่วงหน้าให้แล้วเสร็จ

วันนี้มันเป็นวันที่เธอรู้สึกตื่นเต้นและดีใจเป็นที่สุด เพราะในวันพรุ่งนี้คาเรนมีเรื่องที่จะต้องจัดการอีกตั้งมากมาย อีกทั้งเซรอสมอบเงินทุนส่วนหนึ่งเพื่อใช้เป็นค่าดำเนินการ โดยจำนวนเงินที่เขามีก็ประมาณสองเท่าของเงินทุนที่ตระกูลเรเบียสมีอยู่ มันมากพอจะดำเนินการจัดซื้อวัสดุที่เซรอสต้องการได้อย่างสบาย โดยเฉพาะเธอที่พอจะมีเส้นสายที่กล้าค้าขายอยู่พอสมควร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 848 ครั้ง

68 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 13:12

    ผู้ญ อายุ30 อร่อยนะคะ คริๆๆๆ
    #10957
    1
    • #10957-1 ตัวโกงอันดับ๑ (@JLT_Na) (จากตอนที่ 36)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:12

      อาจจะนานไปหน่อย แต่...แซ่บ จริงๆหรือเปล่า ^^
      #10957-1
  2. #9401 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 02:00
    ขอบคุณครับ
    #9401
    0
  3. #8590 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 20:42
    เค้าจะได้ผัวแล้วววววว
    #8590
    0
  4. #8311 -บุรุษไร้เงา- (@cojack) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 16:16
    พระเจ้าจัดเมียไว้ให้คนนึงละ
    #8311
    0
  5. #8171 Aphichai Jeenkul (@apc3147045) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 17:32
    <p>คู่จิ้นของพระเจ้าสินะ</p><p><br></p>
    #8171
    0
  6. #7758 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:48
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7758
    0
  7. #7024 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:27
    นี่มันนักฆ่าใช่ไหม 555
    #7024
    0
  8. #5438 kookiooo (@kookiooo) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 20:34
    ยังกับ A Game of life เลย
    #เรื่องนี้สนุกมาก..สับสนอ่ะดิ
    #5438
    0
  9. #3875 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 18:20
    จากนักฆ่ากลายเป็นนักธุรกิจไปแล้ว555
    #3875
    0
  10. #3428 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 15:56
    นิยายเพื่อการใช้ชีวิตในต่างโลกชัด
    #3428
    0
  11. #3313 pauypauy (@pauypauy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 20:27
    การเป็นนิยายปลูกผักไปซะเเล้ว 555 สนุกดี
    #3313
    0
  12. #1347 Maping QooChi (@qoosoul) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 22:23
    ชอบๆ รอตอนหน้าอยู่ค๊าบบบย
    #1347
    0
  13. #1346 Mogaboon (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 15:48
    ไรต์จ้าทำไมโหดร้ายเยี้ยงนี้ โคตรค้าง อ้ากกกกกกกก
    #1346
    0
  14. #1345 camp6789 (@camp6789) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 15:16
    มาต่อเร็วๆนะ
    #1345
    0
  15. #1344 EchizenRyoma (@siriwanphanpa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 15:06
    สุดยอด รอๆ
    #1344
    0
  16. #1343 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 11:47
    อ่านเพลินมากครับ
    #1343
    0
  17. #1342 RG-isme (@RG-isme) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 10:58
    อ่านเพลินน สนุกมากเลยค่ะ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #1342
    0
  18. #1340 นักอ่านโลเล (@titeeza123) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 07:10
    สนุกมากเลยครับ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านครับ
    #1340
    0
  19. #1339 oki (@oki-mini) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 05:31
    เพลินมาก จบซะแล้ว รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #1339
    0
  20. #1338 frank494 (@frank494) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 01:39
    เอาอีกกกกกกกก
    #1338
    0
  21. #1337 Funggier (@bloggull) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 00:44
    อ่านเพลินจริงๆ ตอนนึงนี่แค่แปปๆ
    #1337
    0
  22. #1336 21633 (@mo21633216332163) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 00:38
    มันจะเป็นเช่นไรต่อหนอ~
    #1336
    0
  23. #1335 DeathFromAboveSs (@DeathFromAboveSs) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 00:25
    ขอบคุณครับที่ทำผลงานมาให้อ่าน
    #1335
    0
  24. วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 22:37
    ใช้ได้เลยค่ะ โอเคมาก ขอบคุณนะคะ สู้ๆไรท์
    #1334
    0
  25. #1333 Sing Nk (@sing-nk) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 22:25
    ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆ รอๆนะ
    #1333
    0