ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,254,945 Views

  • 13,677 Comments

  • 22,789 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15,423

    Overall
    2,254,945

ตอนที่ 35 : Episode Thirty-Four : คาเรน เรเบียส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 816 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

Episode Thirty-Four

 



       คาเรน เรเบียส เป็นหญิงสาวที่เกิดในตระกูลขุนนางชั้นล่าง หากนับย้อนเชื้อสายไปนั้นเธอจะเป็นลูกหลานของตระกูลเมอร์ราน แต่ด้วยความที่ผู้นำตระกูลสามรุ่นก่อนไร้ความสามารถทำให้ตระกูลตกต่ำลงจนกลายเป็นหนี้สินเต็มตัว สุดท้ายรุ่นหลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อชดใช้หนี้สินจนหมดสิ้น สิ่งที่หลงเหลือจึงมีเพียงที่ดินเพียงไม่กี่ผืน

       ด้วยสติปัญญาที่ได้รับการยอมรับในโรงเรียนขุนนาง แม้คาเรนจะไม่สามารถเอาดีด้านเวทมนตร์เพราะถูกตัดสินไปแล้วว่าไม่มีคุณสมบัติ เธอจึงร่ำเรียนศาสตร์การบริหารและหวังว่าจะใช้ความรู้นั้นกอบกู้ฐานะของตระกูลให้มากขึ้นกว่าเดิม

       จนกระทั่งเธอได้มีโอกาสได้ร่วมงานใหญ่งานหนึ่งที่มีแต่ผู้คนที่มีแต่บุคคลที่มีชื่อเสียงมาร่วมงาน มีทั้งคนจากราชวงศ์ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ ดยุคที่ปกครองเมืองใหญ่ๆ เธอที่เป็นเพียงคนจากตระกูลการค้าเล็กๆ ซึ่งจุดประสงค์ของบิดาของเธอนั้นก็คือการมาให้ฝ่ายชายได้ดูหน้าค่าตาก่อน ไม่แน่ว่าอาจจะโชคดีเข้าตาบุตรชายของคนใหญ่คนโตเข้า แน่นอนว่าช่วงนั้นคาเรนงดงามมากจนมีคนมาเสนอตัวขอร่วมเต้นรำด้วย แต่นั่นไม่สำคัญเพราะสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตก็คือ นักเวทชราที่ใช้ศาสตร์แห่งการทำนาย

       คาเรน เรเบียส คือบุตรีที่ได้รับความรักจากพระเจ้า ในภายภาคหน้านางจะกลายเป็นบุคคลที่มีอำนาจในการปกครอง หากนางได้เป็นภรรยาของผู้ปกครอง ดินแดนแห่งนั้นจะเจริญรุ่งเรืองและประชาชนได้พบกับความผาสุกตราบนานเท่านั้น ทว่าเมื่อนางเป็นบุตรีที่ได้รับความรักอย่างยิ่งยวด บุรุษที่จะมาเป็นสามีของนางจะต้องได้รับการยอมรับเสียก่อน

       และด้วยคำทำนายนี้ คาเรนได้รับการเสนอตัวให้เป็นคู่หมั้นคู่หมายของเจ้าชายอากัสด้วยอำนาจของกษัตริย์ เพื่อที่ว่านางจะได้ทำให้ราชวงศ์ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ซึ่งหลังจากที่คำสั่งนั้นถูกถ่ายทอดออกไป ไอทาเรียก็ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำตลอดจนทั้งอาณาจักร มีฟ้าร้องและฟ้าผ่าดังติดต่อกัน และฝนที่ตกอย่างหนักจนเกิดเป็นน้ำป่าไหลหลาก จากที่เคยเชื่อมั่นว่าคำสั่งของกษัตริย์คือที่สุดก็ไม่อาจปฏิเสธอำนาจของพระเจ้าได้ เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนที่กษัตริย์แห่งไอทาเรียยึดมั่นในคำพูดของตนเอง จำต้องยอมถอนคำสั่งยุติการหมั้นหมายนั้น ทำให้รอดพ้นจากเหตุอาเพศนั้นได้

ทว่าคำทำนายนั้นเป็นทั้งผลดีและผลร้าย ซึ่งถ้าเลือกได้คาเรนคิดว่าไม่ควรรู้ยังจะดีซะกว่า

       เมื่อบิดาของเธอได้วาดฝันความร่ำรวยและอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ถึงกับเรียกร้องเงินอย่างหนักจากตระกูลใหญ่ทั้งหลายที่อยากจะเสนอตัวมาเป็นสามีให้ และเลี้ยงดูเธอราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าที่แม้จะมีบาดแผลเพียงเล็กน้อยก็ขับไล่ไสส่งสาวใช้ที่ก่อให้เกิดบาดแผล เรียกตัวผู้รักษาชั้นยอดมารักษาแผลจนก่อหนี้สินเป็นจำนวนมาก และนั้นทำให้จากที่ตระกูลเรเบียสทรงตัวในตลาดการค้าได้ก็เริ่มมีหนี้สินเพิ่มขึ้น แม้เธอจะต่อว่าแต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจผู้นำตระกูลผู้เป็นบิดาได้

อย่างไรก็ตามเพราะได้ชื่อว่าเป็นบุตรีที่ได้รับความรักพระเจ้า ทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่อยู่เฉย พยายามเรียกร้องให้เธอมารับใช้วิหารศักดิ์สิทธิ์ด้วยผลประโยชน์ที่สวยหรู ทว่าพวกเขากลับต้องเผชิญกับความผิดหวัง เพราะแม้แต่วิหารศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อาจขัดขืนคำสั่งของพระเจ้าได้ ทั้งที่คิดว่าตนเองน่าจะได้รับสิทธิ์ในการดูแลเธอ กลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายอย่างหนัก หากดึงดันที่จะให้เธอมารับใช้วิหารศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลายเป็นว่าความน่าเชื่อถือก็จะหายไปทันที

       จนกระทั่งคาเรนมีอายุครบยี่สิบปี บิดาที่พยายามจะเฟ้นหาสามีให้ได้ออกเดินทางไกลเพื่อไปพบกับดยุคท่านหนึ่งที่สนใจในตัวคาเรน แต่ทว่าในขณะเดินทางได้ถูกโจรภูเขาดักปล้นและฆ่าตาย ทำให้เธอได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลเรเบียสแทนนับตั้งแต่ตอนนั้น

       คาเรนที่ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลก็แก้ปัญหาทุกอย่างจนหนี้สินหมดลงในที่สุด แต่ว่าทุกคนก็ยังหวังที่จะครอบครองดินผืนสุดท้ายอันเป็นทรัพย์สมบัติของตระกูลเรเบียสที่ต้องรักษาเอาไว้ มีคนเสนอราคาสูงมากมาให้แต่นั่นจะทำให้ตัวเธอไม่หลงเหลือรายได้มาจุนเจือบุคลากรที่คอยรับใช้ตระกูลมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะเหลืออยู่ไม่มากก็ตาม ดังนั้นเธอจึงไม่คิดที่จะขายโดยเด็ดขาด

       แต่คนที่จะอยู่รอดในตลาดได้จะต้องมีอำนาจทางการเงินสูง เมื่ออดีตคู่ค้าที่เคยทำธุรกิจร่วมกันมาเปลี่ยนใจหันไปร่วมมือกับตระกูลอื่นเพื่อกดดันให้เธอต้องถอนตัวออกไป โดยใช้ข่าวลือที่ไม่มีมูลที่ว่าการร่วมธุรกิจกับเธอจะไม่มีอนาคตใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะเสนอตัวเป็นคู่ค้าพร้อมทั้งจ่ายเงินมากกว่าที่ตระกูลเรเบียสให้ นั่นทำให้มีคู่ค้าหลายคนยอมถอนตัวไปค้าขายกับตระกูลอื่นแทน

       คาเรนพยายามอย่างมากที่จะหาคู่ค้ารายใหม่ แต่ทุกคนก็ได้ยินข่าวลือจนพร้อมที่จะปฏิเสธข้อเสนอของเธอไปซะหมด เนื่องจากว่ายังมีคนที่พยายามกดดันทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินผืนสุดท้ายนั่นเอง

       แม้จะท้อแท้แต่ก็ยังมุ่งหวังที่จะกอบกู้วงศ์ตระกูล วันนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่คาเรนมายังกิลด์การค้า ด้วยความรู้สึกที่ว่าจะต้องมีบางอย่างดีๆ เกิดขึ้นกับตัวเองแน่นอน แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะอยู่ในสภาวะตึงเครียดก็ตาม คาเรนก็ยังรับมือกับมันได้ แต่ทุกครั้งที่มายังกิลด์การค้ากลับต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่มองเธอด้วยความดูถูก แม้แต่ในกิลด์การค้าเองก็มีพนักงานที่ขึ้นตรงกับตระกูลอื่นๆ อยู่เช่นกัน อย่างไรก็ตามขอเพียงคาเรนยังมีเงินจ่ายเข้าร่วมทุนกองกลาง ก็มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาหาลูกค้าได้

       “คุณหนูคาเรนไม่ใช่หรือนั่น”

       มักจะถูกเรียกว่าคุณหนูอยู่ประจำ สาเหตุมาจากช่วงที่บิดาของเธอยังมีชีวิตอยู่นั้นได้ทำการกระจายชื่อเสียงของเธอออกไปทั่วไอทาเรีย และมักจะถูกแนะนำตัวด้วยคำนำหน้าว่า คุณหนูอยู่เรื่อยมา

       “ยินดีที่ได้พบค่ะ ท่านแซค”

       แซคเป็นคนรูปร่างท้วมหน่อยๆ แต่ก็เป็นลักษณะปกติสำหรับผู้ที่เกิดมาในฐานะที่มั่นคง นอกจากนี้ยังมีพรสวรรค์ทางด้านเวทมนตร์ทำให้อนาคตของเขารุ่งโรจน์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ถ้านับเครือญาติกันแล้วแซคเป็นลูกพี่ลูกน้องของคาเรนเพราะสืบเชื้อสายมาจากตระกูลเมอร์รานเช่นกัน ดังนั้นด้วยคุณสมบัติดังกล่าว แซคจึงได้ถูกเสนอชื่อให้เข้าร่วมกับตระกูลใหญ่ของเมอร์ราน มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะกลายเป็นผู้นำตระกูลคนใหม่ไปเลยก็ได้

       “คิดว่าเธอน่าจะมีชุดที่ดีกว่านี้อยู่นะ รู้ใช่ไหมว่าถ้าแต่งกายไม่น่าเชื่อถือก็คงไม่มีใครยอมเป็นคู่ค้าให้กับเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตระกูลเรเบียส ฮ่าๆๆ”

       ในเวลานี้การสงบเงียบไม่ต่อล้อต่อเถียงถือเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด จนกระทั่งแซคได้รับเชิญให้ไปพูดคุยกับพ่อค้าที่มีตลาดอยู่ทางตอนใต้เพื่อร่วมมือกันเปิดกลุ่มการค้าแห่งใหม่ขึ้นมา โดยเฉพาะปลาทะเลนั้นหากินได้ยากมากในเมืองหลวง ถ้าเปิดตลาดนี้ได้ก็จะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

       ตั้งแต่เช้าที่คาเรนมาถึงกิลด์การค้า ด้วยชื่อเสียงฉาวโฉ่ที่ถูกปล่อยออกมาทำให้มีคนปฏิเสธทันทีที่เธอมาพูดคุย นี่ก็เป็นรายที่สองแล้วที่ปฏิเสธจนเธอคิดว่าจะอดทนรออีกสักหน่อย หากยังไม่ได้อีกก็คงจะต้องเดินทางกลับบ้านโดยที่ไม่ได้สิ่งใดติดมือกลับไป และเมื่อเดินออกมามองหาบุคคลที่น่าจะมาเพื่อเจรจาการค้า สายตาก็พลันสะดุดเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งตัวจืดชืดเอามากๆ ดูไม่มีอะไรน่าสนใจ ทว่าเพราะไม่น่าสนใจมันถึงชวนให้เธอรู้สึกประหลาด

       ปกติแล้วถ้าแต่งกายเช่นนั้นและมากิลด์การค้าจะต้องตรงไปยังพนักงานที่ทำงานรับเรื่องอยู่ที่ประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งความประสงค์ในการมา แต่เขากลับเลือกจะนั่งอยู่เฉยๆ ไม่แสดงตัวว่ามีอะไรเป็นพิเศษ แม้ว่าจะมีพนักงานคนหนึ่งเดินเข้าไปเพื่อสอบถามแต่พอเห็นลูกค้าที่ดูมีฐานะก็รีบไปต้อนรับก็ไม่ได้โกรธเคือง แต่เลือกที่จะมองอยู่เงียบๆ คาเรนจึงได้แต่หวังว่าเขาคนนี้จะมาเพื่อหาคู่เจรจาการค้า พอคิดแบบนั้นจึงเดินเข้าไปหา

       “ขออภัยที่เสียมารยาทค่ะ ไม่ทราบว่าคุณได้นัดผู้ใดเอาไว้หรือเปล่าคะ”

       คาเรนถามอย่างมีมารยาท ได้แต่ภาวนาในใจขอให้ผู้ชายคนนี้มาเพื่อเจรจาการค้า

       “ไม่ครับ ที่มาวันนี้ก็เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำรายได้จำนวนมหาศาลให้กับผู้ที่สนใจ”

       ได้ยินคำตอบที่ไม่น่าเชื่อจนคาเรนถึงกับตกใจไปครู่หนึ่ง เห็นว่าท่าทางของเขาดูมีความมั่นใจมาก และสังเกตได้ว่าเขาคนนี้ยังไม่น่าจะรู้จักตระกูลเรเบียส เพราะถ้าเป็นผู้ที่คร่ำวอดในวงการเดียวกันจะต้องรู้จักเธอ แม้จะไม่เคยเห็นหน้าแต่ก็ต้องได้ยินชื่อเสียงที่ถูกใส่ความกันบ้างอย่างแน่นอน ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีใครรู้ว่าผู้ชายคนนี้มาทำอะไร เธอทำตัวให้ดูเป็นธรรมชาติและกล่าวว่า

       “ถ้าหากไม่รังเกียจ อยากจะขอเรียนเชิญไปพูดคุยกันที่ที่ไม่มีผู้ใดรบกวนจะได้หรือเปล่าคะ”

       “ยินดีครับ” เขาคนนั้นตอบ

       สีหน้าของคาเรนดูยินดีมาก แม้จะยังไม่รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเสนอมานั้นคืออะไรกันแน่ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจก็ควรรับฟังและไตร่ตรองให้ดี หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เห็นว่าทำเงินได้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเธอก็ต้องขอเป็นคู่ค้าให้ได้

       เรื่องเดียวที่คาเรนเป็นกังวลก็คือการถูกแย่งคู่ค้าคนสำคัญ มันเกิดขึ้นบ่อยมากในวงการนี้ ดังนั้นการเจรจากันในกิลด์การค้าจึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกดักฟัง โดยเฉพาะพวกที่ชอบคาบข่าวไปบอกต้นสังกัดตนเองด้วยยิ่งแล้วใหญ่ และถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่ว่าขึ้นมันคงเป็นอะไรที่เลวร้ายเอามากๆ

        การเชื้อเชิญคนที่พึ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรกไปที่บ้านเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง ครั้นจะไปหาสถานที่ที่พูดคุยกันได้เป็นส่วนตัวก็ไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่ปลอดภัย คำกล่าวที่ว่า หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ไม่ได้เกินจริงสักนิดเดียว ในไรด์การ์ดแห่งนี้แค่ขยับตัวเพียงครั้งเดียวก็รู้กันไปทั่วทั้งเมือง เพราะฉะนั้นคาเรนจึงลองเสี่ยงเดิมพันกับมัน ยังไงซะตระกูลเรเบียสก็ไม่ได้หลงเหลือของมีค่าอะไรนอกจากเงินก้อนสุดท้ายสำหรับลงทุนครั้งใหญ่

       ขณะที่รถม้านำทางไปยังอาณาเขตของตระกูลเรเบียส ก็ได้ผ่านพื้นที่เพาะปลูกที่พึ่งจะดำเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายไปได้ไม่นาน กับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กที่ทำเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด มันเป็นโรงเลี้ยงไก่ไข่ที่ระยะหลังมานี้แทบจะไม่ออกไข่ให้เลย

       แม้ว่าคาเรน เรเบียสจะเป็นตระกูลขุนนางก็ตาม แต่ด้วยความที่ผู้นำตระกูลรุ่นก่อนไร้ซึ่งความสามารถจึงได้ผลาญทรัพย์สมบัติไปจนหมด จากบ้านหลังใหญ่ที่เคยได้รับเหลือเพียงหลังขนาดกลางที่พอจะแสดงให้เห็นถึงฐานะได้ มันอยู่ได้เพียงสิบคนเท่านั้น แต่ถ้าจัดสรรจำนวนผู้คนให้ดีๆ ก็เป็นไปได้ว่าจะอยู่ได้มากถึงห้าสิบคน

       รถม้าจอดลงและเธอเชื้อเชิญให้เข้าไปพูดคุยกันในบ้าน

 

       เซรอสถูกพามาที่บ้านซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควร อาจจะใหญ่กว่าบ้านของเขาเล็กน้อยในระยะความกว้าง แต่บ้านของเซรอสนั้นสร้างโดยใช้รูปแบบเชิงมิติภายใน ถึงจะดูเล็กและคับแคบ แต่เมื่อได้เข้าไปอยู่จริงๆ จะพบว่ามันกว้างมาก สำหรับโลกที่ยังไม่มีการพัฒนาการวิศวกรรมโยธาก็คงเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจได้ เพราะฉะนั้นรูปแบบของบ้านหลังใหญ่จึงเน้นไปที่ความกว้างบนพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าแทน

       ในบ้านแทบจะไม่มีเครื่องเรือนที่จำเป็น แต่ก็ยังมีสาวใช้กับพ่อบ้านไว้ใช้งาน ซึ่งแต่ละคนกำลังช่วยกันคนละไม้ละมือในการตระเตรียมห้องอาหารให้เหมาะกับการพูดคุย และขอให้ทุกคนช่วยออกไปก่อนเพราะถึงเธอจะเชื่อใจคนใช้ทั้งหลาย แต่ก็มีคนตั้งใจจะลาออกไปหางานอื่นแทน เพราะรู้ว่าคาเรนอาจจะไม่มีเงินจากพวกเธออีกต่อไป ถ้าความลับในการเจรจารั่วไหลออกไปก็เป็นไปได้ว่าจะมาจากคนพวกนี้

       “ต้องขออภัยที่ไม่ได้เตรียมสถานที่ที่เหมาะกับการพูดคุย เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ถูกนำไปเปลี่ยนเป็นเงินหมดแล้ว”

       “ไม่ว่าใครต่างก็ต้องมีปัญหานี่ครับ” เซรอสไม่หยี่ระ เลื่อนเก้าอี้นั่งลงที่ฝั่งตรงกันข้าม

       “ก่อนอื่นดิฉันขอแนะนำตัวนะคะ คาเรน เรเบียส ค่ะ”

       “เซรอส แอชเชอร์ครับ”

       คาเรนไม่พูดอะไรอยู่พักหนึ่งคล้ายจะดูปฏิกิริยา พอเห็นว่าเซรอสไม่ได้พูดอะไรจึงถามว่า

       “คุณดูไม่ตกใจที่ดิฉันคือคาเรน เรเบียสเลยนะคะ”

       “คงเพราะผมพึ่งเดินทางมาที่เมืองนี้ได้ไม่นาน เลยไม่ค่อยจะรู้เรื่องราวอะไรมากนัก”

       แน่นอนว่านั่นเป็นการโกหก เซรอสเก็บตกข่าวสารจากพวกขี้เมาทั้งหลายจนพอจะรู้จักกับตระกูลที่ทำการค้าขายที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ที่สุดมา หนึ่งในนั้นคือตระกูลเรเบียส แต่เพราะว่าเธอคนนี้เขามาทักทายกับเขาก่อน ดังนั้นไม่ว่าจะเคยมีข่าวลือใดๆ เกิดขึ้นก็ตาม การที่เธอสนใจคนที่ดูภายนอกไม่มีอะไรเลยนั่นถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี มันหมายถึงเธอไม่ได้หลงเชื่อเปลือกนอกแต่ให้ความสำคัญกับคู่ค้าทุกคน

       หรือเป็นไปได้ว่าเซรอสที่ปรากฏตัวในตอนนั้นเป็นฟางเส้นสุดท้ายแล้วก็ได้

       “อย่างนั้นเองหรือคะ แต่ต้องขอเกริ่นนำก่อนเลยนะคะว่าชื่อเสียงที่ถูกเล่าลือนั้นมีเป้าหมายที่จะลดคู่ค้าของทางเรา เพราะถ้าหากเกิดหมดหนทางจริงๆ คงเชื่อว่าดิฉันอาจจะต้องขายพื้นที่ของตระกูลไปก็ได้ ถึงแม้ดิฉันจะได้รับการยกย่องว่ามีสติปัญญาเป็นเลิศ แต่เวลานี้ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตามย่อมต้องใช้เงิน อัจฉริยะบุคคลก็ต้องจบลงเมื่อไร้ซึ่งอำนาจและเงินตรา”

       เซรอสยิ้มขำ มันเป็นมุขตลกที่ล้อเลียนเสียดสีสังคมได้ไม่เลวเลย แต่เดิมเซรอสก็ไม่ได้มีความคิดเห็นหรือข้อขัดแย้งใดๆ ในสังคมแบบนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นความจริงเมื่อดูจากสภาพความเป็นอยู่ของผู้คน

       เห็นว่ามันนอกเรื่องไปแล้วจึงคิดว่าควรจะเริ่มพูดคุยกันอย่างจริงจัง คาเรนอ่านบรรยากาศออกจึงได้กล่าวขึ้นมาว่า

       “เช่นนั้นแล้วเรามาเริ่มดีกว่าค่ะ ดิฉันอยากจะเห็นผลิตภัณฑ์ที่คุณบอกว่าสามารถทำเงินได้”

       เซรอสหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋ามิติ เป็นกระปุกในโหลแก้วที่มีบางอย่างอัดแน่นอยู่ภายในโดยมีทั้งสีเหลือง สีแดง และสีส้ม คาเรนยังไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร แต่สังเกตจากสีที่ฉูดฉาดและใส่เอาไว้ในขวดโหลที่ปิดสนิทพอจะระบุได้ว่ามันเอาไว้ใช้ทำอะไร

       “หรือว่านี่คือเครื่องเทศ?”

       “เครื่องปรุงรสครับ มันเรียกว่าซอส”

       สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เซรอสเปิดกระปุกส่งให้คาเรนรับไปพิจารณา สูดดมกลิ่นกระปุกแรกแล้วเธอก็ทำหน้าสงสัยก่อนทดสอบโดยการใช้ช้อนตักและตวัดนิ้วดูดชิม

       “รสชาติมันมีทั้งเปรี้ยวและหวานมาก แถมยังให้กลิ่นคล้ายกับมะเขือเทศด้วย ไม่สิทั้งสีและกลิ่นบอกว่ามันคือมะเขือเทศแน่ๆ หรือว่าผลผลิตที่ได้จากมันกันคะ ถ้าอย่างนั้นอีกกระปุกล่ะ” คาเรนทดลองกระปุกสีส้มดูและร้องออกมา “เผ็ดอ่อนๆ หรือว่าจะเป็นพืชที่กินแล้วรู้สึกเผ็ดร้อน ต้องเป็นผลไม้ปีศาจแดงแน่ๆ”

       “ผลไม้ปีศาจแดง?” เซรอสได้ยินก็ยิ้มขบขัน เข้าใจดีว่าโลกนี้ยังไม่ได้บุกเบิกอะไรมากนัก โดยเฉพาะด้านอาหาร “นั่นเรียกว่าพริกครับ และทั้งสองกระปุกที่เห็นอยู่นั่นคือซอสมะเขือเทศกับซอสพริก ใช้ทานควบคู่กับอาหารได้หลากหลายประเภท จะทานกับขนมปังก็ได้ สลัดผักก็ได้ แต่ที่นิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นการทานคู่กับอาหารที่ใช้น้ำมันแก้เลี่ยน ส่วนกระปุกนี้

       คาเรนหยิบมาพิสูจน์รสชาติของมัน เพียงครั้งแรกก็ติดใจกับรสชาติเปรี้ยวอ่อนๆ และกลิ่นที่หอมของมันแล้ว แต่ก็ยังเดาไม่ได้ว่ามันเป็นรสชาติของอะไรกันแน่ เธอพยายามนึกหาพืชผลที่มีสีคล้ายกันแต่ก็เปล่าประโยชน์ จนเซรอสต้องเฉลยว่า

       “ซอสไข่แดงครับ หรือจะเรียกว่ามายองเนสก็ได้ มันทำจากไข่ น้ำมัน และน้ำมะนาว โดยซอสทั้งสามกระปุกนี้สามารถอยู่ได้นาน 4 – 6 เดือน”

       สิ่งนี้มันขายได้แน่

       คาเรนพูดอะไรไม่ออก ไม่คิดเลยว่าเธอจะหยิบชิ้นปลามันมาได้ สำหรับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในกิลด์การค้าที่ถูกละเลยความสนใจ กลับมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พลิกวงการตลาดการค้าได้ ถ้าหากว่าเธอได้สิทธิ์ในการเป็นผู้จำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว เธอก็จะสามารถกอบกู้ฐานะของตระกูลเรเบียสให้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้อีกครั้ง

       ก่อนอื่นเลยเธอจำเป็นจะต้องใจเย็นและไตร่ตรองสถานการณ์ให้ถี่ถ้วน เธอสามารถให้สิ่งใดเป็นการตอบแทนได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตระกูลการค้าเล็กๆ ที่มีเงินทุนไม่มาก ไม่แน่ใจว่าเขาจะพร้อมรับข้อเสนอหรือไม่ คงได้แต่ต้องเจรจาเพื่อหาทางออกให้กับเรื่องนี้

       “ก่อนอื่นเลยคุณคิดว่าจะขายพวกมันในราคาเท่าใด”

       “คิดว่าอยากจะขายในกระปุกละ 50 เหรียญเงินโทเฟน”

       “เป็นราคาที่ค่อนข้างจะถูกเกินไปนะคะ มองจากบรรจุภัณฑ์ที่ต้องใช้ เกรงว่าควรจะขายขั้นต่ำในราคา 150 เหรียญเงินโทเฟน”

       เพราะเซรอสไม่ได้ชำนาญเรื่องการค้าขาย 150 เหรียญเงินโทเฟนยังถือว่าเป็นราคาที่ถูกมาก ดังนั้นคาเรนจึงใช้คำว่า ขั้นต่ำ เพื่อประเมินรายจ่ายเบื้องต้นแล้วจึงค่อยคำนวณบวกเพิ่มเข้าไปในภายหลัง และจากที่สังเกตว่ามีการใช้บรรจุภัณฑ์ราคาแพงอย่างขวดโหลแก้ว และมีระยะเวลาการเน่าเสียด้วย หรือก็คือหากสามารถกระจายสินค้าออกไปได้จนเป็นที่นิยม หนึ่งครอบครัวอาจจะต้องซื้อมาเก็บไว้ปีละสองครั้ง และมันจะกลายเป็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาล แค่กำไรจากการเป็นนายหน้าในจัดจำหน่ายก็ร่ำรวยมากแล้ว

       “นอกจากนี้คุณเซรอสคิดว่าจะสามารถส่งขายได้ในจำนวนเท่าไหร่ต่อเดือนคะ”

       สิ่งที่คาเรนอยากรู้คือปริมาณในการส่งขายของเซรอส เพื่อที่จะได้ดำเนินการตีตลาดสินค้าใหม่ ถ้าได้มาในปริมาณมากก็มั่นใจได้ว่าจะกระจายสินค้าให้เป็นที่รู้จักได้มากขึ้น

       “ส่งขาย? ใครบอกล่ะครับ ผมมาที่นี่เพื่อร่วมทุนในการเปิดกลุ่มการค้าใหม่ต่างหาก โดยพวกเราจะแบ่งเปอร์เซ็นต์กำไรกัน ซึ่งผมจะมอบสูตรการผลิตและช่วยในการจัดตั้งโรงงานผลิตเบื้องต้นให้ รวมทั้งช่วยในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สำหรับกลุ่มการค้าของพวกเรา ซึ่งผมเองก็มีผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่างที่อยากจะเปิดตัวมัน ซอสปรุงรสพวกนี้เป็นแค่ผลิตภัณฑ์เล็กๆ น้อยๆ ที่พวกเราจะทำออกขาย”

       มันเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ การเปิดกลุ่มการค้าใหม่จะต้องแน่ใจว่าสามารถครอบครองตลาดได้ แต่ว่าด้วยสถานะของคาเรนมันเป็นไปได้ยากมากที่จะจัดหาวัตถุดิบมาเพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด หรือต่อให้หาได้ก็อาจจะถูกโก่งราคาสูงมากราวกับตั้งใจจะกลั่นแกล้งกัน

       “น่าสนใจมากเลยค่ะ เพียงแต่ปัญหาก็คือด้วยสถานะของดิฉันคงยากที่จะหาซื้อวัตถุดิบมาได้ในราคาถูก”

       “ในเมื่อคุณเองก็มีต้นทุนเป็นพื้นที่ในครอบครองไม่ใช่หรือครับ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะดำเนินการเปิดกลุ่มการค้าใหม่ ช่วงแรกอาจจะลำบากไปสักหน่อยแต่ทันทีที่สินค้าล็อตแรกได้รับความนิยมพวกเราก็จะมีต้นทุนมากพอในการบุกเบิกผลิตภัณฑ์ชิ้นถัดไป”

       นี่มันยิ่งกว่าการหยิบชิ้นปลามัน ดูท่าคราวนี้คาเรนจะหยิบได้อัญมณีที่มีมูลค่าสูงมาได้ เรื่องการลงทุนนั้นไม่น่าจะยุ่งยากเพราะเธอเองก็มีต้นทุนพอให้ทำการค้าใหญ่ได้ มันคุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงดูแต่เธอก็ต้องมั่นใจให้ได้ก่อนว่าผู้ชายคนนี้จะเชื่อถือได้จริง

       “แม้ว่าข้อเสนอจะน่าสนใจ แต่ดิฉันยังไม่รู้จักคุณดีพอ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณเชื่อถือได้”

       “ถ้าเชื่อใจกันตั้งแต่แรกสิถึงจะแปลก” เซรอสตอบยิ้มๆ เขาเองก็ไม่ได้มีหลักประกันว่าตนเองน่าเชื่อถือ ต่อให้เป็นคนที่ยึดมั่นในสัญญาปากเปล่าก็ตาม “ที่จริงในปีหน้าผมกับคนในครอบครัวจะมาเข้าศึกษาที่สถาบันเซเวียร์ เพื่อหาเงินเป็นค่าเล่าเรียนเลยคิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง ผมเองก็อยากจะมีบ้านที่พักผ่อนได้อย่างสะดวกสบาย เพราะแบบนี้แหละผมจึงคิดว่าจะเปิดกลุ่มการค้าใหม่ โดยจะขอช่วยเหลือในช่วงแรกๆ จนเปิดโรงงานได้ก่อน น่าจะใช้เวลาสักหนึ่งสัปดาห์ล่ะนะ”

       คาเรนมองด้วยสายตาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คำพูดของเซรอสโดยเฉพาะส่วนที่บอกว่าจะใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ในการเปิดโรงงานได้ มันไม่มีทางเป็นไปได้โดยเด็ดขาด เพราะถ้าจะตั้งโรงงานขึ้นมาจริงๆ ต่อให้เร่งมือเร็วสุดแค่ได้ก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองเดือน

       “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ผมมีเวทมนตร์ที่จะช่วยในเรื่องนี้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 816 ครั้ง

55 ความคิดเห็น

  1. #9400 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 01:43
    ขอบคุณครับ
    #9400
    0
  2. #8589 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 20:26
    ได้สาวใหญ่เป็นเมียแน่ๆ
    #8589
    0
  3. #8524 GunTub (@guntub) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 20:18
    ชอบคำมุดท้ายจริงๆ
    #8524
    0
  4. #7757 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:34
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7757
    0
  5. #7023 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:54
    ถ้าไม่คว้าไว้นะ....หึหึ
    #7023
    0
  6. #6865 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 02:50
    คห 5169 ตรงเกิน
    เค้าอาจจะค่าขายเฉยๆ
    สนุกและลุ่นมากครับ
    โปตรผลิตผลงานดีแบบนี้เรื่อยๆนะคับ
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6865
    0
  7. #5306 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 14:27
    ชอบ คหท.5169 /// ฮ่าๆๆๆ อย่างไรก็ตามเซรอสอย่าใจง่ายและโง่ล่ะ ไม่งั้นไม่ยอมจริงๆด้วย ฉลาดๆๆ
    #5306
    0
  8. #5169 จันทร์สีโลหิต (@chaolun) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 17:21
    คาเรนไม่ได้หยิบแค่ชิ้นปลามันดูเหมือนจะหยิบได้สามีมาด้วย!
    #5169
    0
  9. #3874 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 17:24
    เอาแล้วๆจะโชว์เทพแล้ว!!
    #3874
    0
  10. #3427 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 15:42
    เอาแล้วๆ
    #3427
    0
  11. วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 13:42
    เย้ มีกิจการละ
    #3336
    0
  12. #1279 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 23:20
    สนุกดีครับ
    #1279
    0
  13. #1278 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 23:15
    โกงสินะนายนะ...แล้วพระเจ้าเก็บเธอคนนี้ไว้เป็นนางเอกหรอ?
    #1278
    0
  14. #1277 amnat37155 (@amnat37155) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 22:56
    ม่ายยยย พระเจ้าหาเมียหัยพระเอกล้วงหน้า แถมมีสกิวการค้าหัยด้วย ผัวสร้าง เมียขาย  555 แต่มันค้างนะ อีกตอนอยู่ไหน ขอเวลาหาแป็บ.......

    #1277
    0
  15. #1276 IzardJoe (@IzardJoe) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 22:35
    สนุกมากครับ รอๆๆๆ
    #1276
    0
  16. #1275 oKisSaTen123 (@OoKAWAIoO) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 22:04
    รอจ้าๆๆๆๆๆๆ
    #1275
    0
  17. #1273 Eiko_ (@taechaam) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 20:37
    อีกตอนอยุ่ไหนเนี่ย
    #1273
    0
  18. #1272 MojRiSad (@MojRiSad) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 16:42
    ขออีก ลงตัวดีแล้ว เสนอน้ำจิ้ม ไก่ น้ำจิ้มแจ้วด้วยไว้ให้นักผจญภัย กินกับของย่าง
    #1272
    0
  19. วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 16:29
    อยากอ่านต่อแล้ว
    #1271
    0
  20. #1269 rvhjk (@rvhjk) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 16:02
    ยิ่งใหญ่ให้สุด รออยู่~~~
    #1269
    0
  21. #1268 S\'May MiSh (@min-2) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 15:53
    สโลว์ไลฟ์เหลือเกิน
    #1268
    0
  22. #1267 เงา (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 13:37
    เสนอมั้ง...ข้ามไปก็ได้ เคยเสนอยังไม่รู้

    \/

    \/

    อยากให้กลับไปบุกเบิกตรงชายฝั่งทะเลที่ร้าง ร้างเปล่าหว่าลืม จะได้เป็นแหล่งรวมผู้คนที่จะเข้ามาอยู่ได้หลากหลาย ขอบคุณที่อ่านข้อเสนอ 55



    สงสัยต้องกลับไปอ่านใหม่อีกรอบ อ่านสองตอนรวด ก็ยังอยากอ่านตอนต่อไปแล้ว ขอบคุณที่แต่งให้อ่านเรื่อยๆ นี้ก็รอต่อไปเรื่อยๆ
    #1267
    1
    • #1267-1 คนอ่านอะ (จากตอนที่ 35)
      3 มิถุนายน 2560 / 13:58
      เห็นด้วยกับการบุกเบิกนะ
      #1267-1
  23. #1266 21633 (@mo21633216332163) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 13:09
    เริ่มเข้าวงธุรกิจจนได้สินะ....
    #1266
    0
  24. #1264 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 12:58
    อ่านสนุกติดใจมากมาย
    #1264
    0
  25. #1263 Aatank (@spyprinces) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 12:39
    อ่านดูเหมือนคาเรนจะเป็ยเมี...!!! เเอ๊กกก! ><
    #1263
    0
  26. #1261 ExonBlade (@ExonBlade) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 11:39
    เวทมน??? เสกแรงงาน?
    #1261
    1
    • #1261-1 MojRiSad (@MojRiSad) (จากตอนที่ 35)
      3 มิถุนายน 2560 / 16:38
      พระเอกได้รับสกิล สร้าง มาจากพระเจ้านะ
      ถ้าจำไม่ผิด
      #1261-1